<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดร.ภูมิศรันย์ ทองเลี่ยมนาค | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%94%E0%B8%A3-%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 24 May 2022 03:36:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ดร.ภูมิศรันย์ ทองเลี่ยมนาค | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ฝากการบ้านถึงผู้ว่าฯ คนใหม่ หนึ่งโจทย์ใหญ่ของกรุงเทพฯคือ ‘ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-homework-to-the-new-bkk-governor-240522/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 May 2022 03:36:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรันย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[วสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=56130</guid>

					<description><![CDATA[<p>“นโยบายแรกที่จะทำคือการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นเครื่องมื [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-homework-to-the-new-bkk-governor-240522/">ฝากการบ้านถึงผู้ว่าฯ คนใหม่ หนึ่งโจทย์ใหญ่ของกรุงเทพฯคือ ‘ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“นโยบายแรกที่จะทำคือการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำ เด็กดีก็จะดีกับพ่อแม่ได้ ถือว่าลดความเหลื่อมล้ำได้ในหนึ่งช่วงอายุ เพื่อช่วยให้หลุดพ้นความยากจนได้ พร้อมทั้งส่งเสริมห้องสมุดเพื่อสร้างให้เด็กมีความรู้ กทม.ต้องเตรียมพวกนี้ไว้เป็นเครื่องมือสร้างโอกาส”</p>



<p>วิสัยทัศน์ของผู้ว่ากรุงเทพมหานครคนที่ 17 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่เห็นว่ากรุงเทพมหานครคือมหานครแห่งความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ โดยโจทย์ใหญ่ที่ผู้ว่าฯคนใหม่ต้องเร่งจัดการแก้ไขให้สำเร็จคือความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่มีนโยบายด้านการศึกษาจำนวน 28 ข้อที่นำมาหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง</p>



<p>โดยในช่วงระหว่างการหาเสียงที่ผ่านมา กองทุนเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนและเก็บข้อมูลศึกษาวิจัย เพื่อค้นหาปัญหาทางการศึกษาของกรุงเทพฯให้ได้มากที่สุดทั้งในทางกว้างและในทางลึก จากนั้นจึงกลั่นกรองออกมาเป็นข้อสังเกตต่างๆ ผ่านกระบวนทัศน์ของ <strong>‘ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ’ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ ‘ดร.ภูมิศรันย์ ทองเลี่ยมนาค’ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.)</strong> ซึ่งเราได้สรุปออกมาเป็นประเด็นต่างๆ เพื่อฝากเป็นการบ้านให้ผู้ว่าฯ คนใหม่รับไปแก้ไขหรือหาทางสนับสนุน เพื่อเป็นแนวทางพัฒนากรุงเทพฯ ของเราต่อไปในอีก 4 ปีข้างหน้านี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-51795a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/04-ฝากการบ้านถึงผู้ว่า.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เรียนฟรีต้องฟรีจริง</strong></h2>



<p>[1] ปัจจุบันนโยบายเรียนฟรีของภาครัฐ ยังเป็นการเรียนแบบ ‘ฟรีทิพย์’&nbsp; เงินที่ช่วยลดภาระผู้ปกครองได้เพียง 1 ใน 5 จากที่ต้องจ่ายจริงเท่านั้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของคนกรุงเทพฯ ยิ่งสูงกว่าคนต่างจังหวัดถึง 2 เท่า นอกจากค่าเทอม จึงควรมีเงินสนับสนุนด้านอื่นๆให้ครอบคลุมด้วย เช่น เครื่องแบบ อุปกรณ์การเรียน แบบเรียน ฯลฯ</p>



<p>[2] ค่าอาหารต้องเพิ่มอย่างน้อยควรเป็น 40 บาทต่อหัว ทั้งในส่วนโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน ปัจจุบันงบประมาณที่ภาครัฐให้ยังคงอยู่ที่หัวละ 20 บาท ซึ่งเป็นฐานที่ใช้มาแล้ว 15 ปีแล้ว ไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้นในปัจจุบัน ยิ่งในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน กทม.จัดงบเพิ่มจากที่รัฐสนับสนุนเพียง 8 บาท ทำให้ได้แค่ 28 บาท ซึ่งยังไม่พอและอาจทำให้เกิดภาวะถดถอยทางร่างกายของเด็กๆ ปัจจุบัน เริ่มเห็นภาวะเตี้ยตัน ขณะที่มีงานวิจัยหลายชิ้นมีข้อบ่งชี้ที่ตรงกันว่า ช่วงปฐมวัยเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆไม่ว่า ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ หรือสังคม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b9a17e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/02-ฝากการบ้านถึงผู้ว่า.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนต้องเป็น Soft Area</strong></h2>



