<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ครูสอญอ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%8D%E0%B8%AD/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 02 Jul 2025 05:22:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ครูสอญอ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เมื่อครูสัญญา ลาออกแล้วแต่ครูสอญอ ยังต้องเป็นครูต่อไป</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-010725/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Jul 2025 10:36:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญา มัครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ครูสอญอ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=94649</guid>

					<description><![CDATA[<p>การศึกษาไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-010725/">เมื่อครูสัญญา ลาออกแล้วแต่ครูสอญอ ยังต้องเป็นครูต่อไป</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การศึกษาไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของทุกคน เช่นเดียวกันกับระบบการศึกษาไม่ได้เกี่ยวข้องแค่เพียงกับเด็ก และเยาวชนผู้เป็น ‘นักเรียน’ เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับฟันเพืองสำคัญอย่าง ‘ครู’ เมื่อผู้เรียนและผู้สอนต่างเป็นสิ่งเกื้อหนุนให้ระบบการศึกษายังคงอยู่และดำเนินไป แต่ในปัจจุบันพื้นที่ว่างกับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้เรียนร่วงหล่นหาย ผู้สอนเลือกที่หันหลังให้กับระบบ&nbsp;</p>



<p>ประเด็นเรื่องการศึกษาจึงมักเป็นเรื่องถกเถียงที่พบได้บ่อยในวงสนทนา บนหน้าข่าว หรือแม้กระทั่งแพลตฟอร์มออนไลน์ ในหัวข้อที่หลากหลาย เมื่อมองภาพรวมแล้วจุดหมายปลายทางมุ่งไปยังคำถามเดียวกัน นั่นคือ “ระบบการศึกษาที่ดีควรเป็นอย่างไร” เมื่อขบคิดประเด็นดังกล่าวอย่างถี่ถ้วนชื่อของ ‘สัญญา มัครินคร์’ หรือครูสอญอ จึงผุดขึ้นมาท่ามกลางชุดข้อมูลมากมาย ‘ครู’ ผู้ซึ่งโลดแล่นในระบบมามากกว่า 10 ปี และไม่เคยคิดที่จะทิ้งบทบาทนั้น แม้ออกมาเริ่มต้นเส้นทางใหม่ก็ยังคงเลือกที่จะสานต่อการทำงานเกี่ยวกับการศึกษาในฐานะครูนอกระบบ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image.jpeg" alt="" class="wp-image-94654" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กว่าจะเป็นครูสอญอ สัญญา มัครินทร์</strong></h3>



<p>“สวัสดีครับ ชื่อสัญญา มัครินทร์ หรือสอญอ เคยเป็นครูในระบบแต่ตอนนี้ลาออกมาทำท่องเที่ยวชุมชนหรือเที่ยววิถีสีชมพู รวมทั้งทำงานด้านพัฒนากับงานการศึกษาร่วมกับชุมชน ในชื่อว่า มหาลัย’ไทบ้าน”</p>



<p>สอญอแนะนำตัวเองและสิ่งที่กำลังทำอยู่ด้วยน้ำเสียงสบายๆ ท่าทีเป็นกันเอง เขายังเล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์ในแต่ละช่วงวัย ที่เป็นจิ๊กซอว์ส่วนต่างๆ ประกอบสร้างทั้งความฝัน ความชอบ และการตัดสินใจเลือกที่จะเป็นครู</p>



<p>“เราเป็นเด็กบ้านนอก ในมุมมองของเราอาชีพที่น่าสนใจมีไม่มากหนึ่งในนั้นคือครู โดยเหตุการณ์ที่ทำให้ประทับใจในอาชีพนี้ ตอนนั้นอยู่ ป. 5 แล้วมีครูคนหนึ่งแกเป็นนักเล่าเรื่อง เรารู้สึกว่าคนที่เรารู้เรื่องได้สนุกมันเท่”</p>



