<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คัดกรองความเสี่ยงหลุดระบบการศึกษา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 13 Sep 2023 04:15:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>คัดกรองความเสี่ยงหลุดระบบการศึกษา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ถ้าการศึกษามีแค่ทางเลือกเดียว โอกาสของผมคงหมดไปแล้ว” แกะรอยเส้นทางกลับสู่การเรียนรู้ ผ่านโมเดลการศึกษาที่มีมากกว่า 1 ทางเลือก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-130923/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Sep 2023 04:03:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[คัดกรองความเสี่ยงหลุดระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาที่มีทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[1 โรงเรียน 3 ระบบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=71950</guid>

					<description><![CDATA[<p>1หลุดจากระบบการศึกษา&#8230;แต่บังเอิญได้เจอที่ทางของตัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-130923/">“ถ้าการศึกษามีแค่ทางเลือกเดียว โอกาสของผมคงหมดไปแล้ว” แกะรอยเส้นทางกลับสู่การเรียนรู้ ผ่านโมเดลการศึกษาที่มีมากกว่า 1 ทางเลือก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>1</strong><br><strong>หลุดจากระบบการศึกษา</strong><br><strong>&#8230;แต่บังเอิญได้เจอที่ทางของตัวเอง</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1d762d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/22-แกะรอย-เส้นทางกลับสู่การเรียนรู้-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หลังปิดเทอมใหญ่ภาคฤดูร้อนเมื่อจบชั้น ม.1 <strong>‘ปลื้ม’</strong> ก็ไม่ได้กลับมาที่โรงเรียนอีกเลยเมื่อเปิดเทอมใหม่ขึ้นชั้น ม.2</p>



<p>เกือบ 3 ปีผ่าน ขณะที่อดีตเพื่อนร่วมชั้นกำลังจะจบ ม.3 เตรียมเปลี่ยนผ่านจาก ม.ต้น ขึ้น ม.ปลาย ชีวิตของปลื้มพลิกไปอีกทาง เขากลายเป็นนายช่าง ทำงานประจำที่อู่รถสิบล้อแถวบ้าน เกี่ยวเก็บประสบการณ์งานเชื่อมประกอบโลหะ จนเริ่มชำนาญในระดับหนึ่ง</p>



<p>ด้วยเวลาเท่า ๆ กับที่เพื่อนใช้ในรั้วโรงเรียน ปลื้มขลุกตัวอยู่ในอู่ทำงานสัปดาห์ละ 6 วัน ตั้งแต่ราว 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น จนทำให้เขาพบ ‘สิ่งที่สนใจ’ และคิดว่าเป็น ‘ความถนัด’ ที่น่าจะเอามาต่อยอดชีวิตได้ ปลื้มจึงค่อย ๆ เสิร์ชหาข้อมูลเพิ่มว่าทักษะที่มีพอจะต่อยอดไปทางไหนได้บ้าง</p>



<p>เขาพบว่าแม้จะลงมือทำซ้ำทุกวันจนพื้นฐานงานเชื่อมประกอบโลหะอยู่มือแล้ว แต่ถ้าเอาตัวเองไปเทียบกับช่างคนอื่นที่มีความรู้ภาคทฤษฎีติดตัว ก็เห็นชัดว่าโอกาสจะก้าวหน้าในสายงานยังต่างกันอยู่มาก</p>



<p>หรือจะแอบฝันให้ไกลกว่านั้นว่า ถ้าวันหนึ่งเขาอยากลงทุนทำอู่เล็ก ๆ ของตัวเองบ้าง ความรู้ที่สูงกว่าวุฒิ ป.6 ก็น่าจะช่วยให้เขาเจอกับประตูโอกาสที่เปิดกว้างรออยู่มากกว่า</p>



<p>คิดไปถึงตรงนั้น ปลื้มก็แน่ใจตัวเองแล้วว่าอยากเรียนอาชีวศึกษา เพราะเห็นเส้นทางที่ชัดเจนว่า ถ้าได้เรียน เขาจะพร้อมด้วยความรู้เชิงทฤษฎี ควบคู่กับทักษะปฏิบัติงานจริงที่สั่งสมมาอย่างเข้มข้น ซึ่งเขาเข้าใจดีว่าความชำนิชำนาญไม่เคยมีทางลัดให้ใครทั้งนั้น</p>