<p>[3] รอบโรงเรียนในสังกัด กทม. ส่วนใหญ่เป็นชุมชนแออัด มีปัญหาต่างๆ เช่น ยาเสพติด ความรุนแรง หรืออื่นๆ จึงต้องทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่อ่อนโยน ยืดหยุ่น เด็กเข้ามาแล้วรู้สึกปลอดภัย นอกจากนี้ ต้องมี Soft Power คือ เด็กเข้ามาแล้วได้แสดงออกอย่างเต็มที่ เช่น มีฝันเป็นแร็ปเปอร์ เป็นบาร์ริสต้า หรือเป็นอะไรอย่างอื่นก็ควรมีช่องทางส่งเสริมให้เขาทำได้ ควรมีการจัดการหลักสูตรที่สามารถพัฒนาอาชีพให้มากขึ้นว่า 1 คาบต่อสัปดาห์ เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องของเศรษฐกิจครัวเรือน เด็กที่มาจากครอบครัวที่ยากจนหรือยากจนพิเศษจะสามารถนำไปใช้ต่อยอดได้จริงโดยไม่ต้องลหลุดออกไปจากระบบการศึกษา</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนต้องลงทุน</strong></h2>



<p>แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือกรุงเทพมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนที่มีมาตรฐานเพียงร้อยละ 20 เท่านั้นจาก 292 แห่ง พบทั้งปัญหาทั้งทางกายภาพของสถานที่ ขาดอุปกรณ์ส่งเสริมพัฒนาการ อาหารกลางวันไม่พอ หรือแม้กระทั่งครูที่ยังเป็นเพียงครูอัตราจ้างเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีความมั่นคงทางอาชีพ ไม่มีสวัสดิการ ไม่มีการขึ้นเงินเดือนจูงใจให้พัฒนาตัวเอง ซึ่งเป็นการศึกษาที่ผิดหลัก เพราะการดูแลเด็กปฐมวัยต้องการครูที่ดีที่สุด มีความพร้อม มีความสุข ความมั่นใจ ทุ่มเทกับการทำงานได้มากที่สุด ปัจจุบันมีงบให้ศูนย์เหล่านี้แค่ประมาณ 700 ล้านบาทเท่านั้น ขณะที่งบส่วนใหญ่ไปอยู่กับโครงการประเภทขุดลอกคูคลองและก่อสร้างต่างๆ ไม่ใช่งบลงทุนเพื่อการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fd9a7c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/01-ฝากการบ้านถึงผู้ว่า.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ต้องมีพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียน</strong></h2>



<p>[5]  ปัญหาของกรุงเทพคือขาดพื้นที่เรียนรู้ ทำกิจกรรม หรือแม้แต่พื้นที่เล่นของเด็กๆนอกโรงเรียนที่ทุกคนเข้าถึงได้ จึงเป็นความเหลื่อมล้ำระหว่างเด็กที่มีฐานะที่ครอบครัวสามารถพาไปเรียนรู้หรือไปเล่นได้ช่วงวันหยุดด้วยกำลังทรัพย์ที่มี ไม่ว่าจะไปห้าง ไปสวนสัตว์ ไปเล่นในสนามเด็กเล่น แต่เด็กยากจนในชุมชนแออัดไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้เลย หรือถ้ามีพื้นที่ก็มักถูกทำให้หายไปด้วยเหตุผลทางธุรกิจ เช่น พื้นที่ตรอกโรงหมู ชุมชนคลองเตย ที่เดิมได้รับการพัฒนาเป็นพื้นที่การเรียนรู้นอกโรงเรียน มีสนามบาส มีลานกิจกรรมหรืออาจเรียกว่าเป็นโอเอซิสของชุมชนแออัด แต่ต่อมาได้ถูกรื้อไปกลายเป็นที่ติดตั้งป้ายโฆษณาขนาดยักษ์ เป็นบทเรียนว่ากรุงเทพต้องมีพื้นที่เล่นที่เหมาะสมกับเด็กๆให้มากขึ้นหรือรักษาไว้ไม่ให้หายไป ทุกชุมชนควรมีพื้นที่เพื่อให้ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อดึงกันให้พ้นจากภาวะไม่เหมาะสมได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f42575"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/03-ฝากการบ้านถึงผู้ว่า.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ยกระดับโรงเรียนในสังกัด กทม.</strong></h2>



<p>[6]&nbsp; อย่านำหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการมาใช้ เพราะไม่มีความทันสมัยหรือไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน โรงเรียนในสังกัด กทม. สามารถใช้หลักสูตรสิงคโปร์ หรือฟินแลนด์เป็นต้นแบบได้ เพื่อยกระดับการศึกษาของเด็กกรุงเทพได้</p>



<p>[7]&nbsp; ครูในสังกัด กทม. ขอวิทยฐานะยากมาก ทำให้ไม่สามารถก้าวหน้าทางอาชีพได้ แม้จะไปทำชื่อเสียงระดับโลกมาก็ตาม</p>



<p>[8]  เพิ่มโรงเรียนสังกัด กทม. ในสัดส่วนมัธยมต้นและปลาย ปัจจุบันมีแต่โรงเรียนระดับอนุบาลกับประถมมาก แต่โรงเรียนที่เปิดถึง ม.ปลายมีเพียง 9 แห่งเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอ เพราะหากเรียนจบประถมโรงเรียนในสังกัด กทม. แล้วต้องไปหาที่เรียนต่อโรงเรียนสังกัด สพฐ.จะต้องมีรายจ่ายเพิ่มอีกอย่างน้อยคนละ 5,000 &#8211; 8,000 บาท ยังไม่ต้องพูดถึงโรงเรียนเอกชนที่สูงกว่านั้นมากจนไม่สามารถเข้าเรียนต่อได้อย่างแน่นอน </p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-homework-to-the-new-bkk-governor-240522/">ฝากการบ้านถึงผู้ว่าฯ คนใหม่ หนึ่งโจทย์ใหญ่ของกรุงเทพฯคือ ‘ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มองศักยภาพการศึกษาไทยผ่านรายงานเวิลด์แบงก์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-11-12-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Dec 2020 09:32:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Fundamental School Quality Level]]></category>
