<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดร.รัฐวิทย์ ทองนวรัตน์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%94%e0%b8%a3-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 15 Apr 2021 06:58:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ดร.รัฐวิทย์ ทองนวรัตน์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ.จับมือหน่วยงานภาคีสมุทรสาคร เร่งช่วยเด็กวิกฤตการศึกษา ค้นหากลุ่มเสี่ยง-กันหลุดออกนอกระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-25-02-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Feb 2021 11:10:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร]]></category>
		<category><![CDATA[EQUITY LAB]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รัฐวิทย์ ทองนวรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=27545</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประสานเสียงเสนอแบ่งโซนเปิดโรงเรียนในจังหวัด โดยเฉพาะพื้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-25-02-21/">กสศ.จับมือหน่วยงานภาคีสมุทรสาคร เร่งช่วยเด็กวิกฤตการศึกษา ค้นหากลุ่มเสี่ยง-กันหลุดออกนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-27552" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/เสนอแบ่งโซนเปิดโรงเรียนในจังหวัดสมุทรสา.jpg" alt="" width="1110" height="583" /></p>
<p><strong>ประสานเสียงเสนอแบ่งโซนเปิดโรงเรียนในจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ไม่พบการระบาดคู่กับมาตรการควบคุมเข้มงวด ขณะที่กสศ.จับมือหน่วยงานภาคีจังหวัดสมุทรสาคร เร่งช่วยเหลือเด็กเยาวชนในวิกฤตการศึกษา ค้นหาเด็กเยาวชนกลุ่มเสี่ยงป้องกันหลุดออกนอกระบบ และเยียวยาสภาวะความรู้ถดถอย พร้อมเปิด </strong><strong>EQUITY LAB นำนักจัดการศึกษาในภาวะวิกฤตระดับโลก ช่วยโค้ชครูสมุทรสาครรับมือวิกฤตความรู้ถดถอย</strong></p>
<p>หลังสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่ศบค.ยังคงกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด  หน่วยงานด้านการศึกษาหลายภาคส่วนเสนอเปิดโรงเรียนแบบโซนนิ่ง เพื่อลดผลกระทบความรู้ถดถอย หลังจากปิดเรียนยาวนาน</p>
<p><strong>ดร.รัฐวิทย์ ทองนวรัตน์ ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร</strong> กล่าวว่า เมื่อวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดประชุมร่วมกับหลายภาคส่วนทางการศึกษาในจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อประมวลสถานการณ์และผลกระทบจากการปิดสถานศึกษาต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 3 เดือน ซึ่งจากการประกาศของศบค.ล่าสุดสมุทรสาครยังคงเป็นพื้นที่สีแดงควบคุมสูงสุดและเข้มงวดยังต้องปิดสถานศึกษาทั้งหมดจนถึงปัจจุบัน ยอมรับว่า การปิดเรียนส่งผลต่อเด็กในพื้นที่อย่างมาก โดยเฉพาะเด็กที่ด้อยโอกาสเข้าไม่ถึงการศึกษาออนไลน์ ยิ่งต่อไปต้องไปสอบเอ็นที โอเน็ต ทำให้เด็กสมุทรสาครที่ต้องหยุดเรียนไปถึง 3-4 เดือนเสียเปรียบเด็กในพื้นที่อื่นเป็นอย่างมาก ​ตลอดจนเด็กอาชีวะที่ไม่สามารถสอบภาคปฏิบัติหรือไปฝึกงานตามหลักสูตรได้</p>
<figure id="attachment_27547" aria-describedby="caption-attachment-27547" style="width: 857px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-27547 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/b1.jpg" alt="" width="857" height="571" /><figcaption id="caption-attachment-27547" class="wp-caption-text">ดร.รัฐวิทย์ ทองนวรัตน์ ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร</figcaption></figure>
