<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>จิตศึกษา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 15 Sep 2022 09:33:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>จิตศึกษา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ให้โรงเรียนของเราเป็นแบบนี้ตลอดไป” บทเรียน ‘จิตศึกษา PBL PLC’ สู่การเป็นโรงเรียนเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/tsqp-whole-school-approach-150922/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Sep 2022 09:33:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านน้ำก่ำ (สิทธิผลนุกูล)]]></category>
		<category><![CDATA[จิตศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[Whole School Approach]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=60234</guid>

					<description><![CDATA[<p>“หนูเคยกล้า ๆ กลัว ๆ กับการมาโรงเรียน แต่ตั้งแต่ ป.4 คร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-whole-school-approach-150922/">“ให้โรงเรียนของเราเป็นแบบนี้ตลอดไป” บทเรียน ‘จิตศึกษา PBL PLC’ สู่การเป็นโรงเรียนเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“หนูเคยกล้า ๆ กลัว ๆ กับการมาโรงเรียน แต่ตั้งแต่ ป.4 ครูเปลี่ยนวิธีการสอนใหม่ ทุกเช้าก่อนเรียนมีการทำจิตศึกษา ได้เตรียมสภาวะจิต มีเล่นเกม Brain Gym มีครูมาเล่าเรื่องจากข่าว จากนิทาน แล้วมีคำถามให้พวกเราใคร่ครวญ แชร์กับเพื่อน มีเรียนภาษาไทยผ่านวรรณกรรม ได้เจอศัพท์ใหม่ ๆ ได้ออกแบบการ์ตูนช่อง ตีความเนื้อหาผ่านมุมมองที่ไม่ได้อยู่ในตัวเรื่อง ได้เรียน PBL เรื่อง ‘เด็กเล่นเส้น’ มีทำแป้ง แปรรูปเป็นเส้น แล้วต่อยอดเป็นขนม เป็นก๋วยจั๊บญวน พวกเราสนุกกันมาก ครูฝึกให้ทำงานเป็นระบบ ไม่มีเครียดเลย</p>



<blockquote class="wp-block-quote"><p>“หนูชอบที่ครูให้โอกาสเราเรียนรู้ด้วยตัวเอง เสนอความเห็นได้ว่าอยากทำอะไร ตอนทำงานไม่สำเร็จครูก็ให้กำลังใจ สอนให้หาวิธีรับมือจนผ่านไปได้ พวกเราจึงพร้อมกลับไปทำซ้ำ จนพอทำสำเร็จได้ทุกคนก็ดีใจไปด้วยกัน วันนี้หนูมีความสุขกับการไปโรงเรียนมาก อยากให้โรงเรียนของเราเป็นแบบนี้ตลอดไปค่ะ”</p></blockquote>



<p>เสียงสะท้อนจาก ‘น้องอาย’ ชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านน้ำก่ำ (สิทธิผลนุกูล) ตัวแทนจาก ‘โรงเรียนพัฒนาตนเอง’ (TSQP) เครือข่ายมูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา ในโครงการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้โรงเรียนสามารถพัฒนาตนเองได้ทั้งระบบ (Whole School Approach) โดย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่มาเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 3 ปี กระทั่งวันนี้โครงการสิ้นสุดลงแล้ว อย่างไรก็ตามแต่ละโรงเรียนซึ่งนำโดยผู้บริหารและครู รวมถึงเสียงเล็ก ๆ จากเด็ก ๆ ที่ร่วมฝ่าฟันโครงการกันมาจนบังเกิดผลที่เป็นรูปธรรมในวันนี้ ต่างยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อโดยไม่มีใครคิดหันหลังกลับ ด้วยนวัตกรรมใหม่ได้หยั่งรากลงลึก และพร้อมแตกหน่อออกผลงอกงามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘จิตศึกษา PBL &#8211; PLC’ เครื่องมือเปลี่ยนแปลงโรงเรียนทั้งระบบ</strong></h2>



<p>‘มูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา’ เป็นเครือข่ายที่นำแนวคิดเรื่อง ‘สนามพลังบวก’ มาเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงโรงเรียนเชิงระบบ ผ่านนวัตกรรมจิตศึกษา, หน่วยบูรณาการ ‘PBL’ (Problem Based Learning) เรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน และ ‘PLC’ (Professional Learning Community) หรือชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ</p>



<p>โดยนวัตกรรมเหล่านี้ ได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนในห้องเรียนให้เป็น Active Learning ทั้งหมด จากครูเคยทำหน้าที่ ‘บอกความรู้’ ก็เปลี่ยนบทบาทเป็น ‘โค้ช’ ช่วยกระตุ้นสร้างการเรียนรู้ และให้นักเรียนลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ</p>



<p>ที่เมื่อผู้บริหารและครูเปิดใจยอมรับ ผลลัพธ์เชิงบวกจึงเกิดขึ้นในเวลาไม่นาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cbe74d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/1-LinkThumbnail-บทเรียน-‘จิตศึกษา-PBL-PLC-สู่การเป็นโรงเรียนเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยเฉพาะ​ ‘จิตศึกษา’ ที่ส่งผลทั้งต่อลักษณะนิสัยและทักษะวิชาการของผู้เรียน มุ่งพัฒนา ‘ปัญญาภายใน’ ให้ผู้เรียน​เข้าใจตัวเอง ใคร่ครวญกำกับตัวเองได้ มีเป้าหมาย ในพื้นที่ ‘สนามพลังบวก’ ที่ทำให้นักเรียนรู้สึกปลอดภัย ได้รับความเคารพ ​มีสัมพันธภาพที่ดีระหว่างครูและศิษย์ ร่วมกับกายภาพของสถานที่ที่สะอาด ร่มรื่นปลอดภัย เราจะเห็นโรงเรียนที่ไม่มีเด็กคนใดถูกบังคับ ไม่มีเสียงออด แต่เป็นวิถีใหม่ที่เด็กกำกับตนเองได้ว่าเวลาไหนควรทำ หรือไม่ควรทำอะไร</p>