<p>จากความประทับใจในห้องเรียนที่คุณครูเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ของการเล่าเรื่องราวต่างๆ สอญอเล่าเสริมว่า เรื่องราวเหล่านั้นที่ได้รับฟังทำให้เขาได้เรียนรู้ในอีกมุมที่ต่างออกไป คือ การเรียนรู้เรื่องราวมิติชีวิต มันทำให้กำลังได้เรียนรู้การเติบโตของเด็กในวัยของครูที่ต้องดิ้นรนและเผชิญอุปสรรคต่างๆ</p>



<p>“ได้รับแรงบันดาลใจและประสบการณ์ที่ดีอีกครั้ง จากคุณครูตอนมัธยมปลาย แกเป็นครูหัวก้าวหน้ามาก มันทำให้ความรู้สึกว่าถ้าอยากเป็นครูชัดเจนขึ้น และทำให้เราตัดสินใจเรียนครู”</p>



<p>ระหว่างตระเตรียมเส้นทางในการเป็นครู ก็ได้เรียนรู้ตัวเองด้วยเช่นเดียวกัน รู้ในสิ่งที่ชอบและไม่ชอบผ่านวิชาเรียน ศิลปะ เป็นวิชาโปรดที่สอญอรู้สึกว่าตัวเองเอาอยู่ รู้สึกสนุกเวลาที่ได้วาดเขียน และเป็นอิสระ แต่ในขณะเดียวกันบรรดาวิชาตระกูลตัวเลขกลายเป็นสิ่งที่ยากเย็น จนต้องกล้ำกลืนฝืนทนเรียนเพื่อสอบให้ผ่าน</p>



<p>น้ำเสียงที่ลื่นไหลในการบอกเล่าเรื่องราวหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง สอญอคล้ายกับว่าครุ่นคิดบางสิ่งก่อนจะเล่าต่อว่า การชอบหรือไม่ชอบวิชาเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากตัวผู้สอนด้วยเช่นเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็พยายามประคับประคองให้ผ่านมาได้ สิ่งเหล่านั้นประกอบสร้างไปสู่การเลือกสายเรียนในมหาวิทยาลัย และทำให้ได้กลายมาเป็นครูสัญญา มัครินทร์</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-1.jpeg" alt="" class="wp-image-94655" style="object-fit:cover;width:400px;height:600px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-1.jpeg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-1-200x300.jpeg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-2.jpeg" alt="" class="wp-image-94656" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-2.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-2-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-2-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-2-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-2-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทบาทหน้าที่ของครูกับทางแยกที่เกิดขึ้นในใจ</strong></h3>



<p>“พอได้เป็นครูแล้วก็มีหลายเรื่องเป็นไปตามที่คาดหวัง แต่ก็มีหลายเรื่องที่ไม่คิดว่าครูต้องมาเจอหรือมาทำอะไรแบบนี้ การได้เป็นครูจึงมีทั้งเรื่องตรงปกและไม่ตรงปก</p>



<p>เป้าหมายตั้งแต่แรกชัดเจนว่า เราอยากเป็นครู แต่ไม่ได้มองว่าตัวเองจะเป็นครูจนเกษียณ ในช่วงชีวิตนี้เราก็อยากจะพาตัวเองไปเรียนรู้ไปเจอประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วย”</p>



<p>ความชัดเจนที่ถูกเอ่ยถึงปรากฏในรูปแบบของช่วงเวลา สอญอวางภาพตัวเองในบทบาทของครูไว้ 10 ปี ทว่าตลอดระยะเวลา 10 ปีนั้นการได้เป็นครูยิ่งทำให้ชอบในอาชีพนี้มากยิ่งขึ้น จนไม่ได้มองเห็นเห็นตัวเองในบทบาทอาชีพอื่น แต่การขีดเส้นเวลาที่ชัดเจนมากพอทำให้สอญอได้กลับมาพูดคุยกับตัวเองอีกครั้ง ว่ายังคงเหลือความฝันหรือความเชื่ออะไรที่อยากจะทำอีกไหม</p>



<p>ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยเพราะเขาได้อยู่กับความเป็นครูมาตลอด จนเกิดการต่อรองเวลาเพิ่มเติมมาเป็นอีก 5 ปี</p>



