<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%94%e0%b8%a3-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 16 Jan 2025 06:37:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ. ได้รับการยกย่องเป็นบุคคลผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาชาติ ประจำปี 2568</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-160125/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jan 2025 06:37:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[บุคคลผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=89762</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 16 มกราคม 2568 ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-160125/">ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ. ได้รับการยกย่องเป็นบุคคลผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาชาติ ประจำปี 2568</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 16 มกราคม 2568 <strong>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณและการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นบุคคลผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาชาติ ประจำปี 2568 จากพลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในโอกาสงานวันครู ครั้งที่ 69 พ.ศ. 2568 ซึ่งจัดขึ้นโดยคุรุสภา ภายใต้หัวข้อ “เรียนดี มีความสุข : ครูไทยร่วมใจปฏิวัติการศึกษา สร้างเด็กฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ” ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cc34d2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/0116_ข่าวแถว-12_PHOTO-6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยในปีนี้ คุรุสภาได้ประกาศยกย่องบุคคลและนิติบุคคลที่มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ประจำปี 2568 รวม 7 ราย ซึ่งแบ่งออกเป็นสองประเภท ได้แก่</p>



<p><strong>ประเภทบุคคล (6 ราย)</strong></p>



<ol>
<li style="font-size:16px">พระพรหมบัณฑิต ธมฺมจิตฺโต</li>



<li>พระเทพปริยัติโสภณ (ปัญญา วิสุทธิปญฺโญ)</li>



<li>ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล</li>



<li>ศาสตราจารย์เกียรติคุณ คุณหญิง ไขศรี ศรีอรุณ</li>



<li>นายกมล รอดคล้าย</li>



<li>นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล</li>
</ol>



<p><strong>ประเภทนิติบุคคล (1 ราย)</strong></p>



<ul>
<li style="font-size:16px">มูลนิธิสมาน – คุณหญิงเบญจา แสงมลิ</li>
</ul>



<p>นอกจากนี้ ยังมีการประกาศเกียรติคุณและยกย่องผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ได้รับรางวัลจากคุรุสภา รวมทั้งสิ้น 1,159 คน ซึ่งแบ่งเป็นหลายประเภท ได้แก่</p>



<ol>
<li><strong>รางวัลครูภาษาไทยดีเด่น</strong> จำนวน 3 คน</li>



<li><strong>รางวัลครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่น</strong> จำนวน 5 คน</li>



<li style="font-size:16px"><strong>รางวัลคุรุสภา</strong> จำนวน 27 คน (แบ่งเป็นระดับดีเด่น 9 คน และระดับดี 18 คน)</li>



<li><strong>รางวัลครูผู้สอนดีเด่น</strong> จำนวน 25 คน (แบ่งเป็นระดับดีเด่น 11 คน และระดับดี 14 คน)</li>



<li><strong>รางวัลคุรุสดุดี</strong> จำนวน 1,065 คน</li>
</ol>



<p>การประกาศเกียรติคุณครั้งนี้เป็นการยกย่องการทำงานที่มีผลงานดีเด่นและส่งเสริมการศึกษาของชาติอย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะในการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและมีนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนและสังคม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-84d13a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/0116_ข่าวแถว-12_PHOTO-7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล : ผู้นำในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสร้างโอกาสให้เด็กไทยทุกคน</strong></h3>



<p>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล เป็นบุคคลที่มีผลงานสำคัญในการพัฒนาระบบการศึกษาไทย โดยเฉพาะในด้านการเสริมสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน ท่านเป็นผู้ผลักดันการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและเสริมสร้างคุณภาพการศึกษา ซึ่งได้รับการบรรจุในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 54 ภายใต้การทำงานในฐานะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ซึ่งนำไปสู่การออก พ.ร.บ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 เป็นกลไกใหม่ที่สำคัญในการลดปัญหาการเข้าถึงการศึกษาและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศไทย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-137ac7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/0116_ข่าวแถว-12_PHOTO-8.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ได้ขับเคลื่อนการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการสนับสนุนเด็กและเยาวชนจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน การพัฒนาคุณภาพครู และคุณภาพของสถานศึกษา ท่านยังได้พัฒนาแนวทางในการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้กับเด็กยากจนด้อยโอกาสและอยู่ในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงการจัดตั้งโครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน</p>



<p><strong>ตัวอย่างการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่:</strong></p>



<ol>
<li style="font-size:16px"><strong>การปรับโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณ</strong><strong><br></strong>การจัดสรรงบประมาณภาครัฐให้แก่เด็กนักเรียนยากจนพิเศษผ่านโครงการทุนเสมอภาค (Conditional Cash Transfer: CCT) โดยอาศัยงานวิจัยสำคัญที่เกี่ยวข้อง เช่น บัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ (NEA) และระบบการคัดกรองรายได้ทางอ้อม (Proxy Means Tests) เพื่อปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของนักเรียนในแต่ละพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและบรรเทาภาระทางการเงินสำหรับผู้ปกครอง</li>
</ol>



<ol start="2">
<li style="font-size:16px"><strong>การส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาของเด็กและเยาวชน</strong><strong><br></strong>ดร.ประสาร ได้สนับสนุนโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการ “ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” ที่มอบทุนการศึกษาสำหรับเยาวชนจากครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำสุด 20% ของประเทศ เพื่อศึกษาต่อในสาขาอาชีพที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน หรือโครงการ “ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น” ที่ส่งเสริมให้เยาวชนจากพื้นที่ห่างไกลกลับมาพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ของตนเอง<br></li>



<li style="font-size:16px"><strong>การพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อกลุ่มผู้ด้อยโอกาส</strong><strong><br></strong>โครงการ “ทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน” มุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะการทำงานให้กับเยาวชนที่ออกจากระบบการศึกษาและแรงงานนอกระบบ โดยการทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนในลักษณะภาคีเครือข่ายเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน<br></li>



<li style="font-size:16px"><strong>การส่งเสริมการศึกษาระดับสูงในสายอาชีพ</strong><br>โครงการ “ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ” ได้เปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายที่ใกล้จบ ปวส. หรืออนุปริญญาได้ศึกษาต่อระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะของกำลังคนในสาขาที่มีความต้องการในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในกลุ่ม New Growth Engine เช่น เทคโนโลยีดิจิตอล</li>
</ol>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c743b6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/0116_ข่าวแถว-12_PHOTO-9.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผลการประเมินของ กสศ.</strong></p>



<p>ในระยะเวลาที่ผ่านมา กสศ. ได้ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์สำคัญอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รับการประเมินผลจากคณะกรรมการของกระทรวงการคลัง ซึ่งพบว่า กสศ. สามารถช่วยเหลือและสนับสนุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานได้สำเร็จ รวมทั้งพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษาให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนผ่านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสำคัญ เช่น นวัตกรรมการคัดกรองความยากจน และระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ “Information System for Equitable Education หรือ iSEE” โดยเฉพาะการระดมความร่วมมือจากภาคเอกชนและภาคประชาสังคม รวมทั้งการสร้างต้นแบบการทำงานร่วมกันในพื้นที่ ซึ่งได้ส่งผลให้การช่วยเหลือกลุ่มเด็กเยาวชนที่ยากจนที่สุด 15% ของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในสังคมไทยอย่างยั่งยืน</p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>“ครู ถือเป็นอาชีพที่สำคัญมาก เพราะเป็นอาชีพที่ช่วยสร้างคน สร้างทรัพยากรมนุษย์ ครูจึงเป็นหัวใจของทุก ๆ เรื่องในชีวิตคนและชีวิตสังคม จึงอยากให้คุณครูทุกคนทราบถึงความสำคัญของตัวเองและรักงานที่ตัวเองทำ แม้ในหลาย ๆ ครั้ง อาชีพนี้จะมีอุปสรรคในการทำงานอยู่อีกหลายด้าน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือครูต้องรักในงานนี้ และในหลายโอกาสก็หมายถึงการเสียสละ เพราะสิ่งสนับสนุนต่าง ๆ ในหลายสถานการณ์อาจจะไม่พร้อม แต่เชื่อว่าหากคุณครูรักในงานนี้และมีอุดมการณ์ พลังในด้านนี้จะช่วยให้อุปสรรคต่าง ๆ เล็กลง และทำงานได้อย่างลุล่วงได้ในที่สุด</p>



<p>“ความรักจากครูถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด หากครูทำงานโดยเริ่มต้นจากความรัก ความปรารถนาดี ความอบอุ่น ความรู้สึกเหล่านี้จะส่งผลไปถึงเด็กและเยาวชน เมื่อเด็กเยาวชนมีความมั่นใจและสัมผัสได้ในความรักจากครู เรื่องความรู้ ทักษะ และด้านอื่น ๆ ก็จะตามมา” ดร.ประสาร กล่าวในโอกาสวันครู 16 มกราคม 2568</p>
</blockquote>



<p></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-160125/">ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ. ได้รับการยกย่องเป็นบุคคลผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาชาติ ประจำปี 2568</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผลสำรวจทักษะคนไทย กับขับเคลื่อนประเทศด้วย Evidence-based policy</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-280224/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Feb 2024 09:43:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Evidence-based policy]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะทุนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=77923</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมเวทีนโยบายระดับสูงทิศทางการพัฒนาทักษะทุนชีวิต  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280224/">ผลสำรวจทักษะคนไทย กับขับเคลื่อนประเทศด้วย Evidence-based policy</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>การประชุมเวทีนโยบายระดับสูง</strong><br><strong>ทิศทางการพัฒนาทักษะทุนชีวิต เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศ</strong><br><strong>วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567</strong><br><strong>ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์</strong></h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3b6f95"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0221_ASAT-ส่งนักข่าว-03-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การสร้างความเสมอภาคให้แก่คนไทยทุกคนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วยขีดความสามารถสูงสุดของแต่ละคนถือเป็นเป้าหมายสำคัญสู่การเจริญเติบโตที่ยั่งยืนของระบบเศรษฐกิจไทย กลไกสำคัญของประเทศที่จะทำให้เป้าหมายดังกล่าวบรรลุได้อย่างมีประสิทธิภาพคือศักยภาพของระบบการศึกษาและการพัฒนากำลังคนของไทยที่จะสามารถสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์ให้แก่คนไทยทุกคนได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ</p>



<p>หากพิจารณาเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในเวทีระดับนานาชาติ<br>หนึ่งในหลักเกณฑ์การประเมินพัฒนาการทางเศรษฐกิจของประเทศและระบบเศรษฐกิจในระดับนานาชาติที่ธนาคารโลกใช้มาหลายทศวรรษคือการจัดกลุ่มประเทศตามระดับรายได้เฉลี่ยต่อหัว (GNI Per-capita) ของประชากรประเทศนั้น ๆ โดยธนาคารโลกได้กำหนดระดับรายได้เฉลี่ยต่อหัวที่จะทำให้ประเทศต่าง ๆ ได้รับการจัดกลุ่มเป็นประเทศรายได้สูง (High Income Country) ที่ US$ 13,206 ประเทศรายได้ปานกลางขั้นสูง (Upper Middle Income Country) ที่ US$ 4,256 ประเทศรายได้ปานกลางขั้นต่ำที่ US$ 1,086 หรือประเทศรายได้น้อย (Low Income Country) ที่มีรายได้ต่ำกว่าระดับดังกล่าว โดยประเทศไทยซึ่งมี GNI per capita ที่ US$ 7,230 เมื่อปี 2565 ได้รับการจัดอันดับเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2519 หรือกว่า 48 ปีมาแล้ว แต่ปัจจุบันประเทศไทยก็ยังคงติดอยู่ในสถานะที่ทางธนาคารโลกเรียกว่า “กับดักรายได้ปานกลาง” อยู่ และประเทศไทยจำเป็นจะต้องมีรายได้ต่อหัวประชากรเพิ่มขึ้นอีกราว 40% เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นประเทศรายได้สูงได้สำเร็จ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-697836"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0221_SLIDER-ASAT-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยทุกคนมากกว่า 66 ล้านคน กสศ. ธนาคารโลก และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เชื่อว่าหากเด็กเยาวชน และกำลังแรงงานของไทยได้รับความเสมอภาคทางการศึกษา และการพัฒนาทุนมนุษย์แล้ว ประเทศไทยจะสามารถก้าวออกจากกับดักรายได้ปานกลางดังกล่าวได้ด้วยพลังของคนไทยทุกคนภายในระยะเวลาอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ได้ ทั้ง 3 หน่วยงานภาคีจึงได้ร่วมกันค้นหากุญแจดอกสำคัญในการปลดล็อคศักยภาพของเด็กเยาวชนและประชากรวัยแรงงานไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันตรงกับความต้องการทั้งในประเทศและในระดับนานาชาติได้เพื่อสร้างห่วงโซ่นโยบาย หรือ Policy Value Chain ซึ่งเริ่มต้นจากการใช้ข้อมูลและผลการวิจัยที่มีคุณภาพสูงในระดับนานาชาติ สู่การกำหนดทิศทางนโยบายระดับชาติที่ยั่งยืน จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง กสศ. ธนาคารโลก และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการดำเนินการโครงการวิจัยสำรวจทักษะและความพร้อมของกลุ่มประชากรวัยแรงงาน (Adult Skills Assessment in Thailand : ASAT) ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเยาวชนและผู้ใหญ่อายุ 15-64 ปีครบทุกภูมิภาคในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการส่งเสริมความเสมอภาคผ่านการพัฒนาทุนชีวิตของประชากรวัยแรงงานอย่างยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศไทยให้ออกจากกับดักรายได้ปานกลางได้สำเร็จ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6cee4a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0221_ASAT-ส่งนักข่าว-02-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากการใช้เวลาศึกษาวิจัยของโครงการมากกว่า 2 ปี มีประเด็นข้อค้นพบที่สำคัญสามประการ ได้แก่</p>



