<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%94%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 18 Jan 2024 03:25:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. จัดเวทีเสวนา ‘พัฒนาบทบาทศึกษานิเทศก์ให้เป็นโค้ช’ สร้างการมีส่วนร่วมกับสถาบันผลิตครูและโรงเรียนครูรัก(ษ์)ถิ่น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-150124/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jan 2024 07:28:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อุดม วงษ์สิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยศรีปทุม]]></category>
		<category><![CDATA[PLC]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาบทบาทศึกษานิเทศก์ให้เป็นโค้ช]]></category>
		<category><![CDATA[เวทีเสวนา]]></category>
		<category><![CDATA[I AM KRU. สังคมสร้างสรรค์ของคนสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ธันยวิช วิเชียรพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.การญ์พิชา กชกานน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=76121</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150124/">กสศ. จัดเวทีเสวนา ‘พัฒนาบทบาทศึกษานิเทศก์ให้เป็นโค้ช’ สร้างการมีส่วนร่วมกับสถาบันผลิตครูและโรงเรียนครูรัก(ษ์)ถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดกิจกรรม PLC (ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ: Professional Learning Community) แลกเปลี่ยนประเด็น ‘บทบาทศึกษานิเทศก์ให้เป็นโค้ช’ (Supervisor as Coach) เพื่อการมีส่วนร่วมกับสถาบันผลิตครูและโรงเรียนปลายทาง ในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น</strong> ผ่านระบบออนไลน์เพจ <a href="https://www.facebook.com/EEFthailand" target="_blank" rel="noopener" title="กสศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และ ">กสศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และ </a><a href="https://www.facebook.com/iamkru.eef/" target="_blank" rel="noopener" title="I AM KRU. สังคมสร้างสรรค์ของคนสอน">I AM KRU. สังคมสร้างสรรค์ของคนสอน</a> โดยใช้รูปแบบนำเสนอการทำงานจาก ‘ทีมต้นเรื่อง’ หรือ ผู้แทนศึกษานิเทศก์จาก 4 ภูมิภาค ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สะท้อนคิด และเสนอแนวทางการทำงานกับเครือข่ายด้านการศึกษา ประกอบด้วยผู้แทนจาก สพฐ. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา คณะวิจัยและวางแผนพัฒนาโครงการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างทักษะการจัดการเรียนรู้ : ครูรัก(ษ์)ถิ่น และคณะทำงาน กสศ.</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-57d33d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/0115-กสศ.พัฒนาบทบาทศึกษานิเทศก์-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong> กล่าวว่า ผลผลิตของนักศึกษา<a href="https://www.eef.or.th/fund/teachereef/" target="_blank" rel="noopener" title="">ครูรัก(ษ์)ถิ่น</a> ที่ดำเนินมาถึงรุ่นที่ 5 แสดงให้เห็นว่าเรากำลังจะมีครูรุ่นใหม่ที่พร้อมออกแบบการเรียนรู้ที่กว้างออกไปจากแค่ตำราเรียนหรือในห้องเรียน และเป็นการจัดการเรียนการสอนที่สามารถนำมาเป็น ‘ต้นเรื่อง’ ของการ PLC เพื่อขยายผลไปสู่ครูในวงกว้าง ทำให้เกิด ‘ห้องเรียน’ ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะพัฒนาเด็กเยาวชนให้เป็นนักเรียนที่มีคุณภาพต่อไปได้รุ่นสู่รุ่น</p>



<p>“องค์ความรู้ที่จะได้จากกิจกรรม PLC ในวันนี้ถือเป็น ‘ทางลัด’ ที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินการผลิตครูรุ่นนี้และรุ่นต่อ ๆ ไป และยังถือเป็นวาระสำคัญที่ความร่วมมือของครู โรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-14675e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/0115-กสศ.พัฒนาบทบาทศึกษานิเทศก์-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จะมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ด้วยแรงสนับสนุนจากศึกษานิเทศก์ อันเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยให้ไปถึงการค้นพบรูปแบบแนวทางเฉพาะของการพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เพราะเมื่อบุคลากรทางการศึกษาทุกฝ่ายมีความเข้าใจ เข้าถึง และเข้ามาร่วมเป็นผู้นำในการทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นย่อมหมายถึงการสร้าง ‘ความเสมอภาคทางคุณภาพการศึกษา’ ที่ไม่เพียงจะช่วยดึงศักยภาพของผู้เรียนออกมาได้เป็นรายบุคคล หากยังหมายถึงความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนทั่วประเทศ จะลดช่องว่างของความแตกต่างลงด้วย”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a99a80"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/ดร.เบญจลักษณ์-น้ำฟ้า.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า</strong> <strong>ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ด้านวิชาการและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ สพฐ. </strong>กล่าวว่า ปัญหาของโรงเรียนประถมศึกษาในพื้นที่ห่างไกล คือครูมีอัตราโยกย้ายสูง สวนทางกับหลักการของผู้ประกอบอาชีพครู ที่ต้องอาศัยความผูกพันกับท้องถิ่น เพื่อรู้จัก เรียนรู้ และสร้างนักเรียนร่วมไปกับชุมชน ดังนั้นการให้โอกาสเยาวชนในพื้นที่ที่มีใจอยากเป็นครูให้ได้พัฒนาตนเองเพื่อกลับไปบรรจุเป็นครูในภูมิลำเนาของตน นับว่าตอบโจทย์เรื่องความผูกพันคุ้นเคยและสร้างแรงบันดาลใจให้ครูรุ่นใหม่อยากกลับไปพัฒนาชุมชนบ้านเกิดเป็นอย่างดี&nbsp;</p>



<p>อีกประการหนึ่งคือการผลิตพัฒนาครูในรูปแบบดังกล่าว ยังเชื่อมโยงไปถึงสถาบันการศึกษาให้รู้จักและเข้าใจ ‘ความเป็นจริงที่เป็นปัจจุบันของการจัดการเรียนรู้’ เพื่อออกแบบพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะสมต่อการผลิตครูผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ โดยสององค์ประกอบดังกล่าว จะทำให้เรามีครูคุณภาพที่เป็นคนพื้นที่ รวมถึงมีการพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างสมรรถนะและการจัดการเรียนรู้ตามบริบทจริง (authentic curriculum) เพื่อพัฒนานักศึกษาครูรุ่นต่อไป</p>



