<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คุรุสภา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 13 Jun 2025 11:56:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>คุรุสภา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>6 หน่วยงานความร่วมมือเชิงระบบ เตรียมบรรจุครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่น 2 จำนวน 295 อัตรา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-130625/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jun 2025 11:51:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[อว.]]></category>
		<category><![CDATA[ก.ค.ศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[คุรุสภา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=93905</guid>

					<description><![CDATA[<p>13 มิถุนายน 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-130625/">6 หน่วยงานความร่วมมือเชิงระบบ เตรียมบรรจุครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่น 2 จำนวน 295 อัตรา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>13 มิถุนายน 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ 5 องค์กรหลักร่วมดำเนินโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ประกอบด้วย กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และคุรุสภา จัดประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อชี้แจงแนวทางการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ในโครงการ “ครูรัก(ษ์)ถิ่น” รุ่นที่ 2 โดยมีผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนปลายทางเข้าร่วม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-375c54"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/Screenshot-2568-06-13-at-10.26.59.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ.</strong> เปิดเผยว่า ปัจจุบันครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่น 2 จำนวน 295 คน สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีจาก 10 สถาบันต้นแบบการผลิตครูคุณภาพ ครอบคลุมสาขาปฐมวัย 155 คน และประถมศึกษา 140 คน พร้อมเข้าสู่กระบวนการบรรจุในตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ที่โรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล จำนวน 285 แห่งใน 45 จังหวัด 73 เขตพื้นที่การศึกษา ช่วงเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 เป็นต้นไป โดยกระจายไปในพื้นที่ต่าง ๆ&nbsp; เช่น พื้นที่สูง บนภูเขา พื้นที่เสี่ยงภัย บนเกาะ พื้นที่ชายแดน พื้นที่ทุรกันดาร พื้นที่หลากหลายทางชาติพันธุ์ และโรงเรียนที่มีการโยกย้ายบ่อย</p>



<p>ก่อนการบรรจุอย่างเป็นทางการ ทั้ง 73 เขตพื้นที่การศึกษา จะจัดสอบสัมภาษณ์และดำเนินการแต่งตั้งเป็นข้าราชการต่อไป ขณะนี้ครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่น 2 ได้เข้าทำงานในฐานะครูอาสาสมัครที่โรงเรียนปลายทางตั้งแต่ 1 มิถุนายน โดย กสศ. สนับสนุนค่าครองชีพเดือนละ 8,000 บาท จนกว่าจะได้รับเงินเดือนข้าราชการจากต้นสังกัด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-353dbd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/2-4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.อุดม วงษ์สิงห์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“กสศ. ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ สพฐ. และ ก.ค.ศ. มีการส่งหนังสือไปยังทั้ง 2 หน่วยงาน เป็นการทำงานที่เป็นขั้นตอนเหมือนรุ่นที่ 1 และนำประสบการณ์ทำงานรุ่นแรก มาปรับปรุงขั้นตอนวิธีการทำงานในครั้งนี้” ดร.อุดม กล่าว</p>



<p>ดร.อุดม ระบุเพิ่มเติมว่า กสศ. และ 5 องค์กรร่วมดำเนินโครงการฯ จะยังดูแลและช่วยส่งเสริมครูรัก(ษ์)ถิ่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ครูรัก(ษ์)ถิ่นจะรับราชการในโรงเรียนปลายทางการบรรจุไม่น้อยกว่า 6 ปี เพื่อแก้ปัญหาการโยกย้ายบ่อยและขาดแคลนครูในพื้นที่</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1400" height="788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-17-1400x788.jpeg" alt="" class="wp-image-93908" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-17-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-17-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-17-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-17-1536x864.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-17.jpeg 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9e8768"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/3-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.พัฒนะ พัฒนทวีดล</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.พัฒนะ พัฒนทวีดล</strong> <strong>รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน </strong>กล่าวว่า สพฐ. ได้จัดสรรตำแหน่งครูผู้ช่วยไว้สำหรับครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่น 2 ครบถ้วนแล้วทั้ง 295 อัตรา เพราะเล็งเห็นว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น มีบทบาทสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เนื่องจากครูรัก(ษ์)ถิ่นเป็นผู้ที่ต้องการกลับไปทำงานในโรงเรียนบ้านเกิด เข้าใจบริบทของพื้นที่ และสามารถปฏิบัติงานในระยะยาวได้อย่างมีคุณภาพ</p>



