<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดร.พรนับพัน วงศ์ตระกูล | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%94%E0%B8%A3-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 28 Nov 2023 13:18:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ดร.พรนับพัน วงศ์ตระกูล | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ใช้ ‘ทักษะเล่าเรื่อง’ จุดประกาย ‘ทักษะการคิด’ สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ตัวผู้เรียนทุกคน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-281123/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Nov 2023 13:18:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[สืบสกุล นวลย้อย]]></category>
		<category><![CDATA[อภิสิทธิ์ แดงหนองแปน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านตาจ่อยหนองสระ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พรนับพัน วงศ์ตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[Active Learning]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=74705</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ทักษะการเล่าเรื่องจะทำให้เด็กได้ฝึกคิด ฝึกสังเกต ได้ทด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-281123/">ใช้ ‘ทักษะเล่าเรื่อง’ จุดประกาย ‘ทักษะการคิด’ สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ตัวผู้เรียนทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ทักษะการเล่าเรื่องจะทำให้เด็กได้ฝึกคิด ฝึกสังเกต ได้ทดลองออกแบบเรื่องเล่าที่หลากหลาย ได้พินิจพิเคราะห์ฉากทิวทัศน์ธรรมดาสามัญที่เห็นอยู่ทุกวันแถวบ้าน แล้วพลิกมุมมองได้ว่า การปลูกผัก เลี้ยงไก่ไข่ หรือทอเสื่อกกนั้น ยังมีแง่มุมอื่น ๆ ที่ต่างออกไป</p>



<p>“เมื่อเราให้โจทย์แยกกลับไปทำคนละชิ้น จากนั้นให้เด็กเอางานมารวมกัน เราจะเห็นเป็นรายคนเลยว่าเขาคิดอะไร อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน ใครช่างสังเกตและมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้อย่างลึกซึ้ง และที่สำคัญกว่าคือ เราจะพบเลยว่าเด็กคนหนึ่งต้องการความช่วยเหลือเติมเต็มตรงจุดไหน ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้ครูสามารถออกแบบวิธีเสริมพัฒนาการ และมอบหมายงานได้ตรงกับที่นักเรียนแต่ละคนมีต้นทุนอยู่”&nbsp;</p>



<p>เรื่องราว ‘ห้องเรียนต้นแบบ’ จากโครงการพัฒนานักจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สู่การขยายผลพื้นที่ต้นแบบ โดยสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) หลังทดลองนำกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่ห้องเรียน ด้วยหลักสูตรที่ผ่านการสำรวจความต้องการของโรงเรียน ครู และเด็ก ๆ เพื่อการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการเชิงพื้นที่ ก่อนถอดบทเรียนและขยายผลลัพธ์ไปยังโรงเรียนเครือข่าย ในเขตพื้นที่การศึกษาใกล้เคียง</p>



<p><strong>‘ครูคีม’ อภิสิทธิ์ แดงหนองแปน</strong> อธิบายถึงการปูพื้นฐาน ‘ทักษะการเล่าเรื่อง’ อันเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนรู้เชิงรุก ที่โรงเรียนบ้านตาจ่อยหนองสระ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ร้อยเอ็ด เขต 2 ตำบลดอกล้ำ อำเภอปทุมรัตน์ จังหวัดร้อยเอ็ด นำมาใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าช่วยให้นักเรียนพัฒนาตนเองได้เป็นรายคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dcb978"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/ครูอภิสิทธิ์-แดงหนองแปน-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘ครูคีม’ อภิสิทธิ์ แดงหนองแปน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ย้อนไปยังจุดเริ่มต้น ทางโรงเรียนเริ่มนำการเรียนรู้แบบ Active Learning มาใช้ในชั้นเรียน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงไปที่ตัวผู้เรียนทุกคนได้เท่า ๆ กัน โดยมุ่งไปที่การพัฒนา ‘การคิด’ ที่ถือเป็นรากฐานสำคัญของการเขียนอ่านและการสื่อสาร เพื่อต่อยอดสู่การเรียนในระดับที่สูงขึ้น</p>



<p>ครูคีมเท้าความว่า “การจะนำสาระวิชาตามหลักสูตรแกนกลางให้ไปถึงเด็ก ๆ ก่อนอื่นเราต้องคำนึงถึงทักษะการรับรู้รับฟังและการทำความเข้าใจ ซึ่งการสอนด้วยวิธีบรรยายอย่างเดียวไม่อาจทำให้เด็กทุกคนไปถึงเป้าหมายปลายทางได้อย่างเสมอภาคกัน เนื่องจากฐานความคิดและความรู้เดิมของเด็กแต่ละคนนั้นแตกต่างหลากหลาย ทั้งด้วยสภาพแวดล้อม ประสบการณ์ จนถึงความต่างเชิงพื้นที่ตามสังคมชุมชนที่สังกัด&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f4d033"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/55-เปิดห้องเรียนต้นแบบ-การเรียนรู้เชิงรุก-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การที่เด็กซึมซับความเป็นไปของสภาพแวดล้อมแบบใดแบบหนึ่งมาตลอด โดยเฉพาะยิ่งสภาพแวดล้อมนั้นไม่ได้หลากหลายซับซ้อนมากนัก ผลประการหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นคือ เมื่อเด็กไม่เคยเห็น ไม่เคยรับรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ต่างออกไป มันก็ยากที่เขาจะคิดพ้นไปจากกรอบ หรืออีกมุมหนึ่งคือ เมื่อเด็กต้องปะทะกับข้อมูลที่แปลกออกไปจากการรับรู้เดิม จะกลายเป็นเรื่องยากในการทำความเข้าใจและยอมรับ&nbsp;</p>