<p>“อย่างไรก็ตาม ในการพัฒนาการศึกษาเราต้องมี ‘ข้อกลางในระบบ’ ในที่นี้คือศึกษานิเทศก์ ที่จะเป็นผู้นำนโยบายไปสู่โรงเรียน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สภาพสังคมมีความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว เราต้องมีกลุ่มคนที่สามารถเชื่อมโยงและเข้าถึงการทำงานในโรงเรียน เพื่อติดตามความเป็นไปของครูรัก(ษ์)ถิ่นเมื่อพ้นจากสถาบันผลิตครูไปแล้ว ดังนั้นเราต้องทำให้การพัฒนาบทบาทของศึกษานิเทศก์มีความเป็นรูปธรรมเพื่อนำสู่การลงมือปฏิบัติ และสำคัญที่สุดคือต้องมีเวที PLC สำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้และทำให้เกิดรูปแบบการทำงานที่สม่ำเสมอและยั่งยืนไปด้วยกัน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-416f78"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/ดร.อุดม-วงษ์สิงห์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ. </strong>กล่าวถึงเป้าหมายการพัฒนาบทบาทศึกษานิเทศก์ให้เป็นโค้ช เพื่อการมีส่วนร่วมกับสถาบันผลิตครูและโรงเรียนปลายทาง ในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นว่า ครูรัก(ษ์)ถิ่น เป็นหนึ่งในนวัตกรรมของการผลิตและพัฒนาครูที่ กสศ. ทำร่วมงานกับ 5 องค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการผลิตครู โดยแบ่งการพัฒนาเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ พร้อมผนวกโจทย์ความต้องการครูของโรงเรียนในแต่ละพื้นที่</p>



<p>ความท้าทายของงานครั้งนี้คือกลุ่มเป้าหมายโครงการที่ไม่เพียงต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่โรงเรียนปลายทางเท่านั้น แต่ยังเป็นการให้โอกาสเยาวชนด้อยโอกาสที่มีศักยภาพและมีใจรักอยากเป็นครูให้ได้เข้าสู่กระบวนการผลิตและพัฒนาครู ด้วยความร่วมมือกับมหาวิทยลัย 18 แห่ง ที่มีการปรับกระบวนการเรียนรู้เพื่อผลิตและพัฒนาครูเฉพาะพื้นที่เต็มรูปแบบ ภายใต้เป้าหมายการผลิตทั้งหมด 5 รุ่น รวม 1,500 คน ซึ่งในปีการศึกษา 2567 นี้ นักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นที่ 1 จะจบการศึกษาและพร้อมลงพื้นที่บรรจุเป็นครูที่โรงเรียนปลายทางเป็นรุ่นแรก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ประเด็นของวง PLC วันนี้ เจาะจงไปที่นักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นที่ 2 ที่เราได้เริ่มชวนศึกษานิเทศก์มาร่วมจัดกระบวนการ Active Learning ให้กับนักศึกษาทุนฯ 297 คน ซึ่งจะไปทำงานยังโรงเรียนปลายทาง 269 โรงเรียน ครอบคลุม 45 จังหวัด โดยกระบวนการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการการสอนเชิงรุกที่กระจายไปในภาคต่าง ๆ ทำให้เกิดผลลัพธ์คือการสร้างบทบาทของ Facilitator กับศึกษานิเทศก์ อาจารย์จากสถาบันผลิตครู และนักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่น รวม 32 คน สร้างโค้ชจากทีมงานมูลนิธิเพื่อทักษะแห่งอนาคต 3 คน และพัฒนาการจัดการเรียนรู้ Active Learning ให้นักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 2”</p>



<p><strong>ดร.อุดม</strong>กล่าวว่า การอบรมเชิงปฏิบัติการการสอนเชิงรุกในสองปีที่ผ่านมา ได้ช่วยพัฒนาบทบาทของศึกษานิเทศก์ให้เป็น ‘โค้ช’ สามารถสนับสนุน ชี้แนะ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาไปพร้อมกับครู โดยมี PLC เป็นเครื่องมือสำคัญ ประการถัดมาคือโรงเรียนปลายทางในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น จำเป็นต้องเตรียมโค้ชตัวจริงในพื้นที่เพื่อสนับสนุนครูรัก(ษ์)ถิ่นที่เตรียมบรรจุ ซึ่งศึกษานิเทศก์คือผู้รับบทบาทนั้น นอกจากนี้กระบวนการประชุมเชิงปฏิบัติการ Active Learning ที่ผ่านมา ได้มีศึกษานิเทศก์มาร่วมเป็น Facilitator เป็นการจำลองบทบาทที่ใกล้เคียงกับการปฏิบัติการจริงระหว่างศึกษานิเทก์กับว่าที่นักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่น และท้ายที่สุด การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากปฏิบัติการจริง ถือเป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตามหลักการของ PLC สอดรับกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c236c5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/0115-กสศ.พัฒนาบทบาทศึกษานิเทศก์-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e9749e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/รศ.ธันยวิช-วิเชียรพันธ์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รศ.ธันยวิช วิเชียรพันธ์</strong> <strong>ผู้อำนวยการกลุ่มงานวิจัยและแผนพัฒนา มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี</strong> กล่าวว่า ศึกษานิเทศก์มีความสำคัญอย่างมากในระบบนิเวศการศึกษา ด้วยบทบาทการเป็นโค้ชเรื่องการเรียนการสอน การเป็นโค้ชการบริหารโรงเรียนทั้งระบบให้มีคุณภาพ (Whole School Approach) การเชื่อมโยงนโยบายและผลงานวิจัยสู่ภาคปฏิบัติ รวมถึงความสามารถในการออกแบบนิเวศการเรียนรู้ และการศึกษากลยุทธ์เพื่อให้เกิดการปฏิรูปและพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ และอีกประการสำคัญคือ บทบาทการผลิตบัณฑิตครู ที่ศึกษานิเทศก์เปรียบได้กับแนวสุดท้ายที่ทำงานใกล้ชิดกับครูที่สุด และเนื่องจากศึกษานิเทศก์คือผู้มีข้อมูลมากที่สุดเรื่องความต้องการใช้งานบัณฑิตครูในแต่ละพื้นที่ โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นที่มีส่วนโดยตรงในการผลิตและพัฒนาครู จึงชวนศึกษานิเทศก์เข้ามาร่วมทำงานด้วยกัน      </p>



