<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ฐณรินทร์ หวายฤทธิ์ธนกุล | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%90%e0%b8%93%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 Jul 2023 08:47:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ฐณรินทร์ หวายฤทธิ์ธนกุล | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ให้อิสระโรงเรียนพัฒนาตนเอง ด้วยแนวทางต่างกัน เพื่อการจัดการศึกษาที่หลากหลาย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-050723/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Jul 2023 08:42:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ]]></category>
		<category><![CDATA[ฐณรินทร์ หวายฤทธิ์ธนกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=69937</guid>

					<description><![CDATA[<p>สพฐ.และ กสศ. มีความใกล้ชิด มีความเชื่อมโยงในการทำงานและ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-050723/">ให้อิสระโรงเรียนพัฒนาตนเอง ด้วยแนวทางต่างกัน เพื่อการจัดการศึกษาที่หลากหลาย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สพฐ.และ กสศ. มีความใกล้ชิด มีความเชื่อมโยงในการทำงานและการบริหารจัดการ ซึ่งเรามีบันทึกความร่วมมือร่วมกันโดยเฉพาะเป้าหมายการจัดการศึกษาที่มุ่งสร้างคุณภาพการศึกษาให้ผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งเป้าหมายที่เหมือนกันของ สพฐ.และ กสศ. นอกจากนี้เรายังมีแนวปฏิบัติและข้อมูลที่ทำร่วมกันอยู่คือข้อมูลนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษที่บริหารจัดการร่วมกัน ที่จะให้งบประมาณให้ลงไปถึงนักเรียนของพวกเราอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่ง สพฐ. และ กสศ. อาจจะมีภารกิจไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่เป้าหมายเหมือนกันคือคุณภาพผู้เรียน โดยอาจมีวิธีการและแนวทางที่ต่างกัน ภายใต้บริบทของโรงเรียน แต่ระหว่างทางเดินในสายงานของตนเองนั้น เป้าหมายที่ออกมาคือคุณภาพผู้เรียน</p>



<p>เป้าหมายหนึ่งของ กสศ. คือ โรงเรียนพัฒนาตนเอง หมายความว่า <strong>30,000 กว่าโรงเรียนของ สพฐ. นั้นมีบริบทที่ไม่เหมือนกัน โรงเรียนบางแห่งอาจจะมีความเหมือนกันบ้างในพื้นที่ แต่ความหลากหลายของภูมิศาสตร์ ตัวนักเรียน สภาวะเศรษฐกิจ และชุมชน คือความแตกต่างที่มีอยู่ทั่วประเทศ</strong> ซึ่งความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศไทยที่เราพยายามลดความเหลื่อมล้ำลงนั้น ภาพที่ออกมาจะเห็นว่าความเหลื่อมล้ำยังมีอีกมาก เพียงแต่โอกาสในการเข้าถึงความรู้และการพัฒนาตนเองดีขึ้น จากที่เราอยู่ในโลกโซเชียลและการสื่อสาร แต่สภาวะความเป็นอยู่และการดูแลโดยสถานศึกษา การดูแลโดยครูและผู้ปกครองมีความต่างกันลิบลับเมื่อเทียบกับโรงเรียนในเมือง ขอยกตัวอย่างโรงเรียนในพื้นที่ จ.เชียงราย ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลซึ่งตนได้เห็นจากการได้ลงพื้นที่ร่วมกับ รมว.