<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%94%e0%b8%a3-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 26 Feb 2026 08:03:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ ลมหายใจของศิลปวัฒนธรรมอีสาน ท่วงท่าที่ไม่เรียบราบของการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-260226/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2026 07:59:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[THE ISAAN RECORD]]></category>
		<category><![CDATA[หมอลำศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปวัฒนธรรมอีสาน]]></category>
		<category><![CDATA[นาฏยศิลป์พื้นเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิปัญญาอีสาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100155</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลูกหลานของชาวนา เด็กจากครอบครัวที่หย่าร้าง เงินก้อนสุดท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-260226/">ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ ลมหายใจของศิลปวัฒนธรรมอีสาน ท่วงท่าที่ไม่เรียบราบของการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ลูกหลานของชาวนา เด็กจากครอบครัวที่หย่าร้าง เงินก้อนสุดท้ายที่กำใส่มือเพื่อเดินทางเข้ามาเรียนที่วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ คือคำอธิบายของกลุ่มผู้เรียนหลักๆ ที่ <strong>ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ</strong> อาจารย์ประจำภาควิชานาฏศิลป์กล่าวภาพรวมให้เราฟังคร่าวๆ เส้นทางในอดีตของเธอมีบางช่วงชีวิตที่ฟ้อนรำบนพื้นผิวขรุขระไม่ต่างจากลูกศิษย์ของเธอ การเดินทางมาพบกับเวทีหมอลำศึกษาของศูนย์การเรียนรู้ปัญญากัลป์โดยความร่วมมือจาก กสศ. คืออีกหนึ่งทางที่เธออยากช่วยเป็นกระบอกเสียงในการสนับสนุนพร้อมทั้งสะท้อนภาพความจริงที่พบเห็นคือการเข้ามาและโบกมือลาของนักเรียน&nbsp;</p>



<p>The Isaan Record ร่วมกับ กสศ. ชวนเธอสนทนาเกี่ยวกับภาพวนเวียนดังกล่าวโดยเชื่อมร้อยไปกับพัฒนาการของหลักสูตรนาฏยศิลป์พื้นเมืองที่จะต้องถูกผลักดันเพื่อโอบรับคนที่ไม่มีโอกาส รวมไปถึงหลักสูตรหมอลำศึกษาในสายตานาฏยาจารย์ในระบบการศึกษา</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ปากต่อปาก การศึกษาหมอลำในอดีต</strong></h3>



<p>ก่อนการเกิดขึ้นของหลักสูตรดนตรีและนาฏยศิลปพื้นเมือง การฝากตัวยกพานขันไหว้ให้กับบรมครูหมอลำและอยู่กินที่บ้านของท่านนั้นๆ เพื่อศึกษาและรับความรู้ในการที่จะนำไปใช้ประกอบอาชีพ คือระบบการศึกษาของหมอลำในอดีต ครูหมอลำน้อยคนนักที่จะได้ศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยม ประถมศึกษาคือการศึกษาสูงสุดของพวกท่านเหล่านั้นและวิธีแบบมุขปาฐะ การส่งต่อจากปากต่อปาก นั่นคือสื่อการสอนเพียงอย่างเดียว จึงทำให้การศึกษาหมอลำไม่ได้เป็นไปอย่างมีระบบระเบียบ และไม่ได้ถูกจัดเรียงเป็นตำราที่จะส่งต่อไปให้รุ่นต่อรุ่น</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-02.jpg" alt="ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ" class="wp-image-100158" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>“เราอยากให้ศิลปะพื้นบ้านทัดเทียมกับสาขาอื่นๆ โดยเฉพาะการแสดงหมอลำ เพราะศิลปินบ้านนอกบ้านนาที่ไม่มีโอกาสเข้าไปเรียนในระบบ เขาก็ไปเรียนรู้จากพ่อครูแม่ครู บ่มเพาะจนกลายเป็นศิลปินที่เรายกย่องได้ อย่างแม่หวี (<strong>ดร.ฉวีวรรณ ดำเนิน</strong> ศิลปินแห่งชาติ) แม่ก็เรียนจากครูหมอลำ เรียนนอกระบบทั้งนั้น ไม่ได้เข้าสู่ระบบ แต่ถ้าใครเก่งจริง โดดเด่นจริง ถึงจะได้เป็นศิลปินแห่งชาติ ซึ่งก็มีไม่กี่คน เพราะทุกอย่างต้องต่อสู้เอง ต้องบ่มเพาะเอง ไม่มีใครมาสอนเป็นขั้นตอน</p>