<p>“กล่าวเชิงเปรียบเทียบคือ ถ้าเด็กรับรู้มาตลอดว่า 2 บวก 2 เท่ากับ 4 เขาจะยึดข้อมูลนั้นเป็นที่ตั้งโดยแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ข้อเท็จจริงอื่นแทรกเข้ามา ทีนี้หากใครสักคนพูดขึ้นมาว่า 3 บวก 1 เท่ากับ 4 ก็จะกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมในทันที ฉะนั้นถ้าจะทลายกำแพงการรับรู้ให้เด็กพ้นหลุดจากกรอบ เราต้องเริ่มที่ ‘การคิด’ เพื่อสร้างวัฒนธรรมการรับรู้รับฟังขึ้นมาก่อน”</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="596" data-id="74719" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/55-เปิดห้องเรียนต้นแบบ-การเรียนรู้เชิงรุก-06.jpg" alt="" class="wp-image-74719" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/55-เปิดห้องเรียนต้นแบบ-การเรียนรู้เชิงรุก-06.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/55-เปิดห้องเรียนต้นแบบ-การเรียนรู้เชิงรุก-06-300x209.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/55-เปิดห้องเรียนต้นแบบ-การเรียนรู้เชิงรุก-06-768x535.jpg 768w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="855" height="596" data-id="74720" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/55-เปิดห้องเรียนต้นแบบ-การเรียนรู้เชิงรุก-04.jpg" alt="" class="wp-image-74720" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/55-เปิดห้องเรียนต้นแบบ-การเรียนรู้เชิงรุก-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/55-เปิดห้องเรียนต้นแบบ-การเรียนรู้เชิงรุก-04-300x209.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/55-เปิดห้องเรียนต้นแบบ-การเรียนรู้เชิงรุก-04-768x535.jpg 768w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>เมื่อนั้นการนำ ‘ทักษะการเล่าเรื่องเพื่อมุ่งพัฒนาการคิด’ จึงค่อย ๆ หยั่งรากลง ณ โรงเรียนบ้านตาจ่อยหนองสระ เริ่มที่ชั้นเรียน ป.6 ซึ่งบทเรียนแรกสำหรับการปูพื้นฐาน คือหน่วยการเรียนรู้ที่นักเรียนแต่ละคนจะต้องกลับไปสำรวจบริเวณพื้นที่บ้านของตัวเอง แล้วค้นหาของดีในชุมชนมาเล่าสู่กันฟัง&nbsp;</p>



<p>“การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ต่างออกไปจากเดิม ไม่เพียงจะช่วยดึงดูดความสนใจให้เด็กทุกคนได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน แต่ยังเป็นเหมือนการปลุกเร้าให้เด็กตื่นตัว พร้อมที่จะใช้ความคิด และค่อย ๆ คุ้นเคยกับการแสดงความคิดเห็น โดยในช่วงแรกอาจเริ่มต้นด้วยการให้เด็กเล่นเกมในช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จะช่วยเด็กผ่อนคลาย ถัดจากนั้นจึงค่อยเข้าสู่ช่วงเวลาถ่ายทอดเรื่องเล่า ในช่วงแรกครูอาจต้องช่วยชี้แนะเรื่องการจับประเด็น กระตุ้นและผลักดันเด็กให้มองเห็นเนื้อหาใจความสำคัญ เพื่อเล่าเรื่องออกมาโดยไม่จำเป็นต้องเรียงร้อยเป็นเรื่องยาว</p>



<p>“อย่างแรกเด็กต้องกล้าคิด คิดอะไรออกมาก็ได้ เพื่อเป็นการเริ่มต้น ไม่ต้องกังวลเรื่องถูกผิด จากนั้นค่อยมาเรียนรู้ว่าบ่อเกิดของการคิด ควรต้องมีข้อเท็จจริงเป็นหลักฐานรองรับ แล้วไปสู่ขั้นตอนการเขียน เพื่ออธิบายเส้นทางสำรวจค้นคว้า ชี้แจงข้อมูลสนับสนุน ยืนยันในสิ่งที่คิด ขั้นต่อไปจึงเป็นการแยกประเด็นและลำดับเรื่องราว ระหว่างนั้นครูจะช่วยดูว่าการเรียบเรียงเรื่องเล่ามีอุปสรรคอย่างไร ในขั้นตอนใด โดยจุดนี้ครูต้องปรับบทบาทเป็นผู้ช่วย เพื่อเชื่อมโยงเด็กกับทรัพยากรต่าง ๆ ของชุมชน รวมถึงเป็นสื่อกลางในการสื่อสารกับชุมชนด้วย เพราะเราอยากให้ตัวคอนเทนต์มาจากหลายแหล่งข้อมูลรวมกัน ทั้งบ้าน โรงเรียน ชุมชน หนังสือ อินเทอร์เน็ต เพื่อให้เกิดการกรองและเกลาข้อมูลก่อนเล่าเรื่องออกมา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6acdad"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/ครูอภิสิทธิ์-แดงหนองแปน-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูคีมยกตัวอย่างหน่วยการเรียนรู้ เรื่อง ‘ลิขิตกานท์สานคุณค่า สืบศรัทธาบุญผะเหวด ศรีสาเกตนคร’ โดยพานักเรียนลงไปเรียนรู้ในพื้นที่ชุมชน แล้วแบ่งกลุ่มทำ ‘หนังสือเล่มเล็ก’ เล่าเรื่องราวงานประเพณีบุญผะเหวด งานบุญเดือน 4 ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดร้อยเอ็ด โดยบทเรียนนี้เด็ก ๆ จะต้องช่วยกันเก็บข้อมูลกลับมาทำแผนผังความคิด วางโครงเรื่อง ก่อนร้อยเรียงเรื่องราวเป็นบทร้อยกรอง และวาดภาพประกอบ</p>



