<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ชุมชนทางรถไฟ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%84%E0%B8%9F/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 16 Sep 2021 09:18:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ชุมชนทางรถไฟ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“โจทย์ที่ต้องเร่งแก้” และ “การออกแบบการเรียนรู้”กับครูเกาหลีของเด็กชายขอบ ครูชาญณรงค์ ภัทรมานนท์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-problems-that-need-to-be-solved-teacher-channarong/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Sep 2021 08:59:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ชาญณรงค์ ภัทรมานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรม 14 เรื่องเล่า]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนทางรถไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนเทพารักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนบ้านดอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=45701</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิกฤตโควิด-19 ช่วงนี้ ทำให้คุณครูต้องสอนออนไลน์ พอเริ่ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-problems-that-need-to-be-solved-teacher-channarong/">“โจทย์ที่ต้องเร่งแก้” และ “การออกแบบการเรียนรู้”กับครูเกาหลีของเด็กชายขอบ ครูชาญณรงค์ ภัทรมานนท์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วิกฤตโควิด-19 ช่วงนี้ ทำให้คุณครูต้องสอนออนไลน์ พอเริ่มลงมือสอนทางไกลก็พบเจอกับปัญหาอุปสรรคไม่มากก็น้อย&nbsp;</p>



<p><strong>กสศ.ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณครูชาญณรงค์ ภัทรมานนท์ </strong><strong>จากโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย</strong><strong> </strong><strong>อำเภอเมืองฯ จังหวัดขอนแก่น</strong><strong>&nbsp; หรือฉายาที่ลูกศิษย์เรียกคือ ครูเกาหลี&nbsp;</strong></p>



<p>อะไรคือโจทย์ที่ต้องเร่งแก้เมื่อต้องสอนออนไลน์?</p>



<p>ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนที่เริ่มห่างเหินจะทำอย่างไร?</p>



<p>การออกแบบการเรียนรู้เพื่อป้องกันภาวะความรู้ถดถอยนั้นทำได้แค่ไหน?</p>



<p>ความน่าสนใจของครูเกาหลีคนนี้อยู่ที่ <strong>การทดลองออกแบบการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา ระดับชั้น ม.3 กับ “กิจกรรม 14 เรื่องเล่า</strong>” ซึ่งเชื่อมโยงกับชีวิตของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p>



<p>“การเรียนการสอนวิชา 14 เรื่องเล่า ผมมีเงื่อนไขว่าเด็กจะทำอะไรก็ได้ แต่ต้องจดบันทึกอยู่สามประเด็น คือ หนึ่ง คุณทำอะไรบ้างในหนึ่งวัน สอง รู้สึกอย่างไรกับกิจกรรมนั้น สาม ทำไปแล้วเกิดการเรียนรู้อะไร”</p>



<p>ถ้าพร้อมแล้ว&#8230;เราไปฟังการออกแบบการเรียนรู้ในยุคโรคระบาดกับครูเกาหลีกัน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">โจทย์ที่ต้องเร่งแก้ : บริบทโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย</h2>



<p>ผมเป็นครูสอนวิชาสังคมศึกษา ดนตรี และวิชาหลักสูตรต้านทุจริต ระดับชั้น ม.3 บริบทของเด็กโนนชัยคือเป็นเด็กชายขอบ ที่ตั้งโรงเรียนอยู่หมุดสุดท้ายของอำเภอเมืองขอนแก่น เด็กส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนทางรถไฟ ชุมชนเทพารักษ์ ชุมชนบ้านดอน ซึ่งจะมีความหลากหลายมาก&nbsp;</p>