<ol>
<li>รายงานฉบับนี้แสดงขนาดของวิกฤตด้าน<em>ทักษะทุนชีวิต (Foundational Skills) </em>ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ ได้แก่ ทักษะการรู้หนังสือ ทักษะดิจิทัล และทักษะทางอารมณ์และสังคม โดยพบว่า หากไม่นับประชากรที่กำลังขาดทักษะทุนชีวิตเพียง ด้านใดด้านหนึ่ง ประเทศไทยมีประชากรเยาวชนและผู้ใหญ่เกือบหนึ่งในห้าที่ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ เพราะขาดทักษะทุนชีวิตทั้งสามด้าน การขาดทักษะหลาย ๆ ด้านนั้น หมายความว่าบุคคลนั้นแทบจะไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยตนเองเลย และมีแนวโน้มว่าจะเหลือเพียงทางเลือกที่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้อื่นเพื่อชดเชยวิกฤต ด้านทักษะนั้น ประเด็นนี้อาจก่อให้เกิดความท้าทายอย่างมาก เนื่องจากประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะก้าวไปเป็นประเทศที่มีรายได้สูง ลดความเหลื่อมล้ำ และปรับปรุงความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม<br></li>



<li>รายงานฉบับนี้ได้ทบทวนสิ่งที่ภาคนโยบาย ภาคท้องถิ่น สถานศึกษา สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม และนายจ้าง ได้ดำเนินการเพื่อรับมือวิกฤตด้านทักษะ โดยการจัดเตรียมนโยบาย การนำเครื่องมือมาใช้ และการส่งมอบโปรแกรม ที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะทุนชีวิต จากงานวิจัยพบว่า วิกฤตด้านทักษะไม่ได้เป็นผลมาจากความไม่เอาใจใส่ของผู้กำหนดนโยบาย ในทางตรงข้าม ผู้กำหนดนโยบายได้แสดงออกอย่างชัดเจนถึงความตั้งใจอย่างเข้มแข็งที่จะส่งเสริมทักษะทุนชีวิตที่ให้แก่เด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ทุกคน วิกฤตด้านทักษะในปัจจุบัน น่าจะเป็นผลมาจากความไม่แข็งแกร่งของรากฐานที่แฝงอยู่ในระบบการศึกษาและฝึกอบรมของประเทศไทย แม้ว่าประเทศไทยจะลงทุนอย่างมากเพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาและฝึกอบรมในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในโครงสร้างของระบบที่ขัดขวางไม่ให้ผู้เรียนได้ประโยชน์สูงสุดจากโอกาสการเรียนรู้ที่มีอยู่และไม่สามารถพัฒนาทักษะทุนชีวิตให้ก้าวหน้าได้ในทุก ๆ ระดับการศึกษาและฝึกอบรม<br></li>



<li>รายงานฉบับนี้ ได้มีข้อเสนอแนะ ทางออกแก่ประเทศไทยในการสร้างระบบนิเวศเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะทุนชีวิตให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุม และยั่งยืน&nbsp; ซึ่งสามารถผลักดันได้จากการสร้าง <strong><em>สังคมแห่งการเรียนรู้ (learning society)</em></strong> จากผลการศึกษาข้างต้นซึ่งจะมีรายละเอียดในการนำเสนอของผู้แทนธนาคารโลก และในเล่มรายงาน ASAT ต่อไปนั้น กสศ. ขอกราบเรียนข้อเสนอเชิงนโยบายที่สำคัญแก่รัฐบาล 3 ประการได้แก่<br><br>1) การเร่งลงทุน<strong>เพื่อเสริมสร้างทักษะทุนชีวิต(Foundational Skills) ทั้ง 3 ด้าน ผ่านการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ที่มีอยู่ในทุกระดับการศึกษา และการฝึกอบรมพัฒนาประชากรวัยแรงงาน อย่างเสมอภาค โดยเฉพาะประชากรกลุ่มที่เปราะบาง การมีทักษะทุนชีวิตนี้เพิ่มขึ้นในประชากรวัยแรงงานของไทย ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญของพัฒนาการทางเศรษฐกิจของไทยในศตวรรษที่ 21</strong><br><br>2) การสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ (Learning Culture) ให้ทุกภาคส่วนในสังคมไทยร่วมมือกันสนับสนุนการพัฒนาทักษะทุนชีวิตของเด็กเยาวชนและประชากรวัยแรงงานทุก ๆ คน เพื่อให้เกิดระบบนิเวศที่สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนของการลงทุนในทักษะทุนชีวิต<br><br>3) การลงทุนในทุนมนุษย์อย่างทักษะทุนชีวิต รวมทั้งการลงทุนในมาตรการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องถือเป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนข้ามรุ่น และการพาประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลางที่ตรงจุดและมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสังคมสูงสุดที่<strong>ต้องการ Leadership จากท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลในการส่งเสริมให้ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันใช้ประโยชน์จากงานวิจัยฉบับนี้ สู่การปฏิบัติแก่ประชาชนคนไทยทุกคน</strong></li>
</ol>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-da09e8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0228_Quote-ดร.ประสาร-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>วันที่ประเทศไทยขจัดปัญหาความยากจนได้จากการลงทุนในทุนมนุษย์อย่างเสมอภาค คือวันที่ประเทศไทยจะสามารถก้าวออกจากกับดักรายได้ปานกลางได้สำเร็จ รัฐบาลใดมีส่วนสำคัญในการช่วยประเทศบรรลุเป้าหมายชาตินี้ได้ ย่อมเป็นรัฐบาลที่จะได้รับการจดจำตลอดไป นอกจากนั้นรัฐบาลที่ขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจด้วย ข้อมูล องค์ความรู้ และงานวิจัยเชิงนโยบายอย่าง ASAT เป็นรัฐบาลที่ขับเคลื่อนประเทศด้วย Evidence-based policy ที่จะได้รับการยอมรับจากภาคเอกชน และนักลงทุนจากทั่วโลก</p>



<p>ในนามของ กสศ. ขอขอบพระคุณรองท่านนายกรัฐมนตรีที่ให้เกียรติมากล่าวปาฐกถาในวันนี้เพื่อมอบนโยบายจากผลการศึกษาวิจัยนี้ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสังคมไทย และขอขอบคุณ ธนาคารโลก และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ร่วมกันพัฒนาให้เกิดงานวิจัยนี้ขึ้น พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกภาคส่วนจะได้นำนโยบายจากท่านนายกรัฐมนตรีในวันนี้ รวมทั้งข้อค้นพบจากงานวิจัยนี้ไปใช้ประโยชน์เพื่อช่วยกันยกระดับทุนมนุษย์เพื่อยุติความเหลื่อมล้ำให้กับประเทศไทยของเรากันต่อไป ขอขอบพระคุณครับ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280224/">ผลสำรวจทักษะคนไทย กับขับเคลื่อนประเทศด้วย Evidence-based policy</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิเอสซีจี ปลุกวาระแห่งชาติ ‘Learn to Earn เรียนรู้ เพื่ออยู่รอด’ กสศ. ชี้โจทย์สำคัญต้องสร้างทักษะที่จำเป็น ตอบโจทย์ชีวิตจริง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-011223/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Dec 2023 04:42:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร]]></category>
		<category><![CDATA[เกรียงไกร เธียรนุกุล]]></category>
		<category><![CDATA[Learn to Earn เรียนรู้ เพื่ออยู่รอด]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=74830</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 มูลนิธิเอสซีจีเดินหน้าขยา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-011223/">มูลนิธิเอสซีจี ปลุกวาระแห่งชาติ ‘Learn to Earn เรียนรู้ เพื่ออยู่รอด’ กสศ. ชี้โจทย์สำคัญต้องสร้างทักษะที่จำเป็น ตอบโจทย์ชีวิตจริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 มูลนิธิเอสซีจีเดินหน้าขยายแนวคิด Learn to Earn สร้างวาระแห่งชาติ ‘เรียนรู้ เพื่ออยู่รอด’ จุดประกายและเปิดมุมมองใหม่ให้เยาวชนปรับตัวสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning) เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ผันผวนอย่างรวดเร็ว</p>



<p>ภายในงานมีการจัดเสวนาหัวข้อ ‘เรียนรู้ เพื่ออยู่รอด ผนึกกำลังชาติ เพื่ออนาคตไทย’ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมเสวนา ได้แก่ <strong>ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ</strong> และ<strong>นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2fd8e5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/5.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เริ่มต้นวงเสวนาด้วยการฉายภาพความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมโลก <strong>นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย </strong>ชี้ว่าโลกยุคดิจิทัลกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือ digital transformation และเป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งในแง่อัตราเร่งและยากจะคาดเดาได้ นอกจากนี้ยังเกิดภาวะที่เรียกว่า digital disruption ซึ่งกระทบต่อทุกภาคส่วนค่อนข้างมาก แต่สิ่งที่ยากที่สุดที่ภาคอุตสาหกรรมต้องเผชิญคือ การเปลี่ยนแปลงของกำลังคน</p>



<p><strong>นายเกรียงไกร</strong> ชี้ถึงปัญหาทุนมนุษย์ของประเทศไทยที่ยังไม่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วพอ ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญของภาคอุตสาหกรรม แม้ภาคอุตสาหกรรมจะสามารถลงทุนในเครื่องจักรมูลค่ามหาศาลได้ แต่การขาดแคลนคนทำงานที่มีทักษะเหมาะสมก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ ทักษะแรงงานที่ภาคอุตสาหกรรมมีความต้องการสูง ได้แก่ ทักษะทางวิศวกรรม ทักษะด้านดิจิทัล และทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล โดยปัจจุบัน ส.อ.ท. พยายามอบรมฝึกฝนคนให้มีทักษะดังกล่าว เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคเอกชนให้มากขึ้น รวมถึงเร่งพัฒนาศักยภาพการแข่งขันทั้งอุตสาหกรรมเดิมและอุตสาหกรรมใหม่</p>



<p><strong>นายเกรียงไกร </strong>เน้นย้ำว่า new economy หรือเศรษฐกิจใหม่ ย่อมต้องการคนที่มี new skills หรือทักษะใหม่ ๆ ดังนั้น การศึกษาไทยต้องปรับตัว มีการฝึกอบรม up-skill/re-skill มีการพัฒนาวิชาชีพ มีการศึกษาวิจัย เสริมความรู้และนวัตกรรม เพื่อจะได้บัณฑิตที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9c7d8d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-435d6c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ต่อมา <strong>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ.</strong> กล่าวว่า การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะนับเป็นปัญหาสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งภารกิจของ กสศ. มุ่งเน้นที่การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การเข้าไม่ถึงการศึกษา การหลุดออกจากระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<p><strong>ดร.ประสาร</strong> ชวนพิจารณาว่าระดับการศึกษาของผู้ปกครองสัมพันธ์กับการเข้าถึงการศึกษาของลูก หากพ่อแม่มีระดับการศึกษาต่ำ ลูกก็จะได้รับการศึกษาต่ำไปด้วย ดังนั้น กลุ่มเป้าหมายของ กสศ. จะมุ่งกลุ่มประชากรที่ยากจนที่สุด 15 เปอร์เซ็นต์ล่างสุด ครอบคลุมทุกช่วงวัย</p>



<p>ปัจจุบันมีเด็กอย่างน้อย 600,000 คน อยู่นอกระบบการศึกษา ส่วนเด็กที่อยู่ในระบบก็ขาดความรู้และทักษะที่จำเป็น นำมาซึ่งทัศนคติของทั้งผู้ปกครองและเด็กว่า ระบบการศึกษาไม่ตอบโจทย์การทำงาน จึงตัดสินใจไม่เรียนต่อ</p>



<p>ดังนั้น โจทย์สำคัญ คือการสร้างระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น ต้องมอบทักษะที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ให้ผู้เรียนพัฒนาตัวเองได้ รวมถึงมีความสามารถในการแข่งขัน</p>



<p><strong>ดร.ประสาร</strong> ยกตัวอย่างโครงการของ กสศ. เช่น ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ที่เน้นการให้ทุนกับเด็กนักเรียนยากจนเพื่อเข้าเรียนในหลักสูตรสายอาชีพที่ใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถจบมาประกอบอาชีพได้</p>



<p>ตัวอย่างเช่น หลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ ซึ่งใช้เวลาเรียนเพียง 1 ปี ซึ่ง กสศ. ทำสัญญากับคณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อคัดเลือกนักเรียนยากจนที่เหมาะสมจะได้รับทุนดังกล่าว </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-06d189"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทางด้าน <strong>ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ </strong>กล่าวยอมรับถึงปัญหาของระบบการศึกษาที่ไม่ตอบโจทย์ชีวิต รวมถึงปัญหาการพัฒนาคุณภาพคน ซึ่งเป็นความท้าทายของกระทรวงศึกษาธิการที่จะต้องหาวิธีการต่อไป ส่วนเด็กที่หลุดจากระบบไปแล้วนั้น กระทรวงศึกษาธิการพยายามติดตามเด็กผ่านกลไกของกระทรวงอยู่เสมอ</p>



<p><strong>ดร.พิเชฐ</strong> กล่าวถึงบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบัน ซึ่งกำลังปรับตัวไปสู่ digital transformation มากขึ้น และกำลังพัฒนาหลักสูตรขั้นพื้นฐาน รวมไปถึงระดับอุดมศึกษาใหม่ โดยจะนำเอาการเรียนรู้แบบ active learning มาปรับใช้ให้มากขึ้น และในการเรียนการสอนจะต้องเน้นพัฒนาทั้ง soft skill และ hard skill ควบคู่กัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f29bea"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณนายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล</strong> <strong>และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข </strong>เสนอว่าแม้การศึกษาในปัจจุบันจะสามารถเรียนรู้ได้จากทุกที่ หรือ learn from anywhere แต่จะต้องพัฒนาไปอีกขั้นให้ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น</p>



<p>ระบบการศึกษาในปัจจุบันจะต้องนำเอาเทคโนโลยีมาเสริม เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนทักษะที่จำเป็น เช่น นักศึกษาแพทย์สามารถฝึกฝนทักษะการผ่าตัดแบบ virtual reality หรือเทคโนโลยีความจริงเสมือน ก่อนที่จะไปผ่าตัดจริงได้</p>



<p><strong>ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณนายแพทย์ปิยะสกล</strong> เสนอแนวคิด micro credential หรือประกาศนียบัตรฉบับจิ๋ว ที่เน้นการฝึกฝนทักษะเฉพาะเรื่อง เฉพาะความสนใจ ในระยะเวลาอันสั้น เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเก็บเกี่ยวทักษะไปใช้ในตลาดแรงงานได้</p>



<p>นอกจากนี้ การเรียนข้ามศาสตร์ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะศาสตร์เพียงชนิดเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป สถาบันการศึกษาต่าง ๆ จะต้องพัฒนาหลักสูตรที่มีการบูรณาการองค์ความรู้ต่างแขนงให้มากขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-69fb22"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-011223/">มูลนิธิเอสซีจี ปลุกวาระแห่งชาติ ‘Learn to Earn เรียนรู้ เพื่ออยู่รอด’ กสศ. ชี้โจทย์สำคัญต้องสร้างทักษะที่จำเป็น ตอบโจทย์ชีวิตจริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. หารือการทำงานร่วมกับ รมว.ศธ. จับมือสร้างการศึกษาที่มีคุณภาพและเสมอภาคร่วมกัน ผ่านความร่วมมือโครงการต่างๆ ของ กสศ. และศธ.</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-201023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Oct 2023 11:30:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=73548</guid>

					<description><![CDATA[<p>พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-201023/">กสศ. หารือการทำงานร่วมกับ รมว.ศธ. จับมือสร้างการศึกษาที่มีคุณภาพและเสมอภาคร่วมกัน ผ่านความร่วมมือโครงการต่างๆ ของ กสศ. และศธ.</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และคณะผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. ได้ ร่วมหารือและประสานการทำงานร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยมี ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ. รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ กรรมการบริหาร กสศ. ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. และคณะเข้าร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 หน่วยงาน</p>



<p>ผู้จัดการ กสศ. ได้รายงานข้อมูลสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในปีการศึกษา 2566 และผลการบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้แก่เด็กเยาวชนในสังกัด สพฐ. สอศ. และ สช. ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่ครัวเรือนมีรายได้อยู่ใต้เส้นความยากจนซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา ให้สามารถศึกษาต่อทั้งในและนอกระบบการศึกษาจนเต็มศักยภาพเพื่อเป็นกำลังคนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า ที่ผ่านมา กสศ.ได้ทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 6 สังกัดดูแลนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษในระบบการศึกษาประมาณ 1.2 ล้านคน และพัฒนาการค้นหาและป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา รวมทั้งช่วยให้เด็กกลุ่มเป้าหมายกลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนภายใต้เครือข่ายข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งสนับสนุนการผลิตพัฒนาครูให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารมากกว่า 1,500 แห่ง พร้อมทั้งส่งเสริมการระดมความร่วมมือจากชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืน รวมทั้งการระดมทรัพยากรจากภาคเอกชน และการเสนอโครงการเพื่อออกสลากการกุศล เป็นต้น</p>



<p>ทั้งนี้ ภายหลังจากการรับฟังข้อมูล พล.ต.อ.เพิ่มพูน ได้มอบนโยบายแก่ผู้บริหาร ศธ. และ กสศ. ให้ร่วมกันบูรณาการทรัพยากรเพื่อสนับสนุนมาตรการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาร่วมกัน เช่น การสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่กลุ่มเป้าหมายในสถานศึกษาสังกัด ศธ. โดยเฉพาะเยาวชนจากครัวเรือนยากจนที่ต้องการศึกษาต่อสายอาชีพในสังกัด สอศ. ทั้งหลักสูตร ปวช. ปวส. และหลักสูตรระยะสั้นที่เน้นจบการศึกษาในเวลาสั้น เพราะเห็นร่วมกันว่าเป็นรูปแบบการเรียนที่ตอบโจทย์ความต้องการของเด็กกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีความยากจนพิเศษเรียนเพื่อมีงานทำได้ และหาแนวทางสนับสนุนทุนการศึกษาเพื่อให้เยาวชนได้เข้าเรียนสายอาชีพให้มากขึ้นตามความต้องการของตลาดแรงงาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5cc897"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/43-กสศ.-หารือการทำงานร่วมกับ-รมว.ศธ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า ครูเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างคุณภาพทางการศึกษา จำเป็นที่จะต้องหามาตรการและแนวทางต่างๆ มาพัฒนาคุณภาพครู เช่น การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทช่วยเหลือครู ช่วยแบ่งเบาภาระงานด้านการดูแลนักเรียน</p>



<p>โดยกรณีนี้ ดร.ไกรยส ได้รายงานเพิ่มเติมว่า กสศ. ได้ทำงานร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาบูรณาการฐานข้อมูลความเสี่ยงของนักเรียน จัดทำ Data Catalogue แนวทางและกระบวนการ ดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างครอบคลุมทุกมิติปัญหา ผ่านระบบ OBEC Care ให้สอดคล้องกับแนวทางการดูแลช่วยเหลือเด็กตามความต้องการเป็นรายบุคคล ซึ่งได้ดำเนินการเป็นโครงการนำร่องแล้วใน 28 เขตพื้นที่การศึกษา ในปีการศึกษา 2566 มีสถานศึกษา 1,050 แห่งทั่วประเทศ โดย สพฐ. และ กสศ. มีแผนจะขยายผลระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน หรือ ระบบ OBEC Care ให้ครอบคลุม 245 เขตพื้นที่ทั่วประเทศในปีการศึกษา 2567</p>



<p>ด้าน พล.ต.อ.เพิ่มพูน จึงได้มอบหมายให้ สพฐ. สรุปตัวเลขจำนวนครูที่ใช้ระบบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการทำงานส่วนนี้เพื่อนำมาออกแบบ วางแผนและวางแนวทางการขยายผลเพิ่มเติมจากพื้นที่นำร่องที่ได้ดำเนินการไปแล้วต่อไป</p>



<p>ขณะเดียวกัน ยังได้ร่วมกันหารือประเด็นอื่นๆ เช่น แนวทางการสร้างระบบแนะแนวของโรงเรียน ซึ่งนอกจากจะต้องมีครูแนะแนวที่ดีแล้ว ควรนำระบบรุ่นพี่มาช่วยแนะแนวและสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนและการทำงาน การผลิตและพัฒนาครูในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น พิจารณานำโครงการคุรุทายาทที่เคยทำมาแล้ว 13 รุ่น เพื่อให้มีรุ่นพี่คุรุทายาทช่วยสนับสนุนการทำงานต่อในโรงเรียนพื้นที่เป้าหมายหรือโรงเรียนปลายทาง ซึ่งอาจรวมเป็นโครงการเดียวกัน โดยควรหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน ศธ. เพื่อทำงานร่วมกัน โดยมีข้อเสนอให้ใช้ชื่อคุรุทายาทเพื่อให้ครอบคลุมการผลิตครูในระบบปิด</p>



<p>ที่ยังประชุมยังได้หารือด้านการแก้ปัญหาต่างๆ ของโรงเรียนขนาดเล็กโดยเฉพาะการเดินทาง โดยเสนอให้ทดลองนำร่องการจัดการขนส่งให้นักเรียนโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งไม่ได้อยู่ในกลุ่มสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล (Stand Alone) เพื่อให้เด็กมีโอกาสไปเรียนในโรงเรียนคุณภาพ โดยสร้างแรงจูงใจในการทำงานของระบบขนส่งให้เพียงพอ เช่น เพิ่มเติมงบประมาณด้านการเดินทาง ฯลฯ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-201023/">กสศ. หารือการทำงานร่วมกับ รมว.ศธ. จับมือสร้างการศึกษาที่มีคุณภาพและเสมอภาคร่วมกัน ผ่านความร่วมมือโครงการต่างๆ ของ กสศ. และศธ.</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วตท.รุ่น 33 ร่วมเสนอแนวทางลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พร้อมบริจาคเงินเพื่อสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-191023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Oct 2023 07:10:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[วตท.รุ่น 33]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=73432</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-191023/">วตท.รุ่น 33 ร่วมเสนอแนวทางลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พร้อมบริจาคเงินเพื่อสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เป็นตัวแทนรับมอบเงินบริจาคจำนวน 710,000.33 บาท จากนักศึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.)รุ่นที่ 33 ที่ได้ร่วมกันระดมทุนผ่านกิจกรรมต่างๆ ทั้งจากการรับบริจาคจากผู้ที่เข้าศึกษาใน วตท.รุ่นที่ 33 และการจัดการประมูลเสื้อยืดทีมฟุตบอลเรอัลมาดริดโดยสามารถประมูลได้ 220,000 บาท</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-46c519"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/1018_ข่าว-256_ภาพประกอบ1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5e3164"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/1018_ข่าว-256_ภาพประกอบ4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ นักศึกษาใน วตท.รุ่นที่ 33 ยังได้ร่วมกันตั้งโจทย์ในการสร้างกลไกเพื่อการระดมทุน และร่วมกันหาแนวทางต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ภายหลังจากที่ ดร.ไกรยส ภัทราวาท&nbsp; ผู้จัดการกสศ.ได้ให้ข้อมูลและโจทย์กับนักศึกษาวตท.รุ่นที่ 33 ว่า การทำงานของ กสศ.คือความพยายามลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ให้กับเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางจากครัวเรือนยากจน 20% ท้ายของประเทศ ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยที่ 1,039 บาทต่อคนต่อเดือน&nbsp;</p>



<p>“รายได้ของครัวเรือนนักเรียนเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการออกกลางคัน ภาวะความยากจนในระดับรุนแรง ส่งผลต่อการตัดสินใจออกจากระบบการศึกษา และส่งผลให้ไม่สามารถก้าวพ้นวงจรความยากจนข้ามรุ่นได้ ขณะเดียวกัน ยังพบว่าระบบการศึกษาที่ขาดแคลนทางเลือก ไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของเด็กกลุ่มนี้ ยังเป็นสาเหตุสำคัญของการผลักดันให้เด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษาอีกด้วย” ผู้จัดการกสศ.กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-11b0ca"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/1018_ข่าว-256_ภาพประกอบ2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-868354"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/1018_ข่าว-256_ภาพประกอบ3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยสยังระบุอีกว่า ที่ผ่านมา กสศ.ได้พยายามเสนอระบบการศึกษาหลายทางเลือก ที่ช่วยตอบโจทย์ชีวิตของเด็กกลุ่มยากจนพิเศษ และยังต้องการแนวคิดและความคิดเห็นจากบุคลากร หน่วยงานและองค์กรต่างๆ&nbsp;รวมถึงชั้นเรียน วตท.รุ่นที่ 33 ว่า จะทำอย่างไร ให้เด็กกลุ่มยากจนพิเศษสามารถได้รับการศึกษาขั้นสูงสุดหรือกระทั่งมีโอกาสเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ซึ่งตามสถิติพบว่า แต่ละปีเด็กกลุ่มนี้ สามารถเข้าไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้เพียง 12% หรือมีช่องทางอื่นใดที่จะช่วยส่งเด็กและเยาวชนจากครอบครัวกลุ่มดังกล่าวไปสู่การศึกษาที่สูงขึ้นได้</p>



<p>ทั้งนี้ ชั้นเรียน วตท.รุ่นที่ 33 ได้แบ่งกลุ่มอธิบายหัวข้อการทำ Workshop ออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกได้ตั้งหัวข้อ ‘Impact Investing’ หรือการลงทุนที่จะสร้างให้เกิดผลกระทบทางบวกต่อส่วนรวม กลุ่มที่ 2 ตั้งหัวข้อ Innovative financing หรือการจัดหาเงินทุนเชิงนวัตกรรมหมายถึงกลไกต่างๆ และได้สรุปผลจากการ Workshop ดังนี้</p>



<p><strong>กลุ่มที่ 1 สรุปว่า ปลายทางที่อยากเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางไปถึงไม่ใช่วุฒิทางการศึกษา แต่เป็นการสร้างโอกาส</strong> ให้เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาตัวเองไปจนสุดความสามารถพัฒนาตนเองตามศักยภาพ โดยไม่จำกัดแนวทางเพียงแค่ในรั้วโรงเรียน จึงจำเป็นต้องสร้างระบบและแนวทางสร้างแรงจูงใจให้เอกชนและผู้ประกอบการ เข้ามาเป็นแนวร่วมสำคัญในการสร้างแนวทางหรือทางเลือก ด้วยมาตรการต่างๆ ที่เหมาะสมและสร้างแรงจูงใจได้ เช่น สร้างแรงจูงใจด้านภาษี</p>



<p><strong>กลุ่มที่ 2 สรุปว่า เพื่อแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืนด้วยกลไกทางการเงิน จำเป็นที่จะต้องสร้างโมเดลในการระดมทุนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุนและระบบ</strong>ข้อมูลที่ช่วยให้เห็นความความสำคัญของการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำซึ่งเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงกับกลไกการลงทุนและการพัฒนาประเทศในอนาคต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-eb9d6d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/1018_ข่าว-256_ภาพประกอบ19.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-191023/">วตท.รุ่น 33 ร่วมเสนอแนวทางลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พร้อมบริจาคเงินเพื่อสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นายกฯ พร้อมแก้เหลื่อมล้ำการศึกษา หารือบอร์ด กสศ. เดินหน้าออกสลากเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-061123/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Sep 2023 14:03:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สลากเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[แก้เหลื่อมล้ำการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐา ทวีสิน]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทระ คำพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล]]></category>
		<category><![CDATA[นายกรัฐมนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=71790</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับ กองทุนเพื่อค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-061123/">นายกฯ พร้อมแก้เหลื่อมล้ำการศึกษา หารือบอร์ด กสศ. เดินหน้าออกสลากเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ประเด็นขับเคลื่อนวาระความเสมอภาคทางการศึกษาของประเทศ นำโดย ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ., ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหาร กสศ., รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล กรรมการบริหาร กสศ., นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการบริหาร กสศ. และ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. ร่วมคณะเข้าพบ</p>



<p>ดร.ประสาร กล่าวว่า กสศ. ได้แสดงความความยินดีกับนายกรัฐมนตรี พร้อมตั้งใจมารับฟังนโยบายและแนวทางการทำงานขับเคลื่อนวาระความเสมอภาคทางการศึกษา เนื่องจาก กสศ. เป็นหน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐบาล โดยสิ่งที่กสศ. ผลักดัน มีอยู่ 4 ประเด็นหลัก คือ&nbsp;</p>



<p><strong>เรื่องแรก การใช้ข้อมูลและงานวิจัยมาเป็นเครื่องมือทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ</strong> เช่น สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีหน่วยงานย่อยอยู่มากมาย บางครั้งก็อาจจะยังไม่มีการบูรณาการข้อมูลการทำงานเข้าด้วยกัน ซึ่งเรื่องนี้ กสศ. สามารถที่จะหนุนเสริมการทำงานได้&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ในการทำงานที่ผ่านมา กสศ. ได้พยายามหาทางป้องกันไม่ให้เด็กเยาวชนผู้ด้อยโอกาสหลุดจากระบบการศึกษา สนับสนุนให้เยาวชนกลุ่มนี้ได้รับการศึกษาในระดับที่สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยฐานข้อมูลจากการสำรวจติดตามเด็กพบว่าในแต่ละปี จะมีนักเรียนยากจนพิเศษมากกว่าหนึ่งแสนคนสำเร็จการศึกษาภาคบังคับในช่วง ม.3 แต่ในจำนวนนี้จะเหลือนักเรียนเพียงหนึ่งหมื่นคนที่ฝ่าฟันอุปสรรคจนเข้าสอบผ่านระบบ TCAS ได้เรียนมหาวิทยาลัยหรือคิดเป็นประมาณ 13% เท่านั้น ทั้งนี้ข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะช่วยสร้างโอกาสให้กับเด็กได้เพิ่มขึ้น และสามารถสร้างช่องทางหนุนเสริมแนวทางการดูแลเด็กเยาวชนผู้ด้อยโอกาสที่ยั่งยืนได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dc4b71"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/32-กสศ-พบ-นายก-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>เรื่องที่ 2&nbsp;กสศ. พยายามผลักดันการสนับสนุนกระบวนการสร้างทักษะใหม่ (Reskill)&nbsp; ให้กับครอบครัวที่มีสถานะลำบาก ผู้ที่อยู่นอกระบบการศึกษา รวมถึงแรงงานด้อยโอกาสและแรงงานนอกระบบที่มีอยู่ถึง 20 ล้านคนในประเทศ ผ่านโครงการความร่วมมือต่าง ๆ</strong> เช่น สนับสนุนให้นักเรียนยากจนด้อยโอกาสเข้าเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล และหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยทันตแพทย์ซึ่งเป็นหลักสูตรระยะสั้น จัดการเรียนการสอนและให้ความรู้ตั้งแต่พื้นฐานจนปฏิบัติงานได้ภายใน 1 ปี&nbsp; แนวคิดนี้ใช้เวลาไม่นาน แต่เมื่อได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานอื่น เช่น วิทยาลัยพยาบาล ก็สามารถช่วยให้ผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพได้</p>



<p><strong>เรื่องที่ 3 กสศ. พยายามสร้างกลไกต้นแบบต่าง ๆ</strong> เช่น ‘สวนผึ้งโมเดล’ โดยสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เช่น&nbsp; สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรีเขต 1 บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ราชบุรี)&nbsp; ซึ่งต้นแบบการทำงานนี้สะท้อนให้เห็นว่า หากพื้นที่มีความเข้าใจปัญหาและตระหนักว่าสามารถปฏิรูปทั้งการสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพการศึกษาไปพร้อมกันได้ ก็จะสามารถสร้างการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิต และป้องกันการหลุดจากระบบการศึกษาได้</p>



<p><strong>เรื่องที่ 4 กสศ. มีมาตรการระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนภารกิจเพิ่มเติม </strong>ทั้งจากเงินบริจาค สลากเพื่อความเสมอภาค ตลาดการเงิน ตลาดทุน โดย กสศ. ได้พยายามสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนและภาคเอกชนร่วมลงทุนออกสลากการกุศลลดความเหลื่อมล้ำ ระดมทุนจากตลาดการเงินตลาดทุน ขยายมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อการศึกษา เปิดโอกาสประชาชนร่วมลงทุนลดความเหลื่อมล้ำทุกเดือน ผลักดัน พ.ร.บ. กสศ. ให้ ครม. สามารถอนุมัติให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลส่งเงินรายได้ให้ กสศ.&nbsp; และได้เตรียมเสนอโครงการให้กระทรวงการคลังออกสลากการกุศลเช่นเดียวกับที่บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) ออก Education Bond ครั้งแรก 100 ล้านบาท ฯลฯ&nbsp; โดย 4 ประเด็น ที่ได้กล่าวมา กสศ. จะพยายามผลักดันการทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้มากที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-916c27"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/32-กสศ-พบ-นายก-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>&#8220;อย่างไรก็ตาม กสศ. เข้าใจเรื่องข้อจำกัดด้านการคลังของประเทศ โดยในปี 2565 กสศ. มีงบประมาณราว 6,000 ล้านบาท พร้อมข้อมูลการสำรวจที่พบว่าเยาวชนจำนวนหนึ่งมีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาจากสถานการณ์โควิด-19 กสศ. จึงเสนอของบประมาณเพิ่มเติมไปที่ 7,000 กว่าล้านบาท&nbsp; แต่ได้ถูกตัดไป&nbsp; ซึ่งเงินที่ขาดไปราว 1,900 ล้านบาท กสศ. จึงตั้งใจแสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อนำทรัพยากรมาเพิ่มและหาช่องทางระดมในทุกทาง เช่นมาตรการด้านเงินบริจาค &#8221; ดร.ประสาร กล่าว</p>



<p>โดยหลังจากฟังประธานกรรมการบริหาร กสศ. รายงานจบ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าได้ติดตามการทำงานของ กสศ. มาหลายปีและเห็นด้วยกับนโยบายที่กล่าวมา แต่มองว่าหลายเรื่องน่าจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่ด้วยบทบาทของตนที่เปลี่ยนจากนักธุรกิจมาเป็นรัฐบาล น่าจะสามารถช่วยผลักดันประเด็นต่าง ๆ ได้มากขึ้น <strong><strong>นอกจากนี้ยังรับปากว่าจะดูแลเรื่องสลากเพื่อความเสมอภาคและการบริจาค ซึ่งความมุ่งมั่นในการดูแลปัญหาการศึกษามีหลายเรื่องที่ต้องใช้งบประมาณมาช่วย หากมีมาตรการการบริจาคที่เข้มแข็ง ก็น่าจะช่วยแก้ไขปัญหาได้อีกหลายด้าน รวมทั้งการดูแลเรื่องการขยายมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อการศึกษา ซึ่งจะทำได้หลังจากแถลงนโยบายของรัฐบาลให้สภาฯ รับทราบ&nbsp;</strong></strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ec8190"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/32-กสศ-พบ-นายก-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าการออกหุ้นกู้โดยองค์กรรัฐบาลหรือองค์กรระดับนานาชาติ จะส่งผลต่อการช่วยเหลือสังคมได้มากกว่าการออกหุ้นกู้ในนามบริษัท และจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือได้มากขึ้น เพราะการทำการกุศลหรือทำงานจิตสาธารณะเพื่อสังคมเป็นสิ่งที่สังคมต้องการ โดยไม่ต้องหวังจำนวนที่มาก อาจเริ่มทำที่ 100-200 ล้านบาท ซึ่งมีความเป็นไปได้ และจะนำเรื่องการระดมทุนเพื่อการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะสามารถช่วยขยายฐานการระดมทรัพยากร เช่นเดียวกับการออกกรีนบอนด์ ไปพูดคุยในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN) ครั้งที่ 78 ช่วงวันที่ 18-26 ก.ย. นี้ ที่กรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อให้ทั่วโลกมองเห็นความสำคัญในการแก้ปัญหาการศึกษาของไทย เพราะการศึกษาไทยที่มีปัญหาหลายด้านที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือเร่งด่วน</p>



<p>ในส่วนของการประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ที่ยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการทำงาน เพราะแต่ละหน่วยงานมีข้อจำกัด และระเบียบในการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ต่างกัน จะมอบหมายให้ ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม ประธานคณะทำงานด้านนโยบายการศึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้ประสานงานดูแล โดย กสศ. สามารถเข้าไปจัดกิจกรรมที่ทำเนียบได้ในวันที่ประชุม ครม. เพื่อดึงความร่วมมือเพิ่มขึ้น พร้อมหารือกับทีมงานเกี่ยวกับการออกสลากการกุศลที่เป็นความรับผิดชอบของ รมว.กระทรวงการคลังว่าสามารถทำได้หรือไม่ โดยจากนี้จะนัดผู้อำนวยการกองสลากและเจ้าหน้าที่การคลังเข้าพบเพื่อหารือในเรื่องนี้ต่อไป นายกรัฐมนตรี กล่าว </p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-061123/">นายกฯ พร้อมแก้เหลื่อมล้ำการศึกษา หารือบอร์ด กสศ. เดินหน้าออกสลากเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. Sea ประเทศไทย และเครือข่ายโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี จับมือมอบรางวัลแห่งความสำเร็จโครงการ ‘Equity Partnership’s School Network’ เป็นปีที่ 4</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-260623/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jun 2023 06:44:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[Greg Threlfall]]></category>
		<category><![CDATA[Equity Partnership’s School Network Season 4]]></category>
		<category><![CDATA[Shopee]]></category>
		<category><![CDATA[Sea (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธวรรณ สุภัทรนันท์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนนานาชาติ Shrewsbury]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=69554</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 23 มิถุนายน 2566 บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-260623/">กสศ. Sea ประเทศไทย และเครือข่ายโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี จับมือมอบรางวัลแห่งความสำเร็จโครงการ ‘Equity Partnership’s School Network’ เป็นปีที่ 4</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 23 มิถุนายน 2566 บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ร่วมกับ <strong>เครือข่ายโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี </strong>และ <strong>บริษัท&nbsp;Sea (ประเทศไทย) </strong>ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ Shopee ร่วมจัดงานประกาศรางวัลและจัดแสดงผลงานนิทรรศการนักเรียนที่ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ ภายใต้โครงการขยายผลและพัฒนาความร่วมมือสร้างเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ “Equity Partnership’s School Network” ปีที่ 4</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c9d240"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/19-พลิกโฉมนวัตกรรม-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(จากซ้าย) คุณเกรกอรี่ เธรลฟอล ผอ.ฝ่ายเผยแพร่องค์ความรู้ โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่ กรุงเทพ / คุณพุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Sea (ประเทศไทย) / ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ. / ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กิจกรรมนี้เป็นการต่อยอดแนวทางการทำงานร่วมกัน เพื่อพัฒนานวัตกรรมลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างสถานศึกษา ครู นักเรียนจากโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลกับโรงเรียนนานาชาติ โดยการสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรม สร้างความเข้าอกเข้าใจ การพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยี E-Commerce เพื่อพัฒนาทักษะการเป็นผู้ประกอบการในศตวรรษที่ 21 ให้แก่นักเรียนทุนเสมอภาคที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าร่วมกับนักเรียนเครือข่ายโรงเรียนนานาชาติ จัดจำหน่ายในช่องทางตลาดออนไลน์ โดยกระทรวงศึกษาธิการยกย่องว่าเป็นต้นแบบการสร้างนวัตกรรมทางสังคมในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาที่ใช้ต้นทุนต่ำ แต่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ผลสูง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fc1352"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/19-พลิกโฉมนวัตกรรม-11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล</strong> <strong>ประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โครงการ Equity Partnership’s School Network ก่อให้เกิดการสร้างคุณค่า หรือ Value Creation ที่สามารถเหนี่ยวนำให้ทุกภาคส่วนสนใจเข้ามาร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ยั่งยืนได้ อาทิเช่น</p>



<p><strong>1. คุณค่าที่เกิดจากการทำงานร่วมกัน </strong>ระหว่างเด็กเยาวชนจากโรงเรียน 2 สังกัดในกระทรวงศึกษาธิการ ได้ทำงานร่วมกันเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา&nbsp; ผ่านการนำความเชี่ยวชาญ ความถนัด มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นโดยใช้โจทย์ของภูมิปัญญาท้องถิ่นและโลกยุคใหม่ รวมทั้งทรัพยากรจากโรงเรียนทั้ง 2 กลุ่มที่หลากหลาย และสามารถนำมาหลอมรวมพัฒนาผลิตภัณฑ์ขายบน Platform ของ Shopee จนได้เงินต้นคืนรวมทั้งมีดอกผลกำไรรวมกันมากกว่าร้อยละ 30 ของเงินลงทุนได้สำเร็จ</p>



<p><strong>2. คุณค่าที่เกิดจากมิตรภาพ </strong>ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ระหว่างเด็กเยาวชนจากโรงเรียนของรัฐและโรงเรียนนานาชาติเอกชน ที่ได้ตระหนักในพรสวรรค์ และศักยภาพที่แตกต่างหลากหลาย แต่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคทางภาษาจนสามารถเติมเต็มซึ่งกันและกัน และเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษาซึ่งเป็นโจทย์สำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งในปัจจุบันและในอนาคต</p>



<p><strong>3. คุณค่าที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างผู้บริหาร และคณะครูจากโรงเรียนของรัฐและโรงเรียนนานาชาติเอกชน </strong>ที่มีโอกาสได้ทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนชุดประสบการณ์ในการพัฒนาผู้เรียนในระบบการศึกษาร่วมกัน รวมทั้งโอกาสในการขยายขอบเขตความร่วมมือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่การจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน และสังคมไทย และนานาชาติต่อไป<strong>4. คุณค่าที่เกิดจากการสนับสนุนของประชาชนผู้สั่งซื้อผลิตภัณฑ์</strong>จากทีมเครือข่ายโรงเรียนเสมอภาคที่คิดเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 3 แสนบาทในปีนี้ และรวมทั้ง 4 ปีที่ผ่านมาเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 1.5 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสังคมไทยพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานร่วมกันของเด็กเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการนี้ ทั้งในส่วนของต้นทุนและดอกผลกำไรที่เครือข่ายสถานศึกษาจะนำไปใช้พัฒนาโรงเรียนสังกัด สพฐ. ในชนบทต่อไปในอนาคต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-99f02d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/19-พลิกโฉมนวัตกรรม-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“คุณค่าทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเสมือนการสร้างเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่เติบโตขึ้นในหัวใจของเด็ก ๆ คุณครู และเครือข่ายโรงเรียน รวมถึงภาคส่วนต่าง ๆ ที่ร่วมมือกันตลอด 4 ปี โดย กสศ.และภาคีหน่วยงานร่วมจัด คาดหวังว่านอกจากชิ้นงานที่เห็นในวันนี้และมูลค่าทางเศรษฐกิจซึ่งเกิดการสร้างมูลค่าที่ทวีคูณแล้ว สิ่งที่คาดหวังในวันข้างหน้าคือสังคมไทยจะร่วมกันแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาในอนาคตได้เองอย่างยั่งยืน โดยพุ่งเป้าไปที่โรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือหรือโรงเรียนที่ขาดโอกาสด้วยพลังความร่วมมือของทุกคน” ดร.ประสาร กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4e077f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/19-พลิกโฉมนวัตกรรม-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่าความเชื่อมั่นในศักยภาพของเด็กทุกคน คือหัวใจของโครงการนี้ซึ่งดำเนินงานมาเป็นปีที่ 4&nbsp; มีโรงเรียนเข้าร่วมจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศรวม 19 แห่ง จำแนกได้เป็นโรงเรียนไทย 12 แห่ง และโรงเรียนนานาชาติ 7 แห่ง ร่วมกันพัฒนาและผลิตสินค้าเพื่อจัดจำหน่ายผ่าน Shopee ภายใต้ 12 แบรนด์ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของแต่ละโรงเรียนและบริบทพื้นที่ได้อย่างโดดเด่น ปีนี้เป็นปีแรกที่มีโรงเรียนนานาชาติจากต่างจังหวัดเข้าร่วมโครงการคือ Rugby School Thailand จ.ชลบุรี และได้รับความสนใจและความร่วมมือจากนานาชาติ โดยประเทศสิงคโปร์และอังกฤษเข้ามาสังเกตการณ์โครงการ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-31129f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/19-พลิกโฉมนวัตกรรม-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทุกโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้ สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ออกมาได้ดีเยี่ยมและทุกทีมได้รับสิทธิ์ร้านค้าที่เข้าเกณฑ์โปรแกรม Shopee International Platform (SIP) ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ของเด็ก ๆ ได้โลดแล่นอวดสายตาของผู้ซื้อทั่วโลก โดยมียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2565 จนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2566 รวม 311,636 บาท และมูลค่ารวมทั้ง 4 Season จำนวน 1,538,486 บาท จากผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 134&nbsp; ชิ้นงาน ซึ่งเป็นการพิสูจน์ชัดว่า กสศ. ลงทุนเพียงหลักหมื่นแต่สามารถสร้างมูลค่าคืนกลับทวีคูณ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-03da42"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/19-พลิกโฉมนวัตกรรม-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“โรงเรียนที่เข้าร่วมได้ต่อยอดและขยายผลอย่างเป็นรูปธรรม 11 โรงเรียนมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และจำหน่ายอย่างต่อเนื่องทั้งบน Shopee และร้านค้าในชุมชน รวมทั้งขยายผลในมิติอื่น ๆ เช่น โรงเรียนบ้านหนองธง จ.พัทลุง ที่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และได้นำองค์ความรู้ที่ได้จากโครงการไปขยายผลต่อยอดกับโรงเรียนต่างอำเภอจนได้รับรางวัลการสอนงานอาชีพ Best of the Best จาก สพฐ. รวมทั้งได้รับเชิญจากเทศบาลเมืองพัทลุง ไปร่วมนำเสนอจัดแสดงผลิตภัณฑ์ให้กับประชาชนในโครงการพัฒนาอาชีพ และยังได้รับความไว้วางใจจากภาคธุรกิจเอกชนในพื้นที่อย่างสวนเดอลอง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.พัทลุง ให้โรงเรียนจัดส่งผลิตภัณฑ์ผ้าพิมพ์ Eco print ไปวางจำหน่าย ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นกับทุก ๆ โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ต่อเนื่องและยั่งยืน” ผู้จัดการ กสศ.กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-010776"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/19-พลิกโฉมนวัตกรรม-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-62754f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/19-พลิกโฉมนวัตกรรม-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณพุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Sea (ประเทศไทย)</strong>&nbsp;กล่าวว่า ดีใจที่โครงการนี้สามารถสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้ทักษะดิจิทัลและทักษะความเป็นผู้ประกอบการที่สามารถนำความรู้มาสร้างเป็นอาชีพ สร้างรายได้ รวมถึงลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา&nbsp;อย่างไรก็ตามทักษะด้าน E-Commerce และการทำธุรกิจบนโลกดิจิทัลเป็นทักษะไม่หยุดนิ่ง จึงถือเป็นช่องทางหนึ่งในการเปิดโอกาสทางด้านอาชีพผ่านการลงมือทำจริงให้เกิดการพัฒนาตลอดเวลา ซึ่งบริษัทฯ มีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการลดช่องว่างทักษะดิจิทัล</p>



<p>“เราได้สนับสนุนการเปิดพื้นที่ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มของ Shopee เพื่อเป็นตัวกลางให้นักเรียนได้นำผลงานที่สร้างสรรค์มาจำหน่าย และได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง ได้รับรายได้จากการขาย ซึ่งนักเรียนสามารถนำไปกระจายสู่ชุมชน และต่อยอดการพัฒนาทักษะอาชีพในอนาคตและบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในครัวเรือน และยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้นักเรียนอีกด้วย ในอนาคตหากมีโครงการลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นอีก เรายินดีที่จะให้ความร่วมมือเพราะเชื่อว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพพร้อมที่จะพัฒนา และเราก็มีความพร้อมทางด้านทรัพยากรต่าง ๆ ที่จะให้การสนับสนุน” คุณพุทธวรรณ กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cd5084"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/19-พลิกโฉมนวัตกรรม-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-856efd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/19-พลิกโฉมนวัตกรรม-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน<strong>&nbsp;คุณเกรกอรี่ เธรลฟอล (Mr. Greg Threlfall) ผู้อำนวยการฝ่ายเผยแพร่องค์ความรู้ โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่ กรุงเทพฯ&nbsp;</strong>กล่าวว่า โครงการ&nbsp;Equity Partnership’s School Network&nbsp;ได้สร้างประสบการณ์พิเศษให้เยาวชนได้เติมเต็มซึ่งกันและกันผ่านการเรียนรู้ระหว่างเพื่อนต่างโรงเรียน ต่างวัฒนธรรม ให้เข้าใจบริบทสังคมที่มีความหลากหลาย ถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาผ่านการสร้างประสบการณ์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มีคุณค่า ไม่เพียงสร้างมิตรภาพระหว่างกัน แต่ยังก่อให้เกิดการบูรณาการทักษะอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคตให้เป็นผู้นำรุ่นใหม่ของประเทศ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bc8467"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/19-พลิกโฉมนวัตกรรม-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ โครงการ Equity Partnership’s School Network ปีที่ 4 มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รางวัลจากโครงการประกอบด้วยรางวัลที่ 1 เป็นของทีม South ซี้ จากโรงเรียนบ้านหนองธงจังหวัดพัทลุงและโรงเรียนสาธิตประสานมิตรหลักสูตรนานาชาติ ซึ่งได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าพันคอ mambrid Eco print พิมพ์ลายจากธรรมชาติ 100% ขึ้นมาจัดจำหน่าย รางวัลที่ 2 เป็นของทีม Moonsilk&nbsp;จากโรงเรียนบ้านแกใหญ่จังหวัดสุรินทร์และโรงเรียนนานาชาติเซนต์ แอนดรูว์ กรุงเทพฯ ที่ได้ร่วมกันผลิตสบู่โปรตีนไหมออกมาจัดจำหน่าย รางวัลที่ 3 เป็นของทีม TBS Team จากโรงเรียนบ้านทับเบิกร่วมใจจังหวัดเพชรบูรณ์และโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพฯ ที่ได้ร่วมกันผลิตกระเป๋าผ้าสะพายปักลายม้งประยุกต์และกระเป๋าผ้าคล้องมือปักลายม้งประยุกต์</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-260623/">กสศ. Sea ประเทศไทย และเครือข่ายโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี จับมือมอบรางวัลแห่งความสำเร็จโครงการ ‘Equity Partnership’s School Network’ เป็นปีที่ 4</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล เชิญชวนมาร่วมกัน “ขับเคลื่อนอนาคตความเสมอภาคทางการศึกษาไทย” ในเวทีรับฟัง 4 ภูมิภาค</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-140623/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Jun 2023 05:36:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ระดมพลังความร่วมมือขับเคลื่อนอนาคตความเสมอภาคทางการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=68520</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 9 มิถุยายน 2566 ณ โรงแรมพูลแมน จังหวัดขอนแก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-140623/">ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล เชิญชวนมาร่วมกัน “ขับเคลื่อนอนาคตความเสมอภาคทางการศึกษาไทย” ในเวทีรับฟัง 4 ภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 9 มิถุยายน 2566 ณ โรงแรมพูลแมน จังหวัดขอนแก่น <strong>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล</strong> <strong>ประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> เป็นประธานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ <a href="https://www.eef.or.th/news-130623/?fbclid=IwAR0kWPniHJHoFO8CaYEZ6ZS1SdOXknZ38ZMH7YEO1833DIRWI9GTBMcZBjo">“ระดมพลังความร่วมมือขับเคลื่อนอนาคตความเสมอภาคทางการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน”</a> ซึ่งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อเป็นกรอบทิศทางสำหรับจัดทำแผนกลยุทธ์ฉบับใหม่ในการดำเนินงานของ กสศ. โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคมจากหลากหลายหน่วยงานในพื้นที่ และสังกัดต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเเฉียงเหนือ ร่วมเวที<br></p>



<p>“กสศ. จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคีทุกภาคส่วนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดขอนแก่นเป็นเวทีแรก และจะมีการจัดอีก 3 เวทีให้ครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาคต่อไป โดยหวังว่าจะได้ร่วมกันสร้างความเสมอภาคให้ผลิดอกออกผลที่งดงามยิ่งขึ้นในปีต่อ ๆ ไป เพื่อให้เด็ก เยาวชน และคนไทยทุกคน มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและก้าวข้ามความยากจนข้ามชั่วรุ่นได้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในอนาคต” <strong>ดร.ประสาร </strong>กล่าว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ร่วมกันเป็นเจ้าของ ‘วาระความเสมอภาคทางการศึกษา’</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-72fcda"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/บทความ-ดร.ประสาร-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ประสาร </strong>กล่าวว่า การเปิดพื้นที่รับฟังภาคีเครือข่ายครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา มาตรา 23 ที่ต้องการให้คณะกรรมการบริหาร กสศ. รับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องประกอบการพิจารณากำหนดนโยบาย เป้าหมาย และแนวทางการดำเนินงานของ กสศ. ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทุน โดยความคิดเห็นจะถูกนำไปสนับสนุนการกำหนดทิศทางการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568-2570 ต่อไป</p>



<p><strong>ดร.ประสาร</strong> กล่าวต่อไปว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับภาคีหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรภาคประชาสังคม และภาคประชน โดยความร่วมมือจากจุดเริ่มต้นที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาถูกจัดตั้งขึ้น ปัจจุบันได้เกิดกลไกการทำงานที่ผลิดอกขยายผล ขยายเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fc853c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/บทความ-ดร.ประสาร-05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-201bca"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/บทความ-ดร.ประสาร-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เจตนารมณ์ของการจัดตั้ง กสศ. เกิดขึ้นจากคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาได้เสนอต่อรัฐบาลให้มีการจัดตั้งองค์กรที่มีลักษณะการดำเนินงานเป็นกลไกแบบใหม่ในการเร่งการปฏิรูปการศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยตระหนักว่า ประเทศไทยประสบปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา อันเป็นผลมาจากความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม และปัญหาของคุณภาพการศึกษานั้นฝังรากมานานหลายทศวรรษ เจตนารมณ์ดังกล่าวทำให้เกิด กสศ. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้ตั้งเป้าหมายในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โดยหามาตรการช่วยเหลือผู้ขาดแคลน ให้ประชาชนมีสิทธิที่จะได้รับและเข้าถึงการศึกษา ครอบคลุมถึงคุณภาพหรือมาตรฐานของสถานศึกษา คุณภาพหรือประสิทธิภาพครู ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ร่วมกันผลักดันการทำงาน ‘แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างยั่งยืน’</strong></h2>



<p></p>



<p><strong>ประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า  กสศ. เป็นองค์กรขนาดเล็กและมีทรัพยากรจำกัด จึงจำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ที่เหมาะสมและคมชัด กำหนดแนวทางที่ชัดเจนให้สามารถสร้างผลกระทบในระดับประเทศได้ โดยจากการดำเนินงานในช่วงปลายปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ภายใต้แผนกลยุทธ์ 3 ปี ฉบับแรก ปี 2561-2564 ได้มีการทบทวนและปรับปรุงแผนการทำงานเป็นแผนกลยุทธ์ 3 ปีฉบับที่สองในปี 2564-2567 กสศ. ได้มองเป้าหมายที่การเปลี่ยนแปลงสำคัญ 2 ด้าน คือ</p>



<ol><li><strong>การเปลี่ยนแปลงต่อกลุ่มผู้รับประโยชน์</strong> เช่น เด็ก เยาวชน ครู โรงเรียน และชุมชน</li><li><strong>การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ</strong> โดยได้เหนี่ยวนำความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมขับเคลื่อนการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และการพัฒนาคุณภาพครู</li></ol>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dc1068"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/บทความ-ดร.ประสาร-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ประสาร</strong> กล่าวว่า ที่ผ่านมา กสศ. ได้พยายามบูรณาการและเหนี่ยวนำภาคีจากทุกภาคส่วนให้มาร่วมกันเป็นเจ้าของวาระความเสมอภาคทางการศึกษา ผลักดันการทำงานไปสู่การบูรณาการทรัพยากรร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างยั่งยืน ตามหลักคิดปวงชนเพื่อการศึกษา หรือ ALL FOR EDUCATION โดยพยายามกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ยั่งยืน เพื่อเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนทุกคนมีโอกาสที่เสมอภาคในการศึกษาและสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ อันเป็นกุญแจสำคัญในการ หยุดปัญหาความยากจนข้ามชั่วรุ่น ช่วยให้สังคมไทยหลุดออกจากกับดักรายได้ปานกลาง</p>



<p>“แนวทางที่กล่าวมา ถูกแปลงสู่การปฏิบัติด้วยแนวคิด “ห่วงโซ่มาตรการ” ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ 1.การกำหนดโจทย์การพัฒนาองค์ความรู้และการวิเคราะห์ข้อมูลรวมทั้งการวิจัยพัฒนานวัตกรรมการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่มีศักยภาพในการขยายผลเชิงนโยบาย 2.การนำนวัตกรรมต้นแบบไปดำเนินการนำร่องร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัดที่รับผิดชอบกลุ่มผู้รับประโยชน์ และ 3.การสื่อสารรณรงค์ การระดมความร่วมมือ การระดมทรัพยากร และสนับสนุนกระบวนการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะให้แก่สังคมและผู้กำหนดนโยบายเพื่อนำข้อเสนอของ กสศ . และหน่วยงานภาคีไปสนับสนุนกการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืน”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เชิญชวนมาขับเคลื่อนอนาคตความเสมอภาคทางการศึกษาไทยร่วมกัน</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fcf2f4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/บทความ-ดร.ประสาร-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ประสาร</strong> กล่าวในช่วงท้ายว่า อย่างไรก็ตามความก้าวหน้าในภารกิจของ กสศ. เป็นสิ่งที่ไม่สามารถประเมินได้เพียงแค่จากจำนวนเงินงบประมาณ หรือเงินบริจาค ที่ กสศ. ได้รับ และการเบิกจ่ายให้แก่กลุ่มผู้รับประโยชน์จำนวนประมาณ 1.7 ล้านคนในแต่ละปี แต่ความก้าวหน้าในการดำเนินงานของ กสศ. คือความงอกงามของผลงานที่มีหน่วยงานภาคีจากภาคส่วนต่าง ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ และการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของกลุ่มผู้รับประโยชน์ได้อย่างมีพลังและมีความยั่งยืน ภายใต้กรอบการดำเนินงานของแผนกลยุทธ์ 3 ปี ฉบับที่สอง (2564-2567) ซึ่งจะสิ้นสุดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567</p>



<p>เพื่อเป็นการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของกฎหมายตามมาตรา 5 และ มาตรา 23 ในพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาที่กำหนดให้ กสศ. จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทุก ๆ 5 ปี เพื่อทบทวนความเหมาะสมของระเบียบที่คณะกรรมการบริหารประกาศกำหนดซึ่งอาจะมีความจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนการทำงานตามโจทย์ที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้การดำเนินงานของ กสศ. ยังสามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์ได้อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล สามารถความเชื่อมั่นแก่สาธารณชนได้ กสศ. จึงได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ และจะมีการจัดอีกครั้งที่ภาคเหนือในวันที่ 29 มิถุนายน 2566 ภาคใต้วันที่ 5 กรกฎาคม 2566 และภาคกลางที่กรุงเทพมหานคร วันที่ 20 กรกฎาคม 2566</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-140623/">ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล เชิญชวนมาร่วมกัน “ขับเคลื่อนอนาคตความเสมอภาคทางการศึกษาไทย” ในเวทีรับฟัง 4 ภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ระดมพลังความร่วมมือขับเคลื่อนวาระความเสมอภาคทางการศึกษาไทยด้วยแผนกลยุทธ์ฉบับใหม่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-130623/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jun 2023 06:50:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ระดมพลังความร่วมมือขับเคลื่อนอนาคตความเสมอภาคทางการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สุเทพ มณีโชติ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=68467</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-130623/">กสศ. ระดมพลังความร่วมมือขับเคลื่อนวาระความเสมอภาคทางการศึกษาไทยด้วยแผนกลยุทธ์ฉบับใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ <strong>“ระดมพลังความร่วมมือขับเคลื่อนอนาคตความเสมอภาคทางการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน”</strong> เพื่อระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนทั่วประเทศ รวบรวมจัดทำแผนกลยุทธ์ 3 ปี ฉบับใหม่ สำหรับเป็นกรอบทิศทางการดำเนินงานของ กสศ. ในปีงบประมาณ 2568-2570 โดยเริ่มจากเวทีแรกที่ภาคตะวันออกฉียงเหนือ ณ โรงแรมพูลแมน จ.ขอนแก่น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3c95eb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/นายสุเทพ-มณีโชติ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายสุเทพ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายสุเทพ มณีโชติ</strong> รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวต้อนรับว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้เห็นหลายฝ่ายออกมาขับร่วมกันเคลื่อนแนวทางแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพราะหลังจากเคยมีโอกาสเข้าร่วมเสนอทางออกของปัญหานี้มาตั้งแต่ช่วงปี 2546 ด้วยความพยายามเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างทางการศึกษา แต่พบว่าแนวทางที่ถูกคิดขึ้นในอดีตยังไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับตัวเด็กได้ด้วยเหตุผลหลายประการ สำหรับจังหวัดขอนแก่นมีความพยายามแก้ปัญหาการศึกษามานาน ขับเคลื่อนงานเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาร่วมกับ กสศ. มาอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูล TPMAP ของจังหวัดขอนแก่น พบว่ามีสัดส่วนความยากจน 0.68% และมีจำนวนนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษมากถึง 67,030 คน มีเด็กและเยาวชนจำนวนหนึ่งมีความเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษาจากสภาวะความยากจนที่กำลังประสบอยู่</p>



<p>“ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม มีความตระหนักต่อปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ จึงได้มีการดำเนินการหลายแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาที่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้เยาวชนกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงสวัสดิการภาครัฐ และสามารถยกระดับพัฒนาตนเองได้ และยังได้ร่วมกับ กสศ. เพื่อช่วยเหลือ ดูแล และส่งต่อเด็กเยาวชนในหลายมิติ โดยจังหวัดขอนแก่นมีจำนวนเด็กยากจนพิเศษที่ได้รับเงินอุดหนุนจำนวน 48,901 คน ครอบคลุมนักเรียนใน 26 อำเภอ ให้ไปเรียนได้ในทุกวัน โดยชุมชนที่มีแนวทางในการป้องกันเด็กยากจนเหล่านี้หลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างใกล้ชิด”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b8c1bb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/18-กสศ-เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp; กล่าวว่าจังหวัดขอนแก่นยังมีเยาวชนยากจนที่ประสงค์จะเรียนต่อระดับอาชีวศึกษาหรือหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น จำนวน 196 คน โดยในจำนวนนี้ได้ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงจาก กสศ.เรียนต่อผ่านความร่วมมือกับสถาบันอาชีวศึกษาจำนวน 5 สถาบัน และอีก 1 มหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนที่เรียนดีแต่ยากจนเข้าถึงโอกาสในการยกระดับการศึกษาไปสู่การเปลี่ยนสถานะของครอบครัวได้ในอนาคต</p>



<p>นอกจากนี้ ยังได้สร้างมิติคุณภาพการศึกษาโดยดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาครูและโรงเรียนผ่านโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง หรือ TSQP (Teacher and School Quality Program) จำนวน 53 โรงเรียนใน 20 อำเภอ และทำการพัฒนาอาชีพให้กับแรงงานนอกระบบผ่านทุนพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐานจำนวน 353 คน เพื่อแก้ไขปัญหาของแรงงานที่ยากจนและด้อยโอกาส&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-59e7b3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/18-กสศ-เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะเดียวกันยังได้มีการทำงานร่วมกันระหว่างเทศบาลนครขอนแก่น ภาคประชาสังคม เพื่อช่วยเหลือดูแลเด็กที่ประสบกับปัญหาพิเศษ เช่น ให้เด็กมีที่พึ่งพิงทั้งด้านจิตใจและด้านกายภาพ พัฒนากลไกจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp; ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ท้องถิ่น เอกชน สถาบันวิชาการ สื่อสารมวลชน และภาคประชาสังคมต่าง ๆ เช่น ศึกษาธิการจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สาธารณสุขจังหวัด องค์กรบริหารส่วนจังหวัด เครือข่ายขอนแก่นพัฒนาเมือง จนสามารถเชื่อมโยงกลไกการทำงานช่วยเหลือให้กับเด็กทุกช่วงวัย โดยเริ่มต้นจากเด็กปฐมวัย และเด็กเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ในช่วงที่ผ่านมาสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษาในมิติต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง</p>



<p>“สิ่งที่อยากเสนอบนเวทีระดมพลังความร่วมมือขับเคลื่อนอนาคตความเสมอภาคทางการศึกษาไทยอย่างยั่งยืนครั้งนี้ คือทำอย่างไรจึงจะแก้ปัญหาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลไม่มีเด็กนักเรียน เพราะส่วนใหญ่เลือกเข้าไปเรียนในเมือง และยังมีอีกหลายประเด็นที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างชัดเจนและน่าจะมีมาตรการให้เด็กสามารถเลือกเรียนในสิ่งที่ถนัดและเหมาะสม จนสามารถสร้างหลักประกันในชีวิตได้ โดยส่วนตัวเคยให้กำลังใจเด็กว่าแม้จะมีฐานะยากจนแต่ก็สามารถเรียนหนังสือให้เก่งได้หากได้เรียนในสิ่งที่ถนัด” <strong>นายสุเทพ </strong>กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-062d8b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ดร.ประสาร-ไตรรัตน์วรกุล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล</strong> ประธานกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวกับผู้เข้าร่วมว่าตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา กสศ. ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับภาคีหลายภาคส่วน โดยหามาตรการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนให้ประชาชนมีสิทธิให้ได้รับโอกาสเข้าถึงการศึกษา ครอบคลุมถึงคุณภาพและมาตรฐานสถานศึกษา ร่วมถึงคุณภาพประสิทธิภาพครู จนสามารถเปลี่ยนแปลงฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมได้ แต่ กสศ. เป็นองค์กรขนาดเล็กและมีทรัพยากรจำกัด จึงจำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ที่เหมาะสมและคมชัดให้สามารถสร้างผลกระทบในระดับประเทศได้ โดยจากการดำเนินงานในช่วงปลายปีงบประมาณ 2561 ภายใต้แผนกลยุทธ์ 3 ปี ฉบับแรก ปี 2561-2564 ได้มีการทบทวนและปรับปรุงแผนการทำงานเป็นแผนกลยุทธ์ 3 ปี ฉบับที่สอง ปี 2564-2567 กสศ. ได้มองเป้าหมายที่การเปลี่ยนแปลงสำคัญ 2 ด้าน คือ 1. การเปลี่ยนแปลงต่อกลุ่มผู้รับประโยชน์ เช่น เด็ก เยาวชน ครู โรงเรียน และชุมชน และ 2. การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ โดยได้เหนี่ยวนำความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาคุณภาพครู</p>



<p><strong>ประธานกรรมการบริหาร กสศ. </strong>กล่าวว่าที่ผ่านมา กสศ. ได้พยายามบูรณาการและเหนี่ยวนำภาคีจากทุกภาคส่วนให้มาร่วมกันเป็นเจ้าของวาระความเสมอภาคทางการศึกษา และนำไปสู่การบูรณาการทรัพยากรและการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างยั่งยืน ตามหลักคิดปวงชนเพื่อการศึกษาหรือ ALL FOR EDUCATION โดยพยายามกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ยั่งยืน เพื่อเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนทุกคนมีโอกาสที่เสมอภาคในการศึกษาและสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ อันเป็นกุญแจสำคัญในการหยุดปัญหาความยากจนข้ามชั่วรุ่น ช่วยให้สังคมไทยหลุดออกจากกับดักรายได้ปานกลาง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fc32e3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/18-กสศ-เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“แนวทางที่กล่าวมาถูกแปลงสู่การปฏิบัติด้วยแนวคิด ‘ห่วงโซ่มาตรการ’ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ 1.การกำหนดโจทย์การพัฒนาองค์ความรู้และการวิเคราะห์ข้อมูล รวมทั้งการวิจัยพัฒนานวัตกรรมการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่มีศักยภาพในการขยายผลเชิงนโยบาย 2.การนำนวัตกรรมต้นแบบไปดำเนินการนำร่องร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัดที่รับผิดชอบกลุ่มผู้รับประโยชน์ และ 3.การสื่อสารรณรงค์ การระดมความร่วมมือ ระดมทรัพยากร และสนับสนุนกระบวนการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะให้แก่สังคมและผู้กำหนดนโยบาย เพื่อนำข้อเสนอของ กสศ. และหน่วยงานภาคีไปสนับสนุนกการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืน”</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าในภารกิจของ กสศ. เป็นสิ่งที่ไม่สามารถประเมินได้เพียงแค่จากจำนวนเงินงบประมาณ หรือเงินบริจาคที่ กสศ. ได้รับ และการเบิกจ่ายให้แก่กลุ่มผู้รับประโยชน์จำนวนประมาณ 1.7 ล้านคนในแต่ละปี แต่ความก้าวหน้าในการดำเนินงานของ กสศ. คือความงอกงามของผลงานที่มีหน่วยงานภาคีจากภาคส่วนต่าง ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ และการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของกลุ่มผู้รับประโยชน์ได้อย่างมีพลังและมีความยั่งยืน ภายใต้กรอบการดำเนินงานของแผนกลยุทธ์ 3 ปี ฉบับที่สอง (พ.ศ. 2564-2567) ซึ่งจะสิ้นสุดในปีงบประมาณ 2567&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-440c58"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/18-กสศ-เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ประสาร </strong>กล่าวว่าการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของกฎหมายตามมาตรา 5 และมาตรา 23 ในพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 ได้กำหนดให้ กสศ. จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทุก ๆ 5 ปี เพื่อทบทวนความเหมาะสมของระเบียบที่คณะกรรมการบริหารประกาศใช้ ซึ่งอาจะมีความจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนการทำงานตามโจทย์ที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา&nbsp;</p>



<p>“เราจัดเวทีระดมพลังความร่วมมือขึ้นเพื่อให้การดำเนินงานของ กสศ. ยังสามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์ได้อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล สามารถความเชื่อมั่นแก่สาธารณชนได้ ด้วยเหตุนี้เอง กสศ. จึงได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคีทุกภาคส่วนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดขอนแก่นเป็นเวทีแรก และจะมีการจัดอีก 3 เวทีให้ครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาคต่อไป โดยหวังว่าจะได้ร่วมกันสร้างความเสมอภาคให้ผลิดอกออกผลที่งดงามยิ่งขึ้นในปีต่อ ๆ ไป เพื่อให้เด็ก เยาวชน และคนไทยทุกคน มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและก้าวข้ามความยากจนข้ามชั่วรุ่นได้จริงในอนาคต” <strong>ดร.ประสาร </strong>กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-edaf47"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ดร.ไกรยส-ภัทราวาท.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า กสศ. ต้องการความคิดเห็นจากทุกฝ่ายว่าในปี พ.ศ. 2570 เยาวชนกลุ่มเป้าหมายซึ่งมีหลายกลุ่มหลายมิติ ควรได้รับการดูแลจากเครือข่ายการทำงานร่วมกันในรูปแบบไหนได้อีกบ้าง ทำอย่างไรจึงจะสร้างการมีส่วนร่วมหาแนวทางในการพัฒนาคนที่ไม่หยุดอยู่เพียงแค่ในระบบการศึกษา หรือในระบบโรงเรียนเท่านั้น แต่เด็กและเยาวชนต้องได้รับการพัฒนาไปตลอดชีวิตเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง</p>



