<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ความเสมอภาคทางการศึกษา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 07 Sep 2026 11:48:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ความเสมอภาคทางการศึกษา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘เชื่อมขบวนรถไฟแห่งโอกาสการศึกษาสู่การมีงานทำ’ ด้วยวงรอบ ‘นิเวศการเรียนรู้’ ที่พร้อมชวนผู้พิการออกมาใช้ชีวิต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-070926/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-070926</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Sep 2026 11:48:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ขบวนรถไฟแห่งโอกาสการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นิเวศการเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงานนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=105315</guid>

					<description><![CDATA[<p>“สังคมที่ปกติ คือสังคมที่เราต้องได้เห็นความแตกต่างหลากห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-070926/">‘เชื่อมขบวนรถไฟแห่งโอกาสการศึกษาสู่การมีงานทำ’ ด้วยวงรอบ ‘นิเวศการเรียนรู้’ ที่พร้อมชวนผู้พิการออกมาใช้ชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>“สังคมที่ปกติ คือสังคมที่เราต้องได้เห็นความแตกต่างหลากหลายอยู่รอบ ๆ ตัว บนท้องถนน รถโดยสารสาธารณะ ร้านอาหาร ในโรงเรียน ในทุกที่ทำงาน ทุก ๆ ที่ควรมีคนทุกวัยทุกประเภท มีผู้พิการออกมาใช้ชีวิต ประกอบอาชีพมีรายได้ โดยไม่ต้องหลบอยู่แค่ในบ้าน</em></p>



<p><em>“&#8230;นั่นคือความหมายของสังคมเสมอภาค ที่จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อระบบถูกออกแบบให้เป็นคำตอบสำหรับชีวิตคนทุกกลุ่มจริง ๆ”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</em></p>



<p><strong>คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.</strong> กล่าวบนเวทีเสวนา <strong>‘ALL MEANS ALL’ Learning Ecosystem: รวมพลังสร้างนิเวศการเรียนรู้เพื่อทุกคน </strong>ที่จัดขึ้นในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เป็นการสรุปให้เห็นภาพรวมจากวงพูดคุยร่วมกันหลายฝ่าย ตั้งแต่ภาครัฐ ชุมชน สถาบันการศึกษา ครอบครัว ผู้ประกอบการเอกชน ที่มาร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้ บทเรียน ประสบการณ์ บนความพยายามสร้าง <strong>‘ระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับผู้พิการ’</strong> ให้ครอบคลุมการเข้าถึงสิทธิพื้นฐาน ความช่วยเหลือดูแลเฉพาะทาง การเข้าถึงการศึกษา ฝึกทักษะอาชีพ การเข้าสู่เส้นทางทำงาน และไม่จบลงแค่นั้น หากยังต้องกินความหมายถึงโอกาสก้าวหน้าในอาชีพ หรือในชีวิตตามลำดับขั้น ทั้งไม่ลืมกางตาข่ายไว้รองรับ ในวันที่กลไกต่าง ๆ ในสังคมเปลี่ยนแปลงตามเวลา</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-01.jpg" alt="" class="wp-image-105330" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>‘เวทีแห่งนี้’ ได้เผยให้เห็นวงรอบของนิเวศเรียนรู้สำหรับผู้พิการ ซึ่งที่ผ่านมามีผลสำเร็จจับต้องได้ของหลายฝ่าย อาทิ การรวมกลุ่มผู้ปกครองผู้พิการ ที่นำไปสู่การจัดตั้งศูนย์การเรียนเพื่อจัดการศึกษาโดยครอบครัว หรือการทำงานของหน่วยจัดการเรียนรู้ ที่สร้างความเข้าใจและทลายกำแพงทัศนคติในชุมชน จนเกิดการอยู่ร่วม ดูแล และสนับสนุนการเรียนรู้สู่การทำงานของผู้พิการในพื้นที่ ตลอดจนสถาบันการศึกษาผู้ผลิตครูการศึกษาพิเศษ ที่เข้าไปจับมือกับสถาบันอาชีวศึกษา จนเกิด <strong>‘เส้นทางเรียนรู้สายอาชีพ’</strong> บ่มเพาะเยาวชนผู้พิการจนมีทักษะทำงานขั้นสูง และเชื่อมต่อถึงตำแหน่งงานในสถานประกอบการภาคเอกชน ซึ่งไม่เพียงตั้งรับ หากยังยื่นมือเข้ามาช่วยพัฒนาหลักสูตร เพื่อให้พื้นที่ตลาดแรงงานพร้อมรองรับผู้พิการรุ่นใหม่ ๆ ทุกปี</p>



<p>ผอ.สำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. กล่าวว่า ความร่วมมือจากทุกทิศทางนี้เปรียบได้กับ ‘โบกี้รถไฟ’ ที่เชื่อมต่อกันจนเป็น ‘ขบวนรถไฟ’ ที่มีความหมายประหนึ่ง <strong>‘หลักประกันโอกาสทางการศึกษาสำหรับผู้พิการ’</strong> โดยเมื่อทุกฝ่ายยึดเป็นวาระทางสังคม ความรู้ ข้อมูล ความชำนาญเฉพาะทาง หรือบทเรียนการทำงานต่างสถานการณ์และข้อจำกัด ก็หลั่งไหลมาร้อยเรียง จนภาพของนิเวศการเรียนรู้สู่การทำงาน หรือการออกมาใช้ชีวิตของผู้พิการ ปรากฏ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณธันว์ธิดา-วงศ์ประสงค์.jpg" alt="" class="wp-image-105331" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณธันว์ธิดา-วงศ์ประสงค์.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณธันว์ธิดา-วงศ์ประสงค์-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณธันว์ธิดา-วงศ์ประสงค์-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณธันว์ธิดา-วงศ์ประสงค์-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณธันว์ธิดา-วงศ์ประสงค์-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ณ จุดเริ่มต้น ก่อนที่หนึ่งโบกี้จะแข็งแรงพร้อมเชื่อมประกอบเป็นขบวนรถไฟ คุณธันว์ธิดา บอกว่าสิ่งสำคัญอันเป็นรากฐาน ซึ่งอาจเปรียบได้กับ ‘รางรถไฟ’ คือการส่งต่อของทัศนคติ ให้ ‘สังคม’ รับรู้ มองเห็น และยอมรับในความแตกต่างหลากหลาย หรือคือหลักคิดของการอยู่ร่วมกัน ที่ว่า ‘ทุกคนในสังคมล้วนขาดพร่องและมีความต้องการไม่เหมือนกัน’</p>



<p>“เมื่อพูดถึงความหลากหลาย เราต้องมองในมิติที่ว่าคนทุกคนมีส่วนที่ขาด ไม่ว่าตั้งแต่จุดเริ่มต้น หรือประสบเหตุใดก็ตามจนชีวิตเปลี่ยนแปลง ดังนั้นสังคมจึงต้องมีหลักประกันโอกาส ไม่ว่าด้านสุขภาพ การศึกษา พื้นที่พัฒนาศักยภาพสู่การมีงานมีอาชีพ ซึ่งทัศนคติเช่นนี้เอง ที่จะพาไปถึงการออกแบบโครงสร้างของสังคมเสมอภาค</p>



<p>“ส่วนสิ่งที่จะมาสนับสนุนต่อจากทัศนคติที่ส่งออกไป คือความร่วมมือ ที่ทุกฝ่ายต้องแบ่งปันและคิดว่าคือการทำงานร่วมกัน บนเป้าหมายร่วม คือค้นหารวบรวมข้อมูลของผู้พิการทุกคนทุกช่วงวัย จากทุกชุมชน จากบ้านทุกหลัง แล้วจึงร่วมกันมองถึงความเป็นไปได้ในการออกแบบการดูแลช่วยเหลือ และส่งต่อถึงเส้นทางการศึกษา ฝึกทักษะ และการมีอาชีพ”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>จากรางรถไฟกำหนดเส้นทาง ขยับมาดูโบกี้เล็ก ๆ ที่เป็นพื้นที่แรกเริ่มของผู้พิการคนหนึ่ง คือ ‘ครอบครัว’ โดย <strong>คุณพิมพ์ใจ พันวินิต ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนปัญญ์ฟาร์มสุข </strong>กล่าวว่า ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลอาจเป็นเพียงหน่วยเล็ก ๆ แต่ถือว่ามีบทบาทสำคัญที่สุดสำหรับผู้พิการ เพราะคือคนที่รู้ถึงขีดความสามารถและข้อจำกัด อันจะเป็นต้นทุนของการจัดการเรียนรู้ หรือส่งเสริมพัฒนาการที่ตรงจุด &nbsp; &nbsp; <strong>&nbsp;</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-02.jpg" alt="" class="wp-image-105332" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>คุณพิมพ์ใจถ่ายทอดประสบการณ์ในฐานะผู้ปกครอง และเป็นแกนเชื่อมกลุ่มผู้ปกครองจัดตั้งศูนย์การเรียน เพื่อจัดการเรียนรู้สำหรับผู้พิการในชื่อ ‘ศูนย์การเรียนปัญญ์ฟาร์มสุข’ ว่า “พื้นฐานความสนใจ ความถนัด และข้อจำกัดของผู้พิการแต่ละคน คือกุญแจที่จะไขไปสู่การจัดการเรียนรู้ที่เป็นไปได้ ศูนย์การเรียนปัญญ์ความสุขจึงพยายามสร้างพื้นที่เรียนรู้บนความเชื่อว่า ผู้พิการทุกช่วงวัยเรียนรู้ร่วมกันได้ หากจัดพื้นที่เหมาะสม สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครองทุกคนเชื่อว่าตนเป็นครูได้ และมีแผนการเรียนรู้เฉพาะบุคคลที่แข็งแรงพอ  </p>



<p>“หลักสำคัญคือผู้ปกครองต้องหมั่นสังเกต ทำความเข้าใจ และเชื่อมต่อทำงานกับสหวิชาชีพเช่นแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดได้ ในการประเมินศักยภาพและข้อจำกัด จากนั้นจึงสามารถร่าง ‘แผนการศึกษารายบุคคล’ (IEP) ที่ครอบคลุมเรื่องการส่งเสริมจุดเด่นของผู้เรียน การพัฒนาทักษะสังคม การเลือกใช้สื่อการเรียนรู้ จนถึงรายละเอียดการจัดพื้นที่เรียนรู้ ให้เหมาะสม ปลอดภัย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พิมพ์ใจ-พันวินิต.jpg" alt="" class="wp-image-105333" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พิมพ์ใจ-พันวินิต.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พิมพ์ใจ-พันวินิต-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พิมพ์ใจ-พันวินิต-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พิมพ์ใจ-พันวินิต-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พิมพ์ใจ-พันวินิต-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">คุณพิมพ์ใจ พันวินิต</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ผอ.ศูนย์การเรียนปัญญ์ความสุข พูดถึงบทเรียนจากการรวมกันเป็นเครือข่ายผู้ปกครองผู้พิการ ที่ช่วยให้ครอบครัวสามารถมองเห็นเป้าหมายเป็นลำดับ ตั้งแต่การร่วมส่งต่อความรู้ เป็นพื้นที่ของความเข้าใจ กำลังใจ และเป็น ‘ผนังพิง’ ให้ผู้ปกครองที่ยังมองไม่เห็นทาง เข้าถึงแนวทางจัดการศึกษาและกระตุ้นพัฒนาการ บนฐานความเชื่อมั่นว่า ‘ผู้ปกครองสามารถเป็นคนแรกที่จะออกแบบการเรียนรู้ได้ โดยมีพื้นที่กิจกรรมเล็ก ๆ ในครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้น’&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ต่อด้วย <strong>คุณมะโนลา พึ่งอำนวย ประธานชมรมเพื่อคนพิการจังหวัดเลย </strong>ที่เล่าถึงการสร้างนิเวศการเรียนรู้ในชุมชนสำหรับผู้พิการ โดยยึดหลักการรับฟัง ทำความเข้าใจ หรือคำนึงถึง ‘ความต้องการของผู้เรียนรู้’ เป็นตัวตั้ง ก่อนจะวางแผนต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้พิการนำทักษะจากการอบรมไปใช้สร้างอาชีพได้จริง มีตลาดรองรับ ขณะที่การส่งต่อทัศนคติถึงสังคมจำเป็นต้องย้ำสารกับทุกฝ่าย ทั้งเพื่อนบ้าน ตลาด ร้านค้า โรงเรียน จนถึงสถานที่ทำงาน เพื่อให้เกิดการยอมรับ เชื่อมั่นและให้โอกาส ทั้งต้องไม่ละเลยเรื่องการปรับสถานที่ เช่นห้องน้ำ ทางเดิน และเพิ่มเติมสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต และการทำงานของผู้พิการ แล้วเมื่อนั้น ‘การอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างหลากหลายจึงเป็นไปได้’&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“การพาผู้พิการคนหนึ่งไปถึงโอกาส ไม่ใช่แค่การคิดถึงการพาไปเรียน พาไปมีอาชีพ แต่ทุกคนในสังคมแวดล้อมต้องรับรู้ถึงการมีอยู่ ข้อจำกัด และศักยภาพของเขา ถ้าทำได้ เราถึงพูดได้ว่าสำเร็จแล้วในการสร้างสังคมเสมอภาค เพราะที่ตรงนั้น ผู้พิการจะรู้สึกมีตัวตน ได้ออกมาใช้ชีวิต หรือรู้สึกว่าเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมจริง ๆ&#8221;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/มะโนลา-พึ่งอำนวย.jpg" alt="" class="wp-image-105334" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/มะโนลา-พึ่งอำนวย.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/มะโนลา-พึ่งอำนวย-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/มะโนลา-พึ่งอำนวย-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/มะโนลา-พึ่งอำนวย-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/มะโนลา-พึ่งอำนวย-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">คุณมะโนลา พึ่งอำนวย</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ในบทบาทสถาบันการศึกษา <strong>รศ.ดร.ชนิศา ตันติเฉลิม หัวหน้าโครงการหนุนเสริมวิชาการโครงการ ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ และรองคณบดี คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </strong>กล่าวว่า การสร้างเส้นทางการศึกษาสายอาชีพสู่การมีงานทำ คือการมองถึงทุกขั้นตอนตลอดชีวิตจากต้นถึงปลายทาง ประเด็นสำคัญคือการคัดกรองตั้งแต่เข้าสู่ระบบการศึกษา ที่ผู้ปกครองและครูจะช่วยได้ในเบื้องต้น เพื่อค้นพบข้อจำกัดของการเรียนรู้ ส่งเสริมพัฒนาการทันท่วงที และจะส่งผลโดยตรงต่อการสะสมทักษะและศักยภาพเพื่อการศึกษาระยะยาว</p>



<p>“ในช่วงแรกที่เข้าสู่การศึกษา การคัดกรองแต่ต้นทาง จะยิ่งเพิ่มโอกาสของผู้พิการในนการเรียนร่วม หรือสามารถกระตุ้นพัฒนาการได้ไวยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามเป้าหมายการคัดกรองเบื้องต้น เราจะมุ่งหาเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด และต้องเจอให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะในช่วงวัยแรกเกิดถึง 7 ปี อย่างน้อยที่สุด เราต้องรู้ว่าทำไมเด็กคนหนึ่งเรียนช้า เรียนไม่เข้าใจ ซึ่งทุกวันนี้เรามีเครื่องมือที่ผู้ปกครองและครูสามารถทำได้ และคิดว่าควรเป็นทักษะที่จำเป็นต้องพัฒนาให้ครูทุกคนทำได้ในอนาคตอันใกล้”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-03.jpg" alt="" class="wp-image-105335" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>รศ.ดร.ชนิศา กล่าวย้ำว่า การคัดกรองเบื้องต้นไม่เพียงช่วยส่งเสริมกระตุ้นพัฒนาการ หากยังสำคัญมากต่อความพร้อมสำหรับการศึกษาระดับสูง</p>



<p>“เด็กที่มีต้นทุนทางศักยภาพต่อเนื่องไม่ขาดตอน ตั้งแต่อนุบาลถึงอาชีวศึกษา เขาจะพร้อมไปต่อทันที ด้วยทักษะอ่านเขียน การสื่อสารเข้าสังคม การดูแลตัวเองและจัดการอุปสรรคปัญหาเบื้องต้น แล้วเมื่อเข้าสู่ข้อต่อสุดท้ายก่อนไปสู่การมีงานทำ เราถือว่าอาชีวศึกษาคือคำตอบที่เหมาะสมสำหรับผู้พิการ ด้วยลักษณะเฉพาะคือระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นสูง และให้ความสำคัญกับการมุ่งค้นพบศักยภาพระดับบุคคล”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/รศ.ดร.ชนิศา-ตันติเฉลิม.jpg" alt="" class="wp-image-105336" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/รศ.ดร.ชนิศา-ตันติเฉลิม.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/รศ.ดร.ชนิศา-ตันติเฉลิม-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/รศ.ดร.ชนิศา-ตันติเฉลิม-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/รศ.ดร.ชนิศา-ตันติเฉลิม-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/รศ.ดร.ชนิศา-ตันติเฉลิม-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">รศ.ดร.ชนิศา ตันติเฉลิม</figcaption></figure></div>


<p><strong> </strong></p>



<p>รองคณบดี คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย<strong> </strong>ระบุว่าตรงปลายทางของการพัฒนาศักยภาพผู้พิการ ภาพที่ทุกฝ่ายต้องการเห็นคือ ‘การมีงานทำ’ ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีจุดเริ่มต้น &#8230;จากการค้นหาค้นพบ และมีพื้นที่โอกาสเรียนรู้ เพื่อผู้พิการคนหนึ่งได้ตระหนักถึงคุณค่าของความสามารถในตัวเอง และนำไปใช้เป็นเครื่องมือฝ่าฟันอุปสรรค กล้าเดินออกไปสู่สังคม พร้อมเผชิญโอกาสใหม่ ๆ ในชีวิต &#8230;ซึ่งทั้งหมดนั้นรออยู่บนเส้นทางอาชีพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><em>‘ที่ </em><strong><em>‘คาเฟ่ อเมซอน’ (Café Amazon) </em></strong><em>พนักงานทุกคนต้องมีเส้นทางอาชีพที่มั่นคง ทุกคนต้องได้รับค่าจ้างในเรทเดียวกัน วัดผลงานในมิติเดียวกัน และสามารถก้าวไปสู่ตำแหน่งงานระดับสูงได้ทัดเทียมกัน โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ หรือความพิการ’</em></p>



<p><strong>คุณภูรี สมิทธิเนตย์ หัวหน้าโครงการ Café Amazon for Chance บริษัท สานพลัง วิสาหกิจ เพื่อสังคม</strong> เล่าถึงโครงการ Café Amazon for Chance ที่มี 523 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งเปิดรับพนักงานผู้สูงวัยและผู้พิการ และ<strong>ความตั้งใจในการจับมือกับสถานศึกษาอาชีวศึกษา ในโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสำหรับผู้มีความต้องการพิเศษ เพื่อเป็น ‘โบกี้เชื่อมต่อ’ จากการศึกษาสู่อาชีพของผู้พิการ</strong> ด้วยแนวคิดดังกล่าว อเมซอนจึงเข้าไปร่วมพัฒนาหลักสูตรเรียนรู้ และปรับเปลี่ยนพื้นที่และระบบการทำงานทั้งหมด เพื่อรองรับผู้พิการประเภทต่าง ๆ โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วย มีการฝึกอบรมพนักงานทั้งหมดให้เรียนรู้เรื่องการใช้ภาษามือ รวมถึงให้ความสำคัญกับระบบเตือนภัยและอุบัติเหตุต่าง ๆ ระหว่างการทำงาน สำหรับผู้พิการโดยเฉพาะ&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-04.jpg" alt="" class="wp-image-105337" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ในฐานะผู้บริหาร คุณภูรีเชื่อว่า ‘ยิ่งสถานประกอบการช่วยลดข้อจำกัดลงได้เท่าไหร่ ประตูโอกาสสำหรับผู้พิการในตลาดแรงงานก็จะยิ่งเปิดกว้างขึ้นเท่านั้น’ และใช่เพียงการเป็นผู้ให้ หากในการสร้างระบบการศึกษาสู่การทำงาน สถานประกอบการเองยังเป็นฝ่ายได้รับ จากศักยภาพในการทำงานที่มาพร้อมกับทักษะพิเศษ ทั้งความสามารถพิเศษในการสังเกต จดจำ คำนวณ จนถึงความละเอียดใจใส่ในบริการ ที่ถือเป็นจุดเด่นและคือความภาคภูมิใจของคาเฟ่ อเมซอน เสมอมา  </p>



<p>“เช่นที่บอกว่าที่อเมซอน ทุกคนต้องมีโอกาสเติบโตก้าวหน้า มีอาชีพมั่นคง เราจึงส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมีโอกาสอบรมเป็นผู้ประกอบการ มีการเชื่อมต่องานกับธนาคารออมสินในฐานะพาร์ทเนอร์ ทำโครงการเงินกู้เพื่อเริ่มธุรกิจ และสำหรับพนักงานผู้พิการ ในการอบรมเราจะดึงผู้ปกครองเข้ามาร่วมด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าวันที่เขาออกไปประกอบธุรกิจด้วยตัวเอง กระบวนการและระบบต่าง ๆ จะมีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และสำเร็จได้”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณภูรี-สมิทธิเนตย์.jpg" alt="" class="wp-image-105338" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณภูรี-สมิทธิเนตย์.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณภูรี-สมิทธิเนตย์-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณภูรี-สมิทธิเนตย์-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณภูรี-สมิทธิเนตย์-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณภูรี-สมิทธิเนตย์-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">คุณภูรี สมิทธิเนตย์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>และในการ ‘สร้างนิเวศการเรียนรู้เพื่อผู้พิการ’ วงรอบการทำงานจะวนมาบรรจบกันไม่ได้เลย หากไม่มีความร่วมมือจากฝ่ายผู้กำหนดนโยบาย ซึ่งคือภาครัฐ ที่ในวงเสวนาครั้งนี้ มี <strong>คุณสิริณัฏฐ์ อ่อนไสว ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสิทธิกองส่งเสริมสิทธิและสวัสดิการคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.)</strong> และ <strong>คุณวรางคณา ไชยเรือน ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) </strong>มาร่วมฉายภาพสถานการณ์ของผู้พิการ โอกาสทางการศึกษา และการจัดการศึกษาที่เปิดพื้นที่สำหรับทุกคน&nbsp; <strong>&nbsp;</strong></p>



<p>โดย คุณสิริณัฏฐ์ ให้ภาพรวมสถานการณ์ผู้พิการว่า ปัจจุบันผู้มีบัตรประจำตัวผู้พิการอยู่ที่ 2.3 ล้านคน ในจำนวนนี้มีสัดส่วนเป็นเด็กเยาวชน 3.3% วัยแรงงาน 3.4% ผุ้สูงอายุ 61% และเด็กเกิดใหม่ 0.5% ประเด็นสำคัญคือต้องผลักดันให้ผู้พิการที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลชุดนี้ เข้าถึงการทำบัตรประจำตัวเพื่อรับสิทธิพื้นฐาน ซึ่ง พก. ได้ปรับระบบให้สะดวกในเรื่องการประเมินความพิการ และการขอรับบัตรประจำตัวผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งทำได้ในโรงพยาบาลมากกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังได้เชื่อมต่อข้อมูลผู้พิการผ่านระบบ ThaiD เพื่อการยืนยันตัวตน ตรวจสอบสิทธิ และการใช้งานบริการต่างๆ ที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยจากการทำธุรกรรมออนไลน์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-05.jpg" alt="" class="wp-image-105339" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-05.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-05-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ด้าน คุณวรางคณา เสริมว่า ปีการศึกษา 2569 มีนักเรียนผู้พิการเรียนร่วมในโรงเรียนสังกัด สพฐ. ราว 37,000 คน ในโรงเรียน 21,000 แห่ง (จากทั้งหมด 2.8 หมื่นแห่ง) และมีนักเรียนผู้พิการอีกราว 20,000 คน ในโรงเรียน 130 แห่งภายใต้สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ  </p>



<p>ภารกิจของ สศศ. คือสนับสนุนการคัดกรองความพิการเบื้องต้น โดยครูผู้ผ่านหลักสูตรคัดกรองผู้พิการ เพื่อให้พบอุปสรรคการเรียนรู้ ความต้องการการช่วยเหลือหรือการใช้สื่อเฉพาะทาง พร้อมกันนี้ สศศ. ยังผลักดันให้โรงเรียนทุกแห่งพร้อมเปิดรับนักเรียนผู้พิการเรียนร่วมมากขึ้น ผ่านการส่งเสริมให้ครูมีทักษะออกแบบแผนการเรียนรู้เฉพาะบุคคล</p>