<p>เด็กที่นี่ค่อนข้างยากจน ยิ่งเจอโควิด สถานะเศรษฐกิจครอบครัวของเด็กค่อนข้างมีผลกระทบ เราต้องฟังเสียงเด็กๆ บ้าง ตอนนี้ชีวิตเขาเป็นยังไง ทำไมถึงไม่เข้าเรียน บางทีต้องเข้าไปรับรู้ในมุมมองเขา เรื่องความรู้สึกของเด็กและผู้ปกครองด้วย พอสถานการณ์โควิดเกิดขึ้นตั้งแต่ระลอกแรก สอง และสามมาเรื่อย มีเด็กบางกลุ่มที่ไม่พร้อมเรียนออนไลน์เลย&nbsp; ต้องไปอาศัยอินเทอร์เน็ตบ้านคนอื่น อีกกลุ่มก็คือมีความพร้อมด้านเครื่องมือ แต่วินัยไม่พร้อม คือเขายังเด็กอยู่ ยังบังคับตัวเองไม่ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-739d4d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/18-สัมภาษณ์-ครูชาญณรงค์-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณครูชาญณรงค์ ภัทรมานนท์ จากโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย<br>อำเภอเมืองฯ จังหวัดขอนแก่น</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ระบบการศึกษาแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ ทำให้ความสัมพันธ์ของครูกับเด็กเริ่มห่าง เด็กที่ไม่สามารถอยู่ในระบบที่ตั้งไว้ก็จะหลุดจากระบบ สถานการณ์ของเด็กโนนชัยเริ่มมีเด็กหลุดจากระบบเยอะ หมายความว่า <span style="text-decoration: underline;"><strong>การศึกษาของเด็กในระบบแบบนี้ยังไม่ตอบโจทย์ชีวิตของเขา พอไม่ตอบโจทย์ ความสัมพันธ์กับครูก็เริ่มห่าง พอครูห่าง เด็กห่าง โรงเรียนห่าง ถ้าพูดอีกแบบก็คือ สาแหรกการศึกษามันแตก ความสัมพันธ์ฉีกขาดหมดแล้ว ตอนนี้จึงเป็นประเด็นคำถามว่าแล้วเราเป็นครู ต้องทำอย่างไรกับเด็ก </strong></span></p>



<p>โครงสร้างวิชาการของเรามีการบูรณาการอยู่แล้ว ครูแต่ละคนพยายามออกแบบกระบวนการแต่โจทย์ที่เรายังแก้ไม่ได้ตอนนี้คือการตามหาเด็ก เราตามหาเด็กค่อนข้างยาก เราต้องใช้วิธีการลงไปเยี่ยมบ้าน ไปดูความพร้อมของเด็กแต่ละพื้นที่ เช่น ชุมชนทางรถไฟ พอเราลงไป เจอบางครอบครัวเราแทบตกใจเลย เพราะเขาไม่สะดวกให้ลูกเรียน แต่อยากให้ลูกช่วยทำมาหากินก่อน พอลงพื้นที่ทำให้เข้าใจว่าเด็กกลุ่มนี้ยังไม่พร้อมเพราะปัจจัยเรื่องปากท้อง โรงเรียนเลยมีโครงการเยี่ยมบ้านเด็ก นำถุงยังชีพไปแจก&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ปรับ ยืดหยุ่น ออกแบบการเรียนรู้ : เริ่มต้นปรับที่ครูและโรงเรียน</h2>



<p>ประเด็นที่น่าสนใจคือ เด็กเจนยุคนี้มีข้อมูลหลากหลายมาก การเรียนที่มีตำราตั้งไว้แบบคัมภีร์ไบเบิล ต้องบูรณาการใหม่ ต้องปรับใหม่ <strong><span style="text-decoration: underline;">ฉะนั้นบทบาทของครูยุคนี้ต้องเปลี่ยน คือต้องเป็นทั้งโค้ชและนักเชื่อมโยงความรู้ให้ได้ หมายความว่า หนึ่ง ครูต้องเข้าใจบทบาทใหม่ สอง ต้องเข้าใจความหลากหลายของเด็กเจนยุคนี้ท่ามกลางโรคระบาด รวมถึงต้องเป็นนักเยียวยาไปพร้อมๆ กัน</span></strong></p>



<p>ตอนนี้ทางผู้บริหารโรงเรียนก็ปรับ ทุกคนพยายามทำทุกวิถีทาง ปรับแม้แต่โครงสร้างตารางเรียน อย่างตารางเรียนชั้นมัธยม ช่วงเช้าให้เรียนวิชาหลักที่สำคัญ ช่วงบ่ายขึ้นอยู่กับไอเดียของครูแต่ละวิชาว่าจะบูรณาการกับสาระไหน จะทำรูปแบบไหน เป็นคลิป หรือลงพื้นที่ก็เอาตามความพร้อม</p>