		<category><![CDATA[PISA]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรันย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[Strengthening the Foundation for Education Success in Thailand - PISA 2018]]></category>
		<category><![CDATA[Dr.Ronald Mutasa]]></category>
		<category><![CDATA[HCI]]></category>
		<category><![CDATA[Human Capital Index]]></category>
		<category><![CDATA[FSQL]]></category>
		<category><![CDATA[Global Competence]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=24836</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญหาสำคัญ คือเรื่องของความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-11-12-20/">มองศักยภาพการศึกษาไทยผ่านรายงานเวิลด์แบงก์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>ปัญหาสำคัญ คือเรื่องของความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนที่มีความพร้อมทางทรัพยากร บุคลากร การเรียนการสอนที่มีคุณภาพ บรรยากาศของการเรียนที่ทำให้นักเรียนไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง (belong) ของโรงเรียน ปัญหาการกลั่นแกล้ง (bullying) สิ่งแวดล้อมในโรงเรียน บ้าน  ซึ่งล้วนแต่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน</p></blockquote>
<p>วันก่อนธนาคารโลก สำนักงานประเทศไทย ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวรายงานสองฉบับ คือรายงานดัชนีทุนมนุษย์ 2020 (Human Capital Index &#8211; HCI) โดยเฉพาะในส่วนของประเทศไทย และได้นำเสนอรายงานเรื่อง Strengthening the Foundation for Education Success in Thailand &#8211; PISA 2018 ซึ่งเป็นการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล PISA ของประเทศไทย โดยเฉพาะในส่วนของปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การจัดสรรทรัพยากร การกระจายตัวของครู ในกรณีของประเทศไทย โดยมีวิทยากรผู้นำเสนอจากธนาคารโลก คือ Dr.Ronald Mutasa (ประเด็น HCI) และ ดร.ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ (PISA 2018)  และได้เชิญ ตัวผมและผู้แทนจาก UNICEF และจาก จุฬาลงกรณ์ฯ มาร่วมพูดคุย เห็นว่ามีบางประเด็นน่าสนใจ เลยจะขอเล่าให้ฟังกันครับ</p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-24813" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-6.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-6.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-6-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-6-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-6-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #008000;">*** Human Capital Index 2020 ***</span></p>
<p>ในส่วนของรายงาน Human Capital Index 2020 นับเป็นปีที่ 2 ที่ทางธนาคารโลกได้จัดทำรายงานนี้ขึ้นมา (ครั้งแรกในปี 2018) เพราะทำการวิเคราะห์ว่า ประเทศต่างๆ ในโลก มีระดับของดัชนีทุนมนุษย์เท่าไร โดยมีดัชนีง่ายๆ แค่สามด้าน คือ 1.ด้านการรอดชีวิต (อัตราการรอดชีวิตของเด็กอายุ 5 ขวบ, อัตราการรอดชีวิตของผู้ใหญ่อายุ 15-60 ปี)  2.สุขภาพ (สัดส่วนเด็กอายุ 5 ขวบที่ไม่แคระเกร็น) และ 3.การศึกษา (จำนวนปีที่ได้เรียนในโรงเรียน คะแนนสอบมาตรฐานระดับนานาชาติ) ซึ่งกรณีของประเทศไทยมี HCI เพิ่มขึ้นมานิดหน่อย คือจาก 0.58 เป็น 0.6 ซึ่งเขาให้ความหมายว่า 0.6 หมายถึง เด็กที่เกิดในประเทศไทยนั้นเมื่อมีอายุ 18 ปี จะสามารถบรรลุระดับของทุนมนุษย์ได้สูงสุดประมาณ 60% ของศักยภาพที่เขาสามารถเป็นได้ พิจารณาจากสภาพแวดล้อมทางสุขภาพ และทางการศึกษาของประเทศ</p>
<p>ในขณะที่สิงคโปร์มี HCI 0.88 หมายถึง เด็กที่เกิดในสิงคโปร์ในวันนี้ จะสามารถมีโอกาสบรรลุศักยภาพของตนเองได้ถึง 88% เมื่อเขามีอายุ 18 ปี โดยในภาพรวมประเทศสิงคโปร์มีค่าดัชนีทุนมนุษย์สูงสุดในโลก ส่วนในภูมิภาคเรา เวียดนาม บรูไน ก็มีคะแนนสูงกว่าไทย กลุ่มประเทศ CLM จะอยู่กลุ่มท้ายสุด</p>
<p><a href="https://www.facebook.com/pumsaran/posts/10101667081906320" target="_blank" rel="noopener noreferrer">สัมภาษณ์เรื่องดัชนีทุนมนุษย์ (Human Capital Index)</a> (เคยเขียนไว้เมื่อสองปีที่แล้ว ปีนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนมากนัก)</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24840" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-9.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-9.