<p>อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมามีความพยายามคิดหาทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่ซึ่งได้หารือร่วมกับรักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครเพื่อเสนอต่อไปยัง ศบค. ให้มีมาตรการโซนนิ่ง พิจารณาว่าพื้นที่ไหนไม่มีความเสี่ยงการแพร่ระบาดก็ให้เปิดโรงเรียนได้ โดยมีมาตรการสาธารณสุขที่เข้าไปดูแลอย่างเข้มงวดในช่วงที่เปิดการเรียนการสอน เพื่อให้ผ่อนหนักเป็นเบาสำหรับนักเรียนในพื้นที่ที่ต้องหยุดเรียนมาต่อเนื่องยาวนานให้กลับมาได้เรียนได้เร็วที่สุด<br />
ซึ่งบางโรงเรียนได้เตรียมพร้อมทั้งการทำความสะอาด และวางแผนตามมาตรการสาธารณสุขเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด เช่น วางมาตรการตรวจ Swab ครูก่อนที่จะมาสอนเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่มีครูติดเชื้อมาแพร่สู่เด็ก</p>
<p>ดร.รัฐวิทย์ กล่าวอีกว่า ในพื้นที่จะทราบว่าพื้นที่ไหนมีความเสี่ยง มีการแพร่ระบาดที่จะสามารถพิจารณาร่วมกันกับหน่วยงานสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ไม่พบสถิติการติดเชื้อ ก็ให้เปิดทำการเรียนการสอนได้ เมื่อเปิดแล้วก็จะมีมาตรการดูแลนักเรียนที่เข้มงวด รวมทั้งคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเช่น ผู้ปกครองกลุ่มนี้ทำงานอยู่ในโรงงานที่มีความเสี่ยง ก็จะให้เด็กเรียนออนไลน์ หรือเรียนผ่านใบงานอยู่ที่บ้านเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงที่จะนำเชื้อมาแพร่ที่โรงเรียน ซึ่งแต่ละโรงเรียนก็จะมีข้อมูลที่สามารถคัดแยกความเสี่ยงได้</p>
<p>“เมื่อเปิดเรียนได้แล้วก็จะมีมาตรการเสริมอื่นๆ เพื่อช่วยให้เด็กในจ.สมุทรสาคร เรียนตามเด็กในพื้นที่อื่นได้ทัน เช่น การเติมภูมิรู้ให้ครูทั้งเทคนิคการสอนเสริม สอนลัด ไปจนถึงเสริมด้วยสื่อการเรียนการสอน ไม่ใช่แค่สอนไปเรื่อยๆ เหมือนปกติเท่านั้น เพราะเด็กกลุ่มนี้หยุดเรียนมานานต้องมีวิธีช่วยเหลือเพิ่มเติม ซึ่งส่วนนี้สามารถประสานกับทาง กสศ. เพื่อสนับสนุนสื่อการเรียนการสอนให้เด็กเรียนให้ทันโรงเรียนอื่น รวมทั้งในระยะต่อไปจะมีมาตรการช่วยเหลือครอบครัวที่ผู้ปกครองถูกเลิกจ้างงานและมีเด็กหลุดจากระบบ ทั้งการเสริมทักษะอาชีพให้กับนักเรียน หรือการช่วยเหลือไปถึงผู้ปกครองด้วย ซึ่งจากการประชุมครั้งนี้ จะนำไปสู่การตั้งคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤตทางการศึกษาของจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีกสศ.ร่วมสนับสนุนความช่วยเหลือเพิ่มเติม เป็นความร่วมมือบูรณาการบรรเทาผลกระทบด้านการศึกษาที่มีต่อเด็กและเยาวชนทั้งระยะสั้นและระยะยาว” ดร.รัฐวิทย์ กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>นักวิชาการ หนุน โซนนิ่งเปิดรร.สมุทรสาคร ลดช่องว่างเหลื่อมล้ำ</h3>
<figure id="attachment_27548" aria-describedby="caption-attachment-27548" style="width: 857px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-27548 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/b4.jpg" alt="" width="857" height="571" /><figcaption id="caption-attachment-27548" class="wp-caption-text">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ.</figcaption></figure>
<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า การสื่อสารท่ามกลางสถานการณ์ในจังหวัดสมุทรสาครนำมาสู่ “มายาอคติ” ทำให้ระบบการศึกษาในพื้นที่ถูกกระทำ  จนมีคำสั่งให้ปิดสถานศึกษาอย่างไม่เป็นธรรมกับ เด็ก ครู และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ขาดข้อมูล ขาดการเชื่อมโยงกับคนมีส่วนได้ส่วนเสียในจังหวัดสมุทรสาครจนเกิดภาวะการถดถอยทางการเรียนรู้ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับอาชีวศึกษา ที่พ่อแม่ตกงานลูกต้องหยุดเรียนไปหางานทำ เด็กมัธยมศึกษาขาดอุปกรณ์ อินเตอร์เน็ต มือถือ ขณะที่การเรียนจากใบงานไม่ปะติดปะต่อ และเด็กประถมศึกษาอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ​กลายเป็นความเหลื่อมล้ำที่หนักข้อขึ้นไปอีก ตรงนี้เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันช่วยเหลือครั้งใหญ่ เพราะยังมีปัญหาที่ตามมาจากการที่โรงเรียนต้องปิดนานกว่าพื้นที่อื่นเช่นการเรียนต่อ การสอบ ONET  เด็กอาชีวศึกษาที่จะต้องสอบใบมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งไม่ยุติธรรมกับเด็กสมุทรสาครมาก  ซึ่งมาจากที่เราทราบข้อมูลการศึกษาน้อยมากในพื้นที่ จนทำให้ตัดสินใจปิดโรงเรียนยาวนาน ทั้งที่สถานการณ์ในพื้นที่เริ่มคลี่คลาย ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงเหลือหลักสิบ</p>
<p>“ทางออกของปัญหาที่จ.สมุทรสาคร เสนอทางออกคือวิธีการจัดการศึกษาในลักษณะการจัดการเชิงพื้นที่แบ่งเป็นโซนสี  พื้นที่ไหนพอจะคลายล็อกได้ก็ให้ดำเนินการเปิดโรงเรียนเร็วที่สุด โดยมีมาตรการสนับสนุนเรื่องความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในการจัดการช่วยเปิดการเรียนเพื่อควบคุมป้องกันการติดเชื้อ ​ในเวลานี้เราไม่สามารถปล่อยให้เด็ก หรือครู  ต้องเผชิญปัญหาได้ตามลำพังอีกต่อไป กสศ. จะเข้ามามีส่วนร่วมประสานความร่วมมือ รูปแบบต่างๆ  ทั้ง สื่อการเรียนการสอน ทุนสนับสนุนเพิ่มเติมสำหรับเด็กและเยาวชนในวิกฤติการศึกษา ​เพื่อเยียวยาผลกระทบที่ตามมาจากการระบาดของโรคโควิด-19 ในจังหวัด.สมุทรสาคร” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>กสศ. หนุนสมุทรสาครโมเดล รับมือวิกฤติการศึกษาระยะยาว  เชิญนักการศึกษาระดับโลก โค้ชครู ช่วยเด็กบรรเทาความรู้ถดถอย    พร้อมเปิดศูนย์ช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่จะหลุดออกนอกระบบทันที</h3>
<p><strong>ด้านดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า ปัญหาที่ไม่ควรมองข้ามขณะนี้คือ ผลกระทบด้านการศึกษา โดยเฉพาะภาวะการถดถอยของการเรียนรู้ (Learning Loss) ที่เครือข่าย กสศ. เพิ่งพบหลักฐานในหลายพื้นที่ของประเทศไทย จากปัญหา Covid Slide ขณะนี้เหลือเวลาเพียงเดือนเศษสำหรับการเรียนการสอนในภาคเรียนสุดท้ายของปีการศึกษา 2563 แต่ขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอนว่าจังหวัดสมุทรสาครจะเปิดเรียนได้อีกหรือไม่ในปีการศึกษา 2563 หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ เด็กๆในพื้นที่จะขาดโอกาสการได้รับการเรียนการสอนเหมือนนักเรียนในช่วงชั้นเดียวกันยาวนานถึง 1 ภาคเรียน และหากรวมช่วงปิดเทอมฤดูร้อน หมายถึงนักเรียนในสมุทรสาครจะไม่ได้ไปโรงเรียนยาวนานมากถึง 7 เดือนเต็มๆ</p>
<figure id="attachment_27549" aria-describedby="caption-attachment-27549" style="width: 857px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27549 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/b3.jpg" alt="" width="857" height="571" /><figcaption id="caption-attachment-27549" class="wp-caption-text">ด้านดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure>
<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า เพื่อลดกระทบดังกล่าว กสศ.ร่วมกับหลายภาคส่วนในจังหวัดสมุทรสาครพัฒนาสมุทรสาครเป็น “พื้นที่ทดลองนำร่องในการจัดการภาวะวิกฤตทางการศึกษา” หรือสมุทรสาครโมเดล   เพื่อใช้ประโยชน์ทั้งในจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดอื่นๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยระดมความร่วมมือทั้งในจังหวัดและภาคส่วนต่างๆ บูรณาการทุกหน่วยงานในบอร์ดของกสศ.รวมถึงภาคเอกชน  โดยมี 4 เรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการคือ 1. การเร่งสำรวจและประเมินผลกระทบจาการที่นักเรียนต้องหยุดเรียนยาวนานเป็นรายบุคคล เช่น ภาวะการถดถอยของการเรียนรู้ (Learning Loss) และ ภาวะทุพโภชนาการของเด็กเยาวชนในพื้นที่ 2. การทำงานร่วมกันของเครือข่ายสถานศึกษาในสมุทรสาครเพื่อวางแผนการจัดการเรียนการสอนในช่วงรอยต่อระหว่างปีการศึกษา 2563-2564 ด้วยการบูรณาการเนื้อหาระหว่าง 2 ปีการศึกษาและการติดตามประเมินผลนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อให้นักเรียนทุกคนมีพัฒนาการด้านการเรียนรู้สมวัยในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญนี้</p>