<p>“เรามองว่าโรงเรียนปลายทางกับศึกษานิเทศก์จะต้องทำงานร่วมกันยาวนาน ดังนั้นการเรียนรู้แลกเปลี่ยนไปพร้อมกันในแต่ละขั้นตอน ผ่านการอบรมและปฏิบัติการจริง เพื่อนำผลไปขยายต่อในพื้นที่ เป็นเรื่องจำเป็น เบื้องต้นจึงมีการคัดเลือกศึกษานิเทศก์จากทั่วประเทศ ที่มีคุณสมบัติของนักเรียนรู้ พร้อมลงมือปฏิบัติ เปิดใจ เข้าสู่การเคี่ยวกรำ ฝึกประสบการณ์อย่างเข้มข้น เพื่อไปถึงการปรับเปลี่ยนตัวเองในระดับลึก (Transformative)</p>



<p>“วันนี้นับเป็นโอกาสดี ที่จะให้ทีมศึกษานิเทศก์กลุ่มดังกล่าว ได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่เครือข่ายด้านการศึกษาที่เข้าร่วม จะได้ชักชวนคัดเลือกศึกษานิเทศก์จากทั่วประเทศ ให้หมุนเวียนกันเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาในการผลิตพัฒนาครู รวมถึงยังเป็นประโยชน์ต่อแวดวงวิชาชีพศึกษานิเทศก์ ในการมีข้อมูลใหม่เพื่อกำหนดทิศทางหรือแผนการดำเนินงานศึกษานิเทศก์ทั่วประเทศในอนาคตต่อไป”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7e1a43"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/0115-กสศ.พัฒนาบทบาทศึกษานิเทศก์-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-914706"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/ดร.การญ์พิชา-กชกานน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.การญ์พิชา กชกานน</strong> <strong>คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง หัวหน้าโครงการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างทักษะการจัดการเรียนรู้ครูรัก(ษ์)ถิ่น</strong> กล่าวว่า หลักสูตรการอบรมเชิงปฏิบัติการ Active Learning เป็นหนึ่งใน Enrichment Program ที่พัฒนาโดยองค์กรการศึกษาระดับนานาชาติ CCE: Creative Culture and Education ให้เป็นหลักสูตรที่เชื่อมโยงต่อเนื่อง 3 ขั้นตอน โดยหลักสูตรแรกคืออบรมเชิงปฏิบัติการ Active Learning ที่ศึกษานิเทศก์ผู้เข้าร่วมโครงการได้เข้าไปมีส่วนร่วมแล้ว ส่วนหลักสูตรที่สองคือการสอนเสวนา (Dialogic Teaching) และสามคือหลักสูตรการศึกษาทวิพหุภาษาในบริบทของภาษาแม่เป็นฐาน (<a href="https://lc.mahidol.ac.th/en/research-focus/mother-tongue-based-multilingual-and-intercultural-education-project-in-koh-lanta-mtb-mle-ice/" target="_blank" rel="noopener" title="">Mother Tongue based Multilingual and Intercultural Education: MTB MLE)&nbsp;&nbsp;</a></p>



<p>ทั้งสามหลักสูตรนำมาใช้เพื่อสร้างแนวคิดของการเปลี่ยนแปลงการจัดการเรียนรู้ในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น โดยเน้นที่กระบวนการคิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ ผ่านการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ใน 4 มิติ ได้แก่ร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา ครอบคลุมหลักการ High Functioning Classroom หรือ ‘ห้องเรียนประสิทธิภาพสูง’ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมทุกคนมีประสบการณ์ตรงกับหลักการเรียนรู้ที่เน้นเรื่องอุปนิสัยการเรียนรู้สร้างสรรค์ (Five Habits of Mind) นอกจากนี้ยังนำแนวคิด ‘ชุมชนเป็นฐาน’ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง โดยนอกจากนักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่น และอาจารย์ในสถาบันผลิตพัฒนาครู อีกกลุ่มเป้าหมายหนึ่งที่โครงการต้องการชวนมีส่วนร่วม คือศึกษานิเทศก์ที่จะทำงานร่วมกับบัณฑิตครูรัก(ษ์)ถิ่นในอนาคต ดังนั้นจึงถือว่าเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญยิ่ง ที่จะเข้ามาสู่กระบวนการพัฒนานักศึกษาร่วมกัน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150124/">กสศ. จัดเวทีเสวนา ‘พัฒนาบทบาทศึกษานิเทศก์ให้เป็นโค้ช’ สร้างการมีส่วนร่วมกับสถาบันผลิตครูและโรงเรียนครูรัก(ษ์)ถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดห้องเรียนต้นแบบ Active Learning เตรียมพร้อมทักษะในศตวรรษ 21 รับมือความผันผวนท้าทายของตลาดงานในอนาคต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-active-learning-250822/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Aug 2022 04:51:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[วันเปิดบ้านห้องเรียนต้นแบบ Active Learning]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[Active Learnig]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=59546</guid>

					<description><![CDATA[<p>เข้าสู่ปีที่ 2 ของโครงการพัฒนาทักษะการจัดการการเรียนรู้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-active-learning-250822/">เปิดห้องเรียนต้นแบบ Active Learning เตรียมพร้อมทักษะในศตวรรษ 21 รับมือความผันผวนท้าทายของตลาดงานในอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เข้าสู่ปีที่ 2 ของโครงการพัฒนาทักษะการจัดการการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่สํานักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ร่วมกับสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พัฒนาครูแกนนําและนักจัดการเรียนรู้ด้วยแนวทาง Active Learning เพื่อเตรียมทักษะผู้เรียนให้มีความพร้อมต่อการรับมือกับโลกยุคใหม่ที่มีความท้าทายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>



<p>ปีนี้ สํานักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ. มีการจัดงาน ‘วันเปิดบ้านห้องเรียนต้นแบบ Active Learning’ โดยมี 8 เขตพื้นที่การศึกษาต้นแบบ และอีก 13 โรงเรียนมาเปิดห้องเรียนตัวอย่างให้ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเสมือนห้องเรียนจริง ณ โรงแรมทีเคพาเลซแอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา</p>