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-9-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-9-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-9-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p>ที่น่าสนใจคือในกรณีของประเทศไทยที่แม้จะมี HCI สูงขึ้น แต่ปัจจัยด้านการศึกษา กลับเป็นปัจจัยที่มีระดับลดลง ทั้งในเรื่องของจำนวนปีการศึกษาในระดับปฐมวัย (Pre-primary)และมัธยมต้น (Lower-Secondary)  มีประเด็นน่าสนใจนิดหน่อยที่ทาง World Bank พยายามคำนวณเปรียบเทียบค่าคะแนนมาตรฐานการสอบของหลายประเทศมาไว้ด้วยกันให้เทียบกันได้ เรียกว่า Harmonized Test Score (เช่น ประเทศที่ไม่เคยเข้าสอบ PISA เขาก็จะแปลงคะแนนอื่นๆ ให้อยู่ใน scale ที่พอจะเอามาเทียบได้) ทำให้เราได้เห็นคะแนนของประเทศที่เราไม่ค่อยได้เห็น เช่น พม่า เขมร ลาว มาเปรียบเทียบด้วย ซึ่งน่าสนใจมาก เพราะเขาบอกว่าเขมรทำคะแนนได้ดีทีเดียว ทำคะแนนได้ดีกว่าไทย พม่ากับไทยสูสีกัน แต่ ลาว ยังห่างอยู่ แต่ก็อยู่ในระดับแถวๆ ฟิลิปปินส์  ก็เป็นตัวเลขที่น่าสนใจดี (แต่จะจริงหรือไม่ก็แล้วแต่จะคิด คงอยู่ที่หลักการทางเทคนิคที่เขาเอาคะแนนมาแปลงเพื่อเปรียบเทียบกัน)</p>
<p>[ระดับคะแนนสอบมาตรฐานของประเทศอาเซียน มีดังนี้ สิงคโปร์ (575) เวียดนาม (519) กัมพูชา (452) มาเลเซีย (446)  บรูไน (438) ไทย (427) พม่า (425) อินโดนีเซีย (395) ลาว (368) ฟิลิปปินส์ (362)]</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #008000;">***PISA 2018 Report***</span></p>
<p>ในส่วนของรายงาน PISA 2018 ได้มีการเอาสถิติจาก PISA ของนักเรียนไทย มาวิเคราะห์ในหลาย ๆ ประเด็น พบว่า<strong>ปัญหาสำคัญ คือ เรื่องของความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนที่มีความพร้อมทางทรัพยากร บุคลากร การเรียนการสอนที่มีคุณภาพ บรรยากาศของการเรียนที่ทำให้นักเรียนไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง (</strong><strong>belong) </strong><strong>ของโรงเรียน ปัญหาการกลั่นแกล้ง (bullying) </strong><strong>สิ่งแวดล้อมในโรงเรียน บ้าน  ซึ่งล้วนแต่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน รวมไปถึงเรื่องของความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงอุปกรณ์ ICT, Digital Device </strong><strong>ต่างๆ</strong> ซึ่งเห็นได้ชัดในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 ทำให้ต้องมีการเรียนทางไกล</p>
<p>ซึ่งทางธนาคารโลกได้สรุปข้อเสนอออกมาเป็นสามประเด็นสำคัญๆ คือ 1. สนับสนุนให้โรงเรียนมีบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในโรงเรียนด้อยโอกาส 2. พัฒนาวิธีการสอน และการจัดการในชั้นเรียน เพื่อให้นักเรียนได้ใช้เวลาเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. สร้างสภาพแวดล้อมในการเรียนที่ปลอดภัย เพื่อให้นักเรียนมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสถานศึกษา</p>
<p>อ่านรายงานได้ที่ <a href="http://documents1.worldbank.org/curated/en/683311593415205230/pdf/Thailand-Programme-for-International-Student-Assessment-PISA-2018-Country-Report.pdf?fbclid=IwAR0DV4FHz5_NL6C4HRe3BkPWiWPyI1-wIvZkt60_feRe9-YZ_FPEdHuOa_w" target="_blank" rel="noopener noreferrer">PISA 2018 Programme for International Student Assessment</a></p>
<p>ระยะเวลาที่ผ่านมา กสศ. ก็ได้มีความร่วมมือทางวิชาการกับธนาคารโลกและ สพฐ.ในเรื่องของการจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษาให้เพียงพอทั่วถึง ภายใต้ชื่อโครงการ Fundamental School Quality Level (FSQL) ซึ่งจะเป็นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ จัดทำแผนที่ เก็บข้อมูลด้านทรัพยากรของโรงเรียน เพื่อที่จะให้เห็นความขาดแคลน การเข้าถึงทรัพยากรของแต่ละโรงเรียนและทำให้ทาง สพฐ. ได้มีมาตรการสนับสนุนที่เหมาะสมลงไปได้ต่อไป  ซึ่งธนาคารโลกได้เคยทำการสำรวจในโครงการนี้กับประเทศเวียดนาม และสามารถผลักดันให้รัฐบาลเวียดนามปรับระบบการจัดสรรทรัพยากรให้สามารถไปสนับสนุนโรงเรียนได้อย่างมีมาตรฐานอย่างน้อยในระดับขั้นต่ำ มากขึ้น  (อาจจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยพัฒนาการศึกษาของเวียดนาม)</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24841" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-8.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-8.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-8-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-8-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-8-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #008000;">** PISA 2018 Global Competence ** </span></p>