<p>“ช่วง 2-3 ปี ก่อนจะเข้าสู่การเป็นครู 15 ปี เราคุยกับตัวเองเยอะมาก จนมีโอกาสเข้าร่วม workshop โครงการผู้นำอนาคต และได้เจอกับรุ่นพี่คนหนึ่งแกพูดประโยคหนึ่งกับเราและมันเปลี่ยนความคิดเรา</p>



<p>อย่าดูถูกศักยภาพมนุษย์ ถึงลาออกจากความเป็นครู แต่ไม่ได้ออกจากความเป็นคน คน มนุษย์เมีศักยภาพมากกว่านั้น”</p>



<p>หลังจากจิบน้ำกันไปคนละอึก บทสนทนาระหว่างเราจึงเริ่มอีกครั้ง ในคราวนี้สอญอเล่าเสริมว่า พอจบ Workshop นั้นการมาวางแผนต่างๆ จึงเริ่มขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องการเงิน เรื่องความสัมพันธ์ หรือแม้กระทั่งเป้าหมายชีวิต</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-3.jpeg" alt="" class="wp-image-94657" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-3.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-3-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-3-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-3-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-3-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-4.jpeg" alt="" class="wp-image-94658" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-4.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-4-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-4-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-4-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-4-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จบความฝันแต่ไม่ทิ้งความเป็นครู</strong></h3>



<p>บทบาทของ “ครูสัญญา มัครินทร์” สิ้นสุดลงเมื่อเข้าสู่ปีที่ 15 หลังจากได้ใช้เวลาไตร่ตรอง วางแผน และทบทวนตัวเองอย่างรอบคอบ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ตัดสินใจออกจากระบบ ก็คือ “ตัวระบบ” เอง</p>



<p>ประสบการณ์จากการเป็นครูในโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย ทำให้สอญอได้เปิดมุมมองและเห็นระบบการเรียนการสอนแบบโรงเรียนทางเลือกในระบบ โดยมีแนวคิดในการให้เด็กเป็นเจ้าของการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน</p>



<p>“เราได้ประสบการณ์เยอะมากจากที่นี่ แต่พอถึงจุดอิ่มตัว เราก็ลาออก แล้วย้ายไปโรงเรียนใหม่”</p>



<p>อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านครั้งนั้นเกิดขึ้นช่วงโควิด-19 ทำให้สอญอต้องกลับมาทบทวนเส้นทางชีวิตที่วางไว้ พร้อมกับคำถามที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับก้อนหินที่ทับถมจนกลายเป็นกำแพง ซึ่งไม่ใช่สิ่งภายนอก แต่คือตัวระบบที่ตนเป็นส่วนหนึ่ง</p>



<p>“พอมาอยู่ที่ใหม่ เราประเมินว่าคงอยู่ที่นี่ 3 ปี แต่ด้วยชุดความคิด ระบบการทำงาน รวมถึงวัฒนธรรมองค์กรที่มีอำนาจนิยมแฝงอยู่มาก ทำให้เข้ากันได้ยาก”</p>



<p>‘คงไม่เหมาะกับที่นี่’ คำนี้คงอธิบายความรู้สึกของสอญอในช่วงขณะนั้นได้ดีที่สุด เมื่อความรู้สึกไม่เหมาะสม และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่แห่งนี้ชัดเจนมากขึ้น สอญอจึงเลือกมองหาเส้นทางใหม่เกี่ยวกับการทำงานพัฒนาด้านการศึกษาในพื้นที่หรือแนวทางในแบบของเขาเอง</p>



<p>ขณะเดียวกันคำถามและข้อสงสัยก็เพิ่มมากขึ้น เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก แต่การศึกษาเป็นสิ่งหยุดไม่ได้ รูปแบบการสอนแบบห้องเรียนเจอหน้ากันจึงถูกย้ายไปสู่ระบบออนไลน์&nbsp;</p>