<p>“ลูกศิษย์ที่เข้าไปอยู่ในวงหมอลำ บางคนก็หัดลำได้แล้วก็ขึ้นเวที บางคนดัง บางคนไม่ดัง บางวงก็ต้องล้มเพราะไม่มีงาน ไม่มีความต่อเนื่อง การถ่ายทอดก็ขาดไป กว่าจะมีศิษย์เอกที่โด่งดังได้สักคนหนึ่ง ก็นานมาก</p>



<p>“เราเองก็เป็นลูกหมอลำ อยู่ในวงการนี้ตั้งแต่เกิด แม่ก็คิดว่า หมอลำเรานี่เก่งมาก แต่ปัญหาคือไม่มีโอกาส ไม่มีเวทีให้เล่น บางคนไม่มีลูกศิษย์ บางคนก็ไม่มีเวลาสอน เพราะต้องไปทำอาชีพอื่น หลายคนก็เคยเป็นพระเอกหมอลำ มีชื่อเสียง แต่พอเจ็บป่วยก็ไม่มีสวัสดิการรองรับ&nbsp;</p>



<p>“เราจึงคิดว่า ถ้าหมอลำได้เข้าไปอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนหรือวิทยาลัย มันจะดีมาก จะช่วยสืบทอดต่อเนื่อง รุ่นแล้วรุ่นเล่า ไม่หายไปเหมือนการสอนกันที่บ้าน”</p>



<p>ดร.พรสวรรค์เล่าว่าหลักจากเธอสำเร็จการศึกษาชั้น ม.3 เธอมีปณิธานอย่างแรงกล้าที่จะศึกษาต่อ แต่ช่วงที่จบใหม่ๆ นั้นโรงเรียนมัธยมปลายที่ต้องการเข้าศึกษามีระยะทางที่ไกลมาก จึงตั้งหลักอยู่ที่บ้านและเข้าศึกษาที่วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ในเวลาต่อมา การแสดงศิลปะพื้นบ้านเป็นสิ่งที่เธอนั้นสนใจเป็นพิเศษ แต่ในอดีตหลักสูตรศิลปะการแสดงพื้นบ้านนั้นไม่ใช่วิชาหลักเป็นแค่เพียงวิชาเลือกในระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<p>ช่วงแรกของการพัฒนาหลักสูตรศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่จะผลักดันให้เป็นวิชาหลักคือ การลงพื้นที่ภาคสนามเพื่อเก็บข้อมูลว่าแต่ละสำนักมีวิธีการแสดง การฟ้อน ทำนองการร้องลำอย่างไร และนำมาจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบแบบแผน เพื่อที่จะได้ต่อลมหายใจของรากเหง้าพื้นบ้านที่ในอดีตไม่ได้มีระเบียบแบบแผนอย่างชัดเจน&nbsp;</p>



<p>เพราะนอกจากอาชีพหมอลำแล้ว เกษตรกรรมคืออาชีพหลัก หรือบางเหตุการณ์ก็ทำให้ตัวหมอลำจะต้องดิ้นรนผันเปลี่ยนอาชีพเพื่อปากท้อง สาเหตุนี้ทำให้ข้อมูลภูมิปัญญาไม่ได้ถูกถ่ายทอดอย่างต่อเนื่อง และบางครั้งวิชาก็สูญหายไปพร้อมกับตัวคนหลังจากครูท่านนั้นๆ เสียชีวิต</p>



