<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดร.สมพร เพชรสงค์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%94%E0%B8%A3-%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 16 Jun 2023 07:39:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ดร.สมพร เพชรสงค์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. ถอดบทเรียนการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ระยอง-สุราษฎร์ธานี ปั้นต้นแบบ ‘สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย’ และ ‘สมัชชาการศึกษาจังหวัด’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-070623-3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jun 2023 07:19:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[NEETs]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม]]></category>
		<category><![CDATA[สมศักดิ์ พะเนียงทอง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[กำธร เวหน]]></category>
		<category><![CDATA[สมัชชาการศึกษาจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย]]></category>
		<category><![CDATA[RAYONG INCLUSIVE LEARNING ACADEMY]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สมพร เพชรสงค์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=68617</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 ณ โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ จังหว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-070623-3/">กสศ. ถอดบทเรียนการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ระยอง-สุราษฎร์ธานี ปั้นต้นแบบ ‘สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย’ และ ‘สมัชชาการศึกษาจังหวัด’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 ณ โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ จังหวัดระยอง <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ #EP 3 <strong>‘กลไกระดับพื้นที่ &#8230;กับการลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา’</strong> โดยมีเครือข่ายคณะทำงาน 12 จังหวัดต้นแบบ ร่วมรับฟังกระบวนการทำงานและผลลัพธ์จากการดำเนินงาน <strong>‘โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ’</strong> พื้นที่จังหวัดระยองและจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรมร่วมองค์กรภาคีเครือข่าย และแลกเปลี่ยนแนวทางในการดำเนินงานการจัดการศึกษาในระดับพื้นที่เพื่อยกระดับให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>



<p>นอกจากนี้ยังได้ร่วมกันลงพื้นที่เรียนรู้ดูงาน ‘กลไกระดับตำบลกับการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดระยอง’ เพื่อรับฟังมุมมองการทำงานเชิงพื้นที่จากภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดระยอง สถานศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และภาคเอกชนต่าง ๆ ในจังหวัดระยองที่มีส่วนร่วมขับเคลื่อนงาน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-db64c4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/15-ABE-EP3-ระยอง-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ปิดท้ายด้วยกิจกรรม ‘พื้นที่ชวนคิด: บ้านเขาบ้านเรา’ โดยแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานระหว่าง 12 จังหวัด เพื่อสังเคราะห์จุดแข็งและถอดบทเรียนความสำเร็จในการทำงานของพื้นที่จังหวัดระยองและจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมเปรียบเทียบทุนภายในของแต่ละจังหวัด ก่อนนำไปสู่การปรับใช้และพัฒนากลไกทำงานที่เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทพื้นที่&nbsp;</p>



<p><strong>นายกำธร เวหน ปลัดจังหวัดระยอง</strong> กล่าวว่า จังหวัดระยองมีความยินดีที่ได้เป็นพื้นที่ทำงานในโครงการสำคัญนี้ ซึ่ง กสศ. มีบทบาทในการรวบรวมเอาหน่วยงานระดับหัวกะทิของประเทศไทยมาร่วมระดมความคิดและทรัพยากร เพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนผู้ขาดแคลนโอกาสให้เข้าถึงการศึกษาและพัฒนาตนเองในระดับที่สูงขึ้น โดยจังหวัดระยองเป็นพื้นที่เป้าหมายในการพัฒนาหลายด้าน ด้วยทรัพยากรภายในและสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ทั้งพื้นที่ภูเขา แม่น้ำ ทะเล เกาะแก่ง สวนผลไม้ รวมถึงมีเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และจะมีสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาในจังหวัดชลบุรีเตรียมเปิดใช้งานในอนาคตอันใกล้ ระยองจึงเป็นพื้นที่สำคัญในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจทั้งคนไทยและต่างประเทศ&nbsp;</p>



