<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดร.อภิชาต ทองอยู่ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%94%e0%b8%a3-%e0%b8%ad%e0%b8%a0%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Nov 2023 08:53:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ดร.อภิชาต ทองอยู่ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ระยองในศตวรรษใหม่ พัฒนาคน พัฒนาการศึกษา สร้างพื้นที่นวัตกรรมทั้งจังหวัด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-071123/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Nov 2023 08:53:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ระยอง]]></category>
		<category><![CDATA[ปรัชญา สมะลาภา]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อภิชาต ทองอยู่]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ประภาภัทร นิยม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิโรฒน์ ชมภู]]></category>
		<category><![CDATA[กิตติพงค์ อุตตมะเวทิน]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.จักรกฤษณ์ เสณีตันติกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=74302</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในแต่ละพื้นที่นั้นล้วนแตกต่างด้วยพื้นเพและเหตุปัจจัยในก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-071123/">ระยองในศตวรรษใหม่ พัฒนาคน พัฒนาการศึกษา สร้างพื้นที่นวัตกรรมทั้งจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในแต่ละพื้นที่นั้นล้วนแตกต่างด้วยพื้นเพและเหตุปัจจัยในการรวมตัวกันของผู้คน หลากหลายด้วยต้นทุนทรัพยากร สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ดังนั้นแนวทางการพัฒนาจึงต้องมีความหลากหลายตามแต่ละบริบท</p>



<p>เช่นเดียวกัน “ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจึงไม่อาจแก้ไขจัดการได้ด้วยสูตรสำเร็จเพียงหนึ่งเดียว”</p>



<p>ข้อความนี้เป็นการอธิบายความฉบับย่อของ ‘โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ’ (Area-based Education: ABE)<strong> </strong>ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ทำงานร่วมกับพื้นที่นำร่อง เพื่อย่อส่วนการทำงานจากภาพใหญ่ระดับประเทศหรือระดับภูมิภาค โดยค้นหารวบรวมความรู้ ประสบการณ์ ความชำนาญ รวมถึงต้นทุนทรัพยากรในพื้นที่หนึ่ง แล้วสร้างกลไกกระจายอำนาจให้แต่ละจังหวัดหรือแต่ละพื้นที่มี ‘พลังภายใน’ ในการออกแบบวิธีการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับโจทย์เฉพาะของพื้นที่นั้น ๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6acf61"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-284_PHOTO1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e9250e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-284_PHOTO2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เนื่องจากบุคลากรทางการศึกษาและคนในชุมชน คือผู้เข้าใจสภาพปัญหา คือเจ้าของเรื่อง และคือเจ้าของปัญหาที่มีทั้งเจตจำนงและบทบาทที่จะกระตุ้นคนในชุมชนให้เข้ามาขับเคลื่อนงานไปด้วยกัน</p>



<p>‘การจัดการศึกษาเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาทุนมนุษย์’ ผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่ายต้องสามารถประเมินความต้องการกำลังคนในอนาคต และพัฒนากลไกที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ด้วยการหาวิธีให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ทั้งการศึกษากระแสหลัก การศึกษาทางเลือก โดยผู้ที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้นี้จะต้องยืนหยัดด้วยตนเองได้ในระยะยาว และต้องหาจุดเริ่มต้นให้ตรงเป้า แล้ว ‘ต่อจุด’ เชื่อมโยงให้แต่ละส่วนเกิดการทำงานบูรณาการร่วมกัน</p>



<p>บทความนี้ขอชวนทุกท่านลงพื้นที่สำรวจ การระดมความคิดเพื่อต่อจุดการทำงาน ABE จังหวัดระยอง ในวาระ ‘การเตรียมทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์และความพร้อมของคนระยองในศตวรรษใหม่’ ว่าในฐานะพื้นที่เศรษฐกิจและเป็นศูนย์กลางภาคอุตสาหกรรมบนพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศไทย และมีรายได้ประชากรต่อหัว (GPP) สูงที่สุดในประเทศ ด้วยต้นทุนนี้ คนระยองจะมีแนวทางนำพาประชากรทุกช่วงวัยอย่างไร เพื่อให้โอกาสกระจายถึงทุกคนถ้วนหน้าและสามารถพัฒนาทุนมนุษย์ขึ้นมาเป็นแรงงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ในระยะยาว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เปลี่ยนโรงเรียนทั้งจังหวัดให้ไปในทางเดียวกัน</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3be161"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-284_PHOTO3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ปรัชญา สมะลาภา รองประธานสภาหอการค้าไทย </strong>กล่าวว่า ภาพรวมที่ทุกคนควรเห็นร่วมกันคือ ภาคอุตสาหกรรมในวันนี้ไม่ได้มีหน้าตาเหมือนเดิมอีกแล้ว เราผ่านพ้นยุคสมัยของอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานขับเคลื่อนสู่อุตสาหกรรมที่ต้องการกำลังคนคุณภาพสูง มีทักษะการทำงานในโลกยุคใหม่ โจทย์การศึกษา ณ ตอนนี้ จึงควรเริ่มด้วยคำถามว่า ‘เราจะสอนอะไร’ เพื่อให้เด็กนำไปใช้ได้ในอนาคต ภายใต้การเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วขององค์ความรู้&nbsp;</p>