<p><strong>ช่วงสองเดือนที่ผ่านมา PISA </strong><strong>เพิ่งเปิดเผยรายงานผลการวิเคราะห์เรื่อง Global Competence </strong><strong>ของนักเรียนจากทั่วโลก และผมได้ลองเอามานั่งวิเคราะห์ดู เห็นว่าน่าสนใจ จึงนำไปแชร์ในวงธนาคารโลกด้วย ปัญหาที่นักวิจัยจากธนาคารโลกมองเห็นคือนักเรียนไทยมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง (belonging) </strong><strong>กับโรงเรียนน้อย อาจจะเกือบต่ำที่สุดในโลก เป็นปัญหาสำคัญอย่างหนึ่ง&#8230; แต่เป็นเพราะอะไร ถ้าหากติดตามปรากฏการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักเรียนในช่วงที่ผ่านมาก็จะเห็นได้ว่าพวกเขาก็พยายามจะสะท้อนเรื่องพวกนี้ออกมาเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลงโทษแบบเกินขอบเขต การกลั่นแกล้งในโรงเรียน และปัญหาอื่นๆ  ซึ่งหลายๆ ประเด็นก็ได้สะท้อนออกมาในรายงานของ PISA Global Competence </strong><strong>เช่นกัน </strong></p>
<p><strong>จากการเก็บข้อมูลพบว่าถึงแม้ว่าเด็กไทยอาจจะไม่ใช่กลุ่มที่มีความรู้สูง หรือทำคะแนนสอบได้ดีนัก (ทำการทดสอบ PISA Global Competency ได้อันดับ 20 จาก 26 ประเทศที่เข้าร่วมทดสอบ) แต่ก็เป็นกลุ่มที่ใส่ใจในเรื่องปัญหาสังคมสูงกว่านักเรียนจากหลายๆ ประเทศ ที่น่าสนใจคือเป็นกลุ่มที่นิยมใช้ Facebook/Twitter สูงที่สุดในโลก (อันดับ 1 จาก 66 ประเทศ) มองตนเองว่าเป็นพลเมืองโลก (สูงเป็นอันดับ 13 จาก 66 ประเทศ) ใส่ใจต่อประเด็นเช่นความเหลื่อมล้ำทางเพศ (อันดับ 6 จาก 66 ประเทศ)  ร่วมในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม (อันดับ 10 จาก 66 ประเทศ) คิดว่าตนสามารถแก้ปัญหาแก่โลกได้ (อันดับ 14 จาก 66 ประเทศ)</strong></p>
<p>ส่วนจุดด้อยของเยาวชนไทยคือความเข้าใจเห็นใจต่อคนที่มีวัฒนธรรมแตกต่างจากตนในระดับที่ต่ำมากในเกือบทุกดัชนี  (อันดับ 65 จาก 66 ประเทศ) ไม่ให้คุณค่าในวัฒนธรรมความเชื่อของคนที่มีความเชื่อหรือวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไป (อันดับ 66 อันดับสุดท้าย) ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจครับ น่าจะเอาจุดแข็งหรือจุดอ่อนตรงนี้ของเยาวชนไทย มาใช้ในการพัฒนาการศึกษาได้เหมือนกัน (เช่นถ้าเด็กนักเรียนสนใจเรื่องประเด็นทางสังคม ก็นำพาให้เขาได้ลงไปศึกษาเชื่อมโยงกับประเด็นอื่นๆ ที่สามารถทำได้ จะได้มีความสุขในการเรียนมากขึ้น ส่งเสริมในเรื่อง empathy ทำให้เข้าใจเห็นใจคนที่มาจากต่างวัฒนธรรมความเชื่อมากขึ้น ซึ่งหลายโรงเรียนที่ค่อนข้างก้าวหน้าก็ได้ลงมือทำบ้างแล้ว)</p>
<p>จริงๆ การสำรวจนี้ทำขึ้นในช่วงสองปีที่แล้ว แต่ผลก็ดูจะสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศอยู่เหมือนกัน</p>
<p><figure id="attachment_24849" aria-describedby="caption-attachment-24849" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24849 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/7.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/7.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/7-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24849" class="wp-caption-text">ดัชนีความแตกต่างของความขาดแคลนทรัพยากรในโรงเรียนและการขาดแคลนบุคลากร (ความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนที่มีฐานะดีและยากจน)</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_24850" aria-describedby="caption-attachment-24850" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24850 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/6.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/6.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/6-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24850" class="wp-caption-text">นักเรียนไทยมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียน (Belong) ที่ต่ำในระดับท้ายๆ ของโลก</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_24851" aria-describedby="caption-attachment-24851" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24851 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/3-2.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/3-2.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/3-2-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24851" class="wp-caption-text">ผลของ PISA 2018 ด้าน Global Competence ของไทย มีประเทศเข้าร่วม 66 ประเทศ</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_24853" aria-describedby="caption-attachment-24853" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24853 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/4-2.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/4-2.