<p>นอกจากนี้ โรงเรียนในสังกัดจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดสภาพแวดล้อมสำหรับนักเรียนผู้พิการ และนำการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นมาช่วยลดข้อจำกัดการเรียนรู้ พร้อมส่งเสริมให้ครูค้นพบศักยภาพและความสนใจของเด็กเป็นรายคน ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักของการจัดการศึกษาของโรงเรียนในสังกัด สพฐ. และท้ายที่สุดแต่ละโรงเรียนจะต้องทำงานร่วมกัน เพื่อเชื่อมข้อมูลส่งต่อนักเรียนข้ามรอยต่อการศึกษาทุกช่วงชั้น เพื่อสร้างเส้นทางการศึกษาต่อเนื่องเป็นลำดับขั้น      </p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="105340" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณสิริณัฏฐ์-อ่อนไสว.jpg" alt="" class="wp-image-105340" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณสิริณัฏฐ์-อ่อนไสว.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณสิริณัฏฐ์-อ่อนไสว-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณสิริณัฏฐ์-อ่อนไสว-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณสิริณัฏฐ์-อ่อนไสว-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณสิริณัฏฐ์-อ่อนไสว-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">คุณสิริณัฏฐ์ อ่อนไสว</figcaption></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="105341" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณวรางคณา-ไชยเรือน.jpg" alt="" class="wp-image-105341" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณวรางคณา-ไชยเรือน.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณวรางคณา-ไชยเรือน-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณวรางคณา-ไชยเรือน-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณวรางคณา-ไชยเรือน-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณวรางคณา-ไชยเรือน-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">คุณวรางคณา ไชยเรือน</figcaption></figure>
</figure>



<p></p>



<p>คนสุดท้ายที่จะช่วยแสดงภาพ ว่าตรงกลางวงรอบของนิเวศการเรียนรู้นั้นหน้าตาเป็นอย่างไร?</p>



<p>ซึ่งผู้ที่จะบอกได้ก็คือ ‘ผู้โดยสาร’ บนขบวนรถไฟแห่งหลักประกันโอกาสทางการศึกษา สู่การมีงานทำสำหรับผู้พิการ ขบวนนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>‘ภูเขา’ ร่มเกล้า รุกขชาติ </strong>จบการศึกษาชั้น ปวส. หลักสูตรคอมพิวเตอร์และการพัฒนาระบบสารสนเทศ ด้วยทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง จากวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา ก่อนได้เข้าทำงานที่ บริษัท โกซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด (<a href="https://www.gosoft.co.th/about-us/">Gosoft (Thailand) Co., Ltd.</a>) ในเครือ ซีพี ออลล์ และมีประสบการณ์ทำงานมาแล้วปีครึ่ง พูดถึงเนื้องานของเขาว่า ในฐานะโปรแกรมเมอร์ เขามีหน้าที่จัดการข้อมูลสมาชิกลูกค้าชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นการได้นำทักษะและความรู้ที่เรียนมาใช้อย่างเต็มที่</p>



<p>ภูเขาทบทวนเส้นทางที่ผ่านมา ว่า จากบ้านห่างไกลจากตัวเมือง ห้อมล้อมด้วยไร่มันสำปะหลัง เขาเคยคิดว่าถึงได้เรียน แต่สุดท้ายเมื่อจบ ม.3 ความต้องการตัวช่วยในการใช้ชีวิตที่มากกว่าคนอื่น คงทำให้เขาทำได้แค่กลับไปอยู่เฉย ๆ ที่บ้านอีกครั้ง&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“แต่เพราะตอนนั้น ผมไม่รู้ว่ามันยังมีเส้นทางไปต่อ”</p>



<p>ภูเขาไม่เลิกหวัง พยายามหาข้อมูลจนพบ ว่าวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เปิดรับผู้พิการเข้าเรียน และมีสาขาที่เขาสนใจ จากนั้นเส้นทางจึงเชื่อมต่อจาก ปวช. ถึง ปวส. และไม่ทันเรียนจบ ทางเส้นนั้นก็ไปเชื่อมต่อกับการทำงาน เมื่อข่าวดีมาถึงว่า โกซอฟท์ประเทศไทยเตรียมต้อนรับเขาในฐานะพนักงานคนใหม่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/‘ภูเขา-ร่มเกล้า-รุกขชาติ.jpg" alt="" class="wp-image-105342" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/‘ภูเขา-ร่มเกล้า-รุกขชาติ.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/‘ภูเขา-ร่มเกล้า-รุกขชาติ-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ภูเขา’ ร่มเกล้า รุกขชาติ</figcaption></figure></div>


<p><strong> </strong></p>



<p>“จุดที่สำคัญจริง ๆ ที่ทำให้ผมมาถึงวันนี้ คือจุดเชื่อมต่อรองรับตั้งแต่โรงเรียน วิทยาลัย จนถึงที่ทำงาน ซึ่งมันจำเป็นมากต่อผู้พิการอีกจำนวนมากที่อยากเรียน อยากมีทักษะอาชีพ อยากทำงานเลี้ยงดูตัวเอง เพราะสำหรับเรา ข้อจำกัดเรื่องการเดินทางและการใช้ชีวิต มักทำให้คิดไปก่อนว่าไม่มีที่ไหนเปิดรับ หรือเมื่อถึงปลายทางหนึ่งของการเรียนแล้ว ก็อาจไม่มีเส้นทางต่อเชื่อมรองรับ</p>



<p>“ผมถือว่าโชคดีหลายต่อ ต่อแรกคือแม้บ้านเราไม่มีทุนทรัพย์มากมาย แต่ครอบครัวสนับสนุนผมเรื่องเรียนเสมอ ต่อที่สองคือผมเจอโรงเรียนที่เข้าใจ มีเพื่อน ๆ เข้าใจ มีครูเข้าใจและคอยส่งเสริม และต่อที่สามคือผมกล้าที่จะสมัครเรียนสายอาชีพหลังจบ ม.3 โดยไม่กลัวกับการเรียนไกลบ้าน เพราะคิดว่าเมื่อโอกาสอยู่ตรงหน้าแล้ว ยังไงก็ต้องลอง ต้องพิสูจน์ ว่าเราก็ทำได้”</p>



<p>ภูเขาทิ้งท้ายว่า ยังมีผู้พิการอีกไม่น้อยที่ต้องการเรียนรู้ในสาขาวิชาที่หลากหลาย เพื่อการพัฒนาตัวเองอย่างตรงจุดและเต็มศักยภาพ จึงคาดหวังว่าสถาบันต่าง ๆ จะหันมาเปิดรับผู้พิการมากขึ้น เพื่อทางเลือกที่เปิดกว้าง ไม่สิ้นสุดแค่การมีงานทำ แต่คือเส้นทางเรียนรู้เติบโต และเป็นหลักประกันให้ออกไปใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>และนี่คือวงรอบของ ‘นิเวศการเรียนนรู้ตลอดชีวิตของผู้พิการ’ ที่พ่วงต่อร้อยรวมเป็น ‘ขบวนรถไฟแห่งโอกาส’ ที่จะเพิ่มพื้นที่ให้ผู้พิการออกมาใช้ชีวิตได้ เช่นเดียวกับคนทุกคน&nbsp;</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-06.jpg" alt="" class="wp-image-105343" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-06.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-06-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-06-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-06-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-06-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-070926/">‘เชื่อมขบวนรถไฟแห่งโอกาสการศึกษาสู่การมีงานทำ’ ด้วยวงรอบ ‘นิเวศการเรียนรู้’ ที่พร้อมชวนผู้พิการออกมาใช้ชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เนือยนิ่ง ไร้ความหวัง ไร้ความฝัน ใช้ชีวิตไปวันๆ : เรียนรู้ถดถอย ชีวิตหล่นหาย เมื่อห้องเรียนไม่ตอบโจทย์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-260826/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-260826</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Aug 2026 06:27:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[อบต.นาเลียง]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[นครพนม]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=105074</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ขี้คร้าน (ขี้เกียจ) เรียนครับ ชอบแต่งรถ ไปโรงเรียนก็ไม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-260826/">เนือยนิ่ง ไร้ความหวัง ไร้ความฝัน ใช้ชีวิตไปวันๆ : เรียนรู้ถดถอย ชีวิตหล่นหาย เมื่อห้องเรียนไม่ตอบโจทย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ขี้คร้าน (ขี้เกียจ) เรียนครับ ชอบแต่งรถ ไปโรงเรียนก็ไม่เข้าเรียน ไปอยู่หลังห้องน้ำบ้าง สนามบอลบ้าง ชอบอยู่บ้านเล่นเกม ROV”</p>



<p>ประโยคสั้นๆ จาก ‘ปอนด์’ วัย 17 ปี และ ‘อั้ม’ วัย 16 ปี ซื่อตรงเกินกว่าจะปิดบังความจริงของเด็กชายขอบเมืองพื้นที่ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม เยาวชนวัยรุ่นคู่หูที่ตัดสินใจหันหลังให้ระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับชั้น ม.1</p>



<p>คำว่า ‘ภาวะการเรียนรู้ถดถอย’ หรือ ‘Learning Loss’ ในความหมายทางวิชาการ หมายถึงภาวะที่เด็กมีความสามารถในการเรียนรู้หรือผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ลดลง หรือลืมสิ่งที่เคยเรียนไป เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ที่ทำให้การเรียนรู้ไม่เป็นไปตามปกติ&nbsp; ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทักษะพื้นฐาน ต่อเนื่องไปถึงการกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา และอาจส่งผลต่อการเรียนรู้ในระยะยาว เมื่อสถานการณ์นั้นสิ้นสุดลง โดยผลกระทบดังกล่าวจะรุนแรงมากขึ้นในกลุ่มยากจนหรือด้อยโอกาส</p>



<p>แต่สำหรับพวกเขา คำว่า Learning Loss ได้ขยายความของภาวะการเรียนรู้ถดถอยให้ไม่ใช่แค่เรื่องในสมุดรายงานผลการเรียน หากแต่คือ ‘สภาวะเนือยนิ่ง’ การสูญเสียเป้าหมายชีวิต และการถูกลอยแพอยู่ริมขอบของสังคม</p>



<p>ไร้ความหวัง ไร้ความฝัน ใช้ชีวิตไปวันๆ คือภาวะที่เกิดขึ้นกับทั้งอั้มและปอนด์ รวมถึงเด็กๆ อีกหลายสิบคนที่เต็มใจลาออกออกจากโรงเรียนในระดับ ม.ต้น&nbsp;</p>



<p>เราอยากชวนทุกคนมาสำรวจรอยแผลใต้พรมการศึกษา ผ่านบทสนทนากับสองเด็กหนุ่มผู้เคยหันหลังให้ห้องเรียน เพื่อค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่หล่นหายไปอย่างแท้จริง และระบบนิเวศการศึกษาแบบไหนที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="799" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-55.jpeg" alt="" class="wp-image-105075" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-55.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-55-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-55-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-55-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-55-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) ปอนด์, อั้ม</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>‘ขี้เกียจเรียน’ หรือ ‘โรงเรียนไม่ตอบโจทย์’</strong>&nbsp;</h3>



<p>“ขี้เกียจ ติดเพื่อน ตีไก่ชน สนุกครับ” ปอนด์เล่าให้ฟัง&nbsp;</p>



<p>สำหรับเด็กหลายคนที่หลุดออกจากระบบ ภาพจำของคนนอกมักมองว่าพวกเขาเป็นเด็กมีปัญหา หรือเด็กเกเร แต่สำหรับปอนด์ความรู้สึกอยากออกจากโรงเรียนเริ่มจากเรื่องธรรมดาๆ อย่างความรู้สึกไม่เชื่อมโยงและความขี้เกียจที่ค่อยๆ กัดเซาะความหมายของการเรียนไปทีละน้อย</p>



<p>“ไปช่วยเขานำไก่ไปชน ได้ 300 เลยออกไปช่วยเขาเต็มตัว ไม่ต้องขอแม่”</p>



<p>สำหรับปอนด์พื้นที่นอกโรงเรียนกลายเป็นสถานที่มอบความสุข ตัวตน และรายได้เล็กๆ น้อยๆ ให้ปอนด์ทันที เพราะจุดที่ทำให้ปอนด์ตัดสินใจออกจากโรงเรียนทันที คือการที่ได้ไปคลุกคลีกับรุ่นพี่ที่เลี้ยงไก่ชน&nbsp;</p>



<p>เมื่อออกจากโรงเรียนมานานนับปี ช่วงเวลาที่หายไปจากการเรียนรู้ถูกแทนที่ด้วยสภาวะเนือยนิ่ง วงจรชีวิตในแต่ละวันขยับแบบไร้เป้าหมาย จากวงตีไก่ สู่การชนปลากัด เล่นเกม ROV, Free Fire, ตกปลา ยิงปลา และจบลงที่การซิ่งมอเตอร์ไซค์ ซึ่งปอนด์ยอมรับว่าทำสิ่งเหล่านี้ไปจนเบื่อแล้วแต่ก็ไม่รู้จะไปไหน</p>



<p>“ตื่น 6-7 โมง กินข้าว เล่นเกม แล้วก็นอน รถพังแล้วขายในเฟซบุ๊ก ถ้ามีรถใหม่ก็คงแว้นอีก”</p>



<p>เรื่องของอั้มก็คล้ายๆ กัน เหตุผลที่ออกจากโรงเรียนเพราะปัญหาการเงินของที่บ้านและการได้แว้นรถสนุกกว่าเรียนในห้องเรียนเป็นไหนๆ</p>



<p>ทั้งคู่ไม่มีเป้าหมายระยะยาวของตัวเอง เพราะชีวิตแขวนไว้กับความสุขบนท่อไอเสีย และหน้าจอสมาร์ตโฟน พวกเขาไม่รู้ว่าจะมีชีวิตเพื่ออะไรในโครงสร้างที่ยังไม่เห็นว่าเอื้อให้เติบโต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-61.jpeg" alt="" class="wp-image-105076" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-61.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-61-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-61-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-61-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-61-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แผลเป็นใต้พรมและความเหลื่อมล้ำ</strong></h3>



<p>ในขณะที่บ้านและโรงเรียนก็ไม่ได้มีพลังมากพอที่จะรั้งปอนด์และอั้มให้เรียนต่อ&nbsp;</p>



<p>“ครูมาหาครั้งหนึ่ง มาถามว่าจะกลับไปเรียนไหม ผมตอบว่ากลับครับแต่ก็ไม่ได้ไปเลย มันอยากออกแล้ว” ปอนด์บอก</p>



<p>เหมือนที่อั้มเล่าว่า “พ่อแม่รู้ เขาไม่ด่า บอกว่าถ้าไม่เรียนก็ให้มาทำนา ขอเงินเท่าไหร่ก็ให้ ซื้อสดให้เลย”</p>



<p>ข้อมูลจากสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ระบุว่าเด็กปฐมวัยในชุมชนแออัดถึง 77% มีพัฒนาการถดถอย และกว่า 90% ขาดการศึกษาต่อเนื่อง ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากตัวเด็กเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากโครงสร้างที่กดทับ</p>



<p>“เรามองว่าเขาขาดโอกาสสำหรับครอบครัวที่ยากจน หรือมีปัญหาครอบครัวทางด้านสังคมที่แตกต่างกันไป แต่คนมีเงินบางคนเขาก็อาจจะไม่ได้ตั้งใจเรียนก็มี อยู่ที่ครอบครัวมากกว่าว่าจะอบรมเด็กได้แค่ไหน”&nbsp;</p>



<p><strong>สรรเสริญ แก้วคนตรง</strong> ผู้ใหญ่บ้านในตำบลนาเลียง เล่าให้ฟังว่าเด็กในพื้นที่นี้มีครอบครัวที่มีรายได้ยากจน และระดับปานกลาง ส่วนใหญ่พ่อแม่มักจะเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯ ไปต่างประเทศ แล้วให้เด็กๆ อยู่กับปู่ย่าตายาย จะกลับบ้านมาแค่ช่วงเทศกาลหยุดยาว หรือไม่ก็แค่ส่งเงินมาเท่านั้น&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-62.jpeg" alt="" class="wp-image-105077" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-62.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-62-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-62-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-62-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-62-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">สรรเสริญ แก้วคนตรง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>เด็กหลายคน รวมถึงอั้มและปอนด์ จึงเติบโตมากับตา ยาย หรือพี่สาว&nbsp;</p>



<p>“ถ้าพ่อแม่เข้มงวดเข้าใจลูกมากพอจะดีมาก แต่บางครอบครัวเด็กอยู่กับตายายแก่ๆ เด็กอยากออก เขาก็ให้ออก ไม่มีแรงไปบังคับเคี่ยวเข็ญ เพราะมีบางบ้านที่แม่กลับมาอยู่ด้วย เด็กทำตัวดีขึ้น ครอบครัวเลยสำคัญมาก”</p>



<p>ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าสุดท้ายการอบรมเด็กเป็นเรื่องของครอบครัวที่จะต้องมีพื้นฐานที่ดีก่อน แต่ในมุมกลับกันพ่อแม่ต้องเข้าไปหารายได้ในเมืองใหญ่ ปล่อยให้เด็กอยู่กับตายาย การไร้ซึ่งการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดบวกกับสภาวะเงินทองไม่พอใช้ เพราะแม้ว่าจะเรียนฟรี แต่ค่าเดินทางและค่าครองชีพก็อาจจะไม่พอสำหรับการเรียนของเด็กๆ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เลยกลายเป็น ‘ภาวะจำยอม’ ที่บีบให้ออกจากโรงเรียนแบบไม่รู้ตัว แม้ว่าเด็กจะบอกว่าอยากออกเองก็ได้&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-63.jpeg" alt="" class="wp-image-105078" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-63.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-63-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-63-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-63-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-63-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ชีวิตแบบจำยอม ให้ห้องนอนเป็นแค่พื้นที่ปลอดภัยหนึ่งเดียว</strong></h3>



<p>เมื่อออกจากโรงเรียน ชีวิตปอนด์และอั้มเหมือนถูกหยุดเวลาให้จมอยู่สิ่งเดิมๆ อั้มบอกว่าตอนที่ตัวเองขอออกจากโรงเรียนที่บ้านไม่ได้ว่าอะไร แค่บอกว่าถ้าไม่เรียนก็ให้มาทำนา&nbsp;</p>



<p>การทำนาเป็นแค่สิ่งเดียวที่เยาวชนนอกระบบนาแกทำได้เลย รวมถึงอาชีพรับจ้างแรงงานราคาถูก หรือไม่ก็ต้องย้ายถิ่นฐานตามพ่อแม่เข้าไปหางานทำในเมืองใหญ่&nbsp;</p>



<p>การไร้ซึ่งทางเลือกอาชีพที่หลากหลายและสอดคล้องกับความสนใจของเด็ก ทำให้ภาวะเนือยนิ่งยิ่งหยั่งรากลึก เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าตัวเองจะพัฒนาทักษะไปเพื่ออะไรในบริบทสังคมแบบนี้ เพราะนิเวศทางเศรษฐกิจและอาชีพของท้องถิ่นในพื้นที่ตำบลนาเลียง ทางเลือกด้านอาชีพสำหรับคนรุ่นใหม่มีอยู่อย่างจำกัด อาชีพหลักที่พอจะสร้างรายได้ในชุมชนคือเกษตรกรรม ปลูกถั่ว การรับจ้างทั่วไป หรือการออกไปทำช่างกระจกอะลูมิเนียมตามต่างจังหวัด</p>



<p>เมื่อเป็นอย่างนี้ เด็กจึงมองไม่เห็นว่าระบบการศึกษาจะช่วยเปลี่ยนชีวิตอย่างไร และการออกไปเจอโอกาสดีๆ ข้างนอกก็ไม่ได้มีโอกาสมากพอ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="900" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-64.jpeg" alt="" class="wp-image-105079" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-64.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-64-300x225.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-64-768x576.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สะพานเชื่อมโอกาส</strong></h3>



<p>พื้นที่ที่ปอนด์และอั้มรู้สึกปลอดภัยและสบายใจตอนนี้คือ ‘บ้านและห้องนอน’ ที่เขาสามารถควบคุมได้เอง&nbsp;</p>



<p>สภาวะการเก็บตัวหรือแยกตัวออกจากสังคม (Social Isolation) นี้เป็นส่วนหนึ่งของวิกฤตสุขภาพจิตที่แฝงมากับ Learning Loss <strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> กรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ให้ความเห็นว่าเด็กกลุ่มนี้กำลังเผชิญภาวะเครียดเงียบที่ซ่อนอยู่ภายใต้สภาวะจำยอม</p>



<p><strong>‘ศักดิ์’ วีรศักดิ์ หะติง</strong> นักพัฒนาชุมชนชํานาญการ องค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียง บอกว่าสิ่งที่ทำให้เด็กปฏิเสธโรงเรียนยอมกลับเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้อีกครั้ง ไม่ใช่นโยบายบังคับเรียนฟรี หรือการขู่ด้วยวุฒิการศึกษา แต่คือผู้คนที่ยื่นมือเข้าไปหาในพื้นที่ของเขา และกระบวนการเรียนรู้ที่ไม่ซับซ้อน ได้ลงมือทำ และเห็นผลลัพธ์ทันตา</p>



<p>การจะดึงเด็กอย่างปอนด์และอั้มออกจากวงจรเนือยนิ่ง ไม่สามารถใช้ไม้บรรทัดเดิมของโรงเรียนในระบบมาวัดได้ แต่ต้องอาศัยการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-Based Education : ABE) ที่เชื่อมโยงท้องถิ่นอย่าง อบต. หรือเทศบาล เข้ามาเป็นโซ่ข้อกลาง</p>



<p><strong>อบต.นาเลียง</strong> จึงทำโครงการการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสําหรับการพัฒนากลุ่มเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา (อบต.นาเลียง) ร่วมกับ กสศ. และเครือข่ายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-Based Education : ABE) ทำหน้าที่เป็นตัวกลางดึงเด็กเนือยนิ่งให้เข้าสู่สังคมอีกครั้ง โดยที่มีวีรศักดิ์ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ&nbsp;</p>



<p>“จุดเริ่มต้นตอนแรกคือเราเน้นอยากให้เด็กออกมาจากกลุ่ม เรายังไม่คิดเรื่องการศึกษา เราต้องการให้เด็กออกมาอยู่นอกบ้าน ออกมาอยู่กับชุมชน ไม่อยากให้เขาอยู่ในที่ของเขาสร้างความคุ้นเคยก่อน เราพยายามเป็นฮับ (Hub) ให้เด็ก” ศักดิ์ เล่า&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-65.jpeg" alt="" class="wp-image-105080" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-65.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-65-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-65-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-65-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-65-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ศักดิ์’ วีรศักดิ์ หะติง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ในปีแรก อบต.นาเลียงทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่ดำเนินโครงการ โดยมี ‘มหาวิทยาลัยนครพนม’ เป็นหน่วยรับทุนหลักก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นหน่วยรับทุนเองโดยตรงในปีที่ 2 โดยวางบทบาทตัวเองชัดเจนในการเป็น ‘แกนกลาง (Hub)’ MOU ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมการเรียนระดับอำเภอนาแก (สกร.) และมูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน (CYF) เพื่อสร้าง ‘<a href="https://www.eef.or.th/infographic-130826/">ตาข่าย 3 ชั้น</a>’ โมเดลการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับและช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา โดยสร้างทางเลือกที่มีความยืดหยุ่นต่างระดับกันตามความพร้อมและเงื่อนไขชีวิตของเด็กแต่ละคน</p>



<p>เนื่องจากอบต.นาเลียงมีจุดแข็งดั้งเดิมเป็นหน่วยงานราชการที่คนในชุมชนไว้ใจ มีข้อมูลประชากรในมือ และมีทรัพยากรในการจัดกิจกรรม&nbsp;</p>



<p>ความท้าทายของการแก้ปัญหาเด็กนอกระบบ คือระเบียบข้อบังคับทางราชการและขั้นตอนที่แข็งตัว แต่ อบต.นาเลียง เลือกที่จะใช้ความเป็นหน่วยงานท้องถิ่นที่ใกล้ชิดชุมชนมากที่สุด คลายเงื่อนไขเพื่อเปิดประตูโอบรับเด็กทุกคน</p>