<p>หลักสูตรแต่ละวิชานั้นเปรียบเป็นตำราที่แข็งทื่อ เช่น วิชาสังคมอาจเหมือนคัมภีร์ไบเบิลที่ตั้งไว้ เรามีหน้าที่ไปดูไปอ่าน แต่ในสถานการณ์แบบนี้ ผมมองว่าวิชาสังคมต้องผสมกันระหว่างสิ่งที่ต้องเรียนกับสิ่งที่ต้องรู้&nbsp; สิ่งที่ต้องเรียนก็คือตัวเนื้อหาสาระ ต้องหยิบยกมาเป็นบางเรื่อง กับสิ่งที่ต้องรู้คือบูรณาการกับสถานการณ์โลก สถานการณ์ของสังคมปัจจุบันกับพื้นที่ขอนแก่น หรือเหตุการณ์อื่นๆ ที่จะมาเป็นประเด็นในการพูดคุยแลกเปลี่ยน</p>



<p>ผมก็หยิบยกบางเรื่องราว มาชวนเด็กเรียน เอาเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง สถานการณ์โรคระบาดมาเชื่อมโยงด้วย ถึงจะลดแรงความห่างระหว่างเรากับเด็กได้ เพราะ<strong><span style="text-decoration: underline;">ช่วงโควิดความสัมพันธ์ยิ่งห่าง เริ่มมีผลกระทบกับเด็กหลายๆ คน บางทีความเป็นทางการกับไม่เป็นทางการต้องมีในวิชาระบบออนไลน์ด้วย เหมือนเป็นการ Check list ฟังความรู้สึกของเด็กๆ บ้าง</span></strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3a15fb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/18-สัมภาษณ์-ครูชาญณรงค์-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เช่น ถ้าพูดถึงสิทธิ หน้าที่พลเมือง กฎหมายพื้นฐาน ผมหยิบยกเหตุการณ์ปัจจุบันมาชวนเด็กคุย เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เด็กๆ เคยรู้ไหมถึงที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ที่สำคัญ บัตรนี้มีความเชื่อมโยงกับคำว่าสิทธิในฐานะที่เราเป็นพลเมืองไหม</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">14 เรื่องเล่า : เยียวยาเด็กไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา</h2>



<p>ทุกระลอกที่มีการปิดเรียนเพราะโควิด ตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณสองสัปดาห์หรือ 14 วัน ผมจึงตั้งประเด็นคำถามว่าแล้วใน 14 วันของแต่ละรอบ ครูและเด็กนักเรียนทำอะไรกันอยู่ วิถีชีวิตเด็กเป็นยังไง จึงเป็นที่มาของ 14 เรื่องเล่าซึ่งเชื่อมโยงกับวิชาสังคม</p>



<p>ถ้าเราเปิดดูตัวเนื้อหาวิชาหน้าที่พลเมือง ผมรู้สึกว่าเป็นเนื้อหาที่จับต้องได้ลำบาก ผมจึงคิดออกแบบกิจกรรมว่า ถ้าพูดถึงหน้าที่พลเมืองมันเป็นเรื่องของ Mindset ดูซิว่าใน 14 เรื่องเล่า หรือกิจกรรม 14 ครั้งที่เด็กรู้สึกอยากทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อตัวเอง ต่อครอบครัว และชุมชน เป็นความดีงามของเขา แค่เขาไปล้างจานให้พ่อกับแม่ ช่วยงานบ้าน ผมถือว่าเป็นหน้าที่ที่เขารับผิดชอบต่อตนเองและครอบครัวได้ ผมมองว่าหน้าที่พลเมืองควรเป็นเรื่องที่จับต้องได้จริง</p>



<p>การเรียนการสอนวิชา 14 เรื่องเล่า ผมมีเงื่อนไขว่าเด็กจะทำอะไรก็ได้ แต่ต้องจดบันทึกอยู่สามประเด็น คือ หนึ่ง คุณทำอะไรบ้างในหนึ่งวัน สอง รู้สึกอย่างไรกับกิจกรรมนั้น สาม ทำไปแล้วเกิดการเรียนรู้อะไร </p>



<p>สำหรับเด็กที่พร้อม เด็กจะใช้มือถือทำเป็นคลิปสั้น 1-2 นาทีส่งมาให้ครูดูว่าแต่ละวันเขาทำอะไรบ้าง ผมมองว่ากิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ เป็นปฏิสัมพันธ์ที่ดี เพียงพอที่จะยื้อเด็กไว้ไม่ให้ออกจากระบบ ส่วนเด็กที่ไม่พร้อมเราก็ใช้ใบงาน  ไปเจอเด็กทุกวันศุกร์ อาจจะช่วงสั้นๆ ที่ได้เจอ พูดคุยกัน ก็อธิบายเนื้องานแล้วให้เขาบันทึกความดีที่ทำอยู่ที่บ้าน ส่วนใครที่ตามตัวไม่เจอเลย ก็ต้องลงพื้นที่ติดตามเด็ก โทร.ถามผู้ปกครองตลอดเวลา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-eb9d4b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/ครูชาญณรงค์infog-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ด้วยความเป็นครู ผมเชื่อว่าวิธีการแบบนี้คือยาต้านโควิดอย่างหนึ่ง อย่างน้อย 14 เรื่องเล่า หรือ 14 กิจกรรมเป็นยาที่เยียวยาเด็กไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา ไม่งั้นจะเกิดอะไรขึ้นถ้าสถานการณ์โควิดเริ่มรุนแรงมากขึ้น สถานศึกษาไม่ได้เปิด มันเหมือนเป็นวัคซีนเยียวยาหัวใจเด็ก เยียวยาหัวใจครู ทั้งสองฝ่ายต้องช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกันหัวใจให้ตัวเอง</span> </strong></p>



<p>สำหรับเด็กที่พร้อม เขาก็โอเคมาก เขาได้ใช้มือถือในทางที่ถูก อย่างน้อยเด็กหยุดเล่นเกมสักครึ่งชั่วโมง ผมก็ดีใจมากแล้ว เด็กก็ทยอยส่ง 14 เรื่องเล่ามาว่าแต่ละวันเขาทำอะไรบ้าง </p>



<p>นักเรียนคนหนึ่งชื่อน้องเชลล์ เขามีความสามารถทางด้านดนตรี คือร้องเพลงแร็พไทย พอช่วงโควิดเขาหายไปเลย ผมจึงชวนเขา ดึงศักยภาพทางด้านดนตรี ให้เขาได้มีบทบาทมากขึ้นในการเรียนออนไลน์ อย่างน้อยเราก็ได้เห็นว่าเด็กยังมีตัวตนอยู่ ครูยังติดตามและพยายามยื้อไม่ให้เขาหลุดจากระบบ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เปลี่ยนจากเน้นคะแนน มาเน้นหน้าที่และความรับผิดชอบ</h2>



<p>ครูในยุคออนไลน์ยังติดอยู่ที่ตัวชี้วัด แต่โควิดแบบนี้การวัดผลต้องยืดหยุ่นแล้วละครับ ยืดหยุ่นเรื่องตัวเลขไว้ก่อน แต่เรายืดเยื้อเรื่องของชีวิตและลมหายใจเด็กดีกว่าไหม&nbsp; วิชา 14 เรื่องเล่าผมไม่ได้ให้น้ำหนักการให้คะแนนมาก แค่มีเงื่อนไขว่าถ้าเด็กส่งงานสามชิ้น&nbsp; ผมให้ 35 คะแนน&nbsp; เขาถ่ายภาพอะไรก็ได้ที่อยากจัดนิทรรศการที่บ้านเขา นัยสำคัญคือเป็นการติดตามเรื่องหน้าที่และความรับผิดชอบ ส่วนเด็กที่ไม่พร้อม ทุกวันศุกร์เขาส่งงาน ผมก็โอเคแล้ว&nbsp;</p>



<p>สาระบางเรื่องต้องปรับ สาระบางตัวควรจับแค่แก่นของมัน ส่วนวิธีการสอบ ในสถานการณ์แบบนี้เราจะสอบอย่างไร สำหรับเด็กที่พร้อม ผมใช้วิธีสอบสัมภาษณ์ เพราะว่าเรื่องความรู้ความจำในช่วงแบบนี้อาจวัดยาก ผมมองเรื่อง Mindset ของเขา อย่างวิชาสังคม ผมโชว์ภาพเกี่ยวกับประวัติพระพุทธเจ้าแล้วถามเลยว่าภาพที่เห็นมีความเชื่อมโยงกับศาสนาอย่างไร ซึ่งจะประเมินการวิเคราะห์สังเคราะห์เขาได้ สอง ผมโชว์ภาพสัญลักษณ์อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถามเขาว่าสัญลักษณ์ที่เห็นคืออะไร เกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ของเขาอย่างไร เราก็ลองฟังความคิดเห็นเขา ซึ่งไม่มีถูกไม่มีผิดในยุคแบบนี้&nbsp;</p>



<p>เป็นแนวทางที่ผมกำลังทดลองทำการประเมินอยู่ จะได้ผลขนาดไหนก็อีกเรื่องหนึ่ง ตอนนี้พยายามรวบรวมเอาชุดประสบการณ์เหล่านี้ อาจให้ผู้ใหญ่ที่มีความรู้ความเข้าใจลองเคาะดูว่าจะไปได้ไกลขนาดไหน และผลตอบรับของนักเรียน ผู้ปกครองเป็นอย่างไร เสียงสะท้อนอย่างไร เพื่อที่จะนำมาพัฒนาต่อ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4a1571"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/420566.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ต่อลมหายใจให้กับครูและเด็ก</h2>



<p>ตอนนี้ครูทุกคนน่าจะรู้สึกเหนื่อยแต่ด้วยหน้าที่เราต้องทำ สถานการณ์ครูตอนนี้เหนื่อยเรื่องการทำความเข้าใจนะ ทำความเข้าใจเด็ก ผู้ปกครอง และวิธีการประเมิน</p>



<p>ครูในยุคนี้บางทีตกเป็นจำเลยของสังคมโดยไม่รู้ตัว บางคนก็มองว่าครูน่ะสบาย ไม่ทำอะไรนอกจากทำคลิปแล้วส่งให้กับเด็ก แต่<strong><span style="text-decoration: underline;">ผมเชื่อว่าครูทั้งประเทศจะมีหินก้อนเล็กๆ ที่เรียงตัวอยู่ในใจ แต่ยังไม่ถูกหยิบยกหรือจัดวางเท่านั้น  ถ้า 14 เรื่องเล่าของผมจะเป็นประโยชน์กับครู ผมอยากให้เรื่องนี้เป็นวัคซีนเยียวยาหัวใจครูทั้งประเทศ อย่างน้อยความงดงามเล็กๆ ที่เด็กพยายามส่งสัญญาณมาถึงเรา จะช่วยต่อลมหายใจให้กับครูและเด็กได้</span></strong></p>



<p>ไอเดียต่อไปผมต้องลงพื้นที่เพื่อไปติดตามและฟังเสียงสะท้อนจากผู้ปกครองและนักเรียน ผมจะได้ออกแบบอีกว่าจะบูรณาการสังคมกับวิชาอื่นอย่างไร และที่กำลังคิดไว้คือกิจกรรมเขียนจดหมายถึงโรงเรียน อยากให้เด็กบรรยายถึงโรงเรียน ผมอาจลองเอาสิ่งที่เด็กเขียนไปคุยกับผู้บริหาร เราจะได้มองเห็นภาพใหญ่ถูกว่าจะทำงานเชิงพื้นที่ในภาพกว้างอย่างไร จะดูแลเยียวยาต่ออย่างไรดีครับ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-problems-that-need-to-be-solved-teacher-channarong/">“โจทย์ที่ต้องเร่งแก้” และ “การออกแบบการเรียนรู้”กับครูเกาหลีของเด็กชายขอบ ครูชาญณรงค์ ภัทรมานนท์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