<p>“เมื่อผ่านประสบการณ์เฉพาะตัวในระดับหนึ่งแล้ว เราจะยกระดับขึ้นอีกขั้นด้วยการพาไปทำงานกลุ่ม และเช่นเดิม ต้องเริ่มจากเรื่องราวใกล้ตัวที่ทุกคนคุ้นเคยและมีความทรงจำร่วมกัน หัวข้อเรื่องจึงเป็นประเพณีบุญผะเหวด ของดีของจังหวัดที่ถ้าใครมาร้อยเอ็ดก็ต้องไม่พลาดงานนี้ เมื่อได้โจทย์ตั้งต้นที่มีพลังพอ เด็กจะเห็นภาพว่าจะต้องทำงานยังไง แล้วครูจะช่วยแนะนำเรื่องการวางแผน จัดลำดับความคิด จัดการข้อมูล เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์มาสู่ชิ้นงานให้ได้มากที่สุด</p>



<p>“หัวใจของการเล่าเรื่องคือ ทุกเรื่องเล่าไม่จำเป็นต้องมีประเด็นซับซ้อน แค่ครูต้องช่วยรีดเอาเรื่องราวใกล้ตัวและมีความเฉพาะตัวออกมาให้ได้ โดยเด็กจะค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะยกระดับเรื่องเล่าที่มีโจทย์ใหญ่ขึ้นและมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นได้ตามทักษะที่มี&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ba3c62"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/55-เปิดห้องเรียนต้นแบบ-การเรียนรู้เชิงรุก-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ความท้าทายของครูคือ ในเบื้องต้นต้องทำให้เด็กเห็นภาพใหญ่ร่วมกันก่อน แล้วจึงหาวิธีดึงเอาความเข้าใจ ความคิด ประสบการณ์ส่วนตัวของเด็กออกมาเป็นรายคน จากนั้นจึงนำส่วนผสมมาประกอบขึ้นรูป ใช้กิจกรรมปลายเปิดมาช่วยสนับสนุน เช่น เกม เพื่อให้ทุกคนกล้าแสดงความเห็น กล้าสะท้อนกันในกลุ่มถึงข้อดีข้อเสียต่าง ๆ จนได้ออกมาเป็นเรื่องเล่าที่พัฒนาขึ้นจากการมีส่วนร่วมของทุกคนในกลุ่ม ในจุดนี้หากใครคิดต่างจากเพื่อนก็ต้องมีเหตุผลมาอธิบายว่าเพราะอะไร และด้วยการที่ทุกคนมีหลักฐานข้อมูลอ้างอิงความคิดความเข้าใจของตน ก็จะทำให้ค่อย ๆ เกิดวัฒนธรรมการรับฟัง เกิดการยอมรับและเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง เกิดการสร้างภูมิในการปะทะกับความรู้ความเข้าใจใหม่ และบ่มเพาะนิสัยให้เด็ก ๆ รู้จักตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลต้นทาง”&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่เป้าหมายคือความเปลี่ยนแปลงรายบุคคล</strong></h2>



<p>ครูคีมกล่าวว่า เมื่องานจากเด็ก ๆ ผ่านการปรับปรุงขั้นสุดท้าย ผลงานชิ้นนั้นจะถูกนำเข้าสู่วง PLC หรือ Professional Learning Community ซึ่งเป็นการเรียนรู้ร่วมกันภายในกลุ่ม พร้อมกับครูทุกสาระวิชาในโรงเรียน เพื่อติดตามพัฒนาการในขั้นตอนต่าง ๆ โดยไม่ได้เน้นที่ความสมบูรณ์สวยงาม แต่ครูต้องช่วยกันมองหาช่องว่างระหว่างการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนว่า เด็กเปลี่ยนแปลงไปในขั้นตอนต่าง ๆ อย่างไร และจะเสริมจุดเด่นหรือเติมเต็มจุดด้อยได้อย่างไร</p>