ศธ. และเลขา กพฐ. โรงเรียนอยู่ห่างไกลมาก ต้องนั่งเรือและเดินเท้าเข้าไป เป็นโรงเรียนประจำ ภาระที่เกิดขึ้นกับคนที่เป็นครูในโรงเรียน เราต้องบริหารจัดการหาที่พักให้ครู และหาอินเทอร์เน็ตเพื่อให้เด็กได้เข้าถึงความรู้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3cf329"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/2-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายฐณรินทร์ หวายฤทธิ์ธนกุล ผอ. สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ขณะเดียวกันเด็กก็มีความแตกต่าง มีทั้งเด็กชนเผ่าและเด็กพื้นราบ การดูแลต้องใส่ใจเท่าทวีคูณ นี่คือความแตกต่างของการจัดการศึกษาที่หลากหลาย</strong> <strong>หากใช้วิธีการจากส่วนกลางอย่างเดียวโดยไม่มีเรื่องการพัฒนาตนเองโดยเฉพาะ ไม่มีรูปแบบของตนเอง จะไม่สามารถจัดการได้</strong> ในหลักการเดียวกันกับโรงเรียนอื่น ความแตกต่างอีกเรื่องคือ เด็กที่มาอยู่โรงเรียนไม่ได้กลับบ้านแม้จะปิดเทอมและอยู่ยาวเพราะกลับไปแล้วลำบาก ครูก็ต้องดูแล บางคนมาเรียนนำน้องมาเลี้ยงที่โรงเรียนด้วย ครูก็ต้องดูแลทั้งหมด บางช่วงเด็กจะหายไปค่อนโรงเรียนเพราะมีเทศกาลจับคู่ของชนเผ่า บางคนไม่กลับมาเรียนอีก แต่บางคนกลับมาเรียน โรงเรียนก็ต้องหาวิธีการดูแลและให้เด็กเหล่านี้ยังสามารถกลับมาเรียนได้ นั่นคือ<strong>ความหลากหลายของบริบทและพื้นที่ที่ไม่สามารถบริหารจัดการด้วยวิธีเดียวกัน</strong> แต่ต้องกำหนดด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม แต่สิ่งที่ผู้บริหารได้เห็น แม้ภาระงานจะมีนอกเหนือจากการสอน และครูต้องทำวิทยฐานะเช่นเดียวกับครูอื่น ๆ แต่ภาระงานมากกว่าครูปกติ แต่ครูเต็มที่ทุกคน ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่คิดจะย้ายโรงเรียน และยังอยากช่วยงานทำสิ่งที่ทำได้อยู่ตรงหน้า มีครูผู้หญิงที่ขอมาอยู่โรงเรียนนี้และไม่ขอย้ายเข้าในเมือง ครูบางท่านย้ายไปแล้วแต่ขอกลับมาสอนอีก เป็นสิ่งที่ตนประทับใจมาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c6a2f9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/2-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผมเคยเป็นผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา และเคยใช้คำว่าการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อตนเอง เพราะเชื่อว่าสถานศึกษาสามารถพัฒนาตนเองได้ หลักสูตรที่ดีจะพัฒนาการศึกษาได้ แต่หากหลักสูตรดีแต่คนนำไปใช้ไม่ดีก็ไม่เกิดอะไรขึ้น ตนเคยเป็นผู้อำนวยการเขตพื้นที่อยู่บุรีรัมย์ เขต 2 ซึ่งพื้นที่ติดกับกัมพูชา เด็กพูดไทยไม่ชัด การอ่านออกเขียนได้มีปัญหา ทำให้ผลสัมฤทธิ์ต่ำ จึงเกิดแนวคิดเหมือนโรงเรียนพัฒนาตนเอง ตนพยายามสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้บริหาร เพราะทุกคนอยากย้ายไปโรงเรียนใหญ่ ต้องสร้างแรงบันดาลใจว่าเราจะพยายามสร้างโรงเรียนเล็กให้จัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ เพราะโรงเรียนจะมีแต่เล็กลงเรื่อย ๆ ด้วยจำนวนเด็กที่เกิดน้อยลง แต่หากเราบริหารโรงเรียนเล็กภายใต้บริบทและทรัพยากรที่มีให้มีประสิทธิภาพ นั่นคือการพัฒนาตนเองที่เราทำได้</p>