<p>สอญอเล่าว่า เขาเผชิญกับความทุกข์และความเครียดในการสอนออนไลน์ เพราะมันไม่สอดคล้องกับวิธีการสอนรวมทั้งตัวตนของของเขา และการสอนออนไลน์ทำให้สอญอได้เห็นความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจนยิ่งขึ้น</p>



<p>“ในระหว่างที่สอนออนไลน์มีประเมินครูด้วย สิ่งนี้ทำให้เรารู้สึกว่าไม่แฟร์กับเรา และไม่แฟร์กับเด็ก เพราะไม่ใช่เด็กทุกคนจะมีความพร้อมด้านอุปกรณ์”</p>



<p>สอญอจึงได้ลองเสนอแนวทางการเรียนรู้รูปแบบใหม่ด้วยการบูรณาการเข้ากับพื้นที่ชุมชน เช่น การพาเด็กๆออกไปเรียนรู้ในชุมชน ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดี แต่ปัญหายังคงมี เช่น การสแกนนิ้วเข้า-ออก การนับชั่วโมง ซึ่งไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของการเรียนรู้ลักษณะนี้ ความตั้งใจที่จะลาออกจึงชัดเจนขึ้นพร้อมกับคำถามว่า ‘ระบบการเรียนแบบไหนถึงจะเหมาะกับเด็กทุกคน’</p>



<p>“ตอนนั้นตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะลาออก บอกที่บ้านบอกคนเล่าข้างไว้หมดแล้วได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานกับเด็กๆ เขาชอบและสนใจการเรียนที่เราพาทำนะ แต่คงต้องให้ไปเบ่งบานที่อื่น”</p>



<p>ด้วยข้อจำกัดที่แตกต่างกันไปของแต่ละพื้นที่ ทำให้สอญอเลือกที่จะให้เวลาตัวเองอีกหนึ่งเทอมเพื่อทำความเข้าใจทั้งตัวเองและระบบ รอจนถึงจังหวะที่เหมาะจึงได้ก้าวออกมาอย่างมั่นใจ</p>



<p>แม้จะออกจากการเป็นข้าราชการครูมาแล้ว แต่คำนำหน้ายังคงไม่เปลี่ยนไป ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนยังเรียก “ครู” อยู่ น่าจะเพราะการทำงานในอาชีพนี้มาก 15 ปี</p>



<p>“คำว่าครูมันกลายเป็นคำนำหน้าที่ติดมากับตัวเราโดยปริยาย และอาจด้วยงานที่เราทำในปัจจุบันก็ยังเกี่ยวข้องกับการศึกษาอยู่ คนเลยยังติดเรียกเราว่าครู”</p>



<p>แม้จะเปลี่ยนเส้นทางออกจากกรอบแต่ถึงอย่างนั้น สอญอก็ยังคงขับเคลื่อนในเรื่องประเด็นการศึกษาต่อไปด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู ซึ่งอาจมีสรรพนามนำหน้าเพิ่มเติมมาเป็น พี่ อ้าย น้า แต่สุดท้ายความเป็น ‘ครู’ ก็ไม่เคยหายไปจากเขา</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ครูสอญอแตกต่างจากครูสัญญาอย่างไร</strong></h3>



<p>ตลอดการพูดคุยแลกเปลี่ยน เสียงหัวเราะและการเอ่ยถามดังสลับกันไป และนี่เป็นอีกครั้งที่เสียงหัวเราะของสอญอดังขึ้นอีกครั้ง เขายิ้มเล็กๆ ก่อนจะเอ่ยเล่าถึงความแตกต่างในการเป็น ครูสอญอ และ ครูสัญญา</p>



<p>“ครูสัญญาเป็นคนที่อยู่ในระบบ จะมีเด็กมาเรียนกับเราทุกวัน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบ เพราะมันทำให้สกิลการสอนของครูยังสดใหม่ตลอดเวลา”</p>



