<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คลองเตยดีจัง | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 13 Sep 2024 07:23:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>คลองเตยดีจัง | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Free from school with Freeform school: ครูข้างถนนจิตอาสากับต้นกล้าเยาวชนผู้ไม่ยอมหยุดฝัน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-130924/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Sep 2024 07:23:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Freeform School]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตยดีจัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=86036</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงเรียนคือประตูสู่โอกาสโรงเรียนคือแหล่งเรียนรู้พื้นฐาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-130924/">Free from school with Freeform school: ครูข้างถนนจิตอาสากับต้นกล้าเยาวชนผู้ไม่ยอมหยุดฝัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4 class="wp-block-heading">โรงเรียนคือประตูสู่โอกาส<br>โรงเรียนคือแหล่งเรียนรู้พื้นฐาน<br>โรงเรียนคือบ่ออนุบาลอนาคตของชาติ</h4>



<p>แต่ในบางครั้ง สำหรับเด็กกลุ่มชายขอบที่ขาดแคลนปัจจัยด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางเศรษฐกิจ-สังคม สุขภาพกายใจ ไปจนถึงพัฒนาการสติปัญญา ‘โรงเรียน’ ก็อาจเป็นได้ทั้งป่ารกชัฏเต็มไปด้วยภัยคุกคามจากรอบด้าน เป็นทั้งเรือนจำที่คุมขังพวกเขาไม่ให้มีอิสระทางความคิด หรือในบางครั้งก็เป็นประตูบานหนักอึ้งที่พวกเขาไม่มีแรงกำลังพอจะเปิด</p>



<p>แม้ในแง่ของระยะทาง โรงเรียนที่อยู่ใกล้กับชุมชนคลองเตยที่สุดอาจไม่ได้อยู่ไกลเกินผู้คนในชุมชนจะเดินถึงเลย แต่ลำพังแค่ความยากจนข้นแค้นซึ่งถูกซ้ำเติมโดยสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองมาหลายปี ก็เพียงพอแล้วที่จะกางแผ่ช่องว่างทางโอกาสออกไปไกล จนความฝันเรื่องสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานของเยาวชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนนั้นนับวันยิ่งดูไกลเกินเอื้อม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bb17dc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/คลองเตย-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สถานการณ์ที่คลองเตยเคยเป็นเช่นนั้น จนกระทั่งการมาถึงของโครงการอาสา <strong>‘คลองเตยดีจัง’</strong> และนวัตกรรม <strong>‘Freeform School’ </strong>อีกหนึ่งเครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือกของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่เปี่ยมประสบการณ์เรื่องการศึกษายืดหยุ่น พาเด็กๆ กลับมาเรียน</p>



<p><strong>นนท์-นนทวัฒน์ โตมา</strong> คือตัวแทนเยาวชนคนหนึ่งจากชุมชนแห่งนี้ หลายคนอาจรู้จักเขาในฐานะแรปเปอร์รุ่นเยาว์ที่ปรากฏตัวในสารคดี <em>School Town King</em> <em>แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน</em> (2020) แต่นอกจากจะเป็นภาพแทนคนตัวเล็กๆ จากชุมชนสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนประเด็นความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ อันยึดโยงกับสังคมการเมืองอย่างเหนียวแน่นอย่างในภาพยนตร์แล้ว อีกด้านหนึ่ง เขายังเป็นเด็กในระบบที่หลุดออกมานอกระบบครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะพยายามกลับเข้าไปกี่ครั้งก็ตาม</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กรอบเกณฑ์และข้อจำกัดมากมายที่เหวี่ยงเด็กด้อยโอกาสออกนอกวงโคจร</strong></h2>



<p>จากเด็กที่ผ่านช่วงอนุบาล ประถม และมัธยมต้นในสายสามัญ ความต้องการเร่งด่วน ณ ขณะนั้นคือทักษะที่ต้องใช้หาเงินได้ทันที ก็ทำให้นนท์ตัดสินใจขยับปรับเปลี่ยนมาลองสายอาชีพบ้าง ทว่าตารางงานก็ค่อยๆ เริ่มบีบเข้ามาซ้อนทับกับตารางเรียนมากขึ้นทีละน้อย สุดท้ายก็จำต้องเลือกปากท้องก่อน เพราะเป็นปัญหาที่ปัจจุบันทันด่วนมากกว่าความกังวลเรื่องความก้าวหน้าในหน้าที่การงานในอนาคตซึ่งยังมาไม่ถึง</p>



<p>“<em>สุดท้ายก็ตัดสินใจลาออกดีกว่าเพราะคิดว่าถึงอย่างไรตัวเองก็ไม่เหมาะกับระบบการศึกษาอยู่แล้ว พอไม่ได้เรียนในโรงเรียนมันก็มีเวลามากขึ้น ไปศึกษาหาความรู้เรื่องอื่นๆ ที่เราสนใจ</em>”</p>



<p>แต่นนท์ก็ยังไม่ได้ตัดจากการเรียนหนังสือ ไม่นานเขาก็กลับเข้าไปเรียนอีกครั้ง คราวนี้เป็นวิทยาลัยสายอาชีพเหมือนเคย แต่ลองเลือกเป็นสถาบันที่ตารางเวลายืดหยุ่นขึ้น แล้วเดินหน้าด้วยแผนการสุดทรหดอย่างการทำงานกะเช้าควบคู่ไปกับการเข้าเรียนช่วงบ่าย และพอถึงจุดหนึ่ง นนท์ก็ต้องพบกับทางตันอีกครั้ง เพราะต่อให้จะสามารถเข้าเรียนได้ทุกคาบด้วยตารางที่ไม่เข้มงวดเท่าเดิม แต่เขาก็ไม่เหลือเวลาว่างหรือกำลังมากพอจะทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อผลการเรียนอยู่ดี</p>



<p>นนท์จึงหลุดกลับออกมาอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ เขาเฝ้ามองหาสถาบันที่ตอบโจทย์เงื่อนไขของตัวเองอยู่พักใหญ่ ต้องเป็นที่ที่จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานหาเงินไปด้วยเท่านั้น จะมีสถาบันใดกันที่สามารถมอบ ‘ใบเบิกทาง’ ที่เขาต้องการให้เขาได้โดยที่เขาไม่ต้องสละรายได้แหล่งเดียวไป</p>



<p>แล้วนนท์ก็ได้มารู้จักกับ Freeform School และโครงการคลองเตยดีจัง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-48176f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0710_บทความ-149_PHOTO3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จากนักศึกษาพยาบาล สู่ครูอาสา จนกลายมาเป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคม</strong></h2>



<p><strong>อ๋อมแอ๋ม-ศิริพร พรมวงศ์</strong> หรือ <strong>‘ครูแอ๋ม’</strong> หัวหน้าโครงการคลองเตยดีจัง มีโอกาสได้เห็นปัญหาจากระดับรากฐานมาตั้งแต่สมัยเรียนพยาบาล เธอคลุกคลีกับกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสังคมมาโดยตลอด พอเรียนจบแล้วใช้เวลาอีก 8 ปีหลังจากนั้นทำงานเป็นครูอาสาข้างถนน</p>



<p>ครูแอ๋มเริ่มต้นแค่จากการนำเครื่องดนตรีไปบริจาค มาสู่การอาสาสอนดนตรีด้วยตัวเอง จากนั้นก็เริ่มคิดการใหญ่ขึ้น เริ่มขอทุนทำโครงการเป็นชิ้นเป็นอัน เริ่มชักชวนคนเข้ามาช่วยทำ จนเครือข่ายที่เธอสร้างได้กลายมาเป็น <strong>ตัวเชื่อม </strong>ให้คนและองค์กรจากภายนอกที่มีความรู้หรือทุนทรัพย์ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ</p>



<p>“<em>เราเป็นองค์กรเล็กๆ ทำในสิ่งที่เราทำได้ ไม่ได้หวังเปลี่ยนแปลงอะไรที่ใหญ่เกินตัว เกินกำลัง เราไม่ได้มีทุนมาก ไม่ได้รับงบจากรัฐ ทั้งๆ ที่บางเรื่องเป็นหน้าที่รัฐ เราก็ทดลองทำตามโมเดลของเรา</em><br>“<em>คลองเตยดีจังเป็นองค์กรคนรุ่นใหม่ ไม่มีหัวหน้า เป็นองค์กรแนวราบ ไม่เหมือนระบบบริหารแบบบนลงล่าง เวลาตัดสินใจทำได้เลย ใช้ความเห็นที่ประชุม ทุกคนเท่าเทียมกัน เราไม่ได้มีวัฒนธรรมองค์กรแบบเก่า เราเอาปัญหาเป็นตัวตั้ง</em>”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-351f41"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/5_ครูอ๋อมแอ๋ม-ศิริพร-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘ครูแอ๋ม’ ศิริพร พรมวงศ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>Freeform School ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนคลองเตยเองก็เป็นนวัตกรรมหนึ่งที่เริ่มมาจากกระบวนการตั้งคำถามว่า ‘พื้นที่นั้นๆ มีปัญหาอะไร? เด็กๆ ประสบปัญหาอะไร?’ เมื่อตอบคำถามได้แล้ว นวัตกรรมที่นำไปใช้สำหรับแก้ปัญหาจึงก่อร่างขึ้น</p>



<p>ครูแอ๋มตระหนักดีว่าโครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในคลองเตยอาจจะไม่สามารถนำเอาไปใช้ได้ทุกที่ แต่อย่างน้อยนี่ก็คือโมเดลหนึ่งที่เกิดจากการทดลองทำ หากนำไปปรับใช้แล้วส่วนไหนไม่ตอบโจทย์ก็ตัดออก ส่วนไหนตอบโจทย์ก็เก็บไว้พัฒนาต่อ สำหรับเยาวชนในคลองเตยที่ยากจนเหล่านี้ โจทย์ที่สำคัญประการหนึ่งคือการออกแบบระบบการศึกษาให้พวกเขาสามารถเรียนจบได้โดยไม่จำเป็นต้องสูญเสียรายได้ หรือลดทอนคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ห้องเรียนนอกกรอบสำหรับเด็กนอกระบบ</strong></h2>



<p>“<em>เมื่อช่วงไม่นานมานี้ ผมอยากกลับไปเรียน แต่ไม่ได้อยากเรียนในระบบเดิม อยากเรียนที่มีความแปลกใหม่ ซึ่งที่คลองเตยมันมี Freeform School อยู่</em>” นนท์เล่า “<em>จริงๆ ตอนแรกผมก็แทบจะไม่ได้มีความรู้คร่าวๆ เกี่ยวกับการเรียนนอกระบบเลย แต่พอได้เรียนแล้วก็รู้สึกแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับภาคการเรียนปกติ</em></p>



<p>“<em>การเรียนแบบปกติไม่ตอบโจทย์ ผมมีงานต้องทำ ไม่สามารถเอาเวลาประมาณ 7-8 ชั่วโมงมาเป็นนักเรียน มานั่งเรียนได้ พอได้มาเรียน Freeform School มันก็เลยทำให้เราได้มีเวลาไปหาเส้นทางของตัวเองได้ เราเป็นเจ้าของการเรียนรู้ของเราเอง เราสามารถจัดการตารางเวลาแล้วแต่การดีไซน์ชีวิตได้</em>”</p>



<p>นนท์เพิ่งสมัครเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายกับโครงการเมื่อไม่นานมานี้ และอย่างที่เขาเล่าถึงไว้ข้างต้น เนื่องจากคลองเตยเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาความเหลื่อมล้ำเรื้อรังมานาน หากต้องการผลักดันเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาให้ได้อย่างยั่งยืน ห้องเรียนนี้จะต้องทลายระบบระเบียบและหลักสูตรเดิมๆ ที่จำกัดอิสระและเต็มไปด้วยเงื่อนไข ให้กลายมาเป็น<strong>หลักสูตรที่ตอบโจทย์ชีวิต</strong>มากขึ้นที่มาพร้อมกับ<strong>กลไกระบบดูแลรายบุคคล</strong> เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของเด็กแต่ละคนที่มีปัญหาแตกต่างกันไป</p>



<p>“<em>ภูมิหลังเด็กที่ออกนอกระบบ นอกจากปัญหาความยากจน ยังมีเรื่องความแข็งแกร่งภายในจิตใจของเด็ก อย่างพวกเราตอนนี้ก็ทำ Case Management คือดูแลเด็กเป็นรายเคส พร้อมดูแลครอบครัวด้วย แต่ต้องทำงานเชิงคุณภาพไม่ใช่ปริมาณ เพราะถ้าทำปริมาณเยอะๆ จะทำคุณภาพได้ไม่ลึก</em>” ครูแอ๋มอธิบาย&nbsp;</p>



<p>หลักสูตรที่ตอบโจทย์ จึงถือเป็นภารกิจหลักที่ Freeform School จะต้องพิชิตให้จงได้ เนื่องจากอย่างที่ครูแอ๋มได้กล่าวไปแล้วว่า เพนพอยต์ (Pain Point) สำคัญประการหนึ่งของเด็กกลุ่มนี้คือเรื่องของแรงใจในการเรียนอันมีที่มาจากแรงบันดาลใจอีกที แต่หากการศึกษาไม่ตอบโจทย์ชีวิตของเด็กในด้านใดเลยไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขด้านทุนทรัพย์ ความชอบ สายอาชีพตามเป้าหมาย ตารางเวลาชีวิต ฯลฯ เด็กก็ไม่สามารถที่จะเรียนได้อย่างสบายใจ</p>



<p>“<em>พี่รู้มั้ยว่าเกือบทุกครอบครัวในชุมชนที่ผมโตมา พ่อแม่เขาต้องทำงานจนไม่มีเวลาอยู่กับลูก ไม่มีเวลาสั่งสอนลูกเลย แล้วเด็กที่มาจากสภาพแวดล้อมแบบนี้ ชีวิตเขาไม่ได้มีภาระแค่ไปโรงเรียนอย่างเดียว แต่ต้องทำงานหาเงินด้วย&nbsp;</em></p>



<p><em>“ฉะนั้นนอกจากบทเรียนหรือการบ้าน ทุกวันเขายังกังวลด้วยว่าหลังเลิกเรียนกลับบ้านจะกินอะไร จะได้เจอหน้าพ่อแม่เมื่อไหร่ หรือทุกสามสี่เดือนก็ต้องกังวลว่าจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าเทอม ต้องไปกู้จากไหนมาซื้อเสื้อผ้าเครื่องแบบ ภาระพวกนี้ทำให้เขาหลุดออกมา หรือถึงเรียนอยู่ก็แทบมองไม่เห็นเป้าหมายปลายทาง แล้วก็หมดไฟลงเรื่อยๆ</em>”</p>



<p>นนท์กล่าวสะท้อนให้เห็นภาพความเป็นอยู่จริงๆ ของเด็กและวัยรุ่นในชุมชนบ้านเกิดของเขา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5d902e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/4-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ระบุชัดถึงปัญหา เห็นคุณค่าการทำงาน เทียบโอนประสบการณ์ชีวิตได้ และให้อิสระผู้เรียน</strong></h2>



<p>ในการที่จะปลดเปลื้องเยาวชนผู้เรียนจากเงื่อนไขชีวิตต่างๆ ทางโครงการ Freeform School จะไม่ละเลยขั้นตอนการพูดคุยแลกเปลี่ยนถึงปัญหาและสอบถามความเห็นเด็ดขาด โดยเมื่อสามารถหารือปัญหาและทางแก้ออกมาได้แล้ว เด็กๆ จะต้องได้รับอิสระให้สามารถเลือกทางที่ตนเองต้องการจริงๆ&nbsp;</p>



<p>นั่นไม่ได้หมายความว่าการเรียนจะเป็นไปโดยไม่มีระบบระเบียบใดๆ กำกับเลย แต่หมายความว่าระบบที่ใช้จะต้อง ให้คุณค่ากับทรัพยากรที่เด็กๆ กลุ่มนี้มักมีอยู่ในมืออยู่แล้ว นั่นคือ<strong>ประสบการณ์การทำงานจริง</strong></p>



<p>หรือหากต้องการส่งเสริมให้เด็กได้ฝึกทักษะใดก็ตาม การมอบหมายชิ้นงานที่มีค่าแรงตอบแทนด้วยกลไก <strong>Learn and Earn </strong>ก็มีความสำคัญเช่นกัน เช่น มอบหมายให้เด็กทำสัมภาษณ์ หรือออกแบบโปสเตอร์จากโปรแกรม Canva แล้วจ่ายค่าตอบแทนชิ้นงานที่ได้จากการฝึกฝนเหล่านี้</p>



<p>อย่างในกรณีของนนท์ เป้ายหมายเริ่มต้นของเขา นอกจากจะเป็นวุฒิการศึกษาในระดับชั้นมัธยมปลายแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตของเขามากที่สุดคือความรู้และทักษะทางดนตรี</p>



<p>“<em>ที่ Free Form School เขามีสอนวิชาชีพเฉพาะทางเช่นบาริสต้า หรืออย่างเรื่องทักษะและทฤษฎีดนตรีเชิงลึก ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมสนใจ แล้วที่ผมชอบมากคือเราสามารถยื่นเสนอโครงงาน เพื่อจะให้งบมาทำได้ด้วย อย่างผมทำโครงงานเกี่ยวกับดนตรี ก็ได้ทั้งความรู้ ประสบการณ์ และได้ทุนสนับสนุนนเพิ่มเติมจากตรงนี้</em>” นนท์เล่า โดยไม่ลืมกล่าวทิ้งท้ายเพื่อย้ำเตือนในหัวใจสำคัญของโครงการนี้<br>“<em>การศึกษาที่ยืดหยุ่นและมีทางเลือกเป็น ‘สิ่งที่เด็กทุกคนควรได้รับ’ ยิ่งถ้ารูปแบบการเรียนรู้นั้นมุ่งความสำคัญไปที่ตัวเด็ก มันก็จะยิ่งช่วยลดความสูญเปล่าเรื่องเวลา กลายเป็น ‘เส้นทางตรง’ ที่พาเด็กแต่ละคนไปในทางที่เขาสนใจและถนัด</em>”</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-dots"/>



