<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดร.สมคิด แก้วทิพย์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%94%E0%B8%A3-%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94-%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 15 Jun 2023 07:09:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ดร.สมคิด แก้วทิพย์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>พลังของ “การศึกษาใหม่” โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ดร.สมคิด แก้วทิพย์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-150623/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-150623</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Jun 2023 15:10:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สมคิด แก้วทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=68572</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน เกิดขึ้นจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150623/">พลังของ “การศึกษาใหม่” โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ดร.สมคิด แก้วทิพย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน เกิดขึ้นจากความเชื่อมั่นพลังอันไร้ขีดจำกัดของชุมชนว่าสร้างสรรค์ความเปลี่ยนแปลงจากฐานรากได้ สามารถเป็นพื้นที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต</p>



<p><strong>ดร.สมคิด แก้วทิพย์</strong> ผู้จัดการโครงการฯ กล่าวว่า “ผมทำงานกับ กสศ. ตั้งแต่ปี 2562 เดิมทีขับเคลื่อนงานการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพกลุ่มคนที่เปราะบาง ยากลำบาก ต่อมาก็เริ่มจัดการศึกษาใหม่ที่ส่งเสริมให้เขามีพลังลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง โดยเริ่มต้นจากสิ่งที่เขาอยากทำจริง ๆ”</p>



<p>“สังคมไทยมีคนที่ต้องเผชิญชีวิตยากลำบากอยู่มาก ในจำนวนนี้มีกลุ่มที่ถูกผลักให้ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาโดยที่ยังไม่มีโอกาสใช้ศักยภาพของตนเองเลย แต่เขาต้องหันเหไปเป็นแรงงานนอกระบบที่มีรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ กลายเป็นคนว่างงาน เป็นคนพิการที่ถูกลืม ถูกจองจำในเรือนจำ การที่จะอยู่รอดได้นั้นพวกเขาต้องได้รับโอกาสและอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน นี่คือหัวใจของงานชุมชนเป็นฐาน ดังนั้นถ้าสังคมเรากำลังแสวงหาการศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต งานชุมชนเป็นฐานคือสิ่งที่มาขับเคลื่อนตรงนี้ และนี่คือโฉมหน้าของการศึกษาใหม่”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9a5b4a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/3-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้เต็มไปด้วยทั้งความหวังและแทรกด้วยความสะเทือนใจ เมื่อเขาต้องยกตัวอย่างกลุ่มคนเปราะบางที่สั่นคลอนหัวใจคนทำงานมากที่สุด</p>



<p>จากความหนักอึ้งในระดับปัจเจก…สู่ภาพใหญ่ของสังคม<strong>&nbsp; “การศึกษาใหม่” ที่เขาพูดถึง…จะเป็นแสงสว่างท่ามกลางความสิ้นหวังนี้ได้หรือไม่ ด้านล่างนี้มีคำตอบ</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="1--%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94-"><strong>เพราะเป็นคนเปราะบางจึงเจ็บปวด</strong></h2>



<p>กรณีคนที่ไม่มีทางเลือกหนักสุดที่ผมเคยเจอ คือ เด็กพิการที่ถูกทอดทิ้ง เป็นเหมือนกลุ่มคนที่ถูกลืม พอพ่อแม่รู้ว่าลูกคลอดมาเป็นคนพิการก็เอาไปทิ้งให้อยู่ในศูนย์เด็กพิการ เมื่อเขาโตขึ้นมา ชีวิตหนักมาก ไม่รู้ที่มาและไม่มีที่ไป งานของเราคือสร้างการเรียนรู้ ไปทำให้ศูนย์พัฒนาอาชีพคนพิการสามารถเกิดเป็นหน่วยเศรษฐกิจเล็ก ๆ ที่เลี้ยงตัวเองได้ เคสที่ กสศ. ​เคยเข้าไปทำงานด้วยนี้คือศูนย์เด็กคนพิการ จังหวัดนครศรีธรรมราช เราเข้าไปเชื่อมโยงให้ศูนย์ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย ให้เด็กได้เรียนรู้เพื่อพัฒนาอาชีพ&nbsp;</p>



<p>อีกกลุ่มเปราะบางที่ทางเลือกเขาน้อย คือ เด็กวัยรุ่นในสถานพินิจ เด็กและเยาวชนกว่า 80–90% ที่เข้าสถานพินิจเพราะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เด็กเหล่านี้มักไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ส่วนใหญ่อยู่กับปู่ย่าตายาย และมีเด็กจำนวนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าครอบครัวไปไหน ไม่มีที่อยู่อาศัย เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ จึงต้องอยู่ภายในสถานพินิจเพื่อเข้ารับการบำบัดรักษา เมื่อพ้นโทษ เด็กเหล่านี้ไม่มีที่พึ่ง กรณีเหล่านี้หน่วยงานภาครัฐต้องช่วยสร้างเงื่อนไขให้ชีวิตเด็กเหล่านี้พอจะมีที่อยู่อาศัยและอาชีพในการทำมาหากิน</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" fetchpriority="high" width="864" height="539" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/1-3.jpg" alt="" data-id="68577" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/1-3.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=68577" class="wp-image-68577" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/1-3.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/1-3-300x187.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/1-3-768x479.jpg 768w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="864" height="539" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/2-3.jpg" alt="" data-id="68578" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/2-3.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=68578" class="wp-image-68578" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/2-3.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/2-3-300x187.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/2-3-768x479.jpg 768w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<p>คนไม่มีทางเลือกอีกกลุ่ม คือ คนจนที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มนี้ชีวิตลำบาก ไปเรียนหนังสือก็ยากเพราะอยู่ไกล ต้องเดินไปหลายชั่วโมง ที่ดินก็ไม่มี หรือคนที่มีที่ดิน พ่อแม่ก็ทำไร่ทำสวนเล็ก ๆ น้อย ๆ แถวบ้าน เป็นต้น กรณีคนจนในเมืองก็หนัก ชุมชนตามสลัมที่ส่วนมากจะเป็นคนชราหรือแรงงานที่กลับบ้านไม่ได้ เขาจะซุกตัวอยู่ตามซอกหลืบของเมือง เช่าห้องเล็ก ๆ อยู่ด้วยกัน ทำอาชีพหากินไปวัน ๆ ได้กินบ้างไม่ได้กินบ้าง คนกลุ่มนี้ลำบากจนทำให้เรารู้สึกว่าทำไมชีวิตคนเรามันยากลำบากได้ขนาดนี้</p>



<p><strong>เมื่อสังคมเรายังมีคนที่ยังขาดโอกาส ขาดทางเลือกอีกมาก ดังนั้นเราต้องสร้างโอกาส โดยใช้ชุมชนเป็นฐานเรียนรู้ ให้เกิดการมีส่วนร่วม ช่วยเหลือซึ่งกันเเละกันเป็นกลุ่ม ๆ</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="2--%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A-"><strong>ระบบต้องสร้างคน และคนต้องร่วมสร้างระบบ</strong></h2>



<p><strong>ผมเชื่อว่าพลังอำนาจในการจัดการศึกษามีอยู่ในทุกชีวิต ประเด็นคือการมองเห็นคุณค่า ศักยภาพ และตระหนักถึงทุนในตัวเอง เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวโยงกับระบบ มีหลักคิดหนึ่งที่น่าสนใจคือ การมองว่าชีวิตคนจะงอกงามได้ นอกจากเขาจะต้องพัฒนาตัวเองแล้ว เขายังต้องได้รับโอกาสหรือมีปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต</strong></p>



<p>การศึกษาเป็นหนึ่งในพลังสำคัญที่จะทำให้ชีวิตคน ครอบครัว ประเทศ หรือโลกนั้นอยู่รอดปลอดภัย พูดอีกอย่างคือหากคนเข้าไม่ถึงการศึกษา หรือได้รับการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพ เหล่านี้จะกลายเป็นปัจจัยเร่งให้คนซึ่งเป็นหน่วยเล็กสุดของสังคม ดำเนินชีวิตอย่างไม่ถูกไม่ควร ซึ่งจะส่งผลกระทบกลับคืนถึงสังคม ฉะนั้นจึงมีหลักคิดว่า “ระบบต้องสร้างคน และคนต้องร่วมสร้างระบบ” ดังนั้นภาคีสังคมทั้งหลายควรใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือสร้างความเปลี่ยนแปลง นี่คือสิ่งที่นำไปสู่คำว่า All for Education ในขณะเดียวกันการศึกษาก็ควรเป็นการศึกษาเพื่อทุกชีวิตที่เรียกว่า Education for All&nbsp; สองอย่างนี้เป็นหลักพื้นฐานที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-de205c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/6-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b57976"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/7-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>งานชุมชนเป็นฐานของ กสศ. ​เชื่อว่าหากคนในชุมชนหันมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน แม้จะรู้มากน้อยไม่เท่ากันก็ไม่เป็นไร แต่การทำอย่างนี้จะทำให้คนได้เรียนรู้รอบด้านมากขึ้น ชุมชนได้ช่วยกันจัดระบบทำมาหากินและอยู่รอดและรุ่งเรืองต่อไป เพราะฉะนั้นทุนนี้ถือเป็นทุนที่พัฒนาอาชีพไปด้วย สร้างความสามารถในการเรียนรู้ ช่วยให้ผู้คนในชุมชนอยู่ได้ในโลกปัจจุบัน ทั้งยังสอดแทรกทักษะความรู้การจัดการสุขภาพและการเงินด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่ควรเรียนรู้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="3--%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87--%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99-"><strong>เพราะเวทีนี้ต้องมีพี่เลี้ยง : บทบาทของปัญญาชนพื้นถิ่น</strong></h2>



<p>เรามีปัญญาชนพื้นถิ่นมาเป็นผู้นำในการเรียนรู้จำนวนมากและหลากหลาย บางคนมาร่วมในฐานะผู้ใหญ่บ้าน อบต. ผู้ประกอบการท้องถิ่น เป็นต้น มาช่วยทำงานในบทบาทที่ต่างกัน ส่งผลให้การเรียนรู้ในชุมชนมีความหลากหลาย&nbsp;</p>



<p>ความงดงามคือ แต่เดิมผู้นำและปัญญาชนพื้นถิ่นมักจะรับทุนและหันไปทำงานร่วมกับคนที่เข้มแข็ง แต่งาน กสศ. มีเงื่อนไขให้ผู้นำต่าง ๆ ต้องไปหาคนที่อ่อนแอที่สุด ยากลำบากที่สุด ถ้าเป็นเยาวชนก็ต้องเข้าไปดูกลุ่มที่ไม่มีโอกาสเรียน กลุ่มเด็กที่ยากจนหรือมีปัญหาในชีวิต ผมคิดว่าตรงนี้ถือเป็นมิติใหม่ เป็นการทำงานกับกลุ่มเป้าหมายใหม่&nbsp;</p>



<p>ที่สำคัญคือ เกิดเครือข่ายของผู้นำปัญญาชนพื้นถิ่น นอกจากช่วยสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้ แทบจะเกือบทุกโครงการสามารถที่จะพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ของชาวบ้าน และหลายที่ก็พัฒนาเป็นกองทุน ไม่ว่าจะเป็นกองทุนเพื่อการศึกษา กองทุนหมุนเวียนเพื่อที่จะสร้างการเรียนรู้ให้ต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้เป็นความงดงามและเป็นพลังที่สำคัญ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f20088"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/4-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="4--%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95--%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89-"><strong>การศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิต : ความงดงามที่สั่นสะเทือนภายในผู้เรียนรู้</strong></h2>



<p>เวลาคนเราได้เรียนการศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิต ผมคิดว่ามันมีความหมายงดงาม เพราะเป็นการศึกษาที่ถูกออกแบบและตั้งหลักจากชีวิตจริง พอเราไปวิเคราะห์พื้นที่ มีหน่วยจัดการเรียนรู้ เพื่อสร้างโอกาส มันก็เกิดพลังขึ้นจริง</p>



<p><strong>เมื่อพวกเขามาร่วมแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ด้วยกัน พลังภายในชีวิตพวกเขาเหมือนมารวมพลังกัน เกิดความงดงาม เราเห็นความรู้สึกปีติยินดีที่เอ่อล้นออกมา การศึกษาใหม่ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นจริง ๆ โดยเฉพาะการเห็นคุณค่าภายใน เห็นว่าตนเองก็มีดี มีคุณค่า มีอำนาจ และมีแสงสว่าง</strong></p>