<p>“ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องเด็กในกลุ่มนี้ก็เป็นอีกด้านหนึ่งที่เราต้องให้ความสำคัญ การเริ่มต้นใหม่ยังไม่สาย บางทีเขาอาจจะเก่งกว่าเราก็ได้ในอนาคต ผมเชื่อแบบนั้น”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-66.jpeg" alt="" class="wp-image-105081" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-66.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-66-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-66-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-66-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-66-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เปลี่ยนวิชาการ เป็น ‘ทักษะชีวิตที่จับต้องได้’</strong></h3>



<p>จุดเปลี่ยนของปอนด์และอั้มเกิดขึ้นเมื่อมีศักดิ์ และหน่วยงานท้องถิ่นเข้าไปชวนให้เข้าร่วมการอบรมที่นาเลียง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เน้นทักษะอาชีพมากกว่าวิชาการ</p>



<p>กระบวนการเรียนรู้เชิงยืดหยุ่นที่อบต.นาเลียง ออกแบบให้เน้นการลงมือทำจริง (Active Learning) ที่ตอบโจทย์บริบทอาชีพในชุมชน เช่น การทำกระจกอะลูมิเนียม การทำผลิตภัณฑ์สมุนไพร การทำยาดม การชงกาแฟ หรือการใช้สื่อออนไลน์</p>



<p>“ไปอบรมมีกิจกรรมให้ทำ สนุกครับ ทำยาดม ทำกาแฟ ทำกระจก ชอบทำยาดมที่สุด เพราะมันง่ายดี” ปอนด์เล่า</p>



<p>สัมผัสของความสำเร็จเล็กๆ จากการลงมือทำ กลายเป็นสวิตช์ที่ทำให้เด็กๆ เริ่มมองเห็นอนาคตของตัวเองอีกครั้ง และเข้าใจว่าวุฒิการศึกษามีไว้เพื่ออะไร</p>



<p>ตอนนี้ปอนด์และอั้ม ถูกดึงกลับเข้าสู่ระบบ สกร. จนคว้าวุฒิ ม.ต้น และเตรียมต่อระดับ ม.4&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-67.jpeg" alt="" class="wp-image-105082" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-67.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-67-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-67-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-67-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-67-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>“แม่มาชวน พี่ศักดิ์มาชวนครั้งเดียว แล้วไปสมัครเรียนเลย อยากกลับไปเรียน อยากได้วุฒิเอาไปทำงานตั้งไฟ (ช่างไฟ) ที่กรุงเทพฯ กับลุง” ปอนด์เล่า&nbsp;</p>



<p>“เรียน กศน. (สกร.) แล้วครับ เข้าพร้อมปอนด์เลย อนาคตอยากทำงานไฟครับ เหมือนเพื่อน” อั้มตอบเหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>เพื่อให้เด็กทุกคนที่เคยหล่นหายไปในความเนือยนิ่งได้มีพื้นที่ยืน มีคนคอยรับฟัง และมีโอกาสออกเดินทางสู่อนาคตที่พวกเขาเลือกเองอีกครั้ง การทำงานของ อบต.นาเลียง และเครือข่าย ABE จึงเป็นมากกว่าแค่โครงการจัดอบรมอาชีพ แต่มันคือการขยายขอบเขตของพื้นที่ปลอดภัย จากห้องนอนสี่เหลี่ยมให้ครอบคลุมไปถึงชุมชน ศูนย์เรียนรู้ และระบบการศึกษาทางเลือก เพราะคำว่าการฟื้นฟูภาวะการเรียนรู้ ไม่ได้จบลงเพียงแค่การมอบใบประกาศนียบัตรหรือวุฒิการศึกษา หากแต่คือการบ่มเพาะทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และเป้าหมายในชีวิตที่ตัวเองอยากไปถึงด้วย&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-260826/">เนือยนิ่ง ไร้ความหวัง ไร้ความฝัน ใช้ชีวิตไปวันๆ : เรียนรู้ถดถอย ชีวิตหล่นหาย เมื่อห้องเรียนไม่ตอบโจทย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ใช้ตามอง ใช้ใจฟัง มีแกนนำ ก็ต้องมีแกนนอน ตีโจทย์ทำงานแบบ ‘ศูนย์เรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-240826-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-240826-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 10:23:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มฮักบ้านเกิด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=105020</guid>

					<description><![CDATA[<p>“พี่เชื่อว่าคนเรามันไม่ได้ตายง่ายๆ หรอกนะ ถ้ายังมีลมหาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-240826-2/">ใช้ตามอง ใช้ใจฟัง มีแกนนำ ก็ต้องมีแกนนอน ตีโจทย์ทำงานแบบ ‘ศูนย์เรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“พี่เชื่อว่าคนเรามันไม่ได้ตายง่ายๆ หรอกนะ ถ้ายังมีลมหายใจเราต้องหัดใช้ชีวิต เรื่องอกหักเรื่องแฟนเรื่องพ่อแม่สุดท้ายคือ ณ ปัจจุบันต้อเอ็งงอยู่ให้ได้ เรียนให้จบ”&nbsp;</p>



<p>สบายๆ นะ คือคำพูดติดปาก และคำอธิบายท่าทีที่ตั้ม-ธนภัทร แสงหิรัญ มักแสดงออกให้เห็น ณ ‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’ พื้นที่โล่งท่ามกลางต้นไม้เขียวชอุ่ม ที่มีทั้งลานเอนกประสงค์ บ้านที่ครอบครัวตั้มอยู่อาศัย และคาเฟ่เล็กๆ ยอดฮิตของเหล่าเด็กวัยรุ่นในตำบลโพนแพง อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร&nbsp;</p>



<p>‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’ ที่มักจะรู้จักกันดีในชื่อ ‘กลุ่มฮักบ้านเกิด’ เกิดขึ้นเมื่อ 12 ปีที่แล้ว หลังจากที่เขารู้สึกว่าการได้กลับมาอยู่บ้านเกิด มีความสุขมากกว่าที่เขาต้องไปดิ้นรนทำงานในกรุงเทพ แล้วจะได้กลับสกลนครแค่ในช่วงวันหยุดยาว&nbsp;</p>



<p>ความตั้งใจของการทำโครงการฮักบ้านเกิด คือการอยากเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ในชุมชนของตัวเอง หรือจะอยู่ที่ไหนก็ได้เห็นคุณค่าในชุมชนของตัวเอง กิจกรรมที่ดำเนินมาในโครงการตลอด 10 ปี คือการรวมกลุ่มเด็กและเยาวชนในพื้นที่ตำบลโพนแพงทำกิจกรรมอาสาชุมชน รณรงค์ให้เยาวชนตระหนักถึงปัญหาด้านสุขภาพอย่างบุหรี่ไฟฟ้า หรือการดึงคนออกมาจากปัญหายาเสพติด&nbsp;</p>



<p>“คนในพื้นที่รู้ว่าที่นี่เป็นศูนย์เด็กและเยาวชน เด็กมาแล้วรู้สึกอิสระ เป็นตัวของตัวเอง”<br></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-42.jpeg" alt="" class="wp-image-105021" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-42.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-42-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-42-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-42-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-42-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) ตั้ม-ธนภัทร แสงหิรัญ, ปาน-จิราวรรณ จันทร์สุข</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>จนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เป้าหมายของตั้มและโครงการขยับเพิ่มมากขึ้น เพราะปัญหาเด็กและเยาวชนในพื้นที่มักเกี่ยวโยงเหมือนก้อนด้ายพันกันที่หาจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด ออกโรงเรียน การตีตรา ชุมชนสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ ปัญหาครอบครัว เรื่องเงินทองปากท้องรายได้</p>



<p>‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’ จึงกลายเป็นหน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education : ABE) ภายใต้ชื่อโครงการ ‘เสริมสร้างสุขนิเวศน์การเรียนรู้สร้างสรรค์ และพัฒนาสมรรถนะเด็ก เยาวชนนอกระบบการศึกษา’ โดยการสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การเรียนรู้ไปสู่การเปลี่ยนแปลงเรื่องตัวเอง ที่มีประเด็นเด็กนอกระบบเป็นแก่นหลักของการเคลื่อนงาน&nbsp;</p>



<p>การเดินทางตลอด 12 ปีของ ‘กลุ่มฮักบ้านเกิด’ จนแตกแขนงส่วนหนึ่งมาเป็น ‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’ ตั้มบอกว่าเขาและครอบครัวได้เติบโตจากตัวเด็ก ทั้งวิธีคิด การเปลี่ยนผ่านยุคสมัย และมุมมองของเด็ก จนกลายเป็นไอเดียให้เขายังทำงานได้ต่อไปเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p>และตลอดเกือบ 12 ปี ตั้มรู้แล้วว่า “คนเรามันไม่ได้ตายง่ายๆ” และ “เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวไม่ได้หรอก เด็กในบ้านเราอะ มันผ้าหลากสีทั้งนั้นเลยในตู้” ดังนั้นการทำงานเรื่องเด็กจึงไม่ควรมีเขาในฐานะ NGO เป็นศูนย์กลางในการทำงาน แต่ชุมชนต่างหากที่ต้องทำงานไปพร้อมกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-43-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-105022" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-43-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-43-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-43-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-43-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-43.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จาก ‘ตั้งรับ’ สู่การลงสำรวจเชิงลึก</strong></h3>



<p>ช่วงเริ่มต้นกลุ่มฮักบ้านเกิด ตั้มยกพื้นที่บ้านตัวเองให้กลายเป็นพื้นที่ส่วนกลางของชุมชน ที่ดินขนาดย่อมติดถนนลาดยางกลางหมู่บ้าน พร้อมป้าย ‘กลุ่มฮักบ้านเกิด’ จึงมีทั้งศาลาอเนกประสงค์เปิดโล่ง สำหรับเอาไว้ประชุม ทำกิจกรรมร่วมกัน ข้างๆ กันเป็นพื้นสวนโล่งที่มีต้นไม้ พืชผักสวนครัวปลูกไว้เป็นแปลงติดๆ กัน และด้านหน้าสุดฝั่งขวามีคาเฟ่ที่ ปาน-จิราวรรณ จันทร์สุข ภรรยาของตั้มเป็นมือชงตลอดทั้งวัน หรือบางคืนจะมีเด็กในชุมชนวนเวียนเข้ามาใช้พื้นที่ เพราะความเชื่อใจในพื้นที่นี้</p>



<p>ตั้มบอกว่าที่นี่มีลักษณะของสเปซเปิดแบบธรรมชาติ เด็กคนไหนสบายใจก็เดินเข้ามาหาเอง&nbsp;</p>



<p>“เด็กในระบบบางทีมานั่งฮีลใจ เด็กนอกระบบก็มาตลอด มีทั้งมาคนเดียว มาเป็นกลุ่ม พาเพื่อนใหม่มานั่งกินหมูกระทะ พอเราให้สเปซ คุยกับเขาแบบไม่บล็อก ไม่จับผิด เด็กก็ไหลเวียนเข้ามาเรื่อยๆ เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจจนเราสามารถเข้าถึงบ้าน เข้าถึงผู้ปกครอง พ่อแม่บางคนให้เราไปช่วยปลุกลูกถึงห้องนอน หรือฝากฝังลูกไว้กับเราก็มี”&nbsp;</p>



<p>แต่เมื่อต้องปรับเป้าหมายมาทำงานกับเด็กนอกระบบการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โจทย์สำคัญแรกที่เข้ามาท้าทายคือการค้นหาตัวตนและจำนวนเด็กที่แท้จริง</p>



<p>“แต่ก่อนเราไม่ค้นหา เราปล่อยให้เด็กเข้ามาหาเราเอง ซึ่งมันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่พอมีเงื่อนไขของ กสศ. ที่อยากรู้ว่าเด็กในพื้นที่มีเท่าไหร่ อันนี้เราไม่เคยทำเลย”&nbsp;</p>



<p>การลงมือค้นหาเด็กนอกระบบในพื้นที่ชนบทไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปราการแรกคือความหลากหลายของกลุ่มเด็ก ตั้มและทีมงานจึงเริ่มปรับกระบวนการโดยใช้กลไกเพื่อนชวนเพื่อนเป็นตัวนำทาง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="763" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-44-763x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-105023" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-44-763x1024.jpeg 763w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-44-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-44-768x1030.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-44-1145x1536.jpeg 1145w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-44.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 763px) 100vw, 763px" /><figcaption class="wp-element-caption">คาเฟ่</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“เราใช้กลไกตัวเด็ก น้องที่บ้านนั่นแหละ ถามหาไป เด็กก็ชี้เป้า พอให้เด็กไปชวน ส่วนหนึ่งเพื่อนๆ เขาก็มา แต่เด็กมันมีความเฉพาะกลุ่ม กลุ่มน้ำท่อมมันก็ชวนแค่กลุ่มน้ำท่อม กลุ่มกีฬามันก็ชวนแค่เด็กกลุ่มกีฬา มันจะมีเด็กกลุ่มเสี่ยง หรือเด็กดีที่เขาอยู่กับพ่อแม่ ไม่ได้เข้ากับแก๊งไหนเลย อยู่ตามท้องไร่ท้องนา อยู่กับตากับยาย”</p>



<p>และเพื่อให้ครอบคลุมเด็กทุกกลุ่ม ตั้มจึงดึง ‘ผู้ใหญ่บ้านและกลไกชุมชน’ เข้ามาเป็นพันธมิตรสำคัญในการชี้เป้า</p>



<p>“เราใช้กลไกผู้ใหญ่บ้านมาช่วยสอดส่อง ว่าตอนลงชุมชนเห็นน้องๆ อยู่ไหม ไปเรียนหรือเปล่า เด็กที่อยู่ตามบ่อขยะเป็นลูกใคร อยู่อย่างไร พอเกิดฟังก์ชันนี้ เราเริ่มเห็นเด็กเยอะขึ้น ผู้ใหญ่บ้านก็ช่วยคัดกรองเด็กให้เราได้ชัดเจนขึ้นมาก”</p>



<p>กลไกนี้ ตั้มขอความร่วมมือผ่านผู้ใหญ่บ้านเกือบ 20 หมู่บ้านใน 2 ตำบลผ่าน ‘<a href="https://www.eef.or.th/infographic-170826/">ยุทธการสะบัดผ้า</a>’</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-45.jpeg" alt="" class="wp-image-105024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-45.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-45-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-45-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-45-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-45-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ทีมผู้ใหญ่บ้าน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เปลี่ยนบทบาทชุมชนและดึงผู้นำร่วมขับเคลื่อน</strong></h3>



<p>“ที่นี่มีปัญหาเรื่องสารเสพติด น้ำท่อมจากกลุ่มรุ่นพี่ แต่เราใช้การพูดคุยหลังบ้าน บอกกรอบเงื่อนไขกันว่า ไม่ให้เอายาเข้ามาในศูนย์ แต่เราเปิดพื้นที่คุยได้ตลอด รู้ข้อมูลสถานการณ์ในพื้นที่ทั้งหมดว่าราคาเท่าไหร่ แหล่งไหน เด็กพวกนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งใจขาย แต่เสพเพราะไม่มีงานทำ ไม่มีพื้นที่ปล่อยพลัง พ่อแม่และสังคมด่า กดทับ จนเขาไม่มีที่ไป”&nbsp;</p>



<p>ปัญหายาเสพติดกลายเป็นปัญหาพื้นฐานของพื้นที่ ซึ่งสิ่งนี้มักจะพ่วงมากับการตีตรา ทั้งจากคนภายนอก และความเกรงกลัวกันเองในหมู่เด็ก</p>



<p>“ถ้าเป็นเด็กนอกระบบมากองรวมกันตรงนี้ เด็กที่เป็นเด็กดีในระบบก็จะไม่กล้าเข้ามา เพราะมองว่าเด็กกลุ่มนี้สุ่มเสี่ยง หรือถูกตีตรามาจากโรงเรียนแล้ว เราพยายามสลายตรงนี้ โดยทุกๆ ปี เราจะเข้าไปทำกิจกรรมในโรงเรียน เอาพี่เลี้ยง อาสาสมัคร และเด็กทั้งสองกลุ่มมาจัดกระบวนการร่วมกัน ทำให้เขารู้จักเรามากขึ้น เกิดการสลับผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาเรียนรู้”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-47.jpeg" alt="" class="wp-image-105025" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-47.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-47-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-47-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-47-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-47-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ตั้มเน้นย้ำว่า เคมีของเด็กทุกคนมีความแตกต่างกัน ศูนย์แห่งนี้จึงตั้งใจเปิดกว้างให้เป็นพื้นที่เสรีที่ทุกคนสามารถวิ่งเข้าวิ่งออก ทะลุหน้าทะลุหลังได้หมด</p>



<p>“เด็กบางคนมานั่งฮีลใจ บางคนมานั่งคุยเรื่องอกหัก เรื่องเรียนต่อ หรือบางทีเด็กใหม่ๆ มานั่งเกร็งๆ เราก็แค่ปล่อยให้ลื่นไหลตามธรรมชาติ บางทีกลางคืนพาเพื่อนมานั่งกินหมูกระทะ เราก็ให้เงินไปซื้อหมู แล้วเราก็ถอยออกมา ให้เขามีสเปซของเขาเอง”</p>



<p>แต่สำหรับพื้นที่ข้างนอก ตั้มสลายการตีตราจากการฟังเสียงบ่นของผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;</p>



<p>“แม่ๆ และผู้ใหญ่บ้านคือคนบ่น บ่นเรื่องเด็กแว้น รถเสียงดัง เรื่องยาบ้าเยอะ ใครเป็นคนบ่น? ผมไม่ได้บ่น แม่ๆ เป็นคนบ่น นั่นแหละ! เราเอาเสียงบ่นนั้นแหละมาทำเป็นเรื่องงานซะ งานนี้ก็ไม่ใช้เงินด้วย สุดท้ายคือมันใช้แค่ตามอง ใช้ใจฟังกับเด็ก เรื่องลงไปหาเด็ก เดี๋ยวเราช่วยกัน แค่แม่ชี้เป้ามา เคสหนักก็ว่ากันไป เคสเบาคุยได้เราก็คุย”</p>



<p>งานที่ตั้มหมายถึง คือการพลิกมุมมองของผู้ใหญ่บ้านจากการมองเด็กเป็นภาระที่ต้องปราบปราม มาเป็นการมองผ่านกระบวนการช่วยเหลือและหนุนเสริม โดยใช้ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาวทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสลายการตีตราและเชื่อมชุมชนกับเด็ก&nbsp;</p>



<p>เพื่อไม่ให้งานพัฒนาเยาวชนเป็นเพียงกิจกรรมชั่วครั้งชั่วคราว ตั้มเลือกที่จะไม่สร้างโครงสร้างใหม่ขึ้นมาให้เป็นภาระ แต่ใช้วิธีแทรกเข้าไปในกลไกทางอำนาจและการทำงานที่มีอยู่แล้วของผู้ใหญ่บ้าน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="763" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-48-763x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-105026" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-48-763x1024.jpeg 763w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-48-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-48-768x1030.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-48-1145x1536.jpeg 1145w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-48.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 763px) 100vw, 763px" /><figcaption class="wp-element-caption">ประชุมปฏิบัติการขับเคลื่อนกลไกความร่วมมือกระบวนการเสริมสร้างการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย สร้างสรรค์ ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ปีแรกที่ดึงผู้ใหญ่บ้านมา มันต้องปรับวิธีคิดเยอะมาก เรื่องการทำงานกับเด็ก เขาไม่เคยคุยกันแบบทางการเลย เราพยายามแทรกให้มันไปอยู่ในกลไกของเขา ให้เป็นเรื่องปกติให้ได้ โดยเฉพาะการประชุมประจำเดือนของผู้ใหญ่บ้านทุกเดือน จากเดิมที่ไม่เคยคุยเรื่องเด็ก คุยแค่ว่าเดือนหน้าจะตัดหญ้าที่ไหน จิตอาสารอบนี้ไปวัดอะไร เราขอเสนอให้เอาเรื่องเด็กและเยาวชนเข้าไปเป็นวาระด้วย ให้พ่อๆ แม่ๆ ได้มีเรื่องมาเล่า แล้วมาดูว่าเราจะหนุนเสริมกันอย่างไร มีเด็กแว้นเท่าไหร่ยังไงก็ว่ามา เราไม่ได้จับผิด แต่จะไปช่วยกันแก้ปัญหา”</p>



<p>การเปลี่ยนผ่านทางความคิดของผู้ใหญ่ในชุมชนไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว ในช่วงเริ่มต้น ตั้มและศูนย์ฯ เคยถูกผู้ใหญ่บ้านบางคนตั้งคำถามและมองด้วยสายตาหวาดระแวง ถึงขั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นเอเย่นต์มารวบรวมเด็กติดยา แต่ตั้มเลือกที่จะโต้ตอบอคติต่างๆ ด้วยการพาเด็กออกไปสร้างคุณค่าให้ชุมชนได้เห็นด้วยตาเนื้อ</p>



<p>“เมื่อก่อนเขาพูดเลยว่าเอเย่นต์มาแล้ว ผมก็บอกว่าก็แล้วแต่จะมองยังไงก็มองไป แต่พอกลับกลายเป็นว่า เราพาเด็กแก๊งนั้นไปช่วยทาสีโรงเรียนถึง 11 โรงเรียน ไปเป็นจิตอาสา เอาเรื่องนี้สื่อสารออกไป ในมุมของผู้ใหญ่เขาก็เริ่มเห็นศักยภาพเด็ก จนกระทั่งมีอยู่ปีหนึ่ง อำเภออยากได้เด็กไปอบรมเรื่องยาเสพติด ซึ่งเด็กไม่ยอมไปเพราะกลัวโดนบล็อก ผู้ใหญ่บ้านถึงขั้นทักมาหาผม ‘ตั้ม ไปบอกน้องๆ ในหมู่บ้านให้หน่อยว่าไปอบรมให้พ่อได้ไหม’ กลายเป็นผู้ใหญ่บ้านมาขอให้เราช่วย”</p>



<p>การขับเคลื่อนงานกับเด็กและชุมชนจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขาดการจัดวางกระบวนการทำงานภายในที่ยืดหยุ่นและเป็นธรรมชาติ</p>



<p>“เรื่องใหม่ที่เราได้เรียนรู้ คือการทำให้เรื่องของเด็กไปอยู่ในวงของผู้ใหญ่ ดันเข้าสู่เรื่องนโยบายชุมชนที่ผู้ใหญ่ทุกคนต้องพูด ไม่ใช่พูดแค่ว่าจะเอาเด็กมาช่วยงานยังไง แต่ต้องพูดในมุมที่เด็กหลายคนมีศักยภาพ แล้วเอาศักยภาพของเด็กมาช่วยงานชุมชน ไม่ใช่ถึงวันงานก็แค่เอาเด็กมาช่วยยกโต๊ะยกเก้าอี้ เสร็จแล้วก็เลี้ยงเหล้าเลี้ยงเบียร์”</p>



<p>สุดท้ายแล้ว เมื่อเด็กเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ชุมชนจะเข้าหาเด็กและเด็กจะเข้าหาผู้ใหญ่ โดยที่ตั้มแทบไม่ต้องเข้าไปทำงานเลยด้วยซ้ำ สิ่งนี้ยั่งยืนกว่าระเบียบการที่ NGO เสนอให้ชุมชนเป็นไหนๆ&nbsp;</p>



<p>“เด็กต้องเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ช่วยเตรียมประชุม เตรียมงาน มองบทบาทการมีส่วนร่วม ไม่ใช่ในฐานะคนถูกใช้งาน แต่ร่วมคิด ออกแบบ และวางแผนพัฒนาชุมชน ไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กจบ 4.00 หรือเด็กเรียนเก่ง เด็กที่ไม่เรียนหนังสือที่อยู่ในชุมชนน่ะ มีแนวคิดดีทั้งนั้นแหละ แต่เขาไม่มีพื้นที่ที่ถูกรับฟังความคิด ถ้าเราให้บทบาททางใจและทางความคิดเขาได้ กายเขามีอยู่แล้ว ชุมชนก็จะได้คนมีศักยภาพมาช่วยพัฒนาบ้านเกิดตัวเองอย่างแท้จริง”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="763" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-49-763x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-105027" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-49-763x1024.jpeg 763w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-49-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-49-768x1030.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-49-1145x1536.jpeg 1145w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-49.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 763px) 100vw, 763px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ใช้ตามอง ใช้ใจฟัง จนรู้ว่าเด็กไม่ใช่ผ้าขาว&nbsp;</strong></h3>