<p>3.การระดมเครื่องมือ อุปกรณ์การเรียนรู้ เพื่อปิดช่องว่างที่ทำให้เด็กด้อยโอกาสไม่สามารถเข้าถึงการเรียนได้ โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งยังมีการระบาด ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้เพื่อแก้ไขปัญหาภาวการณ์ถดถอยของการเรียนรู้ และภาวะทุพโภชนาการของเด็กเยาวชนในพื้นที่ และ 4. การติดตามเด็กที่ประสบปัญหาวิกฤตการศึกษาเป็นรายคนเพื่อป้องกันการหลุดออกนอกระบบในช่วง 3 เดือนข้างหน้านี้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก เด็กเปราะบาง เด็กด้อยโอกาสที่ควรให้ความสำคัญเป็นกลุ่มแรก ทั้งนี้ Equity Lab กสศ.ยังจัดให้มีนักการศึกษาระดับโลกและผู้เชี่ยวชาญ จาก OECD คุณ พอล คอลลาร์ด (Mr.Paul Collard) ผู้มีประสบการณ์ในการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนในภาวะวิกฤตในประเทศต่างๆ มาทั่วโลก มาช่วยอบรมพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนการสอนเพื่อบรรเทาปัญหาความรู้ถดถอยให้กับครูในพื้นที่สมุทรสาครอีกด้วย</p>
<p><strong>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า  ประเทศสหรัฐอเมริกา มีหน่วยงาน Centers for Disease Control and Prevention หรือ CDC ที่จะกำหนดแนวทางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดในช่วง COVID-19 ว่าควรทำอย่างไร ซึ่งมีคำแนะนำว่า โรงเรียนถือเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัย มีความเสี่ยงของการติดโรคน้อย ควรจะเป็นที่สุดท้ายที่จะปิด และเป็นที่แรกที่จะเปิด โดยเฉพาะสถานศึกษาในระดับประถมศึกษาที่มีสถิติของการติดเชื้อน้อยมาก  ขณะที่การที่นักเรียนไม่ได้ไปเรียนจะส่งผลเสียโดยเฉพาะต่อกลุ่มเด็กเล็กมากกว่าเด็กโต นอกจากนี้  ทาง CDC ยังมีคำแนะนำเป็นแนวทางปฏิบัติในการกำหนดพื้นที่เป็น 4 ประเภท คือ สีน้ำเงิน มีผู้ติดเชื้อน้อยกว่า 5 % สีเหลือง มีผู้ติดเชื้อ 5-7.9% สีส้ม มีผู้ติดเชื้อ 8-9.9% และ สีแดงมีผู้ติดเชื้อ มากกว่า 10 %  โดยแม้แต่ในพื้นที่สีแดงก็ยังไม่มีมาตรการให้ปิดโรงเรียนถาวร แต่ให้ใช้แนวทางเรียนแบบผสมผสาน พร้อมใช้หลักเกณฑ์การดูแลป้องกัน เช่น การตรวจหาเชื้อครูทุกคนทุกสัปดาห์ และสุ่มตรวจเด็ก 10 % ทุกสัปดาห์ ขึ้นกับความสมัครใจของเด็ก</p>
<figure id="attachment_27550" aria-describedby="caption-attachment-27550" style="width: 857px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27550 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/b2.jpg" alt="" width="857" height="571" /><figcaption id="caption-attachment-27550" class="wp-caption-text">ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ.</figcaption></figure>
<p>โดยทั้งพื้นที่สีแดงและสีส้ม จะใช้วิธีการเรียนแบบผสมทั้งออนไลน์และในห้องเรียน  ซึ่งการจัดห้องเรียนจะมีทั้งลดจำนวนเด็ก สลับวันเรียน และมาตรการโซเชียลดิสแทนซิ่ง ไม่ให้เด็กสัมผัสกัน  ไม่มีการเล่นกีฬา พร้อมทั้งมีคำแนะนำให้จัดเป็น Learning Pod นำเด็กและครูที่ผ่านการคัดกรองมาจัดการสอนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ส่วนโซนสีน้ำเงินให้มาเรียนได้ตามปกติโดยใช้มาตรการป้องกัน เช่นการรักษาระยะห่าง 6 ฟุต สามารถเล่นกีฬาได้แต่ต้องไม่มีการสัมผัสตัว โดยยังต้องมีการทดสอบการติดเชื้อครูทุกสัปดาห์แต่ไม่ต้องมีการทดสอบเด็ก</p>
