<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%94%e0%b8%a3-%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%98%e0%b8%9e%e0%b8%a3-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2-%e0%b9%80-2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 30 Dec 2021 11:22:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ชุดการเรียนรู้เคลื่อนที่ ‘นวัตกรรมแห่งปี’ ช่วยปิดช่องว่างการศึกษายุคโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-innovation-of-the-year-311221/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Dec 2021 09:26:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมแห่งปี]]></category>
		<category><![CDATA[Learning Gap]]></category>
		<category><![CDATA[มินตรา กะลินตา]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สุนิสา คงสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[ชำนาญ สังข์ทอง]]></category>
		<category><![CDATA[มุกดา คำวินิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ถดถอย]]></category>
		<category><![CDATA[Learning Box]]></category>
		<category><![CDATA[BlackBox]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50128</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ชุดการเรียนรู้เคลื่อนที่คือการเปิดโอกาสให้การศึกษาเดิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-innovation-of-the-year-311221/">ชุดการเรียนรู้เคลื่อนที่ ‘นวัตกรรมแห่งปี’ ช่วยปิดช่องว่างการศึกษายุคโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote"><p>“ชุดการเรียนรู้เคลื่อนที่คือการเปิดโอกาสให้การศึกษาเดินทางออกไปพ้นจากห้องเรียน ทำให้เด็กเรียนรู้ได้จากที่บ้านหรือที่ใดๆ ก็ตามที่เขาพร้อม สิ่งที่สำคัญคือ​ เราต้องเพิ่มสมรรถนะครูและโรงเรียนให้ออกแบบชุดการเรียนรู้ที่เด็กนำไปต่อยอดกับสภาพแวดล้อมรอบตัวของเขาได้ นี่คือสิ่งที่วิกฤตเข้ามากระตุ้นเราให้ตระหนัก และพร้อมขยับไปตามทิศทางของระบบการศึกษาในโลกปัจจุบัน” <br><strong>ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม</strong></p></blockquote>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fb2162"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/08-5-มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร<br>ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ปรากฏการณ์ ‘โรงเรียนปิด’ ด้วยผลกระทบของโควิด-19 เป็นเวลาเกือบสองปี ได้สะเทือนถึงการจัดการศึกษาในโรงเรียนทั่วประเทศ จนต้องมีการนำรูปแบบวิธีการต่างๆ มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเรียนผ่านระบบออนไลน์ การจัดห้องเรียนแบบจำกัดพื้นที่-กำหนดจำนวนผู้เรียน (ออนไซต์/ออนดีมานด์) ภายใต้มาตรการรักษาระยะห่างในบางพื้นที่ หรืออีกวิธีหนึ่งที่ใช้กันแพร่หลายคือ​ การมอบหมายใบงานและใบความรู้ให้เด็กๆ กลับไปเรียนรู้ที่บ้าน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4ae3ae"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/1-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม ทุกวิธีการที่กล่าวก็ยังไม่อาจเติมเต็ม ‘ช่องว่างการเรียนรู้’ (Learning Gap) หรือ ‘ฟื้นฟูการเรียนรู้ที่ถดถอย’ (Learning Lost) ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยพื้นฐานของผู้เรียน ตลอดจนบริบทรายรอบนั้นห่มคลุมไว้ด้วยปัญหาจากความแตกต่างเหลื่อมล้ำ นำมาซึ่งคำถามที่ว่า เราจะมีวิธีการอย่างไรที่จะส่งมอบการเรียนรู้ไปให้ถึงเด็กๆ ทุกคนได้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 เพื่อไม่ให้พวกเขาเหล่านั้นต้องเผชิญกับระยะห่างจากการเรียนรู้ ที่อาจมีปลายทางอยู่ที่การ ‘หลุดไปจากระบบการศึกษากลางทาง’ ในวันหนึ่ง</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7-Black-Box-%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87_Photo-07-copy.jpg" alt="" class="wp-image-26183"/></figure>



<p></p>



<p>เครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตัวเอง ​(TSQP) โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา​ (กสศ.) ได้พยายามค้นหาทางออกผ่านนวัตกรรม ‘ชุดการเรียนรู้เคลื่อนที่’ ที่มีเป้าหมายให้น้องๆ ได้พัฒนาทั้งทักษะวิชาการ ร่างกาย อารมณ์ สังคม และจิตใจ ไปจนถึงวางรากฐานการสร้างการเรียนรู้ด้วยตนเอง อันเป็นทักษะสำคัญของเด็กๆ ในศตวรรษที่ 21 โดยได้ส่งต่อทั้งเครื่องมือและแนวความคิดของการจัดทำชุดการเรียนรู้ไปยังโรงเรียนในเครือข่ายทั่วประเทศ ก่อนจะเกิดการนำไปดัดแปลงใช้งานในรูปแบบต่างๆ และให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจในแง่ของการทำให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ ทุกเวลา</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">การศึกษาวิถีใหม่ เรียนรู้ผ่านบ้าน ชุมชน ท้องถิ่น<br>สร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กจากนอกรั้วโรงเรียน</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d4043e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/ชุดการเรียนรู้เคลื่อนที่-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.​ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนานวัตกรรม<br>มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>รศ.​ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี</strong> ผู้พัฒนา ‘Black Box’ กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์การศึกษาที่เปลี่ยนไป เราต้องพัฒนานวัตกรรมการศึกษาที่สอดคล้องกับวิถีการเรียนรู้ใหม่ เพื่อให้ผู้เรียนสังเคราะห์องค์ความรู้ได้จากปัญหารอบตัว​ หรือเหตุการณ์ในชุมชนของตน โดยจะมีครูเป็นผู้มอบโจทย์และอยู่ในสถานะที่ปรึกษา การเรียนรู้ในลักษณะดังกล่าว ผู้เรียนจะสามารถพัฒนาตนเองได้จากการลงมือทำ เข้าใจที่มาว่าต้องใช้ความรู้จากกลุ่มสาระวิชาใดบ้างมาเป็นเครื่องมือไปสู่เป้าหมาย แล้วผลอีกด้านหนึ่งจะเป็นการสร้างคุณค่าในตัวเองให้กับตัวผู้เรียนด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4921d4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/4-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<blockquote class="wp-block-quote"><p>“หัวใจของชุดการเรียนรู้ด้วยตนเองไม่ได้อยู่ที่อุปกรณ์ เครื่องมือ หรือสิ่งใดก็ตามที่บรรจุไว้ในนั้น แต่คือแนวคิด ชุดคำถาม การอำนวยความรู้ของครู ผู้ปกครอง คนในชุมชนทุกคนที่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการกระตุ้นให้เด็กเกิดแรงบันดาลใจ รู้จักตั้งคำถาม​ และมุ่งมั่นที่จะทดลอง พิสูจน์ ลงมือทำเพื่อหาคำตอบให้ตนเองได้สำเร็จ”</p></blockquote>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cfdc5a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/5-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“วิธีการนี้ทำให้ผู้เรียนเป็นอิสระจากผู้สอน ช่วยลดช่องว่างของภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ เนื่องจากเด็กเรียนด้วยตัวเองได้ตลอดเวลาผ่านการทำชิ้นงาน โดยครูจะมีหน้าที่ติดตามผล ส่งเสริม เสนอแนะ และประเมินผล อีกทั้งชุดคำถามในโครงงานต่างๆ ยังเน้นเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม การพัฒนาตนเอง ครอบครัว และท้องถิ่น ทำให้ผู้ปกครองสามารถเป็นที่ปรึกษาและเรียนรู้ไปพร้อมเด็กๆ ได้ด้วย”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4741e2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/6-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม </strong>ผู้พัฒนากล่องแห่งการเรียนรู้ ‘Learning Box’<strong> </strong>มาใช้กับโรงเรียนเครือข่ายในช่วงโควิด-19 กล่าวว่า การปรับรูปแบบการเรียนรู้ในช่วงโควิด-19 ต้องคำนึงถึงความพร้อมของเด็กในเรื่องเครื่องมืออุปกรณ์ สถานที่เรียน และผู้ปกครอง เพื่อออกแบบวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็กในแต่ละช่วงชั้น และแต่ละความพร้อมของเด็กแต่ละกลุ่ม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-58dcc9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ในการออกแบบสื่อการเรียนรู้ ‘Learning Box’ ก็เช่นกัน ที่เราแบ่งตามระดับชั้น โดยในชุดการเรียนรู้จะประกอบด้วยชุดบทเรียน อุปกรณ์การเรียน และเครื่องมือช่วยผู้ปกครองให้สามารถพาเด็กๆ ทำกิจกรรม เช่น ในชั้นอนุบาลเราเน้นเสริมพัฒนาการ ทักษะชีวิต โภชนาการ ดึงผู้ปกครองเข้ามาช่วยประเมินผลจากชุดเกม บัตรคำ ซึ่งเราออกแบบให้เรียนรู้บทเรียนได้เป็นรายสัปดาห์ นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับชุมชนผ่านครูในพื้นที่ ผู้ปกครอง หรือนักเรียนรุ่นพี่ ให้เป็นผู้ช่วยแนะนำการเรียนรู้ได้อีกด้วย หมายถึงสื่อการเรียนรู้ในมือเด็กๆ คือการสร้างการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่ให้เด็กตั้งคำถามกับสภาพแวดล้อมรอบตัว อันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการสร้างพื้นฐานเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งจะเป็นการวางระบบการศึกษายุคใหม่ ที่เด็กจะเปลี่ยนสถานะไปเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ โดยครูทำหน้าที่ออกแบบวิธีการและให้คำปรึกษาอยู่ไกล ๆ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a65fcf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/03-Learning-Bx-ตัวอย่างความสำเร็จ-Starfish_Photo-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">รวมวาทะผู้ใช้งาน ‘ชุดการเรียนรู้’ ที่ช่วยลดช่องว่างเด็กตกหล่นเรียนออนไลน์<br>พิสูจน์ด้วยคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ</h2>