<p>การอยู่ในระบบมีข้อได้เปรียบในด้านพื้นที่และทรัพยากร ทำให้ได้ทดลอง ได้ฝึกฝน ได้เห็นผล ได้ปรับทันที และได้เห็นพัฒนาการของเด็กอย่างต่อเนื่อง แต่ในระบบก็มีข้อจำกัด เช่น ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งบางอย่างก็ลดทอนพลังของครู เพราะมีภาระอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการสอนโดยตรงเข้ามาเป็นภาระงานอีกส่วนที่ต้องรับผิดชอบ</p>



<p>“ส่วนครูสอญอ เป็นคนที่ออกนอกระบบ ออกมาจากกรอบกฎเกณฑ์ สิ่งแตกต่างอย่างชัดเจน คือ เรามีอิสระ”</p>



<p>ข้อดีของการเป็นครูนอกระบบ คือ มีอิสระ เป็นเจ้าของกระบวนการเรียนรู้ และออกแบบวิธีการสอนได้เอง ได้ทำงานรูปแบบใหม่ที่มีความท้าทาย แต่ก็มีข้อจำกัด คือไม่มีนักเรียนประจำ นักเรียนส่วนใหญ่มักจะมาร่วมการเรียนรู้เป็นรอบๆ ผ่านค่าย หรือกิจกรรมเฉพาะ ซึ่งต้องทำความเข้าใจใหม่ทุกครั้งกับกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนไป</p>



<p>“พอเป็นครูนอกระบบ ทำพื้นที่การเรียนรู้เอง แน่นอนว่าเราไม่สามารถเลือกเด็กหรือผู้ที่จะเข้าร่วมได้ รวมทั้งควมคุมไม่ได้ด้วยเช่นกันว่าเขาจะมาเรียนอย่างต่อเนื่องไหม”</p>



<p>เพราะไม่มีระบบวัดผล ไม่มีเกรดหรือข้อผูกมัด ผลจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความสัมพันธ์ มีแรงจูงใจ และเป้าหมายร่วมกันสิ่งนี้จึงเป็นความท้าทายในการทำงานนอกระบบ สอญอจึงมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความแตกต่างระหว่างครูสัญญาและครูสอญอ ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสียต่างกันไป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-5.jpeg" alt="" class="wp-image-94659" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-5.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-5-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-5-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-5-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-5-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-6.jpeg" alt="" class="wp-image-94660" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-6.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-6-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-6-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-6-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-6-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-17.jpeg" alt="" class="wp-image-94671" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-17.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-17-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-17-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-17-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-17-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เรียนรู้ผ่านชีวิต ไม่ใช่แค่ในห้องเรียน</strong></h3>



<p>“เราเริ่มต้นการเรียนรู้บูรณาการกับพื้นที่และสิ่งรอบตัว ผ่านการจัดกิจกรรม จัดค่ายความรู้ เพื่อเชิญชวนเด็กๆ รวมทั้งผู้ที่สนใจมาใช้ชีวิตร่วมกันผ่านกิจกรรมที่เราจัดขึ้น”</p>



<p>สอญอเกริ่นถึงที่มาที่ไปของกระบวนการเรียนรู้ในพื้นที่สีชมพูอย่างฉะฉาน ทำให้เราเห็นภาพโดยง่าย ภาพของค่ายการเรียนรู้ถูกประกอบร่างขึ้นมาในความคิด คู่ไปกับเส้นทางการเดินลัดเลาะแนวเขา สอญออธิบายเสริมว่า ‘การเรียน’ ไม่ใช่แค่การนั่งฟังหรือทำแบบฝึกหัด แต่คือการ ‘ใช้ชีวิต’ ดังนั้น การไปขึ้นเขา เข้าป่า หรือแม้แต่นั่งวาดเขียนก็ล้วนแต่เป็นการเรียนรู้</p>



<p>“เราใช้กิจกรรมพวกนี้เป็นตัวช่วยคัดกรองคน ซึ่งตอนแรกเด็กมาร่วมกิจกรรมเยอะมาก สุดท้ายเหลือกลุ่มเล็กๆ ที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมของเราและการเรียนรู้ในแบบที่เราสร้าง”</p>



