<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>งบประมาณรัฐ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 26 Jul 2023 07:17:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>งบประมาณรัฐ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ถนนครูเดิน : ภาพสะท้อนการดิ้นรนของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล กับงบประมาณรัฐที่ไม่เคยทั่วถึง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-70580/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Jul 2023 07:16:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิรูปการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านกองม่องทะ]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนครูเดิน]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[Public Policy Move]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพื้นที่ห่างไกล]]></category>
		<category><![CDATA[ดนยา ไชยน้ำอ้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=70580</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เหมือนระบบการศึกษาบังคับให้ครูต้องไปต่อสู้ ต้องแข่งกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-70580/">ถนนครูเดิน : ภาพสะท้อนการดิ้นรนของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล กับงบประมาณรัฐที่ไม่เคยทั่วถึง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“เหมือนระบบการศึกษาบังคับให้ครูต้องไปต่อสู้ ต้องแข่งกันเขียนโครงการนำเสนอ เพื่อแย่งชิงไขว่คว้างบประมาณที่มีอยู่น้อยนิด ทั้งที่ครูเองต่างรู้กันว่า ไม่ว่าโครงการผ่านได้งบเพิ่ม หรือจะโดนปัดตกไม่ได้รับพิจารณา สุดท้ายแล้วงบสำหรับโรงเรียนเล็ก ๆ ก็ไม่มีทางพออยู่ดี”</p>



<p><strong>‘ครูเอ๋’ ดนยา ไชยน้ำอ้อม</strong> จาก<strong>โรงเรียนบ้านกองม่องทะ </strong>สาขาบ้านสาละวะ ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เผยความรู้สึกต่อคำถามที่ว่า ครูต้องใช้ความพยายามแค่ไหน เพื่อจะมีทรัพยากรเพียงพอต่อการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพในโรงเรียนขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6e31da"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>วันนี้<strong>ครูเอ๋</strong>เดินทางมาที่โรงเรียนซองกาเรีย ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี พร้อมนำงบประมาณจากเงินบริจาค กับเงินสมทบส่วนตัวอีกส่วนหนึ่ง มาจัดหาอุปกรณ์การเรียนและสิ่งของจำเป็นในงาน <strong>‘ถนนครูเดิน’</strong> ซึ่งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และมูลนิธิกระจกเงา จัดขึ้นเพื่อเป็น ‘ตลาดสื่อการศึกษา’ สำหรับโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลในจังหวัดกาญจนบุรี</p>



<p>“จากบ้านสาละวะมาที่โรงเรียนซองกาเรียห่างกัน 45 กิโลเมตร แต่ต้องใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมงครึ่ง เพราะเป็นถนนลาดชันลงจากเขาสูง หลายจุดชัน เป็นหลุมบ่อ ขับค่อนข้างยาก ถ้าไม่ใช้รถโฟร์วีลก็แทบไม่มีทางมาได้” <strong>ครูเอ๋</strong>บรรยายเส้นทางที่ผ่าน</p>



<p><strong>ครูเอ๋</strong>เคยสอนในโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ประจำอำเภอ มีนักเรียนราว 2,000 คน ก่อนขอย้ายมาประจำที่โรงเรียนสาขา ซึ่งมีนักเรียน 105 คน ในชั้นอนุบาล 1 ถึง ป.6 กับครูอีก 8 คน จึงเข้าใจความแตกต่างระหว่างโรงเรียนสองขนาดเป็นอย่างดี โดยเฉพาะด้านงบประมาณการศึกษาที่ครูบอกว่าเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณรายหัวตามจำนวนนักเรียน เป็นปัจจัยสำคัญที่ยิ่งถ่างขยายช่องว่างความเหลื่อมล้ำมากขึ้นระหว่างโรงเรียนในเมืองกับโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bff774"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e1b0c0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ที่เห็นชัดคือโรงเรียนขนาดใหญ่มีความพร้อมทุกด้าน ทั้งการเดินทาง ทรัพยากร และงบประมาณ ขณะที่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลและมีจำนวนนักเรียนน้อย โอกาสเข้าถึงสิทธิ์ต่าง ๆ ของเด็กก็ยิ่งลดลงตามระยะทาง&nbsp;</p>



<p>“ตอนนั้นเราคิดว่าบางทีอาจทำประโยชน์ได้มากกว่า ถ้าลองไปอยู่ในโรงเรียนเล็ก ๆ ที่ขาดแคลน พอไปอยู่ตรงนั้นเรายิ่งเข้าใจ ว่าความเหลื่อมล้ำจะไม่มีทางดีขึ้นได้ ถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยนเรื่องเกณฑ์จัดสรรเงินอุดหนุนที่ยังคิดตามจำนวนนักเรียน หมายถึงโรงเรียนที่มีนักเรียนเยอะ งบก็เยอะตาม การทำแผนของบประมาณ เบิกพัสดุ ขอใช้อุปกรณ์ หรือส่งครูไปอบรมพัฒนาศักยภาพ เราทำได้ทั้งหมด แต่พอเป็นโรงเรียนไซซ์เล็กมีเด็กร้อยกว่าคน ก็แทบไม่มีงบอะไรเลย<strong> </strong>ห้องเรียนไม่พอ อาคารทรุดโทรม เด็กต้องใช้อุปกรณ์การเรียนหรืออุปกรณ์กีฬาเก่า ๆ บางครั้งครูต้องช่วยกันเจียดเงินหามาเติมให้ หรือเวลาครูจะไปอบรม ไปประชุมนอกพื้นที่ ผอ. กับครูต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด</p>