<div class="wp-block-qubely-row qubely-section qubely-block-47b4d7"><div class="qubely-row-overlay"></div><div class="qubely-container"><div class="qubely-row ">
<div class="wp-block-qubely-column qubely-column qubely-column-front qubely-block-138dbe"><div class="qubely-column-inner">
<figure class="gb-block-image gb-block-image-4e59e935"><img decoding="async" loading="lazy" width="1999" height="1502" class="gb-image gb-image-4e59e935" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image1.jpg" alt="ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ อาจารย์ประจำภาควิชานาฏศิลป์" title="ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ อาจารย์ประจำภาควิชานาฏศิลป์" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image1.jpg 1999w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image1-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image1-1363x1024.jpg 1363w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image1-768x577.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image1-1536x1154.jpg 1536w" sizes="(max-width: 1999px) 100vw, 1999px" /></figure>
</div></div>



<div class="wp-block-qubely-column qubely-column qubely-column-front qubely-block-9be2f8"><div class="qubely-column-inner">
<figure class="gb-block-image gb-block-image-92006cbc"><img decoding="async" loading="lazy" width="1999" height="1502" class="gb-image gb-image-92006cbc" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image3.jpg" alt="ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ อาจารย์ประจำภาควิชานาฏศิลป์" title="ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ อาจารย์ประจำภาควิชานาฏศิลป์" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image3.jpg 1999w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image3-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image3-1363x1024.jpg 1363w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image3-768x577.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image3-1536x1154.jpg 1536w" sizes="(max-width: 1999px) 100vw, 1999px" /></figure>
</div></div>
</div></div></div>



<p>“เราเองก็เคยเรียนต่อแบบยากลำบาก หลังจบ ม.1 ก็อยากเรียนต่อแต่ไปไม่ไหว ต้องกลับมาตั้งหลัก จนพอมีวิทยาลัยที่กาฬสินธุ์เปิดถึงได้ไปเรียนต่อ ม.4 ตอนนั้นอาจารย์ที่มาสอน ส่วนใหญ่จบแค่ ป.6 หรือ ม.3 แต่เป็นศิลปินดังในอดีต และมีโอกาสเข้ามาสอนในสถาบัน แม้ตอนนั้นยังไม่เป็นวิชาอย่างเป็นทางการ</p>



<p>“หลังเรียนจบก็ได้มาเป็นครู ช่วยเขาวางแผน จัดทำหลักสูตร และเป็นอาจารย์ผู้สอนในหลักสูตรนั้น ทำให้การเรียนการสอนศิลปะหมอลำมีระบบและมีความต่อเนื่องจริงๆ ไม่ใช่สอนกันที่บ้านแล้วขาดช่วง แต่พอเข้ามาอยู่ในสถาบัน มันก็ไม่มีวันสิ้นสุด เด็กที่เข้ามาเรียนก็จะได้สืบทอดต่อไปเรื่อยๆ รุ่นแล้วรุ่นเล่า”</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ฉากทรรศแห่งความจริงที่ไม่ใช่การแสดง</strong></h3>



<p>ข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และงานวิจัยเชิงสำรวจ พบว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กต้องออกจากโรงเรียนหรือไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ มีอยู่ด้วยกัน 7 ประการ โดยความยากจนเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักมากที่สุด คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมด (ร้อยละ 46.70) ตามมาด้วยปัญหาครอบครัว (ร้อยละ 16.14) การออกกลางคันหรือถูกผลักออกจากโรงเรียน (ร้อยละ 12.03) และการไม่ได้รับสวัสดิการด้านการศึกษา (ร้อยละ 8.88) ขณะที่สาเหตุอื่นๆ ได้แก่ ปัญหาสุขภาพ (ร้อยละ 5.91) การอยู่ในกระบวนการยุติธรรม (ร้อยละ 4.93) และการถูกกระทำความรุนแรง (ร้อยละ 3.63)</p>



<p>เดือนธันวาคม 2567 ประเทศไทยมีเด็กและเยาวชนที่ไม่มีรายชื่อในระบบการศึกษาแล้วถึง 982,304 ค<strong>น</strong> กลุ่มนี้ถูกจัดว่าเป็นเด็กนอกระบบการศึกษา(Out-of-school Children) ซึ่งหมายถึงทั้งเด็กที่ไม่เคยเข้าเรียนเลย และเด็กที่เคยเรียนแต่หลุดออกจากระบบ โดยในจำนวนนี้ประมาณ 900,000 คนใช้ชีวิตอยู่นอกโรงเรียน</p>