<p>ที่สำคัญ เมื่อคนเหล่านี้ลุกขึ้นมาดูแลตัวเองได้ เขาได้มีชีวิตใหม่ ในขณะเดียวกันตัวเขาเองจากเดิมเคยเป็นผู้รับโอกาส เมื่อเขาได้รับโอกาส เขาก็เห็นคุณค่าในการเข้ามาร่วมเรียนรู้ เขาจึงเป็นคนที่ไปเอื้อโอกาสให้กับคนอื่น แม้ว่าบางทีสิ่งที่เขาเรียนรู้นั้นเป็นเรื่องเล็ก ๆ เช่น แม่บ้านที่อาจทำอะไรไม่ค่อยเป็น แต่เขาทำกับข้าวและปักผ้าได้ นี่คือความสามารถพิเศษเล็ก ๆ เขาสามารถนำสิ่งที่มีไปสร้างการเรียนรู้ให้แก่ผู้ยากลำบากคนอื่น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8f9a15"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/5-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ถ้าได้ลงไปสัมผัส เราจะเห็นเลยว่าสีหน้าแววตาพวกเขาเต็มไปด้วยความปีติยินดี ก่อนหน้านี้บางคนทุกข์แทบจะฆ่าตัวตาย แต่พอได้เข้ามาเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่น ได้มีปฏิสัมพันธ์ กลายเป็นชีวิตใหม่ เป็นสังคมใหม่ และที่สำคัญคือเป็นเศรษฐกิจใหม่ ผมใช้คำว่าเป็นความงอกงามในระดับบุคคล ทำให้เขามีเพื่อนมากขึ้น และตัวเขาเองได้รับการยอมรับจากสังคม ยิ่งเรื่องราวถูกบอกเล่าขยายออกไป ความภาคภูมิใจในตัวเองยิ่งงอกงามขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="5--%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87-"><strong>ข้อเสนอนโยบายเพื่อให้ชุมชนสามารถจัดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง</strong></h2>



<p><strong>1. มีกลไกร่วมกันในระดับพื้นที่ เพื่อสร้างนิเวศการเรียนรู้ใหม่ให้เกิดขึ้น</strong> เครือข่ายที่เราทำงานเป็นเครือข่ายที่ยึดโยงกันทั้งประเทศ เป็นทุนเดิมที่ทาง กสศ.ได้ร่วมสนับสนุนมา โจทย์ใหญ่ถัดไปคือถ้าเราจะทำให้เครือข่ายนี้ขยาย หัวใจสำคัญอยู่ที่การบูรณาการแนวคิดและการทำงาน ประสานพลังกันในเชิงพื้นที่ ทำแผนนโยบาย แล้วมาขับเคลื่อนกันในระดับประเทศ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>รัฐควรต้องจัดงบประมาณและประสานความร่วมมือกับภาคีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคีในระดับท้องถิ่น หน่วยงานกระทรวง ทบวง กรม ฯลฯ ให้มาจับมือร่วมกัน ก็จะสามารถคาดหวังความเปลี่ยนแปลงได้ ปลายทางคือการสร้าง “นิเวศการเรียนรู้ใหม่” เพื่อจะอยู่ร่วมกันอย่างเข้าอกเข้าใจ แบ่งปัน ดูแลกัน และสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาเพื่อให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้น สังคมไทยจะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ</p>



<p><strong>2. การศึกษาและการสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่จำเป็นต้องไปด้วยกัน</strong> การศึกษาที่ไม่ละเลยปากท้อง คือเงื่อนไขหนึ่งที่จะส่งเสริมให้เด็กเติบโตได้จริง&nbsp;เด็กจำนวนมากขาดโอกาส ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ จนกระทั่งไม่มีทางไป เพราะฉะนั้นการศึกษาและการสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่จำเป็นต้องไปด้วยกัน&nbsp;</p>



<p>“ทุนพัฒนา” หรือ “การศึกษาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ” จึงเป็นเรื่องใหญ่ และไม่ใช่เฉพาะสำหรับเด็กและเยาวชน แต่เราต้องมองทั้งระบบ เด็กควรจะได้เรียนรู้เรื่องที่ยึดโยงกับระบบเศรษฐกิจของพ่อแม่ด้วย และพ่อแม่ก็ต้องเรียนรู้ภาพใหญ่เพื่อยกระดับการประกอบอาชีพ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6f4ebc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/8-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150623/">พลังของ “การศึกษาใหม่” โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ดร.สมคิด แก้วทิพย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 ประเด็นที่พรรคการเมืองยังไม่ได้เสนอ แต่ว่าที่รัฐบาลใหม่ควรทำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-120523/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-120523</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 May 2023 09:22:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สมคิด แก้วทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.วีระชาติ กิเลนทอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=67738</guid>

					<description><![CDATA[<p>การพัฒนาและเตรียมระบบการศึกษาให้ตอบโจทย์ความต้องการของป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-120523/">5 ประเด็นที่พรรคการเมืองยังไม่ได้เสนอ แต่ว่าที่รัฐบาลใหม่ควรทำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การพัฒนาและเตรียมระบบการศึกษาให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนทุกกลุ่ม สามารถแก้ปัญหาการศึกษาด้านต่าง ๆ อย่างยั่งยืน สร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง สร้างหลักประกันอนาคตของประเทศได้ ยังคงเป็นงานที่ท้าทายความสามารถซึ่งกำลังรอให้รัฐบาลใหม่เข้ามาดูแล</p>



<p>ในสนามหาเสียงโค้งสุดท้าย พบความโดดเด่นทางนโยบายที่เกือบทุกพรรคให้ความสำคัญไปที่สวัสดิการสนับสนุนโอกาสเข้าถึงการศึกษา ทว่าความชัดเจนเรื่องความเสมอภาคยังมีอะไรบ้างที่ควรเสนอในวาระที่ประเทศไทยจะมีรัฐบาลชุดใหม่ กสศ. ชวนเครือข่ายนักวิชาการเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาของเรา ร่วมจับกระแสข้อเสนอนโยบายด้านการศึกษาเพื่อรับมือกับปัญหาในอนาคตเหล่านี้</p>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>กระทรวงแห่งอนาคต</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e544e3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/ดร.เกียรติอนันต์-ล้วนแก้ว.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์<br>มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว</strong> อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ใครที่อาสาเข้ามาดูแลด้านการศึกษา จำเป็นต้องทราบปัญหาด้านการศึกษาอย่างถ่องแท้และมีการศึกษาเรื่องนี้ลงไปถึงรากลึกของปัญหาที่มีความซับซ้อน เชื่อมโยงกับประเด็นปัญหาอื่น ๆ มากมาย รวมถึงต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะปัญหาการศึกษาในหลายด้านเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา&nbsp;</p>



<p>การดูแลเยาวชนทุกกลุ่มซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในสถานศึกษาแต่ต้องมองในมุมกว้างกว่านั้น ต้องมีนโยบายที่สามารถดูแลพวกเขาจากบ้านไปสู่เส้นทางการดำเนินชีวิต แต่ปัจจุบัน สิ่งที่เห็นจากนโยบายส่วนใหญ่ จะเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ แจกเงิน ลดภาระครู แต่ยังไม่มีการส่งไม้ต่อว่าเด็กจะก้าวไปสู่ระดับการศึกษาขั้นสูงกว่าได้อย่างไร&nbsp;</p>



<p>“เราเป็นประเทศที่ประกาศใช้นวัตกรรมนำหน้า ใช้เทคโนโลยีนำหน้า แต่การศึกษายังไม่ได้ยกระดับห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) และห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain )ของการผลิตกำลังคน ที่ต้องทำให้คนหลุดจากระบบการศึกษาให้น้อยที่สุด และส่งต่อไปสู่การศึกษาระดับอุดมศึกษาให้มากที่สุด แต่ก็ยังมีเด็กหลุดจากระบบการศึกษานับแสนราย&nbsp; พรรคการเมืองอาจจะบอกว่าการแก้ปัญหาการศึกษาของทั้งประเทศให้เสร็จภายในช่วงอายุของรัฐบาลคือ 4 ปีเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แต่อย่างน้อยก็น่าจะได้เห็นคำมั่นสัญญาในการพยายามแก้ปัญหานี้อย่างเป็นระบบ หรือให้สำเร็จในบางพื้นที่เพื่อถอดบทเรียนหรือสร้างเป็น Sandbox ขึ้น อาจจะเลือกพื้นที่หรือกลุ่มคนที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาสูงก่อน ทำเต็มร้อยไม่ได้แต่ถ้าทำ 10 ในร้อยได้อย่างน้อยก็ช่วยคนได้ 10 คนจากในร้อยคนก่อน”</p>



<p><strong>ดร.เกียรติอนันต์</strong> มองว่าการแก้ปัญหาการศึกษาให้สอดรับกับปัจจุบันมากที่สุดรัฐบาลจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยน Mindset หรือกรอบความคิดหรือทัศนคติในการแก้ปัญหา เพราะโลกในปัจจุบันหมุนเร็วมาก&nbsp;</p>



<p>“โลกของการศึกษาต้องสอดรับกับโลกของตลาดแรงงาน ในเมื่อโลกของตลาดแรงงานมีระยะเวลาของการเตรียมการคือ 3-4 ปี โลกของการศึกษาก็ต้อง 3-4 ปี นั่นคือ 1 เทอมของพรรคการเมือง ดังนั้น อย่างแรกที่ต้องทำคือต้องรู้ว่าในโลกที่อาชีพเปลี่ยนเร็ว การศึกษาก็ต้องปรับตัวให้เร็วเท่าทันระยะเวลาในการจัดการคือ 1 สมัย เพราะถ้าอะไรที่ทำไม่ได้ใน 1 สมัยคือจะไม่ทันกับโลกแล้ว กระทรวงศึกษาและกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องเปลี่ยน Mindset ว่าไม่ใช่กระทรวงที่ทำเพื่อปัจจุบัน แต่ต้องเป็น Ministry of Future คือเป็นกระทรวงที่ทำเพื่ออนาคต เป็นกระทรวงที่ต้องมองไปตรงข้างหน้าว่า เด็กจบการศึกษาแล้วจะเจออะไรบ้าง แล้วย้อนกลับมาคิดให้ได้ว่าต้องเตรียมอะไรเพื่อพวกเขา จึงจะเห็นแผนการทำงานที่ชัดเจน ซึ่งการให้เงิน การลดหนี้ ไม่ใช่บทบาทของกระทรวงแห่งอนาคต ต้องคิดใหม่ตั้งแต่เริ่ม ต้องคิดผลิตเปลี่ยน Value chain การผลิตกำลังคนตามช่วงชั้น และต้องคิดไปไกล ว่ามันจำเป็นจะต้องเป็นช่วงชั้นหรือเปล่า</p>



<p>เมื่อก่อนเราผลิตกำลังคนตามช่วงชั้นเพราะว่าความสามารถของคนไม่เท่ากัน และความสามารถของการติดตามประเมินผลดูแลของครูก็ไม่เท่ากัน แต่ความจริงแล้ว เด็กมีพัฒนาการที่ต่างกัน บางคนเรียนแค่ครึ่งเทอม ก็เข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่างได้ง่าย มีความรู้ทางวิชาการแล้ว แต่อาจจะต้องพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์หรืออีคิว ความสามารถในการรับรู้ของตนเอง ประเมินและควบคุมอารมณ์ของตนเอง ในขณะที่บางคนอีคิวดี แต่เรียนไม่ทัน เด็กทั้งสองกลุ่มจะ Pass ชั้น กลับต้องรอ Pass พร้อมกัน&nbsp;</p>



<p>แต่ปัจจุบันถึงยุคที่กระทรวงศึกษาสามารถจะทำให้ความสามารถของเด็กเติบโตตามปัจจัยที่แท้จริง เพราะฉะนั้นเรื่องการผ่านชั้นมันอาจจะมีการยืดหยุ่น คือต้องมองพัฒนาการทางด้านร่างกายจิตใจและวิชาการไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งเมื่อก่อนแนวคิดนี้เป็นเรื่องยาก แต่สมัยนี้มีเทคโนโลยีในการติดตามเรื่องพวกนี้โดยการใช้เอไอมาเป็นผู้ช่วย ซึ่งเอไอทางด้านการศึกษากำลังถูกนำมาใช้มากขึ้นในต่างประเทศ ทั้งมาช่วยในเรื่องการติดตาม Learning Style ของเด็กแต่ละคน ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยพัฒนาไปสู่จุดที่สามารถออกแบบข้อสอบในเรื่องเดียวกันที่สร้างขึ้นมาเฉพาะสำหรับเด็กแต่ละคน มันจะหมดยุคที่ว่าไปประเมินปลาด้วยการวิ่งแข่งประเมินลิงด้วยกันว่ายน้ำ”</p>



<p><strong>ดร.เกียรติอนันต์</strong> ระบุอีกว่า ปัจจุบันไม่สามารถจัดการศึกษาให้เตรียมคนเพื่ออาชีพได้เหมือนในอดีต แต่ต้องเตรียมสกิลหรือความสามารถเพื่อรับกับสถานการณ์ด้านอาชีพที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>



<p>“วิธีการจัดทรัพยากรบุคคลจะต้องเปลี่ยนวิธีคิด การเรียนเพื่ออาชีพนั้นไม่เพียงพอแล้ว ต้องเป็นการเรียนเพื่อให้มีทักษะและถ้าเรามีทักษะมากพอ เราก็สามารถไปหาอาชีพได้เอง เพราะฉะนั้น การเรียนโดยใช้สมรรถนะ การใช้ทักษะเป็นหลักจะสำคัญมาก พอเป็นแบบนี้ก็จะสอนแบบเดิมไม่ได้แล้ว ไม่ได้เป็นการเตรียมกำลังคนเฉพาะในสถานศึกษา ระบบการพัฒนาคนจะต้องมองว่าคนทุกคนจะต้องได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดเวลา ดังนั้นโมดูลในการดูแลคน จะต้องทำให้เขาเข้าออกในการเรียนรู้ในโลกของทำงานได้อย่างรวดเร็ว ย่อยจากการเรียนรู้ของเขาในส่วนที่ย่อยที่สุดและง่ายที่สุด ทำให้คนทุกช่วงวัยเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น”</p>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ขับเคลื่อนการศึกษาด้วยฐานข้อมูล</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e3b1fe"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/รศ.ดร.วีระชาติ-กิเลนทอง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.วีระชาติ กิเลนทอง ผู้อำนวยการ RIPED</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รศ.ดร.วีระชาติ กิเลนทอง</strong> ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) และคณบดีคณะการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า รัฐต้องมีนโยบายใช้ระบบฐานข้อมูล ซึ่งเก็บและรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบทางอิเล็กทรอนิกส์มาดูแลเด็กอย่างเป็นระบบ และเชื่อมโยงการจัดการศึกษาได้ว่าหากมีมาตรการที่มีทิศทางที่ถูกต้องชัดเจน จะสามารถดูแลเด็กที่ขาดแคลนตั้งแต่เขายังเล็กให้เติบโตขึ้นมาอย่างมีความรู้ความสามารถที่จำเป็นต่ออนาคต และต้องไม่ลืมว่าการลดความเหลื่อมล้ำลงได้ การช่วยพวกเขา คือการช่วยให้ประเทศมี GDP สูงขึ้น&nbsp;</p>



<p><strong>รศ.ดร.วีระชาติ</strong> ระบุว่า หากยกตัวอย่างปัญหาสำคัญในรอบปีที่ผ่านมาก็คือ กรณีที่การระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างรุนแรง มีเด็กหลุดจากระบบการศึกษานับแสนคน การแก้เรื่องนี้ นโยบายแจกเงินเพียงอย่างเดียวคงจะไม่พอ เพราะมีปัญหาเรื่องกำลังทรัพย์ของครอบครัวซ้อนอยู่ ต่อให้เรียนฟรีก็ฟรีแค่ค่าหน่วยกิต ไม่ได้ฟรีแบบครบวงจรหรือครอบคลุมค่าใช้จ่ายจริง หากประเมินแล้ว แต่ละครอบครัวอาจจะต้องใช้ทุนการศึกษาประมาณ 40,000 &#8211; 70,000 บาทจึงจะครอบคลุมการแก้ปัญหาได้จริง ก็ต้องใช้งบประมาณมหาศาลและเป็นไปได้ยากที่จะได้เรียน</p>



<p>นโยบายเร่งด่วนที่อยากเห็นรัฐบาลใหม่ให้ความสำคัญ คือมาตรการชดเชย ภาวะการเรียนรู้ถดถอย (Learning Loss) ในเด็กปฐมวัยไทยช่วงโควิด-19 ระบาด และในระยะยาว คือการให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ และวางแนวทางในการกระจายอำนาจทางด้านการศึกษา หรือแนวทางในการสร้างแรงจูงใจให้การศึกษาพุ่งเป้าไปที่การพัฒนาเด็ก นโยบายที่จะถูกประกาศขึ้นต้องสามารถนำมาแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในห้องเรียน โดยสามารถจำแนกโรงเรียนที่พร้อมกับไม่พร้อมรับมือกับความเหลื่อมล้ำ ซึ่งแต่ละโรงเรียนแตกต่างกันได้ มีกระบวนการที่ชัดเจนว่าโรงเรียนใดจะใช้แผนเชิงปฏิบัติแบบไหนที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำและช่องว่างทางการศึกษาแคบลง ใช้เครื่องมืออะไรเพื่อยกระดับความพร้อมของเด็กผ่านทักษะทางปัญญา ทักษะทางพฤติกรรม เข้าไปดูแลด้านความพร้อมของครอบครัว ความพร้อมของโรงเรียน</p>



<p>“รัฐบาลใหม่ควรจะใส่ใจเรื่องการทำงานโดยใช้ฐานข้อมูลและงานวิจัยมาทำงานด้านการศึกษาและทุนมนุษย์มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาเรามีนโยบายด้านการศึกษาที่ซ้ำซ้อน หรือเป็นนโยบายที่ไม่ได้คำนึงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเด็กจริง ๆ หรือไม่ได้มีการใช้ฐานข้อมูลติดตามการแก้ปัญหาและพิจารณาแนวทางในการจัดการศึกษาอย่างรอบด้าน&nbsp;</p>



<p>ปัจจุบันหลายประเทศใช้ระบบฐานข้อมูลติดตามตัวเด็ก เพื่อจะเห็นการพัฒนาทางการศึกษาของเด็ก โดยสามารถเข้าถึงปัญหาที่เด็กเผชิญอยู่และทำให้ทราบว่านโยบายต่าง ๆ ซึ่งถูกนำไปใช้สามารถพัฒนาการศึกษาของเด็กได้มากแค่ไหน รวมถึงทราบว่านโยบายไหนที่แก้ปัญหาไม่ตรงจุดหรือเป็นนโยบายซ้ำซ้อน”</p>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ชุมชนคือระบบนิเวศของการศึกษา</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7adc80"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/ดร.สมคิด-แก้วทิพย์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.สมคิด แก้วทิพย์ ผู้จัดการโครงการทุนพัฒนาอาชีพ<br>และนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน กสศ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.สมคิด แก้วทิพย์</strong> ผู้จัดการโครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน กสศ. กล่าวว่านโยบายด้านการศึกษายุคใหม่จำเป็นต้องคำนึงถึงศักยภาพของชุมชน ด้วยการสร้างกลไกให้ชุมชนแต่ละแห่งสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตจนสามารถดูแลตนเองได้ รัฐบาลใหม่จำเป็นที่จะต้องศึกษาข้อมูลด้าน ‘การส่งเสริมการเรียนรู้เชิงระบบ’ ซึ่งข้อมูลเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีอยู่แล้วอย่างละเอียด<br><br>“หากเข้ามาดูเรื่องนี้ จะทำให้ทราบว่า การเตรียมการสำหรับการเรียนรู้ยุคใหม่ในระดับชุมชน คือ รัฐจะต้องเข้าไปส่งเสริมการเรียนรู้ของแต่ละชุมชนให้เข้าใจปัจจัยแวดล้อมของแต่ละแห่ง สร้างความเข้าใจในทักษะที่เป็นรากฐานของแต่ละแห่ง จนสามารถยกระดับชีวิตและคุณภาพการศึกษา สังคม วัฒนธรรม อย่างเป็นระบบระเบียบ ยกระดับทักษะให้กลุ่มแรงงานสามารถประกอบอาชีพ มีรายได้หาเลี้ยงตนเองและครอบครัว ปัจจุบันเรามีชุมชนต้นแบบการพัฒนาที่สามารถถ่ายทอดทักษะ เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่มากมาย”&nbsp;</p>



<p><strong>ดร.สมคิด</strong> กล่าวว่าที่ผ่านมามีการทดลองพัฒนาทักษะแรงงานโดยเริ่มจากปัญหาของกลุ่มประชากรวัยแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จนเกิดเครื่องมือและงานวิจัยที่สามารถสร้างนวัตกรรมชุมชนในรูปแบบต่าง ๆ อยู่มากมาย เช่น เทคโนโลยีในการประกอบการ การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์&nbsp; การสร้างแหล่งเรียนรู้ และการกำหนดบทบาทผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ให้สามารถพัฒนารูปแบบการส่งเสริมทักษะและอาชีพที่สามารถนำเสนอและแลกเปลี่ยนกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง จนเกิดระบบฐานข้อมูลอาชีพในท้องถิ่นและองค์ความรู้ในการบริหารจัดการ เกิดโมเดลทางธุรกิจที่ช่วยให้คนในชุมชนมีงานทำ มีรายได้สูงขึ้น สามารถขับเคลื่อนเชิงรุกและเสนอเป็นนโยบายที่ขับเคลื่อนไปได้อย่างต่อเนื่องอยู่แล้วมากมาย</p>



<p>“ชุมชนหรือท้องถิ่น สามารถเป็นระบบนิเวศของการศึกษาที่ดีและมีบทบาทสำคัญในการดูแลเยาวชนในพื้นที่ได้ เช่นบางพื้นที่มีโครงการผลิตอาหาร โครงการที่มีการเลี้ยงปลา ปลูกผัก แล้วให้เด็กนำไปทานที่บ้านเป็นมื้อเช้า แล้วถ้าเด็กเข้าโรงเรียนช่วงใกล้เวลาเรียนจะมีโอกาสได้กินอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน มีอาหารกล่องหรือปิ่นโตกลับบ้าน มีคุณภาพชีวิตที่ดี”&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>นโยบายที่เข้าถึงปัญหาที่แตกต่างกัน</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b84b2f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/ดร.ศุภโชค-ปิยะสันติ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"><strong>ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์</strong> ผอ.โรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย อนุกรรมการกำกับทิศทางของทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น กสศ. กล่าวว่านโยบายด้านการศึกษายุคใหม่จำเป็นต้องนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้กับการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสามารถแก้ปัญหาที่มีอยู่ได้จริงโดยเฉพาะเรื่องของการจัดสรรงบประมาณเพื่อดูแลโรงเรียนต่าง ๆ อย่างเข้าใจปัญหาที่มีอยู่จริง</p>



<p>“ปัจจุบันมีระบบการเก็บข้อมูลของโรงเรียนแต่ละแห่งที่มากพอจะนำมาออกแบบการช่วยเหลือด้านงบประมาณให้แตกต่างไปจากในอดีตซึ่งเคยช่วยแบบเรตเดียวกันทั้งประเทศ โรงเรียนที่มีศักยภาพสูง อยู่ในเมือง รัฐก็ให้เงินสนับสนุนเท่ากับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล รูปแบบการจัดสรรงบประมาณดังกล่าวส่งผลให้โรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียนน้อยขาดงบประมาณในการแก้ปัญหาที่เผชิญอยู่ได้อย่างเพียงพอและส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราไม่สามารถใช้วิธีการเดียวแก้ปัญหาที่มีอยู่หลากหลายรูปแบบได้</p>



