<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ชุมชนเป็นฐาน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 02 Dec 2021 07:04:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ชุมชนเป็นฐาน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จับคู่ธุรกิจ เสริมจุดแข็งคนต่างวัย รีดีไซน์ผลิตภัณฑ์จักสานบุกตลาดออนไลน์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-redesigning-basketry-products-to-penetrate-the-online-market-061221/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Dec 2021 04:59:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[สกลนคร]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[รีดีไซน์ผลิตภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[พรรณ กล่อมใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ยกระดับการขายสินค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร]]></category>
		<category><![CDATA[พรพิมล ศรีวิไล]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.วศิน ด้วงพันธุ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=48661</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสุ่มจับปลาที่ชาวบ้านเคยสานขายกันชิ้นละ 150 บาท แต่เม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-redesigning-basketry-products-to-penetrate-the-online-market-061221/">จับคู่ธุรกิจ เสริมจุดแข็งคนต่างวัย รีดีไซน์ผลิตภัณฑ์จักสานบุกตลาดออนไลน์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากสุ่มจับปลาที่ชาวบ้านเคยสานขายกันชิ้นละ 150 บาท แต่เมื่อนำมาปรับแต่งดีไซน์และออกแบบฟังก์ชันการใช้งานใหม่ให้กลายเป็นโคมไฟทรงร่วมสมัย กลับเพิ่มมูลค่าให้กับของชิ้นเดียวกันนี้เป็น 350 บาท แถมยังเป็นที่สนอกสนใจของคนทั่วไป จนผลิตออกมาเท่าไหร่ก็ขายหมดในเวลาอันรวดเร็ว</p>



<p>นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างความสำเร็จเล็กๆ ของการจับคู่ธุรกิจระหว่างคนต่างวัยในจังหวัดสกลนคร ที่นำจุดแข็งเรื่องภูมิปัญญาการจักสานของผู้เฒ่าผู้แก่ มาจับคู่กับวัยรุ่นที่มีทักษะด้านการตลาดและการขายสินค้าออนไลน์</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e4b768"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/05-จับคู่ธุรกิจ-เสริมจุดแข็งคนต่างวัย-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ป้าพรรณ กล่อมใจ อายุ 62 ปี</strong> ซึ่งอาศัยช่วงเวลาว่างจากการทำนา มาทำงานจักสาน ทั้งตะกร้า ชะลอม สุ่ม ​ไปวางขายในตลาด เล่าให้ฟังว่า&nbsp;</p>



<p>ทำงานจักสานมานานหลายปี แต่ส่วนใหญ่เป็นแบบเดิมๆ ที่ชาวบ้านใช้ในชีวิตประจำวัน&nbsp;</p>



<p>จนกระทั่งทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เข้ามาช่วยพัฒนา ยกระดับการขายสินค้าออนไลน์  ทำให้ได้ทำงานกับนักศึกษาจบใหม่ในพื้นที่ ซึ่งมีทักษะด้านการตลาด​  มองเห็นเทรนด์สินค้าว่าสินค้าชนิดไหนกำลังเป็นที่นิยม และหากปรับรูปแบบ เพิ่มลูกเล่นเข้าไป จะทำให้สินค้านั้นทันสมัย ตรงกับความต้องการของลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-71a209"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/09-จับคู่ธุรกิจ-เสริมจุดแข็งคนต่างวัย-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“หลานๆ เขาจะมาบอกว่าสินค้านี้กำลังเป็นที่นิยม หรือบางครั้งเขาจะมาถามว่า ป้าทำแบบนี้แบบนั้นได้ไหม ปรับเพิ่มจากของที่เคยทำ เช่น ตะกร้าแบบธรรมดา เพิ่มขอบ เพิ่มขาได้ไหม ก็มาลองทำ ปรากฏว่าขายดี คนชอบ สั่งซื้อเข้ามาเรื่อยๆ แค่เดินขอบเพิ่มนิดหน่อยก็ดูดี ขายได้ราคาดีกว่าเดิม”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เติมความทันสมัยให้ของพื้นบ้าน<br>เพิ่มมูลค่า​พร้อมขยายฐานลูกค้า</h2>