<p><strong>มินตรา กะลินตา หัวหน้าฝ่ายวิชาการ โรงเรียนวัดบ้านไร่ (ประชานุกูล) จังหวัดสมุทรสาคร เครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง </strong>&nbsp;เล่าว่า เด็กที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี ถ้าเราให้ใบงานเพียงอย่างเดียว​ นานวันเข้าเด็กจะหมดความสนใจ เพราะเขาเรียนไม่เข้าใจ เราจึงนำนวัตกรรม Learning Box มาปรับใช้ในแต่ละรายวิชา ให้นักเรียนได้ลงมือทำ ได้ประดิษฐ์ ได้ทดลองจากอุปกรณ์ในกล่องการเรียนรู้ โดยผลทดสอบระดับชาติในปีการศึกษาที่ผ่านมา ทั้ง RT ป.1 NT ป.3 และ O-NET ป.6 ยืนยันได้ว่าการจัดการเรียนการสอนด้วยนวัตกรรม Learning Box ได้ผลจริงๆ จากผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนทุกรายวิชา ทั้งคณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หรือวิทยาศาสตร์ ที่สูงเกินกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศทั้งหมด”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-11be25"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-ผอ.มุกดา-บ้านปลาดาว.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">มุกดา คำวินิจ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปลาดาว จังหวัดเชียงใหม่</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>มุกดา คำวินิจ ผู้อำนวยการ โรงเรียนบ้านปลาดาว จังหวัดเชียงใหม่ </strong>กล่าวว่า เด็กที่ไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์มีถึง 80% เราใช้ ‘Learning Box’ มาช่วยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้จากเรื่องราวและสิ่งต่างๆ รอบตัว ได้พัฒนาทักษะชีวิต ทักษะความรู้ ได้ทำกิจกรรมอ่านเขียน คำนวณ เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ หรือในเด็กอนุบาล เราจะมีครูลงพื้นที่สอนในชุมชนครั้งละ 7-8 คน เหล่านี้คือความพยายามในการหาพื้นที่ให้เด็กได้เรียนรู้มากที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2a37a1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-ผอ.ชำนาญ-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ชำนาญ สังข์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดศิลามูล จังหวัดนครปฐม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ชำนาญ สังข์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดศิลามูล จังหวัดนครปฐม </strong>กล่าวว่า เนื่องจากนครปฐมเป็นพื้นที่สีแดง โรงเรียนสำรวจพบเด็กที่ขาดความพร้อมในการเรียนออนไลน์ถึง 70% ซึ่งแม้จะได้รับการสนับสนุนซิมโทรศัพท์มือถือไปแล้วก็ยังไม่ครอบคลุมนักเรียนทุกคน ปัญหาคือ เด็กมีภาวะความรู้ถดถอย โดยเฉพาะชั้น ป.1 ที่ยังมีทักษะการอ่านน้อย การเรียนรู้ด้วยตนเองทำได้ยาก จึงนำนวัตกรรมกล่องการเรียนรู้มาใช้แทนการเรียนออนไลน์ โดยครูจะวิเคราะห์หน่วยการเรียนรู้ทั้ง 8 หน่วยสาระ เจาะลึกหน่วยที่จำเป็นคือสิ่งที่ ‘ต้องรู้’ ก่อน แล้วเสริมสิ่งที่ ‘ควรรู้’ เพิ่มเข้าไป และออกแบบ Booklet ใบความรู้ ใบงาน เพื่อการเรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยครูจะเป็นโค้ชช่วยผู้ปกครองให้สามารถทำหน้าที่เป็นครูจากที่บ้านได้ วิธีการนี้ช่วยลดช่องว่างได้เป็นอย่างดีในช่วงวิกฤต จากการติดตามผลพบว่านักเรียนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม มีความสุขในการใช้กล่องการเรียนรู้ และผู้ปกครอง 90% พอใจกับการจัดการเรียนรู้ด้วยตัวเองที่ไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6ea432"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-ดร.สุนิสา.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.สุนิสา คงสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอนพุดซา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.สุนิสา คงสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอนพุดซา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong> กล่าวว่า โรงเรียนสำรวจพบว่ามีเด็กพร้อมเรียนออนไลน์แค่ 10 % ครูจึงช่วยกันออกแบบ ‘กระเป๋าแดงแห่งการเรียนรู้’ ขึ้นมา ภายในบรรจุด้วยสื่อการสอนที่เป็นสื่อมาตรฐานตั้งต้น แล้วค่อยเพิ่มเติมพัฒนาตามความแตกต่างของแต่ละพื้นที่ หรือเป็นรายบุคคล นอกจากนี้ยังพัฒนาครูไปควบคู่กัน เพราะต้องปรับเปลี่ยนตนเองให้รับกับการสอนที่ไม่เจอตัวเด็ก จึงต้องเขียนแผนการสอน ออกแบบสื่อ Booklet ที่จะไปใส่กระเป๋าแดง และเมื่อเด็กๆ ส่งผลงานกลับมาทุกสิ้นเดือน ครูก็จะตรวจวัดประเมินผลตามตัวชี้วัดและทักษะต่างๆ ที่กำหนดไว้ ผลคือเกิดไอเดียใหม่ๆ ของเด็กที่คิดวางแผนการทำงานผ่านชิ้นงานอยู่เสมอ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C_4.png" alt="" class="wp-image-28348"/></figure></div>



<p></p>



<p><strong>ด.ญ.วราภรณ์​&nbsp; สิงห์โต​ ชั้นประถมศึกษาปีที่​ 6​&nbsp; โรงเรียนบ้านอ้อมโรงหีบ​ จังหวัดสมุทรสาคร </strong>กล่าวว่า ช่วงที่โรงเรียนปิด ได้รับกล่องการเรียนรู้ที่ กสศ.มอบให้ พบว่ามีกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทักษะอาชีพ มีเครื่องมืออุปกรณ์หลายอย่างมาให้ ได้เรียนรู้แบบผสมผสาน บทเรียนหนึ่งประยุกต์ขึ้นจากหลายวิชา จนสามารถนำมาบูรณาการต่อเป็นพื้นฐานอาชีพที่อยากทดลองทำได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-64e84d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/03-Learning-Bx-ตัวอย่างความสำเร็จ-Starfish_Photo-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผอ.อรอุมา แจ่มเจ็ดริ้ว โรงเรียนบ้านอ้อมโรงหีบ จังหวัดมสุทรสาคร </strong>กล่าวว่า ชุดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ช่วยเปิดโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียนได้ค้นคว้า ทดลอง ปฏิบัติด้วยตนเอง ส่งเสริมให้ผู้ปกครองเป็นที่ปรึกษา ถือว่าเป็นกล่องมหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้ เพิ่มทักษะกระบวนการการเรียนและเปิดประสบการณ์ได้อย่างดี โดยหลังจากนี้โรงเรียนจะนำไอเดียชุดการเรียนรู้มาเป็นต้นแบบในการจัดการเรียนรู้ที่จะช่วยกระจายความเสมอภาคไปถึงนักเรียนทุกช่วงชั้น ในทุกสถานการณ์ แม้ว่าโรงเรียนจะเปิดทำสอนเป็นปกติได้แล้วก็ตาม เพราะเรามองว่าชุดการเรียนรู้นี้สามารถนำมาใช้ในการต่อยอดพัฒนานักเรียนได้เป็นรายคน สร้างบทเรียนเสริมได้ในทุกบริบทของแต่ละคนได้อีกด้วย&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C_6.png" alt="" class="wp-image-28347"/></figure></div>



<p></p>



<p><strong>กานตา มาตฤเนตร ผู้ปกครองของเด็กที่ได้รับ ‘ถุงปันยิ้ม’ จาก กสศ.ในช่วงสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 </strong>&nbsp;กล่าวว่า ลูกเรียนออนไลน์มาหลายเดือนแล้ว เราเห็นว่าเขาเครียด กังวล ไม่มีสมาธิ เรามองว่าการเรียนออนไลน์แทบจะไม่ตอบโจทย์ แต่พอได้รับถุงการเรียนรู้ ก็ดีใจที่เห็นลูกดูกระตือรือร้นกับเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ส่งมาในถุง นอกจากนั้น เราคิดว่าเป็นเรื่องของกำลังใจ ซึ่งสำคัญมากในสถานการณ์อย่างนี้ มันทำให้เด็กๆ มีแรงต่อสู้กับโควิด-19 และการศึกษาทางไกลได้ดีขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6477fc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/03-Learning-Bx-ตัวอย่างความสำเร็จ-Starfish_Photo-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>และนี่คือ ‘นวัตกรรมการศึกษา’ แห่งปี ที่ กสศ.ได้พัฒนาขึ้น เพื่อส่งความรู้ไปให้ถึงมือน้องๆ ในยามวิกฤต ช่วยฟื้นฟูภาวะความรู้ถดถอย และส่งเสริมพัฒนาการตามช่วงวัย ก่อนจะส่งไปถึงมือเด็กในโรงเรียนและพื้นที่ชุมชนต่างๆ โดยผลลัพธ์ที่ได้จากชุดการเรียนรู้นี้ กสศ.จะนำถอดบทเรียน และสนับสนุนให้ผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในแวดวงการศึกษา มาร่วมกันวางกรอบความคิด มองหาสิ่งจำเป็นที่จะบรรจุลงในชุดการเรียนรู้ และสร้างนวัตกรรมการศึกษาที่จะสร้างประโยชน์ในระยะยาวได้ต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-innovation-of-the-year-311221/">ชุดการเรียนรู้เคลื่อนที่ ‘นวัตกรรมแห่งปี’ ช่วยปิดช่องว่างการศึกษายุคโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;5 มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้ที่ถดถอยทั้งระบบ&#8221; โรงเรียนต้องเตรียมความพร้อมรับมือการเปิดเทอมอย่างไร?</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-tsqp-5-measures-to-restore-system-wide-regression-learning/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Nov 2021 06:01:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการสนับสนุนโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP) เครือข่ายมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[Starfish Education]]></category>
		<category><![CDATA[Learning Box]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านปลาดาว]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=47693</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร CEO Starfish Education  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-tsqp-5-measures-to-restore-system-wide-regression-learning/">“5 มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้ที่ถดถอยทั้งระบบ” โรงเรียนต้องเตรียมความพร้อมรับมือการเปิดเทอมอย่างไร?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร</strong> CEO Starfish Education หัวหน้าโครงการสนับสนุนโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP) เครือข่ายมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประกาศให้สถานศึกษาทั่วประเทศเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 ในวันที่ 1 พฤศจิกายน นั้น มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ได้มีการเตรียมความพร้อมและได้ดำเนินการถอดบทเรียน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนมาเกือบ 2 ปี โดยเฉพาะผลกระทบที่ส่งตรงถึงตัวผู้เรียน จนทำให้เด็กเกิดภาวะการเรียนรู้ที่ถดถอย (Learning Loss) ฉะนั้น การที่เด็กไม่ได้เข้าเรียนแบบ Onsite ที่โรงเรียนเป็นเวลานาน และการที่โรงเรียนจะเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 พฤศจิกายน เพื่อให้เด็กกลับมาเรียนตามปกติในภาคเรียนที่ 2 จึงเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วง ว่าเด็กสามารถมาเรียนได้ตามปกติหรือไม่ และโรงเรียนต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fd8088"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/08-5-มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร CEO Starfish Education หัวหน้าโครงการ ฯ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.นรรธพร</strong>กล่าวต่อว่า ในฐานะผู้บริหารโรงเรียนบ้านปลาดาว ซึ่งอยู่มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮมเป็นผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนบ้านปลาดาวเป็นโรงเรียนเอกชนประเภทศึกษาสงเคราะห์ขนาดเล็ก มีนักเรียน 200 กว่าคน เด็กกว่า 80% เป็นเด็กชาติพันธุ์ ไม่ได้สื่อสารภาษาไทยเป็นภาษาแรก ในช่วงโควิด-19 โรงเรียนบ้านปลาดาวจัดการเรียนการสอนทั้งแบบ On hand, การจัด Learning Box ให้กับเด็ก และมีครูลงไปยังชุมชนเพื่อช่วยดูแลเด็ก รวมถึงร่วมมือกับผู้ปกครองในการดูแล แต่ก็พบว่าเด็กเรียนรู้ได้ไม่เหมือนกับการมาเรียนที่โรงเรียน เป็นปัจจัยที่ทำให้สตาร์ฟิชคันทรีโฮมมาทบทวนว่า ในมุมของโรงเรียนจะต้องเตรียมความพร้อมเรื่องใดบ้างเมื่อเปิดเทอม จึงเป็นที่มาให้ทางมูลนิธิมาถอดบทเรียนในเรื่องนี้ โดยจากการวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาพบ 5 มาตรการสำคัญที่เป็นปัจจัยที่ต้องเตรียมพร้อมเมื่อกลับมาเรียน และช่วยเด็กฟื้นฟูการเรียนที่ถดถอยของเด็กได้ ดังนี้&nbsp;</p>