<p>แนวคิดดั้งเดิมที่ว่า “เด็กคือผ้าขาวที่รอผู้ใหญ่แต่งแต้ม” อาจใช้ไม่ได้กับบทบาทการทำงานกับเด็กนอกระบบหรือเด็กกลุ่มเสี่ยงในยุคปัจจุบัน เพราะเด็กทุกคนต่างแบกรับปัญหาสภาพแวดล้อม ประสบการณ์ชีวิต ปมในใจ และเฉดสี ที่ติดตัวมาจากครอบครัวและสังคมรอบข้างตั้งแต่วันแรกที่เดินเข้ามา</p>



<p>ตั้มไม่ได้มองเด็กเป็นผ้าขาวบริสุทธิ์ที่ต้องจับมาสั่งสอนหรือดัดให้เป็นไปตามพิมพ์นิยมของผู้ใหญ่ แต่มองเด็กบนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน การเข้าใจว่าเด็กแต่ละคนมีเฉดสี มีบาดแผล และมีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ทำให้กระบวนการทำงานของศูนย์ฯ ไม่ได้ตั้งอยู่บนการบังคับหรือคะยั้นคะยอให้เด็กต้องเปลี่ยนทันทีทันใด</p>



<p>“ให้เวลากับเขาแค่นั้นแหละ บางทีเด็กมาแล้วบอกพี่ผมขอนั่งอยู่เฉยๆ ใช่ เราไม่คะยั้นคะยอถาม เขาอยากบอกเดี๋ยวเขาก็บอกเอง วันดีคืนดีเขาก็จะเดินมาเล่าให้ฟัง สิ่งที่เราทำได้คือสร้างประสบการณ์ให้กับเขานั่นแหละ”</p>



<p>การดำเนินกิจกรรมของศูนย์ฯ จึงพยายามแบ่งบทบาทเด็กอย่างยืดหยุ่น โดยไม่ตัดสินหรือกดทับศักยภาพของใคร</p>



<p>“เด็กที่นี่มีทั้ง ‘แกนนำ’ คือกลุ่มเด็กดี เด็กในระบบ ที่พูดเก่ง จับไมค์ได้ ประชาสัมพันธ์ได้ กับอีกกลุ่มคือ ‘แกนนอน’ พวกที่ไม่กล้าอยู่ในวง แต่อยู่รอบๆ คอยซัพพอร์ตงาน ยกโต๊ะ ถือป้าย เดินรณรงค์ เราไม่ได้แบ่งชั้น แต่แบ่งบทบาทให้ทุกคนมีส่วนร่วม ทุกคนไม่จำเป็นต้องนำเหมือนกัน นำกันคนละแบบ”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-51.jpeg" alt="" class="wp-image-105028" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-51.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-51-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-51-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-51-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-51-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ตั้มมองว่าพัฒนาการของเด็ก โดยเฉพาะกลุ่มเด็กแกนนอนที่สังคมอาจมองว่าเกเรหรือไม่มีอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาและไม่สามารถประเมินผลได้เพียงชั่วข้ามคืน</p>



<p>“พัฒนาการของเด็ก มันอาจจะไม่เห็นชัด ณ ตอนนี้ แต่ผมว่ามันจะชัดในอนาคต มันจะเห็นจากการตัดสินใจ ความโตขึ้นของเขา ซึ่งต้องใช้เวลาและประสบการณ์ เด็กวัยนี้เป็นวัยที่อยากรู้อยากลอง สิ่งที่เราทำได้คือสร้างสเปซและเปิดโอกาสให้เขาเติบโตในแบบของตัวเอง”</p>



<p>สำหรับตั้ม การขับเคลื่อนของ ‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’ โจทย์สำคัญที่สุดของการทำงานกับเยาวชน ไม่ใช่การที่องค์กรพัฒนาเอกชนหรือนักวิชาการเข้าไปทำตัวเป็นฮีโร่เพื่อเนรมิตการเปลี่ยนแปลงจากภายนอก แต่คือการถอยออกมามองมนุษย์อย่างเข้าใจ แล้วสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยมี ‘ชุมชน’ เป็นฐานสำคัญ</p>



<p>เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าโครงการพัฒนาจะสิ้นสุดลงเมื่อใด หรือองค์กรภายนอกจะถอนตัวออกไปวันไหน สิ่งที่จะคงอยู่และดูแลเด็กๆ ต่อไปได้ในชีวิตจริงคือ&nbsp;</p>



<p>“ชุมชนที่พร้อมจะเติบโตไปพร้อมกับเด็กๆ ของพวกเขาเอง”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-240826-2/">ใช้ตามอง ใช้ใจฟัง มีแกนนำ ก็ต้องมีแกนนอน ตีโจทย์ทำงานแบบ ‘ศูนย์เรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กางตาข่าย 3 ชั้น : ปฏิบัติการดักเด็กหลุดจากระบบของ อบต.นาเลียง ด้วยทางเลือกที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย เข้าใจแผลใจ และสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ปลอดภัย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/infographic-130826/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=infographic-130826</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Aug 2026 05:10:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อินโฟกราฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[นครพนม]]></category>
		<category><![CDATA[อบต.นาเลียง]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[CYF]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104739</guid>

					<description><![CDATA[<p>การที่เด็กคนหนึ่งจะหลุดออกจากระบบในแต่ละพื้นที่มีสาเหตุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-130826/">กางตาข่าย 3 ชั้น : ปฏิบัติการดักเด็กหลุดจากระบบของ อบต.นาเลียง ด้วยทางเลือกที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย เข้าใจแผลใจ และสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ปลอดภัย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การที่เด็กคนหนึ่งจะหลุดออกจากระบบในแต่ละพื้นที่มีสาเหตุที่แตกต่างกันไป ซึ่งในพื้นที่ตำบลนาเลียง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม เด็กที่หลุดออกจากระบบที่นี่ก็เผชิญกับปัจจัยปัญหาที่หลากหลาย เช่น เรียนไม่ทันเพื่อน ถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน และปัญหาปากท้อง</p>



<p>แต่ 1 ในปัจจัยที่ทำให้เด็ก ‘สมัครใจที่จะหลุดระบบ’ คือ ความรู้สึกว่าโรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ของตัวเอง</p>



<p>“เด็กที่หลุดออกมาเป็นเพราะเขารู้สึกว่าโรงเรียนไม่ใช่ที่ของเขา ถ้าเขาหลุดออกมาก็อาจจะเจอความเสี่ยงต่างๆ แต่ถ้าเขามีทางเลือก มีพื้นที่ที่รู้สึกปลอดภัย ก็มีอนาคตได้เหมือนกัน” <strong>ครูตอง-สุภรา ปราบใหญ่ รองผู้อำนวยการศูนย์การเรียน CYF</strong> เล่า</p>



<p>พอเด็กหลุดระบบ พวกเขาก็จะขาดโอกาสในการพัฒนาตนเองและสร้างอนาคตที่มั่นคง นำไปสู่ความเสี่ยงหลากหลายมิติ อาทิ การใช้สารเสพติด การก่ออาชญากรรม ตลอดจนการเข้าสู่ตลาดแรงงานที่ไม่มีทักษะ ซึ่งนอกจากกระทบตัวพวกเขาเองแล้ว ยังกระทบต่อชุมชนอีกด้วย เพราะฉะนั้นเด็กนอกระบบจึงอยู่ในสายตาของหน่วยงานราชการในพื้นที่อย่าง<strong>องค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียง (อบต.นาเลียง)&nbsp;</strong></p>



<p>“เราทำงานเกี่ยวกับสวัสดิการของคนอยู่แล้ว ยังไงปลายทางก็ต้องเป็น อบต. ที่เข้าไปแก้ปัญหา ถ้าเด็กไม่เรียนหนังสือ เขาไม่มีรายได้ อบต. ก็ต้องเข้าไปช่วยเรื่องสวัสดิการ ต้องไปประสาน พม. ของบ ทุกๆ เรื่องมันพันกันไปหมด”<strong> ศักดิ์-วีรศักดิ์ หะติง นักพัฒนาชุมชนชํานาญการ ผู้รับผิดชอบโครงการฯ</strong> อธิบาย</p>



<p>แต่การขับรถราชการไปรับเด็กนอกระบบพาส่งโรงเรียน ไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้อง เพราะเด็กที่หลุดออกจากระบบมีบาดแผลทางจิตใจที่เกิดขึ้นจากระบบการศึกษาเดิม หากพูดคำว่า ‘เรียน’ หรือ ‘ครู’ เด็กจะถอยห่าง ‘โครงการการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสําหรับการพัฒนากลุ่มเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา’ โดย อบต.นาเลียง ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จึงจัดพื้นที่การเรียนรู้ที่ผสานความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอนาแก (สกร.) และมูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน (CYF) ถักทอระบบการเรียนรู้ที่เรียกว่า ‘ตาข่าย 3 ชั้น’ เพื่อสร้างทางเลือกที่ยืดหยุ่นให้กับเด็กที่มีบาดแผลทางใจจากระบบการศึกษาเดิม</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียน &#8211; สกร. &#8211; CYF ตาข่าย 3 ชั้นรองรับเด็กในพื้นที่</strong></h3>



<p>ในพื้นที่นาเลียง โรงเรียนจะเป็นตาข่ายชั้นแรก เพราะเด็กที่เข้าสู่ระบบการศึกษาก็จะเข้าเรียนที่โรงเรียนก่อน รูปแบบการเรียนรู้ก็จะเป็นไปตามหลักสูตรแกนกลางจากกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งอาจจะไม่เหมาะสำหรับเด็กบางกลุ่ม ทำให้พวกเขาเรียนไม่ทัน ติด 0 ติด ร เด็กที่หลุดออกจากระบบก็จะหล่นลงมาจากตาข่ายชั้นนี้</p>



<p>พอเด็กหลุดออกมา ตาข่ายชั้นที่ 2 ที่จะมารองรับคือ สกร. หรือกรมส่งเสริมการเรียนรู้ระดับตำบล (เดิมคือ กศน. ตำบล) ซึ่งมีจุดแข็งคือการเป็นหน่วยงานที่คนในชุมชนคุ้นหน้าคุ้นตา รู้จัก และเชื่อใจ เพราะ<strong>ครูโม่ง-โชว์ติวิทย์ วิเศษ ครูสกร.ระดับตำบลนาเลียง</strong> ลงพื้นที่พูดคุยกับผู้นำชุมชนบ่อยครั้ง ทำให้เกิดการบอกต่อกันเป็นวงกว้างว่า หากใครอยากมีวุฒิการศึกษาให้ไปหาครูโม่ง</p>



<p>ทว่า แม้จะมีข้อมูลว่าแต่ละชุมชนมีเด็กที่ไม่ได้ไปโรงเรียนจำนวนกี่คน เด็กอยู่บ้านไหน ครูโม่งก็ไม่สามารถชวนเด็กทุกคนมาเรียนด้วยตั้งแต่ครั้งแรกๆ เพราะมีคำนำหน้าว่าเป็น ‘ครู’ คำที่สะกิดบาดแผลในจิตใจของเด็กๆ ครูโม่งจึงต้องลงพื้นที่ไปหาเด็กๆ บ่อยครั้งอย่างเป็นกันเอง เพื่อทลายกำแพงความกลัวในใจ เช่น ไปหาเด็กที่อู่ซ่อมรถกับพี่ศักดิ์</p>



<p>“เราเข้าหาชุมชนก่อน เราไปคุยกับผู้ใหญ่บ้าน เขาก็จะไปขยายต่อให้กับผู้ปกครองว่า มีครู สกร. ชื่อนี้นะ เขามาลงพื้นที่ตลอดนะ ผู้ปกครองก็จะเชื่อใจเราด้วย แรกๆ ทำยังไงเด็กก็ไม่อยากเรียน ปีแรกที่ผมทำงานไม่มีเด็กสมัครเลย แต่พอเราไปหาบ่อยๆ เขาก็ไว้เนื้อเชื่อใจเรา แล้วก็มาสมัครเรียนกับเรา” ครูโม่งเล่า</p>



<p>สำหรับเด็กบางคน การเรียนในรูปแบบ สกร. อาจจะตอบโจทย์ทั้งมีเวลาไปทำงาน ทั้งได้วุฒิการศึกษา แต่สำหรับเด็กบางคนที่รู้สึกต่อต้านการเรียน ไม่ชอบการสอบ สกร. ก็อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ CYF ศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 ก็จะรับไม้ต่อเป็นตาข่ายชั้นที่ 3 ที่จะสร้างผู้เรียนผ่านกระบวนการการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เช่น การทำค่าย การสอนศิลปะ</p>



<p>ซึ่งครูตองเสริมว่า หากเด็กลอง สกร. แล้วไม่เวิร์ก ย้ายมาลองศูนย์การเรียน CYF ก็ยังไม่เวิร์ก ก็สามารถพูดคุยกับครูที่ CYF ได้ว่าอยากทำอะไร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เพราะการเรียนรู้ของที่นี่มีความยืดหยุ่นสูง และถ้าอยากกลับไป สกร. อีกครั้งก็ทำได้เช่นกัน</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อบต. กับบทบาทแกนกลางของตาข่าย</strong></h3>



<p>ถึงจะมีตาข่ายถึง 3 ชั้นด้วยกัน แต่ไม่ใช่เด็กทุกคนที่สามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองว่าจะเข้าหาตาข่ายชั้นไหน เด็กบางคนก็ติดปัญหาบางอย่างที่ทำให้เลือกระบบการศึกษาที่ต้องการไม่ได้ เช่น อยากเรียน สกร. แต่ชื่อถูกแขวนลอยในระบบโรงเรียน ทำให้สมัครเรียนกับครูโม่งไม่ได้ หรือ เด็กอยากเรียนในรูปแบบของ CYF แต่กลัวการออกนอกพื้นที่</p>



<p>ศักดิ์และอบต.นาเลียงจึงทำงานเป็นศูนย์กลาง (Hub) ในการค้นหาเด็ก ประสานงาน ส่งต่อ และสนับสนุนตาข่ายแต่ละชั้น</p>



<p>เช่น สำหรับเด็กที่อยากเข้า สกร. แต่ติดปัญหามีเลข 13 หลักอยู่ในระบบโรงเรียน อบต. ก็จะเข้าไปคุยกับโรงเรียนที่มีรายชื่อของเด็กแขวนลอย เพื่อแก้ปัญหาเด็กติด 0 ติด ร ร่วมกัน หรือ หากทำไม่ได้ก็จะเจรจากับครอบครัวและโรงเรียนให้เด็กลาออก และเทียบโอนวุฒิการศึกษาเด็กไปยัง CYF ก่อน</p>



<p>ส่วนเด็กที่ชอบการทำกิจกรรมแบบ CYF แต่กลัวการออกนอกพื้นที่ อบต.นาเลียงก็จะจัดกิจกรรมในพื้นที่ก่อน อาทิ สอนทำพิมเสน สอนปลูกผัก โดยจะมีเครื่องมือการเรียนรู้จาก CYF เช่น โรงเรียนมือถือ ใช้ประกอบการดำเนินกระบวนการการเรียนรู้</p>



<p>ตาข่าย 3 ชั้นจึงต้องทำงานร่วมกัน โดยมีอบต.นาเลียงเป็นแกนกลางในการประสานงาน เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางการเรียนรู้ เปลี่ยนสถานะจาก <strong>&#8216;เด็กนอกระบบ&#8217;</strong> สู่ <strong>&#8216;ผู้เรียนรู้&#8217;</strong> ในพื้นที่ปลอดภัยที่ชุมชนร่วมกันจัดสรรให้</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-130826/">กางตาข่าย 3 ชั้น : ปฏิบัติการดักเด็กหลุดจากระบบของ อบต.นาเลียง ด้วยทางเลือกที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย เข้าใจแผลใจ และสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ปลอดภัย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เราอยากตื่นไปโรงเรียนเพราะเสียงนาฬิกามากกว่าเสียงปืน คุยกับเด็กๆ ลูกหลานแรงงานที่อยากไปโรงเรียนทุกวัน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-110826/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-110826</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2026 04:20:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104716</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กกลุ่มนี้ไม่ได้ตื่นเพราะเสียงนาฬิกา บางคนตื่นเพราะเส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-110826/">เราอยากตื่นไปโรงเรียนเพราะเสียงนาฬิกามากกว่าเสียงปืน คุยกับเด็กๆ ลูกหลานแรงงานที่อยากไปโรงเรียนทุกวัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เด็กกลุ่มนี้ไม่ได้ตื่นเพราะเสียงนาฬิกา บางคนตื่นเพราะเสียงปืน&nbsp;</p>



<p>“กลัวค่ะ เพราะตอนที่สงครามเกิดมันใกล้กับบ้านหนูพอดี เรียนไม่ได้แต่โรงเรียนก็เปิดอยู่ มีคนไปเรียนด้วย แต่ก็ไม่กล้าไปเรียน ครูถามว่าทำไมไม่มาเรียนก็เลยบอกว่าได้ยินเสียงปืน เขาบอกว่าไม่ขนาดนั้นหรอก มาเรียนเถอะไม่เป็นไร”&nbsp;</p>



<p>‘คินตันโบ’ เด็กสาวพม่าเชื้อสายกะเหรี่ยงวัย 15 กับเพื่อนๆ อย่าง กชกร, นุช ,พลอย และ นิดหน่อย เล่าให้ฟังว่าทำไมต้องย้ายมาเรียนที่เมืองไทยพร้อมครอบครัว และอยู่กับ ‘ครูแอ๋ว’ ลัดดาวัลย์ หลักแก้ว ที่ศูนย์การเรียนมูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท (มยช.) </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-15.jpeg" alt="" class="wp-image-104717" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-15.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-15-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-15-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-15-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-15-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) นุช นิดหน่อย คินตันโบ กชกร และพลอย</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>นุชเสริมอีกว่า ขุดหลุมไว้ใกล้ๆ โรงเรียน วันไหนมีระเบิดก็ซ่อนอยู่ในนั้น&nbsp;</p>



<p>บรรยากาศมันจึงไม่เหมาะกับการเรียน เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือการรักษาชีวิตให้รอดก่อน&nbsp;</p>



<p>‘แชมป์’ เด็กหนุ่มวัย 14 ที่มาจากทวาย ก็บอกอย่างตรงไปตรงมาว่ากลัว ถึงแม้ตอนนั้นจุดทิ้งระเบิดจะไม่ใกล้โรงเรียน แต่แค่เฮลิคอปเตอร์บินวนไปมาเหนือหัว ก็กลัวแล้ว </p>



<p>“ไม่มีสมาธิในการเรียนด้วย กลัว” ‘นนท์’ สาวมอญวัย 15 ที่มากับแชมป์ก็บอก&nbsp;</p>



<p>แล้วถ้ายังเรียนที่นั่นต่อ จะเป็นยังไงบ้าง&nbsp;</p>



<p>“ก็อาจตายก็ขึ้นสวรรค์ ได้ไปที่ชอบที่ชอบ (หัวเราะ)” ‘อ้าย’ น้องสาวของนนท์วัย 13 พูดติดตลก&nbsp;</p>



<p>ตลกเพราะมันไม่เกิดขึ้นจริง นนท์ อ้าย และแชมป์ ย้ายเข้ามาเรียนที่เมืองไทยได้อย่างปลอดภัย แต่ก็ไม่ถึงกับ 100% เพราะจู่ๆ ศูนย์การเรียนที่ทั้งสามเคยเรียนก่อนหน้านี้ถูก<a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/357494">สั่งปิด</a>เมื่อปลายปีที่แล้ว เพราะได้รับการร้องเรียนจากชุมชนละแวกนั้น&nbsp;</p>



<p>“เสียใจ ทำไมโรงเรียนเราต้องโดนปิดด้วย เราเลยไม่ได้เรียนอีกแล้ว” แชมป์ย้อนความรู้สึกวันนั้น&nbsp;</p>



<p>เด็กๆ ลูกหลานแรงงานข้ามชาติกลุ่มนี้ มีพ่อแม่ทำอาชีพหลากหลาย ซึ่งล้วนเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น เย็บผ้า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ทำงานในโรงงานเหล็ก โรงงานพลาสติก ฯลฯ&nbsp;</p>



<p>และเด็กทุกคนไม่ว่าพม่า มอญ กะเหรี่ยง ไทใหญ่ หรือมาจากเมืองไหน ต่างบอกเหมือนกันว่าการศึกษาสำคัญ </p>



<p>“เด็กก็คืออนาคต ถ้าหนูไม่ได้เรียน หนูจะโง่หรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าไม่ได้เรียน เค้าเขียนอะไรมา เราจะรู้ได้ยังไงว่าความหมายคืออะไร แยกแยะไม่ออกว่าอะไรดี อะไรไม่ดี” นนท์บอก</p>



<p>ส่วนคิโบตันบอกว่าถ้าไม่ได้เรียนก็จะอ่านไม่ได้แล้วไม่เข้าใจความหมาย เวลาใครพูดอะไรก็ไม่รู้เรื่อง ถ้าอ่านไม่ออกก็ฟังไม่รู้เรื่อง&nbsp;</p>



<p>“ถ้าโกงเราเราจะได้เรารู้ทัน จะได้ไม่ต้องขอความช่วยเหลือกับคนอื่น”&nbsp;</p>



<p>‘นุช’ เพื่อนที่มากับคิโบตัน บอกในอีกมุมหนึ่งว่าถ้าไม่ได้เรียน ก็จะสื่อสารลำบากและยากไปหมดทุกเรื่อง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-16.jpeg" alt="" class="wp-image-104718" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-16.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-16-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-16-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-16-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-16-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">นุช</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“เราพูดไม่เป็น เขาก็จะบอกว่าเราไร้มารยาท ไปที่ไหนก็อ่านป้ายไม่ออก ซื้อของราคาเท่าไหร่ก็ไม่รู้ มันลำบากมากๆ จะกินยาพาราเซตามอลยังไม่รู้จักเลย กลัวกินมั่ว อย่างปู่หนูเขากินนู่นกินนี่แล้วก็ปวดท้อง ท้องเสีย เขาพูดภาษาไทยไม่เป็น ท้องเสียก็เลยไปซื้อยาบอกว่าปวดท้อง ปวดท้องอะไรเขาก็ตอบไม่ได้ คนที่ไม่ได้รับการศึกษา ลำบากมากๆ ค่ะ” นุชพยายามพูดภาษาไทยอย่างชัดเจนที่สุด&nbsp;</p>



<p>ชวนเด็กๆ มองโลกในแง่ร้ายสุด ถามว่าถ้าโรงเรียนที่นี่โดนปิดอีก กลับไปบ้านเกิดก็ยังไม่ได้เพราะรบพุ่งไม่หยุด เด็กๆ จะเป็นอย่างไร&nbsp;</p>



<p>นุชบอกว่า หนูน่าจะไปเป็นพนักงานโรงงานเย็บผ้า เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมศูนย์การเรียนมูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบทอย่าง ‘นิดหน่อย’ ที่อาจจะไปเป็นช่างเย็บผ้าอย่างแม่&nbsp;</p>



<p>“มาเมืองไทยแรกๆ ยังไม่ได้เรียน หนูทำงานหนักมาก เย็บผ้าตั้งแต่เช้าถึงสามทุ่ม แต่ตอนนี้หนูได้เรียนแล้ว แม่บอกไม่ให้ทำงานเยอะแล้ว แม่บอกว่าการศึกษาสำคัญ หนูโชคดีที่หนูได้เจอโรงเรียนนี้ (ศูนย์การเรียนมูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท) ถ้าหนูไม่ได้เจอ แม่น่าจะให้หนูทำงาน”</p>



<p>เหมือนกันกับอ้ายที่ตอนนี้ได้มาเรียนในโรงเรียนเอกชนที่ถูกต้องตามกฏหมายอย่างโรงเรียนไอเวิลด์ (iworld) ที่ผลักดันโดย มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) พร้อมๆ กับแชมป์และอ้าย&nbsp;</p>



<p>“หนูอยากเรียนให้สูงที่สุด สุดจนไม่มีอะไรให้เรียนแล้ว” คือความฝันตอนนี้ของอ้าย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-17.jpeg" alt="" class="wp-image-104719" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-17.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-17-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-17-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-17-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-17-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">อ้าย</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนที่ปลอดภัยทางกายและทางใจ&nbsp;</strong></h3>



<p>‘อ้อน’ ปฏิมา ตั้งปรัชญากูล มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) ปัจจุบันปฎิมาทำโครงการเยียวยาและพัฒนาศักยภาพเด็กกลุ่มเปราะบางผู้ถูกกระทำความรุนแรงจากครอบครัวและสังคม’ และเป็น 1 ใน 34 หน่วยการทำงานของโครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp;</p>