<p>ปัจจุบัน โครงการนี้มีครูและนักจัดการเรียนรู้กว่า 400 คน จากทั่วประเทศเข้าร่วม โดยมีศึกษานิเทศและนักวิจัยในโครงการเป็นพี่เลี้ยงให้กับครูโรงเรียนต่าง ๆ จนสามารถขับเคลื่อนให้เกิดห้องเรียน Active Learning มากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ เพื่อให้เกิดการเรียนการสอนที่ใช้ได้จริงในโรงเรียน อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ คือการเกิดขึ้นของโรงเรียนต้นแบบและมีบุคลากรที่สามารถส่งต่อการจัดการการเรียนรู้ไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8418af"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/007.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านวิชาการและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ สพฐ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านวิชาการและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)</strong> ในฐานะประธานจัดงานวันเปิดบ้านห้องเรียนต้นแบบ กล่าวว่า วันนี้เป็นอีกวันสำคัญสำหรับคนในแวดวงการศึกษา ซึ่งตนเองได้ติดตามโครงการนี้มาตลอด และทุกครั้งที่พูดถึงกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learnig กสศ. ก็คือภาคีสำคัญที่ช่วยให้ สพฐ. สามารถมองเห็นเด็ก ๆ ทุกกลุ่มให้รับโอกาสอย่างเสมอภาคกัน</p>



<p>“เมื่อเราบอกว่า อยากเรียนต้องได้เรียน การเรียนรู้แบบ Active Learnig เป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้เด็ก ๆ ได้ทำการสืบค้น สร้างการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เพื่อให้มีสมรรถนะที่สามารถเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งในโลกใบนี้ได้ สพฐ. เอง ก็อยากรู้ว่าพื้นที่ไหนทำเรื่องนี้ได้อย่างเข้มแข็งและสามารถเป็นศูนย์กลางต้นแบบในพื้นที่นั้น ๆ การจัดงานครั้งนี้จึงช่วยทำให้ สพฐ. และตัวแทนจากเขตพื้นที่การศึกษาต่าง ๆ ได้รู้ถึงศักยภาพ รวมถึงมองเห็นกระบวนการทำงานที่ผ่านมาของผู้บริหารระดับโรงเรียน ศึกษานิเทศ เขตพื้นที่การศึกษาต้นแบบ ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญให้ สพฐ. สามารถทำงานเชิงรุกต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e06726"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/008.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน<strong> ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า กสศ. ทำงานอย่างใกล้ชิด กับ สพฐ. ภายใต้พันธกิจเดียวกัน โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้ กสศ. มุ่งเน้นเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษา การทำให้สถานศึกษาสามารถสนับสนุนผู้เรียนที่มีความต้องการและความสามารถหลากหลายประสบความสำเร็จได้ รวมถึงการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับความสามารถของเยาวชน</p>



<p>“กสศ. สนับสนุนโครงการนี้เพื่อพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งมีความสำคัญมาก และทราบดีว่าครูและผู้บริหารยุคนี้ต้องเจอกับความท้าทายอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันความท้าทายหลายอย่างก็เป็นโอกาสให้แสดงฝีมือและความสามารถในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ซึ่งเด็กที่ได้เรียนแบบ Active Learnig วันนี้ จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต”</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า ความท้าทายในอนาคตสำหรับเด็กที่กำลังเรียนอยู่ในขณะนี้ หากให้ยกตัวอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือ ตลาดแรงงานในอนาคต มีการคาดการณ์ว่า งานในตลาดแรงงานที่เคยมีในวันนี้จะหายไปถึงร้อยละ 60 หมายความว่า จากวันนี้เมื่อไปถึงวันที่เขาเรียนจบ งานที่เคยเห็นในวันนี้จะหายไป แต่จะเกิดสิ่งใหม่มาแทนที่ในตลาดงาน ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำให้เกิดขึ้นในระบบการศึกษาเวลานี้ก็คือ การเตรียมความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีในตำราหรือไม่มีในหลักสูตร เพราะสิ่งที่เคยมีในวันนี้จะไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าจะยังมีอยู่ในอนาคต แต่สิ่งที่เราเตรียมได้คือ ทักษะความสามารถ ความรู้ และทัศนะคติ ที่ติดตัวเพื่อไปเอาชนะอุปสรรคในอนาคต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d55b29"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/005.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“Active Learnig จึงสำคัญมาก เพราะประเทศไทยอาจไม่ได้มีทรัพยากรธรรมชาติที่มากพอ แต่เรามีทรัพยากรมนุษย์ การจะไปสู่ความยั่งยืนได้ ต้องไปสู่ความสำเร็จภายใต้ความหลากหลาย ในยุคนี้ทุกคนไม่ต้องเก่งเหมือนกัน ไม่ต้องเรียนเรื่องเดียวกันเพื่อไปสู่ภาคอุตสาหกรรมแบบเดิม ๆ อีกแล้ว แต่ Active Learnig จะพาไปสู่การมีทรัพยากรมนุษย์ที่สามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมบริการที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนได้ เมื่อมีนวัตกรรมแบบนี้ เราจะสามารถตั้งราคาสูงแค่ไหนก็ได้ หรือไม่ว่าใครก็ต้องมาทดลองใช้ รับบริการ หรือซื้อกลับไป สิ่งเหล่านี้คืออนาคต แต่จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีการเรียนการสอนแบบ Active Learnig  ที่กระตุ้นให้เกิดการคิด การเรียนรู้จากตัวผู้เรียนเอง กสศ. จึงต้องขอบคุณ สพฐ. ที่ทำให้มีโอกาสเริ่มต้นการทำโครงการนี้กับเครือข่ายและโรงเรียนต่าง ๆ อีกสิ่งที่อยากพูดคือ ความเสมอภาคทางการศึกษา ที่ Active Learnig สามารถช่วยได้ เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าปัจจุบันยังมีอีกหลายโรงเรียนที่ครูไม่ครบชั้น อาจเพราะไม่มีอุปกรณ์หรือบุคลากร แต่ความสำเร็จของ Active Learnig จะไปถึงน้อง ๆ กลุ่มเป้าหมายจากครัวเรือนยากจนด้อยโอกาสได้มากขึ้น และพวกเขาก็สามารถเป็นผู้ประสบความสำเร็จ เป็นนวัตกรของชาติ ไม่ว่าสายวิทยาศาสตร์หรือสังคมศาสตร์ จึงอยากสนับสนุนในสิ่งเหล่านี้ และขอยืนยันว่า พวกเราเป็นทีมเดียวกัน และพร้อมทำงานร่วมกัน”</p>