<p>1. การประเมินสภาพแวดล้อมทั้งระบบ ต้องตรวจสอบว่าเด็กมีความเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน สภาพครอบครัว ทั้งความเป็นอยู่ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ของครอบครัวเป็นเช่นไร เป็นเรื่องสำคัญ เพื่อจะได้ทราบว่าเด็กของเราอยู่จุดไหน&nbsp;</p>



<p>2. การวางแผนของโรงเรียนทั้งระบบ เมื่อรู้ข้อมูลพื้นฐานของเด็กต้องนำมาสู่การวางแผนโดยต้องทำเป็นทีมโรงเรียน เนื่องจากการฟื้นฟูการเรียนถดถอยไม่สามารถทำแค่ครูบางคน บางชั้นเรียน เพราะเด็กทุกคนได้รับผลกระทบทั้งหมด ดังนั้น การวางแผนระดับโรงเรียนจะสามารถกำหนดแนวทาง วางระบบ การทำงาน รวมถึงทรัพยากรงบประมาณ เพื่อดำเนินการให้เกิดความสอดคล้องกับการบริหารงานของโรงเรียน โดยมีผู้อำนวยการ ครู ชุมชน และผู้ปกครองร่วมกันวางแผน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4a6a97"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/08-5-มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>3. การสนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพครู ในการฟื้นฟูการเรียนรู้ที่ถดถอยต้องชัดเจนว่าประเด็นใด สิ่งใดบ้างคือความถดถอย ในมุมมองของสตาร์ฟิชประกอบด้วย 3 เรื่อง ได้แก่ วิชาการ เรียนรู้ตามหลักสูตร, พัฒนาการของเด็ก เป็นไปอย่างสมวัยหรือเปลี่ยนไป และทักษะ พัฒนาการทางสังคมเปลี่ยนไปหรือไม่ เพราะบางคนอาจเป็นลูกคนเดียวอยู่บ้านนานๆ กลับมาเรียนจะเปลี่ยนไปหรือไม่ เป็นต้น เพราะฉะนั้น Learning Loss จึงไม่ได้หมายถึงการฟื้นฟูความถดถอยแค่เฉพาะวิชาการเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ครูต้องได้รับการพัฒนาและมองให้ออกว่าเด็กมีช่องว่างตรงไหน เพื่อช่วยเด็กเติมเต็ม และต้องช่วยครูสร้างสื่อการสอน สร้างเครือข่ายให้ครูพัฒนาตนเองได้</p>



<p>4. การช่วยเหลือนักเรียน คือการพัฒนาตัวเด็ก การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อช่วยลดช่วงว่างการเรียนรู้ การช่วยเหลือเด็กด้านสุขภาวะ เราต้องให้ความสำคัญเด็กเป็นรายบุคคล เพราะพื้นฐานครอบครัวแตกต่างและหลากหลาย ความต้องการจึงเฉพาะบุคคลไม่สามารถเหมารวมได้ เช่น เด็ก ป.2 มีความต้องการเหมือนกัน แต่ต้องดูไปถึงสื่อการเรียนการสอน วิธีและโอกาสในการเรียนรู้ การสนับสนุนจากครอบครัว ที่แตกต่างกัน โดยต้องเจาะไปที่รายบุคคล หรืออย่างน้อยที่สุดต้องลงไปรายกลุ่ม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5a6cdc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/08-5-มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>5. การติดตามปรับปรุงและผลสะท้อนกลับ เป็นการประเมินผลจากสิ่งที่ทำมาในมาตรการต่างๆ ต้องมาประเมินผลด้วยว่าดีหรือยัง ซึ่งไม่สามารถทำได้หลังจากสิ้นสุดเทอม 2 แต่จะต้องทำการประเมินควบคู่ไปกับการทำงาน เพราะยังอยู่ช่วงวิกฤตที่อะไรก็ปรับเปลี่ยนได้เสมอ การมอนิเตอร์เป็นเรื่องสำคัญ</p>



<p><strong>“โรงเรียนต้องเตรียมตัวในการเปิดภาคเรียน จะเปิดเรียนปกติแบบที่ผ่านมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้น การเตรียมตัวรับการเปิดภาคเรียนจึงสำคัญมาก</strong> โดยทั้ง 5 มาตรการเป็นกรอบการทำงานที่วางไว้ เพื่อช่วยกันดูการฟื้นฟูการถดถอยทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ Learning Loss ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง แต่การฟื้นฟูการเรียนรู้ที่ถดถอยต้องมองให้กว้างกว่าและมีหลายภาคส่วนมาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ได้เริ่มทำที่โรงเรียนบ้านปลาดาว และขยายไปกลุ่มโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP) ซึ่งได้กำหนดมาตรการหนุนเสริมให้โรงเรียนเลือกนำไปวางแผนพัฒนา โดยผลลัพธ์ที่คาดหวังเมื่อโรงเรียนตระหนักในประเด็นต่างๆ เหล่านี้ สามารถเตรียมความพร้อมได้เป็นระบบ เด็กกลับมาเรียนได้โดยที่รู้สึกว่าสบายใจ ไม่ยากเกินไป เพราะหากโรงเรียนไม่สนใจ Learning Loss สอนตามแบบแผนตามปกติ ไม่มองความพร้อมผู้เรียน ซึ่งการที่เด็กเรียนไม่ทันอยู่แล้ว ก็ประสบปัญหาเรียนไม่ทัน สภาพแวดล้อมครอบครัวก็ลำบากด้วยภาวะเศรษฐกิจ พอมาเรียนแล้วเรียนไม่รู้เรื่องจะยิ่งกลายเป็นการซ้ำเติมว่าโรงเรียนไม่ใช่ที่ของเขา” <strong>ดร.นรรธพร</strong>กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-027907"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/08-5-มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.นรรธพร</strong>กล่าวย้ำว่า ขอฝากให้โรงเรียนตระหนักว่าเราไม่สามารถทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและกลับไปเปิดเทอมตามปกติได้ อยากให้มองเห็นว่ามีอะไรที่จะต้องเติมเต็มเด็กรายบุคคล หรือเติมเต็มสิ่งที่หายไป โรงเรียน และครูต้องทำงานหนัก แต่การทำงานหนักนี้ ผู้บริหารโรงเรียน ครู ต้องปรับวิธี หากมีความตระหนัก ทางมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮมมีเครื่องมือ แนวทางที่มาแบ่งปันให้โรงเรียนนำไปปรับให้เหมาะกับโรงเรียนของตนเองได้ ขณะนี้มีหลายงานวิจัย มีเครื่องมือมากมาย แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะรู้ดีที่สุดว่าช่องว่างการเรียนรู้นั้นใหญ่แค่ไหนคือครูผู้สอน จึงหวังว่าการเปิดเทอมในครั้งนี้ แม้อาจจะไม่สบาย แต่อย่างน้อยมีเพื่อนที่ร่วมทำและมีโรงเรียนที่สามารถจะเป็นตัวอย่างให้นำไปปรับใช้ เพราะการศึกษาไทยเวลานี้จะต้องช่วยกัน ไม่สามารถบอกว่าใครทำได้ดีที่สุด สิ่งสำคัญคือต้องแบ่งปัน ทำอะไรไปแล้วบ้าง ปรับตัวให้เร็ว การเปิดเทอม onsite ไม่ได้หมายความว่าจะเรียนในโรงเรียนได้ตลอด เพราะฉะนั้น การเตรียมพร้อมถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-tsqp-5-measures-to-restore-system-wide-regression-learning/">“5 มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้ที่ถดถอยทั้งระบบ” โรงเรียนต้องเตรียมความพร้อมรับมือการเปิดเทอมอย่างไร?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GAP การศึกษาไทย ใหญ่กว่า COVID GAP แนะ 5 ข้อฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย รับเปิดเทอม เสนอครูเป็นผู้ก่อการ ร่วมพัฒนาระบบการศึกษาทุกระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-5-measures-to-restore-learning-regression/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Nov 2021 07:15:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Learning Community]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[มินตรา กะลินตา]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สุนิสา คงสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[ชำนาญ สังข์ทอง]]></category>
		<category><![CDATA[มุกดา คำวินิจ]]></category>
		<category><![CDATA[COVID GAP]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนเปลี่ยนใหม่ ปิด Gap ห้องเรียนยุคโควิด-19 ครั้งที่ 1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=47641</guid>

					<description><![CDATA[<p>เจาะลึก GAP การศึกษาไทย&#160; ศ.นพ.วิจารณ์ระบุ ใหญ่กว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-5-measures-to-restore-learning-regression/">GAP การศึกษาไทย ใหญ่กว่า COVID GAP แนะ 5 ข้อฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย รับเปิดเทอม เสนอครูเป็นผู้ก่อการ ร่วมพัฒนาระบบการศึกษาทุกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เจาะลึก </strong>GAP<strong> การศึกษาไทย&nbsp; ศ.นพ</strong>.<strong>วิจารณ์ระบุ ใหญ่กว่า </strong>COVID GAP<strong> เหตุนโยบายและวิธีปฏิบัติสร้างช่องว่างและความด้อยโอกาสให้โรงเรียนที่อยู่ห่างไกล คาดผลลัพธ์การเรียนรู้เฉลี่ยของเด็กไทยไม่เกิน </strong>30%<strong> เสนอทางออกโรงเรียนพัฒนาตนเอง ชูครูเป็น </strong>‘<strong>ผู้ก่อการ</strong>’<strong> ร่วมพัฒนาระบบการศึกษาในทุกระดับ&nbsp;</strong></p>



<p><strong>เครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเองชี้ หากเด็กเรียนไม่ทันจะยิ่งหลุดจากระบบการศึกษา แนะโรงเรียนใช้ </strong>5<strong> มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอยรับเปิดเทอม เน้นประเมินและช่วยเด็กเป็นรายคน พร้อมชูนวัตกรรมกล่องการเรียนรู้ ช่วยลดช่องว่าง ส่งผลนักเรียนมีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ&nbsp;</strong>เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ 11 เครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง ได้แก่ มูลนิธิเพื่อทักษะแห่งอนาคต มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยนเรศวร ศูนย์ยวพัฒน์ มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ มูลนิธิสยามกัมมาจล และ 11.สพป. สุรินทร์ เขต 2 ซึ่งมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการด้วยความสมัครใจจำนวน 659 แห่งทั่วประเทศ จัดเสวนาออนไลน์ <strong>“โรงเรียนเปลี่ยนใหม่ ปิด Gap ห้องเรียนยุคโควิด-19 ครั้งที่ 1”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-939804"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-อ.วิจารณ์-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และประธานอนุกรรมการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ กล่าวว่า Learning Loss ภาวะการเรียนรู้ถดถอย หรือ Learning Gap ช่องว่างการเรียนรู้เกิดขึ้นในระบบการศึกษาไทยมานานและมากกว่าที่เกิดขึ้นจากโควิด-19 แต่หลายฝ่ายไม่รู้ตัว เป็นช่องว่างที่ทำให้เด็กไม่ได้รับการพัฒนาโดยใช่เหตุ ไม่บรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้เต็มศักยภาพ&nbsp;</p>