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/4-2-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24853" class="wp-caption-text">นักเรียนไทยมีการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อความเสมอภาคทางเพศ (แกน Y) และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (แกน X) สูง เทียบกับหลายๆ ประเทศ</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_24854" aria-describedby="caption-attachment-24854" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24854 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/1-2.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/1-2.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/1-2-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24854" class="wp-caption-text">นักเรียนไทยคิดว่าตนเองเป็นพลเมืองโลก อยู่ในระดับต้น ๆ (แกน Y) และเชื่อว่าตนเองสามารถทำอะไรบางอย่างเพื่อแก้ปัญหาให้แก่โลกได้ (แกน X)</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_24855" aria-describedby="caption-attachment-24855" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24855 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/8.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/8.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/8-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24855" class="wp-caption-text">นักเรียนไทยมีการใช้ Facebook/Twitter สูงที่สุดในโลก และติดตามประเด็นทางสังคมอื่นๆ ของโลกในระดับที่สูงพอสมควร</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_24857" aria-describedby="caption-attachment-24857" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24857 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/10.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/10.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/10-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24857" class="wp-caption-text">อย่างไรก็ตาม นักเรียนไทยมีคะแนนสอบวัดผลในเรื่องเกี่ยวกับความรู้เรื่องต่างๆ ในโลกน้อย และมีความตระหนักเกี่ยวกับการสื่อสารระหว่างวัฒธรรมต่ำ</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_24859" aria-describedby="caption-attachment-24859" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24859 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/5-1.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/5-1.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/5-1-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24859" class="wp-caption-text">คะแนนสอบมาตรฐานระดับนานาชาติ (ที่ WB พยายามเอาคะแนนหลายๆ กลุ่มมาทำให้เป็นมาตรฐานที่เทียบกันได้) พบว่าในอาเซียน นอกจากสิงค์โปร์ กับ เวียดนาม ที่รู้กันว่ามีคะแนนสูงแล้ว กัมพูชา กับ พม่า ก็ยังทำคะแนนได้ดีทีเดียว โดยสูงพอๆ กับกลุ่ม ไทย มาเลเซีย บรูไน ส่วน ลาว ฟิลิปปินส์ ยังอยู่ท้ายสุดในอาเซียน</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_24860" aria-describedby="caption-attachment-24860" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24860 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/2-2.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/2-2.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/2-2-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24860" class="wp-caption-text">ความสัมพันธ์ระหว่าง ดัชนีทุนมนุษย์ กับ ค่า GDP ต่อหัวของประเทศ สิงคโปร์สูงที่สุดในโลก เวียดนามมีดัชนีที่สูงกว่าไทย ไทยอยู่พอๆ กับมาเลเซีย บรูไน</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_24861" aria-describedby="caption-attachment-24861" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24861 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/9.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/9.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/9-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24861" class="wp-caption-text">นักเรียนไทยมีความเหลื่อมล้ำของการเข้าโรงเรียนตามฐานะสูงมากในโลก</figcaption></figure></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-11-12-20/">มองศักยภาพการศึกษาไทยผ่านรายงานเวิลด์แบงก์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;วปอ.&#8221;พบ &#8220;กสศ.&#8221;</title>