<p>ป้าพรรณมองว่า เดิมลูกค้าจะเป็นแค่ชาวบ้านด้วยกัน แต่ตอนนี้ลูกค้ามีทั้งคนต่างถิ่น นักท่องเที่ยวและคนทั่วไป&nbsp; โดยมีหลานๆ ช่วยประสานทำการตลาดให้</p>



<p>ในฐานะนักการตลาด<strong> พรพิมล ศรีวิไล บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เ</strong>ล่าให้ฟังว่า หน้าที่หลักๆ ก็คือดูแลเรื่องการตลาด เริ่มจากสำรวจว่าสินค้าไหนกำลังเป็นที่นิยม จากนั้นก็ช่วยพัฒนาออกแบบให้ตรงกับความต้องการ  “สินค้าที่ขายดี คือสุ่มดักปลาที่ดัดแปลงทำเป็นโคมไฟ ลงทุนเพิ่มนิดหน่อยแต่ขายได้ราคาดีกว่าเดิมมาก พอไปวางขาย เจ้าของร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทก็จะซื้อไปตกแต่งที่ร้านเรื่อยๆ สิ่งที่ทำจึงเป็นทั้งการเพิ่มมูลค่าสินค้าและขยายฐานกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะการขายออนไลน์ ซึ่งทั้งหมดก็จะกลับมาเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้กับคนในชุมชน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f14833"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/06-จับคู่ธุรกิจ-เสริมจุดแข็งคนต่างวัย-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">“การจัดการธุรกิจชุมชน”<br>วิชาใหม่ที่ตั้งต้นจากประสบการณ์จริงของชุมชน​</h2>



<p><strong>ผศ.ดร.วศิน ด้วงพันธุ์ อาจารย์คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร </strong>อธิบายว่า ข้อจำกัดของชุมชนในการทำการตลาดออนไลน์คือ ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี หลายคนไม่มีโทรศัพท์มือถือ บางคนมีแต่ไม่เคยใช้โซเชียลมีเดีย นำมาสู่แนวคิดการจับคู่นักการตลาดรุ่นใหม่ ช่วงที่บัณฑิตหลายคนยังไม่มีงานทำในสถานการณ์โควิดมาช่วยทำการตลาด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-db5eab"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/07-จับคู่ธุรกิจ-เสริมจุดแข็งคนต่างวัย-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นวัตกรรมที่เกิดขึ้นคือการคิดร่วมกันระหว่างชาวบ้านในทีมวิสาหกิจ  และกลุ่มนักศึกษา โดยมีทีมทำงานที่ประกอบไปด้วยอาจารย์ที่ปรึกษา นักศึกษา ชาวบ้าน ซึ่งจะทำงานร่วมกันตั้งแต่การเก็บข้อมูล วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค เพื่อนำมาปรับปรุงต่อยอดการขายออนไลน์  โดยนักศึกษาจะเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้กับชาวบ้าน </p>



<p>อีกความสำเร็จที่เกิดขึ้น คือการเชื่อมโยงผลลัพธ์ที่ได้กลับไปสู่มหาวิทยาลัย โดยนำความรู้ที่ได้จากโครงการสรุปเป็นบทเรียน พัฒนาเป็นหลักสูตรวิชา“การจัดการธุรกิจชุมชน” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fc9d33"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/11-จับคู่ธุรกิจ-เสริมจุดแข็งคนต่างวัย-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>คาดหวังว่านักศึกษาจะนำความรู้ไปใช้ในการพัฒนาชุมชน หรือไปจับมือกับผู้ประกอบการท้องถิ่น&nbsp; เพื่อต่อยอดทางการตลาดให้กับชุมชนและตัวนักศึกษาเอง อันถือเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนอีกแนวทางหนึ่ง</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-redesigning-basketry-products-to-penetrate-the-online-market-061221/">จับคู่ธุรกิจ เสริมจุดแข็งคนต่างวัย รีดีไซน์ผลิตภัณฑ์จักสานบุกตลาดออนไลน์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนวคิดพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ สร้างเมือง(อาหาร)ปลอดภัยรองรับอนาคต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/success-case-maeta-se/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 May 2021 09:35:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[สราวุธ วงค์กาวิน]]></category>
		<category><![CDATA[วิสาหกิจชุมชนแม่ทา SE]]></category>
		<category><![CDATA[กนกศักดิ์ ดวงแก้วเรือน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารส่วนตำบล แม่ทา 3]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรอินทรีย์แม่ทาออร์แกนิค 1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=40016</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภายใต้สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบกับคนท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/success-case-maeta-se/">แนวคิดพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ สร้างเมือง(อาหาร)ปลอดภัยรองรับอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ภายใต้สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบกับคนทุกกลุ่ม <strong>‘วิสาหกิจชุมชนแม่ทา SE’</strong> ที่ประกอบไปด้วย 5 ตำบลในบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ทาตอนกลางและตอนปลาย อ.ป่าซาง จ.ลำพูน เป็นพื้นที่หนึ่งที่ประสบความสำเร็จจากการใช้โมเดลการทำงานด้วยรูปแบบ <strong>‘ชุมชนเป็นฐาน’</strong> ในการรับมือ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้คนในพื้นที่ยังสามารถมีงานมีรายได้ต่อไปเท่านั้น หากพื้นที่แห่งนี้ยังมีศักยภาพในการรองรับกลุ่มคนที่ที่เข้ามาเริ่มต้นชีวิต อาชีพ หรือธุรกิจใหม่ๆ ทั้งยังวางแผนพัฒนาสู่อนาคตในฐานะ ‘เมืองปลอดภัย’ ด้วยวิถีอินทรีย์ 100%</p>



<p>คนแม่ทาพบว่าหัวใจของการพัฒนาเมืองคือ ทำอย่างไรให้ทุกคนได้อยู่ในสภาพแวดล้อมดีๆ ได้ประกอบอาชีพที่ยั่งยืนและปลอดภัย ซึ่งทุกคนเชื่อร่วมกันว่าพื้นฐานของชีวิตคือเรื่องสุขภาพ และส่วนหนึ่งของการรักษาสุขภาพที่ดีคือ ‘การกิน’ ทำให้จุดเริ่มต้นของการพัฒนามุ่งไปที่การสร้างวิถีเกษตรอินทรีย์ที่สมบูรณ์ และต้องส่งผลสะท้อนไปถึงคนทุกกลุ่มในชุมชนอย่างถ้วนทั่ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e4b71d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/12-สกู๊ปวิสาหกิจชุมชนแม่ทา-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>คุณสราวุธ วงค์กาวิน ผู้ประสานงานเกษตรอินทรีย์แม่ทาออร์แกนิค 1</strong> เล่าว่าตนเป็นเกษตรกรที่เข้ามาสานต่อการทำเกษตรอินทรีย์จากคนรุ่นพ่อ ผ่านการทดลองเรียนรู้ ลองผิดลองถูก จนเข้าใจว่าการทำเกษตรที่ยั่งยืนจะต้องมีความปลอดภัยและช่วยลดต้นทุนได้ในระยะยาว ที่สำคัญคือต้องมีแนวคิดในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบ และสร้างระบบการจัดการให้ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</p>



<p>สิ่งที่คนในรุ่นของคุณสราวุธค้นพบคือ การทำให้ผลผลิตมีมูลค่าเต็มเม็ดเต็มหน่วยคือต้องลดการจัดการโดยพ่อค้าคนกลาง จึงได้ร่วมกันจัดตั้งทีมแม่ทาออร์แกนิค และสหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทาขึ้น เพื่อเก็บข้อมูลต้นทุนการผลิต คำนวณผลผลิตว่ามีต้นทุนจริงเท่าไหร่ ต้องได้กำไรเท่าไหร่ ผู้ผลิตถึงจะอยู่ได้จริงๆ หมายถึงคนปลูกต้องคุ้มค่า และผู้บริโภคก็ต้องได้รับของดีในราคายุติธรรม</p>



<p>“เราต้องไม่ลืมว่าต้นทุนไม่ใช่แค่เก็บเกี่ยวแล้วนำไปขาย แต่มันมีค่าจัดการไปจนถึงปลายทางด้วยที่ต้องคิด ทีมของเราจึงทำหน้าที่รวบรวมผลผลิตทั้งผักและผลไม้อินทรีย์ของชุมชนทั้งหมด แล้วนำไปจำหน่ายในตลาดที่ไม่ไกลมากก่อน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fee4f0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/12-สกู๊ปวิสาหกิจชุมชนแม่ทา-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“เมื่อจัดการเรื่องราคาได้สมเหตุสมผล สินค้าของเราก็เข้าถึงคนได้หลายกลุ่มยิ่งขึ้น เราอยากเปลี่ยนมุมมองให้คนเข้าใจว่าผักอินทรีย์ไม่ได้แพงเสมอไป นี่คือจุดเริ่ม ก่อนจะมองไปยังตลาดที่ไกลขึ้น ใหญ่ขึ้น สำหรับคนแม่ทาเรามีกลุ่มที่ทำผักผลไม้อินทรีย์กันมาจนชำนาญแล้ว สิ่งที่ระบบจะช่วยเสริมเข้าไปคือการวางแผนจัดการก่อนลงมือปลูก วันนี้ปลูกอะไร สัปดาห์หน้าปลูกอะไร จำนวนกี่ต้นๆ เพื่อให้ผลผลิตที่ได้เพียงพอสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค</p>



<p>“นี่คือเศรษฐกิจใหม่ที่เราวางระบบจัดการตั้งแต่การผลิตไปจนถึงตลาดปลายทาง ทุกคนในชุมชนต่างมีส่วนร่วม มีหน้าที่ของแต่ละคนแต่ละฝ่าย ไม่ใช่แยกกันทำแยกกันขายแข่งกันเอง แต่เราใช้พลังชุมชนที่มองร่วมกันไปยังตลาดที่ใหญ่กว่า ที่ที่ผลผลิตจะให้ผลตอบแทนคุ้มค่าและยั่งยืนกว่า”</p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-68ffe453 gb-headline-text">ในทุกวิกฤตมีโอกาส ‘ตลาดออนไลน์’ ทำยอดขายโตขึ้น 300% ช่วง COVID-19</h3>



<p>ความร่วมแรงร่วมใจและระบบจัดการที่ดี ทำให้พืชผักอินทรีย์ของชาวแม่ทาได้เข้าร่วมโครงการกับ <strong>‘ท็อป ซุปเปอร์มาร์เก็ต’</strong> จนเป็นที่นิยมของคนในวงกว้างมากขึ้น และมียอดขายที่เติบโตเป็นลำดับ ทว่า การมาถึงของ COVID-19 ที่สั่นสะเทือนระบบเศรษฐกิจไปทั่วโลก ก็เกือบทำให้สิ่งที่ชาวเกษตรอินทรีย์แม่ทาพยายามกันมาเกือบต้องจบลง</p>



<p>อย่างไรก็ตาม วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวอีกครั้ง โดยหันไปจับตลาดออนไลน์ และพบว่า ในยุคที่ผู้คนมีอำนาจสั่งการที่ปลายนิ้ว ‘โซเชียลมีเดีย’ ได้กลายมาเป็นตัวแปรสำคัญของโลกในวันนี้ไปแล้วอย่างถาวร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7f2825"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/12-สกู๊ปวิสาหกิจชุมชนแม่ทา-4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“จากช่วงที่ได้เข้าไปขายในท็อปส์ ยอดขายเรากำลังขึ้นไม่หยุด แต่พอ COVID-19 มา ไม่มีคนออกจากบ้าน ไม่มีใครเข้าห้าง ยอดเราดิ่งไปมากกว่า 70-80% ขายไม่ออก ผักเน่า แต่ข้อดีของคนแม่ทาคือบทเรียนที่สั่งสมมาสอนให้เราปรับตัวตลอดเวลา เราจึงหันมาคิดถึงการปรับตัวอีกครั้งแล้วมุ่งไปยังตลาดออนไลน์ ซึ่งกลายเป็นว่าแค่ไม่นานยอดขายออนไลน์กระโดดแซงหน้าท็อปส์ไป 300% อย่างน่าตกใจ คนสั่งกันที 5-10 กิโลฯ เราก็ขายได้เต็มที่ เปอร์เซ็นต์สูญเสียจากผักที่เหลือเน่าเสียแทบไม่มี</p>



<p>“ผมมองว่านี่คือวิถีการเปลี่ยนผ่านของโลก และคือสิ่งที่คนทำเกษตรกรรมต้องเปลี่ยนแปลง ด้วยระบบการจัดการ การวางระบบ การปรับเปลี่ยนผสมผสานวิถีดั้งเดิมให้เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เหล่านี้ไม่ใช่เพียงจะทำให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้เท่านั้น แต่ยังหมายถึงโอกาสที่จะทำให้ผลผลิตเดินทางไปได้ทั่วประเทศ หรือเข้าไปแข่งขันในตลาดโลกได้ในอนาคต” ผู้ประสานงานเกษตรอินทรีย์แม่ทาออร์แกนิค 1 กล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-8041c061 gb-headline-text">เมืองปลอดภัยที่ประกอบด้วยคนทุกรุ่น และพร้อมรองรับคนทุกที่</h3>



<p><strong>นายกองค์การบริหารส่วนตำบล แม่ทา 3 กนกศักดิ์ ดวงแก้วเรือน</strong> กล่าวว่า ความหมายของ ‘เศรษฐกิจใหม่’ ที่แม่ทา ไม่ได้มีแค่เกษตรอินทรีย์เพียงอย่างเดียว แต่มีอาชีพอื่นๆ ที่หลากหลาย เป็นระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนหล่อเลี้ยงชุมชนด้วยหลักการเดียวกัน คือสร้างผลผลิตให้มูลค่าสูง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งในฐานะองค์กรปกครองท้องถิ่น เรามีหน้าที่วางเป้าหมายภาพใหญ่ให้ทุกคนมองไปในทางเดียวกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0871b5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/12-สกู๊ปวิสาหกิจชุมชนแม่ทา-7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“อนาคตของเกษตรอินทรีย์คือระบบที่จะหนุนให้คนแม่ทาอยู่ได้ แล้วเชื่อมโยงไปถึงคนที่จะเข้ามาเรียนรู้ ท่องเที่ยว หรือค้าขาย นี่คือสิ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโต สำคัญคือเราต้องจัดการให้เบ็ดเสร็จได้ในพื้นที่ ในเมื่อเรามีจุดเด่นที่อาหารสุขภาพ และมีต้นทุนสิ่งแวดล้อมที่ดี แม่ทาจึงมองเป้าหมายที่การสร้างเมืองสุขภาพครบวงจร ที่คนสามารถเข้ามาอยู่เพื่อดูแลสุขภาพ พักฟื้น พักผ่อน เรามีพื้นที่ปลอดภัย ทั้งอาหาร สิ่งแวดล้อม เป็นเมืองปลอดภัยด้วยวิถีอินทรีย์ 100%</p>



<p>“เป้าหมายการพัฒนาของเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทุกกลุ่มต้องได้รับประโยชน์ เข้าใจเป้าหมายของเมืองร่วมกัน ทั้งกลุ่มเกษตรกรวัย 60 ปีขึ้นไปซึ่งเป็นแหล่งภูมิปัญญาดั้งเดิม ไปจนถึงคนวัยกลางคนที่มีหน้าที่เชื่อมโยงคนทุกรุ่น และคนรุ่นใหม่ที่ชำนาญเทคโนโลยีซึ่งต้องเข้ามาหนุน มาทดแทนกลุ่มที่โรยราไป ที่แม่ทาเรามีคนกลุ่มนี้กลับมาอยู่บ้านมากขึ้นทุกปี การจะให้เขาเริ่มต้นกับการพัฒนาพื้นที่เกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ต้นเป็นเรื่องลำบากอยู่ แต่ถ้าให้เขาเข้ามาร่วมมือกับคนรุ่นก่อนโดยใช้สิ่งที่เขามี ที่เขาถนัด คือเรื่องระบบหรือเทคโนโลยี แผนการสร้างงานสร้างอาชีพที่รวมคนทุกรุ่นไว้ด้วยกันก็เป็นไปได้มากขึ้น” นายก อบต. แม่ทา 3 กล่าวสรุป</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มาภาพ :</strong> เพจ กิจการเพื่อสังคม แม่ทา SE, เครือข่ายนิเวศน์ลุ่มน้ำแม่ทา, ผักออร์แกนิคแม่ทา</p>