<p>นักเรียนแต่ละคนมีพื้นฐานแตกต่างกัน ถ้าไม่ระวังจะมีเด็กจำนวนหนึ่งที่ไม่บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้และไม่ได้รับการดูแล เป็นช่องว่างที่ต้องปิดเพื่อทำให้อย่างน้อยนักเรียนทุกคนต้องบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ขั้นต่ำ นี่เป็นเป้าหมายที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรง&nbsp;</p>



<p>ประเทศที่คุณภาพการศึกษาดีทำได้ แต่ไม่ใช่ที่ประเทศไทยทำอยู่ในปัจจุบัน ต้องเปลี่ยนวิธีคิด ความเชื่อ และเปลี่ยนระบบ เรื่องนี้เป็นเป้าหมายของโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองที่ กสศ.ร่วมกับ สพฐ. ตชด. อปท. สช. และ 11 เครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง&nbsp;</p>



<p>“GAP หรือช่องว่างมีมากกว่าและใหญ่กว่า COVID GAP เกิดขึ้นจากวิวัฒนาการของการศึกษาของเรา ไม่ใช่แค่ประเทศไทย อีกกว่าครึ่งโลกก็เป็น แต่หลายประเทศรู้ตัวและหาทางแก้ไข ประเทศฟินแลนด์ใช้เวลากว่า 30 ปี จัดระบบที่ให้นักเรียนไม่ว่าอยู่ห่างไกลแค่ไหน แต่ต้องได้รับการศึกษาที่คุณภาพเท่าเทียมกัน เรื่องนี้สามารถทำได้ในประเทศไทย แต่ต้องเป็นนโยบาย นโยบายของไทยขณะนี้ แม้ว่าต้องการให้เท่าเทียม แต่วิธีปฏิบัติสร้างความแตกต่าง สร้างความไม่เท่าเทียม สร้างความด้อยโอกาสให้แก่โรงเรียนที่อยู่ห่างไกล นี่คือปัญหา เช่น ทุกโรงเรียนได้รับงบประมาณแบบเดียวกัน เหมือนกันหมดทั้งประเทศ นโยบายนี้สร้างช่องว่าง โดยไม่รู้ตัว ในนามของความหวังดี แต่จริง ๆ แล้วคือนโยบายที่ไม่ดี” ศ. นพ.วิจารณ์กล่าว&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-008343"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ศ.นพ.วิจารณ์กล่าวว่า การเรียนรู้ที่ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าครูไม่เรียนรู้จากการทำหน้าที่ของตน นี่คือหัวใจในโลกปัจจุบันการศึกษา การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนมาก ทั้งมุมของเด็กและครู ดังนั้นแม้ครูเรียนมาจากสถาบันที่เก่งเท่าไหร่ พอมาทำงาน ความรู้ประสบการณ์เหล่านั้นไม่พอ ต้องเรียนรู้เพิ่ม ต้องเรียนรู้จากการทำหน้าที่ครู ครูต้องเป็นนักเรียน เรียนจากการทำงานในหน้าที่ครู เรียนร่วมกัน ดังนั้นโรงเรียนต้องเป็นชุมชนการเรียนรู้ (learning community) ทั้งของครูและของศิษย์&nbsp;</p>



<p>“ผมเชื่อว่าผลลัพธ์การเรียนรู้ของเด็กไม่มีวันเต็ม 100% เด็กแต่ละคนเต็มไม่เท่ากัน ผมเข้าใจว่า ขณะนี้โดยเฉลี่ยของเด็กไทย น่าจะไม่ถึง 30% เด็กเก่งอาจไม่ถึง 80-90% แต่จะมีเด็กบางคนอาจได้แค่ 10-20% ไม่ใช่พูดให้ท้อถอย หรือตำหนิใคร แต่ชี้ให้เห็นว่า ครู โรงเรียน มีโอกาสที่จะพัฒนาอีกมากมาย ช่วยกันหาทางเพื่อให้นักเรียนเรียนรู้เต็มศักยภาพยิ่งขึ้น” ศ. นพ.วิจารณ์กล่าว&nbsp;</p>



<p>ศ.นพ.วิจารณ์กล่าวว่า ถ้าปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนดี หลายครั้งนักเรียนที่หงอย ไร้แรงบันดาลใจ กลายเป็นคนมีชีวิตชีวา เท่ากับว่าครูได้ชุบชีวิตของนักเรียนขึ้นมา กรณีเด็กเกเร ครูก็สามารถช่วยได้ โดยการใช้เรื่องของปฏิสัมพันธ์เชิงบวก นอกจากนี้ยังมีช่องว่างที่เกิดขึ้นจากการใช้ปฏิสัมพันธ์แบบนายกับลูกน้องระหว่างครูกับผู้บริหาร ปฏิสัมพันธ์แบบแนวดิ่ง เชิงอำนาจ เป็นตัวบั่นทอนคุณภาพการศึกษา เป็นคำพูดของนักการศึกษาทั่วโลกที่ทำวิจัยมา และชี้ให้เห็นว่า การสร้างเงื่อนไข กติกา ออกข้อบังคับ ออกหลักสูตรให้ดีอย่างไร แต่ครูไม่เป็นครูผู้ก่อการ ทำงานเพื่อสนองนาย สนองคำสั่ง ระบบการศึกษาไม่มีวันที่มีคุณภาพได้ นี่คือผลการศึกษาวิจัยจากทั่วโลก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-45fb5b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดังนั้นความเป็นกัลยาณมิตร ระหว่างผู้บริหารกับครูนั้นหมายความว่า ปฏิสัมพันธ์เน้นความเป็นแนวราบ ผู้บริหารต้อง Empower ครู ไม่ใช่สั่งการครู ทำให้ครูมีพลังขึ้นมา เพื่อจะทำงานพัฒนา ครูนั้นไม่ใช่เป็นเพียงผู้ทำงานเชิงเทคนิคหรือสอนเท่านั้น แต่เป็นผู้ทำงานพัฒนาในทุกระดับ จนถึงระดับจังหวัดระดับประเทศ ครูเป็นผู้ส่วนร่วมพัฒนาระบบการศึกษาในทุกระดับ ไม่ใช่แค่ผู้รอรับคำสั่งจากเบื้องบนเท่านั้น</p>



<p>สำหรับช่องว่างหรือ GAP ระหว่างต้นสังกัดใหญ่ โรงเรียนและครู นั้นต้องร่วมกันสร้างสัมพันธ์แนวราบในระบบการศึกษา เป็นเครือข่ายสร้างสรรค์ ไม่ใช่สายการบังคับบัญชา เพื่อให้ทุกจุดของระบบมีพลังสร้างสรรค์ เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ระบบการศึกษาไทยไปถูกทาง เป็นระบบที่เรียนรู้และปรับตัว การศึกษาไทยปัจจุบันเป็นระบบที่ไม่มีการเรียนรู้ เพราะสั่งการจากเบื้องบนหมด ข้างล่างปฏิบัติตามคำสั่งและมีการมาตรวจวัด ไม่มีวันที่เราจะทำให้การศึกษามีคุณภาพอย่างแท้จริง&nbsp;</p>



<p>“ถ้าการศึกษาใดครูไม่เป็นผู้ก่อการ หวังยากมากที่จะทำให้การศึกษานั้นมีคุณภาพสูง หัวใจสำคัญคือ อยู่ที่ความเป็นผู้ก่อการ (agency) ในระดับปฏิบัติ แต่แน่นอนว่า ระดับนโยบายมีความสำคัญด้วย นโยบายที่ทำให้เกิดขึ้นได้ คือนโยบายแบบ empowerment ความสัมพันธ์แนวราบ” ศ.นพ.วิจารณ์กล่าว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">หวั่นเรียนไม่ทันเด็กยิ่งหลุดจากระบบการศึกษา แนะโรงเรียนใช้ 5 มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอยรับเปิดเทอม เน้นประเมินและช่วยเด็กเป็นรายคน</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-65834c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-ดร.นรรธพร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร CEO Starfish Education</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในช่วงการเสวนาออนไลน์ในประเด็นการฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย จากประสบการณ์เครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง <strong>ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร CEO Starfish Education หนึ่งในเครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP)</strong> กล่าวว่า โควิด-19 เป็นวิกฤตที่เข้ามาซ้ำซ้อนวิกฤตช่องว่างการเรียนรู้เดิม ดังนั้นเครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเองจึงพยายามใช้มาตรการที่ลดช่องว่างการเรียนรู้ให้มากที่สุด เพราะสิ่งที่เรากังวลคือการที่เด็กหลุดออกนอกระบบ การฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย หรือ Learning Loss จึงไม่ไช่เพียงด้านวิชาการเท่านั้น ต้องประกอบด้วย 3 เรื่อง ได้แก่ 1. ด้านวิชาการ 2. ด้านพัฒนาการทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ 3. ทักษะทางสังคม ดังนั้นการเปิดเทอมจึงต้องคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงแค่แผนการสอน&nbsp;</p>



<p>สำหรับมาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอยมี 5 ด้านสำคัญ ได้แก่&nbsp;</p>



<p><strong>1. การประเมินสภาพแวดล้อมเด็กและครอบครัวทั้งระบบ</strong> ผู้ปกครองและครูสามารถช่วยกันประเมินความพร้อมของเด็กเป็นรายคน เช่น งานวิชาการบางอย่างเด็กเคยทำได้ แต่วันนี้กลับทำไม่ได้ สภาพชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจของครอบครัว การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต&nbsp;<br><strong>2. การวางแผนของโรงเรียนทั้งระบบ</strong> เพื่อฟื้นฟูการเรียนถดถอย เรื่องนี้ไม่สามารถทำแค่ครูบางคน บางชั้นเรียน เพราะเด็กทุกคนได้รับผลกระทบทั้งหมด ดังนั้นต้องวางแผนระดับโรงเรียน ทั้งระบบงาน มีทีม ทรัพยากรและงบประมาณ&nbsp;<br><strong>3. สนับสนุนเครื่องมือและการพัฒนาครู</strong> เช่น พัฒนาศักยภาพและสนับสนุนเครื่องมือเพื่อประเมินช่องว่างการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับเด็กรายคน และจัดการเรียนการสอนช่วยเด็กๆ ได้ รวมถึงการสร้างสื่อการเรียนรู้&nbsp;<br><strong>4. การช่วยเหลือนักเรียนรายบุคคล </strong>เพราะสถานการณ์ที่บ้านของเด็กมีความต่างกัน ต้องประเมินเพื่อจัดการเรียนการสอนเป็นรายบุคคล หรืออย่างน้อยที่สุดจัดการเรียนการสอนเป็นรายกลุ่ม เพราะเราไม่สามารถใช้แผนเดียวทั้งห้องเรียนได้&nbsp;<strong>5. การติดตามและปรับปรุง</strong> ต้องทำในระยะสั้น ทำไปปรับไป เพื่อให้ทันสถานการณ์</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3f12fc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ถอดบทเรียนนโยบายต่างประเทศ ลดช่องว่างการเรียนรู้</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-797c6a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-ดร.ภูมิศรัณย์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค รักษาการรองผู้อำนวยการ<br>สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค รักษาการรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า หลายประเทศให้ความสำคัญกับการวัดและประเมินผลเพื่อการพัฒนา (Formative Assessment) เพราะเด็กกลับมาด้วยพื้นฐานความรู้ที่แตกต่างกัน ครูต้องสามารถประเมินรายคนได้ ควรได้รับการติดตามและเยียวยาเป็นรายบุคคลจนพัฒนาการกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;</p>