<p>บทเรียนหนึ่งที่น่าสนใจคือ ประเทศที่พัฒนาด้านการศึกษาอย่างก้าวกระโดดจนก้าวสู่ความเป็นเลิศได้ ล้วนนำความรู้และเทคโนโลยีจากต้นแบบมาต่อยอด ดังนั้นเราสามารถเรียนรู้แนวทางจากต้นแบบแล้วสังเคราะห์ส่วนที่ใกล้เคียงและจำเป็นกับพื้นที่ของเรา เพราะถ้าเริ่มต้นทุกอย่างใหม่ด้วยตัวเองทั้งหมดก็เป็นไปได้ว่าอาจเดินไปผิดทาง กว่าจะตั้งหลักกลับมาได้ เราต้องสูญเสียโอกาส เวลา และทรัพยากรจำนวนนับไม่ถ้วน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1df927"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-284_PHOTO4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ปรัชญา สมะลาภา รองประธานสภาหอการค้าไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“ส่วนเรื่องกลไกการพัฒนาคน เราอาจ<strong>ต้องเริ่มเซ็ตจากศูนย์ แล้วช่วยกันทลายกรอบที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา เช่น ถ้าจะทำโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรม ก็ต้องเปลี่ยนโรงเรียนทั้งจังหวัดให้ไปในทางเดียวกัน ทำให้ระยองเป็นพื้นที่ทดลองเต็มตัว</strong> และต้องช่วยให้ครูทำงานได้โดยสอดคล้องกับความก้าวหน้าในอาชีพด้วย&nbsp;</p>



<p>“อีกเรื่องคือต้องเติมบุคลากรให้ตรงจุดที่ขาดและทำให้ความรู้คงอยู่ในพื้นที่ ลดการเคลื่อนย้ายของครู โดยมีแต้มต่อให้ครูในภูมิลำเนาได้บรรจุก่อน เหล่านี้คือส่วนหนึ่งที่ผมมองว่า ถ้าทุกฝ่ายร่วมกันคิด ร่วมหาทางทำให้ดีขึ้น เราจะสามารถปลดล็อกข้อจำกัดและเดินไปในแนวทางเดียวกันทั้งจังหวัด แล้วระยองจะเป็นจังหวัดแรก ๆ ของประเทศไทย ที่ปฏิรูประบบการศึกษาใหม่ได้สำเร็จ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ดึงภาคอุตสาหกรรม ผลิตคนรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ed956d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-284_PHOTO5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) </strong>กล่าวว่า ก่อนที่จะเดินหน้าไปด้วยกัน เราต้องมีแผนพัฒนาเมืองที่สัมพันธ์กับการพัฒนาบุคลากร เมื่อเหลียวมองดูว่าทุนมนุษย์ของเราเป็นอย่างไร สิ่งที่พบคือเรามีคนจำนวนมากที่ชำนาญทักษะอนาล็อก ขณะที่โลกไปถึงดิจิทัลแพลตฟอร์มหมดแล้ว ดังนั้นโจทย์จึงเป็นเรื่องการผลิตคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ในการขับเคลื่อนเทคโนโลยี&nbsp;</p>



<p>“การพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ EEC (Eastern Economic Corridor) หรือ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เราได้ไป<strong>ดึงภาคอุตสาหกรรมเข้ามาช่วยพัฒนาระบบการศึกษา เพื่อผลิตคนตามโจทย์ความต้องการของภาคแรงงาน โดยสถาบันการศึกษาและสถานประกอบการจะทำหลักสูตรและพัฒนาคนไปด้วยกัน </strong>ในโปรเจกต์ชื่อ EEC Type A”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ccaa24"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-284_PHOTO6.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงาน<br>ประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากร EEC HDC</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ส่วนการจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเด็กและเยาวชน และแรงงานนอกระบบ มีการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นที่มหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกแบบการศึกษาในรูปแบบใหม่ โดยเข้าไปเรียนรู้จากภาคอุตสาหกรรม ทำให้ครูอาจารย์ได้เติมความรู้ใหม่และสามารถปรับตัวให้ทันต่อความเร็วของการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมโลก</p>