<p>ดร.ภูมิศรัณย์ กล่าวว่า หากเทียบเคียงกับในประเทศไทยซึ่งปัจจุบันในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ยังใช้แนวทางการปิดสถานศึกษาทั้งจังหวัด ส่งผลให้เด็กทั้งจังหวัดเกิดความถดถอยทางการเรียนรู้อย่างรุนแรงโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะสำหรับเด็กที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้อย โดยทางออกสามารถแบ่งโซนพื้นที่เสี่ยงคล้ายกับสหรัฐได้ โดยพิจารณาการติดเชื้อในพื้นที่ของโรงเรียน และที่พักอาศัยของเด็กนักเรียน พิจารณาว่าการเดินทางของเด็กต้องข้ามเขตพื้นที่ไปยังโซนเสี่ยงหรือไม่ หากพื้นที่ไหนไม่มีความเสี่ยงก็อาจเปิดการสอนโดยใช้มาตรการควบคุมป้องกันได้ พร้อมตรวจหาเชื้อครูหรือเด็กนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ หรือพิจารณาให้ครูในพื้นที่เสี่ยงได้รับวัคซีนก่อน หากเด็กหรือผู้ปกครองอยู่ในพื้นที่เสี่ยงก็กำหนดให้สามารถมีช่องทางเรียนแบบออนไลน์ไม่ต้องมาที่โรงเรียน พร้อมกันนี้ควรมีการประเมินความรู้เด็กในช่วงที่หยุดเรียนนานๆ  ว่ามีการลดลงอย่างไร เพื่อที่จะได้หามาตรการไปช่วยเหลือเช่น การสอนเสริมนอกเวลาเรียนปกติ หรือโดยแนวทางอื่นๆ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-25-02-21/">กสศ.จับมือหน่วยงานภาคีสมุทรสาคร เร่งช่วยเด็กวิกฤตการศึกษา ค้นหากลุ่มเสี่ยง-กันหลุดออกนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.จับมือสมุทรสาคร เดินหน้า “ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา หรือ Smart Refer”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-13-02-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 13 Feb 2021 05:39:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[พมจ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ smart refer]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รัฐวิทย์ ทองนวรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาคร]]></category>
		<category><![CDATA[ธีรพัฒน์ คัชมาตย์]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงมหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=27156</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-13-02-21/">กสศ.จับมือสมุทรสาคร เดินหน้า “ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา หรือ Smart Refer”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27158" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/thumbnail-1.jpg" alt="" width="864" height="454" /></p>
<p><strong>นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร</strong> กล่าวถึงสถานการณ์การปิดเรียนของจังหวัดว่า สมุทรสาครยังคงเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด แม้ว่าสถานการณ์การระบาดจะดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังคงต้องประเมินรายวัน จึงจำเป็นต้องปิดโรงเรียนมาตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2563  และให้มีการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ โดยมอบหมายศึกษานิเทศก์คอยติดตามประเมินว่าการเรียนออนไลน์ได้ผลมากน้อยอย่างไร อย่างไรก็ตามพบว่ามีเด็กบางกลุ่มที่เข้าไม่ถึงอุปกรณ์เทคโนโลยี ซึ่งได้แจ้งให้ศึกษาธิการจังหวัด เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา หากพบว่ามีเด็กคนใดต้องการเครื่องมืออุปกรณ์ เน้นเฉพาะรายที่ไม่มี ขาดแคลนจริงๆ เมื่อมีการร้องขอเข้ามา ทางจังหวัดยินดีที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อดูแลเด็กและเยาวชนในจังหวัดสมุทรสาครของเรา</p>
