<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ชุมชนเจริญธรรม | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 20 Feb 2026 11:21:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ชุมชนเจริญธรรม | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไม่ใช่แม่แต่รักเหมือนลูก : ภารกิจของ ‘แม่เรย์’ ‘ป้าเรย์’ ‘ยายเรย์’ ‘ย่าเรย์’ ของเด็กๆ หลุดระบบ แต่ไม่หลุดจากชุมชนเจริญธรรม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-200226/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-200226</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Feb 2026 11:21:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[หลุดออกจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่ปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนเจริญธรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=99947</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ป้าก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอก แค่เห็นแล้วมันปล่อยไม่ได้ บางค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-200226/">ไม่ใช่แม่แต่รักเหมือนลูก : ภารกิจของ ‘แม่เรย์’ ‘ป้าเรย์’ ‘ยายเรย์’ ‘ย่าเรย์’ ของเด็กๆ หลุดระบบ แต่ไม่หลุดจากชุมชนเจริญธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ป้าก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอก แค่เห็นแล้วมันปล่อยไม่ได้ บางคนเด็กอยากเรียนแทบตายแต่ไม่มีเงิน ป้าก็ให้วันละ 40 จ้างตุ๊กตุ๊กไปส่ง บางคนพ่อติดยา มาเคาะห้องขอข้าวกินตอน 4 ทุ่มก็มี”</p>



<p>ประโยคนี้ ป้าเรย์-เรวดี กล่ำศิริ นั่งพูดอยู่ใต้ร่มใหญ่กลางลานอเนกประสงค์ของชุมชนเจริญธรรม ชุมชนแออัดในอำเภอเมืองอุตรดิตถ์&nbsp;</p>



<p>ในชุมชนเจริญธรรมแห่งนี้ <strong>การหลุดออกจากระบบการศึกษา </strong>ไม่ใช่เหตุการณ์ผิดปกติ แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เด็กบางคนไม่ได้ไปโรงเรียนตั้งแต่ประถม บางคนออกกลางคัน บางคนยังอยู่ในทะเบียนนักเรียน แต่ไม่ได้เข้าเรียนจริงมานานแล้ว&nbsp;</p>



<p>เหตุผลไม่ใช่เรื่องแรงจูงใจเพียงอย่างเดียว หากเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ความยากจน ยาเสพติด ความรุนแรงในครอบครัว และระบบการศึกษาที่ไม่ยืดหยุ่นพอจะรองรับชีวิตจริงของเด็ก&nbsp;</p>



<p>ในบริบทเช่นนี้ การผลักให้เด็กทุกคนเข้าสู่โรงเรียนอาจจะไม่ใช่ทางออก เพราะ<strong>พื้นที่ปลอดภัย</strong>ในบริบทการศึกษา ไม่ได้หมายถึงแค่กำแพงหรืออาคารเรียน แต่ยังหมายรวมถึงเครือข่ายความช่วยเหลือที่เข้าถึงง่าย เข้าใจชีวิตของเด็ก และยืนอยู่ข้างเด็กในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด<br><br>ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องที่เหมือนจะทำได้ยาก แต่เพราะชุมชนนี้มี<strong> ‘แม่เรย์’ ‘ป้าเรย์’ ‘ยายเรย์’ ‘ย่าเรย์’ </strong>ตามชื่อที่เด็กแต่ละคนจะเรียก หญิงวัย 60 ปี ที่ไม่ใช่ครู ไม่ใช่นักพัฒนา และไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ แต่เป็นคนที่รู้ว่า เด็กแต่ละคนหายไปไหน หายไปเพราะอะไร ใครคือคนที่เด็กยังพอจะไว้ใจ หรือถ้าทุกข์ใจเด็กๆ ต้องมาที่ไหน รวมถึงเป็นที่พักใจให้เด็กๆ ในชุมชนอย่างต่อเนื่องกว่าสิบปี นี่อาจจะเรียกได้ว่าพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กๆ ชุมชนเจริญธรรมเลยก็ได้&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-25.jpeg" alt="" class="wp-image-99948" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-25.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-25-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-25-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-25-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-25-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ป้าเรย์’ เรวดี กล่ำศิริ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากป้าเรย์แม่ค้าขายหมูทอด จนได้มาเป็น ‘แม่เรย์’ ‘ป้าเรย์’ ‘ยายเรย์’ ‘ย่าเรย์’</strong></h3>