<p>จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องออกแบบวิธีการช่วยเหลือเฉพาะทางที่ลงลึกในรายละเอียด&nbsp; เข้าใจถึงปัญหาจริง ๆ เช่น เมื่อทราบว่าบางโรงเรียนขาดครูแต่ละช่วงชั้น ต้องมีวิธีการไหนที่เข้าไปช่วยโรงเรียนเหล่านี้ให้ใช้ทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่อย่างจำกัด มีระบบการช่วยเหลือ ระบบการระดมทรัพยากรที่จำเป็น ระบบเก็บแลกเปลี่ยนความรู้จากบุคลากรที่เกี่ยวข้องจากภาคส่วนต่าง ๆ&nbsp; ระบบความช่วยเหลือที่ช่วยพัฒนาศักยภาพครูในพื้นที่ห่างไกล หรือระบบที่ดึงความสามารถของผู้บริหารโรงเรียนขนาดใหญ่มาช่วยประคองให้โรงเรียนขนาดเล็กในชุมชนกลายเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ที่ดูแลเด็ก ๆ ในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด”&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f29ed9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/รศ.ดร.วีระเทพ-ปทุมเจริญวัฒนา.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา หัวหน้าภาควิชาการศึกษาตลอดชีวิต<br>คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong><strong>รศ.ดร.</strong>วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา</strong> หัวหน้าภาควิชาการศึกษาตลอดชีวิต คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าความโดดเด่นของนโยบายการศึกษาในสนามเลือกตั้งครั้งนี้คือเกือบทุกพรรคเสนอนโยบายการศึกษาในเชิงสวัสดิการ สนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นไปตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ หรือการศึกษาตามระดับวุฒิฯ&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่ากังวลคือพรรคการเมืองยังติดอยู่กับนโยบายการศึกษาในมิติเดิมที่ให้มุ่งสนับสนุนการศึกษาในระบบ เช่น นโยบายเรียนฟรีถึงระดับมหาวิทยาลัย แต่ไม่เอ่ยถึงการศึกษาในรูปแบบอื่น โดยเฉพาะนโยบายส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่ตอนนี้ถูกพูดถึงจากเพียงไม่กี่พรรค <strong>รศ.ดร.วีระเทพ </strong>ตั้งข้อสังเกตว่า นโยบายส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของหลายพรรคอาจปรากฏในรูปแบบนโยบายแรงงานที่มีการยกระดับทักษะให้ดีกว่าเดิม (upskill) และสร้างทักษะที่จำเป็นขึ้นมาใหม่ (reskill) แต่นโยบายเหล่านี้ก็ยังไม่เห็นภาพการส่งเสริมการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงวัย</p>



<p>“แม้จะได้ยินนโยบายที่แสดงความห่วงใยต่อเยาวชนกลุ่มต่าง ๆ เช่น กลุ่มเด็กพิเศษที่บกพร่องทางพัฒนาการ กลุ่มเด็กชาติพันธุ์ กลุ่มเด็กแรงงานข้ามชาติ เยาวชนที่หลุดออกนอกระบบการศึกษา รวมถึงกลุ่มเด็กเปราะบาง แต่ก็ยังไม่เห็นแนวคิดที่ชัดเจนในการลงไปแก้ปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะแนวคิดที่เข้าไปจัดการปัญหานี้อย่างเป็นระบบ หรือมีแนวทางการจัดการเชิงพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับจังหวัด และชุมชนต่าง ๆ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหานี้ที่เข้มแข็ง”&nbsp;</p>



<p><strong><strong>รศ.ดร.</strong>วีระเทพ</strong> ระบุอีกว่า นอกเหนือจากที่ยังไปเห็นไม่โยบายทางการเมืองที่พูดถึงการจัดการปัญหานี้จากรากฐานของคนพื้นที่หรือชุมชนแล้ว ยังไม่เห็นแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับครูนอกระบบ หรือครูพี่เลี้ยง ทั้งที่คนกลุ่มนี้ถือเป็นกลไกสำคัญสำหรับการทำงานเชิงพื้นที่ที่สามารถลงไปดูแลได้ถึงรากฐานประเด็นปัญหาด้านต่าง ๆ เช่น ด้านสิทธิมนุษยชน ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ สร้างความมั่นคงให้กับชีวิต การสร้างพื้นที่เรียนรู้ด้วยตนเอง ฯลฯ และช่วยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดูแลช่วยเหลือเด็กแต่ละกลุ่มได้ตรงจุด จนสามารถปรับตัวได้&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ที่ผ่านมาเราออกแบบวิธีเก็บข้อมูลให้เป็นระบบ และมีครูนอกระบบหรือครูพี่เลี้ยงเป็นเสมือนหน่วยหน้าคอยทำงานสอนหนังสือ สอนอาชีพ สอนทักษะชีวิตและช่วยแก้ปัญหาให้เด็กกลุ่มนี้มาอย่างต่อเนื่อง แต่พวกเขากลับยังไม่มีแนวคิดหรือนโยบายเข้าไปดูแลมากนัก และต้องยอมรับว่าการแก้ปัญหาเด็กนอกระบบ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และต้องวางแนวทางให้แต่ละพื้นที่ แต่ละชุมชนมาช่วยกันออกแบบระบบการช่วยเหลือที่ยั่งยืน แต่ก็ยังไม่พบนโยบายที่ดูแลเรื่องนี้จากพรรคการเมือง”</p>



<p>เมื่อพิจารณานโยบายการศึกษาในหมวดการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิต หลายพรรคการเมืองชูการติดตั้งอินเทอร์เน็ต การแจกแท็บเล็ต และการสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการเรียนรู้ <strong><strong>รศ.ดร.</strong>วีระเทพ </strong>มองว่านโยบายเหล่านี้เป็นเครื่องมือจำเป็นในการเข้าถึงความรู้ในยุคสมัยนี้ แต่การนำมาบูรณาการกับการเรียนรู้ของเด็กจะเกิดประโยชน์สูงสุดได้เมื่อมีการปรับหลักสูตรให้ตอบความสนใจและความถนัดของผู้เรียนเสียก่อน ดังนั้นสิ่งที่ต้องพูดถึงควบคู่กันคือการออกแบบหลักสูตรที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งในอนาคตข้างหน้าควรผลักดันไปมากกว่าแค่ในโรงเรียน ประชาชนทุกเพศทุกวัยสามารถออกแบบการเรียนรู้ในสิ่งที่ตนสนใจได้ โดยมีรัฐให้การสนับสนุน</p>



<p>“โจทย์แรกคือจะทำอย่างไรให้ทั้ง 8 กลุ่มสาระสามารถบูรณาการกัน ทุกวันนี้เราสอนแยกแต่ละกลุ่มสาระจนเหมือนจะฝึกเด็กให้เป็นนักวิชาการ เราต้องปรับเปลี่ยนวิธีให้เด็กได้เรียนสิ่งที่เขาสนใจแล้วสามารถเชื่อมโยงกับ 8 กลุ่มสาระได้ เราเห็นโมเดลที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จแล้ว เช่น โรงเรียนสาธิตธรรมศาสตร์ เมื่อมีหลักสูตรที่เป็นตัวตั้งแล้ว แท็บเล็ตและอินเทอร์เน็ตจะสามารถสร้างประโยชน์ได้มากขึ้น และมากกว่าเอาไว้เรียนในสิ่งที่โรงเรียนอยากสอนเพียงอย่างเดียว”</p>



<p><strong><strong>รศ.ดร.</strong>วีระเทพ </strong>เสริมว่านโยบาย ‘ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้’ เป็นหมุดหมายอันดีในการจัดการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิต แต่สิ่งสำคัญกว่าการมีนโยบายคือต้องมีการติดตามผลเมื่อนำไปปฏิบัติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องติดตามว่าการ ‘เพิ่มเวลารู้’ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนจัดหรือครูเป็นผู้กำหนด ส่วนบทบาทของครู นอกเหนือจากด้านวิชาการ ควรมีการปรับเปลี่ยนให้เป็น ‘โค้ช’ ร่วมกันออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ของผู้เรียน</p>



<p>ในวาระที่ประเทศไทยกำลังจะได้รัฐบาลชุดใหม่หลังการเลือกตั้งใหญ่นี้ <strong><strong>รศ.ดร.</strong>วีระเทพ </strong>อยากเห็นการนำ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ไปปฏิบัติให้ได้ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. ที่ต้องตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ คาดหวังให้มีการเทียบโอน เชื่อมต่อการศึกษาทุกรูปแบบเข้ากันได้ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาเพื่อคุณวุฒิ หรือการศึกษาเพื่อพัฒนาตนเอง รัฐควรมีฐานข้อมูล big data ที่เก็บข้อมูลการเรียนรู้ของประชาชนในทุกรูปแบบไว้ สามารถดึงเอาข้อมูลนั้นไปเทียบคุณวุฒิได้ เรื่องที่ต้องเน้นย้ำคือ รัฐควรสนับสนุนการเรียนรู้ของประชาชนทุกช่วงวัย มิใช่แค่เด็กและเยาวชน</p>



<p>ด้านวาระเร่งด่วน <strong><strong>รศ.ดร.</strong>วีระเทพ </strong>อยากให้รัฐบาลชุดใหม่สะสางสิ่งที่ค้างคาในรัฐบาลชุดก่อน ทั้ง พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่ และหลักสูตรฐานสมรรถนะที่ติดหล่มความช้าของระบบราชการมาหลายปี เขาอยากเห็นพิมพ์เขียวที่ทันต่อยุคสมัยเพื่อที่ผู้ปฏิบัติสามารถนำไปใช้ออกแบบการเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนมากที่สุดได้</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>อ้างอิง : </strong>บทสัมภาษณ์ ‘รองศาสตราจารย์ ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา’ บางส่วนจาก <a href="https://www.the101.world/election-2023-education-policy/?fbclid=IwAR1fHiE_VFvfXBDdxZldhYpwH_MC5gNMDadsWFXudbhR774f9BjmEzLtzCw" target="_blank" rel="noreferrer noopener">The101.World</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-120523/">5 ประเด็นที่พรรคการเมืองยังไม่ได้เสนอ แต่ว่าที่รัฐบาลใหม่ควรทำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. เปิดรับข้อเสนอโครงการส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2566 มุ่งสร้างกระบวนการพัฒนาตนเองให้เยาวชนนอกระบบการศึกษาและแรงงานนอกระบบ ด้วยการศึกษาทางเลือกที่ออกแบบจากฐานทุนชุมชน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-270323/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-270323</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Mar 2023 08:44:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยแม่โจ้]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สมคิด แก้วทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=65998</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-270323/">กสศ. เปิดรับข้อเสนอโครงการส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2566 มุ่งสร้างกระบวนการพัฒนาตนเองให้เยาวชนนอกระบบการศึกษาและแรงงานนอกระบบ ด้วยการศึกษาทางเลือกที่ออกแบบจากฐานทุนชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2566 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ร่วมกับ<strong>มหาวิทยาลัยแม่โจ้</strong> จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ‘เปิดรับข้อเสนอโครงการส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2566’ ผ่านระบบออนไลน์โดยมีตัวแทนจากหน่วยจัดการเรียนรู้กว่า 500 คน เข้าร่วมรับฟังกรอบแนวคิดการส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้และพัฒนาทักษะอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน และข้อแนะสำหรับผู้สนใจยื่นเสนอโครงการฯ&nbsp; ร่วมด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการ ‘การสร้างความเข้าใจในแนวทางการพัฒนาข้อเสนอโครงการและการวิเคราะห์ผู้ร่วมเรียนรู้ทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2566’</p>



<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> ได้ส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้และพัฒนาทักษะเยาวชนนอกระบบการศึกษาและแรงงานนอกระบบ ภายใต้โครงการ ส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน เป็นโครงการที่ดำเนินงานต่อเนื่องนับแต่ปี 2562&nbsp; โดยมุ่งเป้าทำงานค้นหารูปแบบกระบวนการจัดการศึกษาทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา และประชากรวัยแรงงานนอกระบบผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ให้ค้นพบศักยภาพและสามารถพึ่งพาตนเอง ตลอดจนยกระดับการทำงานเชิงระบบร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ทั้งภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น ประชาสังคม และภาควิชาการ โดยเน้นการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ซึ่งจะมี ‘หน่วยจัดการเรียนรู้’ เป็น ‘จุดคานงัด’ สำคัญ ในการสร้างระบบที่เอื้อต่อการเรียนรู้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b46137"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/13-กสศ-เปิดรับข้อเสนอโครงการส่งเสริม-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา หน่วยจัดการเรียนรู้จาก 311 โครงการ ได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานนอกระบบ ผู้ว่างงาน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เยาวชนนอกระบบการศึกษา เด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม และกลุ่มผู้เปราะบางจำนวน 22,975 คนใน 65 จังหวัด ครอบคลุม 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด ‘การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน’ ซึ่งหมายถึงการสร้างการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมผ่านการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ และใช้ชีวิต ‘อยู่ร่วม’ และ ‘อยู่รอด’ ในชุมชนได้ ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น</p>