<p>ภายในงาน ยังได้มีพิธีมอบโล่ให้แก่ 8 เขตพื้นที่การศึกษา ที่สามารถทำให้มีโรงเรียนต้นแบบเกิดขึ้นในพื้นที่ได้ ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1, ศึกษาธิการจังหวัดยโสธร, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1, สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาเชียงราย เขต 1, สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาพิจิตร เขต 2, สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาพะเยา เขต 2, สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 และสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 2</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5d451d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/006.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนตัวอย่างห้องเรียน Active Learning ได้รับเกียรติบัตรทั้งสิ้น 13 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมน้อมเกล้า, โรงเรียนบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนีย์),โรงเรียนบ้านแม่งอนขี้เหล็ก, โรงเรียนภูผาม่าน, โรงเรียนบ้านน้ำพาง, โรงเรียนบ้านคุ้ม, โรงเรียนอนุบาลตรัง, โรงเรียนเวียงเชียงรุ้งวิทยา, โรงเรียนวัดวังเรือน, โรงเรียนบ้านดู่, โรงเรียนบ้านตาเปาว์, โรงเรียนบ้านโคราช และวิทยาลัยเทคนิคลำพูน</p>



<p>สำหรับห้องเรียนต้นแบบ Active Learning ในโครงการพัฒนาทักษะการจัดการการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 มีทั้งสิ้น 8 หลักสูตรให้ครูสามารถเลือกนำไปปฏิบัติการในห้องเรียน โดยจะมีโค้ชจากโครงการคอยเป็นที่ปรึกษา เพื่อสนับสนุนให้การออกแบบการเรียนรู้สามารถบรรลุผลตามหลักสูตรได้</p>



<p>ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าว ได้แก่ หลักสูตรโครงการนวัตกรรมจากประสบการณ์โลก, หลักสูตรการจัดการเรียนรู้อิงสมรรถนะผู้เรียน, หลักสูตรการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์โควิดโดยใช้บ้านแทนห้องเรียน, หลักสูตรการออกแบบบอร์ดเกมสำหรับห้องเรียน Active Learning, หลักสูตรจิตศึกษากับการพัฒนาสมองส่วนหน้า, หลักสูตรจิตศึกษากับการพัฒนาหลักการจิตวิทยาเชิงบวกเพื่อการเสริมสร้างอุปนิสัยผู้เรียน, หลักสูตรทักษะการตั้งคำถามเพื่อเสริมสร้างการคิดเชิงเหตุผล และหลักสูตรการเขียนเพื่อพัฒนาการคิดในห้องเรียน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-active-learning-250822/">เปิดห้องเรียนต้นแบบ Active Learning เตรียมพร้อมทักษะในศตวรรษ 21 รับมือความผันผวนท้าทายของตลาดงานในอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มอบ ‘ถุงยังชีพเพื่อการศึกษา’ โรงเรียนนำร่องชุมชนคลองเตย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-education-bags-khlong-toei-community-pilot-school/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Jun 2021 08:26:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อุดม วงษ์สิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[ชาญวิทย์ พวงมาเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนศูนย์รวมน้ำใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=41490</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการแพร่ระบาดของ&#160;COVID-19&#160;อย่างต่อเนื่อง&#038;nb [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-education-bags-khlong-toei-community-pilot-school/">มอบ ‘ถุงยังชีพเพื่อการศึกษา’ โรงเรียนนำร่องชุมชนคลองเตย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากการแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้กำหนดเปิดเทอมต้องเลื่อนออกไปจนถึงกลางเดือนมิถุนายน ขณะที่การเรียนรู้ของเด็ก ๆ ต้องหยุดชะงักลงอีกครั้ง ซึ่งอาจทำให้เกิด&nbsp;‘ภาวะการเรียนรู้ถดถอย’&nbsp;และส่งผลต่อการเรียนรู้ในระยะยาว</p>



<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา&nbsp;(กสศ.)</strong> ได้จับมือกับ<strong>มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี</strong> จัดทำ&nbsp;‘ถุงยังชีพเพื่อการศึกษา’&nbsp;ซึ่งบรรจุสื่อการเรียนรู้หลากหลาย โดยคำนึงถึงความเหมาะสมสำหรับช่วงวัยต่าง ๆ พร้อมด้วยสิ่งของจำเป็นในการป้องกันตัวเองให้พ้นจากโคโรนาไวรัส และวางแผนมอบให้กับโรงเรียนในพื้นที่ชุมชนเขตกรุงเทพมหานคร รวมถึงโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อเป็นโรงเรียนนำร่องที่สามารถติดตามผลและเก็บข้อมูลกลับมาปรับปรุงพัฒนาให้ความช่วยเหลือมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ก่อนขยายผลไปยังโรงเรียนอื่นทั่วประเทศในโอกาสต่อไป&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-481cbc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/17-มอบถุงยังชีพเพื่อการศึกษา-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h3 class="gb-headline gb-headline-1858f214 gb-headline-text">‘ความเสี่ยงต่อภาวะสูญเสียด้านการเรียนรู้’</h3>