<p>“การจะ Upskill หรือ Reskill เราต้องเชื่อมกับภาคอุตสาหกรรมที่เป็นศูนย์กลางขององค์ความรู้ รวมถึงเตรียมพื้นฐานระดับมัธยมและประถมศึกษาให้สอดรับ ประการแรกคือ เด็กและเยาวชนใน 874 โรงเรียน ในเขต EEC ต้องเรียนอย่างน้อย 3 ภาษา คือภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาธุรกิจ เช่น ภาษาจีน ญี่ปุ่น หรือฝรั่งเศส&nbsp;</p>



<p>“ประการที่สอง ต้องเรียน STEM (Science, Technology, Engineering and Mathematics) และประการที่สามคือ เรียน Coding (การเขียนชุดคำสั่งหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในรูปแบบโค้ด) ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่ EEC เรามีเด็ก 130,000 กว่าคน ที่ได้รับการพัฒนาในแนวทางดังกล่าว ร่วมกับ 17 มหาวิทยาลัย และ 20 สถาบันอาชีวศึกษา สิ่งเหล่านี้เราจะเอามาขยายผลต่อ เพื่อสร้างแนวทางพัฒนาระยะยาวที่เด็กและเยาวชนทุกคนเข้าถึงได้”&nbsp;</p>



<p>ดร.อภิชาติ กล่าวถึงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ว่า ข้อดีของพื้นที่ EEC คือสามารถกำหนดนโยบายได้อย่างเป็นอิสระ ผ่านกฎหมายในพื้นที่ EEC ที่ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ซึ่งสิทธิพิเศษตรงนี้ทำให้พื้นที่มีความคล่องตัว และสร้างความเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทุ่มทรัพยากรลงไปให้ถูกจุด</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3b1790"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-284_PHOTO7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รองศาสตราจารย์ประภาภัทร นิยม อธิการบดีสถาบันอาศรมศิลป์ ผู้แทนคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรม </strong>กล่าวว่า การเซ็ตเป้าหมายแล้วพุ่งไปตรง ๆ ทำให้ออกแบบกระบวนการง่าย เร็ว และตรงกับนิเวศของการพัฒนา ระยองจึงต้องกระโดดออกมาและสร้างกลไกเอง</p>



<p>“ระยองมีขนาดพอ ๆ กับประเทศสิงคโปร์ แต่เรามีทรัพยากรมากกว่า เราสามารถตามรอยสิงคโปร์ในการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อให้มนุษย์ไปเปลี่ยนแปลงการพัฒนาเมือง เราจึงก่อตั้งสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง หรือ RILA (Rayong Inclusive Learning Academy) ขึ้น เพื่อมาแตะมือช่วยกันหารูปแบบการจัดการศึกษาที่แตกต่างออกไป และรองรับความหลากหลาย สิ่งที่การศึกษาต้องทำให้เกิดคือ ความรู้ในด้านที่ควรจะเป็น เช่น คณิตศาสตร์ ภาษา วิทยาศาสตร์ และดิจิทัล ความรู้เหล่านี้ต้องไปให้ถึงมาตรฐานสากล ซึ่ง RILA จะเป็นผู้ประสานให้เกิดแนวทางจากต้นทุนที่เรามี เป็นการทำงานแนวราบไปด้วยกัน สร้างแพลตฟอร์มใหม่ ๆ ในการเรียนรู้ด้วยกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ba3d98"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-284_PHOTO8.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ประภาภัทร นิยม อธิการบดีสถาบันอาศรมศิลป์<br>ผู้แทนคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สำหรับการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ คือการ<strong>เซ็ตเป้าหมายตามทิศทางโลก แต่ทำงานย่อลงในระดับจังหวัด ทำให้รู้ว่าต้องวางเป้าหมายตรงไหน ใช้วิธีใด ทำกับใครแล้วได้ผลเร็วที่สุด</strong> เพราะถ้าเราทุ่มเวลา บุคลากร พลังงาน และทรัพยากรถูกจุด เลือกทำในจุดที่มีความเป็นไปได้ของความสำเร็จสูง มีองค์ประกอบพอ หลังจากนั้นเราจะรู้เองว่าควรเดินไปทางไหน”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>พัฒนาหลักสูตรให้พอดีกับเด็กทุกคน</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cfec9e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-284_PHOTO9.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.วิโรฒน์ ชมภู คณะอนุกรรมการด้านส่งเสริมการบริหารวิชาการ ในคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดระยอง </strong>กล่าวว่า เมื่อโลกเข้าสู่ยุค Disruption ความรู้อยู่ในมือถือของทุกคน การศึกษาจึงมีการพัฒนารูปแบบเป็น Facilitator หรือ ‘อำนวยการเรียนรู้’ ที่ครูต้องเปลี่ยนจากการเป็น ‘เจ้าขององค์ความรู้’ มาเป็นผู้ดูแลกระบวนการเรียนรู้ สร้างความเข้าใจเนื้อหาและช่วยให้ผู้เรียนวิเคราะห์สังเคราะห์ความรู้ไปใช้งาน</p>