<p>นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า &#8220;การจัดการเรื่องนี้ ต้องพิจารณาหลายๆส่วนร่วมกันทั้ง ด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ และเรื่องการศึกษา ก็เป็นส่วนสำคัญ ต้องทำๆทุกอย่างในเวลาเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง  ตอนนี้บุคลากรทางการศึกษาทั้งหมดรับทราบสถานการณ์ แต่ยังมีความจำเป็นไม่ให้เด็กเจอกัน เกรงว่าปัญหาการระบาดจะเกิดขึ้น  ทางจังหวัดสมุทรสาครได้เตรียมประชุมร่วมกันกับหน่วยงานทางการศึกษาทั้งหมดเพื่อรับทราบข้อมูล และลงทำงานในพื้นที่เพื่อให้ครอบคลุมถึงเด็กทุกคน&#8221;</p>
<figure id="attachment_27161" aria-describedby="caption-attachment-27161" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27161 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/ธีรพัฒน์-คัชมาตย์-รองผู้ว่าสมุทรสาคร.jpg" alt="" width="864" height="454" /><figcaption id="caption-attachment-27161" class="wp-caption-text">นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร</figcaption></figure>
<p>“เป็นเรื่องที่ดีที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ได้เข้ามาร่วมช่วยกับจังหวัดสมุทรสาคร ฉะนั้นเด็กนักเรียนยากจนพิเศษก็จะได้รับการดูแลจากจังหวัด และจากความร่วมมือจาก กสศ. ต้องขอขอบคุณ กสศ. ที่เข้ามาช่วยจังหวัดสมุทรสาคร และทุกฝ่ายที่ให้ความสนใจเรื่องการศึกษาในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งช่วยให้สามารถชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปสำหรับกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ให้ได้มีสิทธิและความเท่าเทียมกับเด็กคนอื่นๆ เพราะอย่างไรก็ตามพวกเขาคือต้นกล้าต้นหนึ่งในการพัฒนาประเทศ” นายธีรพัฒน์ กล่าว</p>
<p>ด้าน <strong>นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า จากการประเมินผลกระทบการปิดโรงเรียนที่ยาวนานในจังหวัดสมุทรสาคร พบว่า กลุ่มเด็กนักเรียนยากจนด้อยโอกาสกำลังเผชิญวิกฤตทางการศึกษา 2 ด้าน คือ 1.การไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาในช่วงล็อคดาวน์เพราะขาดอุปกรณ์จึงส่งผลให้เกิดภาวะความรู้ถดถอย (learning loss)  และ 2.มีแนวโน้มที่เด็กและเยาวชนยากจนด้อยโอกาสเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษาเพิ่มขึ้น  เนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว กสศ.ได้ประสานจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อนำกลไก<strong>ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา หรือ smart refer</strong> ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ ที่อยู่ในคณะกรรมการบริหารกสศ. เช่น <strong>กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมุนษย์, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงสาธารณสุข</strong> เข้ามาสนับสนุนการช่วยเหลือเด็กยากจนด้อยโอกาสที่ประสบกับภาวะวิกฤตทางการศึกษา โดยการทำงานจะแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ 1.ระยะวิกฤต ประคับประคองเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ให้ได้รับการช่วยเหลือตามสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมทันสถานการณ์ และ 2.ระยะฟื้นฟู จัดทำโปรแกรมการช่วยเหลือดูแลรายคนให้สามารถกลับเข้าสู่ภาวะวิถีปกติทางการศึกษาหรือได้รับการศึกษาตามสภาพปัญหาของแต่ละคนต่อไป ทั้งนี้สามารถแจ้งความช่วยเหลือได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 079 5475 ต่อ 8</p>
<figure id="attachment_27163" aria-describedby="caption-attachment-27163" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27163 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/นายสุภกร-บัวสาย.jpg" alt="" width="864" height="454" /><figcaption id="caption-attachment-27163" class="wp-caption-text">นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</figcaption></figure>