<p><strong>ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า&nbsp;จากงานวิจัยที่ติดตามผลกระทบด้านการศึกษาตั้งแต่เกิดวิกฤต&nbsp;COVID-19&nbsp;รอบแรก ระบุว่าเมื่อโรงเรียนต้องปิด เด็กจะตกอยู่ในภาวะสูญเสียด้านการเรียนรู้&nbsp;(Learning Lost)&nbsp;ซึ่งหมายถึงความรู้ในตัวเด็กจะถดถอยลงเนื่องจากไม่ได้มีการใช้งานหรือทบทวน ทั้งนี้ผลกระทบดังกล่าวจะทำให้ระดับความพร้อมที่จะรับการเรียนรู้ใหม่ ๆ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลจากงานวิจัยในปีที่ผ่านมาพบว่า&nbsp;ในภาพรวมมีเด็กที่ตกอยู่ในภาวะดังกล่าวราว&nbsp;20 &#8211; 25&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ขณะที่การปิดโรงเรียนจากการแพร่ระบาดในระลอก&nbsp;2&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;ได้ทำเปอร์เซ็นต์ของเด็กกลุ่มนี้ขยับสูงขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-54d7ae"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/17-มอบถุงยังชีพเพื่อการศึกษา-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p>กรณีนี้&nbsp;กสศ. ในฐานะที่มีภารกิจด้านการดูแลช่วยเหลือพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะในกลุ่มที่ขาดแคลนโอกาสให้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ มองเห็นว่า&nbsp;เด็กและเยาวชนทั้งที่อยู่ในชุมชนเมืองต่าง ๆ หรือกลุ่มที่อยู่ห่างไกลออกไปในพื้นที่ชนบทกำลังได้รับผลกระทบที่หนักหน่วงจากวิกฤต&nbsp;COVID-19&nbsp;จึงมีโครงการที่จะเข้าไปทดลองทำกับโรงเรียนทั้งสองรูปแบบ เพื่อให้ได้แนวทางว่าเด็กและเยาวชนในแต่ละพื้นที่ต้องการการกระตุ้นหรือเครื่องมือการเรียนรู้ในช่วงเวลาที่ต้องหยุดเรียนอย่างไร</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-02559789 gb-headline-text">‘ขยับโรงเรียนเข้าไปหาเด็ก ๆ’</h3>



<p>ดร.อุดมกล่าวว่า&nbsp;เมื่อได้โจทย์สำคัญแล้วว่า&nbsp;‘จะทำอย่างไรให้เด็กที่ไม่ได้ไปโรงเรียนสามารถเรียนรู้และทำกิจกรรมด้วยตนเองหรือทำร่วมกับผู้ปกครองได้’&nbsp;จึงนำมาสู่แนวคิดเรื่องการ&nbsp;‘นำโรงเรียนใส่ถุงไปมอบให้เด็กที่บ้าน’&nbsp;โดยหลังจากผ่านการประชุมหารือจากผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายว่าเด็กในแต่ละช่วงวัยต้องการการเรียนรู้ที่ต่างกันอย่างไรบ้าง จนได้ออกมาเป็นถุงยังชีพเพื่อการศึกษาที่จำแนกออกตามระดับชั้น ตั้งแต่อนุบาล&nbsp;1&nbsp;ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;6&nbsp;ทั้งนี้ ถุงยังชีพเพื่อการศึกษาจะมุ่งไปที่การมอบให้กับโรงเรียนนำร่องโครงการ เริ่มที่โรงเรียนศูนย์รวมน้ำใจ ในเขตคลองเตย ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ส่วนโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลจะเริ่มต้นที่จังหวัดน่านและตาก</p>



<p>“การได้นำถุงยังชีพเพื่อการศึกษามามอบให้เด็ก ๆ ทำให้สัมผัสได้ว่าแม้ต้องอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ แต่น้อง ๆ ยังมีความตื่นตัวเรื่องการศึกษา เขาแสดงออกว่าตื่นเต้น&nbsp;อยากรู้อยากเรียน เมื่อได้รับถุง ผู้ปกครองหลายคนมีความสนใจที่จะเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตั้งใจและพยายามศึกษาออกแบบเครื่องมือที่เด็กจะเรียนรู้ด้วยตัวเขาเองได้ และถ้าผู้ปกครองจะเข้ามามีส่วนร่วม&nbsp;เขาก็สามารถทำได้”&nbsp;</p>



<p>ในส่วนขั้นตอนดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ กทม. ได้รับการตอบรับที่ดีจากสำนักงานเขตทุกแห่ง และเห็นถึงความพร้อมในเรื่องการช่วยเหลือดูแลนักเรียนในแต่ละชุมชน ขณะที่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล&nbsp;กสศ. มีการทำงานร่วมกับภาคีต้นสังกัดโรงเรียนต่าง ๆ ทั้ง&nbsp;สพฐ. อปท. และ ตชด. มาตลอด และในช่วงจังหวะของการขยายผลรับการเปิดเทอมที่จะถึงนี้ ก็จำเป็นต้องมองหาความเป็นไปได้ร่วมกันในการส่งสื่อการเรียนรู้ที่จำเป็นเข้าไปหาเด็ก ๆ รวมถึงเฟ้นหา&nbsp;อสม. การศึกษาที่จะเป็นตัวช่วยครูเพื่อให้การเรียนรู้ยังเดินหน้าต่อไปได้ </p>



<p>“เพราะถุงยังชีพเพื่อการศึกษายังต้องปรับปรุงและมีการจัดทำที่ต่างกันสำหรับช่วงปิดเทอมและเปิดเทอม ซึ่งจากวันนี้เราจะติดตามผลอย่างต่อเนื่องว่าเปิดเทอมแล้วจำเป็นต้องเติมอะไรเพิ่มให้เด็ก นอกจากนี้ยังเป็นการมองเผื่อด้วยว่าแม้จะเปิดเทอมแล้ว ทุกอย่างก็ยังไม่ปกติ ต้องมีการจัดการเรียนการสอนที่ผสมผสาน สลับวันเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงด้วย”&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-293bf593 gb-headline-text">ฟื้นฟูความรู้เดิม เสริมเติมความรู้ใหม่&nbsp;</h3>



<p><strong>ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี</strong> กล่าวว่า ถุงยังชีพเพื่อการศึกษา เปรียบได้กับความห่วงใยที่ส่งลงไปถึงเด็ก ๆ ว่าเขาจำเป็นต้องมีเครื่องมือการเรียนรู้ เพื่อใช้เวลาที่ต้องอยู่กับบ้านฟื้นฟูพัฒนาทักษะอ่านเขียนคิดคำนวณตามช่วงวัย ซึ่งทางคณะผู้จัดทำได้ชักชวนครูของนักเรียนแต่ละระดับชั้นเข้ามาร่วมปรึกษาและออกแบบสิ่งของที่จำเป็นสำหรับเด็ก ๆ ให้เขาได้เรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ac427d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/17-มอบถุงยังชีพเพื่อการศึกษา-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“ส่วนหนึ่งเราต้องมีหนังสือเพื่อฟื้นฟูทักษะภาษา ส่งเสริมการอ่าน ด้วยเนื้อหาที่น่าสนใจและช่วยให้เขาได้ความรู้เพิ่มเติม และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นการฝึกทักษะสร้างสรรค์ การระบายสี ปั้นดินน้ำมัน พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ ซึ่งทั้งหมดคือการฟื้นฟูและต่อยอดการเรียนรู้ออกไป</p>