<p>ทั้งนี้ หนึ่งในปัญหาที่กระทรวงศึกษาธิการได้รับการร้องเรียนบ่อยที่สุด คือ การขอย้ายของครูที่ได้รับการบรรจุให้ไปปฏิบัติงานในพื้นที่ห่างไกลจากภูมิลำเนา แต่สำหรับครูรัก(ษ์)ถิ่น กลับเป็นผู้ที่มีโอกาสได้ทำงานในโรงเรียนบ้านเกิดของตนเอง ซึ่งแม้โรงเรียนในพื้นที่เหล่านี้จะมีข้อจำกัดหรือความขาดแคลนในหลายด้าน แต่ครูทั้ง 295 คนที่สำเร็จการศึกษาภายใต้โครงการนี้ ต่างได้รับการเตรียมพร้อมมาอย่างมีคุณภาพ และพร้อมเข้าไปเติมเต็มสิ่งที่ขาดแคลน สร้างการเรียนรู้ให้แก่เด็ก ๆ ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของชุมชน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-30a7fd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/4-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์</strong> <strong>เลขาธิการสภาการศึกษา และ</strong><strong>อนุกรรมการพัฒนาระบบการผลิต พัฒนาครูสำหรับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลและพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทั้งระบบ กสศ.</strong> กล่าวเสริมว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เป็นโมเดลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และสอดคล้องกับแนวทางขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) ในการสร้างครูคุณภาพเพื่อพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ทั้ง 6 หน่วยงานที่ร่วมดำเนินโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ต่างคาดหวังว่า ผู้ที่กำลังจะได้รับการบรรจุในครั้งนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความเจริญให้กับชุมชนบ้านเกิดของตนเอง เป็นผู้ส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ตลอดจนเติบโตเป็นผู้นำชุมชนที่ใช้ศักยภาพและความรู้ความสามารถที่มีอยู่ สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c4a66d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/5-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะที่ <strong>ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า อนุกรรมการพัฒนาระบบการผลิต พัฒนาครูสำหรับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลและพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทั้งระบบ กสศ.</strong> ได้ฝากถึงผู้บริหารสถานศึกษาและเขตพื้นที่ฯ ให้ดูแลและสนับสนุนครูรุ่นใหม่อย่างใกล้ชิด เปิดพื้นที่ให้นำเสนอแนวทางการสอนที่สร้างสรรค์และสอดคล้องกับชุมชน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b03666"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/6-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.มนตรี แย้มกสิกร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รศ.ดร.มนตรี แย้มกสิกร ที่ปรึกษาด้านพัฒนาวิชาชีพของคุรุสภา</strong> ยืนยันว่า คุรุสภาจะติดตามพัฒนาจิตวิญญาณความเป็นครู สนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่องผ่านชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ Professional Learning Community (PLC) และรณรงค์คุณธรรมจริยธรรม เพื่อให้ครูรัก(ษ์)ถิ่นได้เป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งในโรงเรียนและสังคม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1400" height="788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-18-1400x788.jpeg" alt="" class="wp-image-93917" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-18-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-18-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-18-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-18-1536x864.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-18.jpeg 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p><strong>โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น</strong> เป็นโครงการที่สร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนที่สำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (อายุ 18-24 ปี) ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส แต่มีผลการเรียนดีและมีจิตวิญญาณความเป็นครู ได้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในสาขาวิชาที่ขาดแคลนครู และเมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลซึ่งเป็นท้องถิ่นของตนเอง เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนครู ครูไม่ครบชั้นและการโยกย้ายบ่อย ควบคู่กับการพัฒนาต้นแบบการผลิตครูคุณภาพในสถาบันอุดมศึกษา ให้สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนและชุมชนในพื้นที่ห่างไกล เป็นนักพัฒนาชุมชน เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นที่ เพื่อเป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลการส่งเสริมหรือสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสถาบันต้นแบบในการผลิตและพัฒนาครู&nbsp; รวมถึง การศึกษา วิจัย หรือค้นคว้าแนวทางในการพัฒนาครู ให้มีความรู้ ความสามารถในการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาผู้เรียนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ กสศ. ตาม พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 หลังจากนี้ ภายในระยะเวลา 4 ปี โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลจะมีครูรุ่นใหม่กลับไปบรรจุเป็นข้าราชการครู ราว 1,500 คน ครอบคลุมพื้นที่ 62 จังหวัด ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-130625/">6 หน่วยงานความร่วมมือเชิงระบบ เตรียมบรรจุครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่น 2 จำนวน 295 อัตรา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘จากแรงบันดาลใจสู่การเปลี่ยนแปลง’ กสศ.-คุรุสภา-SYSI ร่วมจุดประกายครูสู่การเป็นผู้เปลี่ยนแปลงสังคม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-230325/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 Mar 2025 07:19:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[SYSI]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[คุรุสภา]]></category>
		<category><![CDATA[Inspiring Moral Symposium จากแรงบันดาลใจสู่การเปลี่ยนแปลง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=92429</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-230325/">‘จากแรงบันดาลใจสู่การเปลี่ยนแปลง’ กสศ.-คุรุสภา-SYSI ร่วมจุดประกายครูสู่การเป็นผู้เปลี่ยนแปลงสังคม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ คุรุสภา และสมาคมคนรุ่นใหม่กับนวัตกรรมทางสังคม (SYSI)<strong> </strong>จัดการประชุมวิชาการภายใต้หัวข้อ <strong>‘Inspiring Moral Symposium จากแรงบันดาลใจสู่การเปลี่ยนแปลง’</strong> ภายใต้แนวคิดจากโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนโรงเรียนคุณธรรมด้วย 4 + 6 โมเดล ร่วมกับ 30 โรงเรียนนำร่องทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนโรงเรียนคุณธรรมผ่าน 4 + 6 โมเดล ร่วมกับ 30 โรงเรียนนำร่องโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น โดยการประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ผ่าน Zoom และ Facebook มุ่งส่งเสริมการพัฒนาโรงเรียนอย่างยั่งยืนและการส่งเสริมคุณธรรมให้แก่นักเรียน ครู ผู้บริหารสถานศึกษา และชุมชนอย่างสอดคล้องกับยุคสมัย</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="855" height="569" data-id="92432" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-07.jpg" alt="" class="wp-image-92432" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-07.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-07-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-07-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-07-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-07-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="92433" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-06.jpg" alt="" class="wp-image-92433" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-06.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-06-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-06-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-06-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-06-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="92434" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-05.jpg" alt="" class="wp-image-92434" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-05.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-05-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-05-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-05-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-05-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="92435" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-04.jpg" alt="" class="wp-image-92435" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p><strong>ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ </strong>ในฐานะประธานการประชุมได้กล่าวถึงนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งส่งเสริมการเรียนดีมีความสุข โดยเน้นความสำคัญของการสร้างทัศนคติทางบวกในครู ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการพยายามลดภาระงานครูและส่งเสริมการทำงานในเชิงสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในเรื่องการพัฒนาศักยภาพของเด็กในทุกมิติ ทั้งในด้านวิชาการและคุณธรรม</p>



<p>“ครูเป็นเหมือนพ่อแม่คนที่สองของเด็ก การสอนหนังสือตามหลักสูตรเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ครูต้องดูแลและส่งเสริมเด็กในทุก ๆ ด้าน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bd49e6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/ดร.สิริพงศ์-อังคสกุลเกียรติ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ </strong>กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการตระหนักถึงภาระงานครู โดยพยายามปรับหลักเกณฑ์ แนวทางต่าง ๆ เพื่อเอื้อต่อการทำงาน เช่น ปรับหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะ หรือออกแบบเกณฑ์การขึ้นเงินเดือนครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลให้เหมาะสมอย่างการเพิ่มเบี้ยกันดาร โดยคาดหวังว่าจะเป็นการเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับครู</p>