<p>“ชิ้นงานของเด็กคือตัวชี้วัดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เราจะเห็นได้จากงานแรก ๆ ที่ให้เขาคิดอะไรก็เขียนออกมา จนถึงวันที่เด็กเริ่มจับประเด็นและลำดับเรื่องเล่าได้ดีขึ้น ว่าแต่ละคอนเทนต์ต่างกันอย่างไร งานแต่ละชิ้นจะแสดงถึงทักษะ ระบบความคิด หรือรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างความมีระเบียบในการทำงาน ที่ค่อย ๆ เพิ่มพูนผ่านการลงมือทำ ส่วนพัฒนาการด้านอื่น ๆ ก็ยิ่งปรากฏชัด เมื่อครูทุกวิชาเห็นตรงกันว่าเด็กกล้าพูด ละเอียดลออใส่ใจกับการลำดับความคิด การเขียน และการสื่อสารมากขึ้น มีการวางแผนการทำงานได้ชัดเจน กล้าแสดงความคิดเห็นของตัวเอง และรับฟังความเห็นของครูและเพื่อนได้ดียิ่งขึ้น”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4c4886"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/สืบสกุล-นวลย้อย-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>“ครูให้ทำหนังสือกลอนสุภาพ แล้ววาดภาพระบายสีเป็นเรื่องราวงานบุญผะเหวด เราลองทำกันไม่นาน เพื่อนก็เขียนได้ทุกคน จากคนที่ไม่เคยชอบเขียน ก็เริ่มกลับมาชอบเขียน ชอบพูด เห็นเลยครับว่าในชั้นเรียนเปลี่ยนแปลงจริง ๆ”&nbsp;</p>



<p><strong>สืบสกุล นวลย้อย</strong> นักเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านตาจ่อยหนองสระ</p>
</blockquote>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0a05eb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/55-เปิดห้องเรียนต้นแบบ-การเรียนรู้เชิงรุก-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>“ผลงานชิ้นนี้คือการนำเสนอเรื่องเล่าเกี่ยวกับวิถีชีวิตของผู้คน โดยให้เด็กเรียนรู้จากกระบวนการเล่าเรื่อง ให้เด็ก ๆ ได้รวบรวมองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ ตระหนักถึงสิ่งที่รู้ และสะท้อนความคิด เพราะเด็กในพื้นที่ทุกคนจะรู้จักประเพณีบุญผะเหวดกันอยู่แล้ว แต่เขาอาจไม่รู้ถึงความสำคัญ จนเมื่อเด็กรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรรักษา และสามารถจับมาต่อยอดได้ ซึ่งองค์ความรู้ที่ได้นี้ ทำให้เด็กตระหนักถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น จนถึงการหวงแหนรักษาไว้ต่อไป”&nbsp;</p>



<p><strong>ดร.พรนับพัน วงศ์ตระกูล</strong> ผู้จัดการโครงการพัฒนานักจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สู่การขยายผลพื้นที่ต้นแบบ</p>
</blockquote>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-default"/>



<p><strong>กสศ. ชวนไปหาไอเดียจากห้องเรียนภาษาไทยชั้น ป.6 ของ ‘คุณครูอภิสิทธิ์ แดงหนองแปน’ แห่งโรงเรียนบ้านตาจ่อยหนองสระ จ.ร้อยเอ็ด จากอินโฟกราฟิกชุดนี้ :</strong> <a href="https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02DGDczfzSe6USjN2DpNvYnFDDmzMwsKyFXY6BMXz3cKe2mJx4fHaeXZUHZSNg7MBKl&amp;id=100064530018676&amp;paipv=0&amp;eav=AfaBMEUdSXFrZVI4VolmgUUTqNj2P0MmDerhdABOyEazSrYmZgJI2eweS4GTmScaOAg&amp;_rdr" target="_blank" rel="noopener" title="“ถามคือสอน - สะท้อนคือเรียน - เขียนคือคิด” เทคนิคสำหรับคุณครูที่อยากเริ่มจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning">“ถามคือสอน &#8211; สะท้อนคือเรียน &#8211; เขียนคือคิด” เทคนิคสำหรับคุณครูที่อยากเริ่มจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-281123/">ใช้ ‘ทักษะเล่าเรื่อง’ จุดประกาย ‘ทักษะการคิด’ สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ตัวผู้เรียนทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. เปิดบ้าน ‘ห้องเรียนต้นแบบ Active Learning’ โชว์ผลงานครู ‘นักจัดการเรียนรู้’ ผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-061123-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Nov 2023 11:39:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนความคิดสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.โชติมา หนูพริก]]></category>
		<category><![CDATA[เวทีเปิดบ้าน ‘ห้องเรียนต้นแบบ Active Learning]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พรนับพัน วงศ์ตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=74288</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-061123-2/">กสศ. เปิดบ้าน ‘ห้องเรียนต้นแบบ Active Learning’ โชว์ผลงานครู ‘นักจัดการเรียนรู้’ ผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> จัดงาน <strong>เวทีเปิดบ้าน ‘ห้องเรียนต้นแบบ Active Learning’</strong> ภายใต้โครงการพัฒนานักจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สู่การขยายผลพื้นที่ต้นแบบ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 ณ โรงแรม ทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร เพื่อแสดงผลงาน มอบโล่และเกียรติบัตรเป็นกำลังใจแก่ครูผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงในห้องเรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-98565a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/4-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1e0670"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/5-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เริ่มต้นงานโดย <strong>ดร.พรนับพัน วงศ์ตระกูล ผู้จัดการโครงการพัฒนานักจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สู่การขยายผลพื้นที่ต้นแบบ</strong> ได้รายงานความก้าวหน้าโครงการว่า โครงการได้รับการสนับสนุนจาก กสศ. อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยการดำเนินการในปี 2566 นี้มีครูและนักจัดการเรียนรู้กลุ่มเป้าหมายมากกว่า 500 คน ใน 21 เขตพื้นที่การศึกษา 10 จังหวัดต้นแบบ เข้ารับการอบรมในหลักสูตรที่ตนเองสนใจ และนำไปพัฒนาห้องเรียนของตัวเอง จากจำนวนหลักสูตรทั้งหมด 8 หลักสูตร ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ผ่านการสำรวจความเห็นจากเหล่าคุณครูมาแล้วว่า จะเป็นตัวช่วยในการพัฒนาห้องเรียนที่ส่งต่อพัฒนาการและผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนให้ดีขึ้นได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4b5700"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.พรนับพัน วงศ์ตระกูล ผู้จัดการโครงการ ฯ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เป้าหมายในการดำเนินโครงการ ได้แก่</p>