<p>“ดังนั้นถือเป็นโจทย์ท้าทายที่จังหวัดระยองต้องมีการเตรียมการให้เด็กและเยาวชน คนในพื้นที่ รวมถึงภาคเอกชนและแรงงานภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้มีแนวคิดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการพัฒนาจังหวัดระยอง เพื่อเป็นพื้นที่ที่พร้อมรองรับความเจริญก้าวหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a92cf0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/15-ABE-EP3-ระยอง-20.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายกำธร เวหน ปลัดจังหวัดระยอง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ #EP 3 ‘กลไกระดับพื้นที่ &#8230;กับการลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา’ ครั้งนี้ สืบเนื่องจาก กสศ. ในฐานะองค์กรเชื่อมประสานหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งดำเนินงานต่อเนื่องมากว่า 5 ปี ร่วมกับองค์กรหลักคือองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง โดยมีจุดมุ่งหมายให้เด็กและเยาวชนในจังหวัด และประชากรวัยแรงงานในพื้นที่ได้รับการพัฒนาทางด้านการศึกษา เป็นการวางรากฐานทรัพยากรมนุษย์ให้เข้มแข็ง เพื่อต่อยอดไปสู่การพัฒนาด้านอื่น ๆ&nbsp;</p>



<p>“ในนามตัวแทนพี่น้องประชาชนจังหวัดระยอง ขอขอบคุณ กสศ. และภาคีเครือข่ายคณะทำงานการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทั้ง 11 จังหวัด ที่เห็นความสำคัญของจังหวัดระยอง และพร้อมร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งกับจังหวัดระยอง รวมถึงสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-12643f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ดร.ซุกรี-หะยีสาแม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม อนุกรรมการจัดการศึกษา<br>เชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รองศาสตราจารย์ ดร.ซุกรี หะยีสาแม อนุกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กสศ.</strong> กล่าวถึงกลไกจังหวัดกับแนวทางการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่ว่า การลงพื้นที่เยี่ยมชมการทำงานในพื้นที่ต้นแบบทำให้ได้เห็นภาพของความมุ่งมั่นแก้ปัญหาด้านการศึกษา หากมองเฉพาะตัวเลขสถิติในพื้นที่จังหวัดระยอง จะเห็นว่าเป็นจังหวัดที่มีระดับรายได้ต่อประชากรสูงอย่างต่อเนื่องยาวนาน ด้วยความเป็นเมืองท่องเที่ยวและเป็นฐานของภาคอุตสาหกรรมการผลิตขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันข้อมูลอีกด้านหนึ่งกลับพบว่า มีเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่หลุดจากระบบการศึกษา ข้อมูลนี้น่าสนใจว่าแม้ในพื้นที่จะมีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ แต่การกระจายความเสมอภาคทางการศึกษาก็ยังคงไม่อาจดำเนินได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งเมื่อเวลาผ่านไป ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ก็ยังไม่มีแนวโน้มลดลง แต่กลับรุนแรงและมีรูปแบบเปลี่ยนแปลงไปตามความเลื่อนไหลทางสังคมที่ซับซ้อน</p>