		<link>https://www.eef.or.th/32222-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2020 08:29:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สวปอ. มส. SML]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เมจิกมูน จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เอกพล พงศ์สถาพร]]></category>
		<category><![CDATA[บมจ.ทิปโก้ฟูดส์]]></category>
		<category><![CDATA[อาร์ม ทิพยจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[กิตติพงษ์ สุมานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไอริส กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ธีรชาติ จิรจรัสพร]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พล.ท.มนัส แถบทอง]]></category>
		<category><![CDATA[วปอ.]]></category>
		<category><![CDATA[เสนีย์ สมมา]]></category>
		<category><![CDATA[Samart Communication Service Co.Ltd.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรันย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=15412</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา นักศึกษา สวปอ. มส. SML รุ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/32222-2/">“วปอ.”พบ “กสศ.”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-15604" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnew-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnew-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnew-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnew-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnew-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวันที่ </span><span style="font-weight: 400;">3 </span><span style="font-weight: 400;">มิ.ย.ที่ผ่านมา นักศึกษา สวปอ. มส. </span><span style="font-weight: 400;">SML </span><span style="font-weight: 400;">รุ่นที่ </span><span style="font-weight: 400;">1 </span><b>สมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรไทย</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งประกอบด้วย นายเอกพล พงศ์สถาพร กรรมการผู้จัดการ บมจ.ทิปโก้ฟูดส์  นายอาร์ม ทิพยจันทร์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมจิกมูน จำกัด นายกิตติพงษ์ สุมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอริส กรุ๊ป จำกัด นายธีรชาติ จิรจรัสพร  สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย  พล.ท.มนัส แถบทอง(นัส) ที่ปรึกษา วปอ.(สำนักงาน ผอ.วปอ.) นายเสนีย์ สมมา  </span><span style="font-weight: 400;">Vice  Pressident Samart Communication Service Co.Ltd.</span><span style="font-weight: 400;"> เข้าเยี่ยมชมและศึกษาการบริหารงานของ</span><b>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</b><span style="font-weight: 400;">( กสศ.) โดยมี นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกสศ.  ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ. ดร.ภูมิศรันย์ ทองเลี่ยมนาค </span><span style="font-weight: 400;">ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อความ</span><span style="font-weight: 400;">เสมอภาค กสศ.</span><span style="font-weight: 400;"> ให้การต้อนรับและร่วมบรรยาย</span></p>
<p><b>กลุ่มนักศึกษา สวปอ. มส. </b><b>SML </b><b>รุ่นที่ </b><b>1</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารภาคธุรกิจเอกชน ต้องการพบปะแลกเปลี่ยน กสศ. เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่การทำงานในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพื่อได้เสนอเป็นแนวทางการปฏิรูปการศึกษาต่อไป  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ นพ.สุภกร อธิบายถึงการจัดตั้ง กสศ. ริเริ่มจาก </span><span style="font-weight: 400;">ข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา โดยบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ให้มีองค์กร ดังกล่าวโดย</span><b>มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา รวมทั้งเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู โดยให้รัฐเป็นผู้จัดสรรงบประมาณให้กองทุนอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี และมีการบริหารงานที่เป็นอิสระ</b></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-15416" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/iSEE1.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/iSEE1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/iSEE1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/iSEE1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/iSEE1-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/iSEE1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ที่ผ่านมา หลายท่าน ถ้าไม่รู้จัก กสศ. ก็จะคิดว่า กสศ. เป็นหน่วยงานที่ทำงานสังคมสงเคราะห์ แจกทุนการศึกษา แต่นั่นไม่ใช่ เรากำลังทำงานเพื่อชี้แนวทางการปฏิรูปการศึกษาจะไปในทิศทางใด  ตลอดสองปีที่ผ่านมา กสศ.ได้ดำเนินโครงการหลายโครงการ ซึ่งรวมถึงงานวิจัยและพัฒนา ค้นหาสาเหตุความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา “  ผู้จัดการ กสศ. กล่าว</span></p>