<p>“บางคนพ่อแม่ติดยา บางคนพ่อแม่ไม่อยู่ บางคนไม่มีใครดู เขาก็มาอยู่ที่บ้านป้า”</p>



<p>ป้าเรย์อธิบายว่าเด็กจำนวนไม่น้อยในชุมชนเจริญธรรมเติบโตในบ้านที่พ่อแม่ติดยาเสพติด แยกทางกัน หรือไม่อยู่บ้าน เด็กบางคนต้องดูแลตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย บางคนไม่มีผู้ใหญ่คอยกำกับเรื่องการเรียน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-26.jpeg" alt="" class="wp-image-99949" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-26.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-26-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-26-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-26-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-26-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ปัญหาของเด็กในชุมชน ได้กลายมาเป็นปัญหาของป้าเรย์ด้วย แม้ว่าป้าเรย์เองจะไม่ใช่คนในชุมชนนี้มาแต่เดิม&nbsp;</p>



<p>“จริงๆ คือเป็นคนท่าเสา (ตำบลหนึ่งในอุตรดิตถ์) ป้าเรียนจบครูพละ แต่เพราะตอนนั้นอาชีพครูต้องไปบรรจุไกลบ้าน สอบได้ที่โคราช ก็เลยไม่ไป หันมาขายของที่นี่ดีกว่า พอดีคนรู้จักเปิดร้านขายหมูทอดแล้วเขาจะย้ายไปต่างประเทศ เขาเห็นเรามีแววก็เลยแนะนำ เราก็ครูพักลักจำจนเปิดร้านขายหมูทอดในตลาดได้”</p>



<p>ชีวิตประจำวันของป้าเรย์คือตื่นนอนและเข้าร้านขายหมูทอดในตลาดตั้งแต่ตี 1 และจะเก็บร้านกลับเข้าบ้านประมาณ 6-7 โมงเช้า ช่วงกลางวันป้าเรย์ไม่ได้นอนพักออมแรงสำหรับการขายของในวันต่อไป แต่ป้าเรย์และสามีใช้เวลาดูแลเด็กๆ ที่รับเลี้ยง&nbsp;</p>



<p>“ถ้านับตอนนี้เรามีลูก 7 คน ลูกที่ไม่ใช่ลูกเราจริงๆ แต่เป็นลูกของญาติ ลูกของลูกพี่ลูกน้องที่เขาเอามาให้เลี้ยงดู”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-28.jpeg" alt="" class="wp-image-99951" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-28.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-28-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-28-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-28-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-28-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ป้าเรย์เล่าว่าตนเองเป็นคนอยากมีลูก แต่ไม่มีลูก แม้ว่าจะพยายามแล้วก็ตาม เลยเริ่มต้นรับเลี้ยงเด็กที่บ้านใครก็ช่างที่พ่อแม่ไม่พร้อม โดยรับมาดูแลที่บ้าน ที่เมื่อนับจำนวนแล้วเด็กในการดูแลเต็มเวลาของครอบครัวป้าเรย์มีประมาณ 7 คน&nbsp;</p>



<p>“อย่างไอ้หมาน้อย (ฉายา) เป็นเด็กที่เลี้ยงมาตั้งแต่เล็กๆ บ้านเขาอยู่ชั้นล่าง ป้าเรย์อยู่ชั้นบน เวลาเปิดหน้าต่างไปเขาก็จะนั่งมอง เราก็เลยเรียกว่า ‘หมาน้อย’ จนติดปาก ปัจจุบันเด็กคนนี้ทำงานโรงงานไก่และเป็นอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูอยู่ที่จังหวัดสระบุรี”&nbsp;</p>



<p>“ลูกใครก็ช่าง เช้ามาหุงข้าวเป็นหม้อ ทำก๋วยเตี๋ยวเป็นหม้อ เย็นก็อาบน้ำแล้วไปส่งพ่อแม่เขา อย่างป๊อบกับ เอ็ม ลูกของน้องชายแฟน ก็ส่งเสียดูแลจนเรียนจบกันหมดแล้ว”&nbsp;</p>



<p>ป้าเรย์เล่าว่าส่วนหนึ่งเพราะญาติพี่น้องเห็นว่าครอบครัวของป้าเรย์ใจดี ไม่เคยด่าเด็ก หรือทะเลาะให้เด็กๆ หรือข้างบ้านได้ยิน</p>