<p>ในกระบวนการทำงาน โครงการ ฯ ได้ทำงานผ่านคณะหนุนเสริมด้านวิชาการ ที่ออกแบบภาพรวมการดำเนินงาน และประสานการทำงานร่วมกับเครือข่าย ‘พี่เลี้ยง’ ที่กระจายตัวครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยมีหน้าที่สร้างกระบวนการเรียนรู้ ติดตามหนุนเสริมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้หน่วยจัดการเรียนรู้สามารถออกแบบกิจกรรม สร้างการเรียนรู้ พัฒนาทักษะวิชาการ วิชาชีพ และวิชาชีวิต ตามศักยภาพของกลุ่มเป้าหมาย ร่วมกับการเติมเต็มด้วยเครื่องมือวิเคราะห์และเรียนรู้กลุ่มเป้าหมายจาก กสศ. เพื่อมุ่งสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ตรงจุด นำมาซึ่งรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตในชุมชน และพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ทั้งต่อตัว ‘ผู้ร่วมเรียนรู้’&nbsp; และขยายผลสู่คนในครอบครัว รวมถึงเชื่อมโยงให้เกิดการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน อีกทั้งในการประชุมเชิงปฏิบัติการเปิดรับข้อเสนอโครงการส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ในปี 2566 นี้ ยังเป็นไปเพื่อสนับสนุนให้หน่วยจัดการเรียนรู้ที่ร่วมทำงานในปีก่อน ๆ ร่วมถอดบทเรียนความสำเร็จนำสู่การสร้าง ‘ต้นแบบการทำงาน’ ในพื้นที่อื่นทั่วประเทศ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-835c62"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/13-กสศ-เปิดรับข้อเสนอโครงการส่งเสริม-05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหาร กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ </strong>กรรมการบริหาร กสศ. และประธานอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ กล่าวว่า เป้าหมายของ กสศ. คือปฏิรูปการศึกษาเพื่อตัดวงจนความยากจน โดยเหนี่ยวนำพลังการทำงานจากหน่วยงานและประชาชนทุกระดับ เพื่อผลักดันให้เกิดการสร้างองค์ความรู้ การทำงานร่วมกัน มีการประสานเชื่อมโยง บูรณาการ และส่งต่อองค์ความรู้ที่ประสบความสำเร็จเห็นผล ไปยังผู้ร่วมเรียนรู้รุ่นต่อไป</p>



<p>“เกือบ 5 ปีของการทำงาน กสศ. ได้ทำงานกับโจทย์ปัญหาของประเทศที่หนักและมีความหลากหลาย โดยเฉพาะ 3 ปีสำคัญที่ประเทศไทยเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เรามีฐานกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กเยาวชนด้อยโอกาส 9 แสนคน ร่วมกับแรงงานนอกระบบกว่า 20 ล้านคน ดังนั้นถ้าเราไม่ทำอะไรเลย จำนวนของคนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา หรือคนที่ไม่มีช่องทางเข้าถึงโอกาสการพัฒนาตัวเอง จะยิ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าที่เป็นอยู่”</p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ </strong>กล่าวต่อไปว่า การแก้ปัญหาทางการศึกษาจำเป็นต้องมีวิธีคิดที่เปิดมิติมุมมองใหม่ โดยเชื่อมั่นว่าพลังอำนาจของการศึกษา สามารถเปลี่ยนแปลงระบบ เปลี่ยนแปลงประเทศในเชิงโครงสร้างได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยความร่วมมือของฝ่ายต่าง ๆ ซึ่งโครงการส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ทำให้เราได้เห็นบรรยากาศของการเปลี่ยนแปลงในหลายพื้นที่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4548e9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/13-กสศ-เปิดรับข้อเสนอโครงการส่งเสริม-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราเห็นกลุ่มสหกรณ์เกษตรอินทรีย์ที่มีคุณย่าคุณยายอยู่ในแปลงผัก นั่งฟังเพลงพื้นบ้านคุยยิ้มกันอย่างมีความสุข เห็นภาพของผู้พิการที่รวมกลุ่มกันสร้างชุมชนการเรียนรู้ มีอาชีพ พบเส้นทางพัฒนาตัวเองที่เหมาะสม หรือได้เห็นโมเดลพัฒนาชุมชนโดยรวมเอาหน่วยราชการสำคัญในท้องถิ่นมาเป็นกลไกจัดการปัญหา ตั้งแต่ อบต. สหกรณ์ หรือมหาวิทยาลัย เห็นหน่วยเล็ก ๆ ที่รวมตัวเป็นกลุ่มก้อนคอยดูแลกันในระดับตำบลหมู่บ้าน เหนือกว่าอะไรทั้งหมด เราได้เห็นคนจำนวนมากเปลี่ยนแปลงบทบาทจากผู้รับมาเป็นผู้ให้ หรือจากผู้เรียนรู้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะเขาได้รับโอกาส และสิ่งต่าง ๆ ที่ว่ามาก็กำลังเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นลำดับ ด้วยผลลัพธ์จากงานของโครงการนี้เอง ที่จะพาไปสู่คำตอบของทิศทางการเปลี่ยนแปลงผู้คนในประเทศของเรา ด้วยองค์ความรู้จากตัวต้นแบบที่ถอดจากศาสตร์ในชุมชน และจะย้อนกลับไปดูแลผู้คนด้วยวิถีที่สอดคล้องกับชีวิต ตรงกับต้นตอของแต่ละปัญหา”</p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์</strong> กล่าวถึงยุทธศาสตร์การทำงานที่จะเกิดขึ้นต่อไปของ กสศ. คือเข้าถึงการเรียนรู้ มีผลผลิตการเรียนรู้ สร้างรูปแบบการศึกษาทางเลือก และขยายผลเพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ โดยทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ด้วยการสังเคราะห์ความสำเร็จจากโครงการนำร่องที่แตกต่างหลากหลาย จนได้ข้อมูลองค์ความรู้ที่เป็น ‘เครื่องมือ’ สำหรับรองรับผู้ด้อยโอกาสซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ ช่วยให้ประชากรทุกคนได้รับการศึกษา ได้พัฒนาตนเองต่อไปไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตาม &nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-94e465"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/13-กสศ-เปิดรับข้อเสนอโครงการส่งเสริม-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p> &nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>



<p>สิ่งสำคัญอีกประการคือการเกิดขึ้นของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ ที่เป็นไปตามทิศทางของโลกใหม่กับการจัดการศึกษาทางเลือก 3 รูปแบบ คือ 1.การศึกษาตลอดชีวิต 2.การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต 3.การศึกษาเพื่อตอบโจทย์การมีคุณวุฒิ โดย พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้&nbsp; ได้โดยยกระดับ กศน. ขึ้นเป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เปิดพื้นที่เครือข่ายจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด ผ่านกลุ่มเป้าหมาย 5 ช่วงวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุ มีการเทียบโอนหน่วยกิต(credit bank) ซึ่ง กสศ. มีตัวอย่างน่าสนใจจากโมเดล ‘โรงเรียนมือถือ’ หรือ ‘mobile school’ ของศูนย์การเรียน CYF ที่ทำให้การศึกษาติดตามเด็ก ๆ ไปได้ในทุกที่ และสามารถนำประสบการณ์ชีวิตและการทำงานมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิต เพื่อศึกษาต่อตามช่วงชั้นจนจบการศึกษาภาคบังคับ ได้รับวุฒิบัตรที่นำไปใช้เรียนต่อหรือสมัครงานได้ จะเห็นว่า ณ ปัจจุบัน การสนับสนุนการศึกษาทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพ สามารถใช้กลไกรัฐให้เกิดประโยชน์ รวมถึงโลกดิจิทัลแพลตฟอร์มสมัยใหม่ ที่ทำให้การเข้าสู่ระบบการศึกษาไม่ได้หมายถึงการเข้าโรงเรียน แต่คือคนทุกคนทุกช่วงวัยสามารถเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ได้จากทุกพื้นที่</p>



<p>“ประเด็นของการทำงานในวันนี้ คือเราต้องหากลุ่มผู้ร่วมเรียนรู้ให้พบ ซึ่งหน่วยจัดการเรียนรู้ทุกหน่วยจะเป็นกุญแจที่จะไขประตูสู่ระบบการศึกษาในลู่ใหม่ ซึ่งคนในชุมชนจะช่วยกันวางรากฐานของการจัดการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส ให้การศึกษาได้เข้าไปมีบทบาทพัฒนามนุษย์ แต่ก่อนไปถึงจุดนั้น เราต้องเข้าใจวิถีชีวิต เข้าใจตัวตน เข้าใจความต้องการของผู้ร่วมเรียนรู้ แล้วนำมาออกแบบวิธีการร่วมกัน เพื่อให้ทุกพื้นที่ในประเทศเป็นแหล่งผลิตพลเมืองคุณภาพ และเป็นชุมชนคุณภาพเสมอภาคดุจกัน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7db4a8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/13-กสศ-เปิดรับข้อเสนอโครงการส่งเสริม-10.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.สมคิด แก้วทิพย์ ผู้จัดการโครงการ ฯ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะที่ <strong>ดร.สมคิด แก้วทิพย์ </strong>ผู้จัดการโครงการส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน<strong> </strong>กล่าวว่า ทุกคนที่ร่วมทำงานนี้ คือปัญญาชนพื้นถิ่นผู้มีสายตามองเห็นถึงความยากลำบากของผู้คน เห็นอนาคตที่ไร้หวังของสังคม และมีใจพร้อมเข้ามาใช้พลังสร้างสรรค์ ใช้ศักยภาพที่มีนำการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับบุคคลและระบบตามความเชื่อของ กสศ. ที่ว่า การศึกษาเป็นเครื่องมือและวิธีการในการสร้างความเปลี่ยนแปลงสู่การเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ ด้วยการเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการลงมือทำ ซึ่งจะช่วยพัฒนาผู้ร่วมเรียนรู้ให้ค้นพบศักยภาพใหม่ในตนเองได้ตลอดเวลา</p>



<p>“3 ปีของโครงการฯ ทำให้เห็นว่าหน่วยจัดการเรียนรู้คือภาคีสำคัญที่ช่วยให้ กสศ. ไปสู่เป้าหมายการทำงานได้จริง คือช่วยเหลือผู้ยากลำบากขัดสน ผู้ไม่มีการศึกษาที่ดี ไม่มีงานที่ดี ไม่มีเงิน ไม่มีเพื่อน ไม่มีกลุ่ม และไม่มีโอกาส ให้เขาได้เข้าถึงและมีสิ่งต่าง ๆ ที่เคยขาดแคลนเหล่านั้น ดังนั้นจะเห็นว่าถ้าคนขาดโอกาส ชีวิตจะเต็มไปด้วยข้อจำกัด มีแต่ความลำบาก แต่เมื่อใดที่ระบบสังคมเราเอื้อให้ทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้คุณภาพ เมื่อนั้นการเข้าถึงมิติคุณภาพในด้านอื่น ๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม หรือคุณภาพชีวิตก็จะตามมา สำหรับการทำงานมาจนถึงวันนี้ ทำให้เกิดความสำเร็จแล้วในระดับหนึ่ง เรามีชุดความรู้ที่สั่งสม ซึ่งทุกท่านที่เข้ามาร่วมงานในปีถัด ๆ ไปจะสามารถนำไปใช้และนำมาเพิ่มเติมให้กันได้อีก แล้วหลังจากนี้ ความเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเล็กน้อยจากชีวิตคนเล็กคนน้อยโดยหน่วยจัดการเรียนรู้ต่าง ๆ ก็จะกลายเป็นคุณค่ามหาศาล เป็นรากฐานที่พาเราไปถึงการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ในที่สุด”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b85bde"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/13-กสศ-เปิดรับข้อเสนอโครงการส่งเสริม-06.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการ<br>สำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ </strong>ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. ได้กล่าวถึงความสำคัญของการส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน และแนะนำหน่วยจัดการเรียนรู้ที่สนใจยื่นเสนอโครงการ ฯ ว่า กสศ. ต้องการให้เกิดภาพใหญ่ปลายทาง 2 เรื่อง คือ&nbsp;</p>



<p>1.ช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสียเปรียบด้านโอกาสที่สุดในประเทศไทย ทั้งเรื่องรายได้และการเข้าถึงการศึกษา ซึ่งได้แก่เยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ โดยมีจำนวนกลุ่มเป้าหมายสนับสนุนราว 2 หมื่นคนต่อปี ผ่านกระบวนการทำงานทั้งเชิงพื้นที่และเชิงระบบ เพื่อการจัดการศึกษาทางเลือกที่หลากหลาย โดยเน้นที่การศึกษาเพื่อการประกอบอาชีพ</p>