<p>สอญอไม่ปฏิเสธเลยว่าสิ่งที่เขาต้องการในการจัดพื้นที่การเรียนรู้หรือแม้แต่กิจกรรมต่างๆ คือ ความต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่กิจกรรมครั้งเดียวจบ แต่ต้องลงลึกและสร้างสายสัมพันธ์กับชุมชน</p>



<p>ในระหว่างทางการทำงานล้วนต้องพบเจอปัญหา อุปสรรค และถูกตั้งคำถาม ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องปกติที่ต้องก้าวผ่านไปให้ได้</p>



<p>“บางครั้งก็ต้องเผชิญกับข้อจำกัด เช่น ความไม่เข้าใจของผู้ปกครอง หรือการตั้งคำถามจากคนพื้นที่ว่า เรากำลังทำอยู่?”</p>



<p>สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ต้องใช้เวลา ซึ่งขณะนี้เวลาและสิ่งที่สอญอได้ริเริ่มก็กำลังทำหน้าที่ของมัน และอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญคงหนีไมพ้นเรื่อง ‘ทีม’ เพราะการทำงานกับเด็กและเยาวชนรวมทั้งชุมชนไม่สามารถทำคนเดียวได้&nbsp;</p>



<p>ต้องมีเพื่อนร่วมทีมที่เข้าใจ มีชุดความคิดที่ไปด้วยกันได้ เพราะเด็กแต่ละคนมีพื้นฐาน ความสนใจ และพฤติกรรมแตกต่างกัน</p>



<p>“บางคนคาดหวังว่าเด็กจะตั้งใจ เรียนรู้ รับผิดชอบ แต่พอเจอเด็กจริงๆ มันไม่ตรงตามนั้น เราก็ต้องคุยกับทีมปรับความเข้าใจกันใหม่ เพื่อให้เข้าใจไปในทางเดียวกัน”</p>



<p>สอญอขยับจัดท่านั่งเป็นท่าที่ถนัด และตอบคำถามของเราอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ดวงตาเป็นประกาย เส้นทางของการทำงานด้านการศึกษานอกระบบ เริ่มต้นจากการจัดค่ายเรียนรู้เล็กๆ ที่เน้นให้เด็กมา “เล่นและใช้ชีวิตร่วมกัน” มากกว่าเรียนในห้องแบบเดิม</p>



<p>เด็กกลุ่มแรกที่เข้ามาร่วม มักจะเป็นกลุ่มที่อยากลอง อยากสนุก สอญอจึงต้องทำให้เห็นว่าสิ่งที่พวกเขาได้มาทำมันสามารถส่งเสริมให้เติบโตได้ ซึ่งหลักฐานที่เริ่มทำให้เด็กๆ รวมถึงผู้ปกครองเริ่มเชื่อมั่น คือ “รายได้” ที่มาจากกิจกรรม</p>



<p>“ช่วงแรกเรายังไม่มีโครงสร้างหรือหน่วยงานรองรับ แต่เรามีพื้นที่ มีงาน มีอาชีพให้เด็กได้ทดลองทำ ได้ลองเรียนรู้ ได้พัฒนา”</p>



<p>และในช่วงปีที่ผ่านมา ทางสอญอและทีมงานได้เข้าร่วมโครงการของทาง CYF เกี่ยวกับศึกษาหยืดหยุ่น ซึ่งทำให้การทำงานของสอญอมีความเป็น ‘รูปธรรม’ มากขึ้น</p>



<p>เด็กที่เคยไปค่าย ปีนเขา ช่วยกิจกรรมในพื้นที่ สามารถ เก็บประสบการณ์เหล่านี้โอนไปเป็นคะแนน ทักษะ หรือแม้แต่เป็นหน่วยกิตเพื่อรับ “วุฒิการศึกษา”</p>



<p>“มันไม่ใช่แค่พาเด็กไปเล่น แต่มันกลายเป็นระบบที่วัดผลได้ มีเกณฑ์ประเมิน และเด็กสามารถใช้ต่อยอดชีวิตตัวเองได้จริง”</p>