<p>“บ้านของเราเป็นสถานที่ที่เด็กๆ รู้กันว่ารักเด็ก และมีกฎเหล็กคือห้ามด่ากัน ไม่ทะเลาะให้เด็กเห็น และช่วยสอนเด็กๆ ให้ช่วยเหลือกัน เช่น บอกว่าจะให้คนละ 5 บาท ถ้าพี่ๆ ช่วยกันอาบน้ำให้น้องก่อนนอน”</p>



<p>เมื่อย้ายมาอยู่ในชุมชนเจริญธรรม ป้าเรย์พบว่าเด็กส่วนใหญ่ไม่ไปโรงเรียน จึงเริ่มให้เงินเด็กวันละ 20 บาท เพื่อเป็นค่าขนมไปโรงเรียน และฝากรถตุ๊กตุ๊กที่ผ่านหน้าบ้านให้ช่วยไปส่งเด็กๆ โดยทำเช่นนี้ต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี จนเด็กๆ ขยันไปโรงเรียนกันมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>“เด็กๆ ในชุมชนมักจะวิ่งมาหาป้าเรย์เมื่อมีปัญหาหรือหิว เช่น มีเด็กวิ่งมาหาตอนสามทุ่มครึ่งเพราะยังไม่ได้กินข้าว ป้าเรย์ก็จะให้เงินไปซื้อของกิน”&nbsp;</p>



<p>บ้านของป้าเรย์ยังคงทำแบบเดิมแบบที่ท่าเสาคือดูแลเด็กๆ แบบฉบับที่คนรอบบ้านรู้ว่าบ้านนี้รักเด็ก ไม่เปลี่ยนแปลง&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-27.jpeg" alt="" class="wp-image-99950" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-27.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-27-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-27-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-27-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-27-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ป้าเรย์ ที่ใจถึง พึ่งได้&nbsp;</strong></h3>



<p>ป้าเรย์พบว่าเด็กจำนวนไม่น้อยในชุมชนเจริญธรรมเติบโตในบ้านที่พ่อแม่ติดยาเสพติด แยกทางกัน หรือไม่อยู่บ้าน เด็กบางคนต้องดูแลตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย บางคนไม่มีผู้ใหญ่คอยกำกับเรื่องการเรียน แม้ว่าโรงเรียนจะอยู่แค่กำแพงอีกฟากหนึ่งของชุมชนก็ตาม</p>



<p>จากป้าเรย์แม่ค้าขายหมูทอด จนผันตัวมาเป็น ‘แม่เรย์’ ‘ป้าเรย์’ ‘ยายเรย์’ ‘ย่าเรย์’ ของเด็กๆ ในพื้นที่ เมื่อมองผ่านสายตาของป้าเรย์ เด็กในชุมชนไม่ได้เป็นเด็กมีปัญหา หากเป็นเด็กที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เปราะบาง</p>



<p>“ถ้าเราไม่ทำ เด็กมันก็ไม่มีใคร”</p>



<p>การแก้ปัญหาเด็กจึงไม่ใช่แค่การเพิ่มกฎระเบียบ หรือเพิ่มบทลงโทษ แต่ต้องเพิ่มพื้นที่ปลอดภัย เพิ่มผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ และเพิ่มความยืดหยุ่นในระบบการศึกษา สิ่งนี้ทำให้ป้าเรย์ มาพบกับ <strong>ครูติ๊ก -ชัชวาลย์ บุตรทอง</strong> ผู้ก่อตั้งศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 ภายใต้ชื่อศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม หรือ <strong>‘โรงเรียนสี่ตารางวา’</strong> ศูนย์การเรียนรู้ทางเลือกสำหรับเด็กนอกระบบและเยาวชนกลุ่มเปราะบาง ซึ่งขับเคลื่อนงานร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในการตามเด็กหลุดระบบกลับมาเรียน และส่งเสริมการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์บริบทชีวิตของเด็ก ๆ แต่ละคน ภายใต้เป้าหมาย <strong>Thailand Zero Dropout</strong> ร่วมกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-29.jpeg" alt="" class="wp-image-99952" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-29.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-29-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-29-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-29-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-29-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ครูติ๊ก’ ชัชวาลย์ บุตรทอง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ความร่วมมือของป้าเรย์กับครูติ๊ก เริ่มต้นจากคำชวนธรรมดาๆ ว่า</p>



<p>“ครูติ๊กเค้ามาชวนป้า บอกว่าเค้ามีโครงการเด็กที่ไม่ได้เรียน เด็กที่หลุดออกจากระบบ ป้าเรย์มีมั้ย<br>ป้าบอก โอ้ว มีเยอะ”</p>



