<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>งานวิจัย | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 19 Aug 2020 03:45:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>งานวิจัย | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>นักเศรษฐศาสตร์เผยงานวิจัย พบนร.ยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นหลังโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/19-8-2020/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2020 03:45:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[หัวหน้าโครงการพัฒนาระบบการจัดการทรัพยากรเพื่อพัฒนาสุขภาพและการศึกษาของนักเรียนกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)]]></category>
		<category><![CDATA[JPAL Poverty Action Lab]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ชัยยุทธ ปัญญาสวัสดิ์สุทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=20239</guid>

					<description><![CDATA[<p>รศ.ดร.ชัยยุทธ ปัญญาสวัสดิ์สุทธิ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/19-8-2020/">นักเศรษฐศาสตร์เผยงานวิจัย พบนร.ยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นหลังโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-20260" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnailA.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnailA.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnailA-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnailA-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnailA-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><b>รศ.ดร.ชัยยุทธ ปัญญาสวัสดิ์สุทธิ์ </b><span style="font-weight: 400;">คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหัวหน้าโครงการพัฒนาระบบการจัดการทรัพยากรเพื่อพัฒนาสุขภาพและการศึกษาของนักเรียนกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)  เปิดเผยว่า  กสศ.ได้ประมวลข้อมูลนักเรียนยากจนพิเศษเพื่อจัดสรรทุนเสมอภาค พบว่า ปี 2563 ภาคเรียนที่ 1 ซึ่งเป็นช่วงผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 มีจำนวนนักเรียนที่สมัครคัดกรองทั้งสิ้น 1,831,250 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 1,558,397 คน หรือ 17.5%   สะท้อนให้เห็นว่าครัวเรือนยากจนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน อีกด้านหนึ่งเป็นผลจากความทุ่มเทตั้งใจของคุณครูทั่วประเทศที่ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน คัดกรองนักเรียนเข้ามา</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-20246" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-8.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-8.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-8-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-8-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-8-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>รศ.ดร.ชัยยุทธ</strong> กล่าวต่อว่า จากนักเรียนที่สมัครเข้ามาทั้งหมด คณะวิจัยโครงการได้ใช้วิธีระเบียบวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ ด้วยวิธีการวัดรายได้ทางอ้อมหรือ PMT พิจารณาใน 2 ประเด็น ได้แก่ 1.ข้อมูลรายได้เฉลี่ยสมาชิกครัวเรือน ไม่เกิน 3,000 บาท/คน/เดือน และ2.ข้อมูลสถานะครัวเรือนซึ่งมีทั้งหมด 8 ด้าน เช่น ครอบครัวมีภาระพึ่งพิง เช่น มีคนพิการ คนชรา เจ็บป่วยเรื้อรัง พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงปลอดภัย ขาดที่ดินทำกิน ไม่มียานพาหนะ แหล่งน้ำดื่มน้ำใช้ ไม่มีไฟฟ้า รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน โดยในสถานการณ์ปกติ จากนักเรียนที่สมัครคัดกรองเข้ามาใหม่ทั้งหมดจะมีสัดส่วนนักเรียนยากจนพิเศษ ร้อยละ 20 หรือราว 300,000 คน แต่ปรากฎว่าเมื่ออ้างอิงรายได้เฉลี่ยของครัวเรือนยากจนพิเศษในปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ 1,337 บาทต่อคนต่อเดือน พบว่าภาคเรียนที่ 1 ปี 2563 มีนักเรียนยากจนพิเศษจำนวน 600,000 คน หรือเพิ่มขึ้นจากปี 2562 ถึงร้อยละ 90 จำนวนนี้ยังไม่รวมนักเรียนทุนเสมอภาคที่ได้รับต่อเนื่องจากปีก่อน อีกราว 9 แสนคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>“ตัวเลขนี้ชี้ชัดว่า โควิด-19 