<p>สอญอเล่าว่า เขาได้รับแนวทางและแรงบันดาลใจนี้มาจาก การไปดูงานที่สุราษฎร์ธานี แล้วรู้จักกับคุณตูนและลุงหน่อง ผู้ซึ่งกำลังขับเคลื่อน “โรงเรียนเคลื่อนที่หรือโรงเรียนมือถือ” ไม่ว่าเรียนอะไรก็ได้วุติการศึกษา และสามารถออกวุฒิการศึกษาให้เด็กได้จริง สอญอมองว่าแนวทางนี้น่าจะตอบโจทย์กับการศึกษาที่ตัวเองขับเคลื่อนอยู่ จึงได้เอาแนวคิดของโมเดลนี้มาขายไอเดียเพิ่มเติมที่ขอนแก่น</p>



<p>“เราชวนทั้งกลุ่มเพื่อน แก๊งอีสานจะเลิร์น ไปฟังด้วยกัน รวมถึงชวนท้องถิ่นมาร่วมฟัง เพราะอยากให้ทุกคนเห็นว่า มันคือโอกาสใหม่ของเด็กที่จะสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ในแบบที่เขาชอบและสนใจ”</p>



<p>หลังจากนั้น ทีมงานจึงเริ่มต้นเข้าร่วมโครงการและนำเอาโรงเรียนมือถือมาใช้อย่างจริงจังในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว&nbsp;</p>



<p>เริ่มเปิดรับสมัครเด็ก ทั้งจากในชุมชนและจากพื้นที่อื่นๆ ที่ “เห็นโอกาส” และอยากมีเส้นทางการเรียนรู้แบบใหม่ จนกระทั่งถึงเดือนเมษายน เด็กหลายคนที่ได้ลงทะเบียนเรียน รับวุฒิการศึกษาถึง 14 คน</p>



<p>“มันเริ่มชัดมากขึ้นว่า เรากำลังสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรม ทั้งเรื่องทักษะ รายได้ และการได้รับวุฒิการศึกษา”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-16.jpeg" alt="" class="wp-image-94670" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-16.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-16-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-16-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-16-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-16-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-15.jpeg" alt="" class="wp-image-94669" style="object-fit:cover;width:400px;height:600px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-15.jpeg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-15-200x300.jpeg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-14.jpeg" alt="" class="wp-image-94668" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-14.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-14-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-14-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-14-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-14-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-13.jpeg" alt="" class="wp-image-94667" style="object-fit:cover;width:400px;height:600px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-13.jpeg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-13-200x300.jpeg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนมือถือและความเป็นไปได้ใหม่ๆ</strong></h3>



<p>บทสนทนาของเราทั้งคู่ออกรสออกชาติมากยิ่งขึ้น เมื่อเราได้รับฟังและเห็นเส้นทางการเปลี่ยนผ่านจากในระบบสู่นอกระบบของการเป็นครู รวมถึงการค้นหาคำตอบระบบการศึกษาที่ดีและเหมาะสมควรที่จะเป็นอย่างไร สำหรับสอญอแล้ว ระบบการศึกษาที่ดีต้องตอบโจทย์ รวมทั้งเป็นทางเลือกที่เด็กและเยาวชนสามารถ</p>



<p>นำไปต่อยอดได้</p>



<p>“การให้เด็กได้เป็นเจ้าของเส้นทางที่เขาเลือกร่วมทั้งการศึกษาที่เขามีส่วนออกแบบเอง เราคิดว่ามันเป็นทางเลือกใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์เด็กทุกคน เพราะว่าพวกเขาสามารถเลือกได้”</p>



<p>‘โรงเรียนมือถือ’ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ถูกมาใช้และเห็นผลเป็นรูปธรรมจากการที่มีวุฒิการศึกษารองรับ แต่การที่จะถูกยอมรับได้นั้นไม่ได้ง่าย สอญอเล่าถึงช่วงเริ่มต้นนำ ‘โรงเรียนมือถือ’ มาปรับใช้กับการเรียนการสอนในรูปแบบของตน ในช่วงปีแรกชาวบ