<p>การพูดคุยแลกเปลี่ยนครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญของการทบทวนข้อปฏิบัติ ตลอดจนรวบรวมข้อคิดเห็นและประสบการณ์ทำงานจากทั้งวาระความสำเร็จ บทเรียนจากข้อผิดพลาด และข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อจะนำไปถ่ายทอดให้เป็นแบบอย่างสำหรับครูท่านอื่น ๆ ที่สนใจต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-31244a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/ดร.ไกรยส-ภัทราวาท.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>กล่าวว่า หนึ่งในวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง กสศ. คือสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพประสิทธิภาพครูเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยตลอดเวลา 6 ปีที่ผ่านมา กสศ. ได้สนับสนุนการผลิตครูรัก(ษ์)ถิ่นร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 ถือเป็นปีการศึกษาแรกที่ครูรัก(ษ์)ถิ่นจำนวน 327 คนได้เข้าบรรจุในโรงเรียนปลายทาง 285 แห่งทั่วประเทศ&nbsp;</p>



<p>“กสศ. ได้ร่วมมือกับคุรุสภาและ SYSI เพื่อสนับสนุนครูรัก(ษ์)ถิ่น โดยส่งเสริมการพัฒนาคุณธรรมในโรงเรียนตามแนวทาง 4 + 6 โมเดล ซึ่งจะส่งเสริมการสร้างจริยธรรมและคุณธรรม โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในสถานศึกษา หากโครงการนี้ประสบผลสำเร็จใน 30 โรงเรียนนำร่อง เราจะสามารถขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ที่มีครูรัก(ษ์)ถิ่น เพื่อสร้างผลกระทบในวงกว้าง” ดร.ไกรยสกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e30263"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-266eb5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0331_SYSI-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า การใช้ 4+6 โมเดลในโรงเรียนแต่ละแห่งไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเดียวกัน เนื่องจากต้องคำนึงถึงบริบทที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างเหล่านี้ยังสามารถนำมาศึกษาและเรียนรู้ร่วมกันได้ สิ่งสำคัญคือการถอดบทเรียนเป็นกรณีศึกษาเพื่อสนับสนุนโรงเรียนอื่น ๆ ที่สนใจในการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรมของตัวเอง โดย กสศ. เชื่อมั่นว่า เมื่อครูรัก(ษ์)ถิ่นเริ่มทำงานตามกระบวนการต่าง ๆ นี้ จะเป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนทั้งในโรงเรียนและชุมชน นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดครูที่เป็นทั้งคนเก่งและคนดี ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชุมชนและสังคมไทยในอนาคต</p>



<p>“การพัฒนาโรงเรียนคุณธรรมตามแนวทาง 4 หลักการ 6 กระบวนการ หรือ 4+6 โมเดลนี้ เป็นรูปแบบการทำงานที่เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในสถานศึกษา โดยเริ่มต้นจากการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในโรงเรียน รวมถึงผู้ปกครอง ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เข้าใจและเห็นความสำคัญของการสร้างจริยธรรมและคุณธรรมในโรงเรียนอย่างยั่งยืน หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จใน 30 โรงเรียนนำร่องที่เป็นปลายทางของครูรัก(ษ์)ถิ่น เราจะสามารถขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ที่มีครูรัก(ษ์)ถิ่นได้ต่อไป”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-feff85"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/รศ.ดร.มนตรี-แย้มกสิกร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.มนตรี แย้มกสิกร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รศ.ดร.มนตรี แย้มกสิกร ที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ด้านพัฒนาวิชาชีพ </strong>กล่าวว่า คุรุสภามีแนวนโยบายการพัฒนาเรื่องคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครูมาอย่างต่อเนื่อง โดยพยายามหนุนเสริมให้โรงเรียนมองเห็นต้นแบบเชิงบวกของการสร้างครูเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นโมเดลให้กับนักเรียน เป็นโมเดลให้กับเพื่อนครู และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม ผ่านจรรยาบรรณวิชาชีพครู 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.จรรยาบรรณต่อตนเอง 2.จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ 3.จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ 4.จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ และ 5.จรรยาบรรณต่อสังคม พร้อมสนับสนุนกระบวนการ ‘ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ’ หรือ PLC (Professional Learning Community) เพื่อให้ครู ผู้บริหาร และนักการศึกษา ร่วมแบ่งปันแนวคิดการพัฒนาแนวทางการสอน และสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับการเรียนรู้ที่เหมาะสม โดยมีเป้าหมายให้ ‘นักเรียนทุกคนสามารถบรรลุศักยภาพสูงสุดของตนเอง’</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7f4d2f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/ดร.กฤษณพงศ์-กีรติกร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร</strong> <strong>กสศ. </strong>กล่าวว่า โรงเรียนเป็นสถาบันทางสังคมที่สามารถเชื่อมโยงทุกฝ่ายในสังคมหรือชุมชน ให้เกิดความสามัคคีในการพัฒนาการทำงานร่วมกัน ทั้งนี้โจทย์หนึ่งของความท้าทายคือ ‘ทำอย่างไรให้โรงเรียนเป็นสถาบันทางสังคมเหมือนอย่างที่เคยเป็น’ ซึ่งหวังอย่างยิ่งว่าโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นจะเป็นกลไกสำคัญของการรื้อฟื้นให้สถานะของโรงเรียนเป็นที่เคารพ และเป็นที่พึ่งทางปัญญาและความรู้ของชุมชน สิ่งสำคัญคือโรงเรียนต้องเข้าใจบริบทของสังคมรอบโรงเรียน และเข้าใจมิติต่าง ๆ ของชุมชน โดยรู้ที่มาที่ไป รู้ประวัติศาสตร์ และเข้าใจถึงจุดแข็งจุดอ่อนของสังคมนั้น ๆ เพราะการศึกษาจะพัฒนาได้ ครอบครัวและชุมชนต้องมีบทบาทมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ถ้าคำนวณว่าเด็กอยู่ที่โรงเรียนอาทิตย์ละ 40 ชั่วโมง ในหนึ่งปีมี 2 เทอม จะเท่ากับเด็กอยู่ที่โรงเรียนประมาณ 17% ของเวลาทั้งปี ดังนั้นถ้าจะคาดหวังความเปลี่ยนแปลงหรือผลลัพธ์ทุกอย่างจาก 17% คงเป็นไปยาก ซึ่งหมายถึงว่าเราต้องทำให้อีก 83% ของเวลาที่ใช้นอกข้างนอกโรงเรียนเป็น Learning Space ที่ช่วยพัฒนาเด็กได้มากขึ้น”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-230325/">‘จากแรงบันดาลใจสู่การเปลี่ยนแปลง’ กสศ.-คุรุสภา-SYSI ร่วมจุดประกายครูสู่การเป็นผู้เปลี่ยนแปลงสังคม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สพฐ. คุรุสภา สานต่อหลักสูตร Active Learning พัฒนาครู สร้างห้องเรียนต้นแบบ และระบบนิเวศการเรียนรู้เชิงรุก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/new-071123/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Nov 2023 11:12:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อุดม วงษ์สิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[Active Learning]]></category>
		<category><![CDATA[คุรุสภา]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.โชติมา หนูพริก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=74325</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/new-071123/">สพฐ. คุรุสภา สานต่อหลักสูตร Active Learning พัฒนาครู สร้างห้องเรียนต้นแบบ และระบบนิเวศการเรียนรู้เชิงรุก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เปิดเวทีเสวนา ‘การพัฒนาครูและนักจัดการเรียนรู้ แนวทางการขยายผลการพัฒนาห้องเรียน Active Learning เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้’ ในงานเวทีเปิดบ้าน ‘ห้องเรียนต้นแบบ Active Learning’ ภายใต้โครงการพัฒนานักจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สู่การขยายผลพื้นที่ต้นแบบ</strong> เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 ณ โรงแรม ทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร เพื่อระดมความคิด เสนอแนวทางการขยายผลพัฒนาครู พัฒนาห้องเรียนในรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกในมิติต่าง ๆ หรือ Active Learning เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์อนาคต</p>



<ul>
<li><strong>อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :</strong> <a href="https://www.eef.or.th/news-061123-2/" target="_blank" rel="noopener" title="กสศ. เปิดบ้าน ‘ห้องเรียนต้นแบบ Active Learning’ โชว์ผลงานครู ‘นักจัดการเรียนรู้’ ผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง">กสศ. เปิดบ้าน ‘ห้องเรียนต้นแบบ Active Learning’ โชว์ผลงานครู ‘นักจัดการเรียนรู้’ ผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง</a></li>
</ul>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-57a599"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-285_PHOTO1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4e758b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-285_PHOTO2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.โชติมา หนูพริก รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)</strong> กล่าวว่า สพฐ. ให้ความสำคัญกับการจัดหลักสูตรการศึกษาเพื่อตอบโจทย์อนาคต โดยมองว่าหลักสูตรการศึกษาที่ถูกออกแบบขึ้นมานั้น จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงเป้าหมายสำคัญก็คือการพัฒนาทั้งครูและนักเรียน รวมถึงเตรียมความพร้อมให้เด็กมีทักษะ เท่าทันการเปลี่ยนแปลง พร้อมที่จะเติบโตขึ้นเป็นนวัตกร</p>



<p>“ในฐานะนักพัฒนาหลักสูตร มองว่าการพัฒนาหลักสูตรจำเป็นต้องปรับให้ตอบโจทย์อนาคต เพราะโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่สำคัญเช่นกันก็คือ การปรับวิธีการจัดการเรียนรู้หรือกระบวนการเรียนรู้ โดยผลวิจัยยืนยันว่า หลักสูตรการศึกษาที่ดีต้องมีเป้าหมายในการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียน ให้เกิดองค์ความรู้ เกิดทักษะ เกิดคุณลักษณะที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับครูและความแตกต่างของแต่ละพื้นที่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bef406"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-285_PHOTO3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.โชติมา หนูพริก รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา<br>รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ สพฐ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.โชติมา</strong> กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งในฐานะที่เป็นครูและนักวิชาการ พบว่า หลักสูตรในประเทศไทยนับว่าดีมาก แต่หลักสูตรเหล่านั้นมักถูกนำไปปฏิบัติในห้องเรียนไม่ได้จริง เพราะครูยังยึดติดอยู่กับสื่อที่เป็นแบบเรียน สอนตามหนังสือ แต่ไม่ได้มองถึงเป้าหมายที่แท้จริงของหลักสูตรว่าต้องการอะไร ทำให้ไม่สามารถบรรลุผลตามมาตรฐานตัวชี้วัด รวมถึงไม่ได้ตรวจสอบผลการเรียนรู้ว่าเด็กเข้าใจสิ่งที่สอนมากน้อยแค่ไหน&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีหลายตัวแปรที่ทำให้หลักสูตรการศึกษาคลาดเคลื่อนไป ดังนั้นแม้ว่าหลักสูตรจะดี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะส่งผลให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายที่หลักสูตรวางไว้&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาด เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการเป็นตัวเร่งให้ครูปรับตัว ปรับเทคนิคการสอน โดยต้องมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมาช่วยสร้างศักยภาพในการสอน แม้ครูจะสร้างสื่อเทคโนโลยีไม่ได้ แต่คุณครูก็สามารถที่จะเลือกหยิบเนื้อหาจากออนไลน์หรือจากหน่วยงานที่ผลิตสื่อคุณภาพได้ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เอื้อให้ครูค้นพบเทคนิควิธีการสอนที่คำนึงถึงความเหมาะสมกับนักเรียนได้มากยิ่งขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b8f7a2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-285_PHOTO4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“หลักสูตรในอนาคตที่จะถูกออกแบบขึ้น จำเป็นต้องคำนึงถึงเป้าหมายในการพัฒนาและเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนมีความคิดสร้างสรรค์ พร้อมที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้สร้างนวัตกรรมในอนาคต การปรับหลักสูตรเป็นงานที่ สพฐ. ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เป็นการปรับโดยยึดหลักการทำงานที่คำนึงถึงยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปการศึกษา นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งโดยปกติแล้วหลักสูตรการศึกษาหรือหลักสูตรแกนกลางจะมีการปรับปรุงใหม่ทุก 4 ปี&nbsp;</p>