<p>มีตัวอย่างนโยบายในระดับชาติที่น่าสนใจจำนวนมากเพื่อลดช่องว่างการเรียนรู้ เช่น โครงการ Teach at the Right Level (TRL) ขององค์กร Pratham ในอินเดีย ประเมินความรู้ของเด็กว่าอยู่ที่ระดับไหน เพื่อสอนให้เด็กคนนั้นฟื้นฟูความรู้กลับมา และสร้างอาสาสมัครชุมชน ช่วยสอนเสริมให้เด็กที่เรียนตามไม่ทัน ขณะที่ในเอเชียใต้ แอฟริกา ก็ใช้อาสาสมัคร ช่วยสอน เพื่อนช่วยเพื่อน พี่ช่วยน้อง ติดตามเพื่อนกลับเข้าห้องเรียน&nbsp;</p>



<p>องค์กร BRAC ในบังกลาเทศ มีโครงการ Pashe Achhi หรืออยู่ข้างคุณ ช่วยเหลือสนับสนุนดูแลสุขภาพจิต (Psychosocial) โดยการโทรศัพท์ไปคุยเพื่อสำรวจให้กำลังใจผู้ดูแลและพ่อแม่เด็กทุกสัปดาห์ สำหรับประเทศที่มีงบประมาณจำนวนมาก เช่น อังกฤษ รัฐบาลตั้งกองทุนงบประมาณ 1 พันล้านปอนด์ ชื่อ educational catch-up initiatives เพื่อให้โรงเรียนได้นำไปใช้ให้มั่นใจว่านักเรียนสามารถฟื้นตัวกลับมาได้&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-27dee5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้รัฐบาลยังจัดให้มีโครงการ National Tutoring Programme โดยโรงเรียนสามารถจ้างติวเตอร์เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่มีช่องว่างการเรียนรู้ มีการจัด in-house mentor ให้กับกลุ่มนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ยากลำบาก ซึ่งผู้มาเป็น mentor จะต้องผ่านการอบรมเป็นการเฉพาะ รวมถึงกลุ่มนักศึกษาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ขณะที่เวลส์ มีการรับสมัครครูและผู้ช่วยสอนเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยเหลือนักเรียนและกลุ่มด้อยโอกาส เปราะบางในทุกกลุ่มอายุ&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ชูนวัตกรรมกล่องการเรียนรู้ ช่วยลดช่องว่าง กลุ่มเข้าไม่ถึงออนไลน์<br>ส่งผลนักเรียนมีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ</h2>



<p><strong>น.ส.มินตรา กะลินตา หัวหน้าฝ่ายวิชาการ โรงเรียนวัดบ้านไร่ (ประชานุกูล) จังหวัดสมุทรสาคร เครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง </strong>กล่าวว่า แม้เด็กนักเรียนจะไม่สามารถมาโรงเรียนได้ แต่การเรียนรู้ไม่มีวันหยุด&nbsp; คุณครูสำรวจความพร้อมของนักเรียนทุกคนว่ามีความสามารถเรียนในรูปแบบใดได้บ้าง ต้องยอมรับว่าแต่ละครอบครัวมีความหลากหลาย ทั้งชาวไทยและต่างด้าว เช่น ลาว มอญ แต่นักเรียนสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ โรงเรียนจัดการเรียนการสอนตามความพร้อมรายบุคคล ไม่อัดแน่นเนื้อหาในออนไลน์มากเกินไป ต้องทำให้เด็กมีความสุขกับการเรียน หากตึงเครียดมาก เราพบว่า ชั่วโมงถัดมานักเรียนจะเริ่มหายไป&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8803ec"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ยังมีคลิปการเรียนการสอนดูย้อนหลังได้ สำหรับกลุ่มที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี ผู้ปกครองต้องออกไปทำงาน 1 บ้านมีโทรศัพท์เพียง 1 เครื่องเท่านั้น ซึ่งการจัดทำใบงานเพียงอย่างเดียวนานวันเข้าก็ขาดการส่งงาน เพราะนักเรียนไม่เข้าใจ จึงนำนวัตกรรมกล่องการเรียนรู้ หรือ Learning box เข้ามาปรับใช้ในแต่ละรายวิชา นักเรียนได้ลงมือทำ ประดิษฐ์ ทดลองจากอุปกรณ์ในกล่องการเรียนรู้ แทนการนั่งเขียนแต่ใบงาน&nbsp;</p>



<p>“แม้โรงเรียนปิดแต่การทดสอบระดับชาติยังดำเนินต่อไป ทั้ง RT ป.1 NT ป.3 และ O-NET ป.6 ซึ่งเราพบว่า จากการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบของโรงเรียน นวัตกรรม learning box ได้ผลจริงๆ เห็นได้จากผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนทุกรายวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ สูงเกินกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศทั้งหมด” น.ส.มินตรากล่าว<strong>&nbsp;</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-637109"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-ผอ.มุกดา-บ้านปลาดาว.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางมุกดา คำวินิจ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปลาดาว จังหวัดเชียงใหม่</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางมุกดา คำวินิจ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปลาดาว จังหวัดเชียงใหม่ </strong>กล่าวว่า โรงเรียนไม่สามารถเปิดเรียนแบบ onsite ได้ คุณครูจะลงพื้นที่ 4 วันต่อสัปดาห์ และอีก 1&nbsp; วันเป็นการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาทันท่วงที โดยแบ่งเด็กเป็นสีเขียว สีเหลือง สีแดง ตามปัญหาและข้อจำกัดในการเรียนรู้ เพื่อวางแผนการสอนรายคน โดยมีความยืดหยุ่นเรื่องเวลา เพราะแต่ละครอบครัวมีบริบทที่ไม่เหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>สำหรับการสอนออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องสอนเหมือนในห้องเรียน เด็กๆ จะมีสมาธิเพียง 20-30 นาทีแรกเท่านั้น ดังนั้นจึงสอนในสิ่งที่เด็กๆต้องรู้ภายใน 20 นาทีแรก อีก 20 นาที มีกิจกรรมให้เด็กๆ ได้ลงมือทำจะเป็นงานกลุ่มหรือเดี่ยว จากนั้นอีก 5 นาทีเป็นการ feedback ถ้ามีเวลาเหลือก็เล่นเกม ผลตอบรับพบว่าเด็กๆ ตอบสนองเนื้อหาที่คุณครูสอนได้ถึง 90% เปิดหน้ากล้องทุกคน&nbsp;</p>



<p>สำหรับเด็กที่ไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์มีถึง 80% ได้ออกแบบ <strong>“learning box” หรือกล่องการเรียนรู้ </strong>ทั้งเรื่องทักษะชีวิต ทักษะความรู้ กิจกรรมการอ่านเขียน คำนวณ พื้นที่นักสร้างสรรค์ ส่วนเด็กอนุบาล ครูจะลงพื้นที่สอนในชุมชนครั้งละ 7-8 คน มีทั้งรถ mobile บางครั้งก็ปูเสื้อใต้ต้นไม้ พยายามหาพื้นที่ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้มากที่สุด&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3c17eb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-ผอ.ชำนาญ-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายชำนาญ สังข์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดศิลามูล จังหวัดนครปฐม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายชำนาญ สังข์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดศิลามูล จังหวัดนครปฐม</strong> กล่าวว่า ผู้ปกครองได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รุนแรง เนื่องจากนครปฐมเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม จากการสำรวจมีเด็กที่ขาดความพร้อมในการเรียนออนไลน์ถึง 70% แม้จะได้รับการสนับสนุน ซิมโทรศัพท์มือ แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมนักเรียนทุกคน ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เด็กเกิดความรู้ถดถอยจำนวนมาก โดยเฉพาะ ป.1 มีปัญหาหนักที่สุด เพราะยังมีทักษะการอ่านน้อย การเรียนรู้ด้วยตัวเองจึงทำได้ยาก โรงเรียนได้ใช้นวัตกรรม “learning box” หรือกล่องการเรียนรู้แทนการเรียนออนไลน์ โดยครูจะวิเคราะห์หน่วยการเรียนรู้ทั้ง 8 หน่วยสาระ เจาะลึกไปยังหน่วยที่จำเป็น คือหน่วย “ต้องรู้” ก่อน และเสริมหน่วยที่ “ควรรู้” เพิ่มเข้าไป&nbsp;</p>



<p>ครูจะทำงานเป็นทีมออกแบบ Booklet ใบความรู้ ใบงาน ให้เด็กเรียนรู้ด้วยตัวเอง ดีกว่าการอ่านจากกระดาษเพียงอย่างเดียว โรงเรียนจะนัดหมายให้เด็กๆ มารับกล่องการเรียนรู้ที่โรงเรียน หรือครูจะนำกล่องไปให้กรณีที่มาไม่ได้ ครูจะทำหน้าที่เป็นโค้ชให้ผู้ปกครองสามารถทำหน้าที่เป็นครูที่บ้านได้ ช่วยลดช่องว่างได้เป็นอย่างดีในวิกฤต จากการติดตามการเรียนรู้พบว่า นักเรียนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม มีความสุขในการใช้กล่องการเรียนรู้ และผู้ปกครอง 90% พอใจกับการจัดการเรียนรู้ด้วยตัวเองที่ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-534082"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-ดร.สุนิสา.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.สุนิสา คงสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอนพุดซา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.สุนิสา คงสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอนพุดซา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong> กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่า เด็กพร้อมเรียนออนไลน์แค่ 10 % ครูจึงช่วยกันออกแบบ “กระเป๋าแดงแห่งการเรียนรู้” แทน “กล่องการเรียนรู้” ภายในบรรจุสื่อการสอนที่เป็นสื่อมาตรฐานตั้งต้น และค่อยพัฒนาเพิ่มเติมตามความแตกต่างแต่ละพื้นที่ หรือแตกต่างของแต่ละบุคคล&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ยังต้องพัฒนาคุณครูด้วย ซึ่งไม่ใช่แค่เด็กที่มีช่องว่างของการเรียนรู้ แต่ครูก็มีช่องว่าง เราต้องให้ครูเกิดการพัฒนาทั้งเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งครูต้องยอมเหนื่อยปรับตัวเอง กับการสอนที่ไม่ได้เจอตัวเด็ก ทำให้ต้องต้องเขียนแผนการสอน ออกแบบสื่อ Booklet ที่จะไปใส่กระเป๋าแดง และเมื่อเด็กๆ มาส่งผลงานทุกสิ้นเดือนก็จะตรวจวัดประเมินผลทั้งตัวชี้วัดและทักษะต่างๆ&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-5-measures-to-restore-learning-regression/">GAP การศึกษาไทย ใหญ่กว่า COVID GAP แนะ 5 ข้อฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย รับเปิดเทอม เสนอครูเป็นผู้ก่อการ ร่วมพัฒนาระบบการศึกษาทุกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย นำร่องสมุทรสาครโมเดล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/new-samut-sakhon-model-071221/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Dec 2021 04:12:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วีระชาติ กิเลนทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ณรงค์ รักร้อย]]></category>
		<category><![CDATA[ก้าวไปด้วยกัน สู่สมุทรสาครโมเดล จังหวัดต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ ฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อเด็กทุกคน]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[RIPED]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาคร]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาครโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[Mission Recovering Education in 2021]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=48783</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/new-samut-sakhon-model-071221/">กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย นำร่องสมุทรสาครโมเดล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย ช่วยเด็กหลุดจากระบบทุกมิติในช่วงโควิด-19 นำร่องสมุทรสาครโมเดล พื้นที่ต้นแบบ ขณะที่ผู้ว่าฯสมุทรสาครประกาศรักษาเด็กทุกคนให้จบการศึกษาภาคบังคับ และได้รับพัฒนาเต็มศักยภาพ ชี้ต้องแก้ปัญหาด้วยวิธียืดหยุ่น ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง</strong></p>