<p>พี่อ้อนของเด็กๆ เป็นกำลังสำคัญผลักดันการศึกษาของเด็กเยาวชนลูกหลานแรงงานข้ามชาติมากว่า 20 ปี และล่าสุดก็ร่วมผลักดันให้เกิด ‘โรงเรียนไอเวิลด์ (iworld)’ โรงเรียนเอกชนแห่งแรกของลูกหลานแรงงานข้ามชาติได้สำเร็จ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-18.jpeg" alt="" class="wp-image-104720" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-18.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-18-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-18-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-18-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-18-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘อ้อน’ ปฏิมา ตั้งปรัชญากูล</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>&#8220;โรงเรียนไอเวิลด์เริ่มต้นจากความตั้งใจของพ่อแม่ที่เคยเป็นลูกศิษยของโรงเรียนที่ถูกปิดไป เค้าอยากจัดการเรียนการสอนให้ลูกหลานได้เรียนทั้งภาษาไทยและภาษาแม่ แต่เดิมตั้งใจทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ แต่พอมีกระแสชาตินิยมและการตรวจสอบ ทำให้โรงเรียกถูกสั่งปิด และส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็กๆ อย่างมาก ก็เลยพยายามกันใหม่ ดึงผู้เชี่ยวชาญต่างๆ มาเป็นที่ปรึกษา จนตอนนี้จดทะเบียนเป็นโรงเรียนเอกชนอย่างถูกต้อง มีผู้บริหารเป็นคนไทย ไม่พึ่งพางบประมาณจากรัฐ”&nbsp;</p>



<p>ปัจจุบันโรงเรียนไอเวิลด์&nbsp; มีนักเรียนเกือบ 500 คน โดยจัดการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงกับหลักสูตรต่างประเทศ (ไทย พม่า อังกฤษ) ค่าเรียนรวมกับค่าหอคิดเป็นรายเดือนสนนเดือนละหลักพัน&nbsp;</p>



<p>“พ่อแม่พอจ่ายได้ ลูกได้เรียนที่ปลอดภัย ถ้าใครไปกลับก็มีรถรับส่ง เพราะคนก่อตั้งที่นี่เคยเป็นเด็กที่เรียนกับเรามาก่อน ลูกหลานเขาอยู่ที่นี่เยอะ เขาก็เลยคิดว่ามันต้องมีโรงเรียนเฉพาะที่แบบเขาได้สอนเอง เขาอยากจัดการเรียนการสอนที่มันตอบโจทย์ชีวิต และไม่แน่ใจว่าการเมืองประเทศเขามันจะเป็นอย่างงี้อีกนานมั้ย”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-19.jpeg" alt="" class="wp-image-104721" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-19.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-19-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-19-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-19-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-19-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>เด็กบางคนที่หนีสงครามมา พี่อ้อนและ LPN ก็พามาเรียนรู้ทักษะชีวิตต่างๆ ช่วงเสาร์-อาทิตย์ ที่เน้นเรื่องการปรับตัว สร้างพื้นที่ปลอดภัย พร้อมกับเยียวยาจิตใจไปด้วย&nbsp;</p>



<p>“เด็กหนีสงครามมาพร้อมกับภาวะ Culture Shock บางคนหนีระเบิดมาแล้วมาอยู่ที่นี่ หลายคนความฝันพังทลายไปแล้ว แต่เราบอกว่า เฮ้ย เธอมีโอกาส เธอทำสิ่งนี้ได้นะ โลกมันกว้าง เธออนุญาตให้ตัวเองฝันได้นะ อยากทำอะไรก็ได้ ดึงเค้าออกมาจากหอไปทำกิจกรรมต่างๆ ก็คือโครงการเรามันจะไปเยียวยาข้างในเขาแบบนี้ด้วยการชวนเค้ามาฝึก Life Skill (ทักษะชีวิต)”&nbsp;</p>



<p>นอกจากการดูแลเด็กแล้ว LPN ยังเข้าไปอบรมครูในโรงเรียนเรื่องระบบการคุ้มครองเด็ก (Child Protection) เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กจะไม่ถูกละเมิดหรือทำร้ายอีกด้วย&nbsp;</p>



<p>ด้วยความเป็นโรงเรียนเอกชนจึงไม่พึ่งพางบประมาณภาครัฐ กิจกรรมทั้งในและนอกโรงเรียน จึงเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเด็กๆ และมั่นใจว่าจะไม่ถูกแทรกแซงจากภาครัฐได้อีก </p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษา = ภาษี ? อีกหรือ</strong></h3>



<p>ขณะที่ผู้ใหญ่หลายคนพยายามสร้างนิเวศการเรียนรู้ที่ปลอดภัยให้เด็กภายใต้ความเชื่อว่าเด็กทุกคนบนโลกควรเข้าถึงการศึกษา แต่ในอีกด้านก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้คิดเช่นนี้ และเชื่อมโยงกับภาษี งบประมาณที่เสียไป&nbsp;</p>



<p>“ความจริงคือ ในเมืองใหญ่เช่น เชียงใหม่ โรงเรียนหลายแห่งมีสัดส่วนของเด็กชาติพันธุ์และแรงงานข้ามชาติเกิน 50% หรือบางแห่งสูงถึง 70% ความหลากหลายนี้มาเคาะอยู่หน้าประตูแล้ว” ผศ.ดร.พิสิษฐ์ นาสี อาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ความเห็นพร้อมข้อมูลเรื่องนี้ไว้ในรายการ ชั่วโมงนี้ไม่มีคำตอบ&nbsp;</p>



<p>เสริมทัพอย่างหนักแน่นด้วยกฏหมายและหลักสิทธิมนุษยชน มติคณะรัฐมนตรี 5 กรกฎาคม 2548 และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ 31 ตุลาคม 2562 ที่กำหนดไว้ว่า เด็กทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะมีสัญชาติหรือไม่ ต้องได้รับสิทธิในการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน </p>



<p>&#8220;ภาษีมันไม่ได้มาจากคนไทยอย่างเดียว คนที่อยู่ในประเทศนี้จ่ายภาษีในหลายมิติมาก โดยเฉพาะ vat จากการจับจ่ายใช้สอยซื้อของ&#8221;&nbsp;</p>



<p>อ.พิสิษฐ์ ยังชวนให้ลองถอดคำว่าชาติพันธุ์และถอดความหลากหลายออก&nbsp;</p>



<p>“เขาคือมนุษย์ ที่จะกลายมาเป็นทรัพยากรสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อ ถ้าเรามีการศึกษาที่ดี เค้าจะกลายเป็นทรัพยากรที่ดีมาก สำหรับโลกใบนี้ ซึ่งใครได้ประโยชน์ ก็พวกเราทั้งหมด ลูกหลานกลุ่มนี้มาอยู่กับเราตั้งแต่เด็ก ยังไงเค้าก็ต้องอยู่ที่นี่ เค้าเติบโตที่นี่ เป็นคนที่นี่โดยวัฒนธรรม&#8221;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-20.jpeg" alt="" class="wp-image-104722" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-20.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-20-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-20-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-20-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-20-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) นนท์ แชมป์ และอ้าย</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ด้านเด็กๆ เองก็ได้ยินได้ฟังเรื่องเหล่านี้มาไม่น้อยทั้งจากข่าวและคนที่พบเจอ แชมป์ อ้าย นนท์ ก็เคยเจอปิดโรงเรียน พวกเค้าแค่ตั้งคำถามว่า เด็กทุกคนเรียนด้วยกันไม่ได้เหรอ&nbsp;</p>



<p>“เราอยากได้ความรู้ อยากได้อนาคตดีๆ จะได้ไปทำงานดี ตอนนี้เรายังกลับไม่ได้ค่ะ อยากมีอนาคตดีๆ ที่นี่” นิดหน่อยบอก&nbsp;</p>



<p>เช่นเดียวกับความรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างที่ นิดหน่อย นุช อ้าย นนท์ แชมป์ คินตันโบ ต่างมี และส่งผลพอต่อใจพอสมควร&nbsp;</p>



<p>“เราอยากเรียนแบบมีความสุขบ้าง” อ้ายบอก&nbsp;</p>



<p>ส่วนน้องสาวอย่างนนท์เลือกที่จะกดความรู้สึกเอาไว้แล้วบอกให้ตัวเอง ไม่รู้สึกดีกว่า&nbsp;</p>



<p>“ถ้ารู้สึก … มันก็ไม่ดี ถ้าหนูรู้สึกคือ มันไม่เท่ากัน หนูเลยไม่ใส่ใจ ถ้าหนูใส่ใจคงเครียด นอนไม่หลับแน่ (ยิ้ม)”&nbsp;</p>



<p>และเป็นยิ้มที่ติดตา ติดใจเรามาจนถึงตอนนี้</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-110826/">เราอยากตื่นไปโรงเรียนเพราะเสียงนาฬิกามากกว่าเสียงปืน คุยกับเด็กๆ ลูกหลานแรงงานที่อยากไปโรงเรียนทุกวัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน’ อบต.นาเลียง กับการ ‘รื้อ’ และ ‘สร้าง’ พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นได้จริง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-060826/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-060826</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Aug 2026 07:23:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[อบต.นาเลียง]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[นครพนม]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104652</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในพื้นที่ตำบลนาเลียง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ปัญหาเด็กห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-060826/">‘เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน’ อบต.นาเลียง กับการ ‘รื้อ’ และ ‘สร้าง’ พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นได้จริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในพื้นที่ตำบลนาเลียง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ปัญหาเด็กหลุดออกนอกระบบมักถูกคนในชุมชนแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ ถ้าไม่ถูกตีตราว่าเป็นกลุ่มที่เข้าไปพัวพันปัญหายาเสพติดและความก้าวร้าว ก็จะถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่ ‘พ่อแม่ไม่สั่งสอน’ มากพอ จนกลายเป็นเด็กขี้เกียจเรียนหนังสือ และสมัครใจลาออกแบบไม่มีเหตุผล&nbsp;</p>



<p>ในความเป็นจริง ปัญหาเด็กตกหล่น ออกกลางคันในพื้นที่ไม่ได้ง่ายดายหรือเกิดจากความขี้เกียจของเด็กเพียงอย่างเดียว หากแต่มีความซับซ้อนและสัมพันธ์กับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม และข้อจำกัดของระบบการศึกษา&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104656" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>“หนึ่งคือระบบราชการและระบบโรงเรียนเรายังรักษาเด็กไว้เพื่องบรายหัว เพราะเด็กทั้งที่จริงเด็กแขวนลอยเนี่ย อยู่ตามชุมชนเรามีครับ แต่รายชื่อเขา เลข 13 หลักเขาจริงๆ ยังอยู่ในโรงเรียนอยู่ ทาง สกร. ก็อยากรับก็รับไม่ได้เพราะมันยังแขวนรอไว้อยู่อะ” </p>



<p>วีรศักดิ์ หะติง นักพัฒนาชุมชนชํานาญการ ผู้รับผิดชอบโครงการการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสําหรับการพัฒนากลุ่มเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา (อบต.นาเลียง) เล่าถึงข้อจำกัดทางโครงสร้างของระบบการศึกษาให้ฟัง&nbsp;</p>



<p>ความย้อนแย้งนี้สะท้อนว่า หากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างอบต. ไม่ยื่นมือเข้ามาเป็นคนกลางในการประสานงานระหว่างโรงเรียนเดิม สกร. และผู้ปกครอง เด็กกลุ่มนี้จะกลายเป็น ‘คนไร้ตัวตนในระบบการศึกษา’ ไปโดยปริยาย&nbsp;</p>



<p>จึงกลายเป็นโครงการการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสําหรับการพัฒนากลุ่มเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา (อบต.นาเลียง) ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อ ‘รื้อ’ และ ‘สร้าง’ พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ใหม่ก็เกิดขึ้นได้จริง</p>



<p>ในการทำงานก้าวแรก อบต. นาเลียง จึงเริ่มต้นจากการสลายอคติ โดยใช้กระบวนการทางสังคมและกิจกรรมดึงเด็กออกจากบ้านเข้าสู่พื้นที่ส่วนรวม เพื่อทำให้ชุมชนเปิดรับและเลิกมองเด็กนอกระบบด้วยสายตาหวาดระแวง&nbsp;</p>



<p>“ปีแรกเรายังไม่เน้นเรื่องวุฒิการศึกษา เราเน้นเรื่องการมีรายได้ ให้เด็กมีรายได้ หรือให้เด็กค้นหาตัวตนที่ชอบก่อน”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104658" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-104659" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1024x1024.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-150x150.png 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-768x768.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1536x1536.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-750x750.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>กิจกรรมอย่างการฝึกทำกระจกและอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นอาชีพหลักในท้องถิ่น การทำพิมเสน การแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชน ไปจนถึงการขายของออนไลน์ กลายเป็นเครื่องมือสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจที่ทำให้ผู้ใหญ่ในชุมชนเห็นว่า เด็กนอกระบบไม่ได้เป็นปัญหา แต่คือลูกหลานที่มีศักยภาพ หากได้รับการหนุนเสริมที่ถูกต้อง</p>



<p>หัวใจสำคัญที่ทำให้เด็กยอมก้าวเดินเข้ามาหา อบต. นาเลียง คือหลักการ ‘เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน’ ซึ่งเป็นความพยายามตั้งต้นที่ให้เด็กเป็นผู้กำหนดเป้าหมายชีวิตของตนเอง&nbsp;</p>



<p>“เด็กนำคือให้เด็กเลือก ในกลุ่มมีทั้งสภาเด็ก เด็กนอกระบบ เด็กวัยแรงงาน มาออกแบบร่วมกัน ส่วนผู้ใหญ่หนุนคือ หนุนเสริมเรื่องที่เขาเสนอมา แนะนำให้อยู่ในทางที่ถูกต้อง เช่น เด็กอยากทำม็อกเทล อยากฝึกงานร้านกาแฟ อยากออกไปศึกษาดูงานข้างนอก เราไม่บอกว่าไม่ดี แต่ประคบประหงม หนุนให้เด็กเป็นคนคิดออกแบบ แล้วพาเขาออกไปเห็นโลก”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104661" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104662" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ตามอำนาจหน้าที่เดิม อบต. มีภารกิจจัดการศึกษาโดยตรงเพียงระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ก่อนอนุบาล) แต่ อบต.นาเลียง เลือกที่จะขยายขอบเขตการทำงานโดยอาศัย พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ให้ครอบคลุมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต</p>



<p>“พอเรารู้แล้วว่าปีแรกเราทำ เรายังไม่รู้บทบาทตัวเองว่าจะทำอะไร พอมาปีสองเรามองบริบทเราว่าถ้าเราเป็นฮับ จะทำให้เด็กประสบความสำเร็จหรือเด็กมามากกว่า เราเลยเป็นฮับเพื่อส่งต่อ สกร. โคกับโรงเรียนพระซองสามัคคีวิทยาที่จัด 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ และเชื่อมกับศูนย์การเรียน CYF ที่ยืดหยุ่นเพื่อเทียบโอนประสบการณ์”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-104663" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-1024x1024.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-150x150.png 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-768x768.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-1536x1536.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-750x750.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-104664" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-1024x1024.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-150x150.png 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-768x768.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-1536x1536.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-750x750.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>สุดท้ายสิ่งที่เปลี่ยนไปคือการทำงานร่วมกันโดยไม่แบ่งแยกหน่วยงาน อบต.นาเลียงมองว่าหากปล่อยให้เด็กหลุดระบบ ปัญหาก็จะวนกลับมาที่งานสวัสดิการของอบต. อยู่ดี</p>



<p>“ถ้ากลุ่มนี้ไม่เรียนหนังสือ สุดท้ายมามันก็ตกอยู่กับอบต. เหมือนเดิม ทุกอย่างมันพันไปหมด ตั้งแต่แรกเกิดไม่ได้เรียน รายได้ไม่มี อบต. ก็ต้องเข้าไปช่วยเรื่องสวัสดิการ กลับมาที่ปัญหาของชุมชนอยู่ดี”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104665" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104666" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ความสำเร็จของนาเลียงจึงมาจากการที่ท้องถิ่นกล้าลุกขึ้นมาปรับ ‘มายด์เซ็ต’ (Mindset) ทั้งของชุมชน ระบบการศึกษา และกลไกราชการ บทบาทของ อบต. จะไม่ได้หยุดอยู่แค่การดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหรือดูแลลูกบ้านตามกฎหมาย แต่ยังสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็น ‘ฮับการเรียนรู้’ (Learning Hub) ที่คืนโอกาสและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้แก่เด็กทุกคนได้&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-060826/">‘เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน’ อบต.นาเลียง กับการ ‘รื้อ’ และ ‘สร้าง’ พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นได้จริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โอกาสที่สอง นับ-ตน ฝาแฝดที่มรดกความจน ทิ้งให้ต้องดิ้นรนเพื่อการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-310726/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-310726</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2026 04:19:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดสตูล]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเมล็ดพันธุ์เกตรี]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104547</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เราตอบได้ไหมนะ…ความฝันคือเป็นผู้พิพากษา จริงๆ เพราะอยา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-310726/">โอกาสที่สอง นับ-ตน ฝาแฝดที่มรดกความจน ทิ้งให้ต้องดิ้นรนเพื่อการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“เราตอบได้ไหมนะ…ความฝันคือเป็นผู้พิพากษา จริงๆ เพราะอยากพิสูจน์ให้ที่บ้านเห็นว่าหนูทำได้ เพราะที่บ้านไม่ค่อยเชื่อในตัวหนู อย่างพอลองถามพ่อแม่ว่าตรงนี้หนูทำได้ไหม พ่อแม่ก็จะบอกว่าทำไม่ได้หรอก เวลาหนูพูดอะไรมักจะไม่ค่อยฟัง บ้านหนูชอบซ้ำเติม ตอนนี้มีปัญหาอะไรหนูเลยไม่ค่อยบอกครอบครัว”</p>



<p>‘นับ’ สุนิสา ตอบ หลังหันไปถามแฝดน้อง ‘ตน’ สุนิตา เมื่อได้รับคำถามว่า ‘ความฝันตอนนี้ของตัวเองอะไร’ เหมือนกับตนที่ยังคงกระอักกระอ่วนเมื่อตอบคำถาม</p>



<p>“หนูอยากเป็นทนาย เพราะว่าหลานค่อนข้างอยู่ในสังคมที่เสี่ยงยาเสพติด หนูอยากเป็นทนายความเพราะอยากช่วยปรับปรุงหลาน”</p>



<p>ความอึดอัดปรากฏขึ้นในดวงตาของทั้งคู่วัย 17 เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าวันนี้ ‘สิทธิที่จะได้ฝัน’ นั้นมีมากน้อยแค่ไหน หลังจากที่บ้านขอร้องให้ทั้งคู่ออกจากโรงเรียนตอน ม.2 เพราะความจน และต้องใช้ชีวิตอยู่ในความว่างเปล่าเกือบ 3 ปี แทนที่จะได้วิ่งตามความฝันในห้องเรียนแบบคนอื่นเขา จวบจนปีนี้ในวัยที่ควรจบมัธยมปลาย นับและตน ได้กลับเข้ามาเรียนอีกครั้งในชั้น ม.4&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-39.jpeg" alt="" class="wp-image-104548" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-39.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-39-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-39-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-39-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-39-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) ‘นับ’ สุนิสา, ‘ตน’ สุนิตา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="1--%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-"><strong>ก้าวออกจากรั้วโรงเรียน</strong></h3>



<p>นับและตน รู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตตัวเองคงไม่มีใครอยากให้เกิดถ้าที่บ้านมีเงินมากพอ สำหรับครอบครัวที่มีฐานะพร้อม ‘การศึกษา’ อาจเป็นเส้นทางตรงสายที่เด็กทุกคนเดินไปตามช่วงวัยอย่างราบรื่น แต่สำหรับครอบครัวนับและตน ในจังหวัดสตูล การส่งลูกเรียนหนังสือกลับเป็นเหมือนการแบกรับต้นทุนชีวิตที่หนักอึ้ง</p>



<p>ย้อนกลับไปตอนอายุ 14 ปี ทั้งคู่เรียนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาควบคู่สามัญแห่งหนึ่ง&nbsp;</p>



<p>“ตอนนั้นเครียดค่ะ มันไม่สนุกกับการเรียนเท่าไหร่ ด้วยความที่เราเป็นเด็กหลังห้อง พอยกมือถามครูก็ไม่ค่อยสนใจ จะสนใจแต่เด็กหน้าห้องมากกว่า” นับตอบ&nbsp;</p>



<p>สภาพแวดล้อมในห้องเรียน ไม่ได้เอื้อให้พวกเธอรู้สึกสนุกกับการเรียนรู้เท่าไร นับกับน้องสาว พร้อมเพื่อนๆ ส่วนหนึ่งเลยกลายเป็นเด็กหลังห้อง ที่มีผลการเรียนติดลบ&nbsp;</p>



<p>“พ่อกับแม่บอกว่าไม่มีเงินแล้วนะ จะเอายังไง แล้วหนูก็มีปัญหาเรื่องการเรียนด้วย เรียนไม่ค่อยทันเพื่อน ชอบโดดบ่อยๆ ติด ร เยอะ พอเป็นแบบนี้ก็เลยได้ออกจากโรงเรียนทั้งคู่ ก็รู้สึกเสียใจ กับรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เรียนแล้ว”</p>



<p>วิกฤตการเงินในครอบครัวใหญ่ที่มีพี่น้องถึง 7 คน ที่ทั้งคู่เป็นลูกคนสุดท้อง พ่อและแม่วัยใกล้ 60 ปี มีอาชีพรับจ้างกรีดยางตอนกลางคืน มีรายได้ที่ไม่แน่นอนเพียงวันละ 200-300 บาทเท่านั้น&nbsp;</p>



<p>อาชีพรับจ้างกรีดยางในตอนกลางคืนของพ่อและแม่ ไม่ใช่การเป็นเจ้าของสวนเอง รายได้จึงขึ้นอยู่กับหยาดเหงื่อและสภาพดินฟ้าอากาศ ในคืนที่ฝนตกก็ขาดรายได้ วันไหนโชคดีก็ได้เงินกลับมา ซึ่งเมื่อนำมาหารเฉลี่ยกับปากท้องของคนในบ้านและหลานๆ อีกหลายชีวิต เงินจำนวนนี้แทบไม่พอกับค่ากับข้าวในแต่ละวัน</p>



<p>นับจำได้ดีว่ามะ (แม่) เดินมาพูดด้วยความจำใจว่า “ตอนนี้มะยังไม่มีเงินเลย เดี๋ยวรอให้มะมีเงินก่อนได้ไหม” ทั้งคู่รู้ดีว่าในความเป็นจริง คำว่า ‘รอให้มีเงิน’ ของมะ มันช่างห่างไกลเหลือเกิน และเมื่อบวกกับความกดดันในห้องเรียนที่พวกเธอมักถูกมองข้ามเพราะเป็นเด็กหลังห้อง สุดท้ายทั้งคู่จึงตัดสินใจเดินออกจากระบบการศึกษาตอนจบ ม.2 ทันที เพราะรู้ดีว่าเงินทุกบาทที่จ่ายเป็นค่าเทอมหมายถึงปากท้องของคนทั้งบ้านที่ต้องประหยัดลง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-40.jpeg" alt="" class="wp-image-104549" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-40.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-40-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-40-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-40-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-40-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘นับ’ สุนิสา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="2--%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-"><strong>มรดกความจนที่ได้รับ</strong></h3>



<p>โลกของนับและตน ที่เคยใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในห้องเรียน ถูกพลิกมาเป็นโลกแห่งการทำมาหากินเพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวในทันทีตลอด 3 ปีที่หลุดออกจากระบบ&nbsp;</p>



<p>“เหนื่อยค่ะ เหนื่อยกว่าการเรียนมากๆ” ทั้งคู่ประสานเสียงเมื่อพูดถึงช่วงเวลา 3 ปีที่หายไป</p>



<p>นับ ไปช่วยพี่สาวขายปลาหมึกย่างและลูกชิ้นย่างที่หน้าเซเว่น รูทีนชีวิตเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเย็น อยู่กับไอร้อนของเตาไฟจนถึงสี่ทุ่ม</p>



<p>“หนูนอนตีสองเป็นเรื่องปกติเลย ตื่นอีกทีสิบโมง แล้วร้านปิดสี่ทุ่ม กลับบ้านมาพักผ่อนร่างกาย นอนเล่นโทรศัพท์จนถึงตีสอง”</p>



<p>ส่วนตน รับหน้าที่แบ่งเบาภาระงานบ้านทั้งหมด คอยล้างจาน ดูแลความสะอาด และช่วยเลี้ยงหลานอยู่ที่บ้านเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างคนดูแล</p>