<p>“ในช่วงที่ผ่านมา สพฐ. พยายามขับเคลื่อนเรื่อง Active Learning โดยใช้ช่องทางต่าง ๆ อย่างช่องทางออนไลน์ OBEC Channel ไปจนถึงการสร้างความเข้าใจกับผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ที่สนใจ เพื่อนำไปสู่ความชัดเจนของหน่วยปฏิบัติในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา สามารถวางนโยบาย แนวทาง และแผนการขับเคลื่อนการใช้หลักสูตรแกนกลาง โดยมีตัวอย่างการทำงานที่ประสบความสำเร็จจากโรงเรียนต่าง ๆ ที่เคยนำร่องเรื่องนี้ไว้แล้ว&nbsp;</p>



<p>“สพฐ. หวังว่าในระดับสถานศึกษาจะเกิดหลักสูตรสถานศึกษาที่เอื้อต่อการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนมากขึ้น ขณะที่ระดับครูผู้สอนจะมีหน่วยการเรียนรู้ที่บูรณาการการเรียนรู้เชิงรุกให้นักเรียนมีสมรรถนะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าหลายโรงเรียนได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และอาจจะมีบางโรงเรียนที่ยังต้องการพี่เลี้ยงเพื่อช่วยแนะนำว่า ได้ปรับการสอนให้เดินมาถูกทางแล้วหรือไม่ และมีประเด็นไหนที่ยังต้องมีการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ff4c13"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-285_PHOTO5.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ซ้าย) ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา</strong> กล่าวว่า หน้าที่สำคัญของคุรุสภาคือดูแลมาตรฐานการศึกษา ดูแลเรื่องใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ดูแลพฤติกรรมตามจรรยาบรรณวิชาชีพ และส่งเสริมการพัฒนาครู ซึ่งกระบวนการพัฒนาครูให้เชื่อมโยงกับ Active Learning คือการกำหนดแนวทางให้มีเป้าหมายในการพัฒนาที่ชัดเจน เช่น หากต้องการให้ผู้เรียนรู้ หรือนักเรียน เป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียน หรือเรียนอย่างมีความสุข จะต้องพัฒนาครูในด้านใด โดยในปัจจุบันอาจจะต้องกำหนดด้วยว่า ครูต้องช่วยกันสร้างเด็กให้เป็นผู้ร่วมสร้างองค์ความรู้ ร่วมสร้างนวัตกรรมสำหรับการเรียนรู้</p>



<p>“ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ครูก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย เมื่อมีกระบวนการ Active Learning เข้ามา ก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการจัดการเรียนการสอนเพื่อเน้นฐานสมรรถนะ ส่งเสริมผู้เรียนให้ปรับใช้องค์ความรู้ที่หลากหลายในสถานการณ์จริง ออกแบบกลยุทธ์ หาแนวทางแก้ไขปัญหา สามารถพลิกแพลงและยืดหยุ่น เพื่อให้สอดคล้องกับความผันผวนของโลกได้”<strong>ผศ.ดร.อมลวรรณ</strong> กล่าวว่า ที่ผ่านมาคุรุสภาได้พยายามขับเคลื่อน Active Learning โดยร่วมกับ กสศ. ในการจัดการความรู้ (Knowledge Management) ในโรงเรียนกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ โดยถอดบทเรียนจากนวัตกรรมของครูที่เน้นการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติและลงมือทำ และรวบรวมประสบการณ์จากครูมาบรรจุไว้ในแพลตฟอร์ม KM บนเว็บไซต์ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภากว่า 100 รูปแบบ รวมถึงสร้างกระบวนการ PLC หรือชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community) เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมจากครูในการแสวงหากระบวนการพัฒนาวิชาชีพของตนเอง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2fe331"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1107_ข่าว-285_PHOTO6.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ.</strong> กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า สพฐ. และคุรุสภา ต่างก็มีวิธีการพัฒนาครูให้สอดคล้องกับมาตรฐาน และมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการตามความเหมาะสม โดยในส่วนของ กสศ. จะทำหน้าที่หาแนวทางหนุนเสริมด้วยโครงการที่สอดคล้องกัน และจะเชื่อมโยงกับความต้องการของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ในโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง</p>



<p><strong>หมายเหตุ:</strong> เรียบเรียงจากงานเสวนา เวทีเปิดบ้าน ‘ห้องเรียนต้นแบบ Active Learning’ โครงการพัฒนานักจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สู่การขยายผลพื้นที่ต้นแบบ วันที่ 27 ตุลาคม 2566 ณ โรงแรม TK Convention กรุงเทพมหานคร</p>



<p></p>



<p><strong>รับชมย้อนหลังได้ที่</strong> <a href="https://www.facebook.com/EEFthailand/videos/713183333561818/?mibextid=zDhOQc" target="_blank" rel="noopener" title="คลิก">คลิก</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/new-071123/">สพฐ. คุรุสภา สานต่อหลักสูตร Active Learning พัฒนาครู สร้างห้องเรียนต้นแบบ และระบบนิเวศการเรียนรู้เชิงรุก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เชิดชูครูผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง รมว.ศธ. เป็นประธานมอบรางวัลคุณากร ครูยิ่งคุณ และครูขวัญศิษย์ ปี 2566 พร้อมร่วมคุย “ทิศทางการพัฒนาครู”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-181023-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Oct 2023 12:07:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี]]></category>
		<category><![CDATA[ครูยิ่งคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงมหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[คุรุสภา]]></category>
		<category><![CDATA[นิวัฒน์ เงินงามมีสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ศศช.]]></category>
		<category><![CDATA[ครูขวัญศิษย์]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางการพัฒนาครู]]></category>
		<category><![CDATA[พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[สมเกียรติ แซ่เต็ง]]></category>
		<category><![CDATA[อุดร สายสิงห์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=73398</guid>

					<description><![CDATA[<p>รมว.ศธ. เป็นประธานมอบรางวัลคุณากร ครูยิ่งคุณ และครูขวัญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-181023-2/">เชิดชูครูผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง รมว.ศธ. เป็นประธานมอบรางวัลคุณากร ครูยิ่งคุณ และครูขวัญศิษย์ ปี 2566 พร้อมร่วมคุย “ทิศทางการพัฒนาครู”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รมว.ศธ. เป็นประธานมอบรางวัลคุณากร ครูยิ่งคุณ และครูขวัญศิษย์ ปี 2566 ชี้บทบาทความสำคัญของครูท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก เปิดบทบาทการทำงาน “ครูนิวัฒน์”ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีประเทศไทย ผู้บุกเบิกศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา พลิกปัญหาชุมชนสู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ขณะที่ครูรางวัลคุณากร “ครูสมเกียรติ” จากวิชาคณิตศาสตร์ในห้องเรียนสู่โลกของผู้ประกอบการในชีวิตจริง “ครูอุดร” ผู้ปูรากฐานทักษะชีวิตและการพัฒนานักเรียนในจังหวัดชายแดนใต้&nbsp;</p>



<p>เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานมอบรางวัลคุณากร ครูยิ่งคุณ และครูขวัญศิษย์ ปี 2566 ซึ่งมาจากการคัดเลือกของคณะกรรมการจังหวัดทั่วประเทศ และคณะกรรมการส่วนกลาง โดยความร่วมมือของมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ คุรุสภา กระทรวงมหาดไทย และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นอกจากพิธีมอบรางวัล ได้มีการแถลงข่าว “ทิศทางการพัฒนาครู และเปิดตัวครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีประเทศไทยและครูรางวัลคุณากร”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-32a31d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/1018_ข่าว-263_ภาพประกอบ2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>พล.ต.อ.เพิ่มพูน</strong> กล่าวว่า จากที่ได้เห็นประวัติการทำงานของครู ทำให้ประทับใจในความทุ่มเท เสียสละของครูที่มองเห็นศักยภาพของเด็กและเยาวชน แม้ว่าปัจจุบันนี้ การแสวงหาความรู้ความสามารถหาได้จากแหล่งต่างๆ ไม่เฉพาะจากครูและในห้องเรียน แต่ครูยังมีบทบาทสำคัญในการอบรมสั่งสอนกล่อมเกลาให้เด็กและเยาวชน ได้มีความรู้ความสามารถเป็นคนดีของสังคม ด้วยความทุ่มเทแรงกายและแรงใจที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งความเสียสละ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก ครูจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ทั้งองค์ความรู้และเทคโนโลยี และการสอนมิใช่เพียงเนื้อหาความรู้ แต่ต้องสามารถพัฒนาให้เด็กและเยาวชนมีกระบวนการคิดที่มีวิจาณญาณ เลือกรับและเรียนรู้สิ่งที่มีคุณค่าต่อชีวิต และขอย้ำถึงความสำคัญของการเรียนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง สามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา เน้นการเรียนดีมีความสุข ซึ่งจำเป็นต้องเริ่มจากความสุขของผู้เรียน ผู้สอน ไปจนถึงผู้ปกครอง เมื่อมีความสุขก็จะส่งผลให้การเรียนดีขึ้น ซึ่งการจัดการศึกษามีทั้งการเรียนเพื่อความเป็นเลิศ และการเรียนเพื่อความมั่นคงในชีวิต ซึ่งการศึกษาจะต้องไปข้างหน้า เพราะเราเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9ad1f4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/1018_ข่าว-263_ภาพประกอบ3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร</strong> ประธานกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กล่าวว่า มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เชื่อมั่นในพลังของครู เพราะครูคุณภาพ สร้างคนคุณภาพ  กระบวนการคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีของประเทศไทยจึงมาจากการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันสรรหาครูผู้มีคุณสมบัติ เป็นครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงชีวิตศิษย์ และมีคุณูปการต่อวงการศึกษา ประเทศไทยจึงได้จัดทำรางวัลเพื่อยกย่องครูเพิ่มเติมได้แก่ รางวัลคุณากร 2 รางวัล รางวัลครูยิ่งคุณ 17 รางวัล และรางวัลครูขวัญศิษย์ 146 รางวัล เพื่อเชิดชูครูของแต่ละจังหวัด โดยสิ่งสำคัญในการขยายผลการทำงานของเครือข่ายครูนั้นคือ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเครือข่ายครูทั้ง 11 ประเทศ พัฒนาทักษะวิชาชีพที่ส่งผลต่อนักเรียนและเพื่อนร่วมวิชาชีพครู การสนับสนุนจากภาคธุรกิจเพื่อเปิดพื้นที่ให้ครูได้เรียนรู้โลกธุรกิจและนวัตกรรมทางเทคโนโลยี รวมทั้งโครงการส่งเสริมและพัฒนาการสะกด พูด อ่าน เขียนภาษาไทย (MOVE) เพื่อเด็กในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งให้ความสำคัญแก่นักเรียนที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดเลขไม่ได้ และร่วมกับ กสศ. ในการต่อยอดความเชี่ยวชาญของครูรางวัลฯ เพื่อแบ่งปันทักษะการทำงานให้ครูและเด็กเยาวชนได้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา โดยสร้างเครือข่ายและกลไกการทำงานอย่างเป็นระบบ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2f3e85"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/1018_ข่าว-263_ภาพประกอบ5.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายนิวัฒน์ เงินงามมีสุข ครูอาสาสมัคร ศศช.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับบทบาทการทำงานของครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประเทศไทย <strong>นายนิวัฒน์ เงินงามมีสุข</strong> ครูอาสาสมัครศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) สังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ.ท่าสองยาง จ.ตาก กล่าวว่า เพราะเชื่อว่าการให้ความรู้จะติดตัวไปตลอดจนหมดลมหายใจ จึงมุ่งมั่นที่จะศึกษาหาความรู้ด้านการเกษตรเพื่อมาพัฒนาท้องถิ่นตนเอง และสมัครสอบเป็นครูอาสาสมัครศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” โดยจัดการศึกษาให้กับประชาชนทุกกลุ่มวัย ใน 3 กิจกรรม คือ 1.การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เน้นการรู้หนังสือไทย 2. การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิต สังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม และทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิต และ 3. การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ตามความสนใจของผู้เรียน เน้นการนำสถานการณ์ สภาพบริบทชุมชน และปัญหาชุมชนมาออกแบบบูรณาการเข้ากับหลักสูตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ผมใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านการทำเวทีประชาคมหมู่บ้าน ทำความเข้าใจร่วมกัน เกิดกฎของเวทีประชาคมหมู่บ้านจากการแก้ไขปัญหากันเอง ทำให้เกิดการเรียนรู้และความเข้มแข็งของชุมชนในที่สุด วิธีการเหล่านี้ทำให้ชุมชนสามารถแก้ปัญหาการปลูกฝิ่น ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ตัดไม้ทำลายป่า เปลี่ยนเป็นการส่งเสริมการปลูกกาแฟครบวงจร เกิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกาแฟมอโก้คี และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ ดังนั้นบทบาทของศูนย์การเรียนรู้จึงควรส่งเสริมการเรียนรู้ทุกกลุ่มวัย ทำให้คนในชุมชนมีความรู้ความเข้าใจซึ่งจะเป็นการสร้างคนที่ยั่งยืน” ครูนิวัฒน์ กล่าว </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a04b69"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/1018_ข่าว-263_ภาพประกอบ4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายสมเกียรติ แซ่เต็ง</strong> ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเขาน้อยวิทยาคม จ.ตราด ครูคณิตศาสตร์ในระดับชั้นมัธยมปลาย กล่าวถึงการจัดการเรียนรู้จากคณิตศาสตร์ในห้องเรียนสู่วิชาผู้ประกอบการยุคใหม่ในชีวิตจริงว่า การสอนวิชาคณิตศาสตร์ด้วยกระบวนการจำลองสถานการณ์จริง เช่น วิชาการเป็นผู้ประกอบการ วิชาคณิตศาสตร์เพื่อการลงทุน เช่น “Cafe@เขาน้อย&#8221; ฝึกประสบการณ์ผ่านการทำธุรกิจร้านกาแฟ กิจกรรมบริษัทจำลอง กิจกรรมการเป็นผู้ประกอบการ กิจกรรมตลาดนัดพัฒนาชีวิต โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนร่วมกันวางแผน ออกแบบแก้ไขสถานการณ์ บริหารและจัดการ ซึ่งครูจะรับฟังความเห็นของนักเรียนอย่างเสมอภาคและให้คำปรึกษาเพื่อการพัฒนางาน นอกจากนี้ครูควรทำหน้าที่แนะแนวทางให้ลูกศิษย์เพื่อค้นหาพัฒนาตัวตนตามศักยภาพบนความแตกต่างของแต่ละคน เพราะนักเรียนมีความแตกต่างกัน จึงต้องค้นหาอัตลักษณ์ของนักเรียนแต่ละคนเพื่อให้นักเรียนออกแบบการพัฒนาตนเองและวางแผนการใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ  </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-324a83"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/1018_ข่าว-263_ภาพประกอบ6.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายอุดร สายสิงห์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านโกตาบารู</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายอุดร สายสิงห์</strong> ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านโกตาบารู ครูกลุ่มสาระวิชา สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม และฝ่ายปกครองของโรงเรียน กล่าวว่า ในการจัดการเรียนรู้ ตนให้น้ำหนักที่การปลูกฝังพฤติกรรมด้านคุณธรรม ทักษะชีวิตที่หลากหลาย สร้างพลเมืองที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี และหลักปรัชญาในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยใช้ห้องเรียนที่กว้างใหญ่จากสิ่งต่างๆ รอบตัวในการจัดการเรียนรู้ ส่งเสริมประสบการณ์ เสริมสร้างอาชีพ และคิดค้นจุดเน้นนักเรียนในระดับ ม.ต้นคือ การเรียน การงาน การเงิน และการสร้างวินัย สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการปูพื้นฐานที่สำคัญในการต่อยอดเส้นทางการศึกษาที่สูงขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bdaa95"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/1018_ข่าว-263_ภาพประกอบ1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a2e99e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/1018_ข่าว-263_ภาพประกอบ7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b6c959"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/1018_ข่าว-263_ภาพประกอบ8.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-181023-2/">เชิดชูครูผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง รมว.ศธ. เป็นประธานมอบรางวัลคุณากร ครูยิ่งคุณ และครูขวัญศิษย์ ปี 2566 พร้อมร่วมคุย “ทิศทางการพัฒนาครู”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>​​​​เริ่มแล้ว ! สรรหาครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 5 ชวนลูกศิษย์ทั่วประเทศเสนอชื่อครูผู้เปลี่ยนชีวิตและมีคุณูปการต่อวงการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-pmca-290822/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Aug 2022 05:44:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร]]></category>
		<category><![CDATA[ตรีนุช เทียนทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.บูรพาทิศ พลอยสุวรรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[คุรุสภา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=59648</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ มูลนิธิรางว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-pmca-290822/">​​​​เริ่มแล้ว ! สรรหาครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 5 ชวนลูกศิษย์ทั่วประเทศเสนอชื่อครูผู้เปลี่ยนชีวิตและมีคุณูปการต่อวงการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ จัดงานแถลงข่าวการสรรหาครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 5</p>