<p>“ในภาพใหญ่ของการศึกษาจังหวัดระยอง เราต้องพัฒนาหลักสูตรที่เน้นทักษะพื้นฐานของมนุษย์ อะไรที่ไม่ใช้ก็เอาออก อะไรที่จำเป็นเราต้องบูรณาการให้เกิดการเรียนรู้จริง ไม่ใช่ห้อยไว้ในตัวชี้วัดแบบเสียไม่ได้ ทักษะการคิดสร้างสรรค์ต้องเพิ่มชั่วโมงให้มากกว่าเดิม ไม่ใช่โยนความรู้อย่างเดียว 1,200 ชั่วโมงเต็ม ซึ่งมันสวนทางกับการพัฒนาทักษะสมองของเด็ก หมายถึง<strong>หลักสูตรการศึกษาต้องพัฒนาให้พอดีกับเด็ก เพราะเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน หลักสูตรต้องดีพอรองรับพรสวรรค์ของเด็กรายคน เพื่อให้เด็กมุ่งตรงสู่ความสำเร็จตามความถนัดของตัวเอง</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b2acf0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-284_PHOTO10.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.วิโรฒน์ ชมภู คณะอนุกรรมการด้านส่งเสริมการบริหารวิชาการ<br>ในคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดระยอง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การจัดการเรียนรู้วันนี้ต้องมีนวัตกรรมที่หลากหลายรองรับ มี Learning Style หลายแบบ ทุกคนไม่ต้องเรียนเหมือนกัน รูปแบบเดียวกัน หัวใจสำคัญคือการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารต้องย้อนดูว่า EEC ต้องการอะไร ทักษะพื้นฐานเปลี่ยนไปแค่ไหนแล้วจากการศึกษาในโลกยุคเก่า แล้วหลักสูตรของจังหวัดเราต้องแข็งแรงถึงขนาดที่ถ้ามีครูใหม่ย้ายเข้ามาในระยอง จะต้องมาปรับพื้นฐานก่อนถึงจะทำงานได้ เพื่อให้เข้าใจตรงกันว่าทิศทางการศึกษาของระยองเป็นแบบใด”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เปลี่ยนวิทยาลัยเป็นสถานประกอบการ</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-716c26"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-284_PHOTO11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>กิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผู้อำนวยการสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดระยอง </strong>กล่าวว่า การพัฒนาทุนมนุษย์ต้องไม่ใช่แค่ทำให้มีความรู้และทักษะวิชาชีพ แต่ต้องมองถึงการก่อรายได้ เพราะนี่คือความมั่นคงของการดำรงชีวิต ทัศนคติสำคัญในโลกการศึกษาและการทำงานในปัจจุบันคือ การพัฒนาศักยภาพกำลังคนในระยะยาว เราจะรอให้เด็กจบมหาวิทยาลัยไม่ได้ ดังนั้นสถานประกอบการต้องช่วยระบุความต้องการแรงงานที่จะทำงานได้จริง และมีส่วนร่วมจัดทำหลักสูตรเพื่อพัฒนาแผนการเรียนรู้รายบุคคล</p>