<p>แต่แน่นอนว่า ถ้าจะเดินไปบนเส้นทางที่ตั้งใจ ด่านแรกที่ต้องข้ามให้พ้น คือเขาต้องกลับไปคว้าวุฒิ ม.3 มาให้ได้ก่อน</p>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>2</strong><br><strong>จะหาทางกลับอย่างไร</strong><br><strong>&#8230;เมื่อเวลาก็ผ่านไปไม่น้อยแล้ว</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-95629d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/22-แกะรอย-เส้นทางกลับสู่การเรียนรู้-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ย้อนมองตัวเอง ปลื้มพบว่าอายุของเขากำลังจะพ้นวัยการศึกษาภาคบังคับ ถ้าจะกลับเข้าไปเรียนโดยเริ่มจากชั้น ม.1 อีกครั้ง เขาแน่ใจว่าฉากสุดท้ายก็จะเวียนซ้ำจบลงเหมือนเดิม คือไม่นานคงต้องหลุดออกมาอีก ซึ่งหมายถึงการเสียทั้งเวลา และเสียกำลังใจที่อุตส่าห์รวบรวม</p>



<p>ทั้งยังมีอีกหนึ่งข้อแม้สำคัญที่ปลื้มไม่ได้อยากจะเลิกทำงานที่เขาคิดว่ากำลังทำได้ดีอยู่แล้ว และต้องไปเริ่มต้นทุกอย่างใหม่ทั้งหมด เมื่อรวมเหตุผลทุกข้อเข้าด้วยกัน ปลื้มจึงตัดสินใจว่าจะลงเรียน กศน. (การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย)</p>



<p>ระหว่างนั้นมีอีกเหตุการณ์ที่ดำเนินคู่ขนานกันไป คือแม่ของปลื้มเองก็อยากให้ลูกกลับไปเรียน และมองว่าถ้าเป็นโรงเรียนเดิมน่าจะพอมีหวัง แม่ของปลื้มจึงเข้าไปคุยกับ ผอ. และครูที่โรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์ โรงเรียนเก่าของปลื้ม ที่อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี</p>



<p>ข้อมูลที่แม่พอมีอยู่บ้าง แต่ตัวของปลื้มไม่เคยรู้มาก่อนเลย คือโรงเรียนเก่าของเขามีสถานะเป็นโรงเรียนแกนนำของ สพฐ. (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) ในการจัด ‘การศึกษาที่มีทางเลือก’ ด้วยรูปแบบ ‘1 โรงเรียน 3 ระบบ’ เพื่อรองรับเด็กเยาวชนที่ตกหล่น ออกกลางคัน และกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา</p>



<p>สองแม่ลูกจึงเข้าใจพร้อมกันวันนั้นว่า นอกจากการศึกษา ‘ในระบบ’ หรือการเรียนในห้องเรียน ที่กำหนดกรอบเกณฑ์เวลาเรียนรู้ในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นไว้ที่ 1,200 ชั่วโมงต่อปีแล้ว ยังมีการศึกษาที่เรียกว่า ‘นอกระบบ’ และ ‘ตามอัธยาศัย’ ที่ทุกโรงเรียนมีสิทธิ์จัดขึ้นเพื่อเป็นการศึกษาทางเลือก โดยสามารถเทียบโอนหน่วยกิตจากฐานการศึกษาเดิม หรือจากประสบการณ์การทำงานของผู้เรียนแต่ละคนได้ด้วย</p>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>3</strong><br><strong>กลับสู่เส้นทางการศึกษาอีกครั้ง</strong><br><strong>&#8230;แต่ครั้งนี้มีเป้าหมายรออยู่</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-88f319"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/22-แกะรอย-เส้นทางกลับสู่การเรียนรู้-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>วันแรกที่กลับเข้าโรงเรียน ปลื้มคิดว่าคงต้องตอบคำถามมากมายของครู<strong> </strong>ซึ่งจะ ‘ทดสอบ’ และ ‘ตัดสิน’ ว่าโอกาสกลับมาเรียนของเขาเหลืออยู่สักแค่ไหน</p>



<p>แต่บทสนทนาวันนั้นมีเพียงคำถามเดียวที่ปลื้มต้องตอบ คือ เขาประสงค์จะเรียนด้วยวิธี ‘ทำใบงาน’ หรือจะเลือกอีกทางคือ ‘ห้องเรียนออนไลน์’ ที่มีสาระวิชา บทเรียน แบบฝึกหัด และการวัดประเมินที่แขวนรอไว้ให้ผู้เรียนเข้าไปเรียนรู้และไล่เก็บหน่วยกิตจนครบตามที่หลักสูตรกำหนด</p>