<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม สถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และจังหวัดสมุทรสาคร จัดการประชุมสานพลังความร่วมมือหน่วยงานด้านการศึกษา <strong>“ก้าวไปด้วยกัน สู่สมุทรสาครโมเดล จังหวัดต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ ฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อเด็กทุกคน”</strong> เดินหน้าพันธกิจฟื้นฟูการศึกษาไทย เปิดตัวโครงการวิจัยนำร่องฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย ป้องกันเด็กหลุดนอกระบบ ครอบคลุมทุกมิติ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-45f8c2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-07.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์<br>ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>กล่าวว่า โควิด-19 ส่งผลให้ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาถ่างกว้างขึ้น&nbsp; แม้จะมีความพยายามในการนำความรู้ไปถึงเด็กทุกช่องทาง แต่การเข้าถึงอุปกรณ์การเรียน หรือสภาวะครอบครัวที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ ก็ยังเป็นอุปสรรคและทำให้เด็กเผชิญกับภาวะการเรียนรู้ถดถอย และมีบางส่วนที่หลุดออกจากระบบ</p>



<p>จากสาเหตุนี้ กสศ. ยูนิเซฟ และกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประเมินสถานการณ์เบื้องต้น นำมาสู่การออกแบบโครงการเพื่อฟื้นฟูความรู้ถดถอย ป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบ และส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาคุณภาพให้เด็ก&nbsp;</p>



<p>โครงการนี้เป็นโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Research and Development) นำร่องในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ปิดเรียนยาวนาน เพื่อหาตัวแบบก่อนขยายผลไปทั่วประเทศ โดยมีงบประมาณส่วนหนึ่งในการสนับสนุน การดำเนินงานจะเชิญชวนสถานศึกษาทุกสังกัด ทั้ง สพฐ. อปท. และ สช. เข้าร่วม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-24e0ec"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้วยรูปแบบที่ให้ความสำคัญกับทักษะด้านคณิตศาสตร์และทักษะการอ่าน ซึ่งพบว่าเป็นทักษะที่มีภาวะถดถอยมากที่สุดในช่วงปิดโรงเรียน และเป็นสองทักษะที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้วิชาอื่นๆ และภายใต้บริบทที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ทักษะสังคม อารมณ์ สุขภาพกาย สุขภาพใจ ก็เป็นสิ่งที่ต้องเติมเต็มและส่งเสริมพัฒนาการไปพร้อมๆ กัน</p>



<p>“เรามีทีมวิชาการที่เข้มแข็งอย่างมูลนิธิสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ที่ทำงานด้านนวัตกรรมการศึกษาระดับสากล มาเป็นโค้ชในการทำงานร่วมกับศึกษาธิการจังหวัด และสถานศึกษา และสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่เป็นเครือข่ายด้านงานวิจัย มาช่วยถอดบทเรียนวิธีการทำงานที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งจะนำไปใช้ขยายผลในอนาคต ดังนั้นสิ่งที่ได้จากโครงการนี้จะไม่ได้ก่อประโยชน์เพียงกับเด็กและเยาวชนในจังหวัดสมุทรสาครเท่านั้น แต่จะเป็นตัวแบบสำคัญที่จะขยายผลไปสู่จังหวัดอื่นๆ อีกด้วย”&nbsp;</p>



<p>นางสาวธันว์ธิดากล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานด้านการจัดการศึกษาของ กสศ. พบว่า การทำงานระดับจังหวัดถือเป็นการย่อส่วนการทำงานให้แคบลง เป็นการแก้ไขปัญหาของประเทศตามจุดอ่อนจุดแข็งของพื้นที่นั้น เพราะทุกจังหวัดต่างมีอุปสรรคปัญหาที่จะนำไปสู่แนวทางการแก้ไขที่ต่างกัน สำหรับจังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่ที่มีความร่วมมือในระดับจังหวัดที่เข้มแข็ง ซึ่งทาง กสศ. ยูนิเซฟ และกระทรวงศึกษาธิการ จะเข้ามาเสริมในส่วนของการค้นหานวัตกรรมมาช่วย เพื่อให้ไปสู่ผลลัพธ์ได้ดียิ่งขึ้น </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9f4219"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-06.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.วีระชาติ กิเลนทอง ผู้อำนวยการ RIPED</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.วีระชาติ กิเลนทอง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย </strong>กล่าวว่า มีงานวิจัยจากต่างประเทศที่แสดงให้เห็นว่า มีหลักฐานยืนยันของการเกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอยในช่วงวิกฤตโควิด-19 สำหรับในประเทศไทย ทางสถาบันได้ร่วมกับ กสศ. ทำงานวิจัยที่เก็บข้อมูลจากเด็กจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พบว่าระดับการเรียนรู้ที่เด็กได้รับในแต่ละวันที่มาโรงเรียนนั้นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีการปิดเรียนยาวนาน </p>



<p>“ความถดถอยของการเรียนรู้ หมายถึงการเปรียบเทียบทักษะของเด็กในช่วงเวลาการไปเรียนปกติกับการปิดเรียน ซึ่งวัดได้จากเครื่องมือทางสถิติ ซึ่งได้ผลวิเคราะห์หลักว่า การที่เด็กไม่ได้ไปโรงเรียนส่งผลกระทบเชิงลบกับทักษะคณิตศาสตร์ และ Working Memory (ความจำใช้งาน) ซึ่งหมายถึงความสามารถของเด็กในการจดจำข้อมูล และนำข้อมูลมาประมวลผลเพื่อนำกลับมาใช้ อันเป็นทักษะที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กโดยตรง โดยนัยสำคัญอยู่ที่การปิดโรงเรียนที่ยาวนานยิ่งสัมพันธ์กับทักษะที่สูญหายไปเพิ่มขึ้น บางกลุ่มตัวอย่างมีภาวะสูญหายของทักษะมากถึง 90% ข้อมูลเหล่านี้ย้ำเตือนว่าทุกหน่วยงานมีหน้าที่ร่วมกันในการฟื้นฟูความรู้ที่ถดถอย และสร้างแนวทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งยังคงไม่มีความแน่นอน” ดร.วีระชาติกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c51228"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-08.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม </strong>กล่าวว่า โควิด-19 คืออุปสรรค แต่ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสในการค้นหาโมเดลต่างๆ มาพัฒนาการศึกษาให้ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการสร้างพื้นที่ต้นแบบการจัดการศึกษา&nbsp;</p>



<p>เป้าหมายของโครงการจึงมุ่งไปสู่การสร้างนวัตกรรมในการบริหารจัดการสถานศึกษา และนวัตกรรมในการบริหารระดับจังหวัด โมเดลที่ดำเนินงานเริ่มต้นจากสนับสนุนให้โรงเรียนสามารถประเมินภาวะการเรียนรู้ถดถอยที่เกิดขึ้น ควบคู่ไปกับสำรวจความพร้อมและความต้องการของครูและนักเรียน การส่งเสริมขีดความสามารถของครูและโรงเรียน ทั้งด้านเนื้อหา ศาสตร์การสอนและเทคโนโลยี ด้วยวิธี Micro-Learning การเรียนรู้แบบผสมผสานและสั้น กระชับ ในรูปแบบบทเรียนออนไลน์ การอบรมเชิงปฏิบัติการ การให้คำปรึกษา และยังสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานในการจัดการเรียนการสอน รวมถึงเครื่องมือที่จำเป็น จนสามารถพัฒนานวัตกรรมและออกแบบการเรียนรู้เพื่อลดภาวะความรู้ถดถอยให้แก่ผู้เรียนได้</p>



<p>สำหรับนักเรียนนั้น เน้นการฟื้นฟูพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน ผ่านการเรียนการสอนทางไกล การพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ผ่านกล่องการเรียนรู้ หรือ learning box การพัฒนาทักษะสุขภาวะกายและจิตใจผ่านการเรียนการสอนรายบุคคล ครอบคลุมทั้งผู้เรียนปกติและผู้เรียนที่ต้องการช่วยเหลือเป็นพิเศษ ทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกับครู ผู้ปกครอง และกลไกอาสาสมัครชุมชนร่วมด้วย</p>



<p>“สุดท้ายแล้วเราไม่ได้มีเป้าหมายในการค้นพบสูตรสำเร็จที่จะนำไปใช้ได้กับทุกที่ แต่ต้องทำให้ครูในทุกพื้นที่มีความสามารถพัฒนาโปรแกรมฟื้นฟูความรู้ถดถอยให้แก่นักเรียน สามารถออกแบบนวัตกรรม การจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมในทรัพยากรที่จำกัด ซึ่งเราจะศึกษาทั้งความสำเร็จและล้มเหลวเพื่อนำมาขยายผลแบ่งปันระหว่างพื้นที่” ดร.นรรธพรกล่าว </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2cf2e8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร </strong>กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงปลายปีการศึกษา 2/2562 จนถึงปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยเรียนทั้งทางตรงและอ้อม&nbsp;</p>



<p>ครัวเรือนยากจนลงทำให้เด็กและเยาวชนเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษามีจำนวนเพิ่มขึ้น เด็กจำนวนมากออกไปประกอบอาชีพและหาเลี้ยงครอบครัว หรือหากยังคงอยู่ในระบบการศึกษา แต่สถานศึกษาหรือครูอาจยังไม่ได้มีความพร้อมจัดการสอนในสถานการณ์ที่วิกฤตและมีข้อจำกัด เช่น การจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ 100% การขาดอุปกรณ์สื่อกลางการเรียนรู้และหลักสูตรที่เหมาะสม ปัจจัยความพร้อมของเด็กที่แตกต่างกัน ทำให้เด็กและเยาวชนเกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย และยังมีเด็กจำนวนมากที่หลุดออกจากระบบไป&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลจากระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (iSEE) ของ กสศ. จังหวัดสมุทรสาครมีนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษจำนวน 3,189 คน ในจำนวนนี้เป็นนักเรียนยากจนพิเศษที่อยู่ในครัวเรือนฐานะยากจนที่สุดร้อยละ 20 ของประเทศ มีรายได้เฉลี่ยสมาชิกในครัวเรือนต่อคนต่อเดือน 1,077 บาท หรือราว 36 บาทต่อวัน หรือ 12,924 บาทต่อปีเท่านั้น หากดูตัวเลขเช่นนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่มาก โดยกลุ่มที่ต้องเฝ้าจับตาคือ เด็กในวัยเรียนกลุ่มช่วงชั้นรอยต่อทางการศึกษามีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษามากขึ้นในปี 2564-2565 และเด็กที่ไม่มีข้อมูลในระบบการศึกษาตามแต่ละช่วงวัย จำนวน 10,551 คน </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5968fd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร </strong>กล่าวว่า หนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดสมุทรสาครในยุคโควิด-19 คือการพยายามรักษาเด็กเยาวชนทุกคนให้สำเร็จการศึกษาภาคบังคับ และมีโอกาสที่เสมอภาคในการพัฒนาทุนมนุษย์ตามศักยภาพและความถนัดเป็นรายบุคคล การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจึงเป็นโจทย์สำคัญของการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจที่จังหวัดจะลงทุนในอนาคตอันใกล้นี้ ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์&nbsp;</p>