<p>ผมเปลี่ยนวิธีคิดให้ทำสถานศึกษาพัฒนาคุณภาพตนเอง โดย<strong>เปลี่ยนเป้าหมายจากการกำหนดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้เป็นสิ่งที่โรงเรียนต้องแก้ไขและพัฒนา</strong> 1.การอ่านออกเขียนได้ต้องได้ 100% 2.กำหนดคุณลักษณะของนักเรียนที่อยากได้ และ 3.ต้องการสร้างคุณภาพตนเองของโรงเรียนในเรื่องอะไร จากนั้นประกาศออกไปเป็นเป้าหมาย 3-4 เรื่อง เพื่อเป็นกรอบให้โรงเรียนได้เดินไป แต่ไม่ได้นำเรื่องผลสัมฤทธิ์มากำหนด เพราะไม่ตรงกับวิถีของเขา และให้ทำข้อตกลงกับครูและผู้บริหาร ว่าเป้าหมายจะให้เด็กมีคะแนนคณิตศาสตร์เท่าไร เพื่อให้เขาหาวิธีของเขาเองที่จะทำออกมา เพราะบางโรงเรียนบอกจะให้ขึ้น 5% เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ ผลที่เกิดขึ้นเขาสามารถทำในสิ่งที่เขาเสนอได้ ซึ่งผลการสอบ NT ในปีนั้นก็เพิ่มขึ้น นอกจากนี้มีการประเมินวิธีการของครูเป็นช่วง ๆ ว่าเด็กอ่อนเรื่องอะไร เนื้อหาส่วนไหนอ่อน เพื่อทำการปรับปรุงและพัฒนา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7e46bc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/3-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>การบริการจัดการสถานศึกษาพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพนั้น สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นมากกว่าหน้าตาและกิจกรรมของโรงเรียน คือการเก็บข้อมูลระหว่างทางว่ามีการดำเนินการอย่างไร มีการพัฒนา สร้างการรับรู้ หรือเพิ่มเติมต่อยอดในการนำไปสู่คุณภาพได้อย่างไร</strong> ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต่างกับการเสนอโครงการต่าง ๆ เพราะต้องดูบริบทของโครงการที่วางไว้ว่าคุณภาพของเด็กมีหน้าตาอย่างไร และ กสศ. จะพัฒนาเรื่องอะไร เพื่อให้ 600 กว่าโรงเรียนรู้ว่าต้องพัฒนาเรื่องอะไร เพื่อให้เดินไปสู่เป้าหมายนั้น เหมือนที่ตนทำในการพัฒนาโรงเรียน เป็นโจทย์สำหรับการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาด้วยตนเอง ไม่ว่าใครจะย้ายไปไหน คนใหม่เข้ามาก็จะเติมเข้าไปในกระบวนการและสร้างคุณภาพการศึกษาที่จะเดินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง</p>



<p>สิ่งที่ผู้บริหารที่จะต้องทำนอกเหนือจากนโยบายคือ <strong>การสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้บริหารสถานศึกษา</strong> ไม่ควรไปพูดเรื่องการย้ายผู้อำนวยการบ่อย แต่ต้องดูว่าคุณภาพการบริหารงานอยู่ตรงไหน หากยังไม่สามารถบริหารโรงเรียนเล็กได้สำเร็จแล้วจะย้ายไปอยู่โรงเรียนใหญ่ ต้องถามว่าจะไปทำได้อย่างไรในเมื่อโรงเรียนเล็กยังบริหารไม่ได้ และในการนิเทศไม่ใช่ให้โรงเรียนใหญ่ไปนิเทศโรงเรียนเล็กอย่างเดียว ตนใช้ 5 to 5 ให้ครูได้ไปนิเทศด้วยกัน ได้เห็นการทำงานของโรงเรียนใหญ่และไม่ผูกขาดการนิเทศ ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนา </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8507c5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/1-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-050723/">ให้อิสระโรงเรียนพัฒนาตนเอง ด้วยแนวทางต่างกัน เพื่อการจัดการศึกษาที่หลากหลาย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