<p>รายได้วันละ 200-300 บาทที่นับหามาได้จากการขายของ และเงินไม่เกินร้อยบาทที่ตนใช้ซื้อของกินในเซเว่น กลายเป็นวงจรชีวิตที่พวกเธอคิดว่านี่คงคือทั้งหมดของชีวิตแล้ว</p>



<p>“ยอมรับว่าเครียด แล้วก็เบื่อๆ ช่วงนั้นหนูไม่ค่อยพูดกับใคร อย่างพี่ยังได้ไปร้านขายของ แต่หนูอยู่บ้าน ไม่ค่อยไปไหน” ตนบอก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-41.jpeg" alt="" class="wp-image-104551" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-41.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-41-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-41-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-41-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-41-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ตน’ สุนิสา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="3--%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%87-"><strong>เมื่อครอบครัวคือกำแพง</strong></h3>



<p>ทั้งคู่ยอมรับว่าความยากจนไม่เพียงแต่พรากโอกาสในการเรียนรู้ แต่ยังพรากช่วงเวลาที่ควรจะได้วิ่งเล่น พรากสังคมเพื่อนฝูง โดยเฉพาะตนที่ต้องอยู่บ้านตลอดเวลา&nbsp;</p>



<p>แถวบ้านที่อาศัยอยู่ ปัญหายาเสพติดรายล้อมจนกลายเป็นเรื่องปกติในสายตา หลานชายของพวกเธอเคยถูกจับกุมจนต้องขึ้นศาลเยาวชน นี่เลยเป็นที่มาความฝันของตน ที่อยากเป็นทนาย และข้างๆ กันนับก็อยากเป็นผู้พิพากษา&nbsp;</p>



<p>“คือลึกๆ หนูอยากทำให้ตรงข้ามกับสิ่งที่พ่อพูด พ่อเป็นคนที่เก่ง แบบเก่งจนไม่ค่อยฟังใครเลย เขาถือว่าเขาเป็นหัวหน้าครอบครัวใหญ่ที่สุดของบ้าน”</p>



<p>นับพูดแบบตรงไปตรงมาถึงครอบครัวของตัวเอง&nbsp;</p>



<p>“เพราะบางครั้งหนูอยากทำอันนี้ อยากเป็นอันนี้ แต่พ่อกับแม่ไม่ให้ เวลาหนูพูดอะไรมักจะไม่ค่อยฟัง บ้านหนูชอบซ้ำเติม ตอนนี้มีปัญหาอะไรหนูเลยไม่ค่อยบอกครอบครัว”</p>



<p>นับและตนรู้สึกตรงกันว่า บ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ได้เพียงแค่ 50% เท่านั้น เพราะเวลาที่พวกเธอมีความฝัน หรืออยากลองทำอะไรใหม่ๆ มักจะไม่ได้รับความเห็นชอบ หรือคำชื่นชมจากพ่อแม่ แต่กลับได้รับคำพูดที่บั่นทอนความมั่นใจแทน โดยเฉพาะตนที่อยากเป็นทนายความ และโดนพ่อแม่ปรามาสไว้ว่าคงทำไม่ได้</p>



<p>คำพูดบั่นทอนความฝันจากครอบครัวไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่ครอบครัวของนับและตน&nbsp;</p>



<p>อัพดอล-อัพดอล พงค์สวัสดิ์ ผู้รับผิดรับโครงการกลไกชุมชนสู่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา จังหวัดสตูล โดยการสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) อธิบายสถานการณ์ที่เด็กในพื้นที่สตูลเจอว่าที่นี่มักมีวัฒนธรรมเงียบในบ้าน เพราะถ้าผู้ปกครองไม่ฟังเสียงเด็กดีๆ เสียงนี้ก็จะไม่ได้ยิน และถ้าไม่ได้ยินบ่อยๆ มันก็จะไม่พูดออก&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-42.jpeg" alt="" class="wp-image-104552" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-42.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-42-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-42-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-42-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-42-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘อัพดอล’ อัพดอล พงค์สวัสดิ์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="4--%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95-"><strong>โอกาสที่สองของชีวิต</strong></h3>



<p>ในวัย 17 ปี นับตนได้กลับเข้ามาเรียนโรงเรียนอีกครั้ง จุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มต้นขึ้นเมื่อแกนนำเครือข่ายเยาวชน ‘เมล็ดพันธุ์เกตรี’ ชักชวนพวกเธอเข้ามาร่วมกิจกรรมของกลุ่ม ‘The GUERRILLA’ โครงการกลไกชุมชนสู่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา จังหวัดสตูล โดยการสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>



<p>นับและตนได้ฟังประสบการณ์เรื่องราวชีวิตจากเพื่อนๆ และรุ่นพี่ โดยเฉพาะบทเรียนเรื่องพิษภัยของยาเสพติด ซึ่งเป็นสิ่งระบาดหนักในชุมชนที่พวกเธออาศัยอยู่ มันกลายเป็นเกราะป้องกันทางความคิดและจุดประกายความฝันที่อยากจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p>



<p>อีกด้านหนึ่งโรงเรียนอันซอเรียะห์อัดดีนียะห์ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามควบคู่สามัญ เป็นโรงเรียนการกุศลที่เข้าร่วมโครงการกลไกชุมชนสู่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาจังหวัดสตูล เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาได้กลับมาเรียนอีกครั้ง</p>



<p>หลังจากนั้น กาศมา นาคกระวัศ ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วยทีมงาน สุกรี นาคกระวัศ ผู้จัดการโรงเรียน ได้เดินทางมาเคาะประตูบ้านเพื่อชวนพวกเธอกลับเข้าสู่ระบบโรงเรียนอีกครั้ง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-43.jpeg" alt="" class="wp-image-104553" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-43.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-43-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-43-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-43-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-43-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) ‘กาศมา’ นาคกระวัศ, ‘สุกรี’ นาคกระวัศ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ตอนแรกหนูวิ่งหนีไปหลังบ้านเลยค่ะ หลบหน้า ผอ. ตลอด เพราะไม่อยากคุยเรื่องเรียน มันยากมากที่จะกลับไปหลังจากหลุดไปตั้งสองสามปีแล้ว”&nbsp;</p>



<p>แต่คนที่ซัพพอร์ตและดึงมือให้เดินหน้าต่อก็คือมะที่เอ่ยปากขอร้องลูกสาวว่า&nbsp;</p>



<p>“ไม่อยากให้ลูกต้องมากรีดยางรับจ้างเหมือนมะ มันลำบากและไม่แน่นอน ทนอีกนิดนึงเดี๋ยวก็ชิน”&nbsp;</p>



<p>ควบคู่ไปกับพลังของความเป็นฝาแฝดที่นับบอกว่า&nbsp;</p>



<p>“ถ้าไม่มีน้องมาด้วย หนูก็ไม่มา แต่อย่างน้อยจับมือมาเจออะไรที่ไม่รู้ด้วยกัน มันก็ทำให้กล้าสู้”</p>



<p>แม้จะมีความขัดแย้งในใจหรือรู้สึกอึดอัดกับท่าทีของพ่อ แต่อุดมการณ์ลึกๆ ของนับในการกลับมาเรียนหนังสือครั้งนี้ ส่วนหนึ่งคือเธออยากจะเติบโตขึ้นไปเป็นคนที่มีความรู้เท่าทัน เพื่อที่จะสามารถหันหน้ากลับมาคุยกับพ่อด้วยเหตุและผลในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่งได้</p>



<p>“หนูอยากเอาความรู้ที่แท้จริงไปคุยกับพ่อเพราะเขาไม่เคยฟังใครเลย”</p>



<p>ขณะเดียวกัน ตน เองก็อยากใช้ความสำเร็จในอนาคตเพื่อพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าพวกเธอทำได้</p>



<p>&#8220;หนูก็อยากพิสูจน์ให้เขารู้ว่าสมองหนูก็ถึง ยังไงหนูก็เป็น (ทนาย) ให้ได้ค่ะ&#8221;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="5--%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%AD-"><strong>ถ้าโรงเรียนยืดหยุ่นมากพอ</strong></h3>



<p>ปัจจุบัน นับและตนกลับเข้ามาเรียนในชั้น ม.3 และกำลังเข้าสู่ ม.4 ได้ประมาณ 4 เดือนแล้วที่โรงเรียนอันซอเรียะห์อัดดีนียะห์ แม้ช่วงแรกจะต้องปรับตัวอย่างหนัก&nbsp;</p>



<p>“วันแรกหนูบอกน้องว่ากลับบ้านไหม ไม่รู้จักใครเลย พรุ่งนี้ไม่อยากมาแล้ว แต่น้องมันลากมาเลยต้องมา ถ้าน้องไม่มาเรียนหนูก็ไม่มา อย่างน้อยก็มีน้องมาด้วยกัน จับมือมาเจออะไรที่ไม่รู้ด้วยกัน” นับเล่า</p>



<p>สำหรับเด็กคนหนึ่งที่หลุดออกจากระบบโรงเรียนไปนานถึง 3 ปีเต็ม การผลักประตูรั้วโรงเรียนกลับเข้ามาอีกครั้ง ไม่ใช่แค่เรื่องของการหยิบกระเป๋านักเรียนมาสะพาย แต่คือการเปลี่ยนวิถีชีวิต ความคิด และการปรับตัวที่ต้องใช้ต้นทุนทางจิตใจอย่างสูง</p>



<p>ความท้าทายขั้นต่อมาของการปรับตัวคือ ‘ช่องว่างระหว่างวัยและสถานะ’ ในห้องเรียน ในวัยใกล้ 18 ปีที่ต้องมานั่งเรียนร่วมชั้น ม.3 กับเด็กที่อายุห่างกัน 2-3 ปี ซ้ำร้ายแก๊งเด็กในห้องยังรู้จักและเติบโตด้วยกันมาตั้งแต่มัธยมต้น ทำให้นับและตนกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมของห้องเรียนในช่วงแรก</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-44.jpeg" alt="" class="wp-image-104554" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-44.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-44-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-44-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-44-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-44-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ความอายและการกลัวสายตาคนจ้องมองทำให้ฝาแฝดขังตัวเองไว้ในกลุ่มสองคน นั่งกินข้าวด้วยกันตอนพักกลางวัน และเมื่อเริ่มปรับตัวได้ระดับหนึ่ง ก็ต้องเจอกับวิกฤตน้ำท่วมใหญ่จนโรงเรียนต้องหยุดยาว ปิดกั้นช่องทางการติดต่อเพราะยังไม่มีเบอร์หรือโซเชียลมีเดียของเพื่อนๆ ทำให้หลังน้ำลด ทั้งคู่ต้องกลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งในการปรับตัวใหม่อีกครั้ง</p>



<p>“ตอนเรียน ม.สอง คือกดดันเพราะวิชามันยาก มีตั้งแปดถึงสิบวิชา แต่ที่นี่มีแค่ห้าหกวิชา ครูเป็นกันเอง น่ารักและใจดีมาก ค่อยๆ สอน ไม่ดุไม่ด่าเหมือนโรงเรียนอื่น ไม่เข้าใจตรงไหนก็ยกมือถาม ครูก็จะสอนให้ตัวต่อตัวเลย ครูบอกว่าไม่ต้องไปถามเพื่อน ถามครูนี่ ครูสอนได้”</p>



<p>แต่เพราะโรงเรียนนี้ แตกต่างจากที่เดิม</p>



<p>“ที่นี่ครูเป็นกันเอง น่ารักและใจดีมากค่ะ ค่อยๆ สอน ไม่ดุไม่ด่า ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนครูจะสอนให้ตัวต่อตัวเลย ครูบอกว่าไม่ต้องไปถามเพื่อน ให้ถามครูได้เลย มันทำให้เราจากเด็กหลังห้องที่ไม่เคยมีใครสนใจ กล้าที่จะเรียนรู้”</p>



<p>จากที่เคยต้องเรียนถึง 8-10 วิชาจนกดดัน ที่นี่ปรับโครงสร้างให้ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ศักยภาพเหลือเพียง 5-6 วิชา และมีการประเมินผลผ่านกิจวัตรความดี ตอนนี้กลายเป็นเด็กที่สนุกกับวิชาวิทย์คำนวณ และมีเพื่อนสนิทอย่างอามีนาและมาริน่าที่คอยเข้ามาสร้างเสียงหัวเราะ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="6--%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A5-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87-"><strong>เหมือนจะไปได้ไกล แต่ก็อาจจะไปไม่ถึง</strong></h3>



<p>สิ่งที่ทำให้นับและตนยังไม่หลุดออกจากระบบไปเป็นครั้งที่สอง เพราะทั้งคู่เริ่มสนุกกับการเรียนในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมา ที่ ‘ตัวระบบโรงเรียน’ และ ‘ครู’ ลดเงื่อนไขความกดดันลง แตกต่างจากโรงเรียนเอกชนดั้งเดิมที่เคยเรียน</p>



<p>ที่อันซอเรียะห์อัดดีนียะห์ ไม่ได้เรียนเพียงวิชาการ แต่เรียนรู้ผ่านหลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง จัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ ใช้กระบวนการ I+STEAM Education ประเมินผลจากสมรรถนะที่ผู้เรียนสามารถปฏิบัติได้จริงตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด นอกจากนี้ โรงเรียนยังส่งเสริมการปลูกฝัง 9 กิจวัตรความดีตามแบบอย่างของท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ, ล) เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นทั้งคนดีและคนเก่ง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เรียนรู้ด้านอาชีพร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคสตูล เพื่อสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพและพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต</p>



<p>แต่นับก็ยอมรับว่า ตัวเองไม่อยากเรียนต่อแล้ว อยากออกไปหาเงินมากกว่า เพราะมีอิสระและได้เงิน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-45.jpeg" alt="" class="wp-image-104556" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-45.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-45-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-45-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-45-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-45-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) ‘อัพดอล’ อัพดอล พงค์สวัสดิ์, ‘ฟาลัก’ บีลาล เส็นจิต</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ไม่ผิดที่นับจะคิดอย่างนั้น อัพดอลบอกว่าหนึ่งในคำถามที่คนทำงานมักได้รับจากเด็กๆ คือ&nbsp;</p>



<p>“ผมจะฝันถึงอะไรเหรอพี่? เพราะเด็กนอกระบบในสตูลจำนวนมากเผชิญภาวะไร้ความฝัน ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่อยากมีอนาคตที่ดี แต่เป็นเพราะโครงสร้างเศรษฐกิจในจังหวัดสตูลปิดตายจินตนาการของพวกเขา”</p>



<p>ฟาลัก บีลาล เส็นจิต เจ้าหน้าที่โครงการเล่าว่า ที่สตูลมีเพียงโรงงานปลากระป๋อง ซึ่งรับเฉพาะแรงงานหญิง และโรงงานปาล์มน้ำมันที่ต้องการแรงงานผู้ใหญ่และงานหนัก</p>



<p>ส่วนงานราชการหรืองานออฟฟิศก็มีจำกัดและการแข่งขันสูง แม้รัฐจะพยายามผลักดันการท่องเที่ยว แต่ก็ไม่ได้เติบโตจนสร้างงานในตัวจังหวัดได้อย่างทั่วถึง สุดท้ายคนสตูลที่เรียนจบสูงๆ หรืออยากลืมตาอ้าปากได้เลยต้องไปทำงานที่หาดใหญ่ ภูเก็ต กระบี่ หรือกรุงเทพฯ และแทบไม่มีใครกลับมาพัฒนาบ้านเกิด</p>



<p>เมื่อเด็กๆ มองเห็นภาพชัดเจนว่า “เรียนไปก็ไม่มีงานทำที่บ้าน เก่งไปก็ไม่มีทางให้เดินต่อ” แรงจูงใจในการเรียนรู้จึงกลายเป็นศูนย์&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-46.jpeg" alt="" class="wp-image-104557" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-46.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-46-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-46-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-46-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-46-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>อย่างน้อยก็ยังมีตนที่บอกว่าหนูอยากเรียนต่อให้ไกลได้ที่สุด&nbsp;</p>



<p>“หนูตอบแบบไม่ลังเลเลยว่าอยากเรียนต่อ เพราะอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หนูอยากให้ปัจจุบันตัวเองได้พัฒนาไปได้ไกลขึ้น ไม่หยุดอยู่แค่นี้ ต่อให้พี่ไม่มาด้วย หนูก็มา ยังไงก็จะมาเพราะอยากเรียนอยู่” ตนเล่าด้วยแววตาที่เป็นประกาย</p>



<p>วันนี้คำตอบของนับคือไม่อยากเรียนต่อแล้ว ไม่แน่ในอนาคตคำตอบอาจจะเปลี่ยนไป แต่อย่างน้อยวันนี้พวกเธอทั้งคู่ก็ยังคงเรียนระดับชั้น ม.4 อยู่ที่อันซอเรียะห์อัดดีนียะห์</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p></p>



<p>เรื่อง : มยุรา ยะทา <br>ภาพถ่าย : อธิคม แสงไชย <br>ภาพประกอบ : ภัทราภรณ์ สงสาร</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-310726/">โอกาสที่สอง นับ-ตน ฝาแฝดที่มรดกความจน ทิ้งให้ต้องดิ้นรนเพื่อการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จิบชา จุดไฟ ฟุ้งฝัน บทสนทนา ณ ขนำเกตรี พื้นที่ก่อไฟฝันเด็กนอกระบบสตูล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-140726-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-140726-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Jul 2026 13:29:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สตูล]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103897</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าไม่ก้มมองนาฬิกา บทสนทนาใต้ผืนฟ้ายามราตรี ล้อมวงรอบกอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-140726-2/">จิบชา จุดไฟ ฟุ้งฝัน บทสนทนา ณ ขนำเกตรี พื้นที่ก่อไฟฝันเด็กนอกระบบสตูล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าไม่ก้มมองนาฬิกา บทสนทนาใต้ผืนฟ้ายามราตรี ล้อมวงรอบกองไฟที่ลุกโชนใต้กาน้ำชา อาจเกิดขึ้นเรื่อยๆ เหมือนสายน้ำในคลองลิเกตุที่ค่อยๆ ไหลตลอดทั้งคืน&nbsp;</p>



<p>เสียดายที่เวลาเดินเร็วเกินกว่าเราจะมีโอกาสทักทาย และฟังเรื่องราวของเด็กๆ ในขนำ (กระท่อม) หมดทุกคน&nbsp;</p>



<p>เรื่องเล่าของซอหมาด วัย 18 ที่เพิ่งจบ ม.6 ตั้งใจอยากเรียนรัฐศาสตร์ควบนิติศาสตร์ต่อไปในอนาคต และเรื่องราวของฟิต วัย 15 ที่ยกมือบอกว่าตัวเองเพิ่งสมัครเรียน กศน. และเปลี่ยนสถานะเป็นนักเรียนวันนี้เป็นวันแรก กำลังล้อมวงถ่ายทอดให้กับคนอีกกว่า 10 ชีวิตที่อยู่ที่นี่เพื่อฟังกันและกัน&nbsp;</p>



<p>อัพดอล-อัพดอล พงค์สวัสดิ์ ผู้รับผิดรับโครงการกลไกชุมชนสู่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา จังหวัดสตูล โดยการสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) คือคนนำทางมายังสถานที่นี้ ขนำหลังน้อยในตำบลเกตรี อำเภอเมือง จังหวัดสตูลที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากชุมชน ถูกเรียกว่า ‘เมล็ดพันธุ์เกตรี Learning Space’ พื้นที่กึ่งถาวรที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำกิจกรรมในสถานะพื้นที่การเรียนรู้ (Learning Space) ในตอนกลางวัน และเป็นแหล่งมั่วสุมสัพเพเหระในตอนกลางคืน</p>



<p>จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าที่นี่จะมีเด็กในระบบและเด็กนอกระบบมารวมตัวกัน&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ขนำที่ชื่อว่าเมล็ดพันธุ์เกตรี&nbsp;</strong></h3>



<p>“เราสร้างตรงนี้ให้เป็นพื้นที่ห่างไกลคน บรรยากาศอะไรก็ดี ให้เป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตรงนี้มันเลยเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) สำหรับเด็กให้มาพูดคุยกันหรือว่ามาทำกิจกรรมกัน”</p>



<p><strong>ราฎา กรมเมือง</strong> หรือที่เด็กๆ เรียกกันว่า<strong>ก๊ะด้า</strong> คณะทำงานและพี่เลี้ยงของกลุ่มเล่าว่า ตอนที่เธอเริ่มทำงานเกี่ยวกับการส่งเสริมเด็ก ตั้งกลุ่มเมล็ดพันธุ์เกตรีขึ้นมา สถานที่ที่เด็กจะมาล้อมวงคุย ประชุม และวางแผนกิจกรรม จะเป็นขนำที่ตั้งอยู่หน้าบ้านของราฎา</p>



<p>ซึ่งเวลานัดหมายกันในตอนนั้นกับตอนนี้เหมือนกัน คือ เวลาค่ำคืน เพราะเด็กในระบบติดภารกิจการเรียนในช่วงกลางวัน วันเสาร์-อาทิตย์ก็ไม่มีใครว่าง ต้องจัดกิจกรรมช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ตกวันธรรมดาจึงสะดวกสำหรับทุกฝ่าย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-13.jpeg" alt="" class="wp-image-103900" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-13.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-13-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-13-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-13-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-13-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ก๊ะด้า-ราฎา กรมเมือง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ยกเว้นเพื่อนบ้านของราฎา</p>



<p>“สมัยผมเราประชุมตอนกลางคืน เริ่มทุ่มนึงจบตีสาม ประชุมไม่นานหรอก เสร็จแล้วนั่งคุยเล่นกัน ทีนี้เริ่มมีปัญหากับเพื่อนบ้าน กับพื้นที่ เป็นอย่างนี้มา 4-5 รุ่น” อัพดอลอธิบายในฐานะเด็กคนหนึ่งที่เคยอยู่ที่ขนำหน้าบ้านราฎามาก่อน</p>



<p>พอขนำหลังนั้นไม่ปลอดภัย ราฎาก็ย้ายมาสร้างขนำแห่งใหม่ในที่ที่ไกลจากชุมชนให้ห่างไกลจากผู้คนมากที่สุด ทำให้เด็กๆ หลายคนชอบที่นี่ อย่างที่นาอิม วัย 18 เสริมว่า&nbsp;</p>



<p>“เสียงดังได้ เผื่อว่าเสียงดังเกินไปก็ไม่มีอะไรมากระทบกระทั่ง ไม่มีคำพูด ไม่มีก้อนหิน เพราะแถวนี้ไม่มีบ้านคนครับ ก็เลยสบายๆ”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กลางวันมืด กลางคืนกลับยิ่งสว่าง&nbsp;</strong></h3>



<p>“เพราะกลางวันไม่ปลอดภัยพอที่จะใช้ชีวิต กลางคืนก็เลยใช้ชีวิต” อัพดอลเล่าระหว่างแจกจ่ายโรตีรอบกองไฟที่ขนำ</p>



<p><strong>อัพดอล</strong> คือเยาวชนวัย 26 ในระบบคนหนึ่งที่เข้ามาเป็นแกนนำทำโครงการเกี่ยวกับเด็กนอกระบบ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้อัพดอลเข้าใจดีว่า เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น แสงแดดส่องสว่าง แต่อาจไม่ใช่ช่วงเวลาสำหรับเด็กนอกระบบ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-14.jpeg" alt="" class="wp-image-103901" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-14.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-14-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-14-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-14-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-14-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">อัพดอล-อัพดอล พงค์สวัสดิ์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>มันไม่ใช่ว่าพวกเขาอยากจะนอนตื่นบ่ายหรือรักความมืด แต่ในโลกกลางวัน สายตาของผู้คนในสังคมมักคอยตั้งคำถาม ตัดสิน และตีตราพวกเขาตลอดเวลา อยู่บ้านเฉยๆ พ่อแม่ก็ด่า ออกไปข้างนอกสังคมก็ตั้งคำถามว่าทำไมไม่ไปโรงเรียน มันกลายเป็นการใช้ชีวิตที่ยากลำบากและเต็มไปด้วยแรงกดดัน แต่เมื่อราตรีมาถึง สายตาที่คอยตัดสินเลือนหายไป วงน้ำชาในความมืดรอบกองไฟขนำเกตรีจึงกลายเป็นพื้นที่เดียวที่พวกเขาได้กลับมามีตัวตน มีสิทธิที่จะพูด หัวเราะ และใช้ชีวิตอย่างปลดปล่อย</p>



<p>“ชอบอยู่ที่ๆ ไม่มีคน มันสบายใจ ไม่ค่อยเสียงดังมาก ไม่เบ้หู (ไม่หนวกหู)” ฟิต-ธนากร โต๊ะมวง เล่าพลางมองไปที่กองไฟกลางวงล้อม&nbsp;</p>



<p><strong>ฟิต</strong>ไม่ได้หลุดออกจากระบบเพราะขี้เกียจหรือครอบครัวยากจน แต่เรื่องราวมันเกิดขึ้นตอน ม.2 ในชั่วโมงวิชาภาษาอังกฤษ ครูเขวี้ยงแปรงลบกระดานใส่กลุ่มเพื่อนที่คุยกันข้างหลัง แต่แปรงนั้นลอยมาโดนหางคิ้วของฟิต</p>



<p>“ผมติด ร. วิชาอังกฤษ พอไปแก้ เพื่อนข้างหลังเขาคุยกัน ผมหูฟังเพื่อนพูด ตาดูครูเขียน ไม่รู้ยังไง เขาเขวี้ยงมาโดนตรงนี้” ฟิตชี้หางคิ้วให้ดู</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-15.jpeg" alt="" class="wp-image-103902" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-15.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-15-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-15-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-15-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-15-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ฟิต-ธนากร โต๊ะมวง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ฟิตไม่ได้บอกแม่ด้วยตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แม่น่าจะรู้จากครูคนนั้น เพราะครูไปส่งฟิตที่บ้านพร้อมขอโทษแม่ แต่ไม่ได้ขอโทษหรือพูดอะไรกับฟิต หลังจากวันนั้นฟิตจึงไปโรงเรียนทุกวัน แต่ไม่เข้าเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ไม่ไปแก้ ร. สุดท้ายก็ไม่สามารถเลื่อนระดับชั้นได้ ฟิตจึงตัดสินใจลาออก</p>



<p>พอฟิตอยู่บ้านเฉยๆ เพื่อนก็จะแห่กันมานั่งเล่นเกมกันที่บ้าน บางคืนก็เสียงดังโหวกเหวกจนโดนว่า ฟิตก็ต้องคอยปรามเพื่อนเรื่อยๆ เพราะโต๊ะ (ปู่) ต้องตื่นไปกรีดยางตอนตี 1 แต่ตอนนี้ฟิตไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงดัง ไม่ต้องหนีไปผูกเปลนอนเล่นคนเดียวเงียบๆ แล้ว เพราะรุ่นพี่อย่าง <strong>‘ซอหมาด’</strong> ประธานสภาเด็กของตำบลเกตรี ชวนฟิตมานั่งเล่นด้วยกันที่ขนำแห่งนี้</p>



<p>สำหรับฟิต ที่นี่ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากที่บ้านมาก แต่ดีกว่าตรงที่ ‘ไม่เบ้หู (ไม่หนวกหู)’&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทุกคนมาล้อมวงจิบชา และสัพเพเหระยามสนธยาโดยไม่สนว่าใครเป็นใคร</strong></h3>



<p>พอพูดถึงพื้นที่การเรียนรู้ ภาพในหัวของบางคนจะเป็นสถานที่ที่มีชั้นหนังสือเรียงราย มีกระดานดำ มีอุปกรณ์การเรียนการสอน แต่หน้าตาของขนำเกตรีในยามค่ำคืน คือ ขนำหลังเล็กๆ ที่ด้านหน้ามีเด็กๆ ทั้งในและนอกระบบล้อมวงกันก่อไฟ ต้มน้ำร้อน ดีดกีตาร์ บางคนก็ออกไปซื้อโรตีมานั่งกินด้วยกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-16.jpeg" alt="" class="wp-image-103903" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-16.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-16-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-16-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-16-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-16-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>“งานเด็กคืองานที่เราสร้างพื้นที่ให้เด็กได้มาลองผิดลองถูกเป็นเสมือนสนามประลองแล้วเขาได้เรียนรู้และเติบโต องค์กรเหมือนภาชนะ อยู่ที่ไหนก็ได้แต่สำคัญคือสิ่งที่อยู่ในภาชนะมีคุณภาพหรือเปล่า นั่นคือตัวคุณ”</p>



<p>ราฎาคลุกคลีกับการทำงานเรื่องเด็กมาตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งในระยะแรกเด็กที่อยู่ในโครงการเป็นเด็กในระบบทั้งหมด เพิ่งได้มาขยับขยายทำงานกับเด็กนอกระบบได้ไม่นาน ซึ่งความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือ ราฎาต้องวิ่งเข้าหาเด็ก เพราะเด็กนอกระบบไม่วิ่งเข้าหาผู้ใหญ่แบบเด็กในระบบ</p>



<p>“พี่ทำมาหลายรูปแบบ บุกเดี่ยวเข้าไปในวงเด็กผู้ชายนั่งอยู่ฝั่งโน้น มีความคิดว่าเด็กพวกนี้ต้องชอบคนจริงใจแน่เลย มีน้องคนนึงเป็นเด็กในระบบ รู้จักเราแต่ไม่ได้สนิทเขาบอกว่า ก๊ะพูดแบบนี้พวกมันไม่รู้เรื่องหรอก”</p>



<p>ราฎาจึงเปลี่ยนวิธีเข้าหา เรียนรู้จากผู้ปกครองว่าเด็กนอกระบบทันคนเพราะเจ็บมาเยอะจากการถูกคนอื่นใช้ประโยชน์จากการเป็นกลุ่มเป้าหมาย ราฎาจึงไม่บีบรัด ไม่บังคับ ถ้าชวนแล้วไม่อยากมาก็ไม่เป็นไร แต่ก็พยายามทักทาย เข้าไปคุยบ่อยๆ จนเด็กหลายคนเริ่มเปิดใจให้กับที่นี่</p>



<p>“ใครจะมาก็มา ถ้าไม่มีอะไรทำเขาก็มาเองแหละ บรรยากาศดีไงพี่” <strong>ฟาลัก-ฟาลัก บีลาล เส็นจิต</strong> เจ้าหน้าที่โครงการฯ เล่าไปด้วยระหว่างรินชาแจก&nbsp;</p>



<p>การล้อมวงจิบชาอาจเกิดขึ้นบ่อย คลอไปกับเสียงจอแจของการพูดคุยตลอดทั้งคืน <strong>ซอหมาด-อภิวัฒน์ ตะวัน</strong> ขาประจำของขนำนี้ คือเด็กในระบบที่มีอนาคตสดใสตามมาตรฐานสังคม&nbsp;</p>



<p>ก่อนหน้าที่จะมานั่งเล่น คลุกคลีกับเพื่อนๆ เด็กนอกระบบ ซอหมาด เคยมองว่าเพื่อนๆ กลุ่มนี้เป็นคนไม่ดี เหลวไหล ไม่สนใจเรียน และสร้างแต่ปัญหา ซึ่งความคิดเหล่านี้ซอหมาดยอมรับว่ามาจากอคติส่วนตัว เพราะคิดไปเองโดยไม่เคยเดินเข้าไปถามเพื่อนๆ สักครั้งว่าทำไมไม่ไปโรงเรียน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-17.jpeg" alt="" class="wp-image-103904" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-17.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-17-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-17-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-17-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-17-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">&nbsp;ซอหมาด-อภิวัฒน์ ตะวัน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>มาเป็นพี่เลี้ยงให้กับเด็กนอกระบบ เพราะอยากให้เกิดการชวนกันมาทำกิจกรรมแบบปากต่อปาก เพื่อนดึงเพื่อน ซอหมาดจึงตกลงที่จะเป็นพี่เลี้ยงเพื่อหาคำตอบว่าทำไมเพื่อนๆ เด็กนอกระบบถึงหลุดจากระบบ</p>



<p>“ก่อนหน้านี้ผมมีอคติอยู่บ้าง แต่พอได้ฟังเหตุผลเราก็เข้าใจเขามากขึ้น มันไม่ได้มีเหตุผลแค่เขาขี้เกียจ มันยังมีปัจจัยอื่นๆ ทั้งพวกเศรษฐกิจ ครอบครัว บางคนที่บ้านมีลูกหลายคนเลยต้องเว้นให้น้องได้เรียน พี่ไปงาน มันมีเหตุผลหลากหลาย เราก็ใจหายใจหวิวนิดนึงที่เขาไม่ได้เรียนต่อ”</p>



<p>การที่เด็กในระบบอย่างซอหมาดเข้าไปคุย ไปดึงเพื่อนเด็กนอกระบบด้วยกันมาทำกิจกรรมด้วยการชวนไปเที่ยว ไม่ใช่แค่เด็กนอกระบบเท่านั้นที่ได้ประโยชน์จากกิจกรรม แต่ตัวซอหมาดเองก็ได้เรียนรู้ทักษะอะไรหลายๆ อย่าง เช่น สอนเล่นกีต้าร์ สอนทักษะงานไม้ งานฝีมือ ทำให้ซอหมาดรู้สึกประทับใจและมองว่าเพื่อนๆ เด็กนอกระบบมีหลายเรื่องที่เก่งกว่าตัวเอง</p>



<p>“ส่วนตัวผมรู้สึกว่า แพ้เขาในหลายๆ เรื่องด้วยซ้ำครับ พอเขาไม่ต้องมานั่งเรียนจบบ่ายสี่เหมือนพวกผม เวลาที่เขาว่างตรงนั้นเขาได้ฝึกทักษะ เช่น ในค่ายเขาจะมีเด็กที่ทำมีดเป็น เด็กที่ตกปลาเก่ง เด็กที่เพ้นท์เสื้อสวยเอาไปขายสร้างรายได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ทั้งๆ ที่ตัวผมเองอายุก็ไล่เลี่ยกับเขา แต่ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าเขาเลย”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ในวันที่ไม่ได้งดงามตามฤดู แต่ยังคงเบ่งบานและงอกเงยได้ในยามสนธยา&nbsp;</strong></h3>



<p>วัฒนธรรมการล้อมวงดื่มน้ำชาตอนกลางคืนเป็นวิถีที่อยู่คู่กับภาคใต้มานาน แต่สำหรับเด็กนอกระบบหลายคน ช่วงเวลากลางคืนกลับกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยเพียงหนึ่งเดียวในการใช้ชีวิต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-18.jpeg" alt="" class="wp-image-103905" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-18.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-18-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-18-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-18-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-18-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>อัพดอล</strong>เล่าว่าท่ามกลางความเงียบสงบของจังหวัดสตูล กลุ่มเด็กเปราะบางที่กำลังเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจากมิติทางวัฒนธรรมและศาสนาอันเข้มข้น</p>



<p>และสำหรับคนทำงานที่เกี่ยวโยงกับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ความท้าทายที่หยั่งรากลึกที่สุดไม่ใช่เพียงแค่ตัวเด็ก แต่คือโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจังหวัดสตูล ต่างจากจังหวัดปริมณฑลที่มีโรงงานรองรับมากมาย&nbsp; ที่สตูลมีเพียงโรงงานปลากระป๋องและโรงงานปาล์มน้ำมันซึ่งรับแรงงานได้จำกัด แม้ภาครัฐจะพยายามผลักดันเรื่องการท่องเที่ยว แต่วิถีชีวิตจริงก็ไม่ได้ตอบโจทย์คนในพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;</p>



<p>“เด็กขาดแรงจูงใจ คอนเน็คไม่ได้ว่าฉันจะเก่งไปเพื่ออะไร ใช่ เก่งแล้วยังไงต่อ เก่งแล้วไม่มีทางให้เดินต่อ คนสตูลไปแล้วไม่ค่อยกลับมาอยู่บ้าน นอกจากคนที่มีทุนบางอย่างอยู่ที่บ้าน เช่น มีสวน มีที่ดินทำกิน แต่ถ้าไปแล้วไม่กลับมาแสดงว่าที่บ้านไม่ได้มีอะไรเยอะ ฉะนั้นต้องไปหาด้านนอก”</p>



<p>สภาวะเช่นนี้ทำให้แม้แต่คนเรียนจบมหาวิทยาลัยยังยากที่จะกลับมาทำมาหากินที่บ้านเกิด แล้วนับประสาอะไรกับเด็กนอกระบบที่ไม่มีแม้แต่วุฒิการศึกษาติดตัว&nbsp;</p>



<p>เมื่อหนทางข้างหน้ามืดมิด สิ่งที่สูญหายไปจากแววตาของเด็กนอกระบบในจังหวัดสตูล ไม่ใช่แค่โอกาสทางการศึกษา แต่คือความกล้าที่จะจินตนาการถึงอนาคต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-19.jpeg" alt="" class="wp-image-103906" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-19.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-19-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-19-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-19-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-19-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>“สั้นๆ เลยก็คือว่า เราอยากให้น้องมีความฝัน มีเป้าหมายในชีวิต ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ น้องก็จะถามกลับว่า ‘ผมจะฝันถึงอะไรเหรอพี่’ ไม่รู้หรอกว่าอยากฝันอะไร แต่อยากให้เขามีความฝัน คือฐานนึงของความคิด เพราะความฝันเปลี่ยนได้ ผมไม่ได้บอกว่าต้องฝันเรื่องเดิมตลอด แต่เราเชื่อว่าถ้าคุณฝันได้ คุณก็คิดได้”</p>



<p>อัพดอล รู้ดีว่าการเข้าไปแก้ปัญหาระดับโครงสร้างระบบครอบครัวหรือชุมชนที่มีปมซับซ้อนนั้นเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลา แต่สิ่งที่ดีที่สุดและเริ่มต้นได้ง่ายที่สุดในตอนนี้ คือการเริ่มต้นที่ตัวเด็ก การเปิดพื้นที่รับฟังอย่างซื่อตรง และพยายามจุดประกายเล็กๆ ให้พวกเขากลับมามีความฝันอีกครั้ง เพื่อให้วันหนึ่ง พวกเขาจะสามารถยืนหยัดและใช้ชีวิตอยู่ได้ในบ้านเกิดของตนเอง โดยไม่ต้องดิ้นรนหลบซ่อนตัวอยู่ในความมืดอีกต่อไป&nbsp;</p>



<p>เหมือนกับขนำ ที่มีป้ายผืนใหญ่ติดไว้ว่า <strong>‘เมล็ดพันธ์ุเกตรี’</strong> ที่มีความมหมายว่า พื้นที่เกตรีแห่งนี้ต้องการเมล็ดพันธุ์เพื่องอกงามในพื้นที่ของตัวเอง&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-140726-2/">จิบชา จุดไฟ ฟุ้งฝัน บทสนทนา ณ ขนำเกตรี พื้นที่ก่อไฟฝันเด็กนอกระบบสตูล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปาฐกถาพิเศษ 8 for Infinity: 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุนมนุษย์ไทย โดย ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-030726-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-030726-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Jul 2026 12:22:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[8 for Infinity]]></category>
		<category><![CDATA[Equity Forum 2026]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103623</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความสำเร็จตลอด 8 ปีของ กสศ. เกิดจากการทำงานร่วมกับครูกว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-030726-2/">ปาฐกถาพิเศษ 8 for Infinity: 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุนมนุษย์ไทย โดย ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ความสำเร็จตลอด 8 ปีของ กสศ. เกิดจากการทำงานร่วมกับครูกว่า 400,000 คน ท้องถิ่นกว่า 7,850 แห่ง ภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน วิชาการ และประชาสังคมทั่วประเทศ&nbsp;</p>



<p>กสศ. พิสูจน์แล้วว่านวัตกรรมเหล่านี้สามารถเปลี่ยนชีวิตเด็กและวัดผลได้จริง&nbsp;</p>



<p>โดยสะท้อนความเชื่อใน “ปรากฏการณ์ผีเสื้อ” (Butterfly Effects)&nbsp;</p>



<p>ที่องค์กรเล็ก ๆ สามารถสร้างผลกระทบที่เป็นอนันต์ร่วมกับทุกภาคส่วน</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. ระบบข้อมูล iSEE</strong></h3>



<p>ในอดีต ข้อมูลการศึกษาไทยขาดมิติสำคัญ 3 ด้าน คือ ข้อมูลเด็กกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือที่สุด, ข้อมูลพัฒนาการคุณภาพการศึกษาระยะยาว, และหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าควรลงทุนในจุดใดของชีวิตเด็ก&nbsp; กสศ. จึงพัฒนาระบบข้อมูลที่ต้องอาศัยความกล้าและความเชื่อมั่นจากทุกฝ่าย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="800" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-01-album1920x1920.jpg" alt="" class="wp-image-103625" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-01-album1920x1920.jpg 800w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-01-album1920x1920-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-01-album1920x1920-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-01-album1920x1920-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-01-album1920x1920-750x750.jpg 750w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. หลักประกันโอกาสทางการศึกษา</strong></h3>



<p>ความยากจนที่ถ่ายทอดข้ามรุ่นเป็นกับดักสำคัญที่ทำให้ไทยติดกับดักรายได้ปานกลาง กสศ. จึงริเริ่ม “เงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข” (CCT) ที่บูรณาการการคัดกรองความยากจน การติดตามสุขภาพ และการเข้าเรียนไว้ด้วยกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="800" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-02-album1920x1920.jpg" alt="" class="wp-image-103626" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-02-album1920x1920.jpg 800w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-02-album1920x1920-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-02-album1920x1920-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-02-album1920x1920-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-02-album1920x1920-750x750.jpg 750w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. Thailand Zero Dropout</strong></h3>



<p>จากปฏิญญาจอมเทียนที่ประกาศว่า &#8220;การศึกษาคือสิทธิของทุกคน&#8221; กสศ. ผลักดันเรื่องการค้นหาและช่วยเหลือเด็กนอกระบบ จนนำไปสู่นโยบาย Thailand Zero Dropout ที่มีเป้าหมายให้เด็กทุกคนได้เรียนภายในปี 2570</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-03-album1920x1920-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-103634" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-03-album1920x1920-1-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-03-album1920x1920-1-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-03-album1920x1920-1-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-03-album1920x1920-1-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-03-album1920x1920-1-1536x1536.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-03-album1920x1920-1-2048x2048.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-03-album1920x1920-1-750x750.jpg 750w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. โรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQM)</strong></h3>



<p>คุณภาพการศึกษาไม่อาจเกิดขึ้นจากคำสั่งส่วนกลาง กสศ. จึงเปลี่ยนวิธีทำงานสู่ &#8220;โรงเรียนพัฒนาตนเอง&#8221; (TSQM) ให้โรงเรียน ครู และชุมชนร่วมกันมองเห็นปัญหาและใช้ข้อมูลตัดสินใจพัฒนาด้วยตนเอง โดยมีเครือข่ายหนุนเสริม แทนการสั่งการจากบนลงล่าง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-04-album1920x1920-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-103635" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-04-album1920x1920-1-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-04-album1920x1920-1-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-04-album1920x1920-1-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-04-album1920x1920-1-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-04-album1920x1920-1-1536x1536.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-04-album1920x1920-1-2048x2048.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-04-album1920x1920-1-750x750.jpg 750w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>5. ครูรัก(ษ์)ถิ่น</strong>&nbsp; </h3>



<p>ผลิตครูระบบปิดแบบครบวงจร ค้นหาเด็กในพื้นที่ บ่มเพาะ และส่งกลับไปบรรจุในโรงเรียนบ้านเกิด บัณฑิตที่ผ่านโครงการนี้มีอัตราการคงอยู่ในวิชาชีพสูงถึงร้อยละ 99.6 เพราะเป็นผู้ที่เข้าใจภาษาและวัฒนธรรมของเด็กในพื้นที่อย่างแท้จริง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-05-album1920x1920-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-103636" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-05-album1920x1920-1-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-05-album1920x1920-1-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-05-album1920x1920-1-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-05-album1920x1920-1-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-05-album1920x1920-1-1536x1536.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-05-album1920x1920-1-2048x2048.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-05-album1920x1920-1-750x750.jpg 750w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>6. การศึกษายืดหยุ่น</strong></h3>



<p>ทลายข้อจำกัดด้านสถานที่และเวลา รวมถึงเปลี่ยนชุมชนให้เป็นห้องเรียน เพื่อให้การศึกษายืดหยุ่นพอที่จะเดินทางไปหาเด็กทุกคน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="800" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-06-album1920x1920.jpg" alt="" class="wp-image-103630" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-06-album1920x1920.jpg 800w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-06-album1920x1920-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-06-album1920x1920-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-06-album1920x1920-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-06-album1920x1920-750x750.jpg 750w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>7. All for Education</strong></h3>



<p>ความเหลื่อมล้ำมีความซับซ้อนเกินกว่างบภาครัฐจะรับมือเพียงลำพัง แนวคิด All for Education จึงเปลี่ยนภาคส่วนต่างๆ จาก &#8220;ผู้ชม&#8221; ให้เป็น &#8220;หุ้นส่วนการเปลี่ยนแปลง&#8221;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="800" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-07-album1920x1920.jpg" alt="" class="wp-image-103631" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-07-album1920x1920.jpg 800w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-07-album1920x1920-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-07-album1920x1920-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-07-album1920x1920-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-07-album1920x1920-750x750.jpg 750w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>8. การวิจัยเชิงประจักษ์</strong></h3>



<p>งานวิจัยคือ &#8220;เข็มทิศ&#8221; ที่เปลี่ยนความเชื่อให้กลายเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ทำให้เห็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-08-album1920x1920-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-103637" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-08-album1920x1920-1-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-08-album1920x1920-1-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-08-album1920x1920-1-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-08-album1920x1920-1-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-08-album1920x1920-1-1536x1536.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-08-album1920x1920-1-2048x2048.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/no3-08-album1920x1920-1-750x750.jpg 750w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<p>อ่านปาฐกถาฉบับเต็มได้ที่นี่ : <a href="https://www.eef.or.th/keynote-address-dr-prasarn-trairatvorakul8-for-infinity/">https://www.eef.or.th/keynote-address-dr-prasarn-trairatvorakul8-for-infinity/</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-030726-2/">ปาฐกถาพิเศษ 8 for Infinity: 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุนมนุษย์ไทย โดย ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แบ่งเวลามาอยู่ในสายตา มีโรงเรียนสอนศาสนาเป็นที่ปลอดภัย : ‘ตาดีกาบาโงยือแร’ พื้นที่เก่าในบันนังสตา ที่มีร้านน้ำชาและข้าวยำไว้เล่าเรื่องใหม่ของเด็กนอกระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-2306626/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-2306626</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jun 2026 11:33:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ตาดีกาบาโงยือแร]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บันนังสตา]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103242</guid>

					<description><![CDATA[<p>43 กิโลเมตร คือ ระยะทางระหว่างตัวเมืองยะลาและตาดีกาบาโง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-2306626/">แบ่งเวลามาอยู่ในสายตา มีโรงเรียนสอนศาสนาเป็นที่ปลอดภัย : ‘ตาดีกาบาโงยือแร’ พื้นที่เก่าในบันนังสตา ที่มีร้านน้ำชาและข้าวยำไว้เล่าเรื่องใหม่ของเด็กนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>43 กิโลเมตร คือ ระยะทางระหว่างตัวเมืองยะลาและตาดีกาบาโงยือแร โรงเรียนสอนศาสนาที่ตั้งอยู่ในตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา พื้นที่นี้เป็นศูนย์กลางการทำงานของหน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education : ABE) ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>



<p>ปัญหาหลักของเด็กและเยาวชนในพื้นที่บ้านอูแบ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา รวมถึงสามจังหวัดชายแดนใต้ คือ ปัญหาปากท้อง ที่ทำให้โอกาสด้านการศึกษาถูกตัดออกไปด้วย</p>



<p>&nbsp;“เรียนในระบบถึงชั้น ม.2 หลังจากนั้นก็ไม่ได้เข้าเรียนเลย เพราะไม่มีงบจะเรียนต่อ” ซัน เฟาชาน อาแว วัย 21 เล่า</p>



<p>ข้อมูลจากสำนักงานสถิติจังหวัดยะลาบอกว่า รายได้เฉลี่ยของประชากรในยะลาอยู่ที่ประมาณ 108,108 บาทต่อคนต่อปี สาเหตุโดยอ้อมที่ส่งผลต่อการลืมตาอ้าปากของคนในพื้นที่ คือ การเป็นจังหวัดภายใต้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง ได้แก่ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551</p>



<p>“อาชีพแถวนี้จะเป็นทำสวน สวนยาง สวนทุเรียน บ้านที่รวยจะทำสวนทุเรียน เด็กก็จะไปเรียนในเมืองไม่ก็มาเลเซีย ถ้าเป็นผู้หญิง การหลุดออกจากระบบเขาไม่ได้เดือดร้อน มันมีชุดความคิดว่า พอแต่งงานไปผู้ชายต้องส่งเสียเลี้ยงดูผู้หญิง” สูรียาอธิบาย</p>



<p>ส่วนปัญหารองลงมา คือ ‘ความปลอดภัย’ ของพื้นที่ที่ถูกนิยามว่าเป็นพื้นที่สีแดง มีทั้งยาเสพติด การกระทำที่ผิดกฎหมาย และความรุนแรงในพื้นที่ที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ</p>



<p>‘สูรียา อาแว’ ครูตาดีกา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ อบต.บาเจาะ และหัวหน้าคณะทำงานโครงการสานพลังร่วมกันการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาตำบลบาเจาะ บอกว่า เด็กๆ นอกระบบของบ้านอูแบต้องเผชิญความเสี่ยงหลายอย่าง</p>



<p>“เมื่อก่อนเขาอยู่ในแหล่งยาเสพติด 12 ชั่วโมงเลย อยู่ตรงนั้นตั้งแต่ค่ำถึงเช้า”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103243" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">สูรียา อาแว</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ทว่า สูรียาก็ย้ำว่า สำหรับเด็กบ้านอูแบ โรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย แม้ว่าการศึกษาภาพรวมจะมีทั้งระบบโรงเรียนสามัญแบบที่เราคุ้นเคย ปอเนาะหรือโรงเรียนที่เน้นสอนศาสนา และโรงเรียนแบบกึ่งกลางที่มีทั้งการเรียนการสอนแบบสามัญและศาสนา</p>



<p>และการที่สูรียาเป็นครูตาดีกา เขารู้ดีว่าการผลักเด็กเข้าสู่ระบบเพื่อกลับไปเป็นเด็กดีในสายตาคนในชุมชนไม่ใช่วิธีการที่ยั่งยืน เพราะท้ายที่สุดแล้วเด็กก็จะหลุดออกมาเหมือนเดิม</p>



<p>โจทย์แรกของ สูรียา อาแว จึงเป็นการทำให้เด็กในพื้นที่นี้มีพื้นที่ปลอดภัยในการพัฒนาศักยภาพโดยไม่จำเป็นต้องเป็นโรงเรียน</p>



<p>“พี่เชื่อว่าน้องทุกคนมีดีในตัว แต่ไม่มีพื้นที่ให้เขาแสดงศักยภาพให้คนอื่นเห็น พอคนอื่นไม่เห็น บุคคลภายนอกก็มองว่าเป็นเด็กไม่เอาไหน”</p>



<p>แต่การสร้างพื้นที่ให้เด็กวางใจที่จะเข้ามาไม่ใช่เรื่องง่าย ในฐานะหน่วยการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (ABE) จึงไม่ได้มีแค่คณะทำงานเท่านั้น แต่ต้องประกอบไปด้วยกลไกอื่นๆ ในสังคมที่เรียกว่า 4 เสาหลัก คือ ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา ฝ่ายท้องถิ่น รวมถึงแกนนำเด็กและเยาวชน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="768" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103244" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-768x1024.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-225x300.jpeg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-1152x1536.jpeg 1152w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p></p>



<ul>
<li>เปิดโอกาสให้เด็กอยู่ในสายตา ผ่านกลไกศาสนา&nbsp;</li>
</ul>



<p>ที่หมู่บ้านอูแบ การไม่ไปเรียนหรือเข้าไม่ถึงการศึกษา ไม่ใช่นิยามทั้งหมดของ ‘เด็กไม่ดี’ “เด็กไม่ดีคือเด็กที่หลงผิด เราไม่อยากให้เกิดสิ่งไม่ดีในหมู่บ้าน จึงต้อง<strong>หันหน้าเข้าหาศาสนา</strong>” ดาโอะ ลาโฮยา โต๊ะอิหม่ามกล่าว</p>



<p>กลไกแรกที่สูรียาดึงเข้ามา คือ กลไกศาสนา สำหรับพื้นที่ที่ผู้คนนับถืออิสลามเกือบ 100% โดยใช้<strong>พื้นที่ตาดีกา</strong>ที่เป็นโรงเรียนศาสนาในการจัดกิจกรรม และชวนโต๊ะอิหม่าม ผู้นำศาสนาเข้ามาทำงานกับเด็กด้วยการเติมความรู้ด้านศาสนา และเป็นกระบอกเสียงให้กับชุมชนว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้นจะเป็นไปตามกรอบของศาสนาเพื่อสร้างความสบายใจให้กับคนในพื้นที่</p>



<p>ก่อนที่หน่วยจะจัดกิจกรรมให้กับเด็กในโครงการ วันธรรมดาของตาดีกาบาโงยือแรจะไม่มีคนเข้ามาในพื้นที่ เพราะเด็กไปโรงเรียน ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ที่มีการเรียนการสอน ก็จะมีแค่คนที่ตั้งใจมาเรียน กับผู้ปกครองที่เข้ามาส่งลูกหลานของตัวเองเท่านั้น สูรียาและคณะทำงานจึงตั้งใจทำให้พื้นที่ตาดีกากลายเป็นพื้นที่เปิดกว้างทำกิจกรรมร่วมกัน ให้ใครก็ได้เข้ามาใช้บริการ และชวนเด็กนอกระบบมามีส่วนร่วม</p>



<p>“เราพยายามเปิดพื้นที่ โดยไม่ใช่พื้นที่เฉพาะให้สอนศาสนาอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่เปิดกว้างทำกิจกรรมร่วมกัน หลังๆ อบต. จะจัดโครงการอะไรก็พยายามดึงเข้ามาจัดที่ตาดีกา และพี่ดึงเด็กเยาวชนนอกระบบไปมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม ให้เขามีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง”</p>



<p>ก่อนหน้านี้เด็กนอกระบบจะอยู่กระจัดกระจายเป็นกลุ่มเป็นแก๊ง บ้างก็ไปบิดมอเตอร์ไซต์เที่ยวไปเรื่อย บ้างก็อยู่ตามกระท่อม พอลูกไม่กลับบ้าน พ่อแม่ก็ไม่รู้ว่าลูกไปที่ไหน เกิดความกังวลมากมายตามมา ทั้งกลัวว่าลูกจะเกิดอันตราย เพราะเส้นทางกลับบ้านมีแต่ความมืด ไม่มีแสงไฟ ทั้งกลัวว่าลูกจะหันหน้าเข้าหายาเสพติด</p>



<p>พอเด็กนอกระบบถูกชักชวนมาช่วยงาน มาทำกิจกรรมในพื้นที่ตาดีกา ตลอดจนมานั่งเล่นไวไฟฟรีในพื้นที่นี้ ในขณะที่ห้องเรียนของตาดีกาก็เปิดสอนตามปกติ ทำให้เด็กทุกคน ‘อยู่ในสายตา’ โดยที่คนในชุมชนไม่จำเป็นต้องจ้องมองตลอดเวลา แต่รู้ว่าเด็กอยู่ที่ไหน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="768" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103245" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-768x1024.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-225x300.jpeg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-1152x1536.jpeg 1152w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p></p>



<p>“เราเล่าให้ผู้ปกครองฟังว่า ดึกๆ ลูกเขามานั่งเล่นเกมตรงนี้นะ จากเมื่อก่อนที่ไปแว้นมอเตอร์ไซต์ในตัวเมือง เขาก็สบายใจว่าอย่างน้อยๆ ที่ตรงนี้ลูกเขาก็ไม่ยุ่งกับยาเสพติด เพราะลูกเขาเกรงใจเราที่เป็นครู ลูกเขาอยู่ในสายตาเรา” สูรียาเล่า</p>



<p>กิจกรรมในช่วงแรกจะเป็นกิจกรรมที่สร้างความผ่อนคลาย ที่แทรกเรื่องศาสนาเข้าไปอย่างไม่บีบบังคับให้เด็กค่อยๆ ซึมซับ และเมื่อติดใจ เด็กก็จะกลายเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามถึงกิจกรรมครั้งต่อไปโดยที่ทีมพี่เลี้ยงไม่ต้องชวน</p>



<p>“จะดึงเด็กมาเรียนศาสนาเลยไม่ได้ มันจะกลายเป็นกับดักเพราะเขาไม่ชอบ เราเลยให้เขาทำกิจกรรมที่สนใจแล้วเอาศาสนาเข้าไปแทรกเพื่อให้เขาซึมซับ จะตัดศาสนาออกเลยก็ไม่ได้เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา” สูรียาอธิบาย</p>



<p>หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดในสายตาคนในชุมชน โดยเฉพาะกับผู้นำศาสนา จึงเป็นการละหมาดที่เด็กๆ ไปละหมาดที่มัสยิดมากขึ้น เพราะถึงจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่เมื่อก่อนเด็กไม่ดีของบ้านอูแบไม่ละหมาด ไม่ให้ความสนใจกับศาสนา การที่เห็นว่าเด็กละหมาดมากขึ้น มาทำกิจกรรมศาสนา มาทำกิจกรรมกับชุมชนมากขึ้น จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าชื่นใจ</p>



<p>“รู้สึกภูมิใจที่มีโครงการนี้ เพราะจากเมื่อก่อนเด็กที่ไม่รู้ศาสนา แต่งตัวก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ พอเข้าโครงการก็ดูสะอาด ดูเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น มีวินัย ก็รู้สึกภูมิใจ และถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มีโครงการต่อไป” โต๊ะอิหม่ามกล่าว</p>



<p>พอเด็กๆ ที่มาทำกิจกรรมรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจที่จะมาอยู่ในพื้นที่ตาดีกากับเพื่อนๆ และพี่เลี้ยง ทีมพี่เลี้ยงจึงเปิดโอกาสให้เด็กๆ เสนอสิ่งที่ตัวเองอยากทำ จนกลายมาเป็นร้านน้ำชาที่เป็นแลนด์มาร์คของเด็กในพื้นที่นี้ในยามค่ำคืน แทนที่คาเฟ่ในตัวเมืองที่ต้องบิดมอเตอร์ไซต์เป็นชั่วโมงกว่าจะไปถึง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31.jpeg" alt="" class="wp-image-103246" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>บางคนอาจเรียกที่นี่ว่าพื้นที่ปลอดภัยที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ทำกิจกรรมที่สนใจ และเปิดโอกาสให้เด็กเสนอสิ่งที่อยากทำ แต่พื้นที่แห่งนี้ยังเป็น ‘พื้นที่ถ่วงเวลา’ ที่อย่างน้อยก็ทำให้การมั่วสุมนอกสายตา กลับมาอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่</p>



<p>“ที่นี่เป็นพื้นที่ถ่วงเวลาที่ใช้กับเด็กที่ติดยาเสพติด และเด็กที่ครอบครัวเสี่ยงติดยาเสพติด เมื่อก่อนเขาอยู่ในแหล่งยาเสพติด 12 ชั่วโมงเลย อยู่ตรงนั้นตั้งแต่ค่ำถึงเช้า เราดึงเขาพยายามคุยกับเขาว่ามาอยู่ตรงนี้นะ”</p>



<p>สูรียาเล่าว่า เด็กกลุ่มนี้ในช่วงแรกจะใช้เวลาอยู่ในตาดีกาแค่ชั่วโมงเดียว แต่พอมาบ่อยครั้ง เด็กก็เริ่มปรับพฤติกรรม พูดคุยกับเพื่อนและผู้ใหญ่รอบตัวมากขึ้น ใช้เวลาในตาดีกามากขึ้น ซึ่งเด็กหลายคนบอกกับพี่เลี้ยงว่า หากให้เลิกใช้ยาเสพติดโดยทันทีเป็นเรื่องยาก ขอพยายามด้วยการแบ่งเวลาให้กับพื้นที่ตาดีกามากกว่าพื้นที่ที่มียาเสพติด</p>



<p>“เขาบอกจะแบ่งเวลาให้เรามากกว่าอีกฝั่ง ยังไม่ได้เลิก แต่อยู่ในสายตาเรา มาให้เราได้มองเห็นเขา”</p>



<ul>
<li><strong>จากใจกลางตาดีกา สู่ความร่วมมือจากรอบนอก&nbsp;</strong></li>
</ul>



<p>การสร้างพื้นที่สักพื้นที่หนึ่งให้คนสบายใจที่จะมาอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องยาก และยิ่งอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ยิ่งยากไปกันใหญ่ สูรียาก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน</p>



<p>การอยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษทำให้การขยับตัวทำอะไรสักอย่างของคนในพื้นที่ เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการรวมตัวกันของเยาวชน การทำกิจกรรมระหว่างชายหญิง หากไม่แยกผู้ปกครองจะไม่สบายใจที่จะให้เด็กนอกระบบเข้าโครงการ อีกทั้งอาจถูกมองว่าจะมีการปลุกปั่นหรือทำกิจกรรมไม่เหมาะสม ซึ่งหากฝ่ายความมั่นคงของรัฐมองว่าเป็นปัญหา ก็สามารถถูกยุติได้ตลอดเวลา ผู้นำจึงเป็นกระบอกเสียงสร้างความเชื่อมั่นกับบุคคลภายนอกว่า กิจกรรมที่ทำเด็กและเยาวชนนอกระบบได้ประโยชน์</p>



<p>ทำให้ในระยะที่สองของโครงการที่มีการขยายกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมเป็นเด็กที่มีความเสี่ยงหรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การชวนเด็กมาทำกิจกรรมเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น เพราะผู้ปกครองหลายบ้านไม่เห็นด้วยที่จะให้บุตรหลานของตัวเองเกี่ยวข้องกับเด็กมีปัญหากลุ่มนี้ แม้ว่าคนที่เข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจและขอความเชื่อใจจะเป็นทีมพี่เลี้ยงที่เป็นคนในพื้นที่ก็ตาม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="768" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103247" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-768x1024.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-225x300.jpeg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-1152x1536.jpeg 1152w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /><figcaption class="wp-element-caption">ทีมพี่เลี้ยง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“มันเกิดการเหมารวมขึ้น เพราะพี่มีเด็กกลุ่มนึงที่ครอบครัวเขายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เด็กไม่ได้ไปเรียน เสี่ยงต่อการติดยา ครอบครัวอื่นเลยสั่งห้ามไม่ให้ลูกเขาไปยุ่งกับบ้านนี้ เลยเกิดเสียงค้านขึ้นเพราะกลัวลูกหลานเขาจะไปยุ่งกับยาเสพติดด้วย”</p>



<p>ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขและแพทย์ในพื้นที่จังหวัดยะลาระบุว่า ในปี 2568 มีผู้เข้ารับการบำบัดเรื่องยาเสพติดอยู่ที่ประมาณ 2,000 &#8211; 3,000 คน แต่ สวท.ยะลา คาดว่า มีผู้ติดยาเสพติดกว่า 45,000 คน เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการลำเลียงยาเสพติด</p>



<p>ปัญหายาเสพติดไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง และยิ่งเกิดขึ้นกับเด็กในชุมชน ยิ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน สูรียาและคณะทำงานจึงต้องดึงฝ่ายปกครองและฝ่ายท้องถิ่น ที่ทำงานโดยตรงเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดและความปลอดภัยเข้ามาผสานพลัง</p>



<p>“เราต้องสร้างความเข้าใจกับครอบครัวที่เด็กมาอบรมทำกิจกรรม คุยกับพ่อแม่ว่าเด็กคนนี้มาอยู่ในกิจกรรม ช่วงบ่ายก็ออกกำลังกายห่างไกลยาเสพติด กลางคืนมีกิจกรรมทำสิ่งดีๆ” ลาเต๊ะ อภิบาลแบ ผู้ช่วยฝ่ายปกครองอธิบาย</p>



<p>ส่วนเรื่องความปลอดภัย เมื่อกิจกรรมเกิดขึ้นในหมู่บ้าน หากมีปัญหาผู้นำในพื้นที่ต้องรับผิดชอบ ฝ่ายปกครองและท้องถิ่นจึงเข้ามาช่วยดูแลด้านความปลอดภัย ช่วยพูดคุยกับคนในชุมชนผ่านเสียงตามสาย และประสานหน่วยความมั่นคงของรัฐในทุกครั้งที่มีการจัดกิจกรรมขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103248" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">ลาเต๊ะ อภิบาลแบ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>การที่ท้องถิ่นให้ความสำคัญในการประชาสัมพันธ์กิจกรรม ทำให้หมู่บ้านข้างเคียงให้ความสนใจ โดยเฉพาะผลสำเร็จจากคาเฟ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตาดีกาบาโงยือแร ที่เปลี่ยนมุมมองว่า เด็กไม่ดีก็สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ และอยากให้หน่วยขยายพื้นที่การทำงานเพื่อให้ลูกหลานของตัวเองได้มีส่วนร่วม</p>



<p>“ในฐานะผู้นำชุมชน ได้พูดคุยกับกำนันผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่ เขาเห็นความแตกต่างเด็กบ้านอูแบกับเด็กบ้านอื่น สมัยก่อนเขาลือกันว่าเด็กบ้านอูแบเนี่ยมันดื้อ เป็นเด็กไม่ดี พอมามีโครงการนี้มีการเปลี่ยนแปลงเยอะ ผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่อื่นก็ถามว่ามีกิจกรรมนี้ทำยังไง” ลาเต๊ะ อภิบาลแบ ผู้ช่วยฝ่ายปกครองเล่า</p>



<ul>
<li><strong>&nbsp;เยาวชนเปลี่ยนแปลง ผู้ปกครองยินดี ชุมชนภูมิใจ</strong></li>
</ul>



<p>ในตอนนี้ พื้นที่ตาดีกา โรงเรียนศาสนาในชุมชนที่คนนอกมองว่าเข้าถึงยาก และเป็นสถานที่ที่คนในชุมชนเลือกจะไม่แวะเวียนมาหากไม่ได้สนใจที่จะเรียนศาสนา กลายเป็นพื้นที่เปิดกว้างให้คนในชุมชนเข้ามาใช้พื้นที่ กลายเป็นพื้นที่ที่สร้างความสบายใจให้กับคนในชุมชน รวมไปถึงเด็กในโครงการที่แวะเวียนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>บางคนก็เข้ามานั่งขับร้องอานาเซด ดีดกีตาร์ กับเพื่อนที่ร้านน้ำชาในทุกค่ำคืน เพราะร้านน้ำชาตั้งต้นมาจากความต้องการของเด็กที่อยากทำ เมนู การตกแต่ง และบรรยากาศจึงเป็นสิ่งที่เด็กในพื้นที่ชอบ</p>



<p><br>“พอเขามาร่วมกิจกรรมกับเราก็ให้เขาเต็มที่ อยากขับร้องอานาเซดเราก็ให้ จะกี่เพลงก็แล้วแต่เขา จนสุดท้ายบอกไม่ไหวแล้วเจ็บคอ แสดงว่าเขาเอ็นจอยสุดๆ โต๊ะอิหม่ามก็เห็นด้วย ชอบที่จะเห็นคนรุ่นใหม่กล้าแสดงออกมากขึ้น การขับร้องอานาเซดกับการเล่นกีตาร์บางทัศนะบอกว่าได้ ไม่ผิดหลักศาสนา” สูรียาเสริม</p>



<p>หรือทุกวันศุกร์ ที่นี่ก็จะมีการขายข้าวยำโดยกลุ่มเด็กผู้หญิงและพี่เลี้ยงหญิง เมื่อไหร่ที่มีการโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊กบ้านอูแบว่าจะมีการขายข้าวยำ ชาวบ้านในชุมชนก็จะบิดมอเตอร์ไซต์เข้ามาจอดหน้าตาดีกาเพื่อซื้อข้าวยำไปรับประทาน บางครั้งก็มีการรับออเดอร์ขนมที่กลุ่มเด็กผู้หญิงได้ฝึกจากการร่วมกิจกรรมของหน่วยอีกด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34.jpeg" alt="" class="wp-image-103249" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ข้าวยำ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ซึ่งร้านข้าวยำ เกิดจากความตั้งใจที่จะให้เด็กผู้หญิงมีอาชีพแบบเดียวกับเด็กผู้ชายที่ทำร้านน้ำชา เพราะข้าวยำเป็นอาหารที่เด็กคุ้นเคย วัตถุดิบก็หาไม่ยาก มีอยู่ในพื้นที่ และเด็กผู้หญิงไม่สามารถรวมกลุ่มกับเด็กผู้ชาย โดยเฉพาะในยามวิกาลที่เด็กผู้ชายจะมานั่งรวมกลุ่มกัน การแยกร้านข้าวยำออกมาจึงเป็นกิจกรรมที่ทำให้ในชุมชนเห็นว่ามีการแบ่งหญิงชายอย่างถูกต้องตามหลักศาสนา</p>



<p>ทั้ง 2 กิจกรรมนี้ เป็นความสนใจและความตั้งใจของเด็กๆ ที่หน่วยไม่ได้บังคับว่าต้องทำ แต่ช่วยผลักดันผ่านทุนทรัพย์และองค์ความรู้ เพราะการส่งเสริมให้พวกเขาต่อยอดจากสิ่งที่สนใจ จะทำให้เด็กๆ มองเห็นตัวเองชัดขึ้น</p>



<p>พอเด็กมีพื้นที่ให้มาอยู่ในสายตา ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองให้เห็น พ่อแม่ก็เบาใจ</p>



<p>“เมื่อก่อนเวลาแม่ป่วย เขาไม่เคยเฝ้า แต่เดี๋ยวนี้เวลาแม่เข้าโรงพยาบาลหรือ ICU เขาจะไปดูแลตลอด ทั้งเช็ดตัวและช่วยเหลือทุกอย่าง” มาศีเต๊าะพูดทั้งน้ำตา</p>



<p>มาศีเต๊าะ สาเมาะ วัย 46 ปี แม่ของบุ๊ค (นามสมมติ) เยาวชนในโครงการเล่าว่า ก่อนรู้จักโครงการนี้ ลูกของตนจบแค่ชั้น ม.1 ลูกไม่สนใจที่จะเรียน อยู่บ้านก็ไม่พูดคุยกับคนในครอบครัว ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับเพื่อน ต้องคอยโทรตามให้กลับบ้านเสมอ</p>



<p>ตอนแรกที่บุ๊คเข้าร่วมโครงการ มาศีเต๊าะก็กังวลเรื่องยาเสพติดเหมือนกับผู้ปกครองคนอื่นๆ แต่พอได้เห็นว่ากิจกรรมของหน่วยมีอะไรบ้างจากการอธิบายของผู้นำชุมชน ได้เห็นลูกหิ้วคาราเมลลาเต้กลับมาฝากจากร้านน้ำชาที่ทำกับเพื่อน ความวางใจจึงเพิ่มขึ้น</p>



<p>และในตอนนี้ ลูกของเธอน่ารักขึ้นมาก&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103250" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">มาศีเต๊าะ สาเมาะ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ภูมิใจในตัวเขา เขามีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น รู้หน้าที่ กลับบ้านเป็นเวลา มีความรับผิดชอบทางศาสนามากขึ้น ละหมาดสม่ำเสมอ หากพลาดก็จะละหมาดชดเชยเอง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาจะปล่อยผ่าน” มาศีเต๊าะเล่าพร้อมรอยยิ้ม</p>



<p>สำหรับผู้ใหญ่ในชุมชน การที่เด็กไม่เอาไหนกลุ่มนี้กลายเป็นเด็กดี อาจมีเกณฑ์เป็นการละหมาด และการเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน เพราะเมื่อไหร่ที่มีการทำกิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา เช่น งานอาชูรออ์ งานเมาลิดนบี หรือบ้านไหนแต่งงาน จะมี (อดีต) เด็กไม่ดีเป็นจิตอาสา ไปช่วยงานอย่างสม่ำเสมอ</p>



<p>แต่สำหรับเด็กกลุ่มนี้ สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ การรู้จักตัวเองมากขึ้น การมีพื้นที่ให้เป็นตัวของตัวเอง และทักษะความรู้ที่มากขึ้น ที่ทำให้พวกเขากลับมาอยากเรียนรู้เพื่ออนาคตของตัวเองในฐานะส่วนหนึ่งของชุมชนอีกครั้ง</p>



<p>“อยากให้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ไม่อยากให้ทำตัวไร้สาระ หาความรู้ด้วยตัวเอง เข้าหาผู้ใหญ่ ค่อยๆ ไปถามผู้ใหญ่ในเรื่องที่เราอยากรู้” ซันกล่าว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103251" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">ซัน</figcaption></figure></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-2306626/">แบ่งเวลามาอยู่ในสายตา มีโรงเรียนสอนศาสนาเป็นที่ปลอดภัย : ‘ตาดีกาบาโงยือแร’ พื้นที่เก่าในบันนังสตา ที่มีร้านน้ำชาและข้าวยำไว้เล่าเรื่องใหม่ของเด็กนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