<p><strong>น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong> กล่าวว่า บทบาทของครูนับเป็นบทบาทที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่นักเรียนต้องเผชิญกับภาวะสูญเสียการเรียนรู้ หรือ Learning Loss จากการปิดสถานศึกษาในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งรายงานของยูเนสโก ร่วมกับยูนิเซฟ และธนาคารโลก พบว่า มีเด็กอย่างน้อย 1.6 พันล้านคน ใน 188 ประเทศที่สุ่มเสี่ยงต่อภาวะสูญเสียการเรียนรู้ มาตรการของกระทรวงศึกษาธิการคือการเปิดโรงเรียนอย่างปลอดภัย และ “ครู” ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการฟื้นฟูการเรียนรู้ของผู้เรียน ด้วย 3 มาตรการที่สำคัญคือ 1. ครูเป็นผู้ที่สามารถประเมินความรู้และทักษะของนักเรียนเพื่อการพัฒนารายบุคคล เพราะนักเรียนมาจากความพร้อมของครอบครัวและความสามารถในการเรียนรู้ที่ต่างกัน 2. ครูจะต้องมีทักษะในการสอนเสริมเพิ่มเติมความรู้ให้นักเรียน เช่น ใช้กระบวนการสอนเสริมนอกเวลาเรียน หรือการซ่อมเสริมพิเศษในช่วงปิดภาคเรียนเพื่อให้สามารถเติมเต็มความรู้ได้ทัน และ 3. ครูควรมองเห็นและระบุปัญหาทางจิตใจ อารมณ์ สังคมของนักเรียนซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากวิกฤติของโรคระบาดและผลกระทบทางเศรษฐกิจสังคม โดยสามารถให้คำปรึกษาในเบื้องต้น หรือส่งต่อไปยังหน่วยงานทางสาธารณสุข</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-093ede"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/Photo2-เริ่มแล้ว-สรรหาครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี-ครั้งที่-5-ชวนลูกศิษย์ทั่วประเทศ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“บทบาทครูมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการกู้วิกฤติภาวะสูญเสียการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งกำลังเผชิญสถานการณ์เช่นเดียวกันนี้ทั่วโลก  จึงขอเป็นกำลังใจให้กับครู และเป็นโอกาสอันดีที่สังคมจะร่วมกันยกย่อง เห็นคุณค่าครูผู้อุทิศตนเป็นแบบอย่าง จึงขอเชิญชวนลูกศิษย์และคนในสังคมร่วมกันเสนอชื่อครูในรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีในครั้งนี้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว</p>