<p>สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง จำเป็นที่ภาคส่วนต่างๆ ต้องคำนึงถึงการเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน เพื่อนำเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงที่ผ่านมากลับเข้ามาให้เร็วที่สุด ไม่ให้เกิดการเสียโอกาสในชีวิต การแก้ปัญหาต้องขอความร่วมมือยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง จำเป็นต้องคำนึงถึงการเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงานในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ</p>



<p>“การพาเด็กๆ กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาในสถานการณ์อันไม่ปกติ จำเป็นต้องอาศัยมาตรการ โปรแกรมฟื้นฟูที่ครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางจังหวัดสมุทรสาคร กสศ. องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม สถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จะเข้ามาช่วยจังหวัด นอกจากนี้ส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้คือครอบครัวและผู้ปกครองของนักเรียน บางครอบครัวอาจมีข้อจำกัดในชีวิต ต้องช่วยกันทำให้การศึกษาของเด็กในกลุ่มนี้มีทางเลือกมากขึ้น ในการที่เราทำงานเรื่องนี้เพื่อก้าวไปด้วยกันสู่สมุทรสาครโมเดล จังหวัดต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ ฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อเด็กทุกคน” นายณรงค์กล่าว </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3cd1ff"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์ เจ้าหน้าที่การศึกษาขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์ เจ้าหน้าที่การศึกษาขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ที่มาและความสำคัญของโครงการวิจัยที่กำลังร่วมมือกันทำอยู่นี้เป็นทิศทางเดียวกับที่ทั่วโลกกำลังทำ หรือ Mission Recovering Education in 2021 แต่เราทำในบริบทของประเทศไทย โดยเน้นที่ตัวเด็กเป็นสำคัญ ผ่านเป้าหมาย 3 อย่างสำคัญดังนี้&nbsp;</p>



<ol><li>เด็กและเยาวชนวัยเรียนทุกคนได้เรียนหนังสือที่โรงเรียน และได้รับการสนับสนุนที่ปรับให้เหมาะสม เพื่อสอดคล้องกับความต้องการทางการเรียนรู้ การมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี รวมถึงความต้องการด้านอื่นๆ </li><li>เด็กและเยาวชนวัยเรียนทุกคนได้รับความช่วยเหลือในการเรียน เพื่อชดเชยการเรียนรู้ที่สูญเสียไปในช่วงการปิดโรงเรียน </li><li>ครูทุกคนได้รับการเตรียมความพร้อมและการสนับสนุน เพื่อแก้ไขปัญหาความรู้ถดถอยของนักเรียน สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมต่างๆ มาผสมผสานในการสอน </li></ol>



<p>ผลที่ได้รับจากความร่วมมือในการทำงานครั้งนี้ ยูนิเซฟจะนำมาขยายผลสู่พื้นที่อื่น รวมถึงแสดงสู่สายตานานาประเทศ ในฐานะโมเดลต้นแบบของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อเด็กทุกคน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/new-samut-sakhon-model-071221/">กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย นำร่องสมุทรสาครโมเดล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ถุงปันยิ้ม” พร้อมสู้วิกฤตโควิด-19 นำการเรียนรู้ไปให้ถึงเด็กๆ ในทุกสถานการณ์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-smiley-bag-051021/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Oct 2021 04:07:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูข้างถนน มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[กานตา มาตฤเนตร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะความรู้ถดถอย]]></category>
		<category><![CDATA[ลดาวัลย์ กันทวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ถุงปันยิ้ม]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ทองพูล บัวศรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=46414</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลการศึกษาของธนาคารโลกที่เก็บข้อมูลตั้งแต่ช่วงเดือนมกรา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-smiley-bag-051021/">“ถุงปันยิ้ม” พร้อมสู้วิกฤตโควิด-19 นำการเรียนรู้ไปให้ถึงเด็กๆ ในทุกสถานการณ์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผลการศึกษาของธนาคารโลกที่เก็บข้อมูลตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม 2563 ถึงปัจจุบันพบว่ามีเด็กที่เสี่ยงต่อ ‘ภาวะความรู้ถดถอย’ (Learning Loss) จากการปิดเรียนมีราว 369 ล้านคน ขณะที่ข้อมูลจาก PISA ระบุว่าก่อนวิกฤตโควิด-19 ประเทศไทยมีเด็กนักเรียนในกลุ่มยากจนด้อยโอกาสเข้าถึงคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนเพียง 20% ขณะที่กลุ่มเด็กจากครอบครัวที่พร้อมสามารถเข้าถึงได้ 90% และคาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2564 ค่าเฉลี่ยของภาวะความรู้ถดถอยในเด็กไทยจะอยู่ที่ราว 1.27 ปี&nbsp;</p>



<p>การเรียนผ่านระบบออนไลน์ยังเป็นสื่อการเรียนหลักของเด็กทั่วประเทศ ทว่ามีเด็กด้อยโอกาสจำนวนไม่น้อยที่เข้าไม่ถึงอุปกรณ์เครื่องมือ อินเทอร์เน็ต หรือถึง ‘มี’ ก็ ‘ไม่เพียงพอ’ สำหรับเด็กทุกคนในบ้าน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘ถุงปันยิ้ม’ นำการเรียนรู้ไปให้ถึงเด็กๆ ในทุกสถานการณ์</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-04b0a6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/04-Scoop-ถุงปันยิ้ม-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ถุงปันยิ้มบรรจุด้วยสื่อและอุปกรณ์จำเป็นในการเรียนรู้ อาทิ สมุดภาพระบายสี หนังสือนิทาน สีไม้ เครื่องเขียน ของเล่น ขนม หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ วิตามินที่จำเป็นต่อเด็ก ฯลฯ โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วงชั้น ได้แก่ ปฐมวัยและอนุบาล 0-4 ปี ประถมศึกษาตอนต้น 5-9 ปี และประถมศึกษาตอนปลาย 10-12 ปี</p>



<p>เบื้องต้น กสศ.ได้ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคม หน่วยงานภาคีที่ทำงานกับเด็กด้อยโอกาสและเด็กที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่น  Little Bird, Café can do, The Hub, มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก และสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ช่วยกันกระจายส่งมอบถุงปันยิ้มให้กับเด็กๆ ในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ชุมชนโรงหมู, ศูนย์เมอร์ซี่คลองเตย, ชุมชนกองขยะหนองแขม, ชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่, ชุมชนสหกรณ์เคหสถานชุมชนบัวหลวงจำกัด, ชุมชนโรงหวาย, ชุมชนเปรมฤทัย, ชุมชนอ่อนนุช 40 ไร่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-755ff4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/04-Scoop-ถุงปันยิ้ม-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">“เด็กต้องไม่ขาดช่วงการเรียนรู้นานเกินไป”</h2>



<p><strong>คุณลดาวัลย์ กันทวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารกิจกรรมเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย </strong>กล่าวถึงความร่วมมือกับ กสศ.ว่าจากผลกระทบของโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ได้ทราบข้อมูลจาก กสศ. ในฐานะองค์กรที่มีหน้าที่ดูแลการศึกษาเด็กและเยาวชนว่า การปิดโรงเรียนส่งผลในระยะยาวต่อการศึกษาและพัฒนาการเด็กอย่างไร โดยเฉพาะกลุ่มเด็กด้อยโอกาสที่เข้าไม่ถึงการเรียนรู้ในช่วงวิกฤต</p>



<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญและสนใจทำงานร่วมกับ กสศ. ในฐานะผู้สนับสนุนทุนทรัพย์จนเกิดการสร้างสรรค์ถุงปันยิ้มขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a7612d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/ลดาวัลย์-กันทวงศ์-ตลาดหลักทรัพย์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณลดาวัลย์ กันทวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารกิจกรรมเพื่อสังคม<br>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“เรามองว่าเด็กต้องไม่ขาดช่วงการเรียนรู้นานเกินไป ก่อนเกิดโควิด-19 ไม่มีใครรู้ว่าโรงเรียนต้องปิดยาวนานขนาดนี้ การจัดทำชุดการเรียนรู้จึงจำเป็นและต้องจัดทำอย่างเร่งด่วน อาศัยทั้งงบประมาณ องค์ความรู้ เครือข่าย เรามองไปที่เด็กที่เข้าไม่ถึงอุปกรณ์การเรียนออนไลน์หรืออินเทอร์เน็ตเป็นหลัก เพราะเหมือนเขาถูกตัดขาดออกไป ทั้งการเรียนหรือพัฒนาการไม่ถูกกระตุ้นอย่างเหมาะสม ความรู้เก่าที่เคยเรียนก็หดหาย เราจึงต้องมีเครื่องมือที่ทำขึ้นเพื่อช่วยในส่วนนี้ให้ได้ นี่คือสิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กับ กสศ.มองเห็นร่วมกัน และสามารถนำจุดแข็งของหน่วยงานมาผสานให้เกิดผลสำเร็จ คือถุงการเรียนรู้ปันยิ้มชุดนี้”</strong></p>



<p>การสนับสนุนในลักษณะฉุกเฉินเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือ เพราะหลังจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมองถึงการทำงานต่อเนื่องในระยะถัดไป โดยหากโรงเรียนยังเปิดไม่ได้ในเร็ววัน หรือเปิดได้แต่ยังจัดการเรียนการสอนไม่ได้เต็มรูปแบบ จำเป็นต้องมีการนำกลยุทธ์อื่นๆ เข้ามาเสริม อาทิ สร้างกลไกการเรียนรู้ในชุมชน หรือพัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้วยตัวเองที่ช่วยเด็กให้เรียนจากที่บ้านได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามการออกแบบสื่อการสอนที่ยั่งยืน เหมาะสมกับสถานการณ์ ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลากหลายหน่วยงาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0d36fc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/04-Scoop-ถุงปันยิ้ม-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การเรียนออนไลน์ไม่เหมาะกับเด็กเล็กๆ แต่เรามีจำนวนเด็กปฐมวัยหรือชั้นอนุบาลจำนวนมาก ดังนั้นประเด็นสำคัญคือนอกจาก ‘สื่อการเรียน’ เราต้องมีครูหรืออาสาสมัคร ผู้นำสารไปสื่อกับเด็ก แนะนำวิธีการเรียนรู้ที่ถูกต้อง เพื่อให้เครื่องมือสร้างประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ในภาพใหญ่กว่านั้น สังคมเรากำลังต้องการความเชี่ยวชาญของแต่ละองค์กร ที่จะมาประสานงานกัน นำความถนัดและทรัพยากรที่แตกต่าง เพื่อมุ่งความช่วยเหลือไปยังฐานข้อมูลและงานวิจัยที่ กสศ. เป็นผู้ชี้เป้า เมื่อแผนงานที่เราช่วยกันทำส่งผลให้การศึกษาสามารถเดินต่อ ก็จะยิ่งส่งต่อไปถึงเด็กในหลากหลายพื้นที่ของประเทศไทยได้มากยิ่งขึ้น”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">พัฒนา ‘ชุดการเรียนรู้เคลื่อนที่’<br>เพื่อรับมือกับการศึกษาในภาวะโรคระบาด</h2>



<p><strong>ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม</strong><strong> </strong>หนึ่งในเครือข่ายโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP) ของ กสศ. กล่าวว่า มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮมมีประสบการณ์การปรับรูปแบบการเรียนรู้ในช่วงโควิด-19 ที่คำนึงถึงความพร้อมของเด็กในเรื่องเครื่องมืออุปกรณ์ สถานที่เรียน และผู้ปกครอง เพื่อออกแบบวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็กในแต่ละช่วงชั้น และแต่ละความพร้อมของเด็กแต่ละกลุ่ม&nbsp;</p>



<p>โดยหนึ่งในนั้นคือการออกแบบสื่อการเรียนรู้ ‘Learning Box’ ที่แบ่งตามระดับชั้น ประกอบด้วยชุดบทเรียน อุปกรณ์การเรียน และเครื่องมือช่วยผู้ปกครองให้สามารถพาเด็กๆ ทำกิจกรรม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fb6512"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/4-นรรธพร-จันทร์เฉลี่ย-เสริบุตร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร<br>ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ตัวอย่างของบทเรียนใน Learning Box เช่น ในชั้นอนุบาลเราเน้นเสริมพัฒนาการ ทักษะชีวิต โภชนาการ ดึงผู้ปกครองเข้ามาช่วยประเมินผลตามสภาพจริง จากชุดเกม บัตรคำ ออกแบบให้เรียนรู้บทเรียนได้เป็นรายสัปดาห์ นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับชุมชน ผ่านครูในพื้นที่ ผู้ปกครอง หรือนักเรียนรุ่นพี่ ให้เป็นผู้ช่วยแนะนำการเรียนรู้</p>



<p><strong>“หัวใจของสื่อการเรียนรู้ที่เราส่งถึงมือเด็ก คือการสร้างการเรียนรู้แบบ Active Learning ให้เด็กตั้งคำถามกับสภาพแวดล้อมรอบตัว เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการสร้างพื้นฐานเรียนรู้ด้วยตนเอง เพราะประโยชน์ที่ตามมาจะไม่ใช่แค่เพียงการแก้ปัญหาในสถานการณ์วิกฤต แต่ยังหมายถึงช่วงเวลาสำคัญในการวางระบบการศึกษายุคใหม่ ที่เด็กจะเปลี่ยนสถานะไปเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ โดยครูทำหน้าที่ออกแบบวิธีการและให้คำปรึกษา”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-aafbe0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/04-Scoop-ถุงปันยิ้ม-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.นรรธพรกล่าวว่า นับจากนี้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาต้องมองไปที่อนาคต โดยแม้ถึงวันโรงเรียนเปิดได้แต่สถานการณ์โควิด-19 ยังมีแนวโน้มที่จะอยู่กับทุกคนต่อไป การจัดการเรียนการสอนต้องคำนึงถึง ‘ความยืดหยุ่น’ และ ‘ความแตกต่าง’ ในแต่ละบริบทพื้นที่&nbsp;</p>



<p>การส่งมอบเครื่องมือการเรียนรู้ให้เด็ก สามารถนำมาพัฒนาต่อได้ตามความเหมาะสมของแต่ละโรงเรียน บทเรียนจากช่วงเวลานี้จะทำให้ผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน สามารถร่วมกันวางกรอบความคิด มองหาสิ่งจำเป็นที่จะบรรจุลงในชุดการเรียนรู้ และสร้างนวัตกรรมการศึกษาซึ่งสามารถใช้ซ้ำในระยะยาวได้</p>



<p><strong>“ชุดการเรียนรู้เคลื่อนที่คือการเปิดโอกาสให้การศึกษาเดินทางออกไปพ้นจากห้องเรียน ทำให้เด็กเรียนรู้ได้จากที่บ้านหรือที่ใดๆ ก็ตามที่เขาพร้อม สิ่งที่สำคัญคือเราต้องเพิ่มสมรรถนะครูและโรงเรียนให้ออกแบบชุดการเรียนรู้ที่เด็กนำไปต่อยอดกับสภาพแวดล้อมรอบตัวของเขาได้ นี่คือสิ่งที่วิกฤตเข้ามากระตุ้นเราให้ตระหนัก และพร้อมขยับไปตามทิศทางของระบบการศึกษาในโลกปัจจุบัน”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">“เครื่องมือที่ไปถึงเด็กๆ ได้ถูกที่ ถูกเวลา”</h2>



<p><strong>‘ครูจิ๋ว’ ทองพูล บัวศรี ผู้จัดการโครงการครูข้างถนน มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก</strong> กล่าวว่าสถานการณ์ของเด็กในชุมชนและไซต์งานก่อสร้างแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ 1. เด็กที่เผชิญกับความขาดแคลนจากภาวะที่ผู้ปกครองไม่มีงานทำ 2. เด็กที่ผู้ปกครองหรือตนเองถูกกักตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสนาม และ 3. เด็กกลุ่มเสี่ยงที่มีคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดติดเชื้อ ทำให้ต้องกักตัวสังเกตอาการที่บ้าน </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2154a7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/ครูจิ๋ว.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘ครูจิ๋ว’ ทองพูล บัวศรี ผู้จัดการโครงการครูข้างถนน<br>มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>น้องๆ เหล่านี้ไม่เพียงเสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการ แต่ยังถูกตัดขาดจากโอกาสเรียนรู้และการกระตุ้นพัฒนาการ เนื่องจากช่องทางที่จำกัดในการเข้าถึงเครื่องมือเรียนออนไลน์ การที่ กสศ.และตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบถุงยังชีพควบคู่กับถุงปันยิ้ม จึงเท่ากับว่าได้นำช่วงเวลาที่เด็กๆ จะได้เรียน ได้เล่น ได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์มาสู่พวกเขาอีกครั้ง</strong></p>



<p>“สิ่งที่เราส่งมอบให้เด็กต้องแยกออกเป็นสองเรื่อง อย่างแรกคือถุงยังชีพ จำเป็นมากๆ เพราะหมายถึงเด็กและครอบครัวเขาจะได้มีอาหารกินในแต่ละวัน สองคือ ถุงการเรียนรู้ปันยิ้ม ซึ่งเป็นสื่อการเรียนรู้ที่เด็กหลายคนไม่ได้จับ ไม่ได้อ่านเลยตั้งแต่โรงเรียนปิด โดยเฉพาะเด็กเล็กที่เรียนออนไลน์ไม่ได้ พอได้รับไป พ่อแม่ผู้ปกครองเขาก็บอกว่าเด็กตื่นเต้นดีใจ เพราะจะได้อ่านนิทาน ได้ระบายสี มีขนมกิน เรามองว่ามาได้ถูกที่ถูกเวลา อย่างน้อยที่สุดเด็กหยุดเรียนมานาน เขาต้องได้รับการเสริมทักษะ ได้หยิบ ได้จับลากเส้นขีดเขียน พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่มัดเล็ก แล้วต้องบอกว่าเด็กๆ ในชุมชนเหล่านี้ แค่ลำพังสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็กระทบกับเขาหนักมากแล้ว เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ การได้รับความเอาใจใส่ ความห่วงใยด้านการศึกษาที่มาในรูปแบบของถุงการเรียนรู้ถือว่าช่วยให้พวกเขาไม่ห่างหายจากบรรยากาศการศึกษาเล่าเรียนไกลเกินไป เพราะถ้าวันหนึ่งที่เขาต้องกลับไปโรงเรียนเรียนแล้วความรู้ถดถอยจากเพื่อนไปมาก ก็ยิ่งเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษาอย่างถาวร”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1d8add"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/04-Scoop-ถุงปันยิ้ม-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘กำลังใจ’ ให้น้องมีแรงสู้ต่อไป</h2>



<p><strong>กานตา มาตฤเนตร คุณแม่ของน้องมาตา ชั้น ป.6 กับน้องเนรมิต ชั้น ป.3 หนึ่งในครอบครัวที่เพิ่งผ่านสถานการณ์ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งบ้าน</strong> ก่อนรับคำปรึกษาจากสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ซึ่งร่วมกับ กสศ. ในฐานะศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 จนหายเป็นปกติ ทั้งยังเป็นเด็กกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับถุงปันยิ้ม</p>



<p>“เด็กๆ เรียนออนไลน์มาหลายเดือนแล้ว เราเห็นเลยว่าเขาเครียด กังวล ไม่มีสมาธิ ยิ่งนับจากวันที่รู้ผลตรวจว่าติดเชื้อ สภาพจิตใจเขายิ่งแย่ลง ตกใจ ร้องไห้ กลัวว่าต้องไปโรงพยาบาลแล้วไม่ได้กลับ แล้วพอมีเรื่องกระเทือนจิตใจหนักๆ เขาก็ยิ่งเบื่อการเรียน ทั้งที่ปกติน้องสองคนเขาตั้งใจและมีผลการเรียนดีทั้งคู่ ส่วนเราเองเป็นแม่ มองว่าการเรียนออนไลน์แทบจะไม่ตอบโจทย์เลย คือสภาพแวดล้อมมันไม่ได้ บางทีเขาเรียนไปด้วยนอนไปด้วย แอบเล่นเกมบ้าง เราก็ไม่มีเวลาที่จะดูแลเขาได้ตลอด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f36a55"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/04-Scoop-ถุงปันยิ้ม-12.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“จนวันที่เขาหายป่วยแล้วได้ถุงปันยิ้มจากพี่ๆ อาสา กสศ. เด็กๆ ดีใจกันมาก เขาเปิดออกมาดูก็ยิ้ม หัวเราะกัน เอาของที่ได้มานั่งเรียง ถ่ายรูปกันทีละชิ้น มีหนังสือนิทาน หนังสือภาพสารคดี มีของเล่น พี่น้องเขาก็ได้เล่น ได้เรียนรู้ไปด้วยกัน ช่วยให้เด็กผ่อนคลาย ไม่เห็นลูกสดใสร่าเริงแบบนี้มานานแล้ว</strong></p>



<p>“นอกจากการเรียนรู้ คิดว่าเป็นเรื่องของกำลังใจ สิ่งนี้สำคัญมากๆ สิ่งที่อยู่ในถุงอาจจะเป็นแค่นม ขนมกล่องเล็กๆ สีไม้หนึ่งกล่อง แต่ในสถานการณ์อย่างนี้นี่คือพลังที่จะช่วยให้เด็กๆ มีแรงต่อสู้กับโควิด-19 ได้ดีขึ้น ตัวอย่างที่เห็นก็ลูกของเราเอง ตอนเขารู้ว่าตัวเองติด เขากลัวมาก เหมือนโลกล่มสลาย ถึงหายป่วยแล้วจิตใจก็ไม่เหมือนเดิม แต่วันที่ถุงการเรียนรู้มาส่ง ตรงกับวันเกิดเขาพอดี เชื่อไหมว่าเขาลุกขึ้นมาตั้งใจกินข้าว กินยา สนใจการเรียนมากขึ้น พอมีเวลาเขาก็จะชวนน้องมาอ่านหนังสือนิทาน มาระบายสีกัน นี่คือสิ่งที่เราเห็นด้วยตาตัวเองว่าถุงปันยิ้ม ได้ช่วยเอารอยยิ้มกลับคืนมาให้ลูกเราได้จริงๆ”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-smiley-bag-051021/">“ถุงปันยิ้ม” พร้อมสู้วิกฤตโควิด-19 นำการเรียนรู้ไปให้ถึงเด็กๆ ในทุกสถานการณ์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