<p>2.แก้ไขปัญหาเชิงระบบ โดยพัฒนานิเวศการเรียนรู้ที่มีหน่วยจัดการเรียนรู้เป็นศูนย์กลาง หรือเป็น change agent ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงระดับพื้นที่และเชิงระบบ มีกลไกการส่งต่อและพลังการทำงานจากกลุ่มครูนอกระบบ ร่วมกับอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ คือการทำความเข้าใจพลวัต (dynamic) ของกลุ่มเยาวชนและแรงงานนอกระบบ ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยแรงกระทบหลากหลายสาเหตุ ทำให้เผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ เศรษฐกิจ และสังคม โดยหลังจากนั้นจะนำองค์ความรู้ที่ได้รับมาสร้างตัวแบบ ‘การศึกษาทางเลือก’ ที่มุ่งสู่การการประกอบอาชีพ เพื่อการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-455c5b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/13-กสศ-เปิดรับข้อเสนอโครงการส่งเสริม-9.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“นอกจากแรงงานนอกระบบ 20 ล้านคน ประเทศไทยยังมีเยาวชนนอกระบบการศึกษาและการพัฒนาตนเอง หรือที่เรียกว่า NEETs ซึ่งหมายถึงเยาวชนอายุ 15-24 ปี ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา การทำงาน หรือการฝึกอบรม ราว 1.3 ล้านคน คิดเป็น 14% ของเยาวชนทั้งหมด โดย 60% ในกลุ่มนี้จบการศึกษาเพียงชั้น ม.ต้น และ 70% เป็นเพศหญิงและอยู่ในกลุ่มคุณแม่วัยใส รายงานระบุว่ากลุ่ม NEETs มีอัตราเพิ่มขึ้นปีละ 1% ซึ่งองค์การยูเนสโกชี้ว่า ถ้าไม่มีมาตรการทำงานกับประชากรกลุ่มนี้ ประเทศไทยจะสูญเสียการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ปีละ 1.7% และในทางกลับกันถ้ามีการลงทุนกับ NEETs เราจะได้ผลตอบแทนกลับมาที่ประเทศถึงปีละ 6.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ</p>



<p>“ฉะนั้น การทำงานของ กสศ. ด้วยการศึกษาทางเลือกทั้งในและนอกระบบการศึกษาเพื่อการประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอดชีวิต จะเป็นช่องทางสำคัญและเป็นคำตอบของการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา และเป็นหนทางหนึ่งให้เยาวชนกลุ่ม NEETs กลับมาพึ่งพาตนเองได้ ซึ่ง กสศ. เชื่อว่าปัญหาและทางออกของการแก้ไขนั้นอยู่ในชุมชน และชุมชนจะเป็นกลไกขับเคลื่อนให้การทำงานประสบความสำเร็จ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ed3678"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/13-กสศ-เปิดรับข้อเสนอโครงการส่งเสริม-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางสาวธันว์ธิดา</strong> กล่าวว่า การทำงานส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้และพัฒนาทักษะเยาวชนนอกระบบการศึกษา และแรงงานนอกระบบ ในปีนี้ กสศ. แยกออกเป็นสองประเภททุน โดยเพิ่มทุนพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา เพื่อการดำเนินงานกับเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม ส่วนทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ที่ทำมาอย่างต่อเนื่องและยกระดับการทำงานขึ้นทุกปี ยังคงให้ความสำคัญเรื่องระบบนิเวศทางการเรียนรู้&nbsp; ที่หน่วยจัดการเรียนรู้จะเข้ามาร่วมขับเคลื่อนทางสังคมไปด้วยกัน ด้วยการการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ ยกระดับผู้ร่วมเรียนรู้และชุมชนให้เข้มแข็ง เชื่อมโยงการศึกษาที่สัมพันธ์กับเศรษฐกิจครัวเรือน โดยโครงการฯ ปี 2566 นี้ จะมุ่งเน้นกลุ่มผู้เรียนรู้ที่มาเป็นครอบครัว หรือผู้พิการที่จับคู่มากับผู้ดูแลมากขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขยายนิเวศการเรียนรู้ที่เป็นกลุ่มก้อนออกไปยิ่งขึ้น</p>



<p>“ด้านกรอบแนวคิดการทำงาน กสศ. ยังมุ่งหารูปแบบการทำงานเชิงพื้นที่ ด้วยทุนทางสังคมและทุนทรัพยากรจากเครือข่ายหน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งจากภายนอกและภายในชุมชน หน่วยจัดการเรียนรู้ต้องเน้นการมีส่วนร่วม มีการลงมือปฏิบัติกับชุมชน และดึงคนในชุมชนมาช่วยพัฒนาการศึกษาเพื่อการประกอบอาชีพ เพื่อต่อยอดนวัตกรรมให้ตอบโจทย์ผู้ร่วมเรียนรู้ ตอบโจทย์ชุมชน ซึ่ง กสศ. อยากชวนหน่วยจัดการเรียนรู้จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศมาร่วมงานกัน ด้วยแต่ละพื้นที่มีทั้งความโดดเด่นและมีปัญหาที่แตกต่าง ฉะนั้นหากการทำงานยิ่งกระจายออกไปได้ครบทุกจังหวัด ก็จะยิ่งทำให้เห็นรูปธรรมของต้นแบบการเรียนรู้ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจตามมา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8a0805"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/13-กสศ-เปิดรับข้อเสนอโครงการส่งเสริม-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สำหรับการพัฒนาผู้ร่วมเรียนรู้จะต้องเติมทักษะที่มากกว่าเรื่องเทคนิคการประกอบอาชีพ แต่ต้องเรียนรู้เท่าทันโลกปัจจุบัน เช่นทักษะ IT มีการเติมเต็มทักษะชีวิตให้สามารถจัดการเรื่องการเงิน บริหารหนี้สิน และมีทักษะเกี่ยวกับการดูแลตนเองทั้งสุขภาพกายใจ ซึ่งทักษะต่าง ๆ นี้ล้วนจำเป็นกับกลุ่มผู้เรียนรู้ของโครงการ ฯ ในการบริหารความเสี่ยงต่าง ๆ ของชีวิต และจะช่วยให้มีโอกาสอื่น ๆ ตามมามากขึ้น” <strong>นางสาวธันว์ธิดา</strong> กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-270323/">กสศ. เปิดรับข้อเสนอโครงการส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2566 มุ่งสร้างกระบวนการพัฒนาตนเองให้เยาวชนนอกระบบการศึกษาและแรงงานนอกระบบ ด้วยการศึกษาทางเลือกที่ออกแบบจากฐานทุนชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ร่วม &#8220;เปิดตัวกองทุนคนดี 10 บาท เพื่อโอกาสคนสุราษฏร์&#8221; คนสุราษฎร์ ไม่ทิ้งใคร ระดมทรัพยากรเพื่อพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-041022/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-041022</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Oct 2022 05:50:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ณฐอร อินทร์ดีศรี]]></category>
		<category><![CDATA[Kick off โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำปี 2565 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดตัวกองทุนเมืองคนดี (10 บาท เพื่อโอกาสคนสุราษฎร์)]]></category>
		<category><![CDATA[วิชวุทย์ จินโต]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[10 บาท เพื่อโอกาสคนสุราษฎร์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[สุราษฎร์ธานี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สมคิด แก้วทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=60759</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-041022/">กสศ. ร่วม “เปิดตัวกองทุนคนดี 10 บาท เพื่อโอกาสคนสุราษฏร์” คนสุราษฎร์ ไม่ทิ้งใคร ระดมทรัพยากรเพื่อพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมเป็นประธานเปิดเวที “Kick off โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำปี 2565 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดตัวกองทุนเมืองคนดี (10 บาท เพื่อโอกาสคนสุราษฎร์)” ณ โรงแรมแก้วสมุยรีสอร์ต จังหวัดสุราษฎร์ธานี </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5b3ed4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/10-กสศ.-ร่วม-เปิดตัวกองทุนคนดี-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>โดยมีนายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี (อบจ.สฎ) คุณณฐอร อินทร์ดีศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ในฐานะผู้แทนกรรมการบริหาร กสศ. นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม อนุกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กสศ. นายโชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ อนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ กสศ. ดร.สมคิด แก้วทิพย์ ผู้จัดการโครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ผู้ทรงคุณวุฒิและตัวแทนจากสมัชชาการศึกษาสุราษฎร์ธานี สมัชชาสุขภาพจังหวัดสุราษฎร์ธานี ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 11 สุราษฎร์ธานี เครือข่ายสภาเด็กและเยาวชน ตลอดจนภาคีเครือข่ายจากรัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม เข้าร่วมกิจกรรม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-030c72"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/นายวิชวุทย์-จินโต.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นายวิชวุทย์ กล่าวขอบคุณคนสุราษฎร์ธานีที่เห็นความสำคัญของการจัดการศึกษาในพื้นที่ เพราะปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นปัญหาทางสังคม ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตโดยรวมของประชาชน ตลอดจนเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาทำให้เสียโอกาสที่จะพัฒนาชีวิตให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน ซึ่งเป็นปัญหาที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วม และมีเจตนารมณ์ร่วมกัน เพื่อสร้างโอกาสให้คนในพื้นที่ ในฐานะที่ตนเป็นประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ได้ติดตามการดำเนินงานโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำมาโดยตลอด โดยการดำเนินงานที่ผ่านมา อบจ.สฎ สมัชชาการศึกษาฯ ตลอดทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในระดับจังหวัดเพื่อให้เกิดความยั่งยืน และการดำเนินงานปี 2565 ยังคงขับเคลื่อนต่อเนื่องเพื่อให้การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดกับเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cb5e89"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/10-กสศ.-ร่วม-เปิดตัวกองทุนคนดี-5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้จึงเกิดการจัดตั้งกองทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำจังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้น โดยสร้างการรับรู้เป็นวงกว้าง ให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันสนับสนุนและเปิดตัวกองทุนเมืองคนดี (10 บาท เพื่อโอกาสคนสุราษฎร์) ขึ้น พร้อมกับประกาศเจตนารมณ์ “คนสุราษฎร์ ไม่ทิ้งใครและระดมทรัพยากรเพื่อพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพ เด็กและเยาวชนเข้าถึงโอกาสลดความเหลื่อมล้ำให้สมกับชื่อเมือง สุราษฎร์เมืองคนดี”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a3352d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/นายพัฒนะพงษ์-สุขมะดัน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้านนายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. ได้บรรยายพิเศษเรื่อง ‘กสศ.กับการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย’ ได้กล่าวถึงความมุ่งหวังที่จะให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและช่วยกันให้ความตั้งใจนี้บรรลุผลเพื่อลูกหลานในพื้นที่ ซึ่งต้นทุนการทำงานของจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีทั้งหน่วยงานอื่น และกสศ. อาทิโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น สร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลและยากจนที่ต้องการเป็นครูรุ่นใหม่ เพื่อกลับไปพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชนบ้านเกิด และโครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน โดยมีเด็กและเยาวชนและแรงงานนอกระบบการศึกษาสามารถสร้างรายได้ สร้างโอกาส และอาชีพโดยใช้ทุนของชุมชน เป็นต้น ซึ่งเป็นต้นทุนการทำงานที่หลากหลายของเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทาง กสศ. จึงอยากเห็นจังหวัดนำเครือข่ายเหล่านี้เข้ามาเป็นต้นทุนการทำงานลดความเหลื่อมล้ำให้แข็งแรงขึ้นและขับเคลื่อนงานในระยะยาวต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7a1477"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/10-กสศ.-ร่วม-เปิดตัวกองทุนคนดี-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาประสบการณ์การทำงาน “คนสุราษฎร์ไม่ทิ้งใคร”จากภาคีเครือข่ายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตลอดจนเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ‘Youth Talk คนรุ่นใหม่กับการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและอาชีพ’ และเวทีเสวนา ‘ก้าวต่อไปของการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี’ ที่นำเสนอบทบาทความร่วมมือของเครือข่ายในพื้นที่สู่การเชื่อมประสานงานร่วมกันเพื่อสร้างโอกาส การเรียนรู้ และจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้กับเด็กและเยาวชนคนสุราษฎร์ที่ยั่งยืนต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-041022/">กสศ. ร่วม “เปิดตัวกองทุนคนดี 10 บาท เพื่อโอกาสคนสุราษฏร์” คนสุราษฎร์ ไม่ทิ้งใคร ระดมทรัพยากรเพื่อพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อมัสยิดสวมบทบาทพัฒนาอาชีพให้สตรีด้อยโอกาส เรื่องเล่าจากหน่วยพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-community-base-mosque-disadvantaged-women/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-community-base-mosque-disadvantaged-women</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Jul 2021 05:55:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สมคิด แก้วทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[มัสยิดอัตตะอาวุน]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=42633</guid>

					<description><![CDATA[<p>“โครงการที่ผ่านมาพอประชุมแล้วก็เงียบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-community-base-mosque-disadvantaged-women/">เมื่อมัสยิดสวมบทบาทพัฒนาอาชีพให้สตรีด้อยโอกาส เรื่องเล่าจากหน่วยพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“โครงการที่ผ่านมาพอประชุมแล้วก็เงียบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่โครงการนี้เข้ามาช่วยเติมเต็มกำลังใจ เติมเต็มความมั่นใจ ด้วยเงื่อนไขชีวิตที่แตกต่างหลายอย่าง มีอุปสรรคมาก กำลังใจจึงเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องทุนพัฒนาอาชีพก็เข้าไปเสริมทำให้ชีวิตดีขึ้น”</p>



<p>คือถ้อยคำของ คุณนารี (นามสมมติ) แม่เลี้ยงเดี่ยวที่เข้าร่วมโครงการของศูนย์วิจัยและพัฒนา มัสยิดอัตตะอาวุน บางปู จังหวัดปัตตานี” ซึ่งได้รับ “ทุนจากโครงการพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2563” จากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐานคือหนึ่งในเครื่องมือส่งเสริมความเสมอภาคที่ กสศ. ขับเคลื่อนและสนับสนุนตั้งแต่ปี 2562 โดยทุนนี้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการ Reskill และ Upskill สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือประชากรวัยแรงงานที่เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส โดยใช้ชุมชนเป็นฐานในการพัฒนาศักยภาพผ่านกลไกการหารือและจัดการร่วมกัน</p>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-b9885a8b gb-headline-text">ชีวิตที่พลิกฟื้น: เรื่องเล่าจากแดนใต้</h2>



<p>ก่อนหน้านี้คุณนารีมีชีวิตที่ยากลำบาก เป็นกำลังหลักของครอบครัวในการดูแลผู้ป่วยติดเตียง เลี้ยงพี่ชายพิการ และดูแลลูก ทั้งที่เธอเองก็ไม่มีรายได้ ต้องอาศัยรายได้จากเงินสวัสดิการผู้สูงอายุและผู้พิการจุนเจือครอบครัว</p>



<p>เมื่อศูนย์วิจัยและพัฒนา มัสยิดอัตตะอาวุน จัดทำโครงการพัฒนาทักษะอาชีพบนฐานทุนวัฒนธรรมทรัพยากรในชุมชน โดยทุนสนับสนุนจาก กสศ. คุณนารีจึงได้เข้าร่วม นอกจากความรู้และทักษะที่ได้ เธอยังได้รับพลังใจ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน</p>



<p>“พอมาเข้าโครงการของมัสยิด รู้สึกดีใจที่ได้มายืนตรงจุดนี้ มีรายได้เข้ามา มีเพื่อนๆ ในกลุ่ม และรู้สึกดีใจว่า อนาคตข้างหน้าต้องดีกว่านี้ เพราะมั่นใจว่าโครงการนี้พาเราสู่อนาคตที่ดี”</p>



<p>โครงการพัฒนาทักษะอาชีพบนฐานทุนวัฒนธรรมทรัพยากรในชุมชน ขับเคลื่อนและดำเนินการโดยศูนย์วิจัยและพัฒนา มัสยิดอัตตะอาวุน บางปู จังหวัดปัตตานี ทั้งนี้ศูนย์วิจัยและพัฒนา มัสยิดอัตตะอาวุน เป็นหนึ่งในหน่วยงานภายใต้มัสยิดอัตตะอาวุน ซึ่งเป็นองค์กรศาสนาที่อาสาเข้ามาทำงานเพื่อชุมชน ศูนย์วิจัยและพัฒนานี้เป็นที่รวมกลุ่มปัญญาชนที่ขันอาสามาดูแลทำงานชุมชน มาพัฒนาชุมชนอย่างเป็นระบบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d44c35"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/07-เรื่องเล่าจากแดนใต้-01-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ในโครงการพัฒนาทักษะอาชีพนี้ ศูนย์วิจัย มัสยิดอัตตะอาวุนได้ร่วมทำงานกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นสตรีด้อยโอกาสในชุมชนจำนวน 100 คน โดยสตรีด้อยโอกาสประกอบด้วยแม่หม้าย สตรีว่างงาน แม่เลี้ยงเดี่ยว สตรีที่มีลูกอยู่ในวัยเรียน รวมทั้งสตรีสูงอายุ</p>



<p>“เนื่องจากสตรีต้องทำงานหนัก ต้องทิ้งบ้านทิ้งลูกทั้งวัน ชีวิตมีแต่ความเศร้า เราจึงอยากช่วยเหลือ อยากยกระดับชีวิตของสตรี แต่เราไม่มีทุน ก็เสาะหาหนทาง พอไปพบกับทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐานของ กสศ.จึงเขียนโครงการสมัครไป” อาจารย์รูฮันนี ทีมดูแลของศูนย์วิจัยฯ มัสยิดอัตตะอาวุน เล่าถึงจุดเริ่มต้นของโครงการ</p>



<p>“เราจัดกิจกรรมต่างๆ ช่วงแรก เป็นการให้ความรู้ภาคทฤษฎี การสอนทำบัญชีครัวเรือน ช่วงที่สอง ฝึกทักษะอาชีพโดยให้กลุ่มเป้าหมายเลือกอาชีพที่สนใจ โดยมี 5 อาชีพเกี่ยวกับการทำขนมและอาหารพื้นบ้าน คือ ปลาแห้งปลอดสารพิษ ขนมมาดูฆาตง ขนมอาเกาะ ยำสาหร่ายผมนาง และซามาลอแก ซึ่งเป็นอาหารขนมพื้นบ้านที่ควรอนุรักษ์ เราเชิญปราชญ์ชาวบ้านมาบอกสูตรอาหารมาสอนทักษะการทำอาหาร”</p>



<p>“สิ่งที่สำคัญมาก ทุกครั้งก่อนเริ่มกิจกรรม อิหม่ามจะใช้ศาสนาจรรโลงจิตใจ ให้ทุกคนใช้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ปลอดภัยเพื่อนั่งระบายความรู้สึก ระบายความในใจ จะได้รับรู้ว่าเขาไม่ได้เศร้าอยู่คนเดียว และสะท้อนสิ่งดีในตัวออกมา ต่อมาก็ค่อยสอนเรื่องอาชีพ เราฝึกให้กลุ่มสตรีคิดประยุกต์เมนูอาหาร คิดต่อยอดอีกหลายเมนู เช่น ปลาแห้งก็สามารถทำเมนูขึ้นโต๊ะได้อีกหลายอย่าง เราค้นพบว่ากลุ่มสตรีเราก็เก่งมากด้วย”</p>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-45685304 gb-headline-text">เมื่อโจทย์สนุกก็พ้นทุกข์ถนัด</h2>



<p>นอกจากเสริมพลังภายในและเติมศักยภาพความรู้ด้านการผลิตขนมและอาหารแล้ว โครงการยังเปิดพื้นที่ให้กลุ่มเป้าหมายได้ฝึกทดลองตลาดจริงด้วย โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายเป็นทีม ให้เวลาหนึ่งเดือน ทุกทีมได้รับทุนประเดิมทีมละหนึ่งหมื่นบาท พอครบหนึ่งเดือนต้องนำหนึ่งหมื่นบาทมาคืนให้ได้ ซึ่งโจทย์นี้ช่วยกระตุ้นให้ทุกกลุ่มขวนขวายเรียนรู้และฝึกแก้ปัญหาเอง เป็นสิ่งที่สนุกมาก ทำให้สตรีเหล่านี้ลืมความทุกข์ในชีวิตประจำวัน ทำให้รับรู้ว่า ถ้าเปิดใจกล้าก้าวข้ามความกลัว ออกจากคอมฟอร์ตโซนได้ เขาจะรู้ว่าเขาเก่งสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3e7a30"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/07-เรื่องเล่าจากแดนใต้-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“ผลลัพธ์จากการทำกิจกรรมพัฒนาอาชีพในรอบเจ็ดเดือน แม้จะไม่ง่าย แต่ทุกคนก็พยายามพิสูจน์ศักยภาพตนเอง อีกทั้งทางมัสยิดก็เป็นที่พึ่งพาให้ทุกคน เราต่างเป็นเพื่อนกัน วันนี้ทุกคนมีความสุขและเห็นแววว่าสามารถเป็นผู้ประกอบการใหม่มีอนาคตที่ดีได้” อาจารย์รูฮันนี กล่าว คุณสุกัญญา สุขสุพันธ์ พี่เลี้ยงจาก กสศ. ที่ช่วยให้คำแนะนำและปรึกษาตลอดโครงการฯ วิเคราะห์ว่า “จุดเด่นของโครงการนี้คือ ความเป็นองค์กร คนทำงาน และกระบวนการเรียนรู้ และจุดที่ประทับใจสุดคือ หน่วยนี้ทำงานบนมิติความสัมพันธ์ คือทำงานแบบต่อยอดจากสิ่งที่เขามี ไปดูก่อนว่าเขามีทุนความรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับขนมที่อยู่บนฐานทุนภูมิปัญญาและทรัพยากรของท้องถิ่น ทำให้เห็นว่าชุมชนมีตัวตน มีศักยภาพ มีความรู้ ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมโครงการรู้สึกว่าตัวเองมีศักยภาพ”</p>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-b59db660 gb-headline-text">เร่งลดความเหลื่อมล้ำต้องทำงานข้ามกระทรวง</h2>



<p>คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ. ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไม่ใช่เฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการศึกษาเท่านั้น แต่ต้องทำงานข้ามกระทรวง</p>



<p>“สำหรับโครงการเหล่านี้ แผนยุทธศาสตร์ของ กสศ. คือ กลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มนอกรั้วโรงเรียน คือไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา ไม่ใช่เยาวชนแล้ว กสศ.พยายามค้นหารูปแบบกระบวนการที่สามารถส่งเสริมให้ทุกกลุ่มทำงานได้ เราเห็นทักษะศักยภาพ ปัญหา และมองว่าอาชีพนี่แหละเป็นเครื่องมือที่ทำให้เรื่องของเศรษฐกิจ การศึกษาและชุมชนเชื่อมโยงกัน” ซึ่งเราก็เห็นตัวอย่างจากทั้งสามกรณีศึกษา&nbsp; “ในภาพใหญ่ของประเทศ เรามีกลุ่มเป้าหมายประมาณ 20 ล้านคนทั่วประเทศ ส่วนใหญ่ 70% ไม่ได้ทำงานในระบบ ยังเผชิญปัญหา สิ่งที่ กสศ.ทำไม่ได้เน้นเชิงจำนวน แต่เป็นการค้นหาโมเดลจากการเรียนรู้ปฏิบัติจริง เราเห็นช่องว่างการเรียนรู้ ระบบนิเวศ จึงพัฒนาโมเดลขึ้นมาเพื่อหวังว่าจะไปขยายผลต่อได้ โดยการเสนอเป็นแผนนโยบาย ทุกท่านจึงมีบทบาทอย่างยิ่งที่เป็นผู้ให้คำตอบ เราจะขยายผลให้ความช่วยเหลือมากกว่านี้ ทดลองสร้างต้นแบบด้วยกัน เราทำมาแล้วสองปีและได้บทเรียนดีเยอะ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9655de"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/07-เรื่องเล่าจากแดนใต้-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td><strong>รู้จักทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน</strong><br><br>ทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เริ่มดำเนินมาตั้งแต่ปี 2562 โดยเป้าหมายหลักคือ ส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือประชากรวัยแรงงานที่เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส โดยใช้ชุมชนเป็นฐานสร้างกระบวนการให้เกิดการยกระดับความรู้ ความสามารถ ในการประกอบอาชีพตามความถนัดและศักยภาพของตนเอง<br>&nbsp;<br>ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ภายใต้การสนับสนุนของ กสศ. ได้มีบทบาทสนับสนุนโครงการพัฒนาอาชีพ 194 โครงการ เปลี่ยนชีวิตผู้คนกว่า 14,414 คน ใน 51 จังหวัด ครอบคลุม 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ นอกจากการมอบทุนในรูปแบบเงินสนับสนุนแล้ว กสศ. ยังหนุนเสริมทักษะความรู้ โดยจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ รวมทั้งทำงานร่วมกับ “พี่เลี้ยง” อย่างใกล้ชิด<br>&nbsp;<br>“การใช้ชุมชนเป็นฐานเป็นต้นแบบหนึ่งของ กสศ. ถือเป็นมิติใหม่ของการทำงานเชิงพื้นที่ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน โดย กสศ.เข้าไปหนุนเสริมทักษะความรู้และงบประมาณบางส่วน ทำให้เกิดการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ทั้งนี้รูปแบบการทำงานแบบนี้น่าจะเป็นทางเลือกและทางรอดของประเทศไทยได้”<br><br>– ดร.สมคิด แก้วทิพย์ ผู้จัดการโครงการพัฒนาทักษะอาชีพสำหรับผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2563<br><br>สามารถติดตามข้อมูลทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน เพิ่มเติมได้ที่: <a href="https://www.eef.or.th/fund/community-base">https://www.eef.or.th/fund/community-base</a></td></tr></tbody></table></figure>