<p>“ก่อนหน้านี้ กสศ. ร่วมกับ<strong>กระทรวงศึกษาธิการ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน</strong> ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับนักเรียนกลุ่มที่ยากลำบาก ผ่าน<strong>โครงการเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข หรือทุนเสมอภาคของกสศ.</strong> ซึ่งดูแลเด็กๆ ตั้งแต่ระดับชั้น อนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยในภาคเรียนที่ 2/63 จัดสรรคนละ 1,000   บาท เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยช่วยเหลือแล้ว จำนวน 932,162 คน การที่กสศ.ริเริ่ม<strong>ศูนย์ smart refer</strong> นี้ขึ้น เพื่อปิดช่องว่างไม่ให้เด็กที่อยู่ในภาวะวิกฤตทางการศึกษาคนใดตกหล่น ในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ โดยเริ่มต้นที่จังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่แรก เพื่อพัฒนาให้เป็นสมุทรสาครโมเดล ก่อนขยายการทำงานต่อไป” นพ.สุภกร กล่าว</p>
<figure id="attachment_27162" aria-describedby="caption-attachment-27162" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27162 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/ดร.รัฐวิทย์-ทองนวรัตน์-ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร.jpg" alt="" width="864" height="454" /><figcaption id="caption-attachment-27162" class="wp-caption-text">ดร.รัฐวิทย์ ทองนวรัตน์ ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร</figcaption></figure>
<p>ด้าน <strong>ดร.รัฐวิทย์ ทองนวรัตน์ ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร</strong> ระบุว่า COVID-19 ส่งผลกระทบถึงระบบการศึกษาในจังหวัดสมุทรสาครอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในเบื้องต้นการปิดเรียนทำให้การนำเทคโนโลยีถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ โดยรวมถือว่าช่วยให้การศึกษาเดินต่อไปได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังมีเด็กกลุ่มหนึ่งที่จำเป็นต้องได้รับการเข้าถึง ค้นหาให้พบ เพื่อมอบความช่วยเหลือให้เป็นกรณีพิเศษ นั่นคือกลุ่มที่ขาดปัจจัยพื้นฐาน ไม่มีความพร้อมทั้งด้านชีวิตความเป็นอยู่หรือเครื่องมือสื่อสาร ซึ่งหากไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แม้การจัดการศึกษาในภาพรวมจะไปต่อได้ แต่เด็กกลุ่มนี้จะค่อยๆ ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และหลุดออกจากระบบการศึกษาไปในที่สุด</p>
<figure id="attachment_27167" aria-describedby="caption-attachment-27167" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27167 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/4-1.jpg" alt="" width="864" height="454" /><figcaption id="caption-attachment-27167" class="wp-caption-text">ภาพจากโรงเรียนวัดปัจจันตาราม จังหวัดสมุทรสาคร</figcaption></figure>
<p>ดร.รัฐวิทย์ กล่าวว่า เบื้องต้นเราได้นำเทคโนโลยีหลากหลายช่องทางมาใช้ ทั้งการใช้ DLTV หรือถ่ายทอดสดการสอนผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ซึ่งพบว่าประสบปัญหาน้อยในโรงเรียนที่มีศักยภาพ และในกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษา แต่สำหรับเด็กเล็กและกลุ่มเด็กด้อยโอกาสในที่ห่างไกล เขาไม่มีเครื่องมือสื่อสาร เข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ต โรงเรียนจึงได้ใช้วิธีทำใบงานแล้วให้ผู้ปกครองเด็กเข้ามารับงานจากโรงเรียนไปทำแล้วกลับมาส่ง บ้างให้ครูลงพื้นที่เข้าไปหาเด็ก โดยจัดเป็นกลุ่มย่อยๆ ในกลุ่มเด็กที่อาศัยอยู่ใกล้กัน นี่คือเราแก้ปัญหาคนละครึ่งทาง