<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดร.นิสาพร วัฒนศัพท์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%94%E0%B8%A3-%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 01 Feb 2022 12:21:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ดร.นิสาพร วัฒนศัพท์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เดินหน้าออกแบบนโยบาย หลักประกันโอกาสทางการศึกษา ดร.นิสาพร วัฒนศัพท์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-educational-opportunity-guarantee-151221/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Dec 2021 05:58:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[หลักประกันโอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นิสาพร วัฒนศัพท์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการยกระดับการทำงานเพื่อดูแลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษารายกรณีระดับพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=49345</guid>

					<description><![CDATA[<p>สร้างกลไกเชื่อมต่อระดับพื้นที่ จากโรงเรียนถึงชุมชนเปิด  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-educational-opportunity-guarantee-151221/">เดินหน้าออกแบบนโยบาย หลักประกันโอกาสทางการศึกษา ดร.นิสาพร วัฒนศัพท์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 class="wp-block-heading">สร้างกลไกเชื่อมต่อระดับพื้นที่ จากโรงเรียนถึงชุมชน<br>เปิด Hotline สายด่วนรองรับปัญหาเด็กกลุ่มเสี่ยง 24 ชั่วโมง</h2>



<blockquote class="wp-block-quote"><p>“เราต้องตระหนักว่าทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ จะเรียนในระบบ ฝึกอาชีพที่สนใจ หรือมุ่งพัฒนาทักษะเฉพาะตัวให้ก่อเกิดเป็นอาชีพ เขาต้องสามารถทำได้ทุกอย่าง เด็กต้องมีโอกาสได้ค้นหาทางเลือกของตนเอง เพราะอนาคตเป็นของเขา สำคัญคือเราต้องมีระบบช่วยประคอง ทำให้เขาไม่รู้สึกว่าถูกทิ้งไว้โดดเดี่ยวลำพัง และต้องส่งต่อได้จนกว่าเขาจะไปถึงฝั่ง”</p></blockquote>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ab3ee9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/01-หลักประกันโอกาส-ดร.นิสา-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>-หลายปีของการทำงานกับเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาและเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุด สะท้อนให้เห็นว่าเราต้องทำงานไปพร้อมกันตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ประการแรกคือกลไกป้องกันในโรงเรียน มีครูแนะแนวเป็นด่านหน้า คอยติดตามนักเรียนที่ไม่มาเรียน เสาะสืบปัญหารอบตัวที่จะทำให้เด็กไม่ได้เรียนต่อแล้วหลุดออกไป</p>



<p>-เมื่อข้อมูลเบื้องต้นจากครูแนะแนวส่งขึ้นไปถึงคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นต่อมาจะเป็นการช่วยกันวิเคราะห์ว่าจะช่วยกันแก้ปัญหาและประคองเด็กไว้อย่างไร ทั้งนี้เราจะมองที่มิติการศึกษาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ จึงต้องมีทีมงานจากหลายภาคส่วนเข้ามาช่วยทำความเข้าใจปัญหา และออกแบบวิธีการที่เหมาะสมกับเด็กเป็นรายกรณี โดยทีมงานชุดนี้จะเป็นกลุ่ม ‘สหวิชาชีพ’ จนถึงคณะทำงานที่แฝงตัวในชุมชน เพื่อเชื่อมโยงการทำงานระดับพื้นที่ ตั้งแต่หมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ(CM/CMS) จนเป็นเครือข่ายระดับจังหวัด ด้วยกลไกนี้ ปัญหาของเด็กจะถูกพบได้เร็ว พร้อมมีการดูแลช่วยเหลือ คลี่คลาย และส่งต่อเป็นระบบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-39998c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/18_ดร.นิสาพร-วัฒนศัพท์Q.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>-หลังจากที่ได้คลุกคลีใกล้ชิดกับน้องๆ เรามองว่าการเปิดพื้นที่ให้เด็กเข้าถึงคำปรึกษาได้ทุกที่ทุกเวลาเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะบางครั้งปัญหาที่เด็กเผชิญตรงหน้า จำเป็นต้องจัดการแก้ไขเร่งด่วน ถ้าเขาไม่อาจหันไปหาใครได้ ก็ต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง ทีนี้พอเลือกทางพลาด วิธีผิด สิ่งที่ตามมาจะยิ่งกลายเป็นปัญหาที่พัวพันเป็นลูกโซ่ต่อไป</p>



<p>-ดังนั้นอีกช่องทางหนึ่งที่ต้องมีคือ ‘สายด่วนให้คำปรึกษา’ ทั้งปัญหาทั่วไปและปัญหาเฉพาะทาง สามารถคุยกับน้องๆ ชนิดลงลึกได้ว่า เมื่อเจอปัญหาแบบไหนควรรับมืออย่างไร และให้ภาพของหนทางในการแก้ปัญหาแบบที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 หรือที่ 4 ว่า แต่ละวิธีการจะส่งผลไปสู่อะไรได้บ้าง เช่น ปัญหาที่ทำให้ไม่ได้เรียนต่อรุนแรงแค่ไหน หรือเมื่อเด็กตัดสินใจจะดรอปเอาต์ เขามีทางเลือกอะไรบ้าง เป็นศูนย์รับแจ้งเหตุที่จะช่วยคลายทุกข์ ปลอบประโลม ทำให้เด็กได้ใช้สติมองปัญหาอย่างสงบ แล้วเขาจะเห็นว่าทุกปัญหายังมีหนทางแก้ไข ถ้าเราร่วมเผชิญไปด้วยกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0dd269"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/01-หลักประกันโอกาส-ดร.นิสา-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>-รูปแบบการทำงานเช่นนี้ คือวิธีการทำงานของโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่ กสศ.ทำเข้าสู่ปีที่สามแล้ว และเห็นผลว่าทำให้เราเข้าถึงเด็กลุ่มเสี่ยงและเด็กที่หลุดออกนอกระบบได้จริง ทั้งยังมีขั้นตอนช่วยเหลือดูแลส่งต่อ ที่ทำให้น้องๆ ได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ได้ฝึกอาชีพที่สนใจจนสามารถนำไปเลี้ยงดูตนเองได้ หรือในช่วงวิกฤตโควิด-19 กสศ.ก็ได้จัดตั้งศูนย์ปรึกษาดูแลขึ้นมารองรับเด็กเยาวชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งในรูปแบบของสายด่วนให้คำปรึกษา ไปจนถึงรับแจ้งเหตุความช่วยเหลือต่างๆ เพื่อประคองเด็กไว้ในโรงเรียน รวมถึงทำทุกวิถีทางให้น้องๆ ที่หลุดออกจากระบบไปในช่วงวิกฤต ได้เข้าถึงการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกช่องทางได้อีกครั้ง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ระบบติดตามกลุ่มที่แม้กลับมาแล้ว แต่ยังมีความเสี่ยงหลุดได้ทุกเวลา</h2>



<p>-เมื่อเราค้นหาและนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือฝึกอาชีพได้แล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าภารกิจสิ้นสุด เราต้องมี อสม.ในพื้นที่ซึ่งเป็นเหมือนระบบติดตามดูแลเด็กเป็นรายคน คอยเป็นคู่คิด ให้ข้อมูล เป็นที่ปรึกษาต่อเนื่องสำหรับเด็กและครอบครัวของเขา ตรงนี้ก็จะย้อนกลับไปที่ด่านแรก คือครูที่ปรึกษาหรือครูแนะแนวในโรงเรียน แต่เมื่อพ้นออกมาจากโรงเรียนก็ต้องมีชุมชนที่มาช่วยรับไม้ต่อ คอยเฝ้าระวัง ติดตามประสานงานกับครูและครอบครัวของเด็ก ซึ่งตรงนี้ถ้าเราเชื่อมต่อประสานกันได้ทั้งหมดอย่างไร้รอยต่อ มันจะกลายเป็นกระบวนการที่รองรับกันเป็นทอด อาจมีผู้นำชุมชนเป็นแกนหลัก สร้างทีมดูแลในพื้นที่ เพื่อให้พบกลุ่มเสี่ยงได้เร็ว และหาแนวทางป้องกันแก้ไขได้ก่อนจะเกิดปัญหาต่างๆ อาทิ เมื่อเราเห็นว่าเด็กมีความเสี่ยงในการเข้าสังคมเพื่อนในชุมชน เราอาจหาทางดึงเขาออกมา เปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้พ้นจากความเสี่ยงนั้นๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f3e726"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/01-หลักประกันโอกาส-ดร.นิสา-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>-อีกประการหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ เราต้องมอบโอกาสให้เด็กสามารถเปลี่ยนแปลงแนวทางชีวิตได้ในทุกช่วงวัย เมื่อเรานำเขากลับเข้าสู่ระบบการศึกษา บางครั้งเขาปรับตัวไม่ได้ หรือพบว่าเส้นทางที่คาดคิดไว้ไม่ใช่คำตอบที่ถูกสำหรับเขา ผู้ดูแลรายกรณีจะต้องเป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาทางเลือก ช่วยให้คำปรึกษาเรื่องการวางแผนชีวิต ว่าจะปรับหรือเปลี่ยนอย่างไรไม่ให้เด็กสูญเสียกำลังใจ</p>



<p><strong>-เราต้องตระหนักว่าทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ จะเรียนในระบบ ฝึกอาชีพที่สนใจ หรือมุ่งพัฒนาทักษะเฉพาะตัวให้ก่อเกิดเป็นอาชีพ เขาต้องสามารถทำได้ทุกอย่าง เด็กต้องมีโอกาสได้ค้นหาทางเลือกของตนเองเพราะอนาคตเป็นของเขา สำคัญคือเราต้องมีระบบช่วยประคอง ทำให้เขาไม่รู้สึกว่าถูกทิ้งไว้โดดเดี่ยวลำพัง และต้องส่งต่อได้จนกว่าเขาจะไปถึงฝั่ง</strong> โดยเฉพาะน้องๆ เด็กเยาวชนกลุ่มที่เขาขาดโอกาส บางครั้งเขาเติบโตขึ้นมาโดยไม่รู้ ไม่มีข้อมูลเลยว่าทางเลือกในการเรียนและชีวิตสามารถเป็นไปในทางไหนได้บ้าง ฉะนั้นต้องมีคนรับฟัง ชี้ทาง มอบโอกาส จนกว่าเขาจะพบเส้นทางชีวิตที่เหมาะสม</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ละ-ลด-เลิกกฎเกณฑ์บางอย่าง เพื่อให้โอกาสทางการศึกษาเปิดกว้างขึ้น</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-691c7f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/01-หลักประกันโอกาส-ดร.นิสา-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>-ควรเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ด้วยทางเลือกของ ‘รูปแบบการศึกษา’ หมายถึง เด็กอยากเรียนอะไรต้องได้เรียนในสิ่งนั้น ทั้งนี้อาจต้องมีการพิจารณาลดคุณสมบัติของเด็กที่มีสิทธิ์เข้าไปเรียน เช่น บางหลักสูตรมีข้อกำหนดว่ารับเฉพาะผู้จบ ม.3 ซึ่งเท่ากับเป็นการปิดโอกาสของน้องๆ ที่หลุดจากระบบมาก่อนได้วุฒิการศึกษาภาคบังคับ กรณีนี้ทำให้ทางเลือกของเด็กลดน้อยลง</p>



<p>-ท้ายที่สุด ‘หลักประกันโอกาสทางการศึกษา’ ควรต้องคำนึงถึงการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาด้วย เพราะเด็กด้อยโอกาสหลายคนเขามีศักยภาพทางสติปัญญา สามารถเรียนรู้ได้ในระดับสูง เพียงติดเงื่อนไขที่ครอบครัวยากจน ไม่มีเงินเดินทางไปเรียน ไม่มีเงินเข้าฝึกอบรมในกิจกรรมดีๆ เข้าไม่ถึงหลากหลายโอกาสที่เด็กจากครอบครัวอื่นๆ ได้รับ ดังนั้น หากจะว่ากันถึงหลักประกันโอกาสทางการศึกษา เรากำลังพูดถึงความจำเป็นที่ต้องลดบางสิ่งลง ละเกณฑ์บางอย่างไว้ หรือเลิกกฎระเบียบที่ไม่จำเป็นไปบ้าง เพราะในเมื่อข้อจำกัดเหล่านั้นคือ ‘อุปสรรค’ ในการเข้าถึงการศึกษา ก็ควรต้องได้รับการพิจารณาเพื่อหาทางแก้ไขเปลี่ยนแปลง</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-educational-opportunity-guarantee-151221/">เดินหน้าออกแบบนโยบาย หลักประกันโอกาสทางการศึกษา ดร.นิสาพร วัฒนศัพท์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พิษณุโลก แชร์ทรัพยากรหมดหน้าตัก เชื่อมการค้นหา-ดูแล-ช่วยเหลือ เด็กเยาวชนนอกระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-phitsanulok-261121/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Nov 2021 05:08:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นิสาพร วัฒนศัพท์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการยกระดับการทำงานเพื่อดูแลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษารายกรณีระดับพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=48393</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากปี 2562 ที่จังหวัดพิษณุโลกร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-phitsanulok-261121/">พิษณุโลก แชร์ทรัพยากรหมดหน้าตัก เชื่อมการค้นหา-ดูแล-ช่วยเหลือ เด็กเยาวชนนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากปี 2562 ที่จังหวัดพิษณุโลกร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในฐานะ 1 ใน 20 จังหวัดนำร่องในโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ถึงปี 2564 นี้ โครงการได้เตรียมย่างก้าวสู่ปีที่สาม กับการขยายพื้นที่ทำงานให้กว้างออกไปจนครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัด ขณะเดียวกันก็ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ที่พร้อมเข้ามามีส่วนร่วมสำรวจค้นหาและวางแนวทางความช่วยเหลือ โดยรับผิดชอบดูแลในส่วนที่ตนมีเครื่องมือทรัพยากรรองรับ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c0cf5c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/11-พิษณุโลก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ด้วยความซับซ้อนของบริบทซึ่งรายล้อมชีวิตของมนุษย์คนหนึ่ง การจะช่วยประคับประคองให้เส้นทางของน้องๆ เด็กเยาวชนนอกระบบให้เปลี่ยนผ่านไปถึงวันที่สามารถหยัดยืนด้วยตนเองได้ ลำพังการมีภาคีเครือข่ายจำนวนมากนั้น ยังไม่อาจพูดได้ว่าเพียงพอ หากหน่วยงานทุกภาคส่วนตั้งแต่ภาครัฐ เอกชน ประชาสังคมต่างๆ จะต้องร้อยรวมเชื่อมต่อจนเป็นเนื้อเดียวกัน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เชื่อมโยงฐานข้อมูลทรัพยากรอันเป็นเหมือนทุนการทำงานของพื้นที่</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d261bf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/06-ดร.นิสาพร-วัฒนศัพท์-พิษณุโลก.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.นิสาพร วัฒนศัพท์ หัวหน้าโครงการฯ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.นิสาพร วัฒนศัพท์ หัวหน้าโครงการยกระดับการทำงานเพื่อดูแลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษารายกรณีระดับพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลก</strong> กล่าวว่า แก่นแกนสำคัญของการทำงานเชิงพื้นที่คือ นอกจากทุกฝ่ายมุ่งมั่นทำงานของตนเองแล้ว ยังจำเป็นที่หน่วยงานต่างๆ ต้องสำรวจทรัพยากรเครื่องมือระหว่างกัน เนื่องจากเป้าหมายที่เป็นเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาช่วงวัย 2-21 ปี ล้วนมีปัญหาซับซ้อนแตกต่าง จึงต้องมีหน่วยงานที่พร้อมรองรับเด็กเยาวชนทุกกลุ่ม โดยอาจแบ่งเป็น 7 กลุ่มใหญ่ได้ดังนี้&nbsp;</p>



<p>1. กลุ่มที่ต้องการกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา 2. กลุ่มที่อยากพัฒนาทักษะอาชีพ 3. กลุ่มพิการ 4. กลุ่มตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร 5. กลุ่มเด็กกระทำผิดในสถานพินิจฯ 6. กลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพกายและจิต 7. กลุ่มที่มีปัญหาเรื่องสถานะทางทะเบียนราษฎร์</p>



<p>จะเห็นว่าทุกหมวดหมู่ปัญหาต้องอาศัยผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญจากสหวิชาชีพเข้ามาช่วย การแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และเผยถึงสิ่งที่แต่ละหน่วยงานมีอยู่ในมือจึงเป็นต้นทางของแนวทางใหม่ๆ ในการพัฒนาระบบ และกลไกดูแลรายกรณีที่ครอบคลุมทั้งตัวเด็กเยาวชนนอกระบบและครอบครัวของเขา</p>



<p>“เราทำงานผ่านปีแรกโดยค่อยๆ สะสมองค์ความรู้ เชื่อมโยงหน่วยงานที่สนใจเข้ามาร่วมคลำเส้นทางด้วยกัน ทั้งภาครัฐ อปท. ภาควิชาการ ประชาสังคมต่างๆ เก็บเกี่ยวบทเรียนการทำงานของแต่ละหน่วยงานว่ามีจุดเด่นอะไร แล้วจะต่อเชื่อมระหว่างหน่วยงานกันอย่างไร กลายเป็นความหลากหลายที่ไม่มีรูปแบบตายตัวเบ็ดเสร็จ แต่ทุกฝ่ายทำงานบนแก่นแกนกลางร่วมกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bd1586"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/05-ดร.นิสาพร-วัฒนศัพท์-พิษณุโลก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“งานช่วยเหลือเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาไม่ใช่หน้าที่หลักของหน่วยงานใดหนึ่ง แต่ที่จังหวัดพิษณุโลกทำมาได้ถึงปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่สาม เพราะทุกคนเห็นความสำคัญ มีใจเข้ามาหาวิธีการทำงานไปด้วยกัน มีฝ่ายที่ทำงานตั้งแต่ลงพื้นที่เข้าถึงตัวเด็ก ค้นหาสาเหตุการหลุดจากระบบการศึกษา มีภาคประชาสังคมที่เป็นเหมือนข้อต่อสำคัญที่นำการช่วยเหลือดูแลไปให้ถึงตัวเด็ก ส่งต่อให้ได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสม เพราะการจะแก้ปัญหาดังกล่าวเรามองที่เรื่องการศึกษาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องลงลึกไปที่ปัญหารายรอบตัวกลุ่มเป้าหมาย เริ่มจากการคัดกรอง แบ่งเด็กเป็นกลุ่มต่างๆ คอยติดตามดูแลทั้งเรื่องครอบครัว การเรียน สุขภาพ และพฤติกรรม ซึ่งต่างคนต่างมีรายละเอียดต่างกันไป การมีเครือข่ายสัมพันธ์กับหน่วยงานหลากหลายในท้องถิ่น ทำให้เรารู้ว่าเด็กจะรับความช่วยเหลือที่ตรงกับปัญหาของเขาได้จากตรงไหน หรือในทางกลับกัน มีหน่วยงานในพื้นที่ที่มีทรัพยากรหลากหลายและมีใจอยากเข้ามาช่วย แต่เขาเข้าไม่ถึงตัวเด็ก ดังนั้น เราต้องสื่อสารพูดคุยกัน นำฐานข้อมูลทรัพยากรอันเป็นเหมือนทุนของพื้นที่ มาจัดทำแผนที่ทรัพยากร แล้วเอาไปใช้ขับเคลื่อนงานให้เกิดประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วยที่สุด</p>



<p>“เมื่อเราเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานทั้งจังหวัดเข้าด้วยกันได้ มีภาพชัดเจนว่าใครมีความสามารถในการดูแลเด็กกลุ่มไหน พอเราพบเด็กก็ส่งเข้าสู่การดูแลได้ทันที พร้อมทำแผนรองรับได้ว่าพ้นไปจากความช่วยเหลือเบื้องต้นเด็กจะถูกส่งไปอย่างไรต่อ หาแหล่งทุนเสริมได้จากตรงไหน นี่คือแผนที่ถูกวางไว้เป็นระบบ จนถึงวันที่เด็กๆ เหล่านี้ยืนได้ด้วยตนเอง”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">สำเร็จได้เพราะ ‘ความเป็นมนุษย์’ ที่ใส่ลงไปในการทำงาน</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d1632c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/07-ศ.ดร.สมพงษ์-จิตระดับ-พิษณุโลก.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหาร กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>กล่าวว่า การช่วยเด็กคนหนึ่งที่อยู่นอกระบบ ปัญหาที่เผชิญจะมีแต่ความซับซ้อน ดังนั้นไม่มีทางที่หน่วยงานใดจะทำให้สำเร็จได้โดยลำพัง&nbsp;</p>



<p>การได้ฟังแต่ละหน่วยงานย้อนถึงเส้นทางการทำงาน พบว่าทุกฝ่ายต่างต้องผ่านช่วงเวลาที่สะเปะสะปะเดินอยู่ในความมืดอย่างยากลำบาก มีเพียงหัวใจที่อยากนำความช่วยเหลือไปให้ถึงเด็กๆ กลุ่มนี้ ด้วยความไม่ย่อท้อกับอุปสรรค กลไกการค้นหาช่วยเหลือจึงก่อเป็นรูปร่างขึ้น ก่อนค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเป็นกระบวนการทำงานที่มีระบบ ที่สำคัญคือ มีผลสัมฤทธิ์ให้เห็นร่วมกันว่า “โครงการช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กได้จริง”</p>



<p>“ผมเชื่อว่าเครื่องมือที่ช่วยขับเคลื่อนให้เครือข่ายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลก มาได้ถึงตรงนี้ คือการเอา ‘ความเป็นมนุษย์’ ใส่ลงไปในการทำงาน เริ่มจากกลุ่มคนที่เคยทำงานในระบบในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน 3-4 ท่าน ที่แม้จะเกษียณไปแล้ว แต่ยังมีไฟชีวิตที่พร้อมอุทิศเวลาให้กับท้องถิ่น นำมุมมองและประสบการณ์มาผูกโยงเครือข่าย ช่วยถากถางเส้นทางจนหน่วยงานต่างๆ สามารถฝ่าฟันอุปสรรคทางตันมาได้ มันทำให้เห็นว่าถ้าแต่ละฝ่ายต่างคนต่างทำ แม้งานจะเดินหน้าไปได้ แต่ก็จะมีช่องโหว่หรือรอยต่อซึ่งเด็กจะยังคงไหลหลุดออกไปได้ตลอด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-64075e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/08-ศ.ดร.สมพงษ์-จิตระดับ-พิษณุโลก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เพราะเบื้องหลังของเด็กกลุ่มนี้ เราต้องไม่ลืมว่าชีวิตของพวกเขาต้องถูกปฏิเสธซ้ำๆ มาตลอด ถึงเราพบตัวแล้วนำกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือฝึกอาชีพได้ แต่ระหว่างทางนั้น ความรู้สึกเบื้องลึกว่าเขาไร้ตัวตน หรือความเงียบงันที่มันซ่อนอยู่ข้างในตัวเขาจะไม่มีวันหายไปไหน มันยังพร้อมระเบิดระบายออกมา พร้อมกัดกิน จนหากเราไม่มีระบบรองรับที่ดีพอ สุดท้ายเขาก็จะหันหลังกลับออกไปในเส้นทางเดิมๆ ได้อีก”</p>



<p>ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวว่า การที่ กสศ.ทำงานร่วมกับจังหวัดต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ นับเป็นหนึ่งในภารกิจของการสร้าง ‘หลักประกันโอกาสทางการศึกษา’ โดยมุ่งไปที่เด็กเยาวชนด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องในรูปแบบของการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่ง กสศ.จะติดตามสนับสนุนการทำงานของจังหวัดนำร่องต่อไป รวมถึงขยายผลจากรูปแบบความสำเร็จ เช่นในจังหวัดพิษณุโลกไปยังพื้นที่อื่นๆ&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ ประเด็นหลักที่จำเป็นต้องทำให้เกิดขึ้นคือ ประสานสร้างความเข้าใจกับผู้บริหารโรงเรียน ครู ภาคประชาสังคมต่างๆ ให้มองเห็นปัญหาเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา และพร้อมทำงานร่วมกันในระยะยาวต่อไป</p>



<p>“ถ้าโรงเรียนยังมีส่วนในการผลักเด็กออกไปจากระบบอย่างเงียบๆ การพูดถึงหลักประกันโอกาสทางการศึกษาก็ไม่มีความหมาย นี่คืองาน กสศ.ที่จะต้องขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ นำข้อมูล องค์ความรู้ ขั้นตอนที่ชัดเจน จากพื้นที่ต้นแบบไปหาท้องถิ่นอื่นๆ และเหนือสิ่งใด เราต้องถ่ายทอดหัวใจของการทำงานด้วยความเป็นมนุษย์ไปให้ถึงบุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมรวบรวมประสบการณ์ ข้อมูล และทรัพยากรทุกอย่างในพื้นที่มาเทรวมกันแบบหมดหน้าตัก เพื่อให้รอยต่อของการช่วยเหลือดูแลเด็กได้เชื่อมเข้าหากันอย่างประณีต ไม่สะดุดหรือมีรูรั่วจนเด็กไหลหลุดออกไปได้อีก”&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">จะสักกี่อุปสรรค ถ้าพร้อมปรับตัวเรียนรู้ งานก็เดินต่อได้</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-371f3f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/09-ดร.สุเนตร-ทองคำพงษ์-พิษณุโลก.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.สุเนตร ทองคำพงษ์ ผู้รับผิดชอบโครงการฯ</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>ดร.สุเนตร ทองคำพงษ์ ผู้รับผิดชอบโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จังหวัดพิษณุโลก</strong> กล่าวว่า ความยากของการทำงานเพื่อค้นหาและช่วยเหลือเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา คือช่วงกว้างของกรอบอายุกลุ่มเป้าหมายที่เริ่มตั้งแต่ปฐมวัยถึงผู้ใหญ่ตอนต้น คณะทำงานต้องพร้อมปรับแผนงานให้รับกับความผกผันเปลี่ยนแปลงตามช่วงวัยซึ่งเกิดขึ้นตลอดเวลา ยังไม่รวมวิกฤตโควิด-19 อันเป็นปัจจัยภายนอกที่โถมทับระลอกแล้วระลอกเล่า จน ณ เวลาหนึ่งเราต่างมองไม่เห็นเลยว่าจะเดินโครงการไปต่อได้อย่างไร แต่ด้วยเครือข่ายที่เข้มแข็งและมีใจจดจ่อกับงานไม่ลดละ ส่งต่อข้อมูลและกำลังใจให้กันประหนึ่งเพื่อนถึงเพื่อน ไม่นานเราก็สามารถตั้งสติรับ เรียนรู้ ปรับตัว และหาทางออกร่วมกันได้</p>



<p>“การให้โอกาส รับฟังอย่างเข้าใจเพื่อแงะปัญหาออกมาให้ได้ เราไม่ได้ทำเฉพาะกับน้องๆ กลุ่มเป้าหมาย แต่เป็นวิธีที่หน่วยงานต่างๆ นำมาใช้สื่อสารระหว่างกัน ข้อดีของการทำงานเชิงพื้นที่คือ ความแตกต่างของบริบท ซึ่งเราต้องศึกษาเรียนรู้ วิจัย และถอดบทเรียนเชิงลึก ถ้าคณะทำงานแต่ละฝ่ายตกผลึกได้ว่าจุดอ่อนจุดแข็งของตนคืออะไร แล้วเอามาร้อยรวมกับหน่วยงานอื่นในพื้นที่ เราจะได้โครงข่ายขนาดใหญ่ครอบคลุมทั้งจังหวัด พร้อมรองรับเด็กเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาทุกรูปแบบ&nbsp;</p>



<p>“ภารกิจที่เรากำลังทำเป็นการวางเส้นทางอนาคตของของชาติ ด้วยการนำต้นทุนจากองค์ความรู้ท้องถิ่นมาใช้ขับเคลื่อน นี่คือการเมืองภาคประชาชนที่เริ่มขึ้นด้วยพื้นที่ไม่กี่อำเภอ จังหวัดพิษณุโลกเราทำในปีแรกสามเขตพื้นที่ อำเภอบางระกำ อำเภอวังทอง อำเภอพรหมพิราม คัดกรองเด็กได้ 9,597 คน สามารถช่วยเด็กได้ 558 คน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 500 คน จนถึงปีที่สองได้เพิ่มพื้นที่เป้าหมายกว้างขึ้นเป็น 7 อำเภอ คัดกรองได้อีกราว 8,000 คน และช่วยเหลือได้ที่จำนวน 1,070 คน ทั้งหมดเกิดขึ้นได้ด้วยการผลักดันของหลากหลายหน่วยงาน จากวันแรกที่มีคณะทำงานเพียงหยิบมือ ถึงวันนี้ทีมงานจังหวัดพิษณุโลกพร้อมเกาะติดงานเด็กเยาวชนนอกระบบกระจายเต็มพื้นที่จังหวัด สิ่งนี้พิสูจน์ว่าแนวคิดเราถูกต้อง ทุกคนเห็นประโยชน์ร่วมกัน ทั้งเป็นเรื่องน่ายินดีที่หลังจากนี้ทุกฝ่ายยังคงยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อไปในปีที่สามด้วยกัน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c400f1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-พิษณุโลก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-phitsanulok-261121/">พิษณุโลก แชร์ทรัพยากรหมดหน้าตัก เชื่อมการค้นหา-ดูแล-ช่วยเหลือ เด็กเยาวชนนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