<p>“หนึ่งในลักษณะปัญหาที่เกิดขึ้นกับจังหวัดเศรษฐกิจเช่นระยอง คือแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของกลุ่มที่เรียกว่า NEETs (Not in Education, Employment or Training) หมายถึงเยาวชนอายุ 15-24 ปี ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา การทำงาน หรือการฝึกอบรม ซึ่ง กสศ. พยายามผลักดันให้การจัดการปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นหนึ่งในภารกิจระดับพื้นที่ โดยให้แต่ละจังหวัดเป็นเวทีหรือสนามทำงานบนฐานความคิดที่ว่า คนในพื้นที่ย่อมเข้าใจปัญหาของเด็กและเยาวชนในพื้นที่มากที่สุด และสามารถเป็นผู้แก้ปัญหาได้ตรงตามบริบทที่สุดด้วยการออกแบบวิธีการของตนเอง ซึ่งจะมีผลสัมฤทธิ์มากกว่าการกำหนดนโยบายจากส่วนกลางเพียงฝ่ายเดียว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1cd084"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/15-ABE-EP3-ระยอง-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“หลักการของโครงการคือทำให้เด็กและเยาวชนในกลุ่มที่ขาดแคลนโอกาส 15 เปอร์เซ็นต์ล่างสุดของประเทศ เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา เพื่อเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตและเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองคุณภาพ ซึ่งหลังจากการทำงานโครงการผ่าน 12 จังหวัดต้นแบบมาตั้งแต่ปี 2562 เราพบว่าการทำงานเชิงพื้นที่โดยสร้างเครือข่ายจากภายในทำให้เกิดแนวทางใหม่ ๆ เป็นทั้งการเปิดโลกทัศน์ ก่อร่างทัศนคติของการทำงานร่วมกัน เป็นภาพของการร่วมงานแบบ 360 องศา ที่มีหน่วยงานและภาคประชาชนทุกกลุ่มก้อน ไม่ว่ารัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา เป็นแกนขับเคลื่อนงาน ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล เพื่อค้นหาเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา มีกลไกส่งต่อเป็นลำดับตามความชำนาญของแต่ละหน่วยงาน จนสามารถประคองน้อง ๆ เหล่านี้ให้กลับสู่ระบบและไปต่อบนเส้นทางการศึกษาได้ โดยไม่ยึดติดเพียงวิธีการใดหนึ่งเพียงวิธีเดียว”&nbsp;</p>



<p><strong>รศ.ดร.ซุกรี </strong>กล่าวอีกว่า เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ #EP 3 ครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญที่เครือข่ายคณะทำงานทุกภาคส่วน จะมาร่วมกันรับฟังการทำงานของจังหวัดระยองและสุราษฎร์ธานีที่มีรูปแบบน่าสนใจแตกต่างกัน โดยผลของการพบกันในวันนี้จะทำให้เกิดการแตกแขนงของการสร้างและพัฒนากลไกทำงานที่มีคุณภาพ บนความเหมาะสมตามแต่ทรัพยากรและลักษณะเฉพาะของแต่ละจังหวัด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-62f3b4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/15-ABE-EP3-ระยอง-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ผลการทำงานที่เด่นชัดที่สุดของระยองและสุราษฎร์ธานี คือการช่วยกันภายในเครือข่ายเพื่อเสริมจุดแข็งและลดจุดอ่อนของแต่ละหน่วยงาน โดยมีเด็กและเยาวชนเป็นเป้าหมายร่วมกัน และใช้วิธีการสื่อสารพูดคุยที่ไม่เป็นทางการเข้ามาเป็นแนวทางหลัก จนเกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ลงลึก ประณีต เป็นการมองเด็กคนหนึ่งเป็นหนึ่งชีวิต เป็นหนึ่งรูปแบบปัญหา และจากนั้นจึงร่วมกันหาแนวทางเฉพาะ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสอย่างเสมอภาค”&nbsp;</p>