<p><strong>ที่มา :</strong></p>



<p>• <a href="https://thepotential.org/voice-of-new-gen/non-nontawat/" target="_blank" rel="noopener" title="การศึกษานอกกรอบที่ตอบโจทย์ชีวิต เสียงสะท้อนจากเด็กนอกระบบ ‘นนท์’ – นนทวัฒน์ โตมา">การศึกษานอกกรอบที่ตอบโจทย์ชีวิต เสียงสะท้อนจากเด็กนอกระบบ ‘นนท์’ – นนทวัฒน์ โตมา</a><br>• <a href="https://www.fapot.or.th/main/cinema/view/2336" target="_blank" rel="noopener" title="School Town King แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน">School Town King แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน</a><br>• <a href="https://www.eef.or.th/article-110724-2/" target="_blank" rel="noopener" title="ชวนฟังเสียงเด็ก ๆ “การศึกษายืดหยุ่นและมีทางเลือก ตอบโจทย์กับเด็กทุกคน ไม่ใช่แค่คนที่หลุดออกจากระบบ”">ชวนฟังเสียงเด็ก ๆ “การศึกษายืดหยุ่นและมีทางเลือก ตอบโจทย์กับเด็กทุกคน ไม่ใช่แค่คนที่หลุดออกจากระบบ”</a><br>• <a href="https://www.the101.world/school-town-king-review/" target="_blank" rel="noopener" title="School Town King โลกที่บังคับให้เด็กฝันเป็นคนธรรมดา">School Town King โลกที่บังคับให้เด็กฝันเป็นคนธรรมดา</a><br>• <a href="https://www.nia100faces.com/post/siriporn-pomwong" target="_blank" rel="noopener" title="ศิริพร พรมวงศ์ | ครู...ผู้สร้างเด็กให้เห็นคุณค่าตัวเอง สู่การสร้างสังคมคนดี">ศิริพร พรมวงศ์ | ครู&#8230;ผู้สร้างเด็กให้เห็นคุณค่าตัวเอง สู่การสร้างสังคมคนดี</a><br>• <a href="https://www.eef.or.th/article-educational-opportunity-guarantee-02-11/" target="_blank" rel="noopener" title="เดินหน้าออกแบบนโยบาย “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” กับครูอ๋อมแอ๋ม">เดินหน้าออกแบบนโยบาย “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” กับครูอ๋อมแอ๋ม</a><br>• <a href="https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/980587#google_vignette" target="_blank" rel="noopener" title="คนต้นคิด&quot;คลองเตยดีจัง&quot;: ครูแอ๋ม-ศิริพร สร้างทางเลือกใหม่ให้เด็กคลองเตย">คนต้นคิด&#8221;คลองเตยดีจัง&#8221;: ครูแอ๋ม-ศิริพร สร้างทางเลือกใหม่ให้เด็กคลองเตย</a><br>• <a href="https://www.eef.or.th/article-110724/" target="_blank" rel="noopener" title="เพราะการศึกษาจะช่วยให้ทุกคนมีสิทธิและความสามารถในการจินตนาการถึงชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้">เพราะการศึกษาจะช่วยให้ทุกคนมีสิทธิและความสามารถในการจินตนาการถึงชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้</a><br>• <a href="https://www.eef.or.th/article-free-from-school-240523/" target="_blank" rel="noopener" title="นวัตกรรม “Free From School” ปิดช่องโหว่ปัญหาจากตลาดการเรียนรู้ไปสู่ตลาดแรงงาน">นวัตกรรม “Free From School” ปิดช่องโหว่ปัญหาจากตลาดการเรียนรู้ไปสู่ตลาดแรงงาน</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-130924/">Free from school with Freeform school: ครูข้างถนนจิตอาสากับต้นกล้าเยาวชนผู้ไม่ยอมหยุดฝัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เด็กไม่พ้นวิกฤตหลุดนอกระบบ เพราะครอบครัวไร้งานทำและสิ้นหวัง ศูนย์ช่วยเหลือเด็กวิกฤตทางการศึกษา กสศ. แนะรัฐต้องมีมาตรการเร่งด่วน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-190623/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Jun 2023 07:35:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร พรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มนักเรียนเลว]]></category>
		<category><![CDATA[ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สุรศักดิ์ เก้าเอี้ยน]]></category>
		<category><![CDATA[The Reporters]]></category>
		<category><![CDATA[Thai pbs]]></category>
		<category><![CDATA[วสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=68653</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้  ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-190623/">เด็กไม่พ้นวิกฤตหลุดนอกระบบ เพราะครอบครัวไร้งานทำและสิ้นหวัง ศูนย์ช่วยเหลือเด็กวิกฤตทางการศึกษา กสศ. แนะรัฐต้องมีมาตรการเร่งด่วน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้  ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย <strong>ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา กสศ.</strong> <strong>ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.), หน่วยปฏิบัติการวิจัยเพื่อการพัฒนาด้านเด็กและเยาวชน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ </strong>พร้อมด้วย<strong>ไทยพีบีเอส</strong> และ <strong>The Reporters</strong> จัดเวทีเสวนา <strong>‘เปิดเทอมที่ไม่ได้เรียนต่อ’</strong> เพื่อเสนอรายงานข้อค้นพบจากศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา กสศ. โดยมีทั้งนักวิชาการ นักกิจกรรม และนักการเมืองที่ทำงานด้านการศึกษาเข้าร่วมการเสวนา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9a98b2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ภาพประกอบ-32-scaled.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กสศ.</strong> เปิดประเด็นว่า จากตัวเลขเด็กหลุดจากระบบที่ทางกระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยข้อมูลล่าสุดสูงถึงกว่า 100,000 คน โดยสาเหตุหลักมาจากปัญหาความยากจนของครอบครัวที่ผลักให้เด็กต้องออกจากการเรียนเพื่อไปทำงานหาเงินแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง ตนเห็นว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลเช่นนี้ จะต้องมีการจัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด และผลักดันให้เป็นวาระเร่งด่วน เพราะปีการศึกษา 2566 จะเกิดปรากฎการณ์ที่มีเด็กหลุดจำนวนมาก เพราะครัวเรือนยากจนไม่สามารถฟื้นตัวจากผลกระทบทางเศรษฐกิจจากช่วงโควิด-19 และหากยังไม่มีมาตรการที่เหมาะสม เด็กเหล่านี้จะหลุดออกนอกระบบการศึกษาและตกอยู่ในกับดักความยากจนข้ามรุ่นอย่างถาวร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-aaf804"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ภาพประกอบ-08-scaled.jpeg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong><strong>ศาสตราจารย์</strong></strong> <strong>ดร.สมพงษ์</strong> กล่าวว่า นโยบายที่จะมาแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ต้องประกอบไปด้วยมาตรการสร้างรายได้ให้ผู้ปกครองที่มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงแหล่งงานและเงินทุน เพื่อมีความสามารถในการอุปการะบุตรหลานของตัวเอง การมีทางเลือกการศึกษาที่หลากหลายและมีความยืดหยุ่น รวมถึงสวัสดิเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนที่ครอบคลุมทุกช่วงชั้น โดยเฉพาะอนุบาล ม.ปลาย สายอาชีพ และทุกรูปแบบการศึกษา  นอกจากนี้มาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายทางการศึกษา จะต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นอกเหนือจากค่าเล่าเรียนด้วย เช่น ค่าเดินทาง ซึ่งจากผลการสำรวจพบว่ามีเด็กจำนวนมากที่ต้องหลุดออกนอกระบบการศึกษา เพราะไม่สามารถแบกรับค่าเดินทางในการไปเรียนหนังสือได้</p>



<p>“ในปีการศึกษา 2566 ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา กำลังช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายระดับวิกฤตราว 1,100 คน ผ่านกลไกระดับพื้นที่ เพื่อให้ได้เรียนกับศูนย์การเรียนซึ่งเป็นเส้นทางการศึกษาทางเลือกที่วางแผนการเรียนและพัฒนาทักษะ Soft Skills ทักษะอาชีพเป็นรายคน ตามข้อจำกัดของเด็ก  ในจำนวนนี้รวมถึงเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและศูนย์ฝึกอบรม พ่อแม่วัยรุ่น”  ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ca2253"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ภาพประกอบ-12-scaled.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.สุรศักดิ์ เก้าเอี้ยน หน่วยปฏิบัติการวิจัยเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน<br>คณะครุศาสตร์ จุฬา ฯ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เช่นเดียวกับ<strong> ดร.สุรศักดิ์ เก้าเอี้ยน หน่วยปฏิบัติการวิจัยเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong>  ได้รายงานข้อค้นพบจากการวิจัยเชิงลึก จำนวน 848 กรณีศึกษา ของศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา กสศ. พบว่า เด็กช่วงชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นกลุ่มที่อยู่ในภาวะวิกฤตหลุดจากระบบการศึกษามากที่สุด ทั้ง ๆ ที่อยู่ภายใต้นโยบายเรียนฟรี  โดยพบว่าสาเหตุส่วนใหญ่เชื่อมโยงครอบครัวทั้งหมด ได้แก่ 1.ผู้ปกครองมีรายได้น้อย โดยรายได้ของครัวเรือนที่มีเด็กกลุ่มวิกฤตฯ เฉลี่ยอยู่ที่ 900 บาทต่อเดือนต่อคน ในขณะที่หนี้สิ้นอยู่ที่ 40,000 บาทต่อครัวเรือน ทำให้แต่ละครอบครัวมีหนี้สินสูงกว่ารายได้ประมาณ 45 เปอร์เซ็นต์ 2.ผู้ปกครองไม่มีงานทำ และตกอยู่ในภาวะสิ้นหวัง 3.ไม่มีค่าเดินทางมาเรียน 4.ครอบครัวแตกแยก พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว 5.ถูกทอดทิ้งไม่มีผู้อุปการะทางการศึกษา ซึ่งทั้งหมดส่งผลให้เด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษาได้</p>



<p><strong>ดร.สุรศักดิ์</strong> กล่าวว่า การวิจัยในพื้นที่ยังพบว่าเด็กวิกฤตการศึกษาจำนวน 73 เปอร์เซ็นต์ มีปัญหาที่ซับซ้อนมากกว่า 1 ปัญหา โยงใยมาที่ครอบครัว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สุขภาพกายจิตใจ สวัสดิภาพความปลอดภัย   เมื่อเข้าสู่โปรแกรมช่วยเหลือพบว่าการให้เงินอุดหนุนช่วยเหลืออย่างเดียว ไม่สามารถช่วยให้เด็กพ้นวิกฤตได้ แต่ต้องสนับสนุนให้ครอบครัวมีความสามารถในการอุปการะเลี้ยงดูเด็กได้ด้วย ภาครัฐจำเป็นต้องมีมาตรการเชิงรุก ที่มุ่งสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองของนักเรียนยากจน สามารถยืนหยัดขึ้นมาพึ่งพาตัวเองได้อย่างภาคภูมิใจ ไม่ใช่มาตรการสงเคราะห์เงินช่วยเหลือเพียงอย่างเดียวแต่ไม่สามารถแก้ปมปัญหาที่แท้จริงได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-66b291"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ภาพประกอบ-19-scaled.jpeg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“จากการลงพื้นที่เราพบว่าครัวเรือนเหล่านี้ตกอยู่ในภาวะสิ้นหวัง มองไม่เห็นโอกาสที่จะลืมตาอ้าปาก   ทัศนคติเหล่านี้ยังส่งผลลบมาถึงอนาคตทางการศึกษาของบุตรหลานอีกด้วย ในส่วนของการเดินทางมาเรียนก็เป็นอุปสรรคสำคัญ จำเป็นต้องมีสวัสดิการที่ช่วยเติมค่าเดินทาง หรือสวัสดิการรถรับส่งในชุมชนให้เด็กยากจนมาเรียนได้ เราพบว่าเด็กที่สามารถพ้นวิกฤตได้ยั่งยืนซึ่งมีอยู่จำนวน 32 เปอร์เซ็นต์ จากการช่วยเหลือที่ผ่านมาเป็นเพราะมีกลไกในพื้นที่สนับสนุนให้พ่อแม่สามารถมีอาชีพ ลืมตาอ้าปากได้  และมีทางเลือกการศึกษาที่เหมาะกับข้อจำกัดในชีวิตของเด็กและเยาวชนแต่ละคน”</p>



<p><strong>ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา เป็นโครงการวิจัยพื้นที่และช่วยเหลือฉุกเฉินเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบบการศึกษาด้วยการเชื่อมโยง บูรณาการทุกหน่วยงานในพื้นที่ โดยความร่วมมือของ กสศ. กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  กระทรวงศึกษาธิการ</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-05a00a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ภาพประกอบ-28-scaled.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศิริพร พรมวงศ์ ผู้ริเริ่ม Free From School เครือข่ายคลองเตยดีจัง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้มีการเปิดวงพูดคุยสะท้อนความเห็นเกี่ยวกับผลการศึกษาดังกล่าว พร้อมทั้งเสนอกลไกความร่วมมือเพื่อรองรับภาวะวิกฤตเด็กหลุดจากระบบ โดยมี <strong>ศิริพร พรมวงศ์ </strong>หรือ <strong>ครูอ๋อมแอ๋ม</strong> ผู้ริเริ่ม Free From School เครือข่ายคลองเตยดีจัง <strong>ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ</strong> ตัวแทนกลุ่มนักเรียนเลว ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ว่าด้วยวิธีคิดของระบบการศึกษา ไม่ว่าจะวิธีคิดของครูในโรงเรียนที่มีการขู่ไล่เด็กออกจากโรงเรียนบ่อยครั้ง ไม่สร้างบรรยากาศที่ดีให้กับเด็ก หรือวิธีคิดในการให้คุณค่าของการเรียนในระบบและนอกระบบที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้ปกครองมีความรู้สึกไม่สบายใจที่จะส่งลูกของตัวเองไปเรียนนอกระบบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6d49b9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ภาพประกอบ-31-scaled.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ ตัวแทนกลุ่มนักเรียนเลว</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคก้าวไกล</strong> และ<strong>ตัวแทนสภาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พรรคเพื่อไทย</strong> ยังเข้าร่วมแสดงความเห็นและหาทางออกร่วมกัน เพื่อให้ผลการศึกษาเหล่านี้สามารถถูกนำไปปฏิบัติและแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกนอกระบบได้จริง ผ่านกลไกทางการเมืองทั้งในระดับท้องถิ่นและในระดับประเทศ โดยในการทำงานจะมุ่งเน้นไปที่การให้ความสำคัญกับร่วมมือและประสานกับเครือข่ายและชุมชนต่าง ๆ เพื่อที่จะสามารถเข้าใจปัญหาของเด็กหลุดนอกระบบการศึกษาได้อย่างถูกต้อง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-73d08c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ภาพประกอบ-34-scaled.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคก้าวไกล และตัวแทนสภาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พรรคเพื่อไทย</figcaption></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-190623/">เด็กไม่พ้นวิกฤตหลุดนอกระบบ เพราะครอบครัวไร้งานทำและสิ้นหวัง ศูนย์ช่วยเหลือเด็กวิกฤตทางการศึกษา กสศ. แนะรัฐต้องมีมาตรการเร่งด่วน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นวัตกรรม “Free From School” ปิดช่องโหว่ปัญหาจากตลาดการเรียนรู้ไปสู่ตลาดแรงงาน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-free-from-school-240523/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 May 2023 10:20:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดการเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Free From School]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร พรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดแรงงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=67943</guid>

					<description><![CDATA[<p>แนวทางการช่วยเหลือเด็กนอกระบบในระยะยาวนั้น ระบบการศึกษา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-free-from-school-240523/">นวัตกรรม “Free From School” ปิดช่องโหว่ปัญหาจากตลาดการเรียนรู้ไปสู่ตลาดแรงงาน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แนวทางการช่วยเหลือเด็กนอกระบบในระยะยาวนั้น ระบบการศึกษาควรต้องปรับปรุงให้สอดรับกับความต้องการของผู้เรียน ยึดเด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เพื่อสลายเส้นแบ่งของคำว่า ‘ในระบบ-นอกระบบ’ ให้หมดไป</p>



<p>กสศ. ร่วมกับเครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก ได้ทำงานวิจัยเชิงพื้นที่ เพื่อเรียนรู้ ทดลอง พัฒนานวัตกรรม สร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนแสวงหาทางออกใหม่ ๆ เพื่อไม่ให้เด็กคนใดต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<p>“นวัตกรรมการศึกษาทางเลือก” นั้นมีความสำคัญมาก เพราะเป็นกลยุทธ์ที่สร้างโอกาสเพื่อเอื้อให้คนหลายภาคส่วนแก้ไขปัญหาและเรียนรู้ร่วมกัน โดยมีปลายทางที่ “เครือข่ายความเสมอภาคที่ยั่งยืนและพึ่งพาตัวเองได้” จะกลายเป็นความจริงในทุกหัวระแหงของเมืองไทย</p>



<p>ชวนอ่านความพยายามสร้าง “Free From School”&nbsp; ห้องเรียนนอกกรอบเพื่อให้เด็กมีทักษะการทำงานและวุฒิการศึกษา&nbsp;อีกหนึ่งนวัตกรรมที่พยายามปิดช่องโหว่ปัญหาจากตลาดการเรียนรู้ไปสู่ตลาดแรงงาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-425b7f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/5-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รู้จัก Free From School</strong></h2>



<p><strong>ห้องเรียนนอกกรอบเพื่อให้เด็กมีทักษะการทำงานและวุฒิการศึกษา </strong>ทางเลือกที่จะช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการศึกษาและเศรษฐกิจจนต้องหลุดจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าห้องเรียน</p>



<p><strong>กลุ่มเป้าหมาย</strong> : <strong>&nbsp;</strong>เด็กนอกระบบในชุมชนคลองเตย กรุงเทพมหานคร</p>



<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td><strong>สลายปมในและนอกระบบ</strong></td><td><strong>ตอบโจทย์ชีวิตจริง</strong></td><td><strong>เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ</strong></td></tr><tr><td><strong>กิจกรรมที่เด็กทำจะเป็นประสบการณ์และนำไปเทียบวุฒิการศึกษาของศูนย์การเรียน</strong> เพื่อใช้เรียนต่อในระบบ&nbsp;&nbsp;</td><td><strong>Learn and Earn</strong><strong> </strong>ฝึกการเป็นผู้ประกอบการและมีรายได้ด้วย ผลจากจากเรียนที่นี่ทำให้เด็กถูกจองตัวเป็นจำนวนมาก ทำให้ตอนนี้ผลิตเด็กไม่ทันกับความต้องการของตลาด</td><td><strong>เด็กต้องมีทักษะที่ทำงานได้จริงและมีคุณภาพ</strong> เป้าหมายนอกจากเด็กต้องได้เงินแล้ว ฐานการเรียนต้องพัฒนาตนเองเป็นกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ให้ได้&nbsp;</td></tr></tbody></table></figure>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ศิริพร พรมวงศ์&nbsp;หัวหน้าโครงการคลองเตยดีจัง</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สร้าง “นวัตกรรม” เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้ประโยชน์สูงสุด</strong></h2>



<p>การออกแบบนวัตกรรมเริ่มต้นที่การตั้งคำถามว่าพื้นที่ที่เราทำงานนั้นมีปัญหาอะไร เด็กมีปัญหาอะไร เสร็จแล้วออกแบบเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้ประโยชน์สูงสุด&nbsp;</p>



<p>นวัตกรรมที่คลองเตยอาจจะไม่สามารถนำเอาไปใช้ได้ทุกที่ วิธีการคือการทดลองทำ อันไหนไม่ตอบโจทย์ก็ตัดออก อันไหนตอบโจทย์ก็เก็บไว้ เพื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เพราะฉะนั้นนวัตกรรมจึงไม่ได้ตายตัว เมื่อไหร่ก็ตามที่ปัญหาเปลี่ยน นวัตกรรมก็ต้องเปลี่ยน มุ่งหาแนวทางการหารายได้ที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์เด็กที่มีความแตกต่างกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8fe454"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/5_ครูอ๋อมแอ๋ม-ศิริพร-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศิริพร พรมวงศ์  หัวหน้าโครงการคลองเตยดีจัง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ผลักดันให้เด็กเข้าสู่ระบบการศึกษา</strong></h2>



<p>คลองเตยเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างมีปัญหาความเหลื่อมล้ำอยู่แล้ว เป็นชุมชนที่มีปัญหาเรื่องพื้นที่ทำกิน ยาเสพติด ปัญหาเรื่องครอบครัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อเรื่องการศึกษาด้วย ถึงแม้จะมี นโยบายให้เรียนฟรี แต่ก็ไม่ได้ฟรีจริง เพราะสำหรับครอบครัวยากจน แค่ค่าใช้จ่ายเล็กน้อยก็เป็นจำนวนค่อนข้างเยอะสำหรับครอบครัวเขา</p>



<p><strong>เราพยายามปิดช่องโหว่ปัญหาจากตลาดการเรียนรู้ไปสู่ตลาดแรงงาน และผลักดันให้เด็กเข้าสู่ระบบการศึกษา แต่ผลสุดท้ายเด็กไม่สามารถกลับเข้าระบบได้ จึงต้องหาวิธีการคือ ทดลองให้เด็กฝึกทำงาน แต่ก็พบว่าเด็กไม่สามารถทำงานได้ เนื่องจากปัญหาต่าง ๆ เช่น ความรับผิดชอบ การสื่อสาร ขาดทักษะในการทำงาน ฯลฯ ผู้ประกอบการจึงส่งเด็กกลับมา เราจึงพยายามแก้ปัญหาเหล่านี้อีกครั้ง</strong> ค้นหาว่าทักษะอะไรที่เด็กยังขาด และพัฒนาเพื่อให้เด็กเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานคุณภาพ ดังนั้นจึงมีการออกแบบหลักสูตรเพื่อเพิ่มศักยภาพให้เด็ก แต่ก็มีข้อจำกัดด้านการทำงานเชิงลึกเพราะต้องใช้ต้นทุนสูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครู การจัดการต่าง ๆ แต่ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะเด็กจะกลายเป็นคนที่มีคุณภาพในสังคม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d2c93a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/4-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>มิติความเหลื่อมล้ำมีขนาดใหญ่ สิ่งที่เราทำมันเล็กน้อยมาก เราแค่เพิ่มโอกาสให้เด็กที่ไม่มีทางเลือก ต้องใช้ความเข้าใจปัญหา เข้าใจบริบทของเด็ก เข้าใจต้นทุน และทำเพื่อตอบโจทย์เด็ก เพราะฉะนั้นเด็กบางคนอาจไม่ได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เรามองว่าการศึกษาไม่ใช่ทั้งหมดของเด็ก ชีวิตรอดต่างหากที่เป็นทางเลือกของเด็ก ถ้าใครอยากเข้าสู่ระบบก็เข้าสู่ระบบ ถ้าใครไม่ได้อยากเข้าสู่ระบบก็ฝึกทักษะอาชีพ ฝึกทักษะชีวิต เพื่อที่จะสามารถมีชีวิตในสังคมต่อไปได้</p>



<p><strong>เป้าหมายนอกจากเด็กต้องได้เงินแล้ว ฐานการเรียนต้องพัฒนาตนเองเป็นกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ให้ได้ มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง โครงการไม่ต้องให้เงินสนับสนุนแล้ว เพราะเราไม่มีทุนมากพอที่จะช่วยเด็กได้ตลอดไป</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สำหรับเด็กนอกระบบ: ทางเลือกควรจะมีมากกว่าการศึกษา</strong></h2>



<p>การศึกษาที่ไม่ตอบโจทย์ชีวิตทำให้เด็กไม่รู้ว่าจะเรียนไปเพื่ออะไร ไม่รู้เป้าหมาย เรียนตามหลักสูตรเพื่อให้จบแล้วก็สอบ อาจจะมีความรู้ แต่ไม่รู้ว่าความรู้นั้นนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างไร ทำให้ไม่มีแรงบันดาลใจ หรือเรียนไปแล้วจบออกมาค่าแรงเท่ากับคนที่ไม่ได้เรียน ไม่เห็นความแตกต่างระหว่างเรียนกับไม่เรียน&nbsp;</p>



<p>บางคนอาจจะชอบเรียน อยากจะได้ความรู้ อยากจะเรียนต่อ อยากจะมีความฝัน แต่วิธีการเรียนการสอนอาจไม่สนุก ไม่ทำให้เด็กเกิดความสนใจมากพอ หรือโรงเรียนไม่มีคุณภาพ ไม่มีพื้นที่พอให้เขามีทางเลือกที่ตอบสนองต่อความสนใจ&nbsp;</p>



<p><strong>ฉะนั้นทางเลือกควรจะมีมากกว่าการศึกษา พื้นที่ที่จะให้โอกาสควรมีมากกว่านั้น&nbsp; เป็นพื้นที่ให้เขาได้ทดลองฝึกทักษะต่าง ๆ ถ้ามีทางเลือกให้เด็กโดยไม่ต้องยึดติดค่านิยมแค่ว่าจะต้องได้วุฒิการศึกษาระดับ คิดว่าน่าจะตอบโจทย์ได้มากกว่า</strong> เพราะตอนนี้เด็กเราหลายคนที่เรียนจบ ม.6 แล้วมาขับแกร็บ มาขายข้าวแกง มาอยู่ร้านกาแฟ เป็นพนักงานปั๊ม เป็นพนักงานกวาดขยะ อาจจะมีแค่ขั้นพื้นฐานว่าเขาจะเรียนรู้อะไร แต่การเรียนรู้ชีวิตน่าจะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-be76d8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/2-5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หลักสูตรที่ตอบโจทย์ชีวิต</strong></h2>



<p>อันดับแรกต้องจัดเด็กตามลำดับชั้นก่อน หลังจากนั้นเราจะให้เด็กเรียนออนไลน์ผ่านศูนย์การเรียน แต่ถ้าเป็นวิชาการต้องมาเรียนรวมกลุ่มที่โครงการ ระบบการเรียนจะเป็นแบบช่วยกัน โดยมีพี่เลี้ยง และไม่ได้เน้นวิชาการมากเกินไป&nbsp;</p>



<p><strong>ด้านวิชาการ</strong>: ประกอบด้วย 3 วิชา คือ คณิตศาสตร์ อังกฤษ ภาษาไทย&nbsp; เช่น</p>



<p><strong>คณิตศาสตร์</strong> &#8211; เน้นให้เด็กเรียนรู้ในสิ่งที่จำเป็นและใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เรียนรู้เรื่องเปอร์เซ็นต์ดอกเบี้ยผ่านธนาคาร, เรียนเรื่องแชร์ลูกโซ่ผ่านเลขยกกำลัง, เรียนเรื่องหวยผ่านความน่าจะเป็น ฯลฯ ร่วมออกแบบหลักสูตร&nbsp; โดยอาจารย์ที่จบปริญญาเอกด้านคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมหิดล</p>



<p><strong>อังกฤษ</strong> &#8211; ร่วมมือกับโค้ช Teach for Thailand และ UNICEF ที่เป็นอาสาสมัครต่างชาติมาช่วยสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน เก็บคะแนนตามระดับต่าง ๆ และให้รางวัลเด็กที่ผ่านเกณฑ์ทำคะแนนได้ดีให้ไปเที่ยวต่างประเทศที่ปีนัง มาเลเซีย และฝึกภาษาไปในตัวด้วย เป็นการกระตุ้นให้เด็กตั้งใจเรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a18e81"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/1-4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทักษะชีวิต: Learn and Earn ฝึกการเป็นผู้ประกอบการและมีรายได้ด้วย</strong></h2>



<p>เด็กจะได้รับค่าแรงตามระดับความสามารถ ตัวอย่างเช่น ฝึกการใช้โปรแกรม Canva (แพลตฟอร์มการออกแบบกราฟิก) ออกแบบโปสเตอร์ได้ชิ้นละ 100 บาท ถ้าทำอย่างอื่นได้ เช่น สัมภาษณ์เพื่อทำคอนเทนต์ด้วย ก็ได้ค่าแรงเพิ่มอีก&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้เรายังร่วมมือกับคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเครือข่ายภาคธุรกิจ สอนเรื่องการขายเสื้อผ้ามือสอง เด็กต้องเรียนการตลาดกับ Shopee มีเวิร์กช็อปและทำระบบการขาย มีทั้งขายส่ง ออนไลน์ และขายในชุมชน เราพบว่าเด็กสามารถบริหารจัดการได้ดี ตอนนี้ทำรายได้ถึงเดือนละแสน ทำให้ไม่ต้องขอทุนโครงการ เหล่านี้เป็นการทำงานเสมือนจริง เพราะมีบริษัทที่เด็กทำงานด้วย เป็นคนแก้งานจริง ๆ เหมือนการทำงานทั่วไป</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ระบบดูแลรายบุคคล</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-493e25"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/6-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>1. เด็กแต่ละคนมีปัญหาต่างกัน</strong><strong> </strong>เราจะมีการพูดคุยก่อนว่าเขาประสบปัญหาอะไร เขาต้องการอะไร แล้วเขามีทางเลือกอะไรบ้าง ต้องวางแผนชีวิตร่วมกับเด็กและพ่อแม่ผู้ปกครอง เช่น เด็กบางคนอยู่ในโรงเรียนติดศูนย์ 24 ตัว เขาก็รู้สึกว่าไม่อยากเรียนในระบบแล้ว เพราะว่าเขาไม่มีความสุข เข้ากับเพื่อนไม่ได้ แต่พ่อแม่ก็ยังอยากให้เรียนอยู่ ทางเลือกของเขาคือ ต้องการที่จะหาเงินไปด้วยเรียนไปด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเรียนแบบไหน เช่น จะเรียน กศน. หรือจะออกไปเรียนสายอาชีพ หรือจะเรียนกับเราที่ทำ MOU ร่วมกับศูนย์การเรียน ต้องถามความเห็นเด็กก่อนว่าต้องการอะไร</p>



<p><strong>2. ให้โอกาสเด็กได้เลือก</strong> พอเลือกเสร็จแล้วให้เขากลับไปปรึกษากับครอบครัว อย่างเคสนี้น้องเลือกเรียนที่ศูนย์การเรียนเพื่อมีวุฒิการศึกษา และทำงานที่เป็นโปรเจ็กต์กับเรา ทำตารางเรียนร่วมกัน มีระเบียบ มีข้อตกลงร่วมกัน จากนั้นเขาก็ต้องเรียนและทำงานไปด้วย เช่น วันเสาร์เรียนคณิตศาสตร์ ช่วงบ่ายเรียนภาษาอังกฤษ วันจันทร์ อังคาร คือวันหยุด ต้องทำการบ้าน เพราะมีเรียนออนไลน์ด้วย&nbsp;</p>



<p><strong>3. มีระบบผู้จัดการคอย Follow up &nbsp;</strong>ในระยะเวลา 8 เดือนเขาก็สอบ สอบเสร็จก็มาวางแผนกันใหม่ว่าจะเลือกอะไร เรียนจบกับเรา ม.3 แล้วจะไปเรียนอาชีวะต่อหรือจะเข้าสู่ระบบ ต้องมีทางเลือกให้เขาตัดสินใจ ถ้าเด็กขัดแย้งกับครอบครัว ก็ต้องมีการประนีประนอมกับครอบครัว&nbsp;<br><strong>4.ตอบโจทย์ความต้องการเด็กทุกช่วงเวลา </strong>สิ่งที่เขาเลือกไม่ได้หมายความว่าเลือกแล้วเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่ถ้าเลือกแล้วก็ต้องทำตามข้อตกลง ถ้าเขาไม่มีความสุข อยากเปลี่ยน ก็มาทำแผนกันใหม่ ทำซ้ำจนกว่าเขาจะพอใจ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ต้องใช้พลังงานสูงเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-06bc68"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ข้อจำกัดน่าจะเป็นเรื่องจำนวนคนที่จะต้องมาดูแลระบบ เพราะเรามีคนน้อย เนื่องจากเราไม่ได้รับงบจากที่ไหน เราพยายามทำเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด เพราะฉะนั้นการจ้างครูที่มีคุณภาพค่อนข้างยาก</p>



<p>การรับเด็กสักคนมาดูแลจะต้องคุยกันพอสมควรว่าเขาจะตัดสินใจเรียนหรือไม่เรียน พอเราลงทุนกับเขาไปแล้ว เราต้องการเด็กที่มีคุณภาพ เราไม่ต้องการจ่ายเงินรายหัวเป็นทุนการศึกษาแล้วเด็กก็ไปมีชีวิตของเขาเอง แต่เราจะ Follow up เด็กค่อนข้างใกล้ชิด ช่วงแรกที่รับมาก็จะมีการคัดกรองระหว่างทาง เช่น รับมา 30 คน คัดกรองไปแล้วระหว่างทางอาจจะเหลือ 20 คนหรือ 15 คน การขยายจำนวนเด็กจึงยังไม่ได้ ด้วยข้อจำกัดและเงื่อนไขต่าง ๆ</p>



<p>ประเด็นที่เราเป็นห่วงคือการ Follow up ระยะยาว  เพราะการทำงานกับเด็กกลุ่มเปราะบางหรือมีความเสี่ยงที่จะ drop out จากความยากจนต้องใช้พลังงานสูงมาก เราทำงานกับเขามา 9 ปี เหมือนเราเลี้ยงลูก กว่าเราจะมั่นใจได้ว่าเขากลายเป็นคนที่มีคุณภาพในสังคมได้นั้นต้องผ่านอะไรมาเยอะมาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-796a55"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/infographic-Free-Form-School-1200x-1500-2-01_0.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ภาพฝัน: วันที่เมืองไทยจะไม่มีคำว่าเด็กนอกระบบ</strong></h2>



<p>“<strong>ในอนาคตอยากเห็นภาพที่สังคมมองว่าการไม่อยู่ในโรงเรียน ไม่ใช่เรื่องผิดปกติหรือแปลกอะไร และเด็กสามารถเลือกแหล่งเรียนรู้ที่ไหนก็ได้ </strong>ไม่ว่าจะในระบบ นอกระบบ แหล่งเรียนรู้อื่น ๆ หรือโรงเรียนเฉพาะทางก็ได้ ซึ่งต้องมีมาตรฐานในการออกใบประกาศหรือวุฒิรองรับ ฉะนั้นการออกนอกระบบไม่ใช่ปัญหาของเด็ก แต่สังคมจะต้องมีแหล่งเรียนรู้ที่รองรับความต้องการและความหลากหลายให้ได้มากที่สุด เพื่อทำให้เด็กมีทางเลือกในการใช้ชีวิต และการออกนอกระบบโรงเรียนจะไม่กลายเป็นตราบาปให้กับเด็กได้อีก&#8221;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-free-from-school-240523/">นวัตกรรม “Free From School” ปิดช่องโหว่ปัญหาจากตลาดการเรียนรู้ไปสู่ตลาดแรงงาน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เปิดบ้านปันยิ้ม&#8221; CI เพื่อแม่และเด็ก พร้อมยกระดับศูนย์ savekidscovids19 รับมือเด็กติดเชื้อเพิ่มหลังสงกรานต์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-savekidscovids19-300322/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Mar 2022 11:49:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กรมกิจการเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวง พม.]]></category>
		<category><![CDATA[savekidscovid19]]></category>
		<category><![CDATA[LINE MAN]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[คยองซัน คิม]]></category>
		<category><![CDATA[อดิศัย ภัตตาตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือเด็กและครอบครัวในสถานการณ์โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[จตุพร โรจนพานิช]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี]]></category>
		<category><![CDATA[อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[Wongnai]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร พรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=53800</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมกิจการเด็กฯ กสศ. กรมสุขภาพจิต ยูนิเซฟ&#160; รพ.เด็ก  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-savekidscovids19-300322/">“เปิดบ้านปันยิ้ม” CI เพื่อแม่และเด็ก พร้อมยกระดับศูนย์ savekidscovids19 รับมือเด็กติดเชื้อเพิ่มหลังสงกรานต์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรมกิจการเด็กฯ กสศ. กรมสุขภาพจิต ยูนิเซฟ&nbsp; รพ.เด็ก กทม. และคลองเตยดีจัง&nbsp; เดินหน้าระบบดูแลช่วยเหลือกลุ่มเด็กเปราะบาง ร่วมมือ Line Official “savekidscovid19” โทร 1300</strong></p>