<ol>
<li>เพื่อพัฒนาหลักสูตร Active Learning ที่สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของครูและนักจัดการเรียนรู้ โดยเน้นผู้เรียนเป็นหลัก และยื่นขอการรับรองมาตรฐานจากคุรุสภา</li>



<li>เพื่อสร้างพลังของครู โรงเรียน และเครือข่ายเชิงพื้นที่ ให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ในระดับพื้นที่ มุ่งเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนตามเกณฑ์การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21</li>



<li>เพื่อขยายผลวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมกับพื้นที่ต้นแบบ ได้แก่ การพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมของผู้อำนวยการ ศึกษานิเทศก์ พี่เลี้ยง และครูต้นแบบ ซึ่งสามารถเป็นตัวอย่างให้กับโรงเรียนอื่นได้</li>
</ol>



<p></p>



<p>การดำเนินงานได้เริ่มจากการคัดเลือกองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการของครู เพื่อให้ครูนำไปประยุกต์ใช้ และมีหน่วยงานเจ้าของหลักสูตรให้การสนับสนุนตามแนวทาง Active Learning จากองค์กร <strong>Creativity Culture and Education</strong> หรือ <strong>CCE</strong> ประเทศอังกฤษ ซึ่งมุ่งเน้นพัฒนา 4 ด้านพร้อมเพรียงกัน คือ ร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา หลังจากนั้นจะมีการติดตามประเมินผลผ่านกระบวนการ (Professional Learning Community: PLC) โดยผลลัพธ์พบว่า ครูและนักจัดการเรียนรู้สามารถนำองค์ความรู้จากการอบรมไปปรับใช้ในห้องเรียนได้อย่างเหมาะสมและเกิดเป็นเขตพื้นที่ต้นแบบ ซึ่งทิศทางต่อไปจะเป็นการสร้างความเข้าใจระบบพี่เลี้ยง และเผยแพร่การดำเนินงานที่เน้นการนำเสนอเรื่ององค์ความรู้และหลักสูตร PLC ในการพัฒนาห้องเรียน และให้หน่วยงานต้นสังกัดสามารถทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับโรงเรียนได้อย่างใกล้ชิดต่อไป</p>



<p>ต่อมาเป็นการกล่าวเปิดงานโดย <strong>ดร.โชติมา หนูพริก รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้</strong> เป็นตัวแทนของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา กสศ. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา โดยเฉพาะการศึกษาขั้นพื้นฐานได้พัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-85eef1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/2-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.โชติมา หนูพริก รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา<br>รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.โชติมา</strong> กล่าวว่า การจะพัฒนาโครงการให้มีคุณภาพได้ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดกลไกขับเคลื่อน นอกจากนี้การพัฒนาการเรียนการสอนของครู โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล หรือพื้นที่ที่มีความเหลื่อมล้ำ ถ้าหากทุกฝ่ายจับมือร่วมกัน แบ่งปันองค์ความรู้กัน ก็จะช่วยให้คุณภาพการศึกษาพัฒนาอย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น</p>



<p>การดำเนินการร่วมกันระหว่าง สพฐ. และ กสศ. อย่างต่อเนื่องในหลากหลายมิติ ก่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษามากมาย ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินเข้าสู่ปีที่ 3 โดยมีโรงเรียนในสังกัด สพฐ. สมัครใจเข้าร่วมมากถึง 1,100 แห่ง จาก 21 เขตพื้นที่การศึกษา ในพื้นที่ 10 จังหวัด จนประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม</p>



<p>สำหรับการดำเนินงานในปี 2566 มีห้องเรียนต้นแบบถึง 14 โรงเรียน ที่ต่อยอดมาจากห้องเรียนต้นแบบในปี 2565 ในลักษณะโรงเรียนคู่พัฒนา พร้อมตั้งเป้าความร่วมมือกับสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ. และหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีทางเลือกในการเข้าถึงการศึกษา เกิดแพลตฟอร์มทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นหลากหลายอย่างมีคุณภาพ โดยโครงการจะมีการสร้างระบบนิเวศทางการเรียนรู้ 3 แนวทาง ดังนี้</p>



<ol>
<li>พัฒนาต้นแบบหลักสูตร องค์ความรู้ และนวัตกรรมการจัดเรียนการสอนแบบ Active Learning ที่สอดคล้องเหมาะสมกับพัฒนาการเด็กในปัจจุบัน มีความยืดหยุ่นและหลากหลาย เข้ากับบริบทชุมชนและกระแสโลกที่เปลี่ยนไป</li>



<li>ส่งเสริมกระบวนการพัฒนาครูให้สามารถออกแบบการเรียนการสอนที่เหมาะตามพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนแบบรายบุคคล</li>



<li>สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาช่วยส่งเสริมให้ครูได้พัฒนาตนเองและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีศึกษานิเทศก์เป็นพี่เลี้ยงที่ทำงานกับโรงเรียนอย่างใกล้ชิด</li>
</ol>



<p></p>



<p><strong>ดร.โชติมา</strong> กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ประทับใจที่สุดอย่างหนึ่งคือ การได้รับรู้ว่าคุณครูที่เข้าร่วมโครงการเหล่านี้เต็มใจและสมัครใจมาเข้าร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้แก่เด็กไทย ทำให้การดำเนินการไปเป็นอย่างราบรื่นดี และคาดหวังว่าในโอกาสถัดไปจะมีการขยายผลอีกหลาย ๆ เขต เพราะมีต้นแบบที่ดีและมีหลักสูตรที่ได้รับการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญ คุณครูหลายคนจึงให้ความมั่นใจที่จะพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อไป</p>



<p><strong>ดร.โชติมา</strong> ทิ้งท้ายว่า กุญแจสำคัญของความสำเร็จครั้งนี้คือ “ครูเก่ง นักเรียนก็เลยเก่งตามด้วย” จึงเป็นที่มาของโรงเรียนต้นแบบทั้ง 14 โรงเรียน ในปี 2566 นั่นเอง</p>



<p>จากนั้น <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</strong> ได้กล่าวถึงทิศทางความร่วมมือเพื่อการพัฒนาครู นักจัดการเรียนรู้ และนักเรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศการเรียนรู้ โดยหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งคือต้องให้นักเรียนรู้สึกอยากมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเป้าหมายหนึ่งของการร่วมมือกันระหว่าง กสศ. และภาคีต่าง ๆ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d0c55b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/3-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> ยังกล่าวอีกว่า การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning จำเป็นจะต้องทำให้คุณครูได้สวมหมวกของการเป็นนักจัดการเรียนรู้ด้วย ซึ่งเป็นการแปลงนโยบายของ สพฐ. ให้ปรากฏผลลัพธ์ในเชิงปฏิบัติ โดยการทำให้คุณครูเป็นนักจัดการเรียนรู้ที่พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 ด้วย และสิ่งที่จะตามมาคือ เด็กจะเป็นนักเรียนรู้ที่ Active และไม่ยุติการเรียนรู้แม้จะจบหลักสูตรการเรียนแล้ว นี่คือเป้าหมายสูงสุดในปลายทางระยะยาวที่มั่นคงและยั่งยืน</p>



<p>อีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ <strong>ดร.ไกรยส</strong> ได้กล่าวถึงก็คือ ‘Agentic Teacher’ หรือแปลได้ว่า ‘คุณครูผู้ก่อการ’ ซึ่งมีความหมายที่แฝงไว้อย่างลึกซึ้งและเกี่ยวเนื่องกับ Active Learning และนักจัดการเรียนรู้อยู่ในตัว กล่าวคือ หากคุณครูเป็นครูผู้ก่อการแล้ว ครูจะต้องสามารถเอาคุณค่าที่สะสมในจิตวิญญาณความเป็นครู มาผนวกรวมกับอุดมการณ์ ความคิด ความตั้งใจ และคุณค่าในตัวเองและท้องถิ่นชุมชน เชื่อมโยงกับทักษะในการเรียนการสอน ความรู้ในหลักสูตรแกนกลาง และเชื่อมโยงกับสมาชิกในชุมชนจนเกิดเป็นกระบวนการเรียนรู้ด้วยตัวเอง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cf7f30"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="855" height="569" data-id="74297" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/8.jpg" alt="" class="wp-image-74297" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/8.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/8-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/8-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/8-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/8-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="74298" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/7.jpg" alt="" class="wp-image-74298" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/7-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> เสริมว่า กระบวนการดังกล่าวอาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องยาก แต่หากคุณครูสามารถบรรลุเป้าหมายในการเป็นคุณครูผู้ก่อการได้ จะเป็นคุณครูที่มีพลัง สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวและผู้คนต่าง ๆ จนเกิดเป็นกระบวนการที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในห้องเรียนได้&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ โครงการพัฒนานักจัดการเรียนรู้ฯ มีผู้สมัครเข้าร่วมมากถึง 200 โรงเรียน แต่ กสศ. รับได้เพียง 40 โรงเรียนเท่านั้น นั่นหมายความว่ามีโรงเรียนที่สนใจมากถึง 5 เท่า จึงคาดว่าในรุ่นต่อ ๆ ไปจะมีการเพิ่มงบประมาณและรับเพิ่มได้&nbsp;</p>



<p>สำหรับทิศทางต่อไป กสศ. ตั้งเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างครบวงจร เมื่อคุณครูผู้ก่อการได้เปลี่ยนห้องเรียนให้กลายเป็นห้องเรียนที่ตื่นตาและน่าเรียนรู้ จะทำให้คุณครูมีกำลังใจและจุดประกายให้โรงเรียนอื่น ๆ ต่อไป และผลประโยชน์ย่อมตกแก่เด็กมากที่สุด&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-061123-2/">กสศ. เปิดบ้าน ‘ห้องเรียนต้นแบบ Active Learning’ โชว์ผลงานครู ‘นักจัดการเรียนรู้’ ผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักการศึกษาเสนอโมเดลเรียนออฟไลน์ต้องยึดหลักทำให้เด็กสนใจมีส่วนร่วมให้ได้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/846-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 May 2020 13:46:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนจักรคำคณาทร]]></category>
		<category><![CDATA[ณภัค ฐิติมนัส]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านแม่บอน]]></category>
		<category><![CDATA[สามารถ สุทะ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาทักษะครูและนักจัดการเรียนรู้สำหรับห้องเรียนในศตวรรษที่ 21]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พรนับพัน วงศ์ตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบออฟไลน์ ในช่วง COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=14854</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.ระดมสมอง เสนอโมเดลเรียนออฟไลน์ นักการศึกษาเสนอโมเดล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/846-2/">นักการศึกษาเสนอโมเดลเรียนออฟไลน์ต้องยึดหลักทำให้เด็กสนใจมีส่วนร่วมให้ได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14857" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumb832.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumb832.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumb832-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumb832-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumb832-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<h4 style="text-align: center;">กสศ.ระดมสมอง เสนอโมเดลเรียนออฟไลน์</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">นักการศึกษาเสนอโมเดลเรียนออฟไลน์ต้องยึดหลักทำให้เด็กสนใจมีส่วนร่วมให้ได้ แนะยึดโยงบริบทชุมชน ใช้โอกาสนี้ได้เรียนรู้จากปราชญ์ชาวบ้าน</span></p>
<p><b>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</b><span style="font-weight: 400;"> (กสศ.) จัดเสวนา Equity </span><span style="font-weight: 400;">T</span><span style="font-weight: 400;">alk ผ่าน </span><span style="font-weight: 400;">F</span><span style="font-weight: 400;">acebook </span><span style="font-weight: 400;">L</span><span style="font-weight: 400;">ive ใน </span><b>หัวข้อ &#8220;แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบออฟไลน์ ในช่วง COVID-19</b><span style="font-weight: 400;"><strong>&#8220;</strong> โดยมีวิทยากรได้แก่ ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน  ดร.พรนับพัน วงศ์ตระกูล หัวหน้าโครงการพัฒนาทักษะครูและนักจัดการเรียนรู้สำหรับห้องเรียนในศตวรรษที่ 21 นายสามารถ สุทะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่บอน  จ.ลำพูน 4. นางณภัค ฐิติมนัส ครูโรงเรียนจักรคำคณาทร จ.ลำพูน</span></p>
<p><b>ผศ.อรรถพล</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า  COVID-19  ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การศึกษาทั่วโลกซึ่งเราต้องเรียนรู้และหาวิธีการรับมือ  ทั้งการจัดการศึกษาทางไกล ไปจนถึงการบริหารจัดการโรงเรียนโดยไม่ทิ้งเด็กไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียว ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับผู้ปกครอง ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลของหลายโรงเรียนพบว่ามีนักเรียนจำนวนมากเข้าไม่ถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  ทำให้ต้องวางแผนผสม</span><span style="font-weight: 400;">ผสานปรับกิจกรรมการเรียนให้มีความยืดหยุ่นทั้งการสอนออนไลน์ในส่วนเด็กที่มีความพร้อมและส่วนออฟไลน์ในส่วนเด็กที่ไม่พร้อม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ในการปรับหลักสูตรรูปแบบการเรียนการสอน เราควรต้องยึดหลักที่เด็กทุกคนล้วนมีความสำคัญ ต้องไปสำรวจดูว่าใครเข้าถึงและเข้าไม่ถึงในเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งพ่อ แม่ ครู มีความสำคัญต้องทำงานร่วมกันออกแบบกิจกรรมที่มีความเหมาะสมกับเด็ก เด็กที่ไม่สามารถออนไลน์ก็ต้องใช้วิธีการออฟไลน์ มีใบความรู้ ให้เด็กทำชิ้นงานที่ต้องมีภารกิจชัดเจน  กำหนดว่าใครจะเป็นพี่เลี้ยงติดตามความก้าวหน้า กำหนดช่วงเวลาที่ครูจะมาตรวจงานให้ความเห็น</span></p>