<p>จากคำปรึกษาของครู บนฐานข้อมูลว่าเป้าหมายของปลื้มคือ ‘วุฒิการศึกษา’ และอยากกลับมาเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ บนทางเลือกที่เอื้อและเหมาะสมกับสถานการณ์ชีวิต ปลื้มเลือกวิธีรับใบงานกลับไปทำ ด้วยเหตุผลว่ายังสามารถทำงานได้เต็มเวลา และกำหนดเวลาเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ตามโจทย์ที่ครูมอบให้ แล้วเมื่อพร้อมจึงเข้าสู่กระบวนการวัดประเมินผลเพื่อจบการศึกษา</p>



<p>และจากหน่วยกิตสะสมเดิมเมื่อครั้งเรียนชั้น ม.1 ร่วมกับประสบการณ์อาชีพที่นำมาเทียบโอนในกลุ่มสาระวิชาเพิ่มเติมได้ วันนี้ในเทอมแรกของปีการศึกษา 2566 ปลื้มในวัย 16 ปี จึงได้กลับสู่เส้นทางเรียนรู้อย่างเต็มตัว และจะใช้เวลาอีกอย่างน้อย 1 ปี เพื่อจบ ม.3</p>



<p>ถ้าเทียบกับเพื่อนร่วมรุ่นที่เคยเรียน ม.1 มาด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันอยู่ชั้น ม.4 กันแล้ว ปลื้มบอกว่าเขา “ไม่รู้สึกเสียดาย” เพราะเกือบ 3 ปีที่หลุดออกไป ได้มีโอกาสเติมเต็มตัวเองด้วยทักษะวิชาชีพที่อู่ซ่อมรถ ซึ่งทำให้การกลับมาเรียนรอบนี้ของเขาดำเนินไปอย่างมีเป้าหมาย</p>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>4</strong><br><strong>เกร็ดประสบการณ์ตรง</strong><br><strong>&#8230;บนเส้นทาง ‘การศึกษาที่มีทางเลือก’</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-092bea"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/22-แกะรอย-เส้นทางกลับสู่การเรียนรู้-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ผมดีใจที่โรงเรียนมีทางเลือกให้มากกว่าทางเดียว ผมเลยสามารถกลับมาเรียน และเอาหน่วยกิตเดิมกับประสบการณ์ทำงานมาใช้ประโยชน์ได้ด้วย เพราะถ้าไม่มีเส้นทางนี้ ทางเลือกก็คงมีแค่ กศน. อย่างเดียว</p>



<p>“การเรียนด้วยใบงาน ข้อดีคือผมไม่ต้องไปโรงเรียนทุกวัน ยังทำงานได้ตามปกติ เหมือนกับได้เรียนจากสองทางไปพร้อมกัน</p>



<p>“การเรียนผ่านใบงานยังฝึกให้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งค่อนข้างเหมาะกับผม ผมชอบการใช้โทรศัพท์หาข้อมูลผ่านกูเกิล ซึ่งบางทีข้อมูลหนึ่งก็พาให้เราอยากรู้เรื่องอื่น ๆ ต่อไปอีก กลายเป็นว่าความรู้ที่ได้มาแบบนี้ทำให้ผมจำได้ดีกว่า เข้าใจมากกว่า และเป็นความรู้ที่ติดตัวไปได้นานกว่า</p>



<p>“หลายวิชามีบทเรียนสำเร็จรูปให้ดูในยูทูบ ส่วนที่สงสัยหรือไม่เข้าใจก็ถามครูได้ตลอด ที่ชอบที่สุดคือผมไม่ต้องเรียนเยอะเกินไป แต่สามารถมีเวลาทำความเข้าใจในเรื่องที่อยากรู้และจำเป็นจริง ๆ</p>



<p>“ครูบอกว่าเนื้อหาในใบงานของผมเหมือนกับที่คนอื่นเรียนในห้องปกติ แต่จะปรับเพิ่มหรือลดตามความเหมาะสม ไม่ได้ยึดตามหลักสูตรตายตัว และเน้นเรื่องที่ควรรู้กับระยะเวลาที่ยืดหยุ่นได้</p>



<p>“ผมยืนยันครับว่าได้ความรู้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่มาเรียนเอาวุฒิอย่างเดียว เพราะผมตั้งใจแล้วว่าจะต่อสายอาชีพ อย่างน้อยต้องจบ ปวส. พร้อมกับได้เอาพื้นฐานทักษะที่มีไปใช้ต่อยอดในวันหน้า</p>



<p>“อยากบอกว่าจังหวะชีวิตของคนแต่ละคนมันต่างกันครับ บางคนถนัดเรียนในห้องเรียน บางคนต้องไปเรียนเอาจากข้างนอก แต่สุดท้ายแล้ววุฒิการศึกษาก็ยังจำเป็นมาก ๆ ซึ่งถ้าการศึกษามีแค่ทางเดียวคือต้องเข้าห้องเรียนทุกวัน โอกาสสำหรับผมก็คงหมดไปแล้ว”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-130923/">“ถ้าการศึกษามีแค่ทางเลือกเดียว โอกาสของผมคงหมดไปแล้ว” แกะรอยเส้นทางกลับสู่การเรียนรู้ ผ่านโมเดลการศึกษาที่มีมากกว่า 1 ทางเลือก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. จับมือ สพฐ. เปิดระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียน คัดกรองความเสี่ยงหลุดระบบการศึกษา 6 ด้าน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-270722/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Jul 2022 12:31:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อัมพร พินะสา]]></category>
		<category><![CDATA[คัดกรองความเสี่ยงหลุดระบบการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58646</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2565 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-270722/">กสศ. จับมือ สพฐ. เปิดระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียน คัดกรองความเสี่ยงหลุดระบบการศึกษา 6 ด้าน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2565 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> พร้อมด้วย <strong>สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)</strong> และ <strong>คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร</strong> ร่วมกันชี้แจงการดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โดยมีครูผู้ปฏิบัติงาน ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่ และเจ้าหน้าที่เขตพื้นที่การศึกษาจาก 26 เขตพื้นที่ครอบคลุม 4 ภูมิภาค เข้าร่วมรับฟังแนวทางการทำงานด้านข้อมูล ปฏิทินการดำเนินงาน และการใช้เครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงของนักเรียน เพื่อป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษาของนักเรียนกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-04aa8c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/อัมพร-พินะสา-One-App-news.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) </strong>กล่าวว่า ขณะนี้ สพฐ. อยู่ระหว่างดำเนินการหารือและพัฒนาเครื่องมือจัดเก็บข้อมูลนักเรียนกลุ่มเสี่ยงให้สอดรับกับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียน โดยหนึ่งในความปลอดภัยคือนักเรียนต้องได้รับการประเมิน คัดกรอง และการดูแลผ่านการทำงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ซึ่งจากการทำงานของ สพฐ. ร่วมกับ กสศ. โดยมีทีมวิจัยและพัฒนาระบบสารสนเทศ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร ช่วยคิดค้นนวัตกรรม พัฒนาการจัดเก็บข้อมูลการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล การคัดกรองความเสี่ยงนักเรียน โดย สพฐ. เล็งเห็นความสำคัญในการทำงานเรื่องดังกล่าว โดยใช้กลไก ฉกชน. ส่วนภูมิภาค เพื่อคัดเลือกพื้นที่นำร่องตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 ถือเป็นโอกาสดีที่ สพฐ. จะได้เดินหน้านโยบายความปลอดภัยในโรงเรียนไปพร้อมกัน</p>



<p>“จากการใช้งานระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ทำให้เราได้รู้ข้อมูลว่ายังมีความไม่ปลอดภัยในตัวนักเรียนอยู่อีกมาก โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 หรือ 2 ปีกว่าที่ผ่านมา เมื่อกลับมาเปิดเรียน On Site ในช่วงนี้ ทำให้ได้เห็นว่านักเรียนมีปัญหาที่ค่อนข้างซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะปัญหาในเรื่องของสุขภาพจิต มีหลายปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวนักเรียน ทำให้เราต้องหันกลับมาให้ความสำคัญและให้ความสนใจกับระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษาให้มากขึ้น”&nbsp;</p>



<p><strong>เลขาธิการ กพฐ. </strong>&nbsp;กล่าวต่อไปว่า การจะทำให้เด็กคนหนึ่งมีความปลอดภัยและได้รับการช่วยเหลือดูแลอย่างจริงจัง ต้องเกิดจากความร่วมมือของผู้ปกครองเป็นลำดับแรก ในขณะที่ตัวนักเรียนก็ต้องมีความเข้าใจว่าในภาวะที่กำลังประสบปัญหาต้องทำอย่างไร ลำดับถัดมาคือสถานศึกษา ประกอบด้วยผู้บริหาร ครู ตลอดจนเพื่อนในโรงเรียนเดียวกัน ไปจนถึงบทบาทของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในการสนับสนุนและรวมถึงระบบของ สพฐ. เอง ซึ่งขณะนี้ได้วางระบบเรื่องความปลอดภัยไว้ทั้งระบบแล้ว</p>



<p>“แต่สิ่งที่เราอยากได้และอยากทำตรงนี้ให้สมบูรณ์ขึ้นไปอีก คือหากเรามีระบบสารสนเทศเพื่อเก็บฐานข้อมูลที่ดี ก็เหมือนกับเราได้เริ่มต้นจัดทำแฟ้มประวัติคนไข้ให้กับนักเรียนของเรา ทุกคนจะมีแฟ้มประวัติของตนเอง ซึ่งในแฟ้มประวัตินี้จะมีข้อมูลการคัดกรองทุกๆ ด้านของนักเรียน เวลาเราส่งต่อนักเรียนในแต่ละช่วงชั้นก็จะทำให้เรารู้สภาพของนักเรียน มีการประเมินนักเรียนเป็นระยะและบันทึกไว้ในแฟ้มประวัตินี้ ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาของเราเป็นอย่างยิ่ง”</p>



<p>ทั้งนี้<strong> เลขาธิการ กพฐ.</strong> ได้มอบหมายให้สถานศึกษาใน 26 เขตพื้นที่การศึกษานำร่อง ร่วมกันถอดบทเรียนว่าเมื่อได้จัดเก็บประวัตินักเรียนแล้ว เห็นจุดเด่น จุดด้อย หรือข้อบกพร่องอะไรบ้าง ทั้งในส่วนของการดำเนินงานและเครื่องมือที่ใช้ แล้ววิเคราะห์ว่าจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขอย่างไร โดยมั่นใจว่าถ้าหากการทดลองในโรงเรียนนำร่องทั้ง 26 เขตประสบความสำเร็จ ปีการศึกษาหน้า สพฐ. จะนำเครื่องมือนี้ขยายผลไปยังสถานศึกษาในสังกัดทุกแห่ง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-57b892"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/ไกรยส-ภัทราวาท-One-App-news.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ได้กล่าวขอบคุณ สพฐ. ที่ให้ความร่วมมือในการเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการบันทึกประวัติศาสตร์การศึกษาไทยด้านการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และถือเป็นการต่อยอดการทำงานตามนโยบายพาน้องกลับมาเรียนของนายกรัฐมนตรี โดยยืนยันว่าการจัดเก็บข้อมูลนักเรียนผ่านระบบสารสนเทศ จะช่วยให้นักเรียนที่ประสบปัญหาได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างเป็นระบบมากขึ้น</p>



<p>“เมื่อเรามีโอกาสพาน้องๆ กลับมาสู่โรงเรียนได้แล้ว เราน่าจะมีโอกาสดูแลรักษาไม่ให้เขาหลุดจากระบบซ้ำอีก ระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียนนอกจากดึงเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษากลับมาได้แล้ว ยังมีโอกาสช่วยส่งต่อเด็กๆ เหล่านี้ให้ได้เรียนต่อในระดับสูงสุดตามที่พวกเขาต้องการได้อย่างเต็มศักยภาพด้วย แต่น้องๆ เหล่านี้จะไม่มีโอกาสเดินทางไปถึงจุดนั้นได้เลยหากไม่มีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่คอยดูแล คุ้มครอง ป้องกัน ไม่ให้เขาหลุดออกไปจากระบบการศึกษาได้อีก”</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> กล่าวว่า ปีการศึกษา 2565 กสศ. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้พัฒนาระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เป็นระบบ One Application หรือเรียกสั้นๆ ว่าระบบ One App โดยบูรณาการกับฐานข้อมูลปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน,ระบบ DMC, ระบบ CCT ซึ่งลดขั้นตอนการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อนในการออกเยี่ยมบ้านเพื่อคัดกรองและทำความรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคลแต่ละครั้ง มีเป้าหมายลดภาระด้านงานเอกสารของคุณครูลงกว่าร้อยละ 80</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2ba105"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/01-One-App-news.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การเก็บข้อมูลลงระบบ One App ให้เป็นระบบเดียวกัน คุณครูจะทำงานครั้งเดียวแต่สามารถเรียกใช้ข้อมูลได้ทั้งการรายงานข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กและรายงานผลต่างๆ ไปยังผู้บริหารสถานศึกษาในลำดับถัดไปได้ เราตั้งใจที่จะทำให้การทำงานด้านข้อมูลเป็นการทำงานครั้งเดียวและสามารถนำไปใช้ได้หลายๆ ครั้ง โดยใช้เวลาสั้นที่สุดและไม่ต้องใช้กระดาษ สถานศึกษาใน 26 เขตพื้นที่นำร่องจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ใช้ One App ขยายไปสู่เขตพื้นที่การศึกษาอื่นๆ ต่อไป”</p>