<p>“การพูดคุยกับครูแต่ละระดับชั้นที่เข้าใจเด็ก รู้จักบริบทของเด็กชั้นเล็กและเด็กโตเป็นอย่างดี ทำให้สื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กแต่ละชั้นเหมาะสมกับวัยของเขาจริง ๆ เช่น&nbsp;แบบฝึกหัดคณิตศาสตร์จะมีมากกว่า&nbsp;30&nbsp;แบบ ไล่ระดับตั้งแต่พื้นฐานจนถึงโจทย์ที่มีความซับซ้อนขึ้น ดังนั้นเด็กเขาจะมีความท้าทายที่จะเรียนรู้ไต่ระดับของตนเองไปเรื่อย ๆ”</p>



<p>กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีกล่าวว่า&nbsp;นอกจากในส่วนของการเรียนรู้ ถุงยังชีพเพื่อการศึกษายังบรรจุอุปกรณ์ป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากโรค ทั้งหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ โดยวันนี้เป็นการนำเข้ามาให้เด็กชุดแรกจำนวน&nbsp;150&nbsp;ถุง ก่อนจะเพิ่มเติมและปรับปรุงให้มีสิ่งของที่ใช้ประโยชน์ได้เหมาะสมกับสถานการณ์ยิ่งขึ้นในโอกาสต่อไป</p>



<p>“นี่คือความห่วงใยและกำลังใจที่เราส่งไปถึงเด็ก ๆ เราอยากให้เขายิ้มได้พร้อมกับเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้รับในสิ่งที่ขาดหายไป ซึ่งสื่อการเรียนรู้ทุกอย่างเราได้ออกแบบไว้ให้เขาได้ใกล้ชิดกับการเรียนรู้ และมีความตื่นตัวที่จะเปิดรับบทเรียนใหม่ ๆ แม้ว่ายังต้องรอคอยการเปิดเรียนในลักษณะปกติต่อไปก็ตาม”</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-529a646b gb-headline-text">มิติใหม่ทางการศึกษาที่ช่วยเปิดโลกการเรียนรู้ให้เด็ก ๆ ในพื้นที่ชุมชน</h3>



<p><strong>ชาญวิทย์ พวงมาเทศ ผู้อำนวยการโรงเรียนศูนย์รวมน้ำใจ</strong> กล่าวว่า&nbsp;ตอนนี้สถานการณ์โดยรวมในพื้นที่คลองเตยยังคงมีผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน ขณะที่ทางโรงเรียนมีเด็กนักเรียนทั้งหมด&nbsp;765&nbsp;คน ทั้งหมดอาศัยอยู่ในละแวกชุมชนแฟลตคลองเตย นี่คือสิ่งที่ทางโรงเรียนต้องเตรียมแผนรับมือ โดยที่ผ่านมาในการปิดเรียนจากการแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทุกครั้ง จะใช้วิธีให้ผู้ปกครองมารับใบงานและแบบฝึกหัดไปทำที่บ้าน ส่วนบุคลากรโรงเรียนจะสลับวันกันเข้ามาทำงาน สิ่งที่ทำได้คือการจัดการไปตามสถานการณ์&nbsp;โดยยึดถือการเว้นระยะห่างและลดการพบปะเป็นสำคัญ</p>



<p>สำหรับถุงยังชีพทางการศึกษา นับว่าเป็นสื่อการเรียนรู้ที่จัดทำขึ้นมาได้อย่างถูกเวลาและตรงจุด เพราะเบื้องต้นเกิดจากการสื่อสารทำความเข้าใจบริบทและความต้องการจริงจากครูผู้ดูแลเด็กในพื้นที่ จนได้ออกมาเป็นชุดการเรียนรู้ที่แตกต่างกันสำหรับชั้นอนุบาล&nbsp;1&nbsp;ถึง ป.6  &nbsp;</p>



<p>“ผมมองว่านี่คือมิติใหม่ทางการศึกษา ทั้งในด้านการทบทวนการเรียนรู้และเตรียมความพร้อมให้เด็ก คือป้องกันได้ทั้งภาวะความรู้ถดถอย&nbsp;รวมถึงให้เด็กได้เรียนรู้ไปข้างหน้าได้ โดยเฉพาะการเข้าถึงความรู้บางอย่างที่ไม่อยู่ในหลักสูตรปกติ ที่หมายถึงการได้รับโอกาสทางการศึกษาเพิ่มขึ้นสำหรับเด็กกลุ่มนี้” &nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c5d2fc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/17-มอบถุงยังชีพเพื่อการศึกษา-06.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ชาญวิทย์ พวงมาเทศ ผู้อำนวยการโรงเรียนศูนย์รวมน้ำใจ</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ผอ.ชาญวิทย์ กล่าวว่า ครอบครัวของเด็กในโรงเรียนส่วนใหญ่ไม่มีความพร้อมมากนัก บางบ้านยังไม่มีคอมพิวเตอร์ หรือไม่มีอินเทอร์เน็ต การได้สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพจึงช่วยพวกเขาได้มาก ทั้งในเรื่องของการสร้างนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน การสร้างจินตนาการกับการทำศิลปะเล็ก ๆ เป็นการพัฒนาความรู้ในองค์รวม นี่คือโอกาสดีที่เขาจะได้ทบทวน ทำกิจกรรมตามใบความรู้ มีหนังสือให้อ่านเปิดโลกในด้านต่าง ๆ มากมาย จากสื่อที่วิเคราะห์มาแล้วว่าเด็กต้องการอะไร แต่ละระดับชั้นมีพื้นฐานความรู้ความสามารถแค่ไหน หรือบริบทครอบครัวของเด็กในโรงเรียนเป็นอย่างไร เพื่อให้สิ่งที่นำมามอบให้ตอบโจทย์ตรงจุดมากที่สุด &nbsp;</p>