<p>“โจทย์ก็คือทำอย่างไรจึงจะสร้างจุดคานงัดเพื่อแก้ความเหลื่อมล้ำด้วยมาตรการต่าง ๆ เช่น กลไกหรือมาตรการที่ทำให้เกิดพลังการทำงานจากภาคีต่าง ๆ และงานวิจัยที่สามารถขยับโจทย์การทำงานที่เราเลือกนำมาดำเนินการให้เกิดความสำเร็จตามฉากทัศน์ความเสมอภาคที่เราได้วางไว้ว่า เด็กและเยาวชนจะสามารถไปถึงจุดสูงสุดของความต้องการที่อยากจะเรียนหนังสือ โดยการศึกษามีความยืดหยุ่นและเป็นทางเลือกให้กับเด็กอย่างเหมาะสม ซึ่งเรื่องนี้จะไม่ได้เป็นเพียงแค่ฉากทัศน์ของ กสศ. เท่านั้น แต่จะเป็นฉากทัศน์ด้านความสำเร็จในการยกระดับการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศอีกด้วย” <strong>ดร.ไกรยส </strong>กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-468e9c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/18-กสศ-เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-130623/">กสศ. ระดมพลังความร่วมมือขับเคลื่อนวาระความเสมอภาคทางการศึกษาไทยด้วยแผนกลยุทธ์ฉบับใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. จับมือ หอการค้าไทย และ TDRI ขับเคลื่อนการสนับสนุนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ตอบโจทย์กระจายอำนาจ ให้อิสระจัดการเรียนรู้คุณภาพระดับพื้นที่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-210423/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Apr 2023 11:34:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[นายสราวุฒิ อยู่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[หอการค้าไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[TDRI]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=66932</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ. จับมือ หอการค้าไทย และ TDRI ลงนามบันทึกข้อตกลงความ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-210423/">กสศ. จับมือ หอการค้าไทย และ TDRI ขับเคลื่อนการสนับสนุนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ตอบโจทย์กระจายอำนาจ ให้อิสระจัดการเรียนรู้คุณภาพระดับพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กสศ. จับมือ หอการค้าไทย และ TDRI ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ตอบโจทย์การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้วยการร่วมลงทุนใน 19 จังหวัดนำร่อง สู่การขยายผลโครงสร้างการศึกษาระดับประเทศ</strong></p>



<p>20 เมษายน 2566 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และหอการค้าไทย</strong> จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ตอบโจทย์การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้วยการวิจัยพัฒนานวัตกรรมการศึกษาเพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการระดมทรัพยากรและความร่วมมือของกลไกระดับพื้นที่ เสริมสร้างประสิทธิภาพในการบริหารการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน  โดยมี <strong>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล</strong> ประธานกรรมการบริหาร กสศ. <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการ กสศ. <strong>ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์</strong>  ประธาน TDRI <strong>นายสนั่น อังอุบลกุล</strong> ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย <strong>นายสราวุฒิ อยู่วิทยา </strong>รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ประธานคณะกรรมการพัฒนาการศึกษา และ<strong>คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช</strong> รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วม ณ สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a80aae"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/10-กสศ.-จับมือ-หอการค้าไทย-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล </strong>ประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ด้วยความตระหนักถึงความเป็นส่วนหนึ่งของกลไกในการผลักดันแนวทางการขับเคลื่อนและพัฒนาการศึกษาของประเทศให้สอดคล้องกับภูมิเศรษฐกิจโลก และเทคโนโลยียุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กสศ. ได้กำหนดภารกิจสำคัญในการนำแผนกลยุทธ์ กสศ. (2565-2567) ไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ยั่งยืน (Sustainable System Change) โดยใช้แนวทางที่ชัดเจนในการพัฒนานโยบายสาธารณะผ่านกระบวนการห่วงโซ่มาตรการเชิงนโยบาย (Policy Value Chain) ซึ่งเริ่มต้นจากการวิจัยพัฒนานวัตกรรมที่สอดคล้องกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่มีอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ จนได้รูปแบบและแนวทางการทำงานที่เป็นรูปธรรมก่อนนำไปทดสอบใช้จริงในพื้นที่ จนพบว่าสามารถแก้ปัญหาที่มีอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>อย่างไรก็ตาม แม้นโยบายหรือมาตรการลดความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ ของภาครัฐจะประสบความสำเร็จ แต่ในอนาคตปัญหาต่าง ๆ ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รูปแบบและแนวทางการทำงานด้านนี้จึงจำเป็นต้องพัฒนาอยู่ตลอดเวลาจึงจะประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาตามเป้าหมายที่วางไว้ในระยะยาว จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง 3หน่วยงาน ได้แก่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และหอการค้าไทยเพื่อยกระดับนวัตกรรมการศึกษาเชิงพื้นที่ให้สอดคล้องกับข้อสรุปจากการประชุมนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา All for Education Conference 2022 ที่ กสศ. ได้ร่วมกับองค์การ UNESCO และ UNICEF ได้สรุปบทเรียน “7 ตัวเปลี่ยนเกม” 7 Game Changers ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงการปฏิรูปการศึกษาในระดับนานาชาติที่สามารถช่วยให้ประเทศต่าง ๆ สามารถบรรลุเป้าหมายการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) ด้วยแนวคิดปวงชนเพื่อการศึกษา (All for Education) ได้แก่ (1)ระบบข้อมูลและสารสนเทศการศึกษา (2) นวัตกรรมการเงินและการคลังเพื่อการศึกษา (3) ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (4) การส่งเสริมการกระจายอำนาจเพื่อการจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-Based Education) (5) การพัฒนาครูและสถานศึกษา (6) การพัฒนาระบบคุ้มครองทางสังคมในระบบการศึกษา 5 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงของสถาบันทางครอบครัว ความพร้อมและความปลอดภัยของสถานศึกษาและครู ความพร้อมและความปลอดภัยในการเดินทาง และความพร้อมของชุมชนท้องถิ่น (7) การผลักดันแนวคิด All for Educationให้การศึกษาเป็นกิจของทุกคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dadee4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/10-กสศ.-จับมือ-หอการค้าไทย-05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล<br>ประธานกรรมการบริหาร กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ประสาร</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือของทั้ง 3 หน่วยงานจะสามารถสร้างกลไกส่งเสริมขีดความสามารถในการระดมทรัพยากรและความร่วมมือของกลไกระดับพื้นที่เพื่อพัฒนานวัตกรรมในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในมิติต่าง ๆ ทั้งโอกาส และคุณภาพการเรียนรู้รวมไปถึงการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการบริหารการจัดการศึกษาเชิงพื้น</p>



<p>ที่อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเชื่อมั่นว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะทำให้เห็นนวัตกรรมการการระดมความร่วมมือในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มากกว่าเพียงแค่การระดมทุนที่เป็นตัวเงินเท่านั้น โดยหวังว่าจะได้เห็นประชาชนจากภาครัฐ ท้องถิ่น เอกชนและภาคประชาสังคมในพื้นที่ได้เข้ามาร่วมกันระดมทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ทุนข้อมูลความรู้ ทุนทางสังคมและเครือข่ายต่าง ๆ ฯลฯ ที่จะร่วมทำหน้าที่เป็น “ตัวคูณเชิงระบบ” (System Multiplier) ที่จะกระตุ้นในทรัพยากรและนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นในพื้นที่สามารถส่งผลกระทบเชิงระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;</p>



<p>“กสศ. หวังจะได้เห็นความร่วมมือที่ริเริ่มโดย 3 หน่วยงานในพื้นที่ 19 จังหวัดเจริญงอกงามไปเป็นโอกาสที่สำคัญของสังคมไทยที่ประชาชนจากทุกภาคส่วนในทั้ง 77 จังหวัดของประเทศไทยสามารถลุกขึ้นมา “กำหนดอนาคต</p>



<p>และโจทย์ปฏิรูปการศึกษา” ของจังหวัดตัวเอง ได้ด้วยตนเองและร่วมกันลงมือทำให้สำเร็จได้จริงด้วยทรัพยากร และความร่วมมือของทุกคนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืนด้วยตัวเองไม่มีใครหวงแหนบ้านเกิดเมืองนอน และลูกหลานของตนรวมทั้งมีความเข้าใจในโอกาสและอุปสรรคของพื้นที่ตนเองได้มากกว่าคนในพื้นที่เอง ดังนั้นหากความร่วมมือในวันนี้จะสามารถจุดประกายให้ประชาชนในทุกจังหวัดของประเทศไทยได้ลุกขึ้นมาเป็น “เจ้าของ” วาระการปฏิรูปการศึกษาของบ้านเกิดตัวเองได้แล้วพวกเราอาจได้เห็นนวัตกรรมการการแก้ไขปัญหาสำคัญในหลาย ๆ ด้านของการศึกษาไทยที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้ในชั่วชีวิตของเรา” <strong>ดร.ประสาร</strong> กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b6abcf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/10-กสศ.-จับมือ-หอการค้าไทย-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายสนั่น อังอุบลกุล<br>ประธานกรรมการหอการค้าไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายสนั่น อังอุบลกุล</strong> ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้าฯ มีความยินดีอย่างยิ่งในความร่วมมือสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา กับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อยกระดับการศึกษาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งหอการค้าฯ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาการศึกษา หอการค้าไทย เพื่อสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรูประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจและรูปแบบการดำเนินธุรกิจจากนักธุรกิจผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญพร้อมเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนในสถานศึกษาเข้าไปเรียนรู้และฝึกประสบการณ์จริงในสถานประกอบการ เพื่อสร้าง “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังมีกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ YEC ที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามามีส่วนร่วมในการเชื่อมโยงการทำงานตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในปัจจุบัน</p>



<p>นอกจากนี้ภาคเอกชนต้องอาศัยการผลักดันจากรัฐบาลให้มีมาตรการสร้างแรงจูงใจ เช่น&nbsp; สิทธิประโยชน์ด้านภาษี เพื่อให้ภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมในการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยมากขึ้น จนนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในมิติต่าง ๆ ของประเทศได้ต่อไปในอนาคต&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-210e27"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/10-กสศ.-จับมือ-หอการค้าไทย-04.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์<br>ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)<br></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายสนั่น</strong> กล่าวว่า จากการศึกษาของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ชี้ว่า การลงทุนด้านการศึกษา การพัฒนาทุนมนุษย์สร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงถึง 7เท่า เมื่อเทียบกับต้นทุนและยังช่วยให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ประเทศที่มีรายได้สูงในอนาคตจึงขอเชิญชวนภาคธุรกิจเอกชน รวมถึงพลังของเครือข่ายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ทุกจังหวัด ร่วมสนับสนุน Education Sandbox Fund ลงทุนพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อพัฒนากำลังคนในอนาคตของประเทศให้มีศักยภาพช่วยยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน สร้างอนาคตที่เต็มไปด้วยโอกาสและการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทย</p>



<p><strong>ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์</strong> ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า แนวคิดสำคัญของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา คือการหาแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการปรับการเรียนรู้ให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงได้มีความพยายามสร้างพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันระหว่างคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการ ศึกษา (กอปศ.) ร่วมกับ TDRI และหน่วยงานในภาคีเพื่อการศึกษาไทย (TEP) ในการยกร่าง พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 เสนอแก่รัฐบาลซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนให้มีการขยายพื้นที่ดำเนินการจากจุดเริ่มต้นใน 8 จังหวัดสู่ 19 จังหวัดในปัจจุบัน และเพิ่มจังหวัดบุรีรัมย์ ขึ้นมาอีกหนึ่งจังหวัด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-62cd95"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/10-กสศ.-จับมือ-หอการค้าไทย-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.สมเกียรติ </strong>พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจึงเหมือนเป็นสนามปฏิบัติการ (sandbox) ในการปฏิรูปการศึกษาของประเทศเพื่อพัฒนาต้นแบบในการทดลองจัดการศึกษาในรูปแบบใหม่ ตั้งแต่การใช้หลักสูตรใหม่ สื่อการเรียนการสอนแบบใหม่ วิธีการเรียนการสอนแบบใหม่ การทดสอบและประเมินผลแบบใหม่ ตลอดจนการบริหารจัดการแบบใหม่ ในระดับโรงเรียนและเขตการศึกษา เพื่อเพิ่มความเป็นอิสระให้แก่สถานศึกษาและกระจายอำนาจให้แก่จังหวัด โดยมีเอกชนเข้ามามีบทบาทสำคัญในการออกแบบการศึกษา ให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ และมีกระบวนการวิจัยติดตามอย่างเป็นระบบเพื่อถอดบทเรียนและขยายผลเพื่อให้นวัตกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่สามารถนำไปใช้ขยายผลสู่นโยบายการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ และเชื่อมั่นว่า กระบวนการทำงานที่เกิดขึ้น จะช่วยสร้างเครื่องมือสำคัญในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างสอดคล้องกับการทำงานของ กสศ. ในอนาคต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-210423/">กสศ. จับมือ หอการค้าไทย และ TDRI ขับเคลื่อนการสนับสนุนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ตอบโจทย์กระจายอำนาจ ให้อิสระจัดการเรียนรู้คุณภาพระดับพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