<p>“&#8230;สำหรับเราเอง วันนี้ยังพอพูดได้อยู่ว่า ‘ไม่เป็นไร’ แต่มันก็สะท้อนว่าเมื่อช่องว่างของโรงเรียนแตกต่างกันขนาดนี้ เราจะหวังให้เด็กพัฒนาศักยภาพทัดเทียมกันได้อย่างไร”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-53a917"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากงานสอนและดูแลเด็ก การเป็นครูโรงเรียนสาขายังทำให้<strong>ครูเอ๋</strong>ได้ช่วยโรงเรียนเรื่องระดมทุน จัดหาเครื่องมืออุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้า รองเท้า รวมถึงอาหารแห้งและสิ่งจำเป็นในชีวิตให้กับครอบครัวของเด็ก ๆ ด้วย โดยมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณที่เข้ามาช่วยเติมเต็มล้วนมาจากภายนอก ซึ่งแน่นอนว่าที่โรงเรียนแห่งนี้ไม่มีสมาคมผู้ปกครอง จึงเป็นภาคเอกชนและหน่วยงานต่าง ๆ ที่มาด้วยใจและทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อช่วยให้โรงเรียนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปได้</p>



<p>“ปัญหาใหญ่คืออุปกรณ์การเรียนขาดแคลนและหายากมาก ส่วนใหญ่ต้องรอคนภายนอกหรือภาคเอกชนมาบริจาค เขาจะถามมาว่าเราขาดอะไร อยากได้อะไร เราก็แจ้งไป เขาก็จัดส่งมาให้ หรือบ้างก็สนับสนุนมาเป็นเงินให้เราจัดสรรเอง อย่างที่เรามางานวันนี้ก็เพื่อหาซื้อของ ปกติบางศุกร์สอนเสร็จ เราก็ลงมาในเมือง หาเสื้อผ้า หาอะไรขึ้นไปให้เด็ก ทำกันไปตามงบที่ได้”<br>แม้เป็นงานยากและต้องอาศัยความเพียรพยายามอย่างที่สุด หาก<strong>ครูเอ๋</strong>ยังเชื่อมั่นว่า การนำการศึกษาคุณภาพเข้าไปให้เด็ก ๆ คือหนทางเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชน เพื่อให้คนรุ่นถัดไปมีหนทาง มีโอกาสมากกว่าคนรุ่นพ่อแม่ แนวทางหนึ่งของโรงเรียนจึงเป็นการเสริมทักษะและเปิดประสบการณ์อาชีพ ทั้งสนับสนุนการเรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตรสมัยใหม่ ผลักดันงานหัตถกรรมอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้มีช่องทางการตลาดใหม่ ๆ ด้วยเชื่อว่ายิ่งโรงเรียนบ่มเพาะขัดเกลาเด็กตั้งแต่ยังเล็กมากเท่าไร อนาคตของชุมชนก็จะยิ่งเติบโตเข้มแข็งและทันต่อความเป็นไปของโลกภายนอกได้มากเท่านั้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a8ae6e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ครูเอ๋</strong>กล่าวว่า ที่ชุมชนสาละวะ ผู้คนยังใช้ชีวิตตามวิถีชาวบ้านดั้งเดิม พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กส่วนใหญ่แทบไม่มีการศึกษา ถ้าจะหวังให้มีการดูแลเรื่องการศึกษาจากครอบครัวจึงเป็นไปไม่ได้เลย ภาระด้านการเรียนรู้ถือว่าอยู่ที่ครู 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นช่วงเช้าถึงเย็นที่เด็กอยู่โรงเรียน ครูต้องช่วยให้เด็กกอบโกยความรู้ให้มากที่สุด ส่วนเมื่อเด็กจบแล้วจะผลักดันให้เรียนต่อทุกคน โดยมีโรงเรียนบ้านกองม่องทะสาขาแม่ที่เป็นโรงเรียนขยายโอกาสถึง ม.3 รองรับ ครูกับ ผอ. ต่างช่วยกันหาทางระดมทุนเต็มที่ มีเรือนพักนอนและดูแลค่าใช้จ่ายให้หมด พอจบ ม.3 ก็ดันต่อไปที่โรงเรียนประจำอำเภอ ซึ่งเป็นเครือข่ายการทำงานระหว่างโรงเรียน โดยทุกฝ่ายคิดตรงกันว่าต้องให้เด็กได้เรียนต่อสูงที่สุดตามศักยภาพ</p>



<p>“มีเด็กส่วนหนึ่งที่รอดไปได้ และกลุ่มที่ไม่ไหวจริง ๆ ก็หลุดไปบ้างระหว่างทาง เมื่อเราดันเด็กไปถึงจุดหนึ่ง เขาจะเริ่มอยากไปต่อด้วยตัวเอง เรียนรู้ว่าต้องหาทางดิ้นรนต่อไปยังไง เราเป็นครู ทำได้มากที่สุดคือต้องเติมเชื้อไฟความฝัน หาช่องทางให้เด็กมีทางเลือกมากขึ้น อย่างตอนนี้มีหน่วยงานที่สนใจมาช่วยกัน มีทุน กสศ. มีโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ทำให้รุ่นน้องได้เห็นรุ่นพี่ไปเรียน แล้วเขาก็มีความหวัง โรงเรียนก็ต้องทำหน้าที่สื่อสารผู้ปกครองให้เข้าใจ เพราะแทบทุกบ้านไม่อยากให้เด็กไปเรียน เขาอยากได้เพียงแรงงานไปช่วยทำงานเร็ว ๆ เราก็ต้องไปคุยให้เข้าใจ ว่าการเรียนจะทำให้เด็กมีโอกาสมากกว่า คืออย่างน้อยเขาไม่มีเงินส่งลูกเรียน แต่ถ้าครูหาทุนให้ได้ มีค่าเทอมค่ายังชีพ ได้เรียนมหาวิทยาลัย เขาก็ควรให้เด็กได้ออกไปมีทางเลือกในชีวิต&nbsp;</p>



<p>“ประโยคที่ได้ยินบ่อยคือ ถ้าลูกไปเรียนแล้วใครจะทำงานเลี้ยงครอบครัว คือเขาหวังให้ลูกทำงานเลี้ยงครอบครัวให้เร็วที่สุด จบ ป.6 จบ ม.3 เขาพอแล้ว มันก็เลยเป็นวงจรของการทำงานอยู่แถวบ้าน และคอยเลี้ยงน้องเป็นรุ่น ๆ ต่อไป หลายครั้งเลยรู้สึกเหมือนอกหัก ที่เราพยายามหาทุนให้จนได้ แต่พ่อแม่เด็กไม่เห็นความสำคัญเลย ไม่ยอมส่งลูกไปเรียนด้วยซ้ำ จนสุดท้ายเขาเอาลูกไปทำงาน เราก็ทำอะไรไม่ได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-188232"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7607e5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>บ่ายแก่ฟ้าครึ้ม ก่อนฝนเตรียมเทลงมา แล้วเมื่อนั้นเส้นทางกลับไปยังโรงเรียนก็จะยิ่งอันตรายขึ้น <strong>ครูเอ๋</strong>ได้ทิ้งท้ายกับเราว่า “เกณฑ์จัดสรรงบประมาณถือเป็นประเด็นเชิงนโยบาย ซึ่งผู้บริหารประเทศหรือกระทรวงที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องหาทางปรับเปลี่ยน เราเป็นครูผู้ปฏิบัติหน้าที่ใต้เกณฑ์กำกับของรัฐ ก็ได้แค่ทำงานของเราไป แล้วรอคอยว่าวันหนึ่งความเปลี่ยนแปลงอาจจะเกิดขึ้น”</p>



<p>หากถามถึงความรู้สึกเบื้องลึก ในฐานะครูโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลคนหนึ่ง <strong>ครูเอ๋</strong>สะท้อนว่า “ปัญหาที่ชัดที่สุดที่ต้องเจอคือเรื่องการเดินทางออกนอกพื้นที่ ไม่ว่าไปประชุม ไปอบรมอะไรต่าง ๆ เราต้องขับรถลงไปเอง หาที่พักเอง หลายครั้งใช้ค่าใช้จ่ายส่วนตัวเองทั้งหมด ทีนี้พอได้เห็นได้รับรู้ว่าครูจากโรงเรียนในตัวอำเภอหรือครูจากที่อื่น ๆ เขาสะดวกกว่า พร้อมกว่า มันก็มีแอบคิดบ้าง ว่าทำไมโรงเรียนขนาดใหญ่ อยู่ในเมือง และมีเด็กเยอะ ๆ เขาถึงดูแลกันดีจัง ขณะที่เราไปอยู่ไกล ๆ ก็อยากได้รับการดูแลบ้าง เพราะเราเองก็เป็นครูเหมือนกัน แล้วก็สอนเด็กนักเรียนในระดับชั้นเดียวกันด้วย”</p>



<p>เรื่องราวจากครูตัวเล็ก ๆ ผู้เป็นตัวแทนครูโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล ชวนให้ย้อนกลับมามองและตระหนักร่วมกันว่า ถึงเวลาหรือยังที่ครูและโรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้จะได้รับความสำคัญ มองเห็นปัญหา และผลักดันสู่วาระการ ‘ปฏิรูปงบแก้เหลื่อมล้ำ’ เพื่อโอกาสทางการศึกษา เพื่อคุณภาพชีวิตของคุณครู และเพื่อจะช่วยเปิดกว้างให้เส้นทางชีวิตของเด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกลเหล่านี้ มีทางเลือกมากขึ้น</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-70580/">ถนนครูเดิน : ภาพสะท้อนการดิ้นรนของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล กับงบประมาณรัฐที่ไม่เคยทั่วถึง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