<p>“สถานการณ์เช่นนี้ทำให้เรามองเห็นว่ายังมีคนที่ให้ความสำคัญกับเด็ก ๆ อีกมาก และพร้อมเข้ามาช่วยเหลือชุมชนของเรา มีภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีจิตอาสา มีใจเมตตาเข้ามาช่วยกันดูแล จัดหาสิ่งต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นการช่วยพยุงสังคมของเราเอาไว้ โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวของเด็ก ๆ ในชุมชน น้ำจิตน้ำใจต่าง ๆ ที่ส่งมอบเข้ามาถึงนี้ จะทำให้พวกเขายังดำรงชีวิตอยู่ได้ ดำเนินชีวิตต่อไปได้ ในช่วงเวลาที่หลายคนต้องตกงาน ต้องรอคอยอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นที่มาจากความช่วยเหลือภายนอก ต้องขอบคุณมากจริง ๆ ครับ”&nbsp;ผอ.โรงเรียนศูนย์รวมน้ำใจ<s>&nbsp;</s>กล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-f39b0c87 gb-headline-text">หลากความเห็นจากผู้ปกครอง ถุงยังชีพฯ ช่วยลดความกังวลว่าเด็กจะออกห่างจากการเรียนรู้</h3>



<p><strong>จิตธาดาและวรรณา บุตรศรี ผู้ปกครองของน้องแก้ม ชั้น ป.1&nbsp;และน้องแกรนท์ ชั้น อ.1</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;หลังจากได้เห็นสิ่งของที่อยู่ในถุง ตนและลูก ๆ ชื่นชอบกันมาก เพราะเด็ก ๆ ชอบดูหนังสือภาพ ชอบอ่านนิทาน และชอบวาดรูปอยู่แล้ว ขณะที่คุณแม่คือคุณวรรณาก็ตื่นเต้นไปด้วย เนื่องจากในช่วงเวลานี้ต้องทำหน้าที่แทนคุณครูคอยแนะนำการเรียนรู้ให้เด็ก ๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8a60d9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/17-มอบถุงยังชีพเพื่อการศึกษา-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“คิดว่าสื่อการเรียนมีประโยชน์มากกับวัยของลูก เพราะเป็นช่วงที่เขากำลังพัฒนาการวาดการเขียน เริ่มจับดินสอให้แข็งแรง ลากเส้นตรงเส้นโค้ง&nbsp;หรือเขียน ก.&nbsp;ไก่ ฉะนั้นพอเห็นเล่มที่มีกิจกรรมวาดเส้นเราก็ชอบเลย แล้วลูกก็ชอบด้วย”&nbsp;</p>



<p><strong>ธันวา ทองน่วม ผู้ปกครองของน้องเกรซ ชั้น ป.1</strong>&nbsp;กล่าวว่า การเรียนรู้และความจำของเด็กคือสิ่งที่เกิดจากการทำซ้ำบ่อย ๆ จำเป็นต้องมีการทบทวน ดังนั้นเมื่อเด็กต้องหยุดเรียนหลายเดือน ก็กังวลว่าเด็กจะลืมบทเรียนที่เคยเรียนไปแล้ว และจะไม่พร้อมกับการเปิดเทอมใหม่ ถุงที่ได้รับจึงน่าจะช่วยได้ในเรื่องของการทบทวนและเสริมพัฒนาการช่วงที่โรงเรียนยังเปิดไม่ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-878d62"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/17-มอบถุงยังชีพเพื่อการศึกษา-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“อย่างน้อยลูกได้อ่านนิทานก็จะช่วยให้เขาได้ฝึกสะกดตัวหนังสือ ได้ใช้ความจำ เขาชอบเล่มที่เป็นรูปสัตว์ ดอกไม้ พืชผักสวนครัว เราเป็นผู้ปกครองก็สามารถเรียนรู้ช่วยสอนคำศัพท์ต่าง ๆ ไปด้วยกันกับลูกได้ด้วย ต้องขอบคุณคนที่คิดเรื่องสิ่งของที่นำมามอบให้เด็ก ๆ มา ณ โอกาสนี้ ที่สร้างสรรค์สื่อที่เหมาะสมกับวัยและช่วยให้เขาได้เรียนรู้ในสิ่งที่เปิดกว้างไปจากหนังสือเรียน”&nbsp;</p>



<p><strong>วาสนา โพธิ์เกษม ผู้ปกครองของน้องเบล ชั้น ป.3&nbsp;และน้องโบ ชั้น ป.</strong>6&nbsp;กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่โรงเรียนต้องปิดไป&nbsp;2&nbsp;&#8211;&nbsp;3&nbsp;ครั้ง คิดว่าการเรียนรู้ของลูกก็สะดุดตามไปด้วย ในฐานะผู้ปกครองเราไม่ได้มีความรู้มากพอที่จะช่วยเขาได้ พอได้รับถุงเพื่อการเรียนรู้<s>&nbsp;</s>ก็เห็นว่ามีประโยชน์มาก ๆ ลูกจะได้เรียนจากที่บ้าน ส่วนเราเองก็จะได้ทำความเข้าใจไปพร้อมกันด้วย ยิ่งตอนนี้ต้องหยุดงานเพราะสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;สื่อการเรียนรู้นี้จะทำให้ได้ใช้เวลาร่วมกันกับลูกมากขึ้นด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f41947"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/17-มอบถุงยังชีพเพื่อการศึกษา-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ทางด้าน <strong>‘น้องโบ’ วรัญญา โพธิ์เกษม ชั้น ป.6</strong> กล่าวว่า หลังเปิดถุงมาแล้วเจอหนังสือ ปากกา ของเล่น เจลล้างมือ และขนม ก็รู้สึกตื่นเต้น คิดว่าของเหล่านี้จะช่วยได้มากในตอนที่ต้องอยู่กับบ้าน </p>



<p>“ปกติหนูจะใช้เวลากับการอ่านหนังสือ พอมีหนังสือมีสื่อการเรียนมาเพิ่มก็ดีใจค่ะ ที่จะได้ความรู้ใหม่ ๆ ขอขอบคุณหน่วยงานที่นำสิ่งของมามอบให้ โดยเฉพาะหนังสือที่หนูจะได้มีอ่านในช่วงเวลาแบบนี้ ขอบคุณค่ะ” น้องโบกล่าว  </p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-education-bags-khlong-toei-community-pilot-school/">มอบ ‘ถุงยังชีพเพื่อการศึกษา’ โรงเรียนนำร่องชุมชนคลองเตย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