<p><strong>เข้าถึงบริการทุกด้านไร้รอยต่อ ตลอด24 ชั่วโมง</strong></p>



<p>เมื่อวันพุธที่ 30 มีนาคม 2565 ที่ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือเด็กและครอบครัวในสถานการณ์โควิด” หรือ #savekidscovid19 ความร่วมมือระหว่าง กรมกิจการเด็กและเยาวชน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<p>กรมสุขภาพจิต องค์การยูนิเซฟประเทศไทย กรุงเทพมหานคร และคลองเตยดีจัง&nbsp; “เปิด&#8221; บ้านปันยิ้ม&nbsp; CI เพื่อแม่และเด็ก และระบบดูแลช่วยเหลือกลุ่มเด็กเปราะบางในวิกฤตโควิด-19&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c67688"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/จตุพร-โรจนพานิช-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน </strong>กล่าวว่า การแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 ถึงปัจจุบัน เป็นสายพันธุ์ที่ติดเชื้อได้ง่ายทำให้มีจำนวนเด็กติดเชื้อเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ภายในเพียง 4 เดือน</p>



<p>มีเด็กติดเชื้อรวม 234,790 คน (เทียบกับเดลต้า 11 เดือน มีเด็กติดเชื้อ 297,110) แบ่งเป็น กทม. 27,156 คน และส่วนภูมิภาค 207,634 คน โดยจังหวัดที่มีเด็กติดเชื้อเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร มีมากกว่าวันละ 400 คน และในส่วนภูมิภาคจังหวัดที่มีเด็กติดเชื้อรายวันมากกว่าวันละ 100 คน ได้แก่ สมุทรปราการ นครศรีธรรมราช นนทบุรี ชลบุรี สงขลา และนครราชสีมา<strong> </strong>โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 เป็นเดือนที่มีเด็กติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูงสุดถึงวันละประมาณ 4,000 &#8211; 5,000 คน และลดลงในเดือนมีนาคม แต่ก็ยังมีสถิติที่ค่อนข้างสูงเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าวันละ 3,500 คน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1dd27f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/05-บ้านปันยิ้ม-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p> &nbsp; <strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p>



<p>นางจตุพร กล่าวว่า แม้ผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อฯ ในภาพรวมไม่สูงมาก แต่ปัญหาสำคัญคือ เด็กจำนวนไม่น้อยยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน เมื่อเด็กหรือครอบครัวป่วย จำเป็นต้องมีพื้นที่ปลอดภัยและเข้าถึงระบบการรักษา ซึ่งการดูแลปกป้องคุ้มครองไม่สามารถดำเนินการได้โดยหน่วยงานเดียว&nbsp; จึงมีความร่วมมือกันของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา&nbsp; กรมสุขภาพจิต&nbsp; องค์การยูนิเซฟประเทศไทย <strong>ดำเนินงาน “ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือเด็กและครอบครัวในสถานการณ์โควิด-19” หรือ #savekidscovid19</strong></p>



<p>“savekidscovid19 เป็นศูนย์ประสานและส่งต่อเพื่อเด็กกลุ่มเปราะบางไม่ว่าจะเป็นการให้คำแนะนำกรณีกักตัวที่บ้าน Home Isolation การส่งยา การประสานหาเตียง การคัดกรองเชิงรุก การปฐมพยาบาลเยียวยาจิตสังคม การแสวงหาอาสาสมัครดูแลเด็กและครอบครัวอาสาสมัคร&nbsp; และการจัดให้มีศูนย์พักคอยเพื่อแม่และเด็ก “บ้านปันยิ้ม” เพื่อให้เด็กได้รับการดูแล คุ้มครอง ฟื้นฟู เยียวยา ในทุกมิติ จุดเน้นสำคัญคือความพยายามให้เด็กได้รับการดูแลโดยครอบครัวให้มากที่สุด” นางจตุพร กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6c435a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ไกรยส-ภัทราวาท-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน<strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า ยอดรวมจำนวนเด็กติดเชื้อ COVID-19 สะสมจาก ศบค. ตั้งแต่ ม.ค. 64 – มี.ค. 65 สูงกว่า 521,393 คน ใกล้เคียงกับจำนวนเด็กไทยเกิดทั้งปี 2564 ที่ผ่านมาซึ่งมีเด็กเกิดจำนวน 544,570 คน ต้องจับตา 3 เดือนอันตราย การระบาดอาจเพิ่มสูงขึ้นในช่วงสงกรานต์ ถึงเปิดเทอมปี 2565 จึงต้องมีการระดมความร่วมมือเพื่อยกระดับการเตรียมความพร้อมในทุกมิติจากทุกภาคส่วน</p>



<p>โดยจากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยเด็กจำนวน 200 คน&nbsp; ในพื้นที่ 29 จังหวัด และกรุงเทพฯ (ข้อมูลระหว่างวันที่ 15 กันยายน 2564 – 1 กุมภาพันธ์ 2565) พบว่าร้อยละ 27 มีสภาพปัญหาที่มีความซับซ้อนมากกว่าหนึ่งปัญหา ต้องได้รับความช่วยเหลือเร่งด่วน เช่น มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง มีสภาวะเครียด และครอบครัวยากจน จนเด็กเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา ขณะที่ร้อยละ 73 มีแนวโน้มหลุดจากระบบการศึกษา ต้องการได้รับความช่วยเหลือทั้งด้านทุนการศึกษาและอุปกรณ์ทางการเรียน &nbsp; ความร่วมมือครั้งนี้จะนำมาสู่ระบบคุ้มครองทางสังคมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทั้งมิติสุขภาพกาย จิตใจ สังคมและการป้องกันไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา ให้แก่เด็กกลุ่มเปราะบางจากครัวเรือนยากจน ยากจนพิเศษ และกลุ่มด้อยโอกาส&nbsp; โดยอาศัยความร่วมมือจากชุมชน และครูอาสาเพื่อสำรวจเด็กหลุดนอกระบบการศึกษาให้ได้รับวัคซีนไม่มีใครตกหล่น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a043e3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/อัมพร-เบญจพลพิทักษ์-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์  อธิบดีกรมสุขภาพจิต</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์&nbsp; อธิบดีกรมสุขภาพจิต</strong> กล่าวว่า เรากำลังสร้างพื้นที่เอื้อให้เด็กกลุ่มเปราะบางและคุณแม่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ&nbsp; ในเวลาปกติลำพังการเลี้ยงดูก็มีความยากลำบาก เมื่อถูกซ้ำเติมด้วยการเจ็บป่วย ด้วยโรคที่ถูกสังคมมองว่าน่ากลัว ทุกหน่วยงานต้องทำลายข้อจำกัดร่วมกัน เด็ก ๆ จำนวนมากอาจตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก ดังนั้นผู้ใหญ่ต้องอยู่ในสภาพอารมณ์ที่เป็นต้นแบบ&nbsp; ให้ตระหนักปัญหาโรคแต่อย่าตระหนก &nbsp; จากประสบการณ์ให้การปรึกษา เด็ก ๆ ที่ศูนย์พักคอยพบว่า ผู้ป่วยเด็กมักมีความเครียด และกังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อ และการเรียนออนไลน์&nbsp;&nbsp;</p>



<p>กรมสุขภาพจิตสนับสนุนการวางแผนช่วยเหลือ ปฐมพยาบาลทางจิตใจ รักษาและฟื้นฟูสภาพจิตใจให้แก่เด็กที่ได้รับผลกระทบรายบุคคล ผ่านการบูรณาการระบบสารสนเทศเพื่อการคุ้มครองเด็ก (Child Protection and Information System : CPIS)&nbsp; เพื่อสร้างกลไกการส่งต่อเด็กและครอบครัวเข้าสู่ระบบบริการทางสุขภาพจิตทั่วประเทศในรูปแบบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8f7225"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/05-บ้านปันยิ้ม-12.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>1 บ้านพักเด็กและครอบครัว กับ 1 โรงพยาบาลสังกัดกรมสุขภาพจิต</p>



<p>“ในวิกฤตโควิดเด็กมีความเสี่ยงทางจิตใจในหลายด้านไม่ว่าจะเป็น ความหวาดกลัวต่อการแยกจากครอบครัวหรือผู้ดูแล ความหวาดกลัวต่อการสูญเสียคนที่รัก การไม่ได้เล่นหรือพบเพื่อนๆ การไม่ได้ทำกิจกรรมยามว่าง เช่น สนามเด็กเล่น สนามกีฬา&nbsp; หรือถูกกีดกัน ถูกรังเกียจจากเพื่อนหรือชุมชน&nbsp; ดังนั้นการปฐมพยาบาลทางจิตใจให้แก่เด็ก ๆ จึงมีความสำคัญอย่างมาก โดยควรมีกิจกรรมเพื่อสร้างสัมพันธภาพระหว่างเด็กให้คลายความเหงาและความกังวล&nbsp;</p>



<p>และส่งเสริมพัฒนาการเด็กในด้านต่าง ๆ ให้เป็นไปตามช่วงวัย แม้จะยังอยู่ในโรงพยาบาลสนามหรือศูนย์พักคอย” อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-49d1fd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/a-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายแพทย์อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายแพทย์อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี</strong> กล่าวว่า ผู้ป่วยเด็กส่วนใหญ่ร้อยละ 90 มีอาการน้อยหรือไม่มีอาการ&nbsp; การรักษาแบบ Home Isolation หรือ Community Isolation&nbsp; จึงเป็นทางออก เพื่อลดการส่งผู้ป่วยเด็กเข้าโรงพยาบาล ไม่ให้จำนวนเตียงมีปัญหาสำหรับผู้ป่วยอาการหนักสีเหลือง สีแดง และยังช่วยให้เด็กได้อยู่กับพ่อแม่ซึ่งเป็นส่วนสำคัญทำให้เด็กหายเร็วขึ้น โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เน้นดูแลผู้ป่วยเด็กสีเหลืองขึ้นไป&nbsp; และยังเป็นโรงพยาบาลคู่ขนานให้กับศูนย์พักคอยแม่และเด็ก บ้านปันยิ้ม ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ป่วยเด็กจากศูนย์พักคอยฯเพียงแค่ 10% ที่มีอาการมากขึ้นจนต่อส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาล การทำงานรูปแบบบูรณาการเพื่อดูแลเด็กทุกมิติแบบนี้ ไม่ควรหยุดเพียงแค่ความร่วมมือสำหรับวิกฤตโรคโควิด-19&nbsp; แต่ควรเป็นกลไกบูรณาการระบบช่วยเหลือสำหรับทุกโรคในเด็ก เพราะเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ควรได้รับการดูแลอย่างเสมอภาค</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-212ed7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/คยองซัน-คิม-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางคยองซัน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางคยองซัน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย</strong>&nbsp; กล่าวว่า&nbsp; ในสถานการณ์ที่จำนวนเด็กติดเชื้อกำลังเพิ่มอย่างต่อเนื่องจำเป็นต้องมีมาตรการและกลไกปฏิบัติที่เหมาะสม&nbsp; ยูนิเซฟพร้อมสนับสนุนด้านเทคนิควิธีการเพื่อให้กลไกต่างๆเป็นไปตามมาตรฐานนานาชาติ สิ่งที่ดีที่สุดคือ การให้เด็กอยู่กับครอบครัวมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&nbsp; ไม่ว่าในช่วงการกักตัว และการรักษา ต้องคำนึงว่าสำหรับเด็กที่ติดเชื้อหรือได้รับผลกระทบ การถูกแยกจากครอบครัว จะเป็นการซ้ำเติม ให้เด็กเกิดความเครียดความกังวล หวาดกลัว&nbsp; อาจถูกละเลยทอดทิ้ง เผชิญความรุนแรง&nbsp; อย่างไรก็ตาม</p>



<p>บางครอบครัวที่อยู่รวมกันในห้องเล็ก ๆ การมีศูนย์กักตัวในชุมชน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ได้รับการอบรม มีความพร้อมในการดูแลเด็กได้อย่างเหมาะสมย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ดังนั้นการจัดบริการที่ครอบคลุมหลากหลายเพื่อให้เด็กได้รับการดูแลตามบริบทของพื้นที่&nbsp; จะช่วยลดผลกระทบเชิงลบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยแนวทางของศูนย์พักคอยเพื่อแม่และเด็ก ”บ้านปันยิ้ม” จะเป็นตัวอย่างเพื่อให้พื้นที่อื่น ๆ นำไปขยายผลได้&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-89e219"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ศิริพร-พรมวงศ์-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวศิริพร พรมวงศ์ ผู้จัดการโครงการคลองเตยดีจัง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางสาวศิริพร พรมวงศ์ ผู้จัดการโครงการคลองเตยดีจัง</strong> กล่าวว่า&nbsp; ส่วนใหญ่พ่อแม่กังวลสูง เมื่อลูกติดเชื้อ ดังนั้น ศูนย์ฯจึงจัดให้มีหน่วยบริการเชิงรุกในชุมชน&nbsp; และอบรมอาสาสมัครเยาวชนเป็น case manager&nbsp; ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับคุณหมอ&nbsp; สื่อสารความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับชุมชนเปลี่ยนพ่อแม่ให้เป็นหมอ สำหรับศูนย์พักคอยเพื่อแม่และเด็ก “บ้านปันยิ้ม” เราพยายามออกแบบระบบที่เป็นมิตรกับเด็ก โดยเป้าหมายคือการเป็นพื้นที่รองรับเด็กกลุ่มเปราะบาง มีบรรยากาศผ่อนคลาย มีห้องสมุดที่มีหนังสือนิทาน การ์ตูน มีของเล่น มีกิจกรรมเล่นเกมส์ ออกกำลังกาย เป็นพื้นที่ที่เด็ก ๆ จะได้รู้จักและดูแลกัน เหมือนมาเข้าค่ายรู้จักเพื่อนใหม่ ได้รับการดูแลอย่างอบอุ่น และเมื่อถึงวันที่กลับออกไป สิ่งที่เขาจะนำติดตัวไปด้วยก็จะเป็นความทรงจำที่ดีและประสบการณ์ประทับใจ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a13ca3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/อิสริยะ-ไพรีพ่ายฤทธิ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะ<br>และรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai</strong> กล่าวถึงความร่วมมือของภาคเอกชนในครั้งนี้ที่จะเข้ามามีบทบาทในฐานะธุรกิจผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ ซึ่งสามารถนำจุดแข็งที่มีผู้ให้บริการไรเดอร์กระจายอยู่ในทุกพื้นที่เข้ามาสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานด่านหน้า ที่แต่เดิมมีปัญหาในการกระจายยาไปยังผู้ป่วยที่แยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) หรือกักตัวในศูนย์โควิดชุมชนระดับอำเภอ (Community Isolation ) โดยสนับสนุนในการส่งยา ส่งอาหาร และส่งเครื่องมือการแพทย์ไปยังผู้ป่วย ซึ่งจะช่วยเติบเต็มการดำเนินงานของโครงการอย่างไร้รอยต่อ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5d8c8f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/05-บ้านปันยิ้ม-11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>สำหรับ “ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือเด็กและครอบครัวในสถานการณ์โควิด-19”&nbsp; ประชาชนสามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1300 ศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวง พม. Line Official “savekidscovid19” แอปพลิเคชันคุ้มครองเด็ก และบ้านพักเด็กและครอบครัว 77 จังหวัด ตลอด 24 ชั่วโมง หรือโทรศัพท์ 065 506 9574 และ 065 506 9352 ระหว่างเวลา 09.00 – 17.00 น.</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-savekidscovids19-300322/">“เปิดบ้านปันยิ้ม” CI เพื่อแม่และเด็ก พร้อมยกระดับศูนย์ savekidscovids19 รับมือเด็กติดเชื้อเพิ่มหลังสงกรานต์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เปลี่ยนแม่เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล” รับมือโอมิครอนในเด็กฉบับปิดเทอมใหญ่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-53620/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Mar 2022 07:09:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ปิดเทอมใหญ่ รับมือโอมิครอนในเด็กอย่างไร?]]></category>
		<category><![CDATA[HFocus]]></category>
		<category><![CDATA[สํานักงานเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพีบีเอส]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนแม่เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์หญิงวารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์]]></category>
		<category><![CDATA[สมศักดิ์ อรรฆศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[กรมกิจการเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=53620</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อจากสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งเป็นไ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-53620/">“เปลี่ยนแม่เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล” รับมือโอมิครอนในเด็กฉบับปิดเทอมใหญ่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อจากสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งเป็นไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ล่าสุด ที่ยังคงพุ่งต่อเนื่อง และมียอดผู้เสียชีวิตรายวันใน อัตราที่สูงลิ่ว คำถามสำคัญของคนเป็นพ่อแม่ในช่วงปิดเทอมใหญ่ที่จะถึงนี้คือ “หากลูกฉันติดโควิด ฉันจะทำยังไง จะพาลูกไปเข้าคิวที่โรง พยาบาล หรือจะเสี่ยงหากอาการลูกแย่หนักกว่าเดิม มีทางเลือกอื่นอีกหรือไม่?” </p>