<p><a href="https://www.eef.or.th/article-310126/" target="_blank" rel="noopener" title="">โรงเรียนสี่ตารางวา</a>เกิดขึ้นบนสมมติฐานว่าเด็กไม่ได้ล้มเหลวเพราะไม่อยากเรียน แต่เพราะระบบการศึกษาไม่สอดคล้องกับชีวิตของพวกเขา และนั่นเป็นสิ่งที่ป้าเรย์พบเจอมาตลอด </p>



<p>บทบาทสำคัญของป้าเรย์ คือการเป็นคนในพื้นที่ที่รู้ว่าเด็กคนไหนไม่ไปโรงเรียน เด็กคนไหนเริ่มหายหน้า และเด็กคนไหนกำลังจะหลุดออกจากระบบอย่างถาวร</p>



<p>“ถ้ารอให้เด็กมาหา มันไม่มาแล้ว มันอาย มันกลัว ต้องไปหาเอง เมื่อครูติ๊กต้องการติดตามเด็ก เราจะพาไปถึงบ้านทันที เพราะในหลายกรณี เด็กไม่กล้าเข้าหาครูหรือสถานศึกษา แต่กล้าคุยกับเราแทน”</p>



<p>ไม่ใช่แค่เรื่องเรียน แต่ป้าเรย์ดูแลเด็กๆ ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ช่วยแก้ปัญหาคนที่ส่อแววเป็นอันตรายกับเด็กในชุมชน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-30-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-99953" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-30-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-30-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-30-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-30.jpeg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p></p>



<p>“มีช่วงนึงที่เด็กมาเล่าว่ามีลุงคนนึงชอบมานั่งเล่นใกล้ๆ เขา แล้วไม่ชอบรูดซิบกางเกง เด็กอาจจะไม่รู้ว่านี่คือไม่ปกติ รู้แค่ว่าเขาลืมรูดซิบ แต่เรารู้แล้วว่าไอ้นี่เจตนาไม่ดี ก็เลยคอยถามๆ เด็กดูหลายครั้ง จนตัดสินใจ ‘เล่นมันเลย’ ไปถึงบ้านบอกว่าให้ออกจากชุมชนนี้ไป ถ้าไม่ออกจะแจ้งความ สุดท้ายเขาก็ยอมออกไป”</p>



<p>ความไว้ใจที่เด็กในชุมชนมีให้ป้าเรย์มากขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p>“เด็กมาบอกเราทุกเรื่อง เรื่องที่บ้าน เรื่องพ่อแม่ทะเลาะ เรื่องไม่มีเงินไปโรงเรียน บางคนมาร้องไห้บางคนไม่พูด แต่ป้ารู้ว่าเขามีเรื่อง หรือบางคนบอกหมด บางคนค่อยๆ บอก ต้องรอให้เขาไว้ใจก่อนเราไปเร่งไม่ได้บางคนหนีออกจากบ้านมานอนที่นี่ (บ้าน) เพราะบางคนพ่อแม่ติดยา เขากลัวก็มาหาป้า ป้าก็ต้องดูว่าเรื่องมันหนักแค่ไหน แล้วค่อยคุยกับครูติ๊ก หรือเวลาไปไหนมาไหนพ่อแม่เด็กจะไว้ใจเรา เพราะเขาเห็นป้าพาเด็กไปไหนมาไหน พาไปวัด พาไปทำกิจกรรม ไม่ได้พาไปในทางไม่ดี เขาก็สบายใจ”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>หวังว่าจะมี ‘แม่เรย์’ ‘ป้าเรย์’ ‘ยายเรย์’ ‘ย่าเรย์’ ในทุกๆ ชุมชน</strong></h3>



<p>“หนูต้องกล้านะ ต้องกล้าแสดงออก อยากสบายมั้ย อยากสบายมันก็ต้องมีวุฒิ ขี้เกียจเรียนห้องเรียนก็มาเรียนกับป้า ป้าไม่บังคับ”</p>



<p>หนึ่งในเหตุผลที่ป้าเรย์มักจะยกมาพูดเพื่อให้เด็กคนหนึ่งกลับไปเรียนต่อ เพราะห้องเรียนสี่ตารางวา ที่นับเป็นศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 คือการเปิดช่องให้เด็กเรียนรู้ในรูปแบบที่ปรับได้ตามชีวิตจริง บางคนทำงานไปด้วย บางคนดูแลครอบครัวไปด้วย</p>



<p>หนึ่งในบทบาทหลักของป้าเรย์ คือการเป็นหูเป็นตาให้กับครูติ๊กในพื้นที่ แต่ทั้งป้าเรย์และครูติ๊กทำงานร่วมกันในลักษณะเครือข่ายชุมชน มากกว่าความสัมพันธ์แบบครูกับอาสาสมัคร เพราะความสัมพันธ์ระหว่างป้าเรย์กับครูติ๊กไม่ใช่การทำงานระยะสั้น ทั้งคู่ทำงานร่วมกันมากกว่าสิบปี และค่อยๆ สร้างเครือข่ายกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกองสวัสดิการ บ้านพักเด็ก ตำรวจ หรือหน่วยงานด้านสังคมอื่นๆ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-32.jpeg" alt="" class="wp-image-99955" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-32.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-32-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-32-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-32-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-32-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>เครือข่ายนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในกรณีที่ปัญหาของเด็กไม่ได้จบแค่เรื่องการเรียน แต่ลึกไปถึงยาเสพติด ความรุนแรงในครอบครัว หรือความไม่ปลอดภัยในชีวิต ป้าเรย์ในฐานะคนที่ทุกบ้านไว้ใจ จะเป็นคนประเมินสถานการณ์และปรึกษาครูติ๊ก เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กแต่ละคน</p>



<p>“เราบังคับเด็กไม่ได้ แต่เด็กมันต้องมีที่มา ถ้าไม่มีที่ เขาก็ไปตามเพื่อน”</p>



<p>ป้าเรย์มองว่าความเคลื่อนไหวเล็กๆ ในชุมชน คือเกราะป้องกันเด็กจากการหลุดหาย ทุกวันอาทิตย์ ที่ลานกิจกรรมของชุมชนเจริญธรรมที่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่วมเงา และสนามเล็กๆ จึงมีกิจกรรมไม่ขาดสายตั้งแต่วาดรูป เล่นเกมอย่างบันไดงู ไปจนถึงกิจกรรมนอกพื้นที่ ป้าเรย์มองว่ากิจกรรมคือแม่เหล็กที่ดึงเด็กเข้ามาก่อนการเรียนรู้</p>



<p>“บางทีเช่าเหมารถ พาเด็กไปวัด ไปฝึกสวดมนต์ ศึกษาธรรมะ บางครั้งก็นิมนต์พระมาช่วยสอน หรือตอนเวลาที่ต้องไปทำธุระทำงานชุมชน ก็จะพกเด็กไปด้วย อย่างไปเดินรณรงค์ลูกน้ำยุงลายก็เอาไป เพื่อให้เด็กเห็นโลกนอกชุมชน และเห็นการทำงานของผู้ใหญ่”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-31.jpeg" alt="" class="wp-image-99954" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-31.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-31-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-31-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-31-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-31-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ป้าเรย์เล่าต่อว่าการพาเด็กออกไปข้างนอก ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนบรรยากาศ แต่ช่วยให้เด็กกล้าแสดงออกมากขึ้น รวมถึงยังช่วยอำนวยความสะดวกให้เด็กที่หลุดจากระบบได้มาเรียนออนไลน์ผ่านห้องเรียนสี่ตารางวาที่บ้านของตัวเอง&nbsp;</p>



<p>สุดท้ายถ้าเด็กๆ ได้ดี ป้าเรย์บอกว่านี่คือรางวัลชีวิตของเธอเอง</p>



<p>&#8220;คิดซะว่าเราช่วยเขามากไม่ได้ แต่ช่วยอย่างนี้มันเห็นกับตา หิวเราก็ให้กินข้าว ดูแล้วเด็กมันดีขึ้น เราก็มีความสุข&#8221; ป้าเรย์ทิ้งท้าย</p>



<p>วันนี้จากป้าเรย์แม่ค้าหมูทอด ได้กลายเป็นทั้ง ‘แม่เรย์’ ‘ป้าเรย์’ ‘ยายเรย์’ ‘ย่าเรย์’<strong> </strong>สิ่งที่ป้าเรย์ทำในชุมชนเจริญธรรม คือการหยิบยื่นโอกาสและความเป็นคน ให้กับเด็กๆ ที่สังคมเกือบจะหลงลืมไปแล้ว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-200226/">ไม่ใช่แม่แต่รักเหมือนลูก : ภารกิจของ ‘แม่เรย์’ ‘ป้าเรย์’ ‘ยายเรย์’ ‘ย่าเรย์’ ของเด็กๆ หลุดระบบ แต่ไม่หลุดจากชุมชนเจริญธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