<p><b>“ความสำคัญคือ โรงเรียน ชุมชน ผู้ปกครอง จะต้องร่วมมือกันเพื่อให้การเรียนในช่วงนี้ ที่ท้องสำคัญคือการเรียนทางไกลที่จะเกิดขึ้นจะต้องพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ต้องทำให้เด็กมีส่วนร่วมรู้สึกเป็นเจ้าของบทเรียนของเขา ดังนั้นต้องออกแบบการเรียนในสิ่งที่เขาอยากรู้ เป็นเรื่องใกล้ตัว เพื่อให้เขาสนใจและตั้งใจเรียนรู้ และออก</b><b>แบบ</b><b>ให้น่าสนใจไม่ใช่ออกแบบใบความรู้ให้ต้องอ่านอะไรยาวๆ แต่ต้องกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ”</b><span style="font-weight: 400;"> ผศ.อรรถพล กล่าว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นายสามารถ กล่าวว่า ที่โรงเรียนมีนักเรียนจำนวนไม่มากทั้งหมดเป็นปกา</span><span style="font-weight: 400;">เกอะ</span><span style="font-weight: 400;">ญอ บางบ้านไม่มีไฟฟ้า บางบ้านไม่มีจานดาวเทียม นำไปสู่การประชุมครูเพื่อทำหลักสูตรในช่วงนี้ โดยยึดโยงกับบริบทของพื้นที่ให้เด็กได้เรียนรู้จากชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ปู่ย่าตายยายของเด็ก โดยสิ่งสำคัญคือเด็กจะต้องไม่ห่างจากการเรียนนานเกินไปไม่เช่นนั้นจะลืมสิ่งที่เคยเรียนโดยเฉพาะ การอ่าน การผันสระ วรรณยุกต์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม มองว่าการเรียนในรูปแบบออฟไลน์คงไม่อาจได้ผล 100%  เพราะขนาดเรียนในห้องเรียนเด็กยังไม่สนใจตลอดเวลา เด็กจะมีสมาธิสนใจกับสิ่งที่เรียนตามอายุเช่น ป. 6 จะสนใจ</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">12-15 นาที ดังนั้นการที่จะให้เขาตั้งใจเรียนต้องหาเรื่องที่เขาสนใจเป็นพิเศษเพื่อดึงดูดสมาธิไว้ได้  รวมทั้งการที่เรียนรู้เรื่องของท้องถิ่นที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกันไปก็สามารถให้ปู่ย่าตายายเป็นคนช่วยสอนซึ่งหลายเรื่องเป็นเรื่องที่อยู่ในชีวิตประจำวันของพวกเขาอยู่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การออกแบบการเรียนรู้ไม่สามารถออกแบบเดียวแล้วใช้กับเด็กทุกคนได้ทั้งห้อง เพราะเด็กบางคนเก่ง บางคนไม่เก่ง จะใช้ใบงานใบเดียวกันทั้งห้องไม่ได้ เราก็ต้องคิดว่าใบงานนี้อาจง่ายเกินไปสำหรับเด็กเก่ง ฉะนั้นในชุดกิจกรรมก็จะต้องมีทั้งที่เป็นของเด็กเก่งและไม่เก่ง เพื่อให้เก่ง</span><span style="font-weight: 400;">แบบที่</span><span style="font-weight: 400;">เหมาะสมกับเด็ก”  นายสามารถ  กล่าว </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14859" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/b-4.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/b-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/b-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/b-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/b-4-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/b-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.พรนับพัน  กล่าวว่า   สิ่งที่จำเป็นคือโรงเรียนจะต้องมีความเชื่อมั่นว่าต้องผ่านเรื่องเหล่านี้ไปให้ โดยชุมชนจะมีส่วนสำคัญในการเข้ามา ซึ่งการเรียนรู้ในแต่ละพื้นที่ต่างบริบทกันก็จะมีเรื่องที่เด็กสนใจแตกต่างกัน ทำอย่างไรถึงจะทำให้เขาเลือกเรียนได้ตามความชอบ ให้มีโอกาสได้เลือกเรียนโดยที่กิจกรรมมีความสนุก ท้าทาย และมีประโยชน์ทั้งในห้องเรียน และในชีวิตจริง  อย่างเช่นการคิดค้นสูตรดิน ให้เมล็ดพันธุ์ไปทดลองปลูกที่เด็กจะได้สังเกตและเรียนรู้ด้วยตัวเอง  ไปจนถึงการทำบัตรคำศัพท์พร้อมรูปให้เด็กได้จับคู่ ซึ่งจะมีใบเฉลยอยู่ในซอง  ที่พ่อ แม่  รุ่นพี่ ครูอาสา ที่อยู่ในชุมชน สามารเป็นคนช่วยอธิบาย</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14860" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/a-5.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/a-5.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/a-5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/a-5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/a-5-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/a-5-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นางณภัค  กล่าวว่า ที่โรงเรียนมีนักเรียนจำนวนมากและมีความหลากหลาย การสอนในวิชาโครงงานเป็นวิธีหนึ่งที่จะนำไปสอนเด็กแบบออฟไลน์ได้ โดยกำหนดเป็นกิจกรรมเช่นสำรวจลงพื้นที่ จดบันทึก  โดยครูจะต้องนึกถึงบริบทใกล้ตัว ในชุมชนมีอะไร ในบ้านมีอะไร ให้เหมาะสมกับสภาพชีวิตของแต่ละคนที่เขาจะเห็นว่าทำไปแล้วจะเกิดประโยชน์ อย่างครอบครัวทำสวนลำไยก็ทำโครงงานเกี่ยวกับสวนลำไย  ที่สำคัญคือการใช้บริบทของท้องถิ่นมาเป็นฐานการเรียนรู้ของนักเรียน   </span></p>
<p><b>“ตรงนี้อาจเป็นโอกาสดีให้เด็กๆ ได้เดินออกไปกลางทุ่ง ไปดูต้นไม้ใบหญ้า ไปสำรวจทุ่งนา ไปดูพืชสวนลำไย ทุกอย่างคือการเรียนรู้ทั้งหมด ซึ่งบางทีอาจมีคนรู้มากกว่าครู ก็ให้เด็กกลับลงไปถามปราชญ์ชาวบ้าน ให้เขาได้เสาะหาความรู้ โดยครูมีหน้าที่รับฟังวิธีคิด หากทำผิดครูก็ให้ข้อเสนอแนะ หากทำดีก็ชมว่าทำดี และควรมีศูนย์การเรียนรู้ประจำหมู่บ้านที่มีอินเทอร์เน็ต เป็นห้องสมุดของชุมชน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเข้าไปเรียนพร้อมกันทุกคนตรงนี้จะเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้มาก”<span style="font-weight: 400;">   </span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">นางณภัค กล่าว</span></b></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/846-2/">นักการศึกษาเสนอโมเดลเรียนออฟไลน์ต้องยึดหลักทำให้เด็กสนใจมีส่วนร่วมให้ได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