<p><strong>อนุกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กสศ.</strong> กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการทำงานระดับพื้นที่ คือ 1. ระบบข้อมูลที่แม่นยำทันสมัย เป็นข้อมูลเฉพาะที่ชัดเจนเป็นรายคน 2. การเชื่อมโยง ‘ทุน’ ในพื้นที่ ทั้งสถานที่ บุคลากร หน่วยงาน ฯลฯ จนเกิดเป็นระบบนิเวศครอบคลุมการทำงานในทุกมิติ 3. สร้างกลไกที่มีความหลากหลายด้านศักยภาพการทำงาน และมีเป้าหมายงานอยู่ที่เด็กและเยาวชนเป็นตัวตั้ง 4. ความยืดหยุ่นหรือความสามารถในการปรับตัว ไม่ยึดติดกับลักษณะที่เป็นทางการทั้งหมด แต่สามารถผสานทั้งการปฏิบัติตาม ‘กฎเกณฑ์’ และการใช้ ‘หัวใจ’ ทำงานเข้าไว้ด้วยกัน และ 5. ความสามารถของคณะทำงานที่จะทำให้แผนงานที่วางไว้เกิดเป็นรูปธรรมได้จริง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-46c3b1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/15-ABE-EP3-ระยอง-19.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายสมศักดิ์ พะเนียงทอง ประธานอนุกรรมการ<br>ด้านนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการติดตามประเมินผล<br>รักษาการ ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายสมศักดิ์ พะเนียงทอง ประธานอนุกรรมการด้านนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการติดตามประเมินผล รักษาการ ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง </strong>กล่าวว่า ระยองเป็นเมืองที่มีความเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และรับผลจากความเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายมาตลอด คำถามคือเมื่อมีสิ่งใหม่เข้ามาครอบทับหรือปะทะเข้ากับต้นทุนเดิมที่จังหวัดระยองมีอยู่ ทำให้เกิดความท้าทายในการวางแนวทางพัฒนาเมืองที่เหมาะสม ว่าทำอย่างไรคนระยองถึงจะสามารถรับสิ่งใหม่ รักษาสิ่งเดิม เพื่อเติบโตเป็นเมืองทันสมัยและน่าอยู่&nbsp;</p>



<p><strong>นายสมศักดิ์</strong> กล่าวต่อว่า คนระยองตระหนักว่าไม่มีใครเข้าใจบริบทและความต้องการของคนในพื้นที่ได้ดีเท่ากับคนในพื้นที่เอง และมีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า การศึกษาจะเป็นพื้นฐานของการสร้างเมืองในอนาคต ทุกภาคส่วนต่าง ๆ ในจังหวัดจึงหารือร่วมกันเพื่อกำหนดเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และวางแผนจัดการศึกษาในจังหวัดของตนเอง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d9fccb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/15-ABE-EP3-ระยอง-11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เพื่อขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ร่วมกัน จังหวัดระยองจึงจัดตั้ง ‘สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง’ หรือ ‘RILA: RAYONG INCLUSIVE LEARNING ACADEMY’ ขึ้น โดยมี อบจ.ระยอง และมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาจังหวัดระยอง เป็นองค์กรหลักสนับสนุนการดำเนินงาน โดยบทบาทหลักของ RILA คือรวบรวมองค์ความรู้ งานวิจัย และเชื่อมประสานกับภาคีเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งในและนอกพื้นที่ เพื่อสานพลังจัดการศึกษาสำหรับคนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย และสร้างกลไกทำงานลงไปสู่ระดับตำบล</p>



<p>“เราเชื่อว่าการศึกษาเป็นเรื่องที่มีคนให้ความสนใจ มีคนกำลังขับเคลื่อน และมีคนที่มีใจอยากเข้ามาทำงานร่วมกันเป็นจำนวนมาก ประเด็นสำคัญคือเมื่อมองลงไปในระดับพื้นที่ คนเหล่านี้กลับหากันไม่เจอ จึงไม่เกิดการกำหนดแผนหรือแนวทางร่วมกัน ฉะนั้นงานแรกที่ต้องทำเกี่ยวกับการศึกษาเชิงพื้นที่หรือการศึกษาจังหวัด คือ ‘ทำแผนร่วม’ เพื่อให้ทุกคนเห็นทิศทาง และสร้างกลไกที่มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน แล้วจึงไปต่อที่การแสวงหาคนที่มีความคิดแบบเดียวกัน คนที่มีความรู้ มีทรัพยากร และมีความเชื่อเดียวกันจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ มาร่วมกำหนดยุทธศาสตร์”</p>