<p><b>ดร.ไกรยศ</b><span style="font-weight: 400;"> ได้หยิบยกเครื่องมือในการสืบค้นกลุ่มปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ที่เรียกว่า ระบบ </span><b>iSEE</b> <span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นการลงไปเก็บข้อมูลจากพื้นที่จริงนำมาวิเคราะห์เจาะลึก หาตัวชี้วัดความยากจนในการเข้าถึงกลุ่มเด็กนักเรียนยากจน และนักเรียนยากจนพิเศษอย่างแท้จริง   </span></p>
<p><figure id="attachment_15417" aria-describedby="caption-attachment-15417" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15417 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/iSEE2.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/iSEE2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/iSEE2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/iSEE2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/iSEE2-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/iSEE2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-15417" class="wp-caption-text">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ไกรยศ บอกว่า  </span><b>การวางระบบดังกล่าว ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือ</b><b>จากหลายภาคส่วน เพราะบริษัท หรือหน่วยงานต่างๆสามารถนำข้อมูลชุดนี้ไปใช้ในการวิเคราะห์</b> <b>เพื่อวางแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อได้อีกด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ระบบ iSEE </span><span style="font-weight: 400;">คือ </span><span style="font-weight: 400;">Data Visualization   หรือการแสดงผลข้อมูล เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุด</span><span style="font-weight: 400;">ในการบูรณาการการมีส่วนร่วมจากทั้งภาครัฐ</span><span style="font-weight: 400;">ภาคเอกชน การระดมทุนให้เข้ามาทำงานร่วมกัน</span><span style="font-weight: 400;">  </span><span style="font-weight: 400;">การมีข้อมูลตรงนี้อยู่ ช่วยให้การระดมทรัพยากรต่างๆ</span><span style="font-weight: 400;">นั้นง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และไปได้ตรงจุดมากขึ้น</span><span style="font-weight: 400;">ทุกอย่างจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีข้อมูลและเทคโนโลยีหรือการแสดงผลข้อมูล เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการบูรณาการการมีส่วนร่วมจากทั้งภาครัฐ </span><span style="font-weight: 400;">ภาคเอกชน การระดมทุนให้เข้ามาทำงานร่วมกัน</span><span style="font-weight: 400;">” ดร.ไกรยศ กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ คณะวปอ. ได้ให้ความสนใจการวางระบบ <strong>i</strong></span><b>SEE</b><span style="font-weight: 400;">. ของกสศ. ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นองค์กรทางการศึกษาแรกๆ ในการวางระบบเทคโนโลยีเพื่อการวิจัยเส้นแบ่งระดับของความเหลื่อมล้ำ หรือแม้แต่การค้นหาปัญหาความยากจนจริงและสามารถนำไปแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พร้อมกันนี้ วปอ. ได้รับทราบถึง การดำเนินโครงการเร่งด่วนของกสศ. คือ การจัดทำโครงการ </span><b>“สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือเพื่อมื้อน้อง”</b><span style="font-weight: 400;">  ซึ่งขณะนี้ มีภาครัฐ ประชาชน เอกชน จำนวนมาก ร่วมกันบริจาคเงิน และเครื่องอุปโภคบริโภค ส่งมอบไปถึงนักเรียนยากจนพิเศษที่ประสบภาวะทุพโภชนาการ ในช่วงปิดเทอมยาวนาน โดยผู้บริจาคสามารถนำใบเสร็จไปหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า   ทางคณะวปอ.เปิดเผยด้วยว่าพร้อมให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าวอย่างเต็มที่   </span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/32222-2/">“วปอ.”พบ “กสศ.”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
