<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ซึมเศร้า | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 18 Jul 2025 03:45:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ซึมเศร้า | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เพราะชีวิตเล่นตลก หนังตลกเลยเข้ามาช่วย : ชีวิตที่ซึมเศร้า ไม่ตลก แต่มีความหวังของ ‘อิฐ’ เด็กนอกระบบในพื้นที่อันตราย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-090725/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-090725</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Jul 2025 10:38:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ซึมเศร้า]]></category>
		<category><![CDATA[หายแต่เจอ]]></category>
		<category><![CDATA[lost but found]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่อันตราย]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=94837</guid>

					<description><![CDATA[<p>หอแต๋วแตก บ้านผีปอบ และโดราเอมอน สามสิ่งนี้ช่วยสร้างสีส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-090725/">เพราะชีวิตเล่นตลก หนังตลกเลยเข้ามาช่วย : ชีวิตที่ซึมเศร้า ไม่ตลก แต่มีความหวังของ ‘อิฐ’ เด็กนอกระบบในพื้นที่อันตราย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หอแต๋วแตก บ้านผีปอบ และโดราเอมอน</p>



<p>สามสิ่งนี้ช่วยสร้างสีสันในชีวิตของ <strong>‘อิฐ’ อนุชา ขุนหวาง</strong> ได้ดีมาก ปกติตารางในแต่ละวันของอิฐเริ่มตั้งแต่ตี 5 และจบตอน 3 ทุ่ม อิฐบอกว่าถ้ามีเวลาก็จะนั่งดูหนังในโทรศัพท์ อิฐไม่มียูทูปเบอร์ที่ชอบ ไม่ค่อยเล่น TikTok เท่าไหร่ สิ่งที่เขาชอบที่สุดคือการได้ดูหนังตลกเก่าๆ แบบนี้ เขาบอกว่าเรื่องที่ดูซ้ำและชอบมากที่สุดคือ หอแต๋วแตก แหกกระเจิง&nbsp;</p>



<p>เพราะชีวิตเล่นตลก หนังตลกเลยเข้ามาช่วย อิฐ พี่ชายวัย 21 ปีที่รับบทเป็น ‘ทุกอย่าง’ ให้น้องๆ 3 คนในบ้าน&nbsp;</p>



<p>“ตื่นตั้งแต่ตี 5 มาหุงข้าว ทำกับข้าว ปลุกน้อง พาน้องไปกินข้าวและอาบน้ำ จากนั้นก็ไปส่งน้องที่โรงเรียน”</p>



<p>หลังจากส่งน้องที่โรงเรียนเสร็จ สิ่งต่อมาที่อิฐทำคือทำงาน อย่าถามว่าทำงานอะไรบ้าง ให้ถามว่าอิฐไม่ทำงานอะไรบ้างดีกว่า งานที่ทำอยู่ประจำตอนนี้คือรับจ้างทำความสะอาดบ้าน ดูแลผู้สูงอายุ ถ้ามีเวลาว่างจากงานประจำอิฐก็จะตามพ่อไปเก็บถังปาล์ม หาปลา ตกปู โพสต์ขายข้าวต้มมัด ส่งขนมให้ลูกค้า ซึ่งบ้านของอิฐก็อยู่ในพื้นที่ ต.ม่วงกลวง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง</p>



<p>ฟังแล้วรู้สึกว่าอิฐใช้เวลา 24 ชั่วโมงต่อวันได้คุ้มสุดๆ แต่<strong>สิ่งที่ขาดไปในกิจวัตรประจำวันคือการเรียน</strong> อิฐออกจากโรงเรียนตั้งแต่ ม.3 เหตุผลที่ต้องออกเพราะว่าพ่อกับแม่ให้ออก อิฐบอกกับเราว่าความรู้สึกตอนนั้นมันบอกไม่ถูก</p>



<p>“เมื่อก่อนชอบเรียน ตอนนี้ชอบทำงาน ไม่รู้ทำไม มันอาจจะเป็นหน้าที่ของเราไปแล้ว”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-49.jpeg" alt="" class="wp-image-94845" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-49.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-49-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-49-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-49-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-49-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">อิฐ-อนุชา ขุนหวาง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>เมื่อไม่มีเรียน ชีวิตของอิฐเลยมีแต่เลี้ยงน้องและทำงาน ถ้าถามว่าทำไมเด็กคนหนึ่งต้องทำสารพัดอย่างขนาดนี้ ก็คงเป็นเพราะว่าตอนนี้เขาคือเสาหลักของบ้าน เนื่องจากพ่อและพี่ชายติดยาเสพติด ส่วนแม่ก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น</p>



<p>ผลข้างเคียงของยาเสพติดนอกจากที่มันจะทำลายร่างกายและความคิด ยาเสพติดยังทำร้ายคนรอบข้างอีกด้วย อิฐและน้องๆ คือกลุ่มคนที่เจอกับความรุนแรงจากที่อยู่ใกล้คนเสพยา บางครั้งพ่อไปลงที่น้อง อิฐก็ต้องเข้าไปห้าม และเมื่อห้ามเขาก็จะโดนลูกหลงไปด้วยเช่นกัน ในขณะเดียวกันปัญหานี้ส่งผลให้อิฐไม่มีเพื่อน เพราะเพื่อนรู้ว่าพ่อของอิฐอารมณ์รุนแรง จึงไม่มีใครๆ กล้ามาที่บ้าน</p>



<p>“เขาบอกว่าเสพยาแล้วจะขยัน ผมไม่เห็นคนเสพแล้วขยันสักคน”</p>



<p>อิฐพูดขึ้นระหว่างทางไปหาดบางเบน ซึ่งห่างจากบ้านอิฐไม่ถึง 5 กม. แต่นี่คือการมาเที่ยวทะเลครั้งที่สองในชีวิตของอิฐ&nbsp;</p>



<p>ที่นี่หายาเสพติดได้ง่ายมาก อิฐบอกว่ากำเงินไม่ถึง 50 บาทก็หายาได้แล้ว พ่อกับพี่ชายเคยพูดว่ายาทำให้พวกเขามีแรงทำงานมากขึ้น แต่อิฐไม่เห็นด้วย</p>



<p>เพราะแบบนี้เองทำให้น้องๆ คือคนที่อิฐรักและเป็นห่วงมากที่สุด เขาไม่อยากให้น้องโดนทำร้าย ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้น้องๆ โตไปและมีพฤติกรรมแบบพ่อ ตอนนี้อะไรที่ทำได้เขาจึงทำไปก่อน เงินที่ได้มาก็เอาไปเลี้ยงน้องทั้งหมด อิฐเล่าให้เราฟังว่าถ้าน้องขออะไร ก็จะพยายามให้เท่าที่ให้ได้และให้ทันที</p>



<p>แต่ของที่ให้ตัวเอง อิฐกลับคิดแล้วคิดอีก อิฐหยิบโทรศัพท์ให้เราดูและบอกว่าเขาใช้เวลาคิดว่าควรจะซื้อโทรศัพท์เครื่องนี้หรือไม่เป็นเวลาเกือบปี ทั้งๆ ตัวเองก็มีเงินเก็บพร้อมแล้ว แต่เพราะอะไรไม่รู้ทำให้อิฐรู้สึกว่าไม่อยากซื้อของให้ตัวเอง จนกระทั่งคิดได้ว่าโทรศัพท์เครื่องนี้สามารถใช้ให้น้องๆ ติดต่อกับแม่ได้ เขาจึงตัดสินใจซื้อทันที</p>



<p>ด้วยความที่เป็นคนที่นึกถึงคนอื่นก่อนเสมอ เวลามีเรื่องราวทุกข์ใจอะไรก็เลือกที่จะเก็บไว้กับตัวเอง เพราะมองว่าทำแบบนี้แล้วคนอื่นน่าจะสบายใจมากกว่า ไม่ใช่ว่าอิฐไม่เคยลองปรึกษามาก่อน เขาลองเอาความกังวลใจไปเล่าให้พ่อ ญาติ หรือคนรอบตัวคนอื่นๆ ฟัง สิ่งที่ได้กลับมาคือการมองว่าเรื่องของอิฐเป็น ‘เรื่องเล็กน้อย’</p>



<p>“เคยปรึกษาทั้งพ่อและแม่เรื่องที่พ่อเสพยา เขาก็บอกว่ามันเรื่องเล็กนิดเดียว ก็เลยเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว อย่างน้อยมันก็ดีกับคนอื่น”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-92-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-95110" style="width:600px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-92-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-92-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-92-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-92-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-92.jpeg 1067w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p></p>



<p>เมื่อต้องเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับอิฐโดยที่เขาไม่รู้ตัวคือ ‘โรคซึมเศร้า’ อิฐไม่รู้ว่าโรคซึมเศร้าคืออะไร มารู้อีกทีก็ตอนที่หมอบอก ซึ่งอิฐต้องใช้เวลากินยาเป็นปีๆ กว่าจะดีขึ้น</p>



<p>อิฐเคยมีความคิดที่อยากจะลาโลกใบนี้ และเขาลองทำมาแล้วครั้งหนึ่ง โชคดีที่คนแถวบ้านมาเห็นจึงช่วยไว้ทัน อิฐเล่าว่าตอนนี้ไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตายอีกแล้ว เพราะก็คิดได้ว่าถ้าเขาไม่อยู่น้องๆ ก็คงจะลำบาก ภาระและหน้าที่ทำให้อิฐมีแรงใช้ชีวิตต่อ อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือศาสนา อิฐนับถือศาสนาอิสลามซึ่งตามหลักแล้วฆ่าตัวตายถือว่าเป็นบาป</p>



<p>แต่ท่ามกลางมรสุมชีวิต ก็ยังมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แสงสว่างนี้มาจากผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งที่มองเห็นความขยันและหวังดีของอิฐ พวกเขาเข้ามาช่วยเป็นที่พึ่งให้อิฐเพื่อที่จะไม่ได้โดดเดี่ยวจนเกินไป</p>



<p>แสงสว่างที่ว่านี้คือ ‘แจง’ ณัฐกานต์ ไท้สุวรรณ​ และ  ‘หนุ่ม’ นิพนธ์ มีชัย  จากกลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์ที่อิฐเรียกว่าพี่ และ ‘หมอแนน’ สุรานีย์ สุวรรณเนาว์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลม่วงกลวง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง ที่ดูแลสุขภาพทั้งกายและใจให้อิฐ (อ่านต่อ <a href="https://www.eef.or.th/article-150725/" target="_blank" rel="noopener" title="">https://www.eef.or.th/article-150725/</a>) </p>



<p>ทั้งสามเห็นความ ‘รักดี’ ของอิฐมาตั้งแต่ต้นเลยตัดสินใจร่วมกันว่า ก่อนจะพาอิฐกลับเข้าไปเรียนรู้ใหม่ ต้องพาเด็กหนุ่มคนนี้ออกจากพื้นที่อันตรายก่อน จึงตัดสินใจชวนอิฐเข้ามาในโครงการพัฒนาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เพื่อสร้างโอกาสให้กับเยาวชนนอกระบบการศึกษา จ.ระนอง ชวนอิฐใช้เวลาว่างจากการทำงานมาทำกิจกรรมต่างๆ&nbsp;</p>



<p>ผ่านไป 1 ปี อิฐได้เปิดโลกกว้างมากขึ้นจากการทำกิจกรรมกับกลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์ และ กสศ. เขาได้พักผ่อนจากการทำงานและได้ไปเล่นตามประสาเด็กบ้าง บางทีทีมก็พาไปเปิดหูเปิดตาที่กรุงเทพฯ ซึ่งหนุ่มและคนอื่นๆ ก็เห็นว่าอิฐมีความสดใสขึ้นเยอะ</p>



<p>ล่าสุด จากที่เคยพักวางเป้าหมายเรื่องการเรียนต่อของตัวเองเอาไว้ก่อนเพราะอยากให้น้องได้เรียนเต็มที่ แต่ตอนนี้อิฐบอกแผนไว้คร่าวๆ ว่าอยากกลับไปเรียนต่อกศน. การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย)&nbsp; เพราะรอบข้างมีผู้ใหญ่ใจดีคอยหนุนเต็มไปหมด&nbsp;</p>



<p>เพราะความฝันของอิฐตอนนี้คือการทำงานในโรงพยาบาล อิฐบอกว่าจะเป็นงานอะไรก็ได้ ขอแค่ได้อยู่ในโรงพยาบาลเพราะเขาอยากช่วยเหลือคน ทุกวันนี้อิฐมีทักษะจากการทำงานดูแลผู้สูงอายุซึ่งเป็นงานประจำที่ตัวเองทำอยู่ และเป็นรายได้หลักจากการทำงานตอนนี้&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>น้ำข้นกว่าเลือดได้ พื้นที่ปลอดภัยไม่จำเป็นต้องมาจากคนในครอบครัว</strong></h3>



<p>“เด็กเหมือนตัวแสดงผลที่มันเกิดจากปัญหาอื่นๆ”</p>



<p><strong>‘แจง’ ณัฐกานต์ ไท้สุวรรณ</strong> สมาชิกกลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์กล่าว เธออยู่ในโครงการพัฒนาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เพื่อสร้างโอกาสให้กับเยาวชนนอกระบบการศึกษา จ.ระนอง 1 ใน 40 ของโครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-50.jpeg" alt="" class="wp-image-94846" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-50.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-50-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-50-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-50-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-50-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">แจง-ณัฐกานต์ ไท้สุวรรณ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>อิฐเองก็เป็นเด็กที่แจงใกล้ชิดและรู้จักเป็นอย่างดี เขาคือผลสะท้อนของปัญหายาเสพติด ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งถ้าเป็นเด็กคนอื่นเมื่อต้องมาอยู่ท่ามกลางพื้นที่เทาๆ แบบนี้ ก็ไม่แน่ว่าอาจจะหลงผิดไปกับคนรอบตัวด้วย แต่อิฐไม่เป็นแบบนั้น แจงบอกว่านี่ก็เป็นความพิเศษของเด็กคนนี้</p>



<p>เพราะรอบตัวเด็กมีหลายปัญหา และปัญหาของเด็กแต่ละคนก็มีความแตกต่างกัน กลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์จึงออกแบบการทำงานให้ช่วยเหลือเด็กได้จากการปรับสภาพแวดล้อมโดยรวม ซึ่งก็ต้องทำร่วมกับผู้ปกครอง ถ้าทำกับผู้ปกครองไม่ได้ก็ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากชุมชน โดยต้องมีแกนนำคนสำคัญที่สร้างความไว้วางใจให้เด็กได้ ซึ่งสำหรับอิฐคนคนนั้นคือ <strong>‘สุวรรณา สมิง’</strong> หรือที่อิฐมักเรียกว่า <strong>‘แม่ปอ’</strong> ผู้ช่วยหัวหน้าโครงการพัฒนาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เพื่อสร้างโอกาสให้กับเยาวชนนอกระบบการศึกษาจังหวัดระนอง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-53.jpeg" alt="" class="wp-image-94849" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-53.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-53-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-53-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-53-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-53-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">แม่ปอ-สุวรรณา สมิง และ อิฐ-อนุชา ขุนหวาง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>เรามักเห็นแม่ปอคุยเล่นกับอิฐ หัวเราะคิกคักกันสองคน แม่ปอบอกว่ากว่าจะสนิทกันได้ขนาดนี้ ต้องมาจากการสร้างความเชื่อใจให้กับอิฐ</p>



<p>“ช่วงแรกเราจะมีกิจกรรมให้น้องแนะนำตัวเองว่าเรียนจบชั้นไหน อยากทำงานอะไร ตอนนี้เจอปัญหาอะไรบ้าง จากนั้นเราก็แลกเปลี่ยนเรื่องของตัวเองสมัยก่อน และวิธีที่เราผ่านมาได้”</p>



<p>วิธีของแม่ปอคือการทำให้เด็กๆ ได้รู้ว่าปัญหาที่พวกเขาเจอ แม่เองก็เคยเจอมาเหมือนกันและผ่านมันมาจนโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ เพื่อที่เด็กๆ จะได้ไม่รู้สึกว่าเขาเผชิญปัญหาชีวิตอยู่คนเดียว<br>เพราะบางทีครอบครัวตามสายเลือดอาจจะไม่ใช่ที่พึ่งที่ดีที่สุด กลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์จึงพยายามสร้างพื้นที่ปลอดภัยใหม่ๆ ให้กับเด็กได้ <strong>‘หนุ่ม’ นิพนธ์ มีชัย</strong> อีกสมาชิกจากกลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์ หัวหน้าโครงการพัฒนาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม บอกกับเราว่าตอนนี้อิฐมีที่พึ่งเพิ่มขึ้นในหลายมิติแล้ว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1067" height="1600" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-48.jpeg" alt="" class="wp-image-94843" style="width:600px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-48.jpeg 1067w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-48-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-48-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-48-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-48-1024x1536.jpeg 1024w" sizes="(max-width: 1067px) 100vw, 1067px" /><figcaption class="wp-element-caption">หนุ่ม-นิพนธ์ มีชัย</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ถ้าเขาอยากได้ความเป็นแม่เขาจะมองหาแม่ปอ แต่ถ้าเขาอยากได้คำปรึกษาแบบพี่น้องเขาจะทักหาผมไม่ก็แจง อิฐก็รู้สึกดีขึ้นเพราะมีพื้นที่ปลอดภัยให้เลือก”</p>



<p>กว่าเด็กคนหนึ่งจะเติบโตได้ อย่างน้อยเขาควรมีที่พักทางใจ หรือใครสักคนที่เขารู้สึกว่าเขาอยู่ด้วยแล้วปลอดภัย กลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์ไม่ได้ช่วยชี้ทางให้กับอิฐได้ทุกอย่าง เพียงแต่เข้ามาช่วยให้อิฐไม่รู้สึกโดดเดี่ยวจนเกินไป และที่สำคัญคือพยายามป้องกันไม่ให้อิฐรวมถึงเด็กคนอื่นๆ ดำดิ่งไปสู่พื้นที่อันตราย</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>‘ทักษะชีวิต’ สำคัญไม่แพ้ทักษะวิชาการ</strong></h3>



<p>พ่อแม่บางคนคาดหวังให้ลูกจำสูตรคณิตศาสตร์แม่นๆ ท่องศัพท์ภาษาอังกฤษได้เป็นร้อยๆ คำ แต่ในขณะเดียวกันก็มีพ่อแม่บางคนที่ไม่ขออะไรจากลูกมาก ขอแค่ดูแลตัวเองได้ก็พอแล้ว โครงการพัฒนาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม โดยกลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์จึงพยายามออกแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมเด็กทุกคน</p>



<p>“ดูแลตัวเองได้ก็พอแล้ว” คือความคาดหวังของมะห์ (แม่) ที่มีต่อลูกสาว <strong>‘เราะห์’ อุไรรัตน์ หวันว่าหมาน</strong> มะห์บอกกับเราว่าแค่เห็นลูกพอดูแลตัวเองได้ แค่นี้ก็พอใจแล้ว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-51.jpeg" alt="" class="wp-image-94847" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-51.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-51-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-51-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-51-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-51-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">เราะห์-อุไรรัตน์ และมะห์ (แม่)</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ในบรรดาพี่น้องทั้ง 3 คน เราะห์ในวัย 22 ปีเป็นลูกคนเล็กสุด เธอเป็นเด็กที่มีพัฒนาการช้า อันเนื่องมาจากโรคลมชักตั้งแต่เด็ก ทำให้ไม่สามารถเรียนหนังสือเหมือนคนอื่นได้ ส่วนการใช้ชีวิตประจำก่อนหน้านี้ มะห์บอกว่าตัวเองต้องเป็นคนลงมือทำให้ทุกอย่าง ตั้งแต่ตื่นจนนอน ซึ่งมะห์เองก็ต้องตัวประกบอยู่กับลูกเสมอ</p>



<p>ครอบครัวของมะห์ทำประมงในพื้นที่ท่ายาง จ.ระนอง มีทั้งตกปลา ลอกปู จากนั้นก็แกะเนื้อแล้วส่งขายตามกิโล เราะห์มีส่วนช่วยครอบครัวทำงานโดยการฉีกเนื้อปู ถ้าไม่ได้ทำงานอะไร เราะห์จะตื่นตั้งแต่ 8 โมงเช้า อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน กินข้าวและอยู่กับมะห์</p>



<p>ชีวิตประจำวันของเราะห์มีแม่จัดการให้เสมอ จนกระทั่งมีโครงการพัฒนาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างโอกาสให้กับเยาวชนนอกระบบการศึกษาเกิดขึ้น <strong>‘สุรานีย์ สุวรรณเนาว์’</strong> หรือที่คนในพื้นที่รู้จักว่า <strong>‘หมอแนน’</strong> พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลม่วงกลวง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง เป็นคนช่วยมะห์และเราะห์เข้าร่วมโครงการ</p>



<p>เพราะเด็กแต่ละคนมีความต้องการและปัญหาที่ไม่เหมือนกัน โครงการนี้จึงออกแบบการเรียนให้กับเราะห์โดยมุ่งให้เธอสามารถใช้ชีวิตพื้นฐานได้ด้วยตัวเอง เอาตั้งแต่ทำกับข้าว พับผ้าปูที่นอน หรือแม้กระทั่งเขียนชื่อ</p>



<p>เรามีโอกาสได้ไปตามดูกิจวัตรประจำวันของเราะห์ที่บ้าน ความตื่นเต้นของเราะห์แสดงให้เราเห็นผ่านรอยยิ้มและการหัวเราะ ด่านแรกของวันนี้คือปูที่นอนซึ่งเราะห์ทำได้เรียบร้อยดี</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-52.jpeg" alt="" class="wp-image-94848" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-52.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-52-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-52-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-52-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-52-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>นี่เป็นความภูมิใจเล็กๆ น้อยๆ ของเราะห์ที่ได้เห็นคนอื่นกินฝีมือทำกับข้าวของตัวเอง สำหรับมะห์ที่มองอยู่ก็ดูจะภูมิใจไม่แพ้กัน</p>



<p>“รู้สึกเหนื่อยน้อยลง เราไม่ต้องพูดกับเขามาก” มะห์บอก</p>



<p>ถ้าใครมองว่าการทอดไข่เจียว พับผ้า เป็นเรื่องเล็กๆ ก็เข้าใจได้ แต่สำหรับมะห์นี่คือก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่พอที่จะทำให้เธอสบายใจได้ว่า ถ้าถึงวันที่แม่ไม่อยู่ เราะห์สามารถอยู่ได้และมีศักยภาพที่พัฒนาตัวเองได้&nbsp;</p>



<p>ในอนาคตเราะห์อาจจะดูแลตัวเองในด้านอื่นๆ ได้อีก ซึ่งกว่าจะถึงจุดนั้นได้ก็ต้องมีการพัฒนาและช่วยเหลือกันต่ออีกเรื่อยๆ กลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์เล่าว่า มีพ่อแม่หลายคนปิดกั้นความสามารถของลูกเนื่องจากเห็นว่าพวกเขาเป็นเด็กพิเศษ จริงๆ แล้วเด็กกลุ่มนี้เขาก็มีศักยภาพของตัวเอง เพียงแต่คนรอบตัวอาจจะต้องลงแรงกันพอสมควรกว่าจะเจอสิ่งนั้นได้ ดีกว่าไปปิดกั้นไม่ให้เขาทำอะไรเลย</p>



<p>“พ่อแม่เด็กพิเศษหลายคนไม่คิดว่าลูกจะมีศักยภาพทำได้ ลูกไม่ทำก็ไม่เป็นไร เช่น กินข้าวไม่เก็บหรือล้างจาน ก็จะรู้สึกว่าไม่เป็นไรเพราะลูกไม่ปกติ แต่เราจะคุยกับพ่อแม่ว่าลูกมีศักยภาพทำสิ่งเหล่านี้ได้ แค่ต้องผ่านการฝึกฝน” หมอแนนย้ำ&nbsp;</p>



<p>อิฐที่เหมือนจะเป็นเพื่อนเพียงไม่กี่คนของเราะห์ อิฐจะคอยแปลคำของเราะห์ให้คนอื่นฟังอีกที กรณีที่เราะห์พูดเร็วหรือรัวเกินไป แล้วคนอื่นฟังไม่ทัน&nbsp;</p>



<p>การได้ใช้เวลาร่วมกันในโครงการพัฒนาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เพื่อสร้างโอกาสให้กับเยาวชนนอกระบบการศึกษา ทำให้อิฐเข้าใจเราะห์โดยไม่ต้องอธิบาย ขณะเดียวกันนอกจากแม่ เราะห์ก็คุยเล่นกับอิฐได้อย่างธรรมชาติ &#8211; ต่างคนต่างเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กันและกัน</p>



<p>นอกจากการปูที่นอนโชว์แล้ว วันที่เราไป เราะห์ยังโชว์ฝีมือการทอดไข่เจียวสูตรพิเศษให้เราดูด้วย</p>



<p>น้ำปลา 3 เหยาะ น้ำตาล 1 ช้อน เทน้ำมันประมาณหนึ่งใส่กระทะ และเปิดไฟกลาง นี่คือวิธีการทำไข่เจียวสูตรของเราะห์โดยเฉพาะ วันนี้อิฐมากับเราด้วย อิฐจึงทำหน้าที่เป็นนักชิมอาหาร เขาบอกว่าอร่อย</p>



<p>“เห็นไหมละ น้อง (เราะห์) ทำเอง” เราะห์อวด</p>



<p> </p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>เรื่อง : ณัฐริฎา สิริสอน<br>ภาพ : อธิคม แสงไชย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-090725/">เพราะชีวิตเล่นตลก หนังตลกเลยเข้ามาช่วย : ชีวิตที่ซึมเศร้า ไม่ตลก แต่มีความหวังของ ‘อิฐ’ เด็กนอกระบบในพื้นที่อันตราย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความซึมเศร้าของเด็กอาชีวะ : “ถอดเสื้อช็อปออกไป เราก็เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-depression-among-vocational-students-210423/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-depression-among-vocational-students-210423</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Apr 2023 13:05:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์หญิงศุทรา เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ซึมเศร้า]]></category>
		<category><![CDATA[ปรียานุช คำเย็น]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอาชีวะ]]></category>
		<category><![CDATA[ครงการพัฒนาระบบเสริมสร้างทักษะชีวิตและการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอาชีวศึกษา สำหรับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=66944</guid>

					<description><![CDATA[<p>“มีรุ่นน้องผมโดดตึกตาย” พงศ์ (นามสมมติ) อดีตเด็กอาชีวะ  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-depression-among-vocational-students-210423/">ความซึมเศร้าของเด็กอาชีวะ : “ถอดเสื้อช็อปออกไป เราก็เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“มีรุ่นน้องผมโดดตึกตาย” <strong>พงศ์</strong> (นามสมมติ) อดีตเด็กอาชีวะ ตอบคำถามว่า “มีเด็กช่างเป็นซึมเศร้าบ้างไหม”&nbsp;</p>



<p>พงศ์เคยเดินเข้า-ออกโรงพยาบาลเพื่อรักษาโรคซึมเศร้ารุนแรง (Major Depressive Disorder) อยู่เกือบ 4 ปี จึงพอจะสังเกตได้ว่าใครมีอาการในกลุ่มเดียวกับตัวเองบ้าง&nbsp;</p>



<p>“เรื่องเศรษฐกิจ ฐานะครอบครัว เขารู้สึกไม่มีค่า เป็นภาระที่บ้าน เป็นตัวถ่วง เราคนนอก ไม่รู้หรอกว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ หรือคิดไปเอง”&nbsp;</p>



<p>เรื่องปากท้อง ครอบครัว และครู เป็นความเครียดอันดับต้น ๆ ของ ‘เด็กช่าง’ ในมุมรุ่นพี่อย่าง <strong>พงศ์</strong> และ<strong>ยุทธ</strong> (นามสมมติ) ที่ตอนนี้ก็กำลังเรียนอยู่ในสถาบันอาชีวศึกษาแห่งหนึ่ง&nbsp;</p>



<p><a href="https://dmh.go.th/report/dmh/rpt_year/view.asp?id=463" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ผลการสำรวจสถานการณ์สุขภาพจิตในปี 2565 </a>จากกรมสุขภาพจิตพบว่า วัยรุ่นและเยาวชน ในช่วงอายุ 15-24 ปีมีคะแนนสุขภาพจิตเฉลี่ยต่ำที่สุด เด็กในกลุ่มที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีก็มีความเครียดสูง เสี่ยงที่จะมีภาวะซึมเศร้าและเสี่ยงฆ่าตัวตายสูงกว่ากลุ่มประชาชนวัยทำงานและวัยสูงอายุ </p>



<p>ส่วนนักเรียนนักศึกษาเป็นกลุ่มเปราะบาง ซึ่งในที่นี้อาจจะหมายรวมถึงเพื่อนที่พงศ์พูดถึง ข้อมูลก็เผยว่าเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเกิดปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า เครียด วิตกกังวลเพิ่มขึ้นตลอดช่วงอายุที่เป็นวัยรุ่น และสูงสุดในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น</p>



<p>ภาวะซึมเศร้าจึงกลายเป็นประเด็นที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ในระดับโลก องค์การอนามัยโลก (WHO) มีรายงานว่า ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ร้อยละ 10-20 ของเด็กและวัยรุ่นทั่วโลกเคยประสบกับภาวะสุขภาพจิตที่ไม่ดี โดยโรคทางจิตเวชกว่าครึ่งเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 14 ปีด้วยซ้ำ </p>



<p>“ส่วนใหญ่เรื่องฐานะ ครึ่งหนึ่งของเด็กอาชีวะฐานะไม่ดี พ่อแม่ไม่ได้ร่ำรวย บางคนทำงานถึงดึก เช้าก็ต้องรีบมาเรียนต่อ บางทีก็มาสาย อาจารย์บางคนไม่เข้าใจก็จะมองว่ามันอ้าง หลายคนไม่มีค่าเทอม&nbsp; สอบตกไม่มีค่าลงทะเบียนสอบซ่อม” ยุทธเล่าสาเหตุ&nbsp;</p>



<p>อย่างที่กล่าวว่า ปัญหายอดนิยมคือเรื่องปากท้อง ดังนั้นวิธีแก้ปัญหายอดนิยมของเด็ก ๆ คือการยืม&nbsp;</p>



<p>“ยืมตังค์ครูจ่ายค่าเทอม บางทีเพื่อนก็รวมตังค์คนละร้อยสองร้อยจ่ายค่าเทอมให้เพื่อน ปกติรวมกันกินเหล้า (หัวเราะ) หรือเพื่อนมีลูกไว ก็ต้องรวมเงินกันจ่ายค่านมลูก ชีวิตมันเร่งรัดให้โตอะพี่”&nbsp;</p>



<p>“การเปลี่ยนจากสังคมเด็กช่างมาเรียนมหา’ลัย เพื่อนไม่เข้าใจวิธีคิดแบบเรา (เด็กช่าง) เท่าไหร่ อาจารย์ด้วย บีบเราหลายอย่าง เริ่มสะสม เศรษฐกิจที่บ้านตอนนั้นหนัก เลยเข้าโรงพยาบาล ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรเลย ไม่มีค่า” พงศ์บอก&nbsp;</p>



<p>สาเหตุต่อมาคือครอบครัว&nbsp;</p>



<p>“ตอนผมลาออกจากโรงเรียนตอน ม.5 มาเรียน ปวช. ที่บ้านด่าฉิบหายวายป่วงเลย พ่อเคยเรียนช่างมาก่อนแต่เขาเรียนไม่จบ เขารู้ว่าสังคมมันเป็นยังไง เขาไม่คุยด้วยเลย ค่าเทอมก็ไม่จ่าย” พงษ์เลยต้องทำงานหาเงินจ่ายเอง&nbsp;</p>



<p>สำหรับพงศ์ สาเหตุหลักของโรคซึมเศร้ามาจากฐานะการเงินของครอบครัวที่มีปัญหา รุมด้วยปัญหาอื่น ๆ อาการจึงแสดงออกหนักขึ้นเรื่อย ๆ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปัญหาของภาพจำ : เด็กช่างตีกัน แข็งแกร่ง เต็มไปด้วยความเป็นชาย แต่ก็ซึมเศร้า</strong></h2>



<p>ความเปราะบางเรื่องเศรษฐฐสถานะ เรื่องปากท้อง การทำมาหากิน เป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์โดยพื้นฐาน เด็กอาชีวะก็ไม่ต่างกัน ปัญหาปากท้องเป็นประเด็นหลักที่ส่งผลกระทบต่อการศึกษา การใช้ชีวิต และมีผลต่อสุขภาพจิตในท้ายที่สุด ดังนั้นในประเด็นแรก เราอาจจะแยกไม่ได้ว่าปัญหาความยากจนของเด็กอาชีวะและเด็กที่เรียนสายสามัญแตกต่างกันอย่างไร</p>



<p>“ปัญหานี้เป็นเรื่องของเด็กทั่วไป ไม่ได้เฉพาะเด็กอาชีวะค่ะ&nbsp; ความยากจนเป็นปัจจัยที่มีผลต่อปัญหาสุขภาพจิตโดยภาพรวมอยู่แล้ว ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเรียนอาชีวะหรือจบแค่ ป.6 แล้วก็อาจจะหลุดออกจากระบบการศึกษาไปเลยก็ได้ แต่จะเกิดขึ้นในกลุ่มเปราะบางที่มีความยากจนเป็นพื้นฐาน และมันจะส่งผลต่อสุขภาพจิต แต่มันอาจจะไม่ตรงไปตรงมา เช่น ไม่ใช่ว่าคนที่จนจะมีปัญหาสุขภาพจิตทุกคน แต่จะเป็นปัจจัยที่สร้างปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น พ่อแม่ที่ติดสารเสพติด หรือว่าติดคุกก่ออาชญากรรม หรือครอบครัวยากจนที่อยู่ในชุมชนแออัด</p>



<p>นอกจากนั้นความยากจนจะทำให้คนเครียดจนเกิดความเครียดแบบสะสมแล้วก็เรื้อรัง การจะดิ้นรนเอาตัวรอดจากความยากจนไม่ง่าย&nbsp; รวมทั้งอาจจะทำให้เกิดความรู้สึกเหลื่อมล้ำแล้วก็ไม่ยุติธรรม เช่น เขาจะไปเทียบกับคนที่อยู่ดีกินดีมากกว่า อาจจะเทียบกับแค่เพื่อนของตัวเอง อยากได้ในสิ่งที่เคยขาด เพราะฉะนั้นเรื่องความยากจน มักจะมีทั้งความเครียดที่สูง ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ และความเหลื่อมล้ำที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองด้อย ขาดแรงจูงใจเชิงบวก ก็จะเหนี่ยวนำให้ไปทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมได้ง่าย”</p>



<p><strong>คุณหมอฝน–แพทย์หญิงศุทรา เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์ </strong>จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นของสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ และรับผิดชอบ<strong><em>โครงการพัฒนาระบบเสริมสร้างทักษะชีวิตและการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอาชีวศึกษา สำหรับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</em></strong> ผู้คลุกคลีและรับรู้สถานการณ์ของเด็กอาชีวะมาตั้งแต่ปี 2559 ให้ข้อมูล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e2cbbd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/01-หมอฝน-ศุทรา-เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ขวา) หมอฝน-แพทย์หญิงศุทรา เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่ว่า อาจจะรวมถึงเรื่องการทะเลาะวิวาทที่เป็นภาพจำมาหลายสิบปีด้วย ซึ่งทั้งพงศ์และยุทธก็ยอมรับว่าจนถึงทุกวันนี้ก็ยังมี&nbsp;</p>



<p>“รุ่นผมเข้ามา 15 คน เรียนจบ 4 คน เหตุผลมีสองอย่าง ไม่มีตังค์ กับติดคุกเพราะตีกัน”&nbsp; เขากล่าว</p>



<p>“ถามถึงว่ามุมมองของสังคมในเรื่องของการทะเลาะกันของเด็กอาชีวะ ส่วนใหญ่จะจำกัดในวิทยาลัยที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือว่าปริมณฑล ไม่ได้เป็นปัญหากับวิทยาลัยอาชีวะที่อยู่ต่างจังหวัดไกล ๆ เท่าไหร่ ดังนั้นปัญหาสถานการณ์ที่เราเห็นว่าทะเลาะกันแล้วออกข่าว จริง ๆ แล้วมันเป็นกลุ่มย่อยที่อยู่ในเฉพาะตัวเมืองเป็นหลัก&nbsp;</p>



<p>แต่ก่อนอาจจะมีการชกต่อยหรือว่าการใช้อาวุธที่ไม่ถึงชีวิต แต่ว่าในช่วง 4-5 ปีหลังที่ผ่านมา เช่น ปี 2559 ไล่มาจนถึงปี 2560-2561 พบว่าเด็กใช้อาวุธที่ทำให้ถึงแก่ชีวิตมากขึ้น มีการใช้อาวุธปืนเข้ามามากขึ้น จึงทำให้คู่กรณีมีการเสียชีวิต&nbsp;</p>



<p>นี่เป็นการติดตามสถานการณ์มาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะไม่ได้เป็นกลุ่มใหญ่ แต่ก็เป็นปัจจัยที่น่ากังวลนะคะ เนื่องจากเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น แต่จริง ๆ แล้วความรุนแรงและการทะเลาะวิวาทเกิดกับเด็กทุกสังกัดนั่นแหละ แต่ว่าสายอาชีพเป็นสายที่อาจจะมีการรวมกันของเด็กที่มีความเปราะบางได้เยอะ เลยทำให้ปัจจัยเสี่ยงที่มันผสมผสานกันเกิดขึ้นกับเด็กกลุ่มนี้”</p>



<p>หมอฝนเสริมว่าส่วนหนึ่งของปัญหามาจากครอบครัว&nbsp;</p>



<p>“พ่อแม่ของเด็กอาชีวะเขามีการใช้ความรุนแรง เช่น พ่อแม่อาจจะมีคดีความ ก่ออาชญากรรมหรืออาจจะใช้ความรุนแรงในครอบครัว เด็กกลุ่มนี้เติบโตมาและอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีความเสี่ยง พอมาอยู่ในสถานศึกษา&nbsp; และสถานศึกษาเองก็อาจจะมีต้นแบบหรือการถ่ายทอดความรุนแรงในบางแบบ เช่น บางทีมีเหตุการณ์ตีกัน ครูก็จะจัดการด้วยความรุนแรงเหมือนกัน ไล่เด็กออก หรือพูดแต่คำที่รุนแรง ประจาน”</p>



<p>ไม่มากก็น้อย ครูจึงมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตและสุขภาพจิตของเด็กอาชีวะ</p>



<p>“เวลาเครียด อันดับแรกจะปรึกษาเพื่อน ไม่ก็รุ่นพี่รุ่นน้อง แต่ถ้าเป็นเรื่องทะเลาะวิวาท ไม่มีใครกล้าปรึกษาอาจารย์ กลัวทัณฑ์บน กลัวผลกระทบเรื่องเรียนตามมา จะถูกมองว่าเป็นเด็กโดดเรียน เป็นหัวโจก” ยุทธตอบคำถามว่า เวลากลุ้มหรือเครียดปรึกษาใคร</p>



<p>ในอีกด้าน ภาพลักษณ์ความเป็นเด็กช่างที่ต้องอดทน กล้าหาญ แข็งแกร่ง จัดการปัญหาแบบเด็ดขาด ก็เป็น ‘พิษ’ ไหลย้อนกลับเข้าตัว&nbsp;</p>



<p>“ความที่มีความเป็นชาย (masculine) เยอะ ต้องแข็งแกร่ง อดทน แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย เวลาเอาไปปรึกษาอาจารย์บางคน เขาก็จะบอกว่า ไอ้เหี้ย คิดอะไรโง่ ๆ เรื่องของมึง ไปไหนก็ไป ควาย …ส่วนมากใช้คำแบบนี้ จริงๆ เขาไม่ได้คิดอะไรหรอก เขาอาจจะคิดว่าเด็กผู้ชายเจออะไรมาเยอะ หนีตายมาได้จนจะจบอยู่แล้ว มาท้อแท้กับเรื่องแบบนี้ได้ยังไง” &nbsp;</p>



<p>วาทกรรมความเป็นชาย หรือความฆ่าได้หยามไม่ได้ที่ตีตราตามตัวเด็กอาชีวะมา จึงมีที่มาที่ไปจากหลากหลายสาเหตุ ส่วนสำคัญเลยคือสภาพแวดล้อมที่มีส่วนบ่มเพาะพฤติกรรมที่อาจจะนำไปสู่ความรุนแรง</p>



<p>และอีกปัจจัยที่ทรงอิทธิพลคือสื่อ</p>



<p>“เด็กกลุ่มนี้พอออกจากวิทยาลัยนึงเขาก็ไปเข้าอีกวิทยาลัยนึง ซึ่งก็อาจจะไปเจอครูที่ไม่ได้ดูแลด้วยการประนีประนอมเหมือนกัน อีกอย่างคือสื่ออาจจะมีรูปแบบการนำเสนอที่ไฮไลต์เรื่องความรุนแรงที่มันมากเกินไป จนเขารู้สึกว่าโดดเด่นขึ้นมาชั่วข้ามคืนเลย นี่ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีการวิเคราะห์ว่าไม่ได้เป็นผลดีกับเรื่องความรุนแรง แต่กลับทำให้ความรุนแรงได้รับการมองเห็นมากขึ้นจนเกินความเป็นจริงด้วยซ้ำ” หมอฝนกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f82fbd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/02-หมอฝน-ศุทรา-เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความเครียดไม่แบ่งสายสามัญ-อาชีพ</strong></h2>



<p>ถ้ามีหนังสักเรื่องถ่ายทอดชีวิตจริงของเด็ก ๆ อาชีวะออกมา อยากให้เป็นเรื่องราวแบบไหน?</p>



<p>“อยากให้เล่าปัญหาครู อาจารย์ ปัญหาชีวิต ครอบครัว ซึ่งส่งผลถึงการเรียนด้วย ประเด็นนี้มันมีมา 40-50 ปีแล้ว&nbsp; ไม่ได้รับการแก้ไขอะไรเลย ไม่มีรัฐบาลไหนเลยพูดถึงเด็กอาชีวะ พวกผมก็น้อยใจเหมือนกันนะพี่ อยากให้ภาครัฐจัดกิจกรรมให้เด็ก ๆ ต่างสถาบันทำอะไรร่วมกันบ้าง อย่างกีฬาต่างสถาบัน ผมเชื่อว่าถ้าได้เล่นกัน รู้จักกันตั้งแต่ ปวช.ปี 1 มันจะตีกันน้อยลง”&nbsp;</p>



<p>ยุทธยังย้ำคำตอบว่า ทั้งหมดนี้ไม่ได้พูดเพื่อเอาดีเข้าตัว แต่ตีกันมันไม่ได้ประโยชน์อะไรจริง ๆ&nbsp;</p>



<p>“อยากให้สังคมเข้าใจพวกผมมากกว่านี้ ไม่ใช่อะไรก็ใช้ความรุนแรง อย่างผมคุยกับพี่ ผมก็ใช้เหตุผลคุยได้ เด็กช่างมันก็มีคนที่คิดได้ คิดไม่ได้ เด็กสามัญ เด็กวัยรุ่นคนอื่น ๆ ก็ไม่ต่างกันหรอก”&nbsp;</p>



<p>“เอาจริง ๆ เด็กอาชีวะก็คือเด็กทั่วไปนะพี่ เรื่องใช้ความรุนแรงยอมรับว่ามี แต่ไม่ใช่ทุกคน บางทีก็น้อยใจ ไปฝึกงานในโรงงาน เขาก็มองเกรง ๆ ว่าเด็กพวกนี้มันจะมาตีเราไหม” ยุทธเล่าให้ฟัง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-131c31"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/03-เด็กอาชีวะ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><a href="https://www.unicef.org/thailand/th/reports/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B9%87%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" target="_blank" rel="noreferrer noopener">รายงาน</a> <em>“การสร้างความเข้มแข็งให้ระบบและบริการสนับสนุนทางจิตใจและจิตสังคมสำหรับเด็กและวัยรุ่นในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ฉบับประเทศไทย”</em>  โดยองค์การยูนิเซฟประเทศไทย กรมสุขภาพจิต สถาบันวิจัยประชากรและสังคม และสถาบันเบอร์เน็ต ประเทศออสเตรเลีย เผยข้อมูลว่า วัยรุ่นไทยอายุ 10-19 ปี ประมาณ 1 ใน 7 คน มีความผิดปกติทางจิตประสาทและอารมณ์ และการฆ่าตัวตายคือสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสามของวัยรุ่นไทย </p>



<p>รายงานฉบับนี้ไม่ได้แบ่งหมวดว่าวัยรุ่นคนไหนเรียนสายสามัญ คนไหนเรียนสายอาชีพ หรือคนไหนอยู่นอกระบบ สอดคล้องกับคุณหมอฝนที่บอกว่า ความเครียด ความซึมเศร้าของเด็กอาชีวะก็เหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป เพิ่มเติมเข้ามาที่หนักกว่าคือเรื่องปากท้อง&nbsp;</p>



<p>“หลายคนมาเรียนสายอาชีพเพื่อจะทำงานหาเงิน เด็กมัธยมหลายคนก็ไม่เคยรู้เลยว่า ฉันจะต้องทำงานหาเงินด้วยเหรอ เด็กอาชีวะหลายคนเลิกเรียนไปทำงานต่อก็เจอการจ้างงานที่ถูกเอาเปรียบ ใช้แรงงานเกินเวลาหรือกดค่าแรง เพราะฉะนั้นเด็กสายอาชีพน่าจะมีความเครียดสองเด้งเมื่อเทียบกับเด็กทั่วไป คือเครียดด้านการศึกษา แล้วก็เครียดกับระบบการจ้างงานที่เจอ” หมอฝนกล่าว</p>



<p>จึงมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่เลือกเรียนสายอาชีพด้วยเหตุผลที่ชัดเจน คืออยากทำงานและมีรายได้โดยเร็ว ฉะนั้นความคิดที่ว่า เพราะเรียนไม่เก่ง หัวไม่ดี เลยสอบไม่ติดสายสามัญก็อาจเป็นเพียงมายาคติเดิม ๆ&nbsp;</p>



<p><strong>“หมอได้ไปคุยและทดลองกิจกรรมกับเด็กหลายคนแล้วพบว่า ทัศนคติที่ว่าเด็กสายอาชีพเป็นเด็กที่เรียนไม่เก่งอาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะเคยสัมภาษณ์เด็กหลายคนที่มาเรียนสายอาชีพ สายช่าง และเป็นเด็กผู้หญิง เขาบอกออกมาด้วยความภูมิใจเลยว่า เขาตั้งใจเลือกเรียนสายช่างเพราะเขาอยากจะเป็นช่างจริงๆ  เขาเป็นเด็กที่เรียนเก่งและสามารถไปสอบแข่งขันกับเด็ก ม. 4 ได้ แต่มาเรียนที่นี่เพราะขึ้นชื่อเรื่องการปั้นคนออกไปเป็นอาชีพนี้ได้ และเขาก็อยากเรียนแค่ 3 ปีแล้วออกไปประกอบอาชีพได้เลย</strong></p>



<p><strong>เพราะฉะนั้น เด็กกลุ่มนี้ไม่น้อยเขาเลือกที่จะเรียนสายอาชีพด้วยเหตุผลที่ชัดเจน และมีเป้าหมาย แต่เสียงเหล่านี้อาจจะไม่ค่อยได้ถูกสะท้อนออกมามากกว่า&nbsp;</strong></p>



<p>ตัวครูเองก็เช่นกันค่ะ มีเด็กจำนวนหนึ่งที่เขามั่นใจและภูมิใจในตัวเองว่าเขาอยากจะเรียนสายอาชีพ เขาค้นหาตัวเองเจอ แล้วเขาก็มีความเก่ง ฉลาด หัวดีมาก สามารถเรียนได้เกรดที่สูง แต่ขณะเดียวกัน กลายเป็นว่าครูที่สอนเขาเนี่ยก็มองเหมือนที่สังคมมอง ในเชิงเหมารวม ครูไปพูดกับเด็กว่า โอ๊ย ทำไมเรียนเก่งขนาดนี้ มาเรียนสายอาชีพทำไม ทำให้คนเก่ง ๆ ไม่อยากจะมาเรียนเท่าที่ควร  เพราะฉะนั้นสังคมก็มีส่วนทำให้เกิดการแบ่งแยกกลุ่มผู้เรียนไปในตัว ทำให้พ่อแม่และครอบครัวก็รู้สึกไม่ได้รับความสำคัญ เด็กก็หลุดออกจากระบบการศึกษา แสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้ไม่เต็มที่ค่ะ”</p>



<p>และการเรียนสายอาชีพก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่ใครคิด</p>



<p>“เด็กอาชีวะส่วนหนึ่งที่บอกว่าเรียนยาก เรียนไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ไม่มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนมากพอ  เป็นความเครียดจากการที่ไม่เคยได้ค้นหาตัวเอง ทำให้มันติดขัดไปต่อไม่ได้ ไม่รู้จะไปในสายนี้ต่อจนจบไหม หรือว่าลาออกไปเลยดี คล้าย ๆ กับเด็ก ม.6 เตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่เด็กอาชีวะเจอเร็วกว่าเท่านั้นเอง” คุณหมอฝนอธิบาย </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-906619"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/04-เสื้อช็อป.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เด็ก ม.ปลาย มีครูแนะแนว แล้วเด็กช่างมีใคร</strong></h2>



<p>ข้อมูลจากยูนิเซฟยังระบุว่า ประเทศไทยมีระบบการส่งต่อเพื่อรับการบำบัดรักษาทั้งภายในและระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ อยู่ก่อนแล้ว แต่ระบบเหล่านี้ยังต้องอาศัยกลไกไม่เป็นทางการเพื่อแก้ไขเรื่องปัญหาสุขภาพจิต แทนที่จะมีขั้นตอนและกระบวนการส่งต่อที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน&nbsp; หากหน่วยงานด้านการศึกษาค้นพบนักเรียนที่มีปัญหาทางสุขภาพจิต ผู้ให้คำปรึกษา นักจิตวิทยาโรงเรียน หรือคุณครู จะส่งเคสต่อให้ครูประจำชั้นก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อแจ้งพ่อแม่ผู้ปกครองว่าเด็กต้องการการบำบัดรักษา&nbsp;</p>



<p>แต่ก็ยังมีข้อท้าทายสำคัญ นั่นคือการส่งเสริมให้พ่อแม่ผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญ ครูแนะแนวจึงเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการประสานงานกับแผนกจิตเวชของโรงพยาบาลในพื้นที่หรือศูนย์ส่งเสริมสุขภาพของโรงพยาบาลในระดับชุมชน แต่สถานการณ์ของประเทศในตอนนี้ก็ยังถือว่าขาดแคลนครูแนะแนวในโรงเรียนต่าง ๆ คุณครูที่ยังไม่ได้ผ่านการฝึกอบรมจึงต้องรับผิดชอบในส่วนนี้ไป ระบบการส่งต่อเด็กที่มีในโรงเรียนก็ยังต้องอาศัยกลไกอย่างไม่เป็นทางการ&nbsp;</p>



<p><a href="https://www.eef.or.th/career-capital-24-02-21/?fbclid=IwAR112bxuUnM7ylJ06X7x-HGf380Pq3MfWh3VEd_24OSYQIRVNC5ITqiZTAo" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ข้อมูลที่ไม่เป็นทางการ</a> ซึ่งสำรวจโดยโครงการพัฒนาระบบเสริมสร้างทักษะชีวิตและการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอาชีวศึกษา สำหรับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง กสศ.​ พบว่า มีนักเรียนอาชีวศึกษาออกจากการศึกษากลางทางราว 20-30%</p>



<p>ที่กล่าวมาตั้งแต่ต้นอาจจะไม่ใช่เรื่องเครียดและความกลุ้มทั้งหมดที่นักเรียนสายอาชีวะแบกเอาไว้ เช่นเดียวกัน ตัวเลขของเด็กที่ต้องลาออกกลางคันก็อาจจะมีมากกว่า 20-30% นั่นเพราะว่าไม่เคยมีฐานข้อมูลหรือการเก็บสถิติใด ๆ เกี่ยวกับการลาออก หรือแม้กระทั่งสุขภาพกาย สุขภาพจิตของนักเรียนกลุ่มนี้เลย&nbsp;</p>



<p>“ถ้าไม่มีฐานข้อมูล คุณก็จะทำอะไรอย่างไม่ตรงเป้า สมมติอยากจะป้องกันโควิดให้นักเรียนอาชีวะ แต่คุณไม่รู้ว่าเด็กคนไหนเสี่ยงมากเสี่ยงน้อย ครอบครัวมีคนติดโควิดไหม คุณจะไปป้องกันโควิดให้เขาได้ยังไง ปัญหาสุขภาพจิตก็เหมือนกัน ถ้าคุณไม่มีฐานข้อมูลว่าเด็กเครียดเรื่องอะไร จะแก้ยังไงเพื่อไม่ให้เด็กใช้ความรุนแรง หรือเลิกเรียนกลางคัน คุณก็จะแก้ปัญหาไม่ได้ สุดท้ายผู้ที่จะให้งบประมาณสนับสนุนก็ไม่ให้งบมา เพราะไม่มีฐานข้อมูลเพียงพอ ลงงบประมาณไปก็ไม่สามารถวัดผลได้” คุณหมอฝนเล่าว่านี่คือปัญหาแบบโดมิโน</p>



<p>เปรียบเทียบกับโรงเรียนก็น่าจะคล้ายกับวิชาแนะแนว ถึงผลที่ได้อาจจะลดหลั่นแตกต่างกันไป ตามความเข้าใจและความใส่ใจของผู้บริหารและอาจารย์ แต่ก็ยังได้ชื่อว่ามี</p>



<p>“ก็อยากให้มีคล้าย ๆ ครูแนะแนว อย่างน้อยแค่คอยรับฟัง” ยุทธบอก&nbsp;</p>



<p>ถ้ามีระบบรับฟังจริง ๆ มันควรจะเป็นอย่างไร เราถาม&nbsp;</p>



<p><strong>“ระบบมันไม่น่าจะออกแบบยาก เด็กวัยรุ่นเหมือนกัน ก็เหมือนเด็ก ม.ปลาย นั่นแหละ ไม่ได้ซับซ้อนอะไร ต้องการแค่คนฟัง แค่นั้นเลย ที่ผมรักษาซึมเศร้าหายได้เพราะมีคนฟัง โรงเรียนช่างไม่มีพื้นที่ตรงนี้ สังคมไม่ได้มีพื้นที่ให้เรา”</strong> พงษ์ตอบ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4989b5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/05-เด็กอาชีวะ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สถาบันอาชีวะบางแห่งก็มีระบบดูแลสุขภาพจิตผ่านโครงการพัฒนาระบบเสริมสร้างทักษะชีวิตและการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอาชีวศึกษา สำหรับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จากคำบอกเล่าของ <a href="https://www.eef.or.th/article-access-to-a-good-education-280323/?fbclid=IwAR0PQ4GlrNYGGdtJWhgK4GF7Wlww9pUPnUe31JQct6VNYEXAftIxph-A_K4" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong>ครูเปีย–ปรียานุช คำเย็น</strong></a> ครูประจำแผนกวิชาช่างเชื่อมโลหะ วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ และ หัวหน้าทีมคัดกรองเด็กทุนนวัตกรรมฯ ที่ดูแลโดยหมอฝน </p>



<p>“พอเด็กเริ่มไม่เรียน ไม่มาเรียน เราก็จะบอกนักจิตวิทยาเด็กฯ ของโครงการฯ ว่าเด็กคนนี้เป็นยังไง ทำไมถึงไม่เรียน แล้วนักจิตวิทยาเด็กจะเข้ามาคุยกับเด็ก เพราะบางทีครูอาจจะไม่ค่อยเข้าใจบริบทเขา เขามีปัญหาฝังใจอะไร ถ้าคุยแล้วนักจิตวิทยาเห็นว่าควรบำบัด ก็จะส่งต่อ” </p>



<p>ครูเปียเล่าต่ออีกว่า ถ้าเทียบสัดส่วน เด็กที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตถือว่ายังมีไม่มาก แต่สาเหตุมักมาจากสภาพแวดล้อมรอบตัว&nbsp;</p>



<p>“เด็กที่ไม่เคยเข้ามาอยู่ในเมืองจะไม่มาเรียน หลงไปกับสิ่งแวดล้อมตื่นตาตื่นใจรอบนอก ตอนแรก ๆ อาจารย์เปียไม่เข้าใจ แต่จากการได้ไปอบรมกับจิตแพทย์และนักจิตวิทยาของโครงการฯ ทำให้​เรามีวิธีการพูดคุยกับเด็กเวลาเขามีปัญหา เช่น ทำไมเธอไม่มาเรียน อย่าพูดแบบนี้กับเด็ก ต้องพูดว่า ครูเป็นห่วงเราเหลือเกิน เป็นห่วงว่าวิชานี้เราจะได้ไหม ติดปัญหาตรงไหนหรือเปล่า ครูช่วยอะไรเราได้ไหม อันนี้คือวิธีการคุยกับเด็ก เพราะการเอาแต่ถามว่าทำไม ๆ เหมือนเราไปด่าเด็ก เด็กก็จะไม่อยู่ เราก็จะต้องสูดหายใจ คุยใหม่ ห้ามคุยแบบนี้นะ”</p>



<p>ครูจึงมักจะเป็นด่านหน้าชั้นแรกที่สังเกตเห็นเด็กที่มีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาด้านสุขภาพจิต หลังจากนั้นครูก็จะทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับครอบครัวและหน่วยงานด้านสุขภาพจิตอื่น ๆ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เราจึงเห็นได้ชัดเจนว่าโรงเรียนมีบทบาทสำคัญในการดูแลช่วยเหลือเด็กเบื้องต้น เพราะสามารถให้คำปรึกษาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กได้ ครูในโรงเรียนหรือสถานศึกษาทุกรูปแบบจึงควรได้รับการฝึกอบรมและการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านการเสริมสร้างทัศนคติและความมั่นใจ รวมถึงรัฐต้องพัฒนาระบบการส่งต่อและการประสานงานกับหน่วยงานด้านสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนให้โรงเรียนมีบทบาทมากขึ้นเพื่อที่จะดูแลเด็กเพื่อเข้ารับการบำบัดรักษาได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2cacf6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/06-ครูเปีย-ปรียานุช-คำเย็น.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จนถึงวันนี้ ด้วยความที่ระบบการปรับปรุงสุขภาพจิตพื้นฐานยังคงกระจายตัวไม่ค่อยถึง และสมควรได้รับการออกแบบให้มีการดูแลที่แตกต่างกันไปในสถานศึกษาแต่ละรูปแบบ เราจึงอาจคาดคะเนได้ว่ายังไม่มีพื้นที่ปลอดภัยหรือการรับฟังอย่างเป็นระบบหรือโยนคำสั่งมาจากส่วนกลาง ภาวะซึมเศร้า หรือแม้กระทั่งความเครียดในระดับอ่อน ๆ พงษ์บอกว่า รุ่นน้องหลายคนก็ยังไม่กล้าพูด ขนาดยอมรับว่าตัวเองเป็นยังไม่กล้า นั่นเพราะยังขาดข้อมูลความรู้และผู้ใหญ่ที่เข้าใจและไม่ตัดสิน</p>



<p>“รุ่นน้องบางคนไม่กล้าพูด เขาไม่รู้อาการ แต่ถ้าคนรอบข้างเข้าใจ มีความรู้ มันจะช่วยได้เยอะ โดยเฉพาะครู”&nbsp;</p>



<p>มากกว่านั้น การได้ทุนมาสนับสนุนตลอดการศึกษา นอกจากจะลดสัดส่วนการลาออกกลางทางแล้ว สำหรับพงษ์ มันคือการบอกว่ามีคนห่วงใย ความเครียดต่าง ๆ ก็เบาบางลงเยอะ</p>



<p>“แค่ซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายระหว่างเรียนก็ออกน้อยแล้วครับ ตอนโควิดรุ่นน้องออกกันเยอะ ออกไปเป็นไรเดอร์ เขาต้องหาเงิน”</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คลี่คลายและจุดประกายด้วย ‘ทักษะชีวิต’</strong></h2>



<p>ความเปราะบางทั้งเรื่องเงิน ความรุนแรง และสุขภาพใจ เป็นจุดเริ่มต้นและเจตนาหลักของโครงการพัฒนาระบบเสริมสร้างทักษะชีวิตและการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอาชีวศึกษา สำหรับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง โดย กสศ. และสถาบันสุขภาพจิตเด็กและเยาวชนราชนครินทร์ ที่ตั้งขึ้นในปี 2562 เพื่อให้นักศึกษาทุนฯ ได้รับการดูแลจิตใจที่ถูกวิธี มีการช่วยเหลือที่เหมาะสมอย่างทันท่วงทีก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจากเรื่องเล็ก ๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ ให้นักศึกษาได้เรียนรู้และพัฒนาสุขภาพใจ จะได้พร้อมรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ตามช่วงวัย</p>



<p>โดยใช้เครื่องมือสำคัญอย่าง ‘<a href="https://www.camri.go.th/th/knowledge/ebook/ebook-100" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ทักษะชีวิต</a>’ (life skills) เข้ามาคลี่คลายปัญหาและจุดประกายให้นักเรียนอาชีวะหันมารู้จัก รัก และดูแลมากขึ้น เช่น การส่งเสริมทักษะด้านความคิด อารมณ์ หรือสังคม โดยครอบคลุมทักษะชีวิตทั้ง 10 ด้านของ WHO รวมไปถึงทักษะที่เหมาะสมกับบริบทในประเทศไทย นั่นคือ ทักษะในการสร้างเครือข่ายและการทำงานเป็นทีม</p>



<p>รวมไปถึงการวางแผนเป้าหมายชีวิต</p>



<p>“เรารีวิวมาแล้วว่าความยากจนเป็นต้นเหตุ และมันก็เป็นตัวบีบคั้น ทำให้เด็กคนหนึ่งได้รับความเครียด เพราะฉะนั้นเด็กยิ่งเปราะบาง เขายิ่งต้องได้รับการเสริมสร้างทักษะชีวิตที่เหมาะสม เพื่อทำให้เขามีความเท่าเทียมกับเด็กคนอื่น เพราะเขาจะมีความเครียดสูงกว่า&nbsp;</p>



<p>คุณหมอฝนอธิบายว่า ช่วงเริ่มโครงการฯ ครูจะต้องเข้ารับการอบรมเรื่องการดูแลสุขภาพจิตของนักศึกษา 1 ครั้ง แล้วกลับไปดูแลเด็กผ่านคำแนะนำของ ‘โค้ช’ (ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต) ที่ครูจะสามารถขอคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตได้อย่างใกล้ชิดและตลอดเวลา</p>



<p>“ครูและโค้ชจะพูดคุยกันถึงความคืบหน้าและปัญหาตลอด เมื่อครูเห็นว่าเด็กคนไหนมีแววของความไม่ปกติเกิดขึ้น เช่น มีพฤติกรรมแปลกไป หรือมีการพาตัวเข้าไปใกล้ชิดกับเรื่องสุ่มเสี่ยง ครูจะปรึกษากับโค้ชทันที”&nbsp;</p>



<p>ผ่านมา 4 ปี กับสถาบันอาชีวศึกษา 66 แห่งทั่วประเทศ คุณหมอฝนเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นว่า จากการติดตามนักศึกษาทุนนวัตกรรมรุ่น 1 ตลอด 1 ปีเต็ม เด็กอาชีวะที่เคยเข้ากิจกรรมทักษะชีวิตมีสุขภาวะที่ดีสูงกว่าเด็กที่ไม่ได้เข้ากิจกรรม อย่างมีนัยสำคัญ&nbsp;</p>



<p>“ระดับต่อมาคือ ครูที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพปีละ 100 คน มีทักษะการทำความเข้าใจเด็กมากขึ้นจากเดิม จากเดิมครูที่แข็ง ๆ ไม่พูด ไม่ถามเด็ก แต่พอผ่านการอบรมครูพร้อมที่จะฟังเด็กมากขึ้น สังเกตเห็นอารมณ์&nbsp; เห็นเด็กร้องไห้แล้วไม่รู้สึกตื่นตกใจเหมือนแต่ก่อน”&nbsp;</p>



<p>ระดับสุดท้ายคือ ผู้บริหาร ที่ใส่ใจเรื่องการดูแลสุขภาพจิตเด็ก ๆ มากขึ้น&nbsp;</p>



<p>“สัมผัสได้ถึงการสนับสนุน ให้ความรู้ หรือขอคำปรึกษาว่าพัฒนาเด็กเพิ่มเติมหน่อย มันเป็นการสร้างเครือข่ายที่นำไปสู่ทิศทางที่ดี” คุณหมอฝนทิ้งท้าย </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1e0fbf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/07-เด็กอาชีวะ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ต้นทุนสุขภาพจิตในตัวปัจเจกเป็นต้นทุนที่สำคัญมาก และไม่ใช่เพียงสถานศึกษาเท่านั้นที่จะดูแลเรื่องนี้ให้ครอบคลุม แต่เป็นระบบนิเวศทั้งหมดของสังคม ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อน หน่วยงานด้านสวัสดิการสังคม หน่วยงานด้านความยุติธรรม หรือแม้กระทั่งองค์กรที่ไม่ใช่รัฐและภาคธุรกิจ</p>



<p>ข้อมูลจากรายงานของยูนิเซฟเผยว่า&nbsp; ประเทศไทยยังมีช่องว่างที่รัฐต้องให้การบริการสนับสนุนทางจิตใจและจิตสังคมในแบบสหวิชาชีพที่เป็นมิตรต่อเด็ก&nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการนอกสถานพยาบาลเฉพาะทางระดับตติยภูมิ ยังขาดแนวทางการส่งเสริมสุขภาพจิตแบบครบวงจรที่หน่วยงานทั้งระบบการศึกษามีส่วนร่วม และแนวทางระดับประเทศเพื่อสนับสนุนการดูแลและบำบัดรักษาโดยพ่อแม่ผู้ปกครองและผู้ให้การดูแลการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพและการแก้ไขปัญหาการรังแกกันในกลุ่มเพื่อน และการเข้าถึงเด็กและวัยรุ่นด้อยโอกาส เด็กที่ไม่ได้เรียนในโรงเรียนและเด็กข้ามชาติ</p>



<p>ความพยายามในการให้บริการสนับสนุนทางจิตใจกับเด็กไทย หรือจากในบทความนี้คือเราพยายามที่จะสื่อสารให้เห็นภาพของสถานการณ์ ความคิดความอ่านของเด็กอาชีวะที่ยังต้องการ ‘ระบบที่ดี’ และการทะนุถนอมจิตใจไม่ต่างจากคนอื่น ๆ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-depression-among-vocational-students-210423/">ความซึมเศร้าของเด็กอาชีวะ : “ถอดเสื้อช็อปออกไป เราก็เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เครียด-ซึมเศร้า-สูญเสีย ข้อเสนอ Roadmap การเยียวยาบาดแผลทางใจของเด็กๆ ช่วงวิกฤตโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-roadmaphealing-the-wounds-of-the-childs-heart-covid19/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-roadmaphealing-the-wounds-of-the-childs-heart-covid19</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Sep 2021 05:31:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Roadmap]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์คุณธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[กรมกิจการเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[CPIS]]></category>
		<category><![CDATA[ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี]]></category>
		<category><![CDATA[Child Protection Information System]]></category>
		<category><![CDATA[หนึ่งบ้าน หนึ่งโรงพยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[PTSD]]></category>
		<category><![CDATA[Post-Traumatic stress disorder]]></category>
		<category><![CDATA[ซึมเศร้า]]></category>
		<category><![CDATA[บาดแผลทางใจ]]></category>
		<category><![CDATA[Death Perception]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=45575</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ขณะนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่แต่ละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-roadmaphealing-the-wounds-of-the-childs-heart-covid19/">เครียด-ซึมเศร้า-สูญเสีย ข้อเสนอ Roadmap การเยียวยาบาดแผลทางใจของเด็กๆ ช่วงวิกฤตโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ขณะนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่แต่ละวันยังคงพุ่งสูง สร้างผลกระทบทั้งต่อผู้เสียชีวิตและบุคคลใกล้ชิด โดยเฉพาะเด็กที่มีบุคคลในครอบครัวติดโควิด ภาวะเครียด ซึมเศร้า ไปจนกระทั่งผลกระทบที่รุนแรงอย่างการการสูญเสียพ่อแม่หรือผู้ปกครอง</p>



<p>เมื่อเสาหลักของครอบครัวขาดหายไป&nbsp;</p>



<p>เด็กๆ จะอยู่อย่างไร ชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร&nbsp;</p>



<p>กสศ.มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณหมอสองท่าน&nbsp;</p>



<p><strong>คุณหมอดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ </strong>พูดคุยเกี่ยวกับระบบสารสนเทศเพื่อการคุ้มครองเด็ก CPIS และการช่วยเหลือแบบจิตสังคมของกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;</p>



<p><strong>รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม </strong>พูดคุยเกี่ยวกับการเยียวยาจิตใจเด็กที่สูญเสีย และวิธีจัดการความเครียดของเด็ก</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="1-cpis-%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81-%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5-%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B5-%E0%B8%88%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C">CPIS ฐานข้อมูลคุ้มครองเด็ก<br>แจ้งเคสเด็กเข้ามา มีหน่วยงานติดตามดูแล<br>แพทย์หญิงดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์<br>ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์</h2>



<p>ตัวเลขเด็กที่ติดเชื้อโควิด นับจากเดือนมกราคมถึงสิงหาคมนี้ ข้อมูลรายงานอยู่ที่ 134,329 คน ซึ่งทางกรมกิจการเด็กและเยาวชนได้จัดทำระบบฐานข้อมูล CPIS (Child Protection Information System) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลเพื่อการคุ้มครองเด็ก มีทั้งไลน์ @savekidscovid19 และแอปพลิเคชันคุ้มครองเด็ก หรือสามารถโทร.ผ่านสายด่วน 1300 ได้&nbsp;</p>



<p>จากระบบ CPIS รายงานว่ามีเด็กที่ได้รับผลกระทบจากโควิดสะสมอยู่ที่ 1,068 ราย ในจำนวนนี้ทางกรมกิจการเด็กและเยาวชนได้ให้ความช่วยเหลือด้านสังคม เป็นเงินกองทุนคุ้มครองเด็ก เงินสงเคราะห์เด็กครอบครัวยากจน ทุนการศึกษา และทางสุขภาพจิตเข้าไปดูแลร่วมกับภาคส่วนทางสังคม เราใช้คำว่า จิตสังคม (Social Care) ดูแลไปพร้อมกัน มีการดูแลด้านจิตสังคมในเด็กที่สูญเสียครอบครัวจากโควิดหรือครอบครัวยากจนฉับพลัน ซึ่งจะมีผลทำให้เด็กไม่สามารถเรียนหนังสือได้&nbsp;</p>



<p>ถ้ามีรายงานเคสเข้ามาที่ระบบ CPIS มากขึ้น ยิ่งมีการรับรู้ถึงระบบช่วยเหลือนี้มากเท่าใด และมีเด็กเข้ามาในระบบมากเท่าไหร่ เราก็จะได้ดูแลช่วยเหลือเด็กได้มากขึ้นเท่านั้น ระบบก็จะแข็งแรงและเป็นที่รู้จักของผู้คน</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="2-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1">ความหมายของจิตสังคม</h4>



<p>จิตสังคมคือ การดูแลทางจิตและการดูแลทางสังคม การดูแลทางจิต ระบบสุขภาพดูแล การดูแลทางสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ดูแล เราทำควบคู่กันไป การดูแลโดยจิตสังคมคือ หนึ่งคนจะมีกาย ใจ สังคม ควบคู่กันไปเสมอ</p>



<p>กรณีครอบครัวยากจนฉับพลันที่ขอความช่วยเหลือเข้ามาที่กระทรวง พม. กรมกิจการเด็กและเยาวชน มีจำนวน 2,541 ราย ส่วนเด็กที่สูญเสียพ่อแม่ผู้ดูแลมีจำนวน 364 ราย เราจำเป็นต้องเข้าไปดูแล เพราะเมื่อพ่อแม่ผู้แลเด็กเสียชีวิต จะกระทบจิตใจเด็กมาก หนึ่ง กระทบจิตใจเด็ก สอง กระทบเศรษฐกิจของครอบครัว เพราะครอบครัวไม่สามารถดูแลเด็กทั้งกายและใจได้เต็มที่เท่าเดิม&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7c1d05"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/06-พญ-ดุษฎี-ข้อเสนอ-roadmap.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณหมอดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์<br>ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="3-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5-%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81">หนึ่งบ้าน หนึ่งโรงพยาบาล<br>เยียวยาบาดแผลทางใจเด็ก</h4>



<p>ถ้าคนที่หารายได้ลดลงหนึ่งคน โภชนาการของเด็กก็จะได้รับผลกระทบ จิตใจของเด็กอีก เด็กสูญเสียคนที่เขารักและผูกพันด้วย จะเป็นบาดแผลทางใจที่ต้องการการเยียวยา ทีมของกรมสุขภาพจิตขณะนี้ เรามีโมเดลชื่อว่า “หนึ่งบ้าน หนึ่งโรงพยาบาล” คือ หนึ่งบ้านพักเด็กและครอบครัว เราจะประสานให้ดูแลร่วมกับทีมของโรงพยาบาล ทีมของสาธารณสุข&nbsp;</p>



<p>เด็กที่พ่อแม่ผู้ดูแลเสียชีวิตจำนวน 364 ราย ทางบ้านและครอบครัวสามารถประสานมาทางสาธารณสุขเพื่อให้การปฐมพยาบาลทางใจร่วมกัน คือการดูแลจิตใจ ซึ่งการดูแลจิตใจ ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนเวลากระดูกขาหัก เราต้องดามขา ไม่เขยื้อน เพื่อมิให้เจ็บ ปฐมพยาบาลทางใจก็คล้ายๆ กัน เพื่อให้เด็กก้าวข้ามปัญหาหนักเหล่านี้ไปได้&nbsp;</p>



<p>พอผ่านพ้นช่วงปฐมพยาบาลทางใจ จะมีเด็กบางกลุ่มที่บอบช้ำ คือบาดแผลไม่ได้จบ ปฐมพยาบาลแล้วไม่หายเองตามธรรมชาติ เด็กบางคนเขาฟื้นเองได้ มีสังคม มีครอบครัวช่วยดู แต่บางคนก็ต้องเยียวยาจิตใจระยะยาวต่อ เพื่อให้เด็กที่สูญเสียแล้วเขาไม่ต้องเสียศูนย์</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="4-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2">การสื่อสารกับเด็กที่สูญเสีย</h4>



<p>สำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย มีความสามารถในการบอกเล่าความรู้สึกของตัวเองไม่เท่ากัน บ่อยครั้งเมื่อสูญเสียแล้วเด็กไม่ได้พูดออกมาตรงๆ ว่าหนูเสียใจ หนูรู้สึกแย่ ไม่โอเค ทำให้เด็กอาจถูกมองข้าม บางครั้งถูกมองว่าไม่ได้รับผลกระทบมากมาย แต่ที่จริงเด็กก็เจ็บได้เสียใจเป็นเหมือนกับผู้ใหญ่&nbsp;</p>



<p>ฉะนั้นอยากจะฝากสำหรับครอบครัวที่ดูแลเด็กที่สูญเสีย อย่ากลัวที่จะพูดคุยกับเด็กในเรื่องนี้ คนมักจะเลี่ยง ไม่แตะ ไม่พูดถึง เพราะไม่รู้ว่าจะคุยกับเด็กยังไง แต่ไม่ใช่การไปถามว่าเหตุการณ์ตอนนั้นเป็นไงนะ แค่ชวนให้ถามเด็กว่าหนูโอเคไหม หนูไหวหรือเปล่า หนูอยากให้พวกเราช่วยอะไรบ้าง เพื่อให้เด็กมีโอกาสบอกเล่าความสูญเสียหรือบอกเล่าความเสียใจ</p>



<p>ความทุกข์ใจที่เล่าแล้วมีคนรับฟัง จะช่วยเยียวยาเด็กในเบื้องต้น มันคือการที่เราเชื่อมใจไปกับเขา พยายามเข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไร แม้จะช่วยเอาพ่อหรือแม่คืนมาไม่ได้ แต่การที่เราดูแลให้เขาอยู่อย่างปลอดภัย สามารถบอกเล่าความรู้สึกได้ และรู้ว่าจะใช้ชีวิตต่ออย่างมีความหวัง มีพลังได้ยังไง จะได้รับการดูแลโดยใคร นี่คือสิ่งที่จะต้องบอกให้เด็กรู้อย่างชัดเจน เพราะจะทำให้เด็กมีทิศทางในการเดินต่อไปข้างหน้าได้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="5-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94-%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%86-%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94-19-%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A7-%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B5-%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%9C%E0%B8%AD%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">เครียด-ซึมเศร้า-สูญเสีย<br>การเยียวยาบาดแผลทางใจของเด็กๆ ช่วงวิกฤตโควิด-19<br>รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี<br>กุมารแพทย์ผู้เชียวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ผอ.ศูนย์คุณธรรม</h2>



<p>สภาวะป่วยทางจิตใจหรือโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD หรือ Post-Traumatic stress disorder) สามารถเกิดขึ้นได้จากการสูญเสียหรือเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงมาก สภาวการณ์ที่เกิด Post-Traumatic ขึ้นอยู่กับลักษณะของเด็กและปัจจัยสภาพแวดล้อมที่เด็กเหล่านั้นอาศัยอยู่&nbsp;</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="6-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2">เด็กเล็กยังไม่รู้จักการสูญเสีย</h4>



<p>ถ้าเกิดกับเด็กเล็กอายุน้อยกว่าสิบปี หรือเด็กที่ยังไม่เข้าใจ Death Perception คือยังไม่รู้ว่าความตายนั้นหมายถึงอะไร เด็กอนุบาลไปจนถึงเด็ก ป.3 โดยเฉพาะเด็กอนุบาล เขาจะไม่เข้าใจว่าการที่พ่อแม่หายไปมันเกิดอะไรขึ้น เขาไม่เข้าใจแม้กระทั่งว่า ถ้าตายไปแล้วไม่ฟื้นกลับมานะ ถ้ากรณีเด็กโต ป.4 -5 ขึ้นไป เด็กจะรู้หมดแล้ว มี Death Perception รู้แล้วว่าการตายนี้คือการจากพราก ไม่มีการฟื้นขึ้นมา</p>



<p>เราจะต้องประเมินอาการแสดงออกในภาวะตึงเครียด สำหรับกลุ่มเด็กเล็ก การประเมินอาจดูไม่ออก อาจเห็นเด็กวิ่งเล่นไปมาอยู่ เขายังไม่รู้ว่าสูญเสียบุคคลสำคัญที่สุดของเขาไป ซึ่งจากไปไม่มีวันกลับ การประเมินเด็กเหล่านี้ต้องทอดระยะเวลาคือ ประเมิน ณ ขณะเวลานั้นด้วยและต้องดูแลต่อเนื่องกันไป ส่วนใหญ่จะปรากฏอาการภายใน 30 วัน แล้วสามารถหายได้เองภายใน 3 เดือน อันนี้ตามหลักการนะ แล้วถ้าเด็กตึงเครียดแล้วไม่หายล่ะ มีไหม ก็มีนะ อาจจะกลายเป็นภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือกลายเป็นความหวาดผวา (Phobia) แสดงออกได้หลากหลายรูปแบบมาก</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">หาเจ้าภาพคอยดูแลเยียวยา เพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัย</h4>



<p>ทั้งเด็กเล็กและเด็กโตที่สูญเสียพ่อแม่ นอกจากต้องการปัจจัยสี่ คือ มีที่อยู่ที่ให้นอน มีข้าวให้กิน มีเสื้อผ้าใส่ได้ และยามเจ็บไข้ได้รับการเยียวยาแล้ว สิ่งที่ต้องดูแลควบคู่ขนานกันไปคือ ความรัก ความอบอุ่น และความปลอดภัย ต้องใช้คำว่า Sense of Secure เพราะว่าเด็กที่เจอกับเหตุการณ์สูญเสีย ย่อมมีภาวะไม่ปลอดภัย มีความรู้สึกว่าบ้านไม่ปลอดภัยหรือสังคมนี้ไม่ปลอดภัย เด็กเคยมีความรัก ความผูกพัน อยู่กับอ้อมอกพ่อแม่ แล้ววันดีคืนดีพ่อแม่ไม่รู้ไปไหน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ทำให้เด็กอบอุ่นและปลอดภัย แล้วตามมาด้วย Sense of love คือ ความรัก การเห็นอกเห็นใจ&nbsp;</p>



<p>ความรู้สึกปลอดภัยต้องมาเร็วพอๆ กับการมีข้าวมียาให้กิน ไม่ได้เป็นขั้นตอนที่หนึ่งหรือสอง แต่ต้องเกิดคู่ขนานกันไปเลย สภาพแวดล้อมที่หรูหราไม่ใช่คำตอบ มีสถานที่ดีๆ ให้แล้วไม่ใช่แค่นั้น ต้องทำให้เด็กเกิดความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ถึงแม้จะเป็นบ้านที่เล็ก แต่ถ้าเด็กนอนหลับโดยมีใครอยู่ข้างกายเขา นี่คือ sense of secure คือ ตัวเด็กเกิดความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย จากนั้นก็ใช้ความรัก ถ่ายทอดด้วยกายสัมผัส ไม่จำเป็นต้องพูดเยอะ การกอด แววตา ท่าทางของคนใกล้ชิดต้องสะท้อนถึงความรัก ความเข้าใจ</p>



<p>นี่คือสิ่งที่ต้องทำ เรื่องของที่อยู่เป็นยังไง ข้าวมีกินไหม มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วยอะไร หรือจะต้องรับการรักษาต่อไปอย่างไร กิจกรรมเหล่านี้ต้องมีเจ้าภาพรับผิดชอบ ทำทุกสิ่งทุกอย่างแทนพ่อแม่ เราต้องสำรวจเพื่อจะแยกกลุ่มเด็ก หาเจ้าภาพดูแล&nbsp;</p>



<p>ถ้าเด็กมีครอบครัวขยาย ยังมีปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา ยิ่งเป็นผู้ปกครองที่เด็กรักอบอุ่นไว้วางใจ คนผู้นั้นต้องรับบทบาทแทนที่พ่อแม่ ไม่ใช่พี่เลี้ยงข้างนอก กับเด็กที่อยู่ในครอบครัวขนาดเล็ก เช่น พอพ่อแม่ไม่อยู่แล้ว เหลือเด็กคนเดียว เจ้าภาพก็อาจเป็นพี่เลี้ยงที่บ้านพักเด็ก ซึ่งต้องได้รับการฝึกและอยู่กับเด็กตลอดเวลา<strong>&nbsp;</strong></p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="8-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94-%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81">วิธีจัดการความเครียด ซึมเศร้า สูญเสียของเด็ก</h4>



<p>เราจะไม่ไปถามปัญหาตอกย้ำ เว้นเสียแต่ว่าถ้าเด็กถาม เช่น ถ้าเด็กถามว่าพ่อแม่ไปไหน กรณีเป็นเด็กเล็กอนุบาล อาจใช้นิทานมาบอกเขาได้ในระดับหนึ่ง แล้วก็บอกเลยว่าเราจะเป็นคนที่มาอยู่ด้วยนะ ก็ใช้กิจกรรมเบี่ยงเบนความสนใจไป คือไม่ต้องลึกมาก แต่บอกระดับหนึ่งได้ว่าพ่อแม่ไปไหน&nbsp;</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-10ec49"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/07-รศนพ-สุริยเดว-ข้อเสนอ-roadmap.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี<br>กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ถ้าเป็นเด็กโต น่าจะรู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เราจะไม่ตอกย้ำ ไม่ถามว่าทำอะไรแล้วเป็นยังไงบ้าง แต่จะใช้การเล่นเพื่อจัดการความเครียด เด็กมีสิทธิ์จะเสียใจ มีสิทธิ์ส่งสัญญาณความรู้สึกที่ไม่ดีออกมา ไม่ต้องเก็บกดไว้ ก็ให้สะท้อนออกมา ให้เขาระบายอารมณ์ความรู้สึกได้เลย อาจจะพูดกับเขาว่า “ถ้าหนูรู้สึกสูญเสีย รู้สึกเศร้าใจ ร้องไห้ออกมาเลย” ถ้าเราทำอะไรไม่ถูก ก็ใช้การกอด กายสัมผัส จะเป็นตัวช่วยเยียวยาและนำไปสู่การจัดการความเครียดรูปแบบอื่นได้ เช่น กรณีเด็กโตเราชวนเขาไปทำบุญ จะทำให้เขารู้สึกสบายใจมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>กรณีเด็กที่เป็น PTSD คือมีการสูญเสียใหม่ๆ อย่างน้อย 14 วันแรก หมอเข้าใจว่าน่าจะต้องอยู่กับเด็กตลอดเวลา ไม่ต้องทำงานเลยด้วยซ้ำ อันนี้หมายถึงเด็กโตด้วยนะ ส่วนเด็กเล็กต้องอยู่กับเขาตลอด เพื่อให้เขารู้สึกว่ายังมีใครบางคนอยู่ ถ้าทั้งเดือนได้ก็ยิ่งดี&nbsp;</p>



<p>อาการเด็กที่จะต้องดูแลพิเศษคือ ความหวาดผวา ตกใจกลัว อาจมีพฤติกรรมถดถอย เช่น เดิมเคยเลิกขวดนมแล้วกลับมาดูดขวดนม กัดเล็บกัดฟัน มีภาวะความรุนแรง มีความรู้สึกว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรม รวมถึงนอนไม่หลับหรือหลับแล้วฝันร้าย&nbsp;</p>



<p>เจ้าภาพหรือคนเป็นพี่เลี้ยงจะต้องคอยสังเกตว่ามีอาการเหล่านี้ไหม ถ้ามีครั้งคราว การที่เรานอนอยู่ด้วยเป็นเพื่อน การทำให้เขาได้อยู่ในบรรยากาศที่อบอุ่นปลอดภัย อยู่กับเขาตลอดเวลา เวลาจะค่อยๆ เยียวยาแล้วใช้กิจกรรมบำบัดเข้าช่วย ไม่ว่าจะเป็นการเล่น การใช้ศิลปะ ก็จะช่วยเบาบางความรู้สึกที่แย่ๆ ออกไปได้&nbsp;</p>



<p>สำคัญสุดคือการใช้สิ่งแวดล้อมรอบบ้านช่วย เด็กเคยวิ่งเล่นใช้ชีวิตตรงนี้ ย่อมรู้จักกับคนแถวนี้ พาเด็กมามีส่วนร่วมตัดสินใจว่าควรจะอยู่ตรงจุดนี้หรือย้ายไปที่บ้านพักเด็ก ถ้าสมมติเด็กเลือกอยู่ที่เดิม ก็ต้องหาว่าใครที่สนิทชิดเชื้อ เป็นผู้ปกครองที่ไว้วางใจได้ ถ้าในชุมชนนั้นมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ อสม. หรือผู้ใหญ่บ้านคอยดูแล ก็อาจให้เด็กอยู่ในพื้นที่นั้น เพื่อให้สามารถดูแลได้ตลอดเวลา โดยต้องถามเด็กก่อนว่าเขาอบอุ่นและปลอดภัยไหม รู้สึกดีไหม&nbsp;</p>



<p>ถ้าเป็นเด็กในเมือง ไม่มีพ่อแม่แล้ว กระทรวง พม.อาจต้องนำเด็กมาอยู่บ้านพักเด็ก ที่บ้านพักเด็กจะมีพี่เลี้ยงดูแล อย่างน้อยเกือบเดือน เพื่อเยียวยาจิตใจเด็กให้รู้สึกดีขึ้น ในระบบนิเวศปิด เป็นสถานที่ที่ไม่ใช่บ้านเดิม เป็นสถานที่ใหม่ แล้วคนก็ใหม่หมดเลย ต้องมีคนดูแลเขาตลอด&nbsp;</p>



<p>ภาวะตึงเครียดของเด็กที่สูญเสียพ่อแม่จะหายเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับทุนเดิมของแต่ละคน ถ้าเป็นครอบครัวขยาย มีผู้ปกครองที่เด็กสนิทไว้วางใจเป็นเจ้าภาพ เขาก็จะหายได้เร็ว</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="9-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2-%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3">การเรียนของเด็กที่สูญเสีย ต้องทำอย่างไร</h4>



<p>การไปโรงเรียนและการเรียนออนไลน์ ขอให้บรรเทาเบาบางให้หมด ครูต้องรับรู้ว่าเกิดเหตุการณ์นี้กับเด็ก ต้องยกเลิกงานทั้งหลาย มิใช่ให้เด็กมาเก็บงานภายหลัง จะถือว่าไม่มีความเมตตาปรานี อย่ามัวห่วงตัวชี้วัด ขอให้กลับไปดูว่าก่อนที่เด็กสูญเสีย เด็กสามารถทำได้ ก็ให้ assume ไปว่าที่เหลือนั้นถือว่าผ่านทั้งหมด&nbsp;</p>



<p>ครูและเพื่อนๆ คอยถามไถ่ทักทาย คุยกันทางไลน์ ถึงแม้เด็กมาไม่ได้ก็สามารถคุยกันได้ ดึงเด็กมามีส่วนร่วม ให้เขามาเรียนตามที่สบายใจ ไม่คาดคั้น ไม่กดดัน ไม่คาดหวังอะไรมาก เพื่อให้เข้าสู่บรรยากาศสบายๆ ที่มีความรู้สึกที่ดีให้กัน เป็นสิ่งที่คุณครูสามารถออกแบบเป็นแผนฉุกเฉินขึ้นมาได้</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-35d06d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/Promote_1980x1080-แนวนอน-_2-logo-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p class="has-text-align-center">สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถ Download หนังสือเพื่อช่วยดูแลจิตใจเด็กที่สูญเสียเพราะโควิด-19<br>ได้ที่นี่ : <a href="https://www.eef.or.th/publication-play-to-take-care-of-children-minds/" title="https://www.eef.or.th/publication-play-to-take-care-of-children-minds/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">“การเล่น” เพื่อดูแลจิตใจเด็กๆ ที่เผชิญความสูญเสีย</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-roadmaphealing-the-wounds-of-the-childs-heart-covid19/">เครียด-ซึมเศร้า-สูญเสีย ข้อเสนอ Roadmap การเยียวยาบาดแผลทางใจของเด็กๆ ช่วงวิกฤตโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