<p>หากมองตามช่วงวัย จะพบว่าเด็กนอกระบบแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่</p>



<ul>
<li>เด็กวัยก่อนการศึกษาภาคบังคับ 279,296 คน</li>



<li>เด็กวัยที่ควรอยู่ระหว่างการศึกษาภาคบังคับ 387,591 คน</li>



<li>เด็กวัยหลังการศึกษาภาคบังคับ 315,417 คน</li>
</ul>



<p>นอกจากนี้ ยังมีเด็กและเยาวชนอีกประมาณ 2.8 ล้านคน ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่งหมายถึงเด็กที่ยังอยู่ในโรงเรียน แต่มีแนวโน้มว่าจะออกกลางคัน โดยเฉพาะในช่วงรอยต่อระหว่างระดับการศึกษา ตั้งแต่ประถมศึกษาไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย&nbsp;</p>



<p>จากสถิติแล้วคงไม่แปลกที่ข้อมูลตรงหน้าของ ดร.พรสวรรค์ เป็นหนึ่งในหลายเปอร์เซ็นต์ที่ปรากฎเป็นตัวคนที่มีเนื้อหนังและความรู้สึก</p>



<p>การมาเรียนหนังสือสำหรับลูกศิษย์หลายคนต้องประหยัดเงินไว้เพื่อซื้ออุปกรณ์การเรียน บางครั้งก็มากินข้าวที่บ้านครู แต่ด้วยความเกรงใจจึงกินได้เพียงบางมื้อบางคาบ หลายครอบครัวมีฐานะยากจน เช่น ครอบครัวต้องแยกย้ายกันไปทำงานตามที่ต่างๆ เพื่อหารายได้ อีกทั้งยังมีผู้ปกครองสูงอายุที่มีเพียงรายได้จากการทำนา แล้วนำเงินที่ได้ส่งลูกหลานมาเรียน</p>



<p>การเรียนในระบบต้องเรียนทุกวันและมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทั้งค่ากิน ค่าอยู่ ค่าหอพัก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้บางคนไม่สามารถเรียนต่อได้ ต้องออกกลางคัน และไปเลือกเส้นทางอื่น เช่น ออกไปเป็นหมอลำ ออกไปประกอบอาชีพส่วนตัว หรือเป็นศิลปินเดี่ยว เพื่อเลี้ยงชีพและช่วยเหลือครอบครัว</p>



<p><strong>&#8220;แม่คะ หนูขออนุญาตออกไปทำงาน” </strong>ศิษย์หลายคนพูดกับเราแบบนี้เพราะเลี่ยงที่จะพูดสาเหตุตรงๆ แต่ในฐานะครูเราทราบเลยว่าเขากลัวเพื่อนๆ หรือคนอื่นดูแคลนเหยียดหยามว่าฐานะยากจน</p>



<p>เราเลยบอกกับเขาว่า &#8220;ลูก พูดกับแม่ให้ชัดๆ ก่อน ว่าเกิดอะไรขึ้น&#8221;</p>



<p>เท่านั้นแหละเขาก็พูดตรงๆ กับเราว่า &#8220;แม่คะ หนูไม่มีเงินเรียนต่อ&#8221;&nbsp;</p>



<p>เธอจำลองบทสนทนาระหว่างศิษย์กับตัวเธอในวันที่เขาเดินมาบอกลาได้อย่างกับเหตุการณ์เกิดขึ้นตรงหน้า ขณะเล่านัยย์ตาทั้งสองคลอไปด้วยน้ำตาเหมือนจะปริ่มล้นออกมาตรงแก้ม </p>