<p><strong>ที่มา:</strong> เวทีเสวนาออนไลน์ “เรียนให้รู้ อยู่ให้รอด&#8230;สู้วิกฤตโควิด-19: บทเรียนการทำงานทุนพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐานปี 2563” เมื่อ 28 พฤษภาคม 2564</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-community-base-mosque-disadvantaged-women/">เมื่อมัสยิดสวมบทบาทพัฒนาอาชีพให้สตรีด้อยโอกาส เรื่องเล่าจากหน่วยพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘มีอาชีพ รู้คุณค่าในตัวเอง สังคมยอมรับ’ ร่วมกันสร้างชุมชนให้เป็นพื้นฐานดูแลกัน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/0234-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=0234-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 22:00:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเคลื่อนไหว]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สมคิด แก้วทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[เวทีหนุนเสริมภาคกลางและภาคตะวันตกครั้งที่ 1]]></category>
		<category><![CDATA[บอกเล่าความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[รื่องเล่าจากชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=11188</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุนพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน เป็นความตั้งใจของ ‘กองท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/0234-2/">‘มีอาชีพ รู้คุณค่าในตัวเอง สังคมยอมรับ’ ร่วมกันสร้างชุมชนให้เป็นพื้นฐานดูแลกัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-11189" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972664879.jpg" alt="" width="1080" height="699" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972664879.jpg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972664879-300x194.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972664879-768x497.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972664879-1024x663.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span lang="TH">ทุนพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็<wbr />นฐาน เป็นความตั้งใจของ </span>‘<span lang="TH">กองทุนเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษา</span>’ <span lang="TH">หรือ กสศ. ในการสร้างหน่วยพัฒนาอาชีพ ซึ่งจะมีบทบาทในการร่วมมือกั<wbr />บหน่วยพัฒนาอาชีพเดิมที่มีต้นทุ<wbr />นอยู่แล้ว และนำทัศนคติ แนวคิด หรือวิธีการทำงานที่ผ่านมา เข้ามาบูรณาการกับแนวทางของ </span>‘<span lang="TH">นักจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มี<wbr />ชีวิต</span>’ <span lang="TH">หรือเรียกว่า </span>‘<span lang="TH">กระบวนกร</span>’ <span lang="TH">ให้เข้ามาทำหน้าที่เป็น </span>‘<span lang="TH">พี่เลี้ยง</span>’ <span lang="TH">เพื่อรับฟังและกระตุ้นความคิ<wbr />ดกลุ่มเป้าหมาย คือผู้ด้อยโอกาสที่ขาดแคลนทุ<wbr />นทรัพย์ในทุกภาคส่วนของสังคม อาทิ คนเร่ร่อน ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ฯลฯ ให้สามารถพัฒนาทักษะ ความรู้ และได้รับโอกาสสร้างอาชีพโดยไม่<wbr />เป็นฝ่ายรอรับความช่วยเหลือเพี<wbr />ยงอย่างเดียว</span></p>
<p>ด้วยการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันข้<wbr />อมูลซึ่งกันระหว่างหน่วยพั<wbr />ฒนาอาชีพจากต่างสาขา จะทำให้สามารถเติมเต็มความสมบู<wbr />รณ์ในการสร้างกลุ่มทั<wbr />กษะแรงงานใหม่ให้กับชุมชนต่างๆ เพื่อเดินต่อไปข้างหน้าร่วมกั<wbr />นได้อย่างยั่งยืน</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11196" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/สมคิด.jpg" alt="" width="1080" height="721" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/สมคิด.jpg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/สมคิด-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/สมคิด-768x513.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/สมคิด-1024x684.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/สมคิด-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/สมคิด-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /><span lang="TH">ดร.สมคิด แก้วทิพย์ ผู้จัดการโครงการฯ</span></pre>
<p><span lang="TH">ดร.สมคิด แก้วทิพย์ ผู้จัดการโครงการพั<wbr />ฒนาระบบทดลองการพัฒนาทั<wbr />กษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์<wbr />และด้อยโอกาส ได้กล่าวใน </span>‘<span lang="TH">เวทีหนุนเสริ<wbr />มภาคกลางและภาคตะวันตกครั้งที่ </span>1’ <span lang="TH">ซึ่งมีหน่วยพัฒนาอาชีพ </span>12 <span lang="TH">แห่งในเขตภาคกลางและภาคตะวันตก เข้าร่วม ที่จังหวัดอยุธยา ว่า </span>‘<span lang="TH">ทุนพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็<wbr />นฐาน</span>’ <span lang="TH">มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนคือกลุ่<wbr />มคนผู้ด้อยโอกาส หรือคนที่ถูกสังคมมองข้ามและปล่<wbr />อยทิ้งไว้ข้างหลัง สิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญคื<wbr />อความยากจน โดดเดี่ยว ไม่มีงานทำ อันเป็นสาเหตุให้มีปัญหาอื่นๆ ตามมา ทั้งในด้านสุขภาพหรือคุณภาพชีวิ<wbr />ต ดังนั้นเราจึงต้องสร้างสังคมให้<wbr />เป็นพื้นฐานของการดูแลกัน</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11204" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972715556.jpg" alt="" width="1080" height="721" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972715556.jpg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972715556-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972715556-768x513.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972715556-1024x684.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972715556-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972715556-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<blockquote><p>“คนด้อยโอกาสคือคนที่จนงาน จนเงิน จนความสุข จนสุขภาพ และขาดเพื่อน ขาดความช่วยเหลือที่จะช่<wbr />วยนำพาชีวิตของพวกเขาให้เดินต่<wbr />อไปได้ในระยะยาว การสร้างชุมชนให้เป็<wbr />นฐานของการพัฒนาทักษะชีวิตจึงถื<wbr />อเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่<wbr />งใหญ่ ที่ทุกคนจะได้มาสร้างสังคมด้<wbr />วยกัน เป็นส่วนหนึ่งในการแลกเปลี่<wbr />ยนเรียนรู้ร่วมกัน”</p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11200" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972753034.jpg" alt="" width="1080" height="721" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972753034.jpg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972753034-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972753034-768x513.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972753034-1024x684.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972753034-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972753034-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span lang="TH">ดร.สมคิด กล่าวต่อไปว่า สำหรับภาคกลางและภาคตะวันตก เรามี </span>12 <span lang="TH">พื้นที่เข้าร่วมในการเริ่มต้น และในอนาคตเรายังต้องการผู้มี<wbr />เจตนาเดียวกัน ที่จะเข้ามาเพิ่มขึ้น เพื่อขยายพื้นที่และยกระดั<wbr />บการทำงาน ทีมงานทุกฝ่ายทั้ง   กสศ. กระบวนกร และผู้เข้าร่วมทุกคนนับเป็นหน่<wbr />วยหนึ่ง เป็นอีกมือหนึ่งที่จะมาร่<wbr />วมออกแบบกระบวนการ เข้ามาเรียนรู้ร่วมกัน เพราะความรู้คือสิ่งสำคัญที่<wbr />เราต้องช่วยกันสร้าง แล้วความสัมพันธ์ที่จะก่อตัวเป็<wbr />นปึกแผ่นในภายภาคหน้าจะพาให้<wbr />งานที่ทุกคนมีเป้าหมายร่วมกั<wbr />นดำเนินไปได้ ส่วนตัวแล้วรู้สึกขอบคุณแทนผู้<wbr />ด้อยโอกาสทุก ๆ คนในสังคม สำหรับสิ่งที่ทุกคนทำให้เกิดขึ้<wbr />นในวันนี้</span></p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11201" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/ภัทระ.jpg" alt="" width="1080" height="721" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/ภัทระ.jpg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/ภัทระ-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/ภัทระ-768x513.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/ภัทระ-1024x684.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/ภัทระ-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/ภัทระ-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /><span lang="TH">นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการบริหาร กสศ.</span></pre>
<p><span lang="TH">ทางด้าน นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึ<wbr />กษา กล่าวเสริมว่า กสศ. มีหน้าที่โดยตรงในการสร้<wbr />างกรอบการศึกษาใหม่ ที่เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิ<wbr />ตของคนทุกกลุ่มในสังคมโดย </span>‘<span lang="TH">จะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง</span>’ <span lang="TH">และกองทุนฯ มีหน้าที่ทำงานเพื่อประชาชนทุ<wbr />กคนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา</span></p>
<p><span lang="TH">สำหรับ โครงการทุนพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุ<wbr />มชนเป็นฐาน ถือว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยเรามีจุดประสงค์ของโครงการว่<wbr />า เราไม่ได้มาให้ปลา แต่เราจะมาช่วยค้นหาและสร้<wbr />างกระบวนการให้เขาได้ค้นพบและรู้<wbr />จักวิธีการหาปลา ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนไม่ว่<wbr />าจะอยู่ในบทบาทใดก็ตามคือผู้<wbr />มารับบทบาทใหม่ เราจะไม่ใช่วิธีการเดิมๆ ที่ทำเพียงแค่นำเงินจากกองทุ<wbr />นไปมอบให้คนด้อยโอกาส แล้วปล่อยพวกเขาให้เผชิญอุ<wbr />ปสรรคกันเองต่อไป แต่ถึงตรงนี้เราต้องมาเรียนรู้<wbr />ร่วมกัน ทำงานไปด้วยกัน แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ต่<wbr />างๆ ที่ทุกคนมี เพราะในโลกศตวรรษที่ </span>21 <span lang="TH">นี้ จะไม่มีใครที่อยู่บนยอดบนสุดอี<wbr />กแล้ว แต่ทุกคนต้องอยู่ในตำแหน่งที่<wbr />พร้อมช่วยเหลือ และเรียนรู้จากกัน</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11202" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972805543.jpg" alt="" width="1080" height="721" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972805543.jpg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972805543-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972805543-768x513.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972805543-1024x684.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972805543-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972805543-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span lang="TH">นายภัทระ คาดหวังกับโครงการฯนี้ว่า ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการ อยากให้ทีมงานทุกฝ่ายมีกำลังใจ มองไปยังเป้าหมายเดียวกันว่าถ้<wbr />าโครงการดำเนินไปจนได้ข้อสรุ<wbr />ปในตอนท้ายออกมา บทเรียนบทนี้จะเป็นจุดเปลี่<wbr />ยนแปลงที่สำคัญของประเทศเรา นั่นเพราะข้อสรุปที่เราได้รั<wbr />บจะหมายถึงว่า เราพบแล้วว่ามีวิธีการที่ดีขึ้<wbr />นสำหรับการพัฒนาคนทุกภาคส่วน ทั้งยังสามารถนำไปปรับใช้กับหน่<wbr />วยงานอื่นๆ ได้ ผลลัพธ์ที่ได้มันจะเกิดเป็<wbr />นประโยชน์มหาศาลกั<wbr />บประเทศในภาพรวม แต่อย่างน้อยที่สุด สำหรับจุดเริ่มต้น แรงปรารถนาของทุกคนที่อยากให้ชี<wbr />วิตของผู้อื่นดีขึ้น และเริ่มต้นที่คนๆ หนึ่งสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ </span>1-2 <span lang="TH">คนเป็นผลสำเร็จ เพียงเท่านี้พวกเราก็มีความหวั<wbr />งกับอนาคตได้มากขึ้นแล้ว</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11203" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972710156.jpg" alt="" width="1080" height="721" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972710156.jpg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972710156-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972710156-768x513.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972710156-1024x684.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972710156-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/FB_IMG_1580972710156-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/0234-2/">‘มีอาชีพ รู้คุณค่าในตัวเอง สังคมยอมรับ’ ร่วมกันสร้างชุมชนให้เป็นพื้นฐานดูแลกัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