ทำให้เด็กและครัวเรือนได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมีมากขึ้น สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ปัญหาความเหลี่อมล้ำทางการศึกษาจะทวีความรุนแรง มีแนวโน้มที่เด็กจะมีความเสี่ยงหลุดออกนอกระบบมากขึ้น ยิ่งหากพิจารณาค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาเฉลี่ยของนักเรียนในโรงเรียนรัฐของเด็กที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนที่มีฐานะยากจนและยากจนพิเศษในแต่ละช่วงอายุ เด็กแต่ละคนจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าเดินทางไปโรงเรียนสูงที่สุด รองลงมาคือ ค่าธรรมเนียม ค่าเครื่องแบบ และค่าหนังสือ อุปกรณ์การเรียน และมีค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาที่สูงขึ้นเมื่อมีการเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น มากกว่า 3-4 เท่าของรายได้”</strong> <strong>รศ.ดร.ชัยยุทธ </strong> กล่าว</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-20249" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-5.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-5.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-5-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-5-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-5-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>รศ.ดร.ชัยยุทธ </strong> กล่าวอีกว่า บทเรียนจากการศึกษาของ JPAL Poverty Action Lab ในเรื่องการเพิ่มการเข้าเรียน การมาเรียน ลาออกกลางคัน พบว่า การอุดหนุนค่าใช้จ่ายครัวเรือนยากจนแม้เพียงเล็กน้อย อาจส่งผลได้มากต่อการตัดสินใจของครัวเรือนในเรื่องการคงอยู่ในระบบการศึกษาของเด็กๆ จากประสบการณ์หลายประเทศชี้ว่า การอุดหนุนการเงิน ทั้งแบบมีและไม่มีเงื่อนไข ช่วยเพิ่มการมาเรียน และลดปัญหาการออกกลางคันได้จริง มีหลักฐานเชิงประจักษ์ให้ตรวจสอบได้  ถือเป็นมาตรการเชิงป้องกันปัญหา เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการคุ้มครองทางสังคม ช่วยบรรเทาปัญหาความยากจนเฉพาะหน้า และในอนาคต</span></p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/19-8-2020/">นักเศรษฐศาสตร์เผยงานวิจัย พบนร.ยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นหลังโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เร่งเสนอ ศธ.ภายในกันยายน หวังช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/07082020-4/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Aug 2020 02:41:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สกศ.]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์การเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ชุดลููกเสือ พละ เนตรนารี]]></category>
		<category><![CDATA[เงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีค่าใช้จ่ายการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=19622</guid>

					<description><![CDATA[<p>นับตั้งแต่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อปี 2552  มีมติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/07082020-4/">เร่งเสนอ ศธ.ภายในกันยายน หวังช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-19696" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/สภาการศึกษา.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/สภาการศึกษา.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/สภาการศึกษา-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/สภาการศึกษา-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/สภาการศึกษา-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับตั้งแต่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อปี 2552  มีมติการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน ผ่านมาเป็นเวลา 10ปี ที่การกำหนดเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน ยังคงใช้ฐานข้อมูลเดิมซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน กระทบไปถึงผู้ปกครองที่ต้องมีค่าใช้จ่ายทางการศึกษาที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในการจัดซื้อเครื่องแบบนักเรียน อีกทั้งขนาดของสถานศึกษาในพื้นที่ต่างๆมีความแตกต่างกันแต่ก็ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวด้วยฐานข้อมูลเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุด  <strong>สภาการศึกษา</strong> ( สกศ. ) ได้มีการทำโครงการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องเงินอุดหนุนการเรียนการสอน (เงินอุดหนุนรายหัว) เพื่อเป็นข้อมูลนำเสนอต่อฝ่ายนโยบายซึ่งก็คือ รัฐบาลว่าถึงเวลาหรือยังที่จะมีการปรับปรุงการสนับสนุนเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการเปิดเผยของ</span><span style="font-weight: 400;"><strong>นายสุภัทร จำปาทอง</strong> เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) ระบุว่า   จากโครงการวิจัยเกี่ยวกับเรื่</span><span style="font-weight: 400;">องเงินอุดหนุนการเรียนการสอน (เงินอุดหนุนรายหัว) ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่นักเรียนระดับชั้นอนุบาล </span><span style="font-weight: 400;">1 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยกระบวนการตอนนี้ สกศ.ได้ตรวจสอบอัตราเงินเฟ้อเสร็จเรียบร้อยแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พบว่า การจัดเก็บรายได้ของประเทศเพิ่</span><span style="font-weight: 400;">มขึ้นประมาณ ร้อยละ </span><span style="font-weight: 400;">40-50 แต่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นประมาณ ร้อยละ 16 แสดงให้เห็นว่าประเทศมีความสามารถในการสนับสนุนงบประมาณในเรื่องนี้”  นายสุภัทร กล่าว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> ทั้งนี้ สกศ.ยังได้ส่งทีมงานลงพื้นที่</span><span style="font-weight: 400;">เก็บข้อมูลในโรงเรียนกลุ่มตัวอย่างประมาณเกือบ </span><span style="font-weight: 400;">200 โรง ครอบคลุมโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมถึงสำรวจโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลด้วย</span></p>
<p><b>&#8220;การสำรวจข้อมูลค่าใช้จ่ายรายหัว ทำใน 5 หัวข้อเดิม คือ 1.ค่าเล่าเรียน 2.ค่าหนังสือเรียน 3.อุปกรณ์การเรียน 4.เครื่องแบบนักเรียน และ 5.กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ว่าแต่ละโรงเรียนได้รับสนับสนุนเท่าไหร่ อย่างไร ซึ่งทั้ง 5 รายการนี้ ถือว่าใช้มาเป็นระยะเวลา 10 ปี แล้ว หรือตั้งแต่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ เมื่อปี 2552</b><span style="font-weight: 400;">  ดังนั้นหากจะปรับปรุ</span><span style="font-weight: 400;">งตามสภาพการจ่ายจริงควร ที่จะปรับให้เป็นไปในทิศทางไหนอย่างไร&#8221; นายสุภัทร กล่าว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เลขาฯ สกศ. เปิดเผยด้วยว่า  สกศ.ยังสำรวจค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ผู้ปกครองต้องรับผิดชอบ เช่น ค่าชุดนักเรียนที่รัฐสนับสนุ</span><span style="font-weight: 400;">นให้ปีละ </span><span style="font-weight: 400;">2 ชุด แต่นักเรียนก็จะต้องมีชุดพละและชุดลูกเสือ เนตรนารี เพิ่มขึ้นมา หรือค่าใช้จ่ายต่างๆ สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เป็นต้น ซึ่ง สกศ.จะจัดทำเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อที่จะให้เห็นภาพชัดว่าค่าใช้จ่ายในเรื่องใดที่รัฐควรจะสนับสนุน และสนับสนุนจำนวนเท่าไรในแต่ละระดับชั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย สกศ.จะรวบรวมข้อมูลเหล่านี้</span><span style="font-weight: 400;">เสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พิจารณา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนก.ย.นี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในส่วนของวงเงินที่จะต้องใช้เพิ่มเติม สกศ.จะพิจารณาให้ไม่เกินอัตราเงินเฟ้อ คิดว่าน่าจะอยู่ที่ 12,000-13,000 ล้านบาท แต่อาจจะไม่ได้เพิ่มในลักษณะนี้ทุกปี เนื่องจาก ปัจจุบันอัตราการเกิดของประชาชนลดลง คือ เมื่อ ครม.เริ่มอนุมัติค่าใช้จ่ายเรื่องนี้ ในปีการศึกษา 2553  รัฐใช้เงินงบประมาณอยู่ที่ 64,000 ล้านบาท และปัจจุบันงบประมาณที่ใช้สนับสนุนเรื่องนี้ อยู่ที่ 55,000 ล้านบาท&#8221; เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> อย่างไรก็ตาม เมื่อรายงานนี้ได้ผ่านการพิจารณาจาก รมว.ศธ.แล้ว จะต้องเสนอให้ ครม.พิจารณาต่อไป ซึ่งในส่วนของ สกศ.เองเราได้จัดทำงานวิจัยเพื่อรองรับเรื่องนี้ รวมถึงมีข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/07082020-4/">เร่งเสนอ ศธ.ภายในกันยายน หวังช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