<p><strong>ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี</strong> กล่าวว่า รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เป็นรางวัลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เจ้าฟ้านักการศึกษา และเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ครูผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ และมีคุณูปการต่อการศึกษา ในประเทศอาเซียนและติมอร์ เลสเต รวม 11 ประเทศ โดยจะมีการสรรหาในทุก 2 ปีครั้ง ประเทศละ 1 รางวัล จากความร่วมมือของกระทรวงศึกษาธิการทั้ง 11 ประเทศ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dca9fa"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/Photo3-เริ่มแล้ว-สรรหาครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี-ครั้งที่-5-ชวนลูกศิษย์ทั่วประเทศ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.กฤษณพงศ์ กล่าวว่า<strong> </strong>สำหรับการคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ปี 2565 ในส่วนของประเทศไทย กลไกการสรรหาจะงประกอบด้วย คณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด และคณะกรรมการคัดเลือกส่วนกลาง เพื่อร่วมกันสรรหาครูผู้มีคุณสมบัติ เป็นครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงชีวิตศิษย์ และมีคุณูปการต่อวงการศึกษา โดยมีประสบการณ์สอนอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 15 ปี ซึ่งเป็นครูหรือเคยเป็นครูผู้สอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในสถานศึกษาของรัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือเคยเป็นครูนอกสถานศึกษาที่สอนผู้เรียนในวัยการศึกษาขั้นพื้นฐาน และไม่เป็นครูสอนพิเศษเป็นอาชีพหลัก</p>



<p>“การสรรหาครูในครั้งนี้จะเปิดให้ผู้มีสิทธิเสนอชื่อครูมาจาก 5 กลุ่ม คือ 1. ลูกศิษย์ที่เป็นศิษย์เก่า อายุไม่น้อยกว่า 25 ปี 2. สถานศึกษาขั้นพื้นฐานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. สมาคม มูลนิธิ องค์กรซึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคลและมีภารกิจส่งเสริมการเรียนรู้  4. คณาจารย์ในระดับอุดมศึกษา รวมกันไม่น้อยกว่า 3 คน ทั้ง 4 กลุ่มนี้เสนอชื่อครูมาที่คณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด หรือ<a href="http://www.pmca.or.th" target="_blank" rel="noreferrer noopener"> www.PMCA.or.th</a> และกลุ่มที่ 5 คือ องค์กรที่มีการพิจารณาคัดเลือกครูทั้ง 7 แห่ง โดยจะมีการเปิดรับการเสนอชื่อได้นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึง ต.ค. 2565 และจะมีการพิจารณาตัดสินในวันที่ 18 เม.ย. 2566 เพื่อเข้ารับพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ในวันที่ 17 ต.ค. 2566 ซึ่งรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จะประกอบด้วย เหรียญทอง เข็มเชิดชูเกียรติทองคำพระราชทาน เกียรติบัตร โล่ประกาศเกียรติคุณ และเงินรางวัล 10,000 เหรียญสหรัฐ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1ab5d8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/Photo1-เริ่มแล้ว-สรรหาครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี-ครั้งที่-5-ชวนลูกศิษย์ทั่วประเทศ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ส่วนในประเทศไทยมีรางวัลเพิ่มเติมได้แก่ รางวัลคุณากร 2 รางวัล รางวัลครูยิ่งคุณ 17 รางวัล และรางวัลครูขวัญศิษย์ เพื่อเชิดชูครูในแต่ละจังหวัด จึงถึงเวลาแล้วที่ลูกศิษย์ทั่วประเทศจะมาร่วมกันระลึกถึงครูที่เปลี่ยนแปลงชีวิตและทุ่มเททำงาน โดยเสนอชื่อครูมาที่<a href="http://www.pmca.or.th" target="_blank" rel="noreferrer noopener"> www.PMCA.or.th</a>” ประธานกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กล่าว</p>



<p><strong>ดร.บูรพาทิศ พลอยสุวรรณ์ รองเลขาธิการคุรุสภา</strong> กล่าวว่า บทบาทของครูคุณภาพ ย่อมส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงของลูกศิษย์ให้มีคุณภาพ ซึ่งการปฏิรูปการเรียนรู้ที่สำคัญและไปถึงห้องเรียนได้เร็วที่สุดคือ การปฏิรูปครู การสรรหาครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีจึงเป็นการสร้างค่านิยมของสังคมที่ร่วมกันเห็นคุณค่าครูที่มุ่งการเปลี่ยนแปลงที่ชีวิตลูกศิษย์เป็นสำคัญ ทั้งนี้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ในฐานะองค์กรร่วมให้การสนับสนุน ซึ่งนอกจากจะสนับสนุนการดำเนินงานสรรหาแล้ว จะมีการทำงานร่วมกับเครือข่ายครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ทั้งในประเทศรวมทั้งในอาเซียนและติมอร์-เลสเต รวม11 ประเทศ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-pmca-290822/">​​​​เริ่มแล้ว ! สรรหาครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 5 ชวนลูกศิษย์ทั่วประเทศเสนอชื่อครูผู้เปลี่ยนชีวิตและมีคุณูปการต่อวงการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