<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน, กรมการแพทย์, กรมสุขภาพจิต, กระทรวงสาธารณสุข, UNICEF, ไทยพีบีเอส, สํานักงานเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร, คลองเตยดีจัง และ HFocus จึงร่วมกันจัดเสวนาภายใต้หัวข้อ ‘ปิดเทอมใหญ่ รับมือโอมิครอนในเด็กอย่างไร?’ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5a9757"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/537342.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยมีจุดประสงค์เพื่อพาคุณแม่ทุกท่านก้าวผ่าน ‘ความกลัว’ ที่ลูกต้องป่วยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้คุณแม่สามารถรออยู่ในพื้นที่ปลอดภัย สะดวกสบาย มีหมอคอยให้คำแนะนำผ่าน Line Official Account เพื่อตอบปัญหาที่กังวลใจทุกข้อ อันจะทำให้คุณแม่สามารถเป็นพาร์ทเนอร์ของแพทย์ ในการดูแลลูกจากทางบ้านได้โดยไม่ต้องเสี่ยงมาโรงพยาบาล</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>HOW TO เช็คอาการลูกฉบับพ่อแม่</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-73125d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/537347.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์</strong> ได้ฉายภาพสถานการณ์เด็กติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เนื่องจากเด็กเป็น กลุ่มที่ได้รับการฉีดวัคซีนลำดับท้ายๆ และในช่วงนั้นยังไม่มีวัคซีนชนิดใดที่สามารถนำมาใช้กับเด็กได้อีกทั้งหากเด็กมีสภาพร่างกายแข็งแรง อาการของโรคอาจไม่แสดงและอาจหายได้เองในที่สุด ในขณะที่เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปีหากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวลใจ ก็สามารถพาบุตรหลานไปตรวจคัดกรองเบื้องต้นก่อนได้เช่นกัน</p>



<p>&#8220;สำหรับอาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลคือ หนึ่ง มีไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส สอง เริ่มซึม ไม่ดูดนม สาม ไม่กินข้าว สี่ หายใจเร็ว และ อันดับสุดท้าย มีออกซิเจนต่ำว่า 96&#8221; </p>



<p>ขณะอีกส่วนหนึ่ง คือ กลุ่มอาการของโรคที่ทำให้เด็กติดเชื้อโควิดแล้วมีอาการรุนแรงขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วย โรคอ้วน, โรคทางเดินหายใจ เรื้อรัง, โรคไตวายเรื้อรัง, โรคมะเร็ง, โรคเบาหวาน และกลุ่มโรคทางพันธุกรรมต่างๆ นั้น นายแพทย์สมศักดิ์อธิบายว่า หากเด็กไม่อยู่ในเกณฑ์เหล่านี้จะไม่มีอาการ รุนแรง สามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้ </p>



<p>&#8220;ถ้าเด็กไม่มีโรคร่วม ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีอาการรุนแรงครับ และหากเราสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลง เราก็จะสามารถจำกัดความ รุนแรงของโรคได้สำหรับเด็ก เราจะแนะนำให้ทำ Home Isolation เป็นส่วนใหญ่ ไม่ต้อง follow up เด็กจะไม่เหมือนผู้ใหญ่แต่ถ้ามี โรคร่วม และคุณพ่อคุณแม่ไม่สบายใจ ก็สามารถพาไปคัดกรองได้&#8221;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปิดเทอมใหญ่ ดูแลเด็กๆ อย่างไรไม่ให้ว้าวุ่น</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ae1fbc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/537348.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">แพทย์หญิงวารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์<br>หัวหน้างานโรคติดเชื้อ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นำมาซึ่งความกังวลว่า ในช่วงปิดเทอมใหญ่กว่า 2 เดือน เราจะทำให้เด็กติดเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งในประเด็นนี้ <strong>แพทย์หญิงวารุณี พรรณพานิช</strong> <strong>วานเดอพิทท์</strong> <strong>หัวหน้างานโรคติดเชื้อ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี</strong> อธิบายว่า จากประสบการณ์ที่สถาบันโรคเด็กแห่งชาติฯ ได้ติดตามคนไข้ที่เข้าสู่การรักษาในระบบบริการแบบ Home Isolation ช่วงแรกนั้น พบว่าจากจำนวนผู้ติดเชื้อ 900 ราย มีเพียง 12 รายที่ต้องกลับมารักษาในโรงพยาบาล คิดเป็นตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ 1.3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนใหญ่การสังเกตอาการนั้น เด็กจะอยู่โรงพยาบาลไม่เกิน 2-3 คืนแรก เมื่อไข้ลดลงก็สามารถกลับไปสังเกตติดตามอาการต่อได้ที่บ้าน</p>



<p>&#8220;จริงๆ แล้วค่อนข้างวางใจได้ เพียงแต่เราก็ไม่ประมาท หมายความว่าในกรณีที่เรารู้ว่าเป็นเด็กกลุ่มเสี่ยง คือเด็กเล็กต่ำกว่า 1 ปี หรือเด็กที่มีโรคประจำตัว อันนี้ถือว่าเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง ในกรณีที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเตียงในการนอนโรงพยาบาล เราก็จะแอดมิทสังเกตอาการ&#8221;</p>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-f3503c26 gb-headline-text"><strong>‘เปลี่ยนแม่เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล’</strong><br><strong>อยู่ร่วมกับการระบาดอย่างสมดุล</strong></h2>



<p>ด้วยนโยบายจากภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมให้คุณพ่อคุณแม่เป็น ‘คุณหมอเสมือน’ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของแพทย์ในภาวะที่ยังคงมีงานล้นมือ คำถามคือ ระบบสาธารณสุขและแพทย์โรงพยาบาลต่างๆ มีความพร้อมมากน้อยเพียงใด โดยนายแพทย์สมศักดิ์ อธิบายว่า ปัจจัยความพร้อมทางด้านสังคมของตัวพ่อแม่เองเป็นสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง หากตัวคุณพ่อคุณแม่มีความรู้ มีการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลเด็กในช่วงโควิดก็จะสามารถคลายความกังวลและทำให้มีเวลาอยู่กับลูกได้อย่างใกล้ชิดมากกว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงปิดเทอม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a2211a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/537344.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะเข้ามาช่วยคุณพ่อคุณแม่คือ การมีระบบ Line Official Account ที่จะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยตอบคำถาม ข้อสงสัยต่ออาการต่างๆ ของเด็กในช่วงปิดเทอม</p>



<p>&#8220;เราจะต้องเติมไม้หันอากาศเข้าไป เปลี่ยนตระหนกให้เป็นตระหนักเพราะว่าเด็กส่วนใหญ่มีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องนอนโรงพยาบาล ขณะที่เด็กอีก 95 เปอร์เซ็นต์สามารถอยู่บ้านเองได้ แต่เราบอกไปแล้วว่าเด็กต่ำกว่า 1 ปีมาคัดกรอง กลับไปอยู่บ้าน&#8221;</p>



<p>ด้านแพทย์หญิงวารุณีกล่าวเสริมว่า ปัจจัยที่ทำให้บุคลากรมีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยนอก รวมถึงการ Home Isolation ได้ เกิดจากปัจจัยของเด็กและเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนเอง โดยเชื้อสายพันธุ์นี้ เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะไปแบ่งตัวอยู่ที่เยื่อบุทางเดินหายใจมากกว่าไปลงที่เนื้อปอด ทำให้ลักษณะธรรมชาติของเชื้อตัวนี้จะไม่ไปลงที่เนื้อปอด แต่จะทำให้เด็กมีอาการไอมากขึ้น </p>



<p>ขณะที่ปัจจัยของตัวเด็กเอง โดยธรรมชาติเด็กจะมีระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วยกัน 2 แบบ แบบแรกคือ &#8211; ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด แบบที่สองคือ &#8211; ภูมิคุ้มกันที่เกิดเมื่อเด็กเติบโตและได้รู้จักเชื้อโรคต่าง ๆ ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันในแบบแรกจะมีมากในช่วงวัยเด็ก แต่จะค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นแบบที่ 2 ทำให้เมื่อโควิด-19 ระบาด จึงจำเป็นต้องเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุก่อนจะไล่เลียงตามลำดับลงมา โดยระบบภูมิคุ้มกันในเด็กนี้จะเรียกว่า ‘อินเตอร์เฟอรอน’ Interferon (IFN)</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c4e67f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/537345.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยแพทย์หญิงวารุณีกล่าวต่อว่า มีข้อมูลงานวิจัยออกมามากมายยืนยันว่า อินเตอร์เฟอรอนจะหลั่งออกมามากในเด็กเมื่อมีอุณหภูมิขึ้นสูง ซึ่งเป็นกลไกทางธรรมชาติของร่างกายที่จะเยียวยาตัวเองด้วยการพักผ่อน ดังนั้นเมื่อเด็กเป็นไข้ ตัวร้อน พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องปลุกเด็กมาเช็ดตัวบ่อยๆ หรือเรียกให้รับประทานอาหารบ่อยๆ แต่ปล่อยให้ร่างกายได้พักฟื้น อุณหภูมิในร่างกายก็จะลดลงได้เองในช่วง 2-3 วัน</p>



<p>&#8220;หลักการคือ เราจะรักษาพิษจากไข้ แต่เราจะไม่รักษาไข้ ถ้าเด็กเป็นไข้ก็ให้เด็กหลับเลย แต่ถ้าไข้นั้นทำให้เด็กเพ้อ ตัวสั่น เราต้องเน้นประคบที่ศีรษะ ส่วนใหญ่แล้วเด็กจะหนาว ยิ่งเช็ดยิ่งหนาว ควรให้กินยาลดไข้ก่อนแล้วค่อยเช็ดตัว ไม่อย่างนั้นเด็กจะทุกข์ทรมาน&#8221;</p>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-9f54f5a1 gb-headline-text"><strong>ตอบคำถามทันใจ มีหมอใกล้ตัวด้วย Line Official Account</strong></h2>



<p>&#8220;ถ้ากังวลใจจริงๆ ถ่ายวิดีโอแล้วส่งมาให้เราดู เราจะประเมินแล้วเรียกมาเองค่ะ&#8221;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-20ff2a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/537346.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ถึงอย่างนั้น คำถามและความกังวลต่างๆ เช่นว่า จำเป็นไหมที่เด็กจะต้องฉีดวัคซีน เมื่อลูกเป็นไข้แล้วจะต้องไปเอกซเรย์ปอดไหม ฯลฯ ซึ่งการใช้ Line Official Account ของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯ จะเข้ามาทำหน้าที่ในการจับมือคุณแม่ให้เปรียบเสมือนเป็นหมอด้วยตัวเองผ่านการวิดีโอคอล เพื่อให้แพทย์ผู้ชำนาญการสามารถให้คำแนะนำได้ตั้งแต่ตรวจวัดสภาพการนอน เพื่อดูอัตราการเต้นของหัวใจและการทำงานของปอด ดูกิจกรรมต่างๆ ของเด็กเมื่อตื่นเพื่อตรวจวัดสภาพร่างกายว่าดีขึ้นหรือไม่ </p>



<p>&#8220;ผมขอใช้โอกาสนี้ในการทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ว่า ถ้ามีโรคร่วม ท่านพาลูกไปฉีดวัคซีนเถอะครับ แต่ถ้าไม่มีโรคร่วม อันนี้อยู่ที่ดุลยพินิจของท่าน เข้าใจได้ว่าท่านยังไม่อยากพาไปฉีด แต่ถ้าพาไปฉีดก็จะช่วยได้ส่วนหนึ่ง&#8221; นายแพทย์สมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย</p>



<p>ท้ายที่สุด ความกังวลในเรื่องโรคระบาดสายพันธุ์โอมิครอนในเด็ก ไปจนถึงความเป็นไปได้ที่โควิด-19 จะหมดไป แพทย์หญิงวารุณีทิ้งท้ายว่า</p>



<p>&#8220;เราโดนโควิดรัฐประหารมาแล้ว 2 ปีนะคะ โควิดก็กลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ ฉะนั้นเราจะปล่อยให้มันกลายพันธุ์ฝ่ายเดียวก็ไม่ไหว เราต้องกลายพันธุ์ด้วยเช่นเดียวกัน จากการเปลี่ยนแม่ให้เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล หมายความว่าสามารถดูแลและอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลอาจจะดีกว่า เพราะว่าถ้าเราหวังว่าจะไม่ติดเชื้อ มันจะควบคุมได้ยาก แต่เราจะดูแลร่างกายของเรายังไงที่จะอยู่ด้วยกันไปอย่างสันติสุข และสามารถทำให้ระบบเศรษฐกิจ สังคม ดำเนินไปด้วยได้ น่าจะสำคัญกว่า&#8221;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-53620/">“เปลี่ยนแม่เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล” รับมือโอมิครอนในเด็กฉบับปิดเทอมใหญ่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นานาทรรศนะจากคนทำงานด่านหน้า ‘อุปสรรค-ปัจจัย’ ต่าง ๆ ที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-obstacles-factors-that-cause-children-to-fall-out-of-the-education-system-050122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Jan 2022 04:04:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[อนรรฆ พิทักษ์ธานิน]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร พรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ปกรณ์ ศศิวัจน์ไพสิฐ]]></category>
		<category><![CDATA[เนตรดาว ยั่งยุบล]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตยดีจัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50194</guid>

					<description><![CDATA[<p>“งานของ กสศ.คือการแสวงหาความร่วมมือเพื่อช่วยให้เด็กๆ ไม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-obstacles-factors-that-cause-children-to-fall-out-of-the-education-system-050122/">นานาทรรศนะจากคนทำงานด่านหน้า ‘อุปสรรค-ปัจจัย’ ต่าง ๆ ที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote"><p>“งานของ กสศ.คือการแสวงหาความร่วมมือเพื่อช่วยให้เด็กๆ ไม่หลุดจากระบบการศึกษา เป็นความพยายามที่อยากให้คนไทยทุกภาคส่วนเข้าไปสนับสนุนในส่วนใดก็ได้ เพราะเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้เกิดความร่วมมือ ซึ่งทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ ประชาชน ผู้นำทางความคิด จะมาร่วมเป็นเครือข่ายทางสังคมที่แน่นแฟ้น เอาชนะอุปสรรคไปด้วยกัน โดยทาง กสศ.จะพยายามทำทุกทางเพื่อนำข้อมูลที่มีมาใช้ประสานให้เกิดเป็นเครือข่าย สร้างความเสมอภาคให้เกิดขึ้นในการทำงานทุกระดับ&#8221; &#8211; <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong></p></blockquote>



<p>4.3 หมื่นคน คือตัวเลขที่ กสศ.และ สพฐ.สำรวจพบเด็กเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษาในช่วงเทอม 1 ปีการศึกษา 2564 ตามแนวทางการสร้าง ‘ระบบป้องกันและช่วยเหลือเด็กหลุดออกนอกระบบ’ โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กเยาวชนที่หายไปจากระบบในช่วงรอยต่อช่วงชั้น</p>



<p>ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบให้จำนวนเด็กเยาวชนกลุ่มนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กสศ.ได้ร่วมกับเครือข่ายคณะทำงานทุกระดับ มุ่งค้นหาและวางแนวทางช่วยเหลือผลักดันให้น้องๆ กลุ่มนี้ได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาของแต่ละคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cb3235"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/ระดมสมองหยุดปัญหา-Drop-out-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม การค้นพบและนำพาเด็กเยาวชนคนหนึ่งที่หลุดไปจากระบบการศึกษากลับเข้าสู่รั้วโรงเรียน หรือกระบวนการพัฒนาทักษะ ยังไม่ใช่ปลายทางสุดท้ายของการทำงานที่แท้จริง</p>



<p>ชวนฟังนานาทรรศนะจากคนทำงานด่านหน้า มาร่วมแง้ม ‘อุปสรรค-ปัจจัย’ ต่างๆ ที่เป็นสาเหตุให้น้องๆ ประคองตัวอยู่ในระบบการศึกษาได้ไม่สุดทาง&nbsp;&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">กำแพงกฎระเบียบ/หลักสูตรไม่ตอบโจทย์</h2>



<p>“ประการแรกสุด ทุกฝ่ายต้องมีเป้าหมายร่วมกันก่อนว่า ถ้าเจอตัวเด็กแล้วเขามีความพร้อม เราต้องช่วยพากลับโรงเรียนได้ทันที ดังนั้นทุกโรงเรียนต้องรับรู้ร่วมกันว่า <strong>ปราการที่แข็งแรงของกฎระเบียบ เช่น การไม่สามารถรับเด็กเข้ากลางเทอมได้ คืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้เด็กหลุดมือเราไป เพราะแม้จะเป็นเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือนของการรอรอบปฏิทินการศึกษา แต่สำหรับน้องๆ ที่พ้นจากรั้วโรงเรียนไปแล้ว วิถีชีวิตทุกวันที่ผ่านไปของเขาจะยิ่งเบนออกไปจากการศึกษา ทำให้รู้สึกหมดไฟกับการเรียนลงทุกที</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a1955b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/อุปสรรคการศึกษา-หลากเหตุผล-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“นอกจากนี้ การพาเด็กกลับสู่ระบบการศึกษาต้องมีมาตรการรองรับในทุกด้าน ไม่ใช่แค่เรานำเด็กมาเชื่อมเข้ากับโรงเรียนแล้วถือเป็นอันสิ้นสุด แต่สิ่งที่จะช่วยให้เขารักษาเป้าหมายและคงความพยายามไว้ได้ต่อไป คือระบบรองรับที่ช่วยดูแลรอบด้าน ทั้งการเรียน สังคม อารมณ์ จิตใจ สำคัญคือต้องมีหลักสูตรการเรียนที่ตอบโจทย์กับความสนใจและความจำเป็นในชีวิตของเขา เพราะท้ายสุดถ้าการศึกษาไม่ช่วยให้เขาพัฒนาชีวิตได้จริงๆ วันหนึ่งเขาจะหมดความสนใจแล้วหลุดออกไปอีก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b4a683"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/รุ่งกานต์-สิริรัตน์เรืองสุข.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา<br>โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จ.ยะลา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ขาดโรงเรียนที่พอเพียง/คุณภาพครูที่เพียงพอ</h2>



<p>“ในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกล ปัญหาการคมนาคมคืออุปสรรคที่ไม่ได้เพียงลดทอนกำลังใจของเด็กเท่านั้น แต่ในเชิงรูปธรรมแล้ว มันได้ตัดขาดเด็กๆ ออกจากโรงเรียนในหลายช่วงเวลาของปี เนื่องจากบนดอยสูง ในป่าเขา หรือเกาะห่างไกล พวกเขาต้องเดินเท้าเป็นระยะทางไกล ต่อสู้กับภัยธรรมชาติทั้งน้ำหลาก ดินถล่ม นานามรสุม หรือกระทั่งความเสี่ยงจากสัตว์ร้าย การขาดแคลนโรงเรียนคุณภาพที่กระจายอยู่ไม่พอเพียงในหลายพื้นที่ จึงเป็นปัจจัยต้นๆ ที่ทำให้เด็กหลายคนหลุดออกไป หรือส่วนหนึ่งที่ฝ่าฟันจนจบ ป.6 หรือ ม.3 ได้ ก็หมดหนทางไปต่อในช่วงชั้นที่สูงขึ้น เพราะไม่มีโรงเรียนใกล้บ้านรองรับ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-67d9c3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/02-กสศ-ธนาคารโลก-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ว่าด้วยเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นอกจากจะหมายถึงความทั่วถึงของโรงเรียนแล้ว เรื่องของคุณภาพชีวิตบุคลากรทางการศึกษาก็ยังมีช่องว่างขนาดใหญ่อยู่มาก แล้วในอนาคตก็จะยิ่งถ่างกว้างออกไปอีก ด้วยวงรอบของครูคนหนึ่ง ที่เขาบรรจุครั้งแรกในถิ่นทุรกันดาร พอพัฒนาความสามารถถึงระดับหนึ่ง ก็ไม่ลังเลที่จะย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง ผลคือ ครูเก่งๆ ก็ไปกระจุกกันไม่กี่ที่ ซึ่งตรงนี้เราต้องไม่ลืมว่านั่นคือสิทธิ์ของเขาที่จะทำได้ ในการพาตัวเองไปหาความก้าวหน้าในชีวิต แต่ผลที่ตามมาคือ <strong>โรงเรียนเล็กๆ ต้องเจอกับปัญหาการขาดแคลนครูที่มีคุณภาพ เวียนวนกับการขาดช่วงการทำงาน และที่สำคัญคือ โรงเรียนไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองได้ว่า สุดท้ายแล้วเมื่อเขาส่งลูกหลานมาเรียนแล้วจะช่วยพัฒนาความสามารถหรือยกระดับชีวิตได้ เขาก็ดึงเด็กออกจากการศึกษาไปเพราะมองว่าไม่จำเป็น”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-270323"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ผอ-ปกรณ์-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ปกรณ์ ศศิวัจน์ไพสิฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสว้า จังหวัดน่าน<br>ประธานชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงและถิ่นทุรกันดาร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ขาดที่ปรึกษาช่วยชี้ทาง/ผลลัพธ์ทางการศึกษาไม่สร้างแรงจูงใจ</h2>



<p>“แม้ว่าภูมิหลังของเด็กที่ออกนอกระบบส่วนใหญ่จะมาจากความยากจน แต่<strong>หากเราส่องลึกลงไปภายในแก่นแกนของปัญหา จะเห็นว่าความเปราะบางในใจเด็ก ถือว่ามีส่วนอย่างมากที่จะช่วยรั้งเขาไว้ในระบบหรือผลักให้หลุดออกไป การรับเด็กเข้ามาสู่ระบบการศึกษา&nbsp; ไม่ว่าในหรือนอกโรงเรียน จึงต้องมี Case Manager ที่ดูแลเด็กได้เป็นรายคน และเป็นที่พึ่งให้กับครอบครัวของเขาได้ด้วย</strong> การมีที่ปรึกษาใกล้ชิด จะทำให้เด็กอุ่นใจ เชื่อมั่นว่ามีคนที่เข้าใจและให้คำแนะนำได้กับการตัดสินใจในทุกทางแยกสุ่มเสี่ยงของชีวิต โดยการทำงานกับเด็กบางกลุ่ม ที่ปรึกษาจำเป็นต้องมีความสามารถด้านภาษาถิ่น เข้าใจบริบทวัฒนธรรมความเชื่อต่าง ๆ เพื่อการทำงานที่ลงลึกในเชิงคุณภาพ พร้อมเข้าไปประคองเด็กได้ในทุกช่วงเวลาเพื่อไม่ให้เขาหลุดออกไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9deef8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/อุปสรรคการศึกษา-หลากเหตุผล-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“อีกประการหนึ่งคือการสร้างแรงจูงใจในการศึกษา เด็กบางคนแม้โอกาสผ่านมาถึงแต่เขาเลือกปฏิเสธ เพราะมองไม่เห็นว่าการเรียนจะพาเขาไปไหนได้ บ้างมองว่าแม้จบ ป.ตรี ก็มีรายได้ไม่มากไปกว่างานที่มีอยู่รอบตัว มันคือเรื่องของแนวคิดและมุมมองต่อโลกการศึกษาที่เด็กเขายังเห็นไม่กว้าง จึงต้องมีการถ่ายทอดทัศนคติ แรงจูงใจ และผลักดันให้เขาได้ค้นพบ-มีประสบการณ์ในงานที่สนใจหรือถนัด จนเขารู้ว่าปลายทางของการศึกษาพัฒนาตนเองจะช่วยเปิดโอกาสในชีวิตได้มากแค่ไหน แล้วความสำเร็จที่เริ่มจากจุดเล็ก ๆ นั้นเองที่จะปลุกพลังในตัวให้เขามีเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นต่อไป”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-38e70c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/น.ส.ศิริพร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศิริพร พรมวงศ์ ผู้จัดการโครงการ ‘คลองเตยดีจัง’</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘One Size Fit All’ &#8230;เสื้อตัวเดียวไม่ได้ใส่ได้กับทุกคน</h2>



<p>“การศึกษาที่จัดการเชิงเดี่ยวแบบครอบทั้งหมดรวมศูนย์ หรือตัดเสื้อตัวเดียวสำหรับสวมใส่ทุกพื้นที่ คือการจัดสรรทรัพยากรอย่างไม่เสมอภาคที่ทำให้เด็กหลุดไปจากระบบ หรือแม้ว่าเรานำเขากลับเข้ามา ก็ไม่แน่ว่าเด็กจะอยู่กับระบบการศึกษาไปได้จนถึงปลายทาง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0fc8b3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/อุปสรรคการศึกษา-หลากเหตุผล-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ประเทศเรามีความแตกต่างของภูมิภาคทั้งเหนือ กลาง อีสาน ใต้ มีบริบทพื้นที่ชายแดน มีโรงเรียนหลายรูปแบบที่นโยบายเดียวไม่อาจจัดการได้ทั้งหมด ถ้ากล่าวถึงเฉพาะเด็กหลุดจากระบบ เรามีอย่างน้อย 15 ประเด็นปัญหาที่ซับซ้อนและเปราะบาง โดยเฉพาะต้องไม่ลืมว่าเรามีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ มีเด็กพื้นที่ห่างไกลที่ขาดพื้นฐานด้านการใช้ภาษาและวัฒนธรรมจากส่วนกลาง เด็กบางคนอยู่ในสภาพแวดล้อมป่าเขา หรือยังมีเด็กที่ก้าวพลาดต้องเข้าไปอยู่ในสถานพินิจฯ</p>



<p>“จากประเด็นที่แตกต่าง แม้เราจะมีการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่สอดคล้องกับการเรียนรู้และสภาวการณ์ที่เด็กเผชิญจริงๆ เช่น เด็กในกระบวนการยุติธรรม เมื่อเขากลับออกมาก็ไม่มีกระบวนการรองรับทั้งในการเรียนและการพัฒนาทักษะวิชาชีพ หรือในการเรียน กศน. เองก็ยังไม่ได้มีการยอมรับให้เข้าเรียนต่อระดับชั้นสูงขึ้นได้ในทุกโรงเรียน กลายเป็นปัญหาที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบตรงช่วงรอยต่อ และท้ายที่สุดเขาก็กลับเข้าไปสู่วงจรเดิมอีกครั้ง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cf3f65"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/พี่นก-เนตรดาว.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เนตรดาว ยั่งยุบล ผู้ประสานงานเครือข่าย<br>การทำงานเด็กนอกระบบการศึกษา 41 เครือข่าย</figcaption></figure></div></div></div>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading">ตะเข็บรอยต่อโรงเรียนต่างพื้นที่/ขาดความพร้อมในการเรียนช่วงโรงเรียนปิดเพราะสถานการณ์โรคระบาด</h2>



<p>“ผลพวงจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้มีครอบครัวที่สูญเสียงาน ต้องอพยพย้ายถิ่นไปทำงานในพื้นที่อื่น หรือตัดสินใจกลับภูมิลำเนา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงโจทย์สำคัญว่า เมื่อเด็กและเยาวชนต้องย้ายถิ่นตามผู้ปกครองไป เด็กจำนวนมากต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน เขาจะเข้าศึกษาต่อได้อย่างไร เพราะบางคนอาจต้องย้ายไปช่วงกลางปีการศึกษา หรือจบ ป.6 หรือ ม.3 แล้วขาดความพร้อมในการเรียนต่อ ตรงนี้จำเป็นต้องมีระบบช่วยเหลือและประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ไปถึงผู้ปกครอง เพื่อไม่ให้เด็กต้องหลุดไปเพราะเข้าไม่ถึงความรู้ในขั้นตอนการพาลูกหลานเข้าโรงเรียน หรือโรงเรียนปลายทางไม่มีระบบรองรับนักเรียนกลางเทอม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-71e046"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/อุปสรรคการศึกษา-หลากเหตุผล-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“อีกปัญหาหนึ่งคือขาดความพร้อมในการเรียนออนไลน์ ไม่มีเครื่องมืออุปกรณ์ พื้นที่ และผู้อำนวยความรู้ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลให้เด็กมีโอกาสหลุดจากการศึกษาเพิ่มขึ้น หรือแม้แต่คนที่ตามกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้แล้วก็ยังเสี่ยงที่จะหลุดไปอีก ประเด็นเหล่านี้เราไม่สามารถโยนภาระการดูแลแก้ไขให้หน่วยงานใดหนึ่งได้ แต่ต้องเชื่อมร้อย-ประสานชุมชน ท้องถิ่น ภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน เพราะคนที่รู้สถานการณ์หรือตัวเลขต่างๆ คือหน่วยงานที่ทำงานในพื้นที่ ดังนั้นถ้ามีการส่งต่อข้อมูลเพื่อออกแบบการทำงานตามความถนัดของแต่ละหน่วยได้ เราจะสามารถสร้างแพลตฟอร์มที่ส่งต่อถึงกันได้หมด แล้วถ้ามีเด็กออกจากโรงเรียนกลางคันที่ กทม. เมื่อเขาไปอยู่ที่อื่นก็จะยังเข้าเรียนต่อได้โดยไม่ต้องหลุดจากการศึกษาไปเงียบๆ”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3bc5f7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/อนรรฆ-พิทักษ์ธานิน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อนรรฆ พิทักษ์ธานิน ศูนย์แม่โขงศึกษา<br>สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-obstacles-factors-that-cause-children-to-fall-out-of-the-education-system-050122/">นานาทรรศนะจากคนทำงานด่านหน้า ‘อุปสรรค-ปัจจัย’ ต่าง ๆ ที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เดินหน้าออกแบบนโยบาย “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” กับครูอ๋อมแอ๋ม &#8211; ศิริพร พรมวงศ์  ผู้จัดการโครงการ “คลองเตยดีจัง”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-educational-opportunity-guarantee-02-11/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Nov 2021 05:21:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[หลักประกันโอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[a-chieve]]></category>
		<category><![CDATA[on the job learning]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร พรมวงศ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=47364</guid>

					<description><![CDATA[<p>สร้างอาชีพรวมกับเรื่องการศึกษา -เห็นด้วยกับการมี “หลักป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-educational-opportunity-guarantee-02-11/">เดินหน้าออกแบบนโยบาย “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” กับครูอ๋อมแอ๋ม – ศิริพร พรมวงศ์  ผู้จัดการโครงการ “คลองเตยดีจัง”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 class="wp-block-heading">สร้างอาชีพรวมกับเรื่องการศึกษา</h2>



<p>-เห็นด้วยกับการมี “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา”&nbsp; เด็กๆ ถ้าอยากเรียนก็ควรจะได้เรียน โดยหลักประกันโอกาสทางการศึกษา ต้องเข้าไปแก้ปัญหาของเด็กนอกระบบด้วย กล่าวคือเด็กนอกระบบส่วนมากจะยากจน ต้องรับผิดชอบครอบครัว&nbsp; พอถึงจุดหนึ่งเด็กต้องตัดสินใจว่าจะเรียนต่อไหม เด็กหลายคนตัดสินใจไม่เรียนต่อ ออกมาทำงานดีกว่า อันนี้เป็นปัญหาข้อแรกซึ่งไม่รู้จะแก้อย่างไร</p>



<p>-งานที่พวกเราทำก็คือ on the job learning หมายถึง เราทำเรื่องสร้างอาชีพรวมกับเรื่องการศึกษา เรามีหลักสูตรเรื่องการทำงานพร้อมกับวิชาที่จำเป็นต่อเด็ก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-861d0c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/5_ครูอ๋อมแอ๋ม-ศิริพร-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>-ต้องมีการให้คำปรึกษาแนะแนว หรือ case manager แต่ละพื้นที่ ต้องละเอียดมากขึ้น เมื่อก่อนมีการให้ทุนการศึกษา แต่เด็กก็ไม่ได้มีที่ปรึกษาที่ดูแลเขาไปตลอด เพราะเด็กมีสิ่งที่ต้องเผชิญหลายเรื่อง เรื่องหนุ่มสาว เรื่องความรัก เรื่องเพื่อน เรื่องเหล่านี้ต้องเข้าอกเข้าใจและประคับประคองให้เด็กสามารถผ่านวิกฤตช่วงวัยรุ่นได้</p>



<p>-ภูมิหลังเด็กที่ออกนอกระบบ นอกจากปัญหาความยากจน ยังมีเรื่องความแข็งแกร่งภายในจิตใจของเด็ก อย่างพวกเราตอนนี้ก็ทำ case management คือ ดูแลเด็กรายเคส พร้อมดูแลครอบครัวด้วย แต่ต้องทำงานเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ เพราะถ้าทำปริมาณเยอะๆ จะทำคุณภาพได้ไม่ลึก รวมถึงการมีที่ปรึกษา กลุ่มคนสนับสนุนซึ่งเป็นกลุ่มองค์กรการศึกษายุคใหม่จำนวนมาก เช่น กลุ่ม a-chieve เป็นกลุ่มที่เขาทำคอนซัลต์และเป็นวัยใกล้เคียงกับเด็กมัธยม ฉะนั้นจะมีความเข้าใจเรื่องภาษา วัฒนธรรม หรือบริบทของเด็กมากกว่าองค์กร NGO แบบเดิม กลุ่มพวกเราก็เป็นกลุ่มครูรุ่นใหม่หมด ก็มีบางอย่างที่ให้คำปรึกษาเด็กได้&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d8cebd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/5_ครูอ๋อมแอ๋ม-ศิริพร-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>-ดำเนินการคู่กันระหว่างการให้ทุนกับการเป็นที่ปรึกษาแนะแนว มีการคัดกรองอย่างเป็นระบบกับชุมชน เพราะถ้าเรานึกถึงเด็กครอบครัวชนชั้นกลาง เรียนโรงเรียนเอกชน มีค่าใช้จ่ายการศึกษาหนึ่งปีคนละสองแสนบาท เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมากกับการลงทุนสำหรับเด็กคนหนึ่ง การใช้ทรัพยากรพวกนี้จำเป็นและไม่สามารถทำแบบโครงการได้ แต่ต้องทำงานระยะยาว อย่างที่เราทำคือ 9 ปีสำหรับเด็กหนึ่งคน เพราะกว่าเราจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงของเด็กที่ออกนอกระบบ เกเร เข้าสู่วงการยาเสพติดจนกระทั่งเขาเปลี่ยน มันใช้ระยะเวลาพอสมควร เพราะฉะนั้นการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา&nbsp;&nbsp;</p>



<p>-สร้างแรงจูงใจทางการศึกษาใหม่ เพราะว่าแรงจูงใจของเด็กต่อการศึกษาไม่ได้มีเยอะ เขามองแค่ว่าคนที่จบปริญญาตรีมาเงินเดือนก็ไม่ได้ต่างจากค่าแรงขั้นต่ำ อันนี้เป็นปัญหาเรื่องมุมมอง เขามองไม่เห็นว่า ตนเองจะมีโอกาสที่ดีกว่านี้ถ้าได้เรียนหนังสือ&nbsp; คือเห็นคนจบปริญญาตรีก็ได้เงินเดือนพอๆ กับเขาที่ทำงานร้านกาแฟ ทำไมต้องเสียเวลาและเสียเงินไปเรียนด้วย โลกการศึกษาสำหรับเด็กกลุ่มนี้อาจไม่ใหญ่เท่าไหร่ เราอาจต้องสร้างประสบการณ์ สร้างแรงจูใจ สร้างงานที่เขาชอบและถนัด-มีการดำเนินการที่ยาวมากพ<strong>อ</strong> คือต้องทำตั้งแต่ระดับประถมไปจนถึงมหาวิทยาลัย มีการทำงานที่ยาวพอให้เด็กเห็นปลายทางว่าเขามีโอกาสตรงนี้นะ ถ้าเขาอยากเรียนต่อ ทำให้เด็กกลุ่มนี้มีความหวังและมีที่พึ่ง ให้เขารู้ว่ามีช่องทางอะไรบ้าง มีโอกาสอยู่ตรงไหน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cab04f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/5_ครูอ๋อมแอ๋ม-ศิริพร-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">นโยบายแบบคูปอง</h2>



<p>-สวัสดิการพื้นฐานที่เด็กควรจะได้รับ ไม่ใช่ค่าเทอม&nbsp; เพราะสุดท้ายแล้วเด็กๆ จะต้องจ่ายค่าเรียน ค่าชุดนักเรียน และอื่นๆ แต่ควรเป็นโยบายแบบคูปองเพื่อพาเด็กไปเรียนรู้นอกพื้นที่ ไปเจอประสบการณ์ที่ไม่สามารถทำได้ในห้องเรียน&nbsp; คือไปยังพื้นที่เรียนรู้และเครือข่ายภาคประชาชน เด็กจะชอบมากเวลาทำกิจกรรมพวกนี้ แค่ได้ออกเดินทางก็เป็นการเรียนรู้แล้ว เช่น พาเด็กไปศึกษาธรรมชาติที่เขาใหญ่ เด็กจะได้ฝึกทักษะเยอะมาก แต่ระบบในโรงเรียนทำเหมือนพาเด็กไปทัศนศึกษา เพราะไม่มีกระบวนการ&nbsp;</p>



<p>-การทำเป็นนโยบายแบบคูปอง โดยดึงเครือข่ายภาคประชาชนมาร่วม เช่น โรงเรียนนี้มีคูปองสำหรับกิจกรรม พาไปร่วมกับกลุ่มมะขามป้อม ไปคลองเตยดีจัง ให้เด็กได้ทำงานอาสา ทำนั่นทำนี่ แล้วการใช้คูปอง องค์กรต่างๆ ได้เงินและเด็กได้เรียนรู้ รัฐก็ได้เห็นกระบวนการของภาคประชาชนหรือ NGO&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a71b9e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/5_ครูอ๋อมแอ๋ม-ศิริพร-01-1-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>-NGO หลายองค์กรมีเครื่องมือที่ดี&nbsp; ในโรงเรียนไม่มีเครื่องมือแต่มีรัฐสนับสนุน ทีนี้จะเชื่อมโยงอย่างไร ถ้าร่วมมือได้ เวลาเราไปทำงานกับเด็ก จะไม่รู้สึกว่าดึงเด็กออกมาแล้วเป็นภาระกับครู ซึ่งครูก็เห็นด้วย เราเข้าไปโรงเรียนหลายรอบ แต่ครูจะไม่ทำงานนอกเวลา ทำให้เสียโอกาส ซึ่งถ้าเชื่อมโยงกันได้น่าจะได้ประโยชน์ทั้งคู่ คือเด็กมาใช้บริการกิจกรรมเสริมพัฒนาการ รัฐก็ได้เครื่องมืออื่นๆ ที่เสริมเด็ก อาจเลือก mapping องค์กรกิจกรรมในกรุงเทพฯ ซึ่งมีเยอะมาก</p>



<p>-ตอนนี้เริ่มมีองค์กรต่างๆ หันมาสนใจเรื่องการศึกษามากขึ้น แต่ในระบบข้างในที่เป็นโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการยังแข็งเกินไป ไม่แน่ใจว่าจะเปลี่ยนอย่างไร อย่างเรื่องนโยบายโครงการคุณธรรมเพื่อให้เด็กมีจิตอาสา แต่วิธีการคือให้เด็กไปเรียนธรรมะแบบท่องจำทุกวันเสาร์ วิชาการที่วัดว่าใครมีคุณธรรมมากที่สุดคือวัดผลคะแนนสอบวิชาพระพุทธศาสนา คือนโยบายให้เกิดสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่ระดับปฏิบัติกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าออกแบบให้สามารถทำงานร่วมกันได้ก็น่าจะดี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d56a89"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/5_ครูอ๋อมแอ๋ม-ศิริพร-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ศูนย์การเรียน : ทางเลือกของเด็กนอกระบบ</h2>



<p>-เรากำลังจัดศูนย์การเรียน ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.การศึกษา มาตรา 12 ที่มีโฮมสกูลและศูนย์การเรียนโดยชุมชนเป็นคนจัดการ แต่ล่าสุดยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งที่มติ ครม. ออกนโยบายเรียบร้อยแล้ว&nbsp; ทุกอย่างพร้อมออกวุฒิการศึกษาได้และถูกรับรอง แต่ไม่มีเงินอุดหนุนจากรัฐ</p>



<p>-ศูนย์การเรียนเป็นอีกทางเลือกของเด็กที่หลุดจากระบบ เพราะมีการ apply กระบวนการเรียนได้ง่ายกว่าในระบบ&nbsp; ในระบบมีโครงสร้างที่แข็ง เราเข้าไปเปลี่ยนระบบมันยาก คิดว่าทางเลือกทางการศึกษาอื่นๆ ที่รับรองวุฒิการศึกษาควรมีมากขึ้น เช่น โรงเรียนเอกชนเขามีเงิน แต่ศูนย์การเรียนไม่มีเงิน เพราะทำงานกับเด็กด้อยโอกาส ฉะนั้นรัฐต้องสนับสนุนงบประมาณให้ศูนย์การเรียนด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-80a168"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/5_ครูอ๋อมแอ๋ม-ศิริพร-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>-ศูนย์การเรียนต่างจากศูนย์การเรียนรู้ เพราะศูนย์การเรียนรู้เป็นพื้นที่ให้เด็กมาทำกิจกรรม แต่ศูนย์การเรียนเป็น พ.ร.บ.การศึกษา มาตรา 12 ที่พัฒนาจากโฮมสกูล เมื่อก่อนมีบ้านเรียนที่พ่อแม่เป็นผู้จัดการศึกษาเองที่บ้าน แล้วเครือข่ายบ้านเรียน เครือข่ายการศึกษาทางเลือกก็ผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.ชุดนี้ออกมา คือชุมชนจัดการศึกษาเองได้ ซึ่งต้องอิงหลักสูตรจากกระทรวงศึกษา วัดประเมินผลเหมือนกันเลย แต่รูปแบบการเรียนการสอนและการสอบอาจต่างกัน&nbsp;</p>



<p>-แต่ปัญหาคือรัฐยังไม่ได้สนับสนุนงบประมาณ เนื่องจากศูนย์การเรียนอาจมีผลกระทบต่อการศึกษาในระบบ เพราะเด็กก็มาเรียนที่ศูนย์การเรียนเยอะขึ้น อย่างที่เราทำศูนย์การเรียนไร่ส้ม ก็เป็นเด็กชายขอบ มีนักเรียนอยู่ประมาณ 130 คน ซึ่งหาเงินเองหมด เรียนเหมือนกัน แต่วิธีคิด วิธี apply ต่างกัน ต้องวัดคุณภาพเด็กแล้วว่า สอนในระบบกับสอนแบบเรา เด็กมีความรู้เป็นอย่างไร&nbsp;</p>



<p>-เรามั่นใจว่าวิธีการที่เราสอนคือ บูรณาการ 8 วิชาสาระในโรงเรียนผสมกับกิจกรรมให้เด็กสนุก สามารถสร้างการเรียนรู้ให้เด็กได้เหมือนในระบบ อย่างทีมคลองเตยกำลังจดทะเบียนเป็นโรงเรียน คือเป็นโรงเรียน ไม่ใช่ศูนย์การเรียนรู้ ต้องสอบวัดผลทุกอย่างและได้วุฒิ เราต้องทำเพราะมีเด็กออกจากระบบเยอะ แล้วไม่มีที่ไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1071b2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/5_ครูอ๋อมแอ๋ม-ศิริพร-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>-เด็กหลายคนปฏิเสธการศึกษาในระบบ อย่างคลองเตยเพิ่งจะเริ่มทำปีนี้ เราทดลองหลักสูตรอยู่ว่า 8 วิชาสาระมีอะไรที่จำเป็นต้องใช้&nbsp; แล้วที่เหลือทำเป็น project based learning เหมือนในระบบการศึกษาแล้วก็ทำคอร์สที่สร้างการเรียนรู้ พัฒนาจากเกม การลงพื้นที่ การทำโครงการ การทำวิชาชีพผ่าน project การสร้างรายได้ คือ เหมือนทำงาน แต่เด็กเรียนวิชาการผ่านการทำงานแล้วได้เงินค่าตอบแทน</p>



<p>-เพราะปัญหาของเด็ก คือเขาต้องส่งเงินให้พ่อแม่และต้องดูแลตัวเอง Pain point คือ เด็กอยากเรียน แต่เด็กต้องหาเงิน ก็เลยต้องเอาการเรียน งาน และเรื่องหาเงินมาเป็นเรื่องเดียวกัน เด็กก็จะได้เรียน ได้หาเงิน และได้พัฒนาทักษะ ที่ไม่ใช่แค่งานรับจ้างแบกหาม หรือแค่ยกของ ชงกาแฟ แต่เขาจะได้มีทักษะอื่นๆ ไปด้วย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-educational-opportunity-guarantee-02-11/">เดินหน้าออกแบบนโยบาย “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” กับครูอ๋อมแอ๋ม – ศิริพร พรมวงศ์  ผู้จัดการโครงการ “คลองเตยดีจัง”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“คุณครูข้างถนน” กลไกเชิงพื้นที่ช่วย “กลุ่มเสี่ยง” หลุดนอกระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/province-03-09-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Sep 2020 04:38:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ปันกันเล่า ปันกันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[HDF MERCY CENTRE]]></category>
		<category><![CDATA[ประไพ สานุสันต์]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนโรงหมู]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเล่น]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร พรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[นิสา แก้วแกมทอง]]></category>
		<category><![CDATA[อนรรฆ พิทักษ์ธานิน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล (เมอร์ซี่)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=21029</guid>