<p><strong>ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวต่อไปว่า หลังจากคุณครูกรอกข้อมูลนักเรียนเข้าสู่ระบบสารสนเทศ นอกจากเด็กๆ จะได้รับการดูแลในระบบการศึกษา เด็กทุกคนยังจะได้เข้าสู่ระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา เช่น บางคนเมื่อจบการศึกษาภาคบังคับอาจไปเรียนต่อ กศน. หรือได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพไปเป็นผู้ประกอบการ มีงานทำ มีรายได้ โดย กสศ. จะรับหน้าที่เชื่อมต่อข้อมูลไปยังภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้รับช่วงต่อในการดูแลเด็กแต่ละคน เช่น ทุน กยศ. หรือทุนอื่นๆ จากภาคเอกชน</p>



<p>“ท้ายที่สุดไม่ว่าน้องๆ จะเลือกเส้นทางไหน ล้วนแล้วแต่เป็นเป้าหมายของระบบการศึกษาทั้งนั้น คือมีเส้นทางที่มีความยืดหยุ่นเพียงพอตามความถนัดเป็นรายบุคคล ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้อย่างยั่งยืน ถ้าเราไม่มีระบบช่วยเหลือดูแลนักเรียนด้วยทางเลือกที่หลากหลาย เราไม่ได้มองโจทย์ไปที่เรื่องการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่เรามองว่าต้องมีเส้นทางการพัฒนาทักษะตามศตวรรษที่ 21 ทักษะสังคม เรื่องของอารมณ์ หรือปัญหาอื่นๆ ที่ทำให้เด็กต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาแม้มีศักยภาพก็ตาม”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-176be2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/02-One-App-news.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 กสศ. ได้ทำงานร่วมกับ สพฐ. จัดทำฐานข้อมูลนักเรียนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส เพื่อการจัดสรรทุนเสมอภาค สร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีจุดเน้นต่อไปในปีการศึกษา 2565-2566 คือมุ่งการทำงานในเชิงคุณภาพ โดยจะขยายการทำงานไปในมิติด้านสุขภาพทั้งกายและจิต พฤติกรรม การเรียน และความถนัดเฉพาะด้านเป็นรายบุคคล ซึ่งระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้เป็นอย่างมาก</p>



<p><strong>ระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565</strong> ได้เปิดระบบให้คุณครูดำเนินการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล คัดกรองความเสี่ยง ประเมินจุดแข็งจุดอ่อน (SDQ) ประเมินความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) และการติดตามการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม ถึง ตุลาคม 2565&nbsp; โดยจุดเน้นการทำงานในปีนี้ มีการปรับปรุงแบบฟอร์มจัดเก็บรวบรวมข้อมูลที่ครอบคลุมทุกมิติ สอดรับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA โดยมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนตัวของนักเรียนทุกคนจะได้รับความปลอดภัย และการปรับปรุงระบบสารสนเทศ ให้คุณครูมีความสะดวกและประหยัดเวลาในการทำงานมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการจัดทำหน้าสรุปรายงาน การติดตามนักเรียนที่มีแนวโน้มความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ ผ่านหน้ารายงานผลแบบ Dashboard สถานการณ์ รายชั้นเรียน รายสถานศึกษา รายเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อสนับสนุนการทำงานตั้งแต่ระดับพื้นที่จนถึงการจัดทำนโยบายเพื่อการส่งต่อโอกาสทางการศึกษาเป็นรายบุคคล&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-270722/">กสศ. จับมือ สพฐ. เปิดระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียน คัดกรองความเสี่ยงหลุดระบบการศึกษา 6 ด้าน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