<p>ทั้งนี้ จังหวัดระยองได้มีมติร่วมกันเรื่อง ‘การจัดการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัย’ โดยยึดหลักเท่าเทียม ทั่วถึง สมดุล เท่าทัน เพื่อให้ระยองเป็นเมืองทันสมัยน่าอยู่โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และไปสู่การเป็นต้นแบบการทำงานพัฒนากำลังคน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของชาติ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-face04"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/15-ABE-EP3-ระยอง-23.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“จุดเริ่มต้นการทำงานเชิงพื้นที่จังหวัดระยอง เราทำงานผ่านคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด หรือ กศจ. โดยผลักดันขอบเขตการทำงานด้านการศึกษาเพื่อให้เกิด ‘การศึกษาตลอดชีวิต’ และสร้างแนวคิดร่วมกันทุกหน่วยงานโดยมี อบจ.ระยอง เป็นแกนกลาง เมื่อมีแผนงานชัดเจน ทุกฝ่ายจึงเดินหน้าพร้อมกันอย่างมีระบบ มีพันธกิจชัดเจน มีการตั้งศูนย์ประสานงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ มีการกระจายอำนาจที่ยึดหลักว่าต้องมีองค์ความรู้เพียงพอ&nbsp;</p>



<p>“นี่คือเหตุผลที่ระยองต้องมีสถาบัน RILA เป็นสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาเมือง เพราะนอกจากเรื่องการศึกษาแล้ว การกำหนดทิศทางสำหรับเมืองที่มีพลวัตสูงเช่นจังหวัดระยอง เราต้องมีทั้งกระบวนการและองค์ความรู้ที่หลากหลาย มีการนำไปใช้และถอดบทเรียนต่อเนื่อง และในท้ายที่สุดการจะทำงานให้สำเร็จได้ ไม่ใช่แค่มีแผนงาน มีบุคลากร หรือมีต้นทุนเท่านั้น แต่ยังต้องมีการประสานงานที่ดีเพื่อเชื่อมร้อยงานในทุกระดับ ซึ่งเป็นอีกบทบาทหนึ่งของสถาบัน RILA ส่วนการรวบรวมต้นทุนภายในจังหวัด ได้มีการจัดตั้งมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาจังหวัดระยองเป็นผู้รับผิดชอบภารกิจ เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถจัดสรรทรัพยากรเพื่อดูแลคนทุกช่วงวัยได้อย่างต่อเนื่อง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-172cbf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/15-ABE-EP3-ระยอง-17.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.สมพร เพชรสงค์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงาน<br>โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ จังหวัดสุราษฎร์ธานี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.</strong><strong>สมพร เพชรสงค์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ จังหวัดสุราษฎร์ธานี </strong>กล่าวว่า การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีเกิดจากระดมความคิดของผู้สนใจการศึกษากลุ่มหนึ่ง ที่ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการจัดการศึกษาตามความคาดหวัง จนเกิดการรวบรวมเพื่อนสมาชิกเข้ามาเพิ่มเติม และในที่สุดวิสัยทัศน์ร่วมในวันนั้นจึงได้สร้างแรงกระเพื่อมไปถึง 26 หน่วยงาน และมีคณะทำงานภาคส่วนต่าง ๆ มาร่วมกันจัดตั้ง ‘สมัชชาการศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานี’ ขึ้น เพื่อสนับสนุนการทำงานโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;</p>