<p>“<strong>สิ่งที่อาชีวศึกษาทำแล้วคือ การเปลี่ยนวิทยาลัยให้เป็นสถานประกอบการ มีการเปิดศูนย์ยานยนต์ให้คนทั่วไปเข้ามาใช้บริการ มีนักศึกษาระดับ ปวช. 2-3 ทำงานจริง ส่วนระดับ ปวส. จะมีสถานประกอบการมาช้อนเด็กไปฝึกงาน เป็นการเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย </strong>เด็ก ปวส. ไปฝึกงานบางที่มีรายได้เดือนละ 20,000 พออายุ 18 เรียนจบบรรจุทำงานต่อทันที นี่คือการจัดการศึกษาแบบ Work-integrated Learning (WIL) เพื่อบูรณาการการทำงานกับการเรียนไปด้วยกัน ผู้เรียนจึงได้รับทั้งประสบการณ์และรายได้ มีแผนการเรียนและการถอดบทเรียนรายบุคคล</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-798d9c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-284_PHOTO12.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ซ้าย) กิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผู้อำนวยการสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดระยอง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“นอกจากนี้ ภาคอาชีวศึกษายังผลักดันเรื่องการนำเด็กนอกระบบกลับมาสู่การเรียนรู้อีกครั้ง โดยร่วมกับ พมจ.ระยอง (สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด) และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดการศึกษาที่มุ่งพัฒนาทักษะอาชีพส่งเข้าสถานประกอบการและเชื่อมโยงไปถึงการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา นี่คือการที่ทุกภาคส่วนมาช่วยกันจัดการทรัพยากรซึ่งระยองมีพร้อม เพื่อจัดการศึกษาที่เหมาะสม และอาชีวศึกษาจะเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานต่อไป”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สร้างทักษะเรียนรู้ตลอดชีวิต ก้าวทันเทคโนโลยี และความเปลี่ยนแปลง</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f979f9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-284_PHOTO13.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รองศาสตราจารย์ ดร.จักรกฤษณ์ เสณีตันติกุล รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง</strong> กล่าวว่า ภาคอุดมศึกษาระยองได้สำรวจภาควิชาที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการพัฒนาพื้นที่ EEC พบว่ามี 3 คณะสำคัญที่รองรับการพัฒนาทุนมนุษย์ตามโจทย์การพัฒนาพื้นที่ ได้แก่ คณะบริหารธุรกิจ คณะวิทยาศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ที่จะผลิตกำลังคนรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ (New S-curve) นอกจากนี้ยังมีศูนย์พัฒนาการทรัพยากรมนุษย์ที่มุ่งพัฒนาความรู้ด้านยานยนต์และระบบอัตโนมัติ โดยการเรียนการสอนจะเน้นสร้างทักษะ ทุกหลักสูตรสอนโดยครูจากภาคอุตสาหกรรมโดยตรง และมีการเรียนรู้ในสถานประกอบการร่วมด้วย</p>



<p>“หลักการสำคัญคือผู้เรียนจะต้องตระหนักได้ว่า <strong>มหาวิทยาลัยเป็นเพียงปราการด่านสุดท้ายก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ดังนั้นผู้เรียนต้องมีทักษะต่อยอดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ก้าวทันต่อเทคโนโลยีและความต้องการกำลังคนในทุกความเปลี่ยนแปลง </strong>เราจึงมีครูภาคอุตสาหกรรมที่คอยอัพเดทเทคโนโลยีทุกปี มีสหกิจศึกษาคอยติดตามดูว่านักศึกษาจบไปแล้วเป็นอย่างไร แล้วนำข้อมูลกลับมาปรับพัฒนาหลักสูตร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6de37f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-284_PHOTO14.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.จักรกฤษณ์ เสณีตันติกุล รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ<br>คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ<br>วิทยาเขตระยอง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สิ่งสำคัญที่อยากฝากไว้คือ การพัฒนาเด็กแรกเกิดถึง 7 ขวบ เพราะเป็นช่วงของการพัฒนาบทบาท (New Role) ที่จะส่งผลต่อการเรียนในระดับสูงต่อไป ซึ่งเราอาจต้องเทงบประมาณลงไปที่ทุนมนุษย์ในช่วงวัยนี้อย่างเต็มที่ เพราะถ้าเริ่มต้นมาดี การพัฒนาในช่วงกลางจะทำได้เร็วและเมื่อถึงปลายทางก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดีตามไปด้วย”</p>



<p>ทั้งหมดนี้คือบทเรียนหนึ่งของการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อทุกภาคส่วนมองไปยังเป้าหมายเดียวกันและขยับตัวไปพร้อมกันทั้งจังหวัด ระยองจึงหลุดพ้นจากรูปแบบวิธีการเดิม ๆ ที่ต้องพึ่งพิงนโยบายจากส่วนกลาง หรือเป็นนโยบายแบบ ‘บนลงล่าง’ มาสู่การส่งต่องานกันในแนวระนาบ ‘ล่างสู่ล่าง’ และจะเป็นต้นทางของการค้นพบโมเดลการทำงานหรือนวัตกรรมการศึกษารูปแบบใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์การพัฒนาคน เพื่อประกอบอาชีพและใช้ชีวิตได้ตามบริบทความแตกต่างหลากหลายของพื้นที่และตามเจตนารมณ์ของคนคนหนึ่งได้จริง</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-071123/">ระยองในศตวรรษใหม่ พัฒนาคน พัฒนาการศึกษา สร้างพื้นที่นวัตกรรมทั้งจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