เพราะบางคนอยู่ในพื้นที่เสี่ยงครูเข้าไปหาที่บ้านไม่ได้ ก็ต้องหาพื้นที่ส่วนกลางที่ปลอดภัยหมายถึงเราต้องบูรณาการปัญหาด้านการศึกษาและสาธารณสุขเข้าด้วยกันตั้งแต่ในการวางแผนงาน ขณะที่บางโรงเรียนใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยการที่โรงเรียนจัดหาเครื่องมือสื่อสารสำหรับเด็กด้อยโอกาสให้เขาได้ใช้เรียนชั่วคราว โดยเป็นนโยบายที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้สำรวจข้อมูลว่าเด็กคนไหนขาดแคลนและสามารถช่วยได้</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27165" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/2-1.jpg" alt="" width="864" height="454" /></p>
<p>ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร ระบุว่า การปิดเรียนที่ยาวนานอาจส่งผลต่อภาวะความรู้ถดถอย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่เสี่ยงซึ่งไม่ได้ขาดแคลนแค่การเข้าถึงการศึกษา แต่ยังรวมไปถึงความปลอดภัยทางสาธารณสุข และคุณภาพชีวิตรอบด้าน เด็กกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือพวกที่ด้อยโอกาส อาศัยในพื้นที่โรงงาน พ่อแม่ทำงานในพื้นที่เสี่ยง เด็กกลุ่มนี้เราจะให้ทางโรงเรียนต้นสังกัดแจ้งจำนวนและข้อมูลพื้นฐานเข้ามา แล้วจะจัดให้เขาได้รับการเฝ้าระวังพิเศษ มีทีมงาน ศธจ. ลงพื้นที่เยียวยา พร้อมกับ<strong>สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.),</strong> <strong>สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด</strong> ที่จะเข้าไปช่วยเก็บข้อมูล ตรวจสอบ และดูแลเรื่องคุณภาพชีวิต รวมถึงการประสานหน่วยงานอื่นๆ เพื่อหาทางสนับสนุนเรื่องทุนการศึกษาเฉพาะราย ในระยะยาว ผลกระทบจากการที่โรงเรียนปิดจะทำให้เด็กกลุ่มนี้อาจต้องออกจากระบบการศึกษา เพราะเขามีปัญหาอื่นๆ ที่รุนแรงกว่า ศธจ. สมุทรสาคร เราจึงมีหน้าที่เชื่อมโยงหน่วยงานทุกหน่วยที่มีศักยภาพเข้ามาช่วยกันหาทางแก้ปัญหา เบื้องต้นคือมอบสิ่งของจำเป็น ให้ความรู้ในการดูแลตนเองและครอบครัวตามมาตรการสาธารณสุข หน้ากากอนามัยหรือเจลแอลกอฮอล์ต้องมี 100% และใช้ให้ถูกวิธีเพื่อลดการแพร่ระบาดให้ได้มากที่สุด ก่อนจะไปสู่การแก้ปัญหาระยาว คือการหาทางให้กลุ่มเป้าหมายยังอยู่ในระบบการศึกษาได้ต่อไป</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27166" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/3-1.jpg" alt="" width="864" height="454" /></p>
<p>“เราได้ร่วมมือกับหน่วยงาน เช่น กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ได้นำนวัตกรรมทางการเรียนเข้ามามอบให้เด็กๆ ช่วยให้เด็กกลุ่มนี้สามารถเรียนได้จากที่บ้านปิดด้วยสื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองที่พัฒนาขึ้นในช่วงโรงเรียน นอกจากนี้เรายังคุยถึงความเป็นไปได้ในการเดินตามโมเดลการสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ ที่ <strong>กสศ. จะเข้ามาช่วยประสานความร่วมมือด้านการระดมงบประมาณช่วยเหลือ โดยทาง ศธจ. มีข้อมูลของเด็กที่ขาดแคลนซึ่งเรามองแล้วว่าด้วยงบประมาณสนับสนุนจะช่วยเด็กด้อยโอกาสกลุ่มนี้ได้จริง ซึ่งตอนนี้เรามองไปถึงว่าหากหลังจากนี้บางพื้นที่ยังเปิดเรียนไม่ได้ การจัดการเรียนการสอนผ่านเทคโนโลยีออนไลน์ต้องพัฒนาระบบให้ไหลลื่นยิ่งขึ้น รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์พื้นฐานที่ช่วยให้การเรียนรู้เดินต่อไปได้ นี่คือความร่วมมือที่เรามองว่าเป็นสิ่งที่ทุกหน่วยในสังคมจำเป็นต้องเชื่อมต่อกัน และขยายออกไปให้ทั่วถึงทุกหน่วยงานในวงกว้างให้ได้มากที่สุด</strong>” ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-13-02-21/">กสศ.จับมือสมุทรสาคร เดินหน้า “ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา หรือ Smart Refer”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