<p>คณะทำงานจะแบ่งออกเป็นคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนกลุ่มย่อย 6 ชุด ตามภารกิจที่ครอบคลุมทุกด้าน ได้แก่ ข้อมูลสารสนเทศ การพัฒนาทักษะอาชีพ การยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การพัฒนาครูเพื่อดูแลเด็กนอกระบบ กองทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำเพื่อสร้างพื้นที่แห่งฝัน และการพัฒนาเด็กบกพร่องทางการเรียนรู้ โดยประธานอนุกรรมการแต่ละชุด จะร่วมเป็นคณะกรรมการขับเคลื่อน และมีสำนักการศึกษาจังหวัดทำหน้าที่เป็นเลขานุการ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3eb744"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/15-ABE-EP3-ระยอง-26.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“อนุกรรมการทั้ง 6 ชุด ประกอบไปด้วยหน่วยงานราชการและภาคเอกชน เชื่อมต่อกับแผนพัฒนาจังหวัด มีทีมแกนนำลงไปพบกับนายอำเภอทุกอำเภอ เพื่อทำความเข้าใจเรื่องการจัดการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้ลงลึกถึงระดับตำบลและหมู่บ้าน สิ่งที่เกิดขึ้นคือสมัชชาที่รวมคนทำงานที่มีเป้าหมายเดียวกัน โดยทุกฝ่ายใช้ ‘สถานการณ์’ เป็นตัวตั้ง แล้วดูว่าแต่ละฝ่ายมีทรัพยากรต้นทุนใดที่จะนำมาแลกเปลี่ยนและส่งต่อกันได้ เราพบว่ากระบวนการที่ไม่เป็นทางการหรือการพบปะกันนอกรอบ กลับราบรื่นและให้ผลที่ดีกว่าการทำงานตามวาระที่กำหนดตายตัว ขณะเดียวกันการหารือกันในพื้นที่เล็ก ๆ ยังทำให้เกิดการกระจายการทำงานไปยังจุดที่มีช่องว่าง ซึ่งยังไม่มีใครทำ หรือทำแล้วยังไม่ประสบความสำเร็จ</p>



<p>“เป้าหมายใหญ่ในทำงานของจังหวัดสุราษฎร์ธานีคือ ทำให้เกิดรูปแบบ ‘One Stop Service’ หมายถึงงานต้องได้รับการจัดการให้จบในแต่ละชุดภารกิจที่ทำ โดยถือหลักไว้วางใจ เชื่อใจ และรับผิดชอบร่วมกัน รวมถึงเรื่องการเบิกจ่ายต่าง ๆ ทำให้ง่าย สะดวก รวดเร็ว คล่องตัว และต้องโปร่งใสตรวจสอบได้&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-20a378"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/15-ABE-EP3-ระยอง-27.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“กลไกที่เป็นจุดเด่นของเราคือ การใช้ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) และ กศน. (สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย) เป็นหลักในการค้นหากลุ่มเป้าหมาย และวางแนวทางการช่วยเหลือตามลักษณะปัญหา เนื่องจากมีความเข้าใจพื้นที่และมีความใกล้ชิดกับกลุ่มเป้าหมาย โดยมี พมจ. อบจ. และหน่วยงานอื่น ๆ คอยรับช่วง จนเป็นภาพตัวอย่างของเครือข่ายในพื้นที่ที่ทำงานต่างกัน แต่เป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน และมองทิศทางการทำงานไปทางเดียวกัน”</p>



<p><strong>ดร.สมพร</strong> กล่าวว่า อีกหนึ่งแนวทางขับเคลื่อนงานจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และถือเป็นหัวใจของการทำงาน Area Based Education (ABE) ใน 12 จังหวัดต้นแบบ คือการสานพลังของแต่ละภาคส่วนที่ล้วนเข้าร่วมด้วยหัวใจและจุดมุ่งหมายเดียวกัน ตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงระดับตำบล โดยเป้าหมายที่ชัดเจนและคณะทำงานที่เข้ามาร่วมงานด้วยพลังใจเป็นที่ตั้ง ทำให้เกิดโครงสร้างกลไกการทำงานที่ยั่งยืนและหลากหลาย สามารถตอบโจทย์ความต่างของพื้นที่ ตอบโจทย์เรื่องคนทำงานที่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ด้วยจุดมุ่งหมายสำคัญที่จะคงอยู่ต่อไปตลอดการทำงานคือ การช่วยกันลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพื่อพัฒนาคนและสร้างสรรค์สังคมแห่งความเสมอภาคให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-070623-3/">กสศ. ถอดบทเรียนการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ระยอง-สุราษฎร์ธานี ปั้นต้นแบบ ‘สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย’ และ ‘สมัชชาการศึกษาจังหวัด’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