<figure class="gb-block-image gb-block-image-b3e91349"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" class="gb-image gb-image-b3e91349" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-04.jpg" alt="ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ อาจารย์ประจำภาควิชานาฏศิลป์" title="0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-04" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>กศน.คือทางที่หมอลำหลายคนเลือกสำหรับต่อยอดโอกาสทางการศึกษาแต่ไม่ได้ตอบโจทย์ทั้งหมด ด้วยลักษณะการทำงานที่เวลาพักผ่อนไม่สัมพันธ์กับเวลาเรียนเท่าที่ควร หลักสูตรหมอลำศึกษาของศูนย์การเรียนรู้ปัญญากัลป์ จึงเป็นสิ่งใหม่ที่เธอรู้สึกว่าเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นและโอบรับคนที่ไม่มีโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา&nbsp;</p>



<p>“เราคิดว่าถ้ามีระบบการเรียนการสอนแบบนี้ เกิดขึ้นในสมัยเราและได้ใกล้ชิดครูบาอาจารย์มากกว่านี้ เมื่อก่อน การจะเข้าไปกราบศิลปินแห่งชาติได้ ถ้าไม่ใช่ลูกศิษย์ใกล้ชิดจริงๆ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ใช่ไหมคะ</p>



<p>“การจะได้เรียนรู้หรือได้ใกล้ชิดท่าน ต้องใช้ความพยายามมาก การจะเดินทางไปหาท่านก็ไม่ใช่ว่าท่านไม่อยากเจอเรา จริงๆ ท่านอยากเจอเรามากด้วยซ้ำ แต่เราต่างหากที่เข้าไม่ถึงท่าน</p>



<p>“พอแม่มาเห็นว่า วันแรกได้เรียนกับพ่อครูคนนี้ แม่ครูคนนั้น วันที่สองได้เรียนกับอีกคนหนึ่ง ได้เจอพ่อครูแม่ครูที่อยู่ในระบบการศึกษาตลอด แม่ก็คิดเลยว่า ทำไมถึงทำได้ดีขนาดนี้” เธอกล่าวถึงหลักสูตรหมอลำที่ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 17-20 สิงหาคม พ.ศ.2568</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ท่วงทำนองที่โอบรับคนหล่นหาย</strong></h3>



<p>“เด็กตาดำๆ หอบวุฒิ ม.3 จาก กศน. ภาพจำคือหน้าแม่พ่อ กับน้องที่ยังลำบาก ออกเดินตามฝัน เพื่อหวังสักวันให้คนที่ฮัก ได้มีที่พึ่งที่พัก มีชีวิตดีกว่านี้” ท่อนหนึ่งของเพลงหอบฝันมาหลังฮ่านของ อุ๋งอิ๋ง สาวน้อยเพชรบ้านแพง เป็นจุดเริ่มต้นของ <strong>ดร.ศุภชัย ไตรไทยธีระ</strong> ในการก่อตั้งหลักสูตรหมอลำศึกษา ซึ่งในความคิดของดร.พรสวรรค์ เธอยังไม่เข้าใจมากนักในตอนแรกที่ได้ยินชื่อหลักสูตรนี้</p>



<p>แต่เมื่อทำความเข้าใจแล้วว่าเป็นหลักสูตรที่บูรณาการ 8 กลุ่มสาระตามหลักสูตรแกนกลาง พ.ศ.2551 ปรับปรุง พ.ศ.2560 ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในวงหมอลำ เธอกล่าวชื่นชมว่าเป็นการบูรณาการที่ดีมากๆ และคิดว่าหลักสูตรนี้จะผลิตบุคลากรทางศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านเพื่อสร้างสรรค์ อนุรักษ์ให้ยืนยาวต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-row qubely-section qubely-block-0da8a8"><div class="qubely-row-overlay"></div><div class="qubely-container"><div class="qubely-row ">
<div class="wp-block-qubely-column qubely-column qubely-column-front qubely-block-75be07"><div class="qubely-column-inner">
<figure class="gb-block-image gb-block-image-bd689d69"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" class="gb-image gb-image-bd689d69" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-06.jpg" alt="ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ อาจารย์ประจำภาควิชานาฏศิลป์" title="0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-06" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-06.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-06-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-06-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-06-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-06-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</div></div>