<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br><a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br><strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br><strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br><strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/success-case-maeta-se/">แนวคิดพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ สร้างเมือง(อาหาร)ปลอดภัยรองรับอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัตถุดิบจากในชุมชนและปลอดสารพิษ เพื่อการพัฒนายั่งยืน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/community-13-12-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 12 Dec 2020 14:44:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[สุภาพร สระทองขาว]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกสมุนไพรคั่วกล้วย]]></category>
		<category><![CDATA[สุวรรณา ยิ้มศรีแพร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=24741</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากเกษตรกรที่เคยหาเลี้ยงชีพด้วยการปลูกพริกและผักขาย​ ​แ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/community-13-12-20/">วัตถุดิบจากในชุมชนและปลอดสารพิษ เพื่อการพัฒนายั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-24754" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail2.jpg" alt="" width="1110" height="583" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail2.jpg 1110w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail2-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail2-768x403.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail2-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 1110px) 100vw, 1110px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเกษตรกรที่เคยหาเลี้ยงชีพด้วยการปลูกพริกและผักขาย​ ​แต่การต้องพึ่งพาสารเคมี บางครั้งผลผลิตที่ออกมาก็ขายได้ ไม่คุ้มกับต้นทุนที่ลงไป  กลายเป็นการลงแรงที่สูญเปล่ามีแต่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามาใช้จ่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มาวันนี้  ป้าอี๊ด-สุภาพร สระทองขาว ​เริ่มต้นบุกเบิกธุรกิจเล็กๆ ​ขายชาสมุนไพร กล้วยกระจก และน้ำพริกสมุนไพรคั่วกล้วย ที่ทำให้มีรายได้ไว้ใช้จ่ายในครอบครัว​มากกว่าเดิม จนสามารถนำไปทยอยใช้หนี้ในอดีตได้แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเปลี่ยนทั้งหมด​มาจากเรียนรู้จากการเข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยพอใจในวิถีพอเพียงจังหวัดกาญจนบุรี ของสถานธรรมไท่ซิวเอี่ยน 1 ใน 74 โครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากเป้าหมายเรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งเผชิญกับความยากลำบากในฐานะทางเศรษฐกิจ อีกด้านหนึ่งยังส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมโครงการลดละเลิกการใช้สารเคมี นำพืชผักผลไม้ที่มีอยู่ในบ้านไปแปรรูปสร้างมูลค่า และหาช่องทางจัดจำหน่าย ผ่านการอบรมทักษะจากปราชญ์ชาวบ้านในพื้นที่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>น้ำพริกสมุนไพรคั่วกล้วย สินค้าขายดีสูตรเด็ดป้าอี๊ด</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ป้าอี๊ด เล่าให้ฟังว่า วิทยากรจะมาสอบถามว่าเราอยากทำอะไรซึ่งเดิมชอบทำอาหารเคยทำน้ำพริกอยู่บ้างแต่ทำตามใจชอบ ไม่ได้มีสูตร วิทยากรก็จะมาช่วยสอนสูตรออกมาให้ได้มาตรฐาน อย่างผลิตภัณฑ์ “น้ำพริกสมุนไพรคั่วกล้วย” ก็มาจากที่เราทำ “กล้วยกระจก” และมีกล้วยชิ้นเล็กๆ ที่ขนาดไม่ได้มาตรฐานเราก็เอามาป่นผสมไปในน้ำพริกสมุนไพร โดยดัดแปลงจาก​น้ำพริกปลาดุกฟู</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24744" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-3.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-3.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-3-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-3-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-3-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอเริ่มนำ “น้ำพริกสมุนไพรคั่วกล้วย” ไปวางขายคนก็ชอบ และสั่งซื้อมาเรื่อยๆ ถึงตอนนี้  โดยเฉพาะคนที่ทานมังสวิรัติ ก็จะนิยมสั่งมา โดยจะฝากวางขายที่ร้านค้าและขายออนไลน์ ซึ่งมีคนติดต่อเข้ามาทั้งสองช่องทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนชาสมุนไพรก็จะขายดี มีทั้งชาไมยราบ ที่ช่วยฆ่าเชื้อ แก้ปัญหาเรื่องกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และชาอัญชัน ที่ช่วยเรื่องคอเลสเตอรอลและบำรุงสายตา ชาใบหม่อนที่มีสรรพคุณช่วยเรื่องเบาหวาน และไขมัน   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะเน้นเรื่องสมุนไพรที่ปลูกแบบปลอดสารพิษ​ซึ่งแต่เดิมเคยปลูกพริก ปลูกผัก ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาเป็นปลูกสมุนไพร เพราะจะได้ควบคุมคุณภาพได้สมุนไพรที่ปลอดสารพิษจริงๆ รายได้ก็มากกว่าเดิม สุขภาพก็ดีกว่าเดิม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>อาชีพเสริมที่ช่วยสร้างรายได้และคุณค่าให้ตัวเอง</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต่างจาก “สุวรรณา ยิ้มศรีแพร” หรือ “พี่ไก่” ที่เคยรับจ้างตัดผักส่งตลาด มีรายได้ไม่แน่นอน แถมยังต้องเสี่ยงกับการสัมผัสสารพิษในแต่ละวัน ซี่งตอนนี้กำลังบุกเบิกธุรกิจของตัวเองด้วยการทำน้ำยาล้างจานจากธรรมชาติ แชมพูสระผม ครีมนวดผมพืชสมุนไพร และปลูกต้นอ่อนทานตะวันปลอดสารพิษ​</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24745" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-5.jpg" alt="" width="1162" height="823" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-5.jpg 1162w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-5-300x212.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-5-768x544.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-5-750x531.jpg 750w" sizes="(max-width: 1162px) 100vw, 1162px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พี่ไก่” ยื​นยันว่า ​ได้รับโอกาสในชีวิตมากขึ้นจากการเข้าร่วมโครงการ โดยก่อนหน้านี้เธอต้องเผชิญกับปัญหาหนี้สิน และเสี่ยงต่อสุขภาพที่ต้องสัมผัสสารเคมีในแปลงผัก ซึ่งทักษะและองค์ความรู้ที่ได้รับ ทำให้เกิดประโยชน์กับตัวเธอมากมาย มีรายได้เข้ามาเดือนละ 2,500 บาท</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อก่อนเราเหมือนกบในกะลา แต่กะลาได้ถูกเปิดแล้วให้เราได้มองโลกกว้างออกไป ได้รับการอบรมฝึกทักษะจากการเรียนรู้ในโครงการของกสศ.นี้  ชีวิตดีขึ้นจากเดิมที่เลี้ยงหลานอยู่บ้านก็มีอาชีพเสริม มีรายได้เข้ามาช่วยค่าใช้จ่ายในครัวเรือน  เรารู้สึกถึงความมีคุณค่ามากขึ้น” ผู้เข้าร่วมโครงการระบุ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4> วัตถุดิบจากในชุมชนและปลอดสารพิษ เพื่อการพัฒนายั่งยืน</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-24748" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/d-3.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/d-3.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/d-3-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/d-3-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/d-3-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พาฝัน ไพรเกษตร ผู้ประสานงานโครงการระบุว่า ​ชีวิตของผู้เข้าร่วมโครงการ เขาจะมีแนวทาง หนทางมากขึ้น บางคนที่ไม่มีอาชีพ หรือมีอาชีพที่เสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาวต้องสัมผัสสารเคมีต่างๆ ได้มองเห็นลู่ทางในการทำมาหากิน โดยใช้ทรัพยากรที่มีในชุมชน ขายเองที่บ้าน เพื่อนบ้านก็มาซื้อ ที่สำคัญคือเอาไว้ใช้เองก็ลดค่าใช้จ่ายได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">​โดยทั้งหมดจะเน้นไปเรื่องผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษ การสอนทำปุ๋ยอินทรีย์ จุลินทรีย์ที่ใช้ในการเกษตร การแปรรูปและผลิตน้ำยาเอนกประสงค์ต่างๆ เพื่อใช้ในครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็น น้ำยาล้างจาน จากมะกรูด และมะนาวปลอดสารพิษ แชมพู ครีมนวดผม จาก อัญชัญ สับปะรด ว่านหางจระเข้ ใบย่านาง และสบู่เหลวจากมะขามเปียก</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-24750" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/e.jpg" alt="" width="1162" height="823" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/e.jpg 1162w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/e-300x212.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/e-768x544.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/e-750x531.jpg 750w" sizes="(max-width: 1162px) 100vw, 1162px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมไปถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผลไม้ในบ้านเรือน ทั้ง กล้วยกวน มะม่วงกวน และชาสมุนไพรธรรมชาติปลอดสารพิษต่างๆ เช่น อัญชัญอบแห้ง ถั่วดาวอินคา ใบหม่อน ชาไมยราบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้ มีทั้งเก็บไว้รับประทานเอง เผื่อแผ่เพื่อนบ้าน และนำไปบรรจุอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ดูมาตรฐานขายใน Facebook จนวันนี้ทางกลุ่มต่อยอดไปถึงการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนที่จะช่วยการการพัฒนาเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) &#8211; เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/community-13-12-20/">วัตถุดิบจากในชุมชนและปลอดสารพิษ เพื่อการพัฒนายั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.มุ่งพัฒนาอาชีพช่วยคนชายขอบ คนในชุมชน ถือเป็นกลุ่มคนสำคัญของประเทศ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/01102020-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Oct 2020 08:07:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[สมพงษ์ จิตรระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[คนด้อยโอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการทักษะอาชีพโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=22105</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายสมพงษ์ จิตระดับ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการพั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/01102020-2/">กสศ.มุ่งพัฒนาอาชีพช่วยคนชายขอบ คนในชุมชน ถือเป็นกลุ่มคนสำคัญของประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-22110" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นายสมพงษ์ จิตระดับ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการพัฒนาทักษะอาชีพสำหรับผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า คนชายขอบ คนในชุมชน ถือเป็นกลุ่มคนสำคัญของประเทศที่จะมาร่วมคลายล็อก คลายปัญหาของประเทศ โดยพัฒนาวัตถุดิบที่มีในชุมชนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ หลากหลาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ มีความเชื่อ อยู่  3 สิ่ง คือ 1.ชุมชนเป็นฐานสำคัญ เป็นแหล่งเรียนรู้ หล่อหลอม สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และเชื่อมโยง ส่งต่อคนจากรุ่นสู่รุ่น ในขณะที่ กสศ.เข้าไปสนับสนุนงบประมาณ แม้จะ ไม่มาก แต่เป็นการให้โอกาสกับกลุ่มแรงงานนอกระบบ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ แม่เลี้ยงเดี่ยว ผู้ต้องขัง ฯลฯ ที่สำคัญการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2.เชื่อว่าสินค้าเหล่านี้เป็น สัมมาอาชีวะ ที่มีคนรุ่นใหม่เข้ามาต่อยอดผสมผสานให้เกิด การพัฒนาสิ่งใหม่ และ 3.เป็นการคืนศักดิ์ศรีของคนในชุมชนที่สามารถสร้างองค์ความรู้ กำหนดชะตาชีวิตตนเอง และชุมชนได้เอง จากทรัพยากรที่ชุมชนมีอยู่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> &#8220;ปี 2563 มีผู้ยื่นข้อเสนอโครงการพัฒนาทักษะอาชีพสำหรับผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่ใช้ชุมชนเป็นฐานมากว่า 700 โครงการ ผ่านการคัดเลือกจริง 130 กว่าโครงการ หลังจากการดำเนินการแล้ว จะถอดบทเรียนองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอด เรายืนยันเดินหน้าโครงการต่อไป เพราะสร้างโอกาสให้คนชายขอบ คนจน คนพิการ คนสูงอายุในชุมชน มีอาชีพ เป็นการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้ทุกคนอย่างเท่าเทียม เป็นการเปิดโอกาส และเติมเต็มคุณภาพชีวิตของมนุษย์อย่างมหาศาล&#8221; นายสมพงษ์  กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/01102020-2/">กสศ.มุ่งพัฒนาอาชีพช่วยคนชายขอบ คนในชุมชน ถือเป็นกลุ่มคนสำคัญของประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