					<description><![CDATA[<p>การผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่าง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทาง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/province-03-09-20/">“คุณครูข้างถนน” กลไกเชิงพื้นที่ช่วย “กลุ่มเสี่ยง” หลุดนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-21031" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-01.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-01.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-01-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-01-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-01-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่าง</span> <span style="font-weight: 400;">กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</span><span style="font-weight: 400;"> (</span><span style="font-weight: 400;">กสศ</span><span style="font-weight: 400;">.) </span><span style="font-weight: 400;">กับเครือข่ายประชาสังคมที่ทำงานช่วยเหลือ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">เด็กนอกระบบการศึกษา</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร</span> <span style="font-weight: 400;">โดยมีศูนย์แม่โขงศึกษา</span> <span style="font-weight: 400;">สถาบันเอเชียศึกษา</span> <span style="font-weight: 400;">จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</span> <span style="font-weight: 400;">ร่วมสนับสนุนงานวิชาการ</span> <span style="font-weight: 400;">เพื่อสร้างความยั่งยืนในการทำงานร่วมกัน จึงเป็นที่มาของ เวที</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ปันกันเล่า</span> <span style="font-weight: 400;">ปันกันฟัง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ครั้งที่</span><span style="font-weight: 400;"> 1 </span><span style="font-weight: 400;">เมื่อวันที่</span><span style="font-weight: 400;"> 29 </span><span style="font-weight: 400;">สิงหาคมที่ผ่านมา</span> <span style="font-weight: 400;">โดยมี</span><span style="font-weight: 400;"> &#8220;</span><span style="font-weight: 400;">คลองเตยดีจัง</span><span style="font-weight: 400;">&#8221; </span><span style="font-weight: 400;">ชุมชนโรงหมูเป็นเจ้าภาพในครั้งแรก</span> <span style="font-weight: 400;">ก่อนจะเดินสายไปพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้</span> <span style="font-weight: 400;">สภาพ</span><span style="font-weight: 400;">พื้นที่และรับฟังปัญหาจากปากเด็กและคนทำงาน</span> <span style="font-weight: 400;">เพื่อกระชับความร่วมมือสร้างนวัตกรรมการช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษาในระดับเชิงพื้นที่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">กระเทาะปัญหา-ทางออกช่วยเด็กคลองเตย<span style="font-weight: 400;">​</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">“ชุมชนโรงหมู” คือพื้นที่การศึกษาการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ดนตรีและศิลปะกลางชุมชนคลองเตย “ครูแอ๋ม” ศิริพร พรมวงศ์ ครูอาสา “คลองเตยดีจัง” ครูข้างถนนที่ทำงานกับเด็กและเยาวชนมากกว่า</span><span style="font-weight: 400;"> 8 </span><span style="font-weight: 400;">ปี</span> <span style="font-weight: 400;">เล่าที่มาของ “โรงเล่น” ของชุมชนโรงหมูให้เราฟังว่า เริ่มต้นจากการนำ </span><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">ศิลปะ</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">มาจูงใจเข้าหาเด็กๆ ที่มีปัญหายาเสพติด</span> <span style="font-weight: 400;">ชักชวนกันมาช่วยทำความสะอาด</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">โรงหมู</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ที่เป็นโรงฆ่าสัตว์ซึ่งส่งกลิ่นเหม็นและสกปรก ครูแอ๋มเล่าให้ฟังว่าการทำงานกับเด็กต้องอดทน ใจเย็น และขยันทำงานอย่างต่อเนื่อง</span> <span style="font-weight: 400;">เพราะการจะทำให้เด็กคนนึงเปิดใจ จนกระทั่งกลายเป็น</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">พี่เลี้ยง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ดูแลเด็กคนอื่นได้ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า</span><span style="font-weight: 400;"> 6 –7 </span><span style="font-weight: 400;">ปี</span> <span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เด็กเข้าใจยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง</span></p>
<p><figure id="attachment_21032" aria-describedby="caption-attachment-21032" style="width: 856px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-21032 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-02.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-02.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-02-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-02-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-02-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /><figcaption id="caption-attachment-21032" class="wp-caption-text">“ครูแอ๋ม” ศิริพร พรมวงศ์ ครูอาสา “คลองเตยดีจัง”</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูแอ๋มใช้กิจกรรม</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ดนตรี</span><span style="font-weight: 400;">” และ “</span><span style="font-weight: 400;">ศิลปะ</span><span style="font-weight: 400;">” ทำให้</span><span style="font-weight: 400;">เด็กๆ เข้ามาร่วมจนเกินความใกล้ชิดกับเด็กๆ มากขึ้น </span><span style="font-weight: 400;">ครูแอ๋มพบว่าปัญหาของเด็กแต่ละคนล้วนมีความต้องการคล้ายๆ</span> <span style="font-weight: 400;">กัน</span><span style="font-weight: 400;"> นั่น</span><span style="font-weight: 400;">คือ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ทุนการศึกษา</span><span style="font-weight: 400;">”  </span><span style="font-weight: 400;">เด็กส่วนใหญ่มีปัญหาด้านรายได้ในครอบครัว</span> <span style="font-weight: 400;">น้อยคนนักที่จะได้เรียนจนจบมัธยมศึกษาปีที่</span><span style="font-weight: 400;"> 3 </span><span style="font-weight: 400;">ได้ดีสุดในชุมชน</span> <span style="font-weight: 400;">คือ</span><span style="font-weight: 400;">การเรียน</span><span style="font-weight: 400;">จบชั้นมัธยมปลาย</span> <span style="font-weight: 400;">ครูแอ๋มจึงพยายามออกแบบกระบวนการเรียนรู้และการหาแหล่งทุนเพื่อมาช่วยเหลือเด็ก</span><span style="font-weight: 400;"> 4 </span><span style="font-weight: 400;">กลุ่ม</span> <span style="font-weight: 400;">คือ 1.</span><span style="font-weight: 400;">เด็กเล็ก 2.</span><span style="font-weight: 400;">เด็กประถมต้น 3.</span><span style="font-weight: 400;">เด็กมัธยมต้น และ 4.</span><span style="font-weight: 400;">เด็กมัธยมปลาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์บนข้อจำกัดความแตกต่างของช่วงวัยครูแอ๋ม</span><span style="font-weight: 400;">เลยเลือกที่จะ</span><span style="font-weight: 400;">สร้างความภาคภูมิใจให้แก่เด็กๆ ด้วยการมอบ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ตำแหน่ง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">และ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">หน้าที่</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เป็น</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">พี่เลี้ยง</span><span style="font-weight: 400;">” ให้คอย</span><span style="font-weight: 400;">ดูแลน้องๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีเยี่ยม</span> <span style="font-weight: 400;">เพราะเด็กๆ ภูมิใจและเห็นคุณค่าในตัวเอง</span> <span style="font-weight: 400;">แม้แต่เด็กที่เคยมีปัญหายังกลับใจมาร่วมตั้งวงดนตรีและร่วมสอนศิลปะให้น้องๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ในชุมชน</span><span style="font-weight: 400;">แห่งนี้</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-21033" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-03.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-03.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-03-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-03-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-03-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีระดมทุนในการช่วยเหลือเด็กๆ ในชุมชนโรงหมูของ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">คลองเตยดีจัง”</span> <span style="font-weight: 400;">ในช่วงแรกๆ</span><span style="font-weight: 400;">  </span><span style="font-weight: 400;">คือการใช้วิธี</span><span style="font-weight: 400;"> Crowdfunding </span><span style="font-weight: 400;">ผ่านทางโซเซียลมีเดียแบบรายกรณี</span> <span style="font-weight: 400;">โดยให้เด็กที่มีความตั้งใจดี</span> <span style="font-weight: 400;">มีความพยายามบอกเล่าเรื่องราวชีวิตตัวเองและแรงบันดาลใจที่อยากได้ทุนการศึกษา โดยอัดเป็นคลิปวีดีโอเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์</span> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีมาก</span> <span style="font-weight: 400;">เด็กเหล่านี้ได้รับทุนการศึกษา</span> <span style="font-weight: 400;">เมื่อเรียนจบยังกลับมาเป็น</span> <span style="font-weight: 400;">ครูอาสาในชุมชนสลัมคลองเตย</span> <span style="font-weight: 400;">เพราะเขาอยากแบ่งปันช่วยเหลือน้องๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ให้เข้าถึงทุนการศึกษาเหมือนพวกเขา </span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญของการเป็นครูอาสาไม่ใช่เพียงหาทุนให้เด็กเท่านั้น</span> <span style="font-weight: 400;">ต้องช่วย</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">วางแผนชีวิต</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ให้กับเขาด้วย</span> <span style="font-weight: 400;">เพราะเด็กแต่ละคนมีสภาพปัญหาครอบครัวแตกต่างกัน</span> <span style="font-weight: 400;">ต้นทุนความต้องการการศึกษาย่อมแตกต่างกันไป: </span><span style="font-weight: 400;">ครูแอ๋ม</span><span style="font-weight: 400;">กล่าว</span></p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">“ครูข้างถนน” กลไกเชิงพื้นที่ช่วย “กลุ่มเสี่ยง” หลุดนอกระบบ</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21034" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-04.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-04.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-04-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-04-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-04-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">พี่ไพ</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ประไพ</span> <span style="font-weight: 400;">สานุสันต์</span> <span style="font-weight: 400;">ผู้จัดการฝ่ายบริการสังคม</span> <span style="font-weight: 400;">มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล</span> <span style="font-weight: 400;">หรือ</span><span style="font-weight: 400;"> HDF MERCY CENTRE </span><span style="font-weight: 400;">ศูนย์ช่วยเหลือเด็กในชุมชนแออัด</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">พี่ไพ</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ยังเป็นประธานสภาองค์กรชุมชนเขตคลองเตย</span> <span style="font-weight: 400;">เล่าถึงปัญหาใหญ่ของชุมชนคลองเตย</span><span style="font-weight: 400;"> 36 </span><span style="font-weight: 400;">ที่ทำให้เด็กขาดโอกาสทางการศึกษา</span> <span style="font-weight: 400;">คือ</span><span style="font-weight: 400;">ความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยจากปัญหาไล่รื้อและปัญหาปากท้อง</span> <span style="font-weight: 400;">แต่ละครอบครัวต้องปากกัดตีนถีบเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว</span> <span style="font-weight: 400;">จนพ่อแม่ไม่มีเวลาให้กับลูก</span><span style="font-weight: 400;">จน</span><span style="font-weight: 400;">ทำให้เด็กตกอยู่ในสภาวะ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเสี่ยง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เช่น 1.</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเด็กติดยาเสพติด 2.</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเด็กหนีออกจากบ้านไปอยู่ข้างถนนหรือใต้สะพาน 3.</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเด็กไม่ได้รับการศึกษา และ 4.</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเด็กที่ไม่มีครอบครัวญาติพี่น้องดูแล</span></p>
<p><figure id="attachment_21035" aria-describedby="caption-attachment-21035" style="width: 856px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21035 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-05.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-05.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-05-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-05-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-05-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /><figcaption id="caption-attachment-21035" class="wp-caption-text">“พี่ไพ” ประไพ สานุสันต์ ผู้จัดการฝ่ายบริการสังคม มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นำมาสู่การสร้าง</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ครูข้างถนน</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เดินเท้าเข้าไปหาเด็กแบบประชิดตัว</span> <span style="font-weight: 400;">ตามข้างถนน</span> <span style="font-weight: 400;">หรือ</span><span style="font-weight: 400;">ใต้สะพาน</span> <span style="font-weight: 400;">ช่วยพวกเขาให้มีที่พัก</span> <span style="font-weight: 400;">มีข้าวกิน</span> <span style="font-weight: 400;">และมีการศึกษา</span> <span style="font-weight: 400;">ขณะที่</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ครูข้างถนน</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ล้วนเป็นคนในชุมชนที่ประสบปัญหากับตัวเอง</span> <span style="font-weight: 400;">ดังนั้นหากได้รับการสนับสนุนด้านเครือข่ายและทักษะวิชาการ</span> <span style="font-weight: 400;">ย่อมทำให้การทำงานช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษาเข้มแข็งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ในวงเสวนายังแลกเปลี่ยนประสบการณ์</span> <span style="font-weight: 400;">ถึงสภาพปัญหาเด็กนอกระบบ</span> <span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่สถานการณ์ไวรัสโควิด</span><span style="font-weight: 400;">-19 </span><span style="font-weight: 400;">ระบาด ปัญหาเด็กนอกระบบก็รุนแรงมากยิ่งขึ้น</span> <span style="font-weight: 400;">เศรษฐกิจที่ย่ำแย่</span><span style="font-weight: 400;"> ทำให้</span><span style="font-weight: 400;">ทุนสนับสนุนจากภายนอกทั้งภาครัฐและภาคเอกชนหดหาย</span> <span style="font-weight: 400;">อาสาสมัครและเครือข่ายคนทำงานเริ่มอ่อนแอ</span> <span style="font-weight: 400;">ดังนั้นทุนการศึกษาเด็กนอกระบบของ</span> <span style="font-weight: 400;">กสศ</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">จึงเข้ามาช่วยบรรเทาปัญหาเด็กหลุดนอกระบบ</span> <span style="font-weight: 400;">เพราะแม้ว่าเด็กจะสามารถเข้าถึงการศึกษานอกโรงเรียน</span><span style="font-weight: 400;"> (</span><span style="font-weight: 400;">กศน</span><span style="font-weight: 400;">.) </span><span style="font-weight: 400;">แต่ทุน</span> <span style="font-weight: 400;">กสศ</span><span style="font-weight: 400;">. จะ</span><span style="font-weight: 400;">เข้ามาช่วยเติมเต็ม</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาศักยภาพและทักษะชีวิต</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เพราะเด็กหรือพ่อแม่ผู้ปกครองบางคนต้องการให้ลูกฝึก</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ทักษะอาชีพ</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">มากกว่าเรียน</span> <span style="font-weight: 400;">กศน</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">เด็กนอกระบบส่วนใหญ่อายุมาก</span><span style="font-weight: 400;"> ทำให้</span><span style="font-weight: 400;">รู้สึกเขินอายหากกลับสู่การเรียนภาคบังคับ</span> <span style="font-weight: 400;">เด็กบางคนมีประวัติด่างพร้อย มีปัญหาครอบครัว</span><span style="font-weight: 400;"> การ</span><span style="font-weight: 400;">สมัครเข้าทำงานจึงยากลำบาก</span> <span style="font-weight: 400;">หรือบางคนมีปัญหาโรคประจำตัว</span><span style="font-weight: 400;"> (ด้าน</span><span style="font-weight: 400;">จิตเวช</span><span style="font-weight: 400;">) </span><span style="font-weight: 400;">จากปัญหาใช้สารเสพติดเกินขนาดทำให้ไม่สามารถเรียนตามระบบ</span> <span style="font-weight: 400;">กศน</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">ได้จบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างแนวทางการช่วยเหลือของเครือข่ายเด็กนอกระบบแห่งหนึ่งในพื้นที่</span> <span style="font-weight: 400;">กทม</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">ได้เสนอการ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ฝึกทักษะอาชีพ</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เป็นทางออกด้วยการ</span> <span style="font-weight: 400;">สอนชงกาแฟสด</span> <span style="font-weight: 400;">กาแฟโบราณ</span> <span style="font-weight: 400;">และ</span> <span style="font-weight: 400;">เบเกอรี่</span> <span style="font-weight: 400;">ฯลฯ</span> <span style="font-weight: 400;">โดยเปิดเป็น</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ร้านการแฟต้นแบบ</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ที่บริหารจัดการทุกอย่างโดยเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา</span> <span style="font-weight: 400;">เปิดโอกาสได้เรียนรู้การเปิดร้านกาแฟเป็นอย่างไร</span> <span style="font-weight: 400;">เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ภายในร้านได้รับบริจาคจนสามารถจำหน่ายสินค้าได้ในราคาถูก</span> <span style="font-weight: 400;">ขณะที่ครูพี่เลี้ยงจะคอยดูแลและสอดแทรกทักษะชีวิตสอนให้เด็กรู้จักแบ่งปันในสิ่งที่ตัวเองได้รับและส่งต่อสิ่งดีๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ให้กับเพื่อนๆ</span> <span style="font-weight: 400;">น้องๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">กิจกรรมบำบัดใจคู่ขนานให้ทุน</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21036" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-07.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-07.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-07-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-07-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-07-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากบนเวที</span><span style="font-weight: 400;"> &#8220;</span><span style="font-weight: 400;">ปันกันเล่า</span> <span style="font-weight: 400;">ปันกันฟัง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">นี้ยังมีการเสนอให้จัด</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">กิจกรรมบำบัดจิตใจ</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ให้แก่</span> <span style="font-weight: 400;">ผู้ดูแลเด็กและเด็กที่มีปัญหา</span><span style="font-weight: 400;"> โดย</span><span style="font-weight: 400;">ศูนย์ให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนแห่งหนึ่งสะท้อนปัญหาว่า</span> <span style="font-weight: 400;">จำนวนเยาวชนในการดูแลเพิ่มมากขึ้น</span> <span style="font-weight: 400;">จาก</span><span style="font-weight: 400;"> 100 </span><span style="font-weight: 400;">เป็น</span><span style="font-weight: 400;"> 198 </span><span style="font-weight: 400;">คน</span> <span style="font-weight: 400;">เกิดจากปัญหาตกงานและปัญหาครอบครัว</span> <span style="font-weight: 400;">ทำให้หันไปใช้ยาเสพติดเป็นทางออก</span> <span style="font-weight: 400;">จึงเข้ามาขอรับการช่วยเหลือ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21037" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-08.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-08.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-08-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-08-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-08-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เด็กและเยาวชนเหล่านี้ต้องการ</span> <span style="font-weight: 400;">คือ</span><span style="font-weight: 400;">การเยียวยาทางจิตใจ</span> <span style="font-weight: 400;">เพราะจิตใจบอบช้ำจากการถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ จึงไม่เห็นคุณค่าในตัวเองชอบดูถูกตัวเอง</span> <span style="font-weight: 400;">ไม่สนใจการศึกษา หรือการพัฒนาทักษะอาชีพ</span> <span style="font-weight: 400;">เปรียบเสมือนกับการให้เงิน</span><span style="font-weight: 400;"> (</span><span style="font-weight: 400;">ทุนการศึกษา</span><span style="font-weight: 400;">) </span><span style="font-weight: 400;">เด็ก</span><span style="font-weight: 400;"> 200 </span><span style="font-weight: 400;">บาท</span> <span style="font-weight: 400;">แต่เด็กเป็นหนี้</span><span style="font-weight: 400;">(</span><span style="font-weight: 400;">ปัญหาทางใจ</span><span style="font-weight: 400;">) 2 </span><span style="font-weight: 400;">แสนบาท</span> <span style="font-weight: 400;">เด็กจึงไม่เห็นค่าของทุนการศึกษา</span> <span style="font-weight: 400;">ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังคนและเวลาที่มีอย่างจำกัด</span> <span style="font-weight: 400;">เพราะต้องดูแลเด็กเป็นจำนวนมาก</span> <span style="font-weight: 400;">จนบางครั้งเกิดปัญหาอย่างเด็กบางคนที่มีปัญหาทางจิตข่มขู่คุกคามเจ้าหน้าที่จากความไม่พอใจที่ตัวเองไม่ได้รับการดูแลเยียวยาทางจิตใจ</span></p>
<p><figure id="attachment_21038" aria-describedby="caption-attachment-21038" style="width: 856px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21038 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-09.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-09.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-09-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-09-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-09-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /><figcaption id="caption-attachment-21038" class="wp-caption-text">อนรรฆ พิทักษ์ธานิน หัวหน้าโครงการฯ</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในระยะ</span><span style="font-weight: 400;"> 10 </span><span style="font-weight: 400;">เดือนของโครงการสนับสนุนองค์ความรู้และพัฒนาเครือข่ายครูและเด็กนอกระบบการศึกษาในกรุงเทพมหานคร บนฐานภาคประชาสังคม</span> <span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ทาง</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">อนรรฆ</span> <span style="font-weight: 400;">พิทักษ์ธานิน</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ตั้งเป้าหมาย</span><span style="font-weight: 400;">ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ</span> <span style="font-weight: 400;">คือ</span><span style="font-weight: 400;">สะท้อนปัญหาจากเครือข่ายเด็กนอกระบบในพื้นที่</span> <span style="font-weight: 400;">กทม</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อนำไปสู่การยกระดับเป็น</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">องค์ความรู้</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">และ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">นวัตกรรมการให้บริการการศึกษา</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ในเชิงนโยบายที่จะเข้ามาแก้ปัญหา</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเปราะบาง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">หรือ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเสี่ยง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ผ่านการทำงานกับภาคประชาสังคม</span> <span style="font-weight: 400;">องค์กรพัฒนาเอกชน</span><span style="font-weight: 400;"> (</span><span style="font-weight: 400;">NGO</span><span style="font-weight: 400;">) </span><span style="font-weight: 400;">ที่มีประสบการณ์และเผชิญปัญหาเชิงพื้นที่</span> <span style="font-weight: 400;">สามารถส่งต่อความช่วยเหลือปัญหาครอบครัว</span> <span style="font-weight: 400;">ปัญหาเศรษฐกิจ</span> <span style="font-weight: 400;">และปัญหาจิตใจ</span> <span style="font-weight: 400;">ที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว</span> <span style="font-weight: 400;">จึงกลายเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่างกัน</span></p>
<p><figure id="attachment_21039" aria-describedby="caption-attachment-21039" style="width: 856px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21039 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-10.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-10.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-10-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-10-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-10-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /><figcaption id="caption-attachment-21039" class="wp-caption-text">นิสา แก้วแกมทอง รักษาการผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้เชิงพื้นที่ กสศ.</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">นิสา</span> <span style="font-weight: 400;">แก้วแกมทอง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">รักษาการผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้เชิงพื้นที่</span> <span style="font-weight: 400;">กสศ</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">ยังระบุว่าไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่ กทม. เท่านั้นที่ กสศ. ผนึกกำลังเข้าช่วยเหลือเด็กนอกระบบ </span><span style="font-weight: 400;">ใน</span><span style="font-weight: 400;">ปี</span><span style="font-weight: 400;"> 2563 </span><span style="font-weight: 400;">กสศ</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">ได้ผนึกกำลังกับภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมร่วมกันทำงานค้นหาและสำรวจเด็กนอกระบบ</span><span style="font-weight: 400;"> 65 </span><span style="font-weight: 400;">จังหวัดทั่วประเทศ</span> <span style="font-weight: 400;">เป็นการทำงานที่ต่อเนื่องจากปีก่อน</span><span style="font-weight: 400;"> 20 </span><span style="font-weight: 400;">จังหวัด</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความพิเศษในปีนี้</span> <span style="font-weight: 400;">คือ</span><span style="font-weight: 400;">เป็นการผนึกพลังร่วมกันระหว่าง</span> <span style="font-weight: 400;">กสศ</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">กับเครือข่ายเชิงพื้นที่ </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อช่วยเหลือ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเสี่ยง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">และ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเปราะบาง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่อายุ</span><span style="font-weight: 400;"> 0–25 </span><span style="font-weight: 400;">ปี</span> <span style="font-weight: 400;">ให้เข้าถึงทุนการศึกษาที่ไม่เฉพาะการศึกษาภาคปกติ</span> <span style="font-weight: 400;">แต่สามารถฝึกทักษะอาชีพ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตัวเอง</span> <span style="font-weight: 400;">ด้วยการ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">Reskill</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">และ</span><span style="font-weight: 400;"> “Upskill” </span><span style="font-weight: 400;">ถือเป็นสนับสนุนทุนการศึกษาให้เกิดการเรียนรู้</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ในห้องเรียน</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">และ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">นอกห้องเรียน</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เป็นไปตามความต้องการของเด็กที่หลุดออกนอกระบบการศึกษา</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21040" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-11.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-11.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-11-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-11-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-11-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวที</span><span style="font-weight: 400;"> &#8220;</span><span style="font-weight: 400;">ปันกันเล่า</span> <span style="font-weight: 400;">ปันกันฟัง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ที่จะจัดขึ้นครั้งต่อๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ไป</span> <span style="font-weight: 400;">นับเป็นมิติใหม่ในการทำงานเชิงพื้นที่ระหว่าง</span> <span style="font-weight: 400;">กสศ</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">กับ</span> <span style="font-weight: 400;">เครือข่ายภาคประชาสังคม</span> <span style="font-weight: 400;">ที่จะเข้ามาร่วมแบ่งปันแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อมาช่วยกันจัดกระบวนการเรียนรู้และส่งต่อความช่วยเหลือแก่เด็กนอกระบบการศึกษานับหมื่นคนให้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษาจาก</span> <span style="font-weight: 400;">กสศ</span><span style="font-weight: 400;">.</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/province-03-09-20/">“คุณครูข้างถนน” กลไกเชิงพื้นที่ช่วย “กลุ่มเสี่ยง” หลุดนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