<div class="wp-block-qubely-column qubely-column qubely-column-front qubely-block-871c48"><div class="qubely-column-inner">
<figure class="gb-block-image gb-block-image-99ba9803"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" class="gb-image gb-image-99ba9803" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-01.jpg" alt="ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ อาจารย์ประจำภาควิชานาฏศิลป์" title="0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-01" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</div></div>
</div></div></div>



<p>“การศึกษาในระบบที่พวกเราทำอยู่ก็มีปัจจัยคือเรารับนักเรียนได้อย่างจำกัด ไหนจะเป็นเรื่องห้องเรียนและอุปกรณ์ต่างๆ เราก็ดีใจนะที่เห็นพวกเขามีโครงการแบบนี้ เพราะเราจะได้ถ่ายทอดให้ลูกหลานว่า ขนบธรรมเนียมเป็นยังไง การเป็นครูเป็นลูกศิษย์ต้องวางตัวยังไง การเป็นหมอลำรุ่นน้องควรเคารพรุ่นพี่ยังไง การเป็นศิลปินควรมีอะไรติดตัวบ้าง ความพอเพียงอยู่ที่จุดไหน และจะรักษาเอกลักษณ์อย่างไร สิ่งไหนถึงจะเรียกว่าพอดี</p>



<p>“เราอยากอธิบายให้ลูกศิษย์ฟัง เพราะทุกวันนี้เห็นหมอลำบางคณะทำไปแบบที่เรามองว่าไม่ค่อยสวยงาม แต่บางคณะก็ทำได้ดีตามที่ครูบาอาจารย์สอน ซึ่งมันก็แล้วแต่ใครจะเลือกทำไปทางไหน</p>



<p>“ถ้ามาในแนวทางนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักอนุรักษ์ คนรุ่นเก่าที่รักษาของเดิมไว้ ไม่ว่าจะเป็นแนวร่วมสมัยอย่างพวกเรา หรือแนวสร้างสรรค์แบบลูกๆ รุ่นใหม่ ทุกคนก็จะได้รู้ว่าความพอดีอยู่ตรงไหน กาลเทศะอยู่ตรงไหน และเราก็จะได้สอนลูกศิษย์ในคณะหมอลำที่ไม่มีโอกาสได้มาเรียนในระบบด้วย เป็นการสร้างโอกาสให้คนที่ไม่มีทุนทรัพย์ไปพร้อมกัน”</p>



<figure class="gb-block-image gb-block-image-c622c74c"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" class="gb-image gb-image-c622c74c" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-05.jpg" alt="ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ อาจารย์ประจำภาควิชานาฏศิลป์" title="0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-05" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-05.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-05-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-05-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-05-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-05-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>“ดิฉันอยากฝากไว้ว่า ลูกศิษย์ลูกหาคนไหนที่สนใจอยากมาเรียน ตอนนี้เรามีการเรียนการสอนที่หลากหลายให้เลือก ถ้าใครอยากเข้ามาเรียนในระบบ ที่ต้องเรียนทุกวัน ปฏิบัติตามกรอบตามระเบียบของสถาบัน ก็สามารถสมัครเรียนได้เลย เพราะสถาบันต่างๆ เปิดการเรียนการสอนทั่วประเทศ หรือแม้แต่การเรียนรู้ในวงหมอลำ ก็ยังสามารถเข้าไปเรียนได้</p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>และที่สำคัญที่สุด คือโครงการนี้ เขาเปิดโอกาสให้กับคนทำงาน ศิลปิน หรือใครที่ยังไม่มีโอกาส ไม่มีเงิน ไม่มีเวลา ได้มาเรียนในสถาบันของเขา แม่ก็อยากฝากไว้ว่า ตอนนี้ไม่มีพรมแดนกั้น การศึกษาเริ่มโอบรับคนไม่ให้หล่นหายไประหว่างทาง นั่นมันหมายถึงว่า ศาสตร์และศิลป์อีสานของเราที่เป็นศิลปะที่งดงามของประเทศไทย กำลังถูกยกย่องส่งเสริมให้คงอยู่ต่อไปค่ะ </p>
</blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-260226/">ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ ลมหายใจของศิลปวัฒนธรรมอีสาน ท่วงท่าที่ไม่เรียบราบของการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