<p>ครูจะใช้จิตวิทยาเชิงบวกกับเด็ก ใคร่ครวญถึงสิ่งที่ต้อง ‘เพิ่ม’ หรือ ‘ลด’ บนหลักการของการเคารพคุณค่าความเป็นมนุษย์ ไม่เปรียบเทียบ ไม่จัดอันดับ เพิ่มการชื่นชม ไว้วางใจ ซึ่งจะส่งเสริมให้เด็กรู้สึกได้รับเกียรติ และตระหนักถึงคุณค่าในตนเอง</p>



<p>ทั้งในทุกวันก่อนเริ่มเรียนและระหว่างวัน จะมีกิจกรรมเตรียมสภาวะจิตเด็ก บริหารสมอง ให้ประสบการณ์บางเรื่องเพื่อให้เกิดการ reflection ​และจากนั้นครูจะปิดท้ายด้วยการเสริมพลัง (empower)</p>



<p>ขณะที่ PBL จะเน้นปัญญาภายนอก ความเข้าใจต่อโลก ทักษะการดำเนินชีวิต ทักษะการทำงาน ความใคร่รู้และเข้าใจในศาสตร์ที่จำเป็น​ต่อการดำเนินชีวิต ส่วน PLC คือการจัดกระบวนการเพื่อพัฒนาครู โดยมีกิจกรรมเรียนรู้ เช่น การถอดบทเรียน Lesson study, Case study จนถึงการทำ system study ร่วมกันทั้งภายในโรงเรียน และระหว่างโรงเรียน ซึ่งการจะทำ PLC ให้สำเร็จ ครูต้องได้รับการพัฒนาทักษะการรับรู้ การกำกับตัวเอง และการใคร่ครวญ เช่น ​Deep Listening, Dialogue, Facilitator</p>



<p>ถ้า PLC ได้ผล ครูจะตื่นรู้ในสิ่งที่ทำ มีความพยายามเปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนรู้ กลายเป็นครูแบบ ‘Active Learning’&nbsp; เข้าใจเด็กมากขึ้น วางการสอนลง และสร้างการเรียนรู้มากขึ้น แล้วเมื่อครูเปลี่ยน เด็กก็เปลี่ยน การขาดเรียนจะลดลง มีความสนิทสนมกับครู เต็มใจร่วมกิจกรรม กำกับตัวเองและจดจ่อกับสิ่งที่เรียนได้</p>



<p>เหล่านี้คือนวัตกรรมที่ลงไปสู่โรงเรียนต้นแบบแล้วหลายร้อยโรงเรียน ซึ่งพร้อมนำประสบการณ์การทำงานมาแบ่งปัน ณ ตรงนี้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จะไม่ยอมให้ครูกลับไปเปิดหนังสือสอนแบบเดิมอีก</strong></h2>



<p>ผอ.สมเดช อ่างศิลา โรงเรียนวัดเนินกระปรอก อ.บ้านฉาง จ.ระยอง กล่าวว่า เราตั้งเป้าหมายให้เด็กเป็น ‘smart kid’ มีความรอบรู้ ปรับตัวได้ ซึ่งนวัตกรรมจากลำปลายมาศเหมาะกับบริบทโรงเรียน เราจึงปรับกลไกการบริหารจัดการโรงเรียน โดยเริ่มจากผู้บริหารต้องไม่ลังเลสงสัย ศึกษารายละเอียดการทำงานของนวัตกรรม และเป็นผู้สนับสนุนที่ดีของครู ที่สำคัญคือต้องสื่อสารกับผู้ปกครองให้เข้าใจ เพื่อให้เขาเข้ามาเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนงานไปพร้อมกับโรงเรียน</p>



<p><strong>“การมีส่วนร่วมสำคัญที่สุด กว่าจะเกิดขึ้นได้ ผู้บริหารเราต้องสร้างความเชื่อมั่น แรก ๆ อาจอยู่ในรูปคำสั่ง แต่การทำซ้ำ ๆ โดยสร้างบทบาทให้กับครูแต่ละคน จนเขาเข้าใจกระบวนการ เห็นผล สักพักเขาจะทำได้เอง</strong> นอกจากนั้นยังสัมผัสเองด้วยว่ารูปแบบการสอนแบบ Active Learning จะช่วยให้ครูมีเวลาสำหรับการวางแผนการสอนได้ดีขึ้น เด็กเองก็สนุกและกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ ส่วนผู้ปกครอง เราเชิญประชุมทุกเดือน ดึงคนที่สนใจ เข้าใจ มาช่วยถ่ายทอดความเข้าใจไปสู่ผู้ปกครองคนอื่น ๆ ไม่ช้าทุกคนก็เข้าใจร่วมกัน <strong>&#8230;วันนี้ผมแน่ใจแล้วว่าจะไม่ยอมให้ครูกลับไปเปิดหนังสือสอนแบบเดิมอีกแล้ว เพราะเราเห็นทั้งผลสำเร็จและเส้นทางก้าวหน้าที่การเรียนการสอนอย่างเดิมให้เราไม่ได้”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>Active Learning เปลี่ยนนักเรียนให้เป็นคนไม่ยอมแพ้</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d1b056"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/5-LinkThumbnail-บทเรียน-‘จิตศึกษา-PBL-PLC-สู่การเป็นโรงเรียนเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูฉัตรวรีย์  บุญสิริเกียรติ โรงเรียนบ้านน้ำก่ำ (สิทธิผลนุกูล) อ.ธาตุพนม จ.นครพนม กล่าวว่า หลังนำนวัตกรรมมาใช้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ได้เห็นความเปลี่ยนแปลง ซึ่งโรงเรียนพร้อมเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่เปลี่ยนผู้เรียนเป็นเจ้าของการเรียนรู้ที่แท้จริง เด็กได้ออกแบบการเรียนรู้ร่วมกับครู ส่วนครูกลายเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นด้วยคำถามทรงพลัง และสนับสนุนอำนวยความสะดวก จนผู้เรียนได้กลายเป็น ‘นักเรียนรู้’ ที่มีความกระหาย อดทน มานะมุ่งมั่น กัดไม่ปล่อยจนกว่าจะทำได้สำเร็จ</p>



<p><strong>“เด็กของเรากลายเป็นนักค้นคว้า มีการคิดขั้นสูงเชิงนวัตกรรม รู้จักแก้ปัญหาด้วยวิจารณญาณ การสร้างสรรค์ เป็นคุณลักษณะที่ค่อย ๆ บ่มเพาะ และฝังในตัวเด็ก เขามองว่าปัญหาคือสิ่งท้าทาย ไม่ยอมละเลิกง่าย ๆ จนกว่าจะทำสำเร็จ</strong> ซึ่งทำให้เกิดการเห็นคุณค่าในตนเอง เข้าใจทั้งมิติภายในตนเองและมิติเชิงสังคม ส่วน<strong>ครูเองก็กลายเป็นนักเรียนรู้ไปด้วย คือถ้ายังไม่ดี เราไม่หนีไม่ยอมไม่ปล่อย ต้องเรียนรู้ ต้องหาทางทำจนสำเร็จ หาเทคนิควิธีการมาผลักดันให้เด็กถึงเป้าหมาย เปลี่ยนตัวเองจากครูที่สอนให้ ‘จำ’ เป็นสอนให้ ‘คิด’ ไม่ยัดเยียดความรู้ แต่จะมุ่งไปที่ความสนใจของเด็ก แล้วห้องเรียนที่น่าเบื่อจำเจก็กลับมีชีวิต มีความงอกงามความสุขที่ทั้งครูทั้งเด็กรับรู้ร่วมกันได้”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ก่อร่าง ‘จินตทัศน์’ จากถ้อยคำ ด้วยการเรียนภาษาผ่านวรรณกรรม</strong></h2>



<p>ครูภัทรวีร์  สุขโทน โรงเรียนบ้านกองทูล (พิทักษ์ราษฎร์วิทยาคาร) อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า การเรียนภาษาไทยผ่านวรรณกรรม ทำให้เด็กเรียนรู้เนื้อหาเรื่องราวที่ช่วยเตือนสติ สอดแทรกมุมมองชีวิต เปิดทั้งโลกทัศน์ จินตทัศน์ จากภาษาที่สวยงาม มีศัพท์ชั้นสูงและคลังคำที่กว้าง ยาก ลึกซึ้ง ซึ่งต่างไปจากเดิมที่เรียนแค่ ก กา ข ขา ที่สื่อความหมายเพียงชั้นเดียว</p>



<p><strong>“ถ้อยคำคือสิ่งที่เปิดจินตนาการในหัวของเด็ก ให้เขาเห็น และสามารถสร้างภาพที่ลึกล้ำกว่าความหมายแค่ชั้นเดียว แล้วในเรื่องหลักภาษาเขาก็จะมีพื้นฐานที่ไปได้ไกลกว่าแค่เขียนตามคำบอก รู้จักการวิเคราะห์ ตีความจากข้อเขียน </strong>ที่แม้แต่ในข้อสอบ O &#8211; Net ยังไปถึงแค่ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เท่านั้น แต่<strong>วรรณกรรมนั้นไม่ได้บอกอะไรเลย ทิ้งปลายเปิดไว้ให้เด็กตีความ มีศัพท์ใหม่ ๆ ที่ทำให้เราสื่อสารได้ถึงสิ่งที่อยู่ภายในตัวเขา หรือบริบทชีวิตของเขา</strong> อย่างเมื่อเจอศัพท์เช่นคำว่า ‘อ้างว้าง’ หรือ ‘โดดเดี่ยว’ เราถามเขาต่อได้ว่าคืออะไร เคยรู้สึกไหม บางทีมันก็นำไปสู่บทสนทนาเรื่องครอบครัว หรือเรื่องอื่น ๆ ซึ่งทำให้ครูเข้าใจเด็กได้มากขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cf66a3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/Banner-LinkThumbnail-บทเรียน-‘จิตศึกษา-PBL-PLC-สู่การเป็นโรงเรียนเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong><strong>เราเชื่ออย่างหมดใจว่ามนุษย์ทุกคนเรียนรู้ได้ แม้ว่าต้นทุนเขาไม่พร้อมสักแค่ไหน</strong></strong></h2>



<p>ผอ.พวงชมพู เฮ็งประเสริฐ โรงเรียนบ้านห้วยปูลิง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่าบ้านห้วยปูลิงเป็นโรงเรียนพื้นที่สูง การเดินทางลำบากถึงลำบากมาก จึงมีกลุ่มเด็กพักนอนกว่า 80 คน บางคนกลับบ้านแค่เทอมละครั้ง เด็กนักเรียนเป็นปกาเกอะญอ 100 % ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง ปัญหาที่เห็นชัดคือความด้อยโอกาส ขาดปัจจัย ขาดการเติมทักษะใหม่ ๆ ซึ่งในมุมหนึ่งคิดว่าการช่วยเหลือที่เด็กเป็นผู้ ‘รอรับ’ อย่างเดียว หรือ ‘ให้จนมากเกินพอดี’ จะกลายเป็นบ่อเกิดของทัศนคติไม่ยอมช่วยเหลือตนเอง หรือไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ตน ‘มี’ ดังนั้นจึงต้องสร้างระบบดูแลช่วยเหลือที่สนับสนุนให้เด็กพึ่งตนเอง มีสุขภาวะที่ดี มีทักษะการใช้ชีวิตในสังคมเมื่อลงไปอยู่บนพื้นราบ อันหมายถึงการตกผลึกในเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์</p>



<p>“การบริจาคจนเกินความจำเป็น คือการทำลายพัฒนาการการคิดแก้ปัญหา หรือการเห็นคุณค่าในตัวตน นี่สำคัญมาก เพราะเรามองว่า ‘ความเชื่อมั่น’ จะเป็นต้นทุนหลักที่ทำให้เขาอยู่ในสังคมได้ พัฒนาตนเองจนประสบความสำเร็จได้ สิ่งที่โรงเรียนเน้น จึงเป็นเรื่องการสร้างการเรียนรู้ สร้างเกราะป้องกันวิถีบริโภคนิยมที่ไหลทะลักจากเมืองไปถึงบนดอย เด็กและครอบครัวเขาต้องรู้เท่าทัน ผลลัพธ์การศึกษาจึงต้องไม่ใช่แค่อ่านออกเขียนได้คิดเลขเป็น ซึ่งหนทางที่เราพบว่ามันช่วยเปลี่ยนแปลงเขาได้ถึงรากทัศนคติคือ ‘จิตศึกษา’</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fb4d5e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/2-LinkThumbnail-บทเรียน-‘จิตศึกษา-PBL-PLC-สู่การเป็นโรงเรียนเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราออกแบบบทเรียนให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับฐานทุนที่เขามี ทั้งความสามารถภายใน การทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมซึ่งคือทุนธรรมชาติในชุมชน แล้วใช้ความใกล้ชิดของครูช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในการใช้เทคโนโลยี <strong>เราพบว่าห้องเรียนที่ปลอดภัยไม่มีการชี้ถูกผิด มีการเสริมพลังใจด้วยจิตวิทยาเชิงบวก ทำให้เด็กเห็นคุณค่า ภูมิใจในตนเอง และรักที่จะเรียนรู้ เหล่านี้เป็นจุดคานงัดที่จิตศึกษาทำให้ความเปลี่ยนแปลงปรากฏ</strong> ส่วนสำหรับครู <strong>เราเชื่ออย่างหมดใจว่ามนุษย์ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ แม้ว่าต้นทุนเขาไม่พร้อมสักแค่ไหน ซึ่งถ้าครูเชื่อมั่น หาทางผลักดันสนับสนุน สุดท้ายแล้วไม่ว่าโจทย์ยากแค่ไหน เด็กอยู่ในที่ลำบากห่างไกลเท่าไหร่ เขาจะพบวิถีทางในการพัฒนาตนเองจนได้”</strong></p>



<p>ผอ.ชนาวุธ ปทุมชาติ โรงเรียนน้ำสวยวิทยา อ.สระใคร จ.หนองคาย กล่าวเสริมว่า ในเด็กวัยมัธยม ระดับของปัญหาจะขยับไปที่เรื่องพฤติกรรม ยาเสพติด ซึ่งพอเจอปัญหา เด็กพยายามหาทางออกด้วยตัวเอง หลายครั้งจึงยิ่งกลายเป็นส่งผลระยะยาว ดังนั้น<strong>ครูต้องเป็นผู้สังเกตการณ์ รู้จักนักเรียนให้ได้เป็นรายคน ผ่านการเยี่ยมบ้าน พูดคุย ถอดรหัสจากชิ้นงาน จากคำพูดพฤติกรรมที่เด็กต้องการสื่อสาร รู้ให้ได้ว่าเขาเผชิญกับอะไรอยู่</strong> แต่เท่านั้นไม่พอ เพราะการออกแบบวิธีดูแลช่วยเหลือต้องพึ่งพาผู้ปกครองเด็กด้วย ต้องมีการทำความเข้าใจ ลดทิฐิ พร้อมแก้ปัญหาร่วมกัน อย่างไรก็ตาม <strong>การทำให้นักเรียนและผู้ปกครองเปลี่ยนแปลงจากข้างใน ครูต้องไม่ผลีผลาม ต้องยึดมั่นในกระบวนการ ลงมือทำ แล้วค่อย ๆ รอผลความเปลี่ยนแปลง</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คนเดียวก็ไปได้ แต่ ‘เพื่อนร่วมทาง’ ช่วยให้ไปได้ไวกว่า</strong></h2>



<p>ผอ.การุณ ชาญวิชานนท์ โรงเรียนบ้านโกรกลึก อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา กล่าวถึงการขยายผลการทำงานว่า บ้านโกรกลึกเป็นโรงเรียนแรกในจังหวัดที่นำนวัตกรรมจิตศึกษามาใช้ จนเริ่มเห็นผลสำเร็จและประชาสัมพันธ์ออกไป ทำให้มีโรงเรียนอื่น ๆ ที่สนใจเข้าร่วมเรียนรู้ มีเขตพื้นที่การศึกษาเข้ามาสนับสนุน จากนั้นโรงเรียนบ้านโกรกลึกจึงลุกขึ้นเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำมาซึ่งเครือข่ายที่ขยายออกไปทั้งในและนอกจังหวัดในเวลาอันรวดเร็ว และไม่เพียงเชิงปริมาณ หากการยกระดับคุณภาพของแต่ละโรงเรียนก็เดินไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น</p>



<p>“ในเครือข่ายที่แตกยอดออกไป มีโรงเรียนทั้งในและนอกโครงการ TSQP ที่มาร่วมกับเรา มีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาที่เสนอตัวเป็นฐานปฏิบัติการ มีอาคารสถานที่ งบประมาณ บุคลากรพรั่งพร้อม มีศึกษานิเทศก์มาร่วมเป็นโค้ช จากจุดนั้นโครงการก็เดินไปไวมาก <strong>มีการเยี่ยมชมงานกันระหว่างเครือข่าย แชร์ประสบการณ์ ก่อนเปิดเทอมทุกครั้งเราจัดประชุมวางแผนการเรียนการสอน เจาะทีละสัปดาห์ไล่ไปจนครบเทอม เหล่านี้คือความงอกงามของการมีเพื่อนร่วมทางหัวใจเดียวกัน ที่ทำให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงโรงเรียนทั้งระบบ บางทีทำคนเดียวก็ไปได้ แต่ถ้ามีเพื่อนร่วมทาง พวกเราจะไปได้ไวกว่า”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-52b089"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/4-LinkThumbnail-บทเรียน-‘จิตศึกษา-PBL-PLC-สู่การเป็นโรงเรียนเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.นฤมล สุภาทอง รองผู้อำนวยการ สพป. นครพนม เขต 1 กล่าวว่า “โรงเรียนเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ต้องเกิดจากโรงเรียนและผู้บริหารมีใจอยากทำ ถ้าเกิดจากการบังคับจะไม่มีทางยั่งยืนได้ ในส่วนของเขตพื้นที่ เราพร้อมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ที่นำไปสู่การปฏิบัติ ให้ข้อมูลสะท้อนกลับ และช่วยเติมสิ่งที่โรงเรียนต้องการพัฒนาให้ตรงจุด</p>



<p>“พอมีการทำงานร่วมกัน ทำให้มีบรรยากาศของความกลมเกลียวผูกพัน มีกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ โดยหลังจากนี้ที่ผลของโครงการได้แสดงให้เห็นความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว จากเริ่มต้นด้วยกัน 22 โรงเรียน ถึงวันนี้เรามีโรงเรียน TSQP ในเครือข่าย 57 โรงเรียนแล้ว <strong>สิ่งที่เขตพื้นที่ให้ความสำคัญต่อไปคือผู้บริหารที่จะเข้ามาสืบทอด โดยเขตจะมุ่งคัดสรรคนเข้ามาทำงานต่อที่มี mind set เป็นไปในทางเดียวกัน เข้าใจกระบวนการ พร้อมสานงานต่อ เพราะเรามองว่าโครงการนี้คือโอกาสสำหรับเด็กทุกคน ช่วยแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก ครูไม่ครบชั้น สร้างแรงบันดาลใจให้ครู เปลี่ยนเด็กให้มั่นใจ กล้าแสดงออก มีทักษะชีวิต และหลายโรงเรียนพิสูจน์ให้เห็นผลลัพธ์ทางวิชาการ ซึ่งในเบื้องต้น พูดได้ว่า วันนี้เราประสบความสำเร็จแล้ว”</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-whole-school-approach-150922/">“ให้โรงเรียนของเราเป็นแบบนี้ตลอดไป” บทเรียน ‘จิตศึกษา PBL PLC’ สู่การเป็นโรงเรียนเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำความรู้จักกับ​ นวัตกรรมกรรม PBLSI จาก โรงเรียนบ้านหนองหิน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-tsqp-pblsi-230222/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Feb 2022 11:18:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[PBLSI]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านหนองหิน]]></category>
		<category><![CDATA[จิตศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ถดถอย]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=52048</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดเทอมหลังโควิดหลายโรงเรียนเริ่มกลับมาทำการสอนออนไซต์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-tsqp-pblsi-230222/">ทำความรู้จักกับ​ นวัตกรรมกรรม PBLSI จาก โรงเรียนบ้านหนองหิน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เปิดเทอมหลังโควิดหลายโรงเรียนเริ่มกลับมาทำการสอนออนไซต์ได้ตามปกติ ปัญหาที่พบแทบไม่แตกต่างกันคือเรื่องของ “ความรู้ถดถอย” ช่วงล็อกดาวน์ที่เด็ก ๆ ต้องปรับไปเรียนออนไลน์ ออนแฮนด์ และ ออนดีมานด์</p>



<p>ทางแก้ไขเบื้องต้นในช่วงนี้คือมาตรการซ่อมเสริมความรู้ที่หายไปควบคู่กับการเริ่มต้นเนื้อหาในบทเรียนใหม่ โดยเฉพาะกับเรื่องการอ่านออกเขียนได้ของเด็กเล็ก ที่ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการศึกษาในระยะยาว ทำให้หลายโรงเรียนรีบหาแนวทางสกัดความรุนแรงของปัญหาไม่ให้บานปลายกว่าที่เป็นอยู่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-24a1b9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/Photo3_15ทำความรู้จักกับ_-นวัตกรรมกรรมPBLSI-จากโรงเรียนบ้านหนองหิน-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โรงเรียนบ้านหนองหิน จ.พิษณุโลก เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบเรื่องความรู้ถดถอย และได้คิดค้นนวัตกรรม PBLSI ขึ้นมาซ่อมเสริมความรู้เรื่องการอ่านออกเขียนได้ของเด็กเล็ก ด้วยการนำ “จิตศึกษา” มาผนวกกับทักษะการอ่านเขียน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากง่ายไปหายากตามแต่ละขั้นตอน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b397ca"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/Photo8_15ทำความรู้จักกับ_-นวัตกรรมกรรมPBLSI-จากโรงเรียนบ้านหนองหิน-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ราตรี  เงื่องจันทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองหิน เล่าให้ฟังว่า  เรื่องการอ่านเป็นทักษะที่สำคัญ แต่จากที่สำรวจผู้ปกครองไม่สามารถสอนเรื่องการอ่านออกเขียนได้ให้กับบุตรหลายได้ บางคนสอนคณิตศาสตร์พอได้แต่พอเป็นภาษาไทยสอนไม่ได้ ทำให้เด็กมีความรู้ถดถอย โดยเฉพาะเรื่องการอ่านที่ทำให้ปัญหาที่มีอยู่รุนแรงขึ้น จนทางโรงเรียนหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องการอ่านการเขียนที่จะเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ในช่วงนี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7798fd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/Photo1_15ทำความรู้จักกับ_-นวัตกรรมกรรมPBLSI-จากโรงเรียนบ้านหนองหิน-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับนวัตกรรม PBLSI เป็นนวัตกรรมที่จะประกอบไปด้วย </p>



<p><strong>P Psychoeducation</strong> เรื่องเล่าจิตศึกษา : ที่ใช้นิทานมาเป็นตัว “ชง -เชื่อม -ใช้” ให้เด็กได้คิดตามเนื้อหาจากนิทานไปสู่การคิดต่อยอดที่จะนำมาใช้ในเรื่องอื่นต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>B Basicword</strong>&nbsp; พัฒนาปัญญาด้วยการอ่านคำพื้นฐาน : เริ่มจากการนำคำศัพท์ง่ายในเรื่องมาสอนเด็ก ค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละคำและค่อยๆ เพิ่มความยากไปเรื่อยๆ</p>



<p><strong>L Literature</strong> ภาษาไทยผ่านวรรณกรรมสุขสันต์หรรษา : พัฒนาการเรียนรู้ ทั้งเรื่องคำศัพท์ การอ่าน พื้นฐานของคำ ชนิดของคำ ผ่านเนื้อเรื่องจากนิทาน ที่จะได้เห็นภาพชัดเจน และไม่น่าเบื่อกว่าการเรียนคำศัพท์อย่างเดียว</p>



<p><strong>S Sentences &amp; Words</strong> จินตนาการจากประโยคและคำ : เริ่มให้เด็กแต่งประโยคจากคำศัพท์ด้วยตัวเอง&nbsp;</p>



<p><strong>I Imagination</strong> เสริมปัญญาตามจินตนาการ  :  ต่อยอดให้เด็กนำคำศัพท์และประโยคมาแต่งเป็นเรื่องราวของตัวเองสั้น ๆ และ ค่อยพัฒนาให้มีเนื้อหารายละเอียดเพิ่มมากขึ้นตามจินตนาการ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d1066a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/Photo2_15ทำความรู้จักกับ_-นวัตกรรมกรรมPBLSI-จากโรงเรียนบ้านหนองหิน-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อีกด้านหนึ่งทางโรงเรียนบ้านหนองหิน ยังจัดโครงการส่งเสริมการอ่านสำหรับเด็กอนุบาลด้วยการใช้รูปแบบของจิตศึกษาผนวกเข้ากับรูปแบบของห้องสมุด โดยทำเป็นห้องนิทานสำหรับเด็ก โดยมีเป้าหมายให้ผู้ปกครองมาอ่านหนังสือให้ลูกฟังช่วงที่มารับมาส่งซึ่งได้จัดหนังสือดี ๆ ไว้เป็นจำนวนมาก จะนั่งอ่านด้วยกันหรือยืมกลับไปอ่านที่บ้านก็ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-eae16d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/Photo6_15ทำความรู้จักกับ_-นวัตกรรมกรรมPBLSI-จากโรงเรียนบ้านหนองหิน-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ตอนนี้ช่วงเช้า ช่วงเย็นเริ่มมีผู้ปกครองมาอ่านหนังสือนิทานกับลูกมากขึ้น บางคนยืมกลับไปอ่านที่บ้าน เป็นสิ่งที่เห็นแล้วก็ปลื้มใจ หรืออย่างเด็กอนุบาลสาม ที่ครูเคยเอานิทานไปอ่านให้ฟัง ช่วงทำบอดี้แสกน จิตศึกษา ช่วงที่ครูยังไม่เข้าห้องเราก็เห็นเด็กเขาหยิบหนังสือมานั่งเปิดดูกันเองก่อนที่ครูจะเข้ามา บางคนก็เปิดดูคนเดียว บางทีก็จับกลุ่มกันสองสามคนทำให้เห็นว่ามาตรการที่นำมาใช้กำลังได้ผลได้เราก็ดีใจ” ผอ.ราตรีกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-67dc31"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/Photo4_15ทำความรู้จักกับ_-นวัตกรรมกรรมPBLSI-จากโรงเรียนบ้านหนองหิน-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งหมดเป็นจุดเริ่มต้นของความพยามแก้ปัญหาความรู้ถดถอยโดยมุ่งเน้นไปที่เรื่องการอ่านออกเขียนได้ที่จะเป็นหัวใจสำคัญไปสู่การเรียนรู้อย่างอื่นต่อไปในอนาคต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-tsqp-pblsi-230222/">ทำความรู้จักกับ​ นวัตกรรมกรรม PBLSI จาก โรงเรียนบ้านหนองหิน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พ่อแม่ก็สอน “จิตศึกษา” เด็กที่บ้านได้ วิธีการเล่นที่ช่วยส่งเสริมการกำกับอารมณ์ของเด็ก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-psychoeducation-for-children-by-parent/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Aug 2021 10:15:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[SET : Learning @ home]]></category>
		<category><![CDATA[Starfish Education]]></category>
		<category><![CDATA[เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[จิตศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=44508</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์ นักจิตวิทยาประจำ Starfish Ed [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-psychoeducation-for-children-by-parent/">พ่อแม่ก็สอน “จิตศึกษา” เด็กที่บ้านได้ วิธีการเล่นที่ช่วยส่งเสริมการกำกับอารมณ์ของเด็ก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="has-text-align-center"><strong>โดย เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์ นักจิตวิทยาประจำ Starfish Education</strong></p>



<p></p>



<p>เคยมีบ้างไหมคะ ที่ลูกของเราแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อย่างเช่น แม่บอกให้หยุดเล่นเกม ลูกก็ทำหน้ามุ่ย ไม่พอใจ เดินกระทืบเท้าเสียงดัง ปิดประตูห้องดังปัง หรือบางทีลูกขอให้พ่อซื้อของให้เพราะอยากได้ แต่พอพ่อถามเยอะหน่อย ลูกก็เริ่มถอนหายใจดังเฮือก คิ้วเริ่มชนกัน แล้วพูดขึ้นมาว่า “โอ๊ย ก็อยากได้อ่า” ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดีนัก&nbsp;</p>



<p>หรือบางครั้งเราบอกให้ลูกเก็บของเล่น แต่ลูกก็ไม่ฟัง แถมยังเดินเตะของเล่นเหมือนจะท้าทายเราอีก หรือเวลาไปเดินห้างแล้วเราไม่ซื้อของให้ ไม่ให้กินอาหารร้านโปรด ลูกก็ร้องไห้ อย่างไม่สนใจอะไร และอื่นๆ อีกมากมายที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะพบเจอแล้วรู้สึกว่า ลูกเรามีอารมณ์ที่รุนแรง และคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้&nbsp;</p>



<p>ต้องบอกคุณพ่อคุณแม่แบบนี้ก่อนนะคะว่า หากลูกเรามีพฤติกรรมแบบนี้ ที่คุมตนเองไม่ได้เวลาหัวร้อนหรือไม่พอใจ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องตกใจ พฤติกรรมแบบนี้เราสามารถแก้ไขได้ค่ะ เพราะเด็กๆ เขาเพียงแค่<strong>ขาดการกำกับอารมณ์ของตนเองเท่านั้น</strong>&nbsp;</p>



<p>การกำกับอารมณ์ของตนเองคือ การที่เราเข้าใจตนเองว่า ตอนนี้ฉันรู้สึกอย่างไร และแสดงอารมณ์ออกมาได้อย่างเหมาะสม ซึ่งอารมณ์เป็นเรื่องสำคัญมากๆ นะคะ และเป็นส่วนหนึ่งของ “จิตศึกษา” เลยค่ะ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ทำไมเด็กๆ บางคนถึงไม่สามารถกำกับอารมณ์ของตนเองได้</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-880d65"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/จิตศึกษา-เด็กที่บ้านได้-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<ol><li>เด็กๆ <strong>ไม่เข้าใจ</strong>ว่า ตอนนี้เขารู้สึกอย่างไร มีอะไรเกิดขึ้นกับอารมณ์ของเขา อะไรที่ทำให้เขาไม่พอใจ&nbsp;</li><li>เด็กๆ <strong>ไม่สามารถจัดการกับอารมณ์</strong>ที่ตนเองมีอยู่ได้ คือเด็กก็รู้ว่าตนเองโกรธนะ แต่ไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไรดี</li></ol>



<p>เราสามารถช่วยเด็กๆ ผ่านการสอนได้ แต่ถ้าหากเรามาสอนเด็กๆ เหมือนกับการให้อ่านหนังสือเรียน ทำการบ้าน เด็กๆ ก็คงรู้สึกว่ามันน่าเบื่อ และไม่น่าสนใจ ดังนั้น นีทจึงมีวิธีการเล่นที่ผสมผสานระหว่าง การสอนเรื่องอารมณ์และความสนุกสนานมาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ โดยนีทขอเรียกว่า 2+2 วิธีการเล่น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">วิธีการเล่นเพื่อเสริมสร้างให้เด็กสามารถเข้าใจอารมณ์ของตนเองได้ดีมากขึ้น</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f06891"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/จิตศึกษา-เด็กที่บ้านได้-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>ชุดนิทานบทบาทสมมติ </strong>คือ การที่คุณพ่อคุณแม่หาหนังสือนิทานที่เกี่ยวกับอารมณ์มาเล่าให้เด็กๆ ฟัง ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจจะหาซื้อจากร้านหนังสือทั่วไป หรือแต่งขึ้นมาเองก็ได้นะคะ โดยในขณะที่เล่า เราต้องสร้างบทบาทสมมติแห่งอารมณ์ให้เด็กได้ลองทำ คือ</p>



<ol><li>ให้เด็กทำท่าทาง อารมณ์ต่างๆ ตามตัวละคร เช่น ถ้าตัวละครกำลังเศร้า ก็ลองให้เด็กๆ ทำหน้าเศร้า หรือ ทำท่าร้องไห้ดู ถ้าตัวละครมีความสุขก็ให้ทำหน้ายิ้ม ถ้าตัวละครโกรธ อาจจะทำหน้าบึ้งและเอามือเท้าเอว ถ้าจะให้ดีเราควรมีกระจกเพื่อส่องให้เด็กดูใบหน้าตนเองขณะกำลังแสดงสีหน้านะคะ ซึ่งจะช่วยให้เด็กเข้าใจอารมณ์ผ่านสีหน้าค่ะ ว่าถ้าฉันมีสีหน้าประมาณนี้ ทำท่าแบบนี้ ฉันกำลังรู้สึกอะไรอยู่ค่ะ</li><li>เวลาที่เราเล่าเรื่อง เราต้องพยายามถามเด็ก เพื่อเช็กให้ชัวร์ว่าตอนนี้ตัวละครรู้สึกอะไร และเพราะอะไรถึงรู้สึกเช่นนี้ค่ะ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</li></ol>



<p>ป.ล. นอกเหนือจากนิทาน เราอาจจะหาเพลงเกี่ยวกับอารมณ์มาเปิดและให้เด็กๆ ทำท่าตามเพลง ก็เป็นการเรียนรู้เรื่องอารมณ์เช่นกันค่ะ</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="If You&#039;re Happy | Super Simple Songs" width="750" height="422" src="https://www.youtube.com/embed/l4WNrvVjiTw?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div><figcaption>เช่น เพลง If You&#8217;re Happy</figcaption></figure>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">วิธีการเล่นเพื่อเสริมสร้างให้เด็กสามารถเข้าใจอารมณ์ของตนเองได้ดีมากขึ้น</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-53fbab"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/จิตศึกษา-เด็กที่บ้านได้-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>เกมทายอารมณ์</strong> คือ เกมที่เราจะมาทายกันว่า ถ้าหากเราแสดงพฤติกรรมแบบนี้ มันแปลว่าเรารู้สึกอย่างไรค่ะ โดยโจทย์ของการทายก็มีหลายรูปแบบเลยนะคะ ยกตัวอย่างเช่น&nbsp;</p>



<p>ทายผ่านสีหน้าและท่าทาง: เราอาจจะทำปากให้เหมือนอมลูกมะนาวอยู่ แล้วค่อยๆ ปล่อยลมออกมา พร้อมมีเสียงเฮ้อ, เราอาจจะเอามือเท้าเอวแล้วกระดิกเท้า, เราอาจจะทำท่าหาวหลายๆ รอบ เป็นต้น&nbsp;</p>



<p>ทายจากเหตุการณ์: ฉันกำลังนั่งเรียนอยู่ดีๆ แต่ก็โดนเพื่อนดึงผมเปีย ฉันจะรู้สึกอย่างไร, ฉันตกบันได ฉันจะรู้สึกอย่างไร, วันนี้ฉันไปเจอคุณลุงหน้าตาน่ากลัวมากมาถามทาง ตอนนั้นฉันจะรู้สึกอย่างไร เป็นต้น&nbsp;</p>



<p>ข้อดีของการเล่นเกมนี้ จะช่วยทำให้เด็กๆ สามารถเชื่อมโยงอารมณ์กับสถานการณ์ เชื่อมโยงอารมณ์กับท่าทางได้ ซึ่งการที่เด็กเชื่อมโยงได้ ก็หมายความว่าเด็กๆ เริ่มเข้าใจอารมณ์มากขึ้น รู้ถึงสาเหตุ ที่มาของอารมณ์มากขึ้นค่ะ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">วิธีการเล่นเพื่อเสริมสร้างให้เด็กสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดีมากขึ้น</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-14e040"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/จิตศึกษา-เด็กที่บ้านได้-แก้.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>Act &amp; Stop</strong> คือ การเล่นที่เราจะมีโจทย์ (ที่คุณพ่อคุณแม่คิดเอง) มาให้เด็กแสดงอารมณ์ จากนั้น หากเราพูดคำว่า หยุด (stop) เด็กจะต้องหยุดท่าทางทันที ประโยชน์ของเกมนี้คือ การฝึกให้เด็กหัดหยุดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งมันจะช่วยในสถานการณ์จริง ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วย calm down ลดอารมณ์ของเด็ก เขาก็จะกำกับอารมณ์และหยุดอารมณ์/พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น&nbsp;</p>



<p>เริ่มต้น เราอ่านโจทย์ว่า “ฉันโกรธมากเลยที่โดนเพื่อนล้อว่าฉันอ้วน” พอเราอ่านโจทย์เสร็จ เด็กก็จะทำท่าทางโกรธ (ขมวดคิ้ว กำมือแน่น กระทืบเท้า เป็นต้น) โดยเด็กจะทำไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเราสั่งให้ “หยุด” เด็กก็จะต้องยืนตัวนิ่งให้ได้ หรือบางทีเพื่อความสนุกมากขึ้น เราอาจจะออกแบบท่าหยุดให้เป็นมากกว่าการยืนนิ่งๆ อาจจะเป็นให้ยืนกระต๋ายขาเดียว หรือทำท่านอน เป็นต้น&nbsp; โดยเกมนี้สามารถเล่นสลับกันระหว่างคุณพ่อคุณแม่กับเด็กๆ ได้เลยนะคะ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">วิธีการเล่นเพื่อเสริมสร้างให้เด็กสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดีมากขึ้น</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5988df"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/จิตศึกษา-เด็กที่บ้านได้-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>Help Me A or B</strong> คือ เกมที่เราจะสอนเด็กๆ ผ่านสถานการณ์สมมติว่า หากเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ฉันควรจะรับมือ หรือทำอย่างไร โดยเราจะมีโจทย์ พร้อมกับตัวเลือกมาให้เด็กๆ เลือก เป็น A กับ B (ในตัวเลือกจะมีวิธีที่ถูกและผิด) แต่ว่า ถ้าให้แค่ถามตอบอย่างเดียวเด็กๆ ก็อาจจะเบื่อ ดังนั้น เกมนี้เราจะมีคะแนนเข้าไปด้วยค่ะว่า หากใครได้ 5 คะแนนก่อนจะเป็นผู้ชนะ นั่นหมายความว่าเด็กๆ ก็จะได้เรียนรู้ถึงวิธีการจัดการอารมณ์ที่เหมาะสมผ่านรางวัลที่เรียกว่าคะแนน เพราะเขาต้องเลือกตัวเลือกที่ถูกเท่านั้น เขาจึงจะได้คะแนน&nbsp;</p>



<p></p>



<p>โจทย์สมมติ วันนี้พ่อไม่ยอมให้ฉันเล่นเกม ฉันโกรธมาก ฉันจะ&nbsp;</p>



<p>A : กระทืบเท้า<br>B : ควบคุมความโกรธโดยการเป่าลมออก (การทำ relax เช่น เป่าลมออก, กำมือ-แบมือ) แล้วคุยกับพ่อดีๆ&nbsp;</p>



<p>ซึ่งถ้าใครตอบข้อ B ก็จะได้คะแนนไป หลังจากการตอบเสร็จ เราควรชวนเด็กๆ มาเล่นบทบาทสมมติในโจทย์นี้ด้วยนะคะ โดยเราจะเป็นพ่อ แล้วให้เด็กเป็นลูก แสดงตั้งแต่ทำท่าโกรธ relax ตนเอง และคุยกับพ่อดีๆ ค่ะ</p>



<p></p>



<p>2+2 วิธีการเล่นก็น่าจะเป็นตัวอย่างการเล่นที่ส่งเสริมให้เด็กๆ กำกับอารมณ์ได้ดีขึ้นนะคะ นีทก็อยากชวนให้คุณพ่อคุณแม่ลองนำวิธีเหล่านี้ไปเล่นกับเด็กๆ ดูค่ะ และเมื่อถึงสถานการณ์จริง หากเขายังกำกับอารมณ์ตนเองได้ไม่ดีนัก นีทอยากจะขอให้คุณพ่อคุณแม่ค่อยๆ ช่วยเขากำกับอารมณ์นะคะ เช่น การถามเขาว่า ตอนนี้กำลังรู้สึกอย่างไร, ไหนลองเป่าลมเอาความโกรธออกไปซิ, มาคุยกันดีๆ ไม่ร้องไห้นะ เขาก็จะกำกับอารมณ์ได้ดีมากขึ้นค่ะ เรามาช่วยเด็กๆ ให้มีการกำกับอารมณ์ที่ดีกันนะคะ</p>



<p></p>



<p><strong>อ้างอิง :</strong></p>



<ul><li>Morris, A. S., Criss, M. M., Silk, J. S., &amp; Houltberg, B. J. (2017). The impact of parenting on emotion regulation during childhood and adolescence.&nbsp;<em>Child Development Perspectives</em>,&nbsp;<em>11</em>(4), 233-238.</li><li><a href="https://positivepsychology.com/emotion-regulation/" title="https://positivepsychology.com/emotion-regulation/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">What is Emotion Regulation? + 6 Emotional Skills and Strategies</a></li><li><a href="https://positivepsychology.com/emotion-regulation-worksheets-strategies-dbt-skills/" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://positivepsychology.com/emotion-regulation-worksheets-strategies-dbt-skills/">21 Emotion Regulation Worksheets &amp; Strategies</a></li></ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-psychoeducation-for-children-by-parent/">พ่อแม่ก็สอน “จิตศึกษา” เด็กที่บ้านได้ วิธีการเล่นที่ช่วยส่งเสริมการกำกับอารมณ์ของเด็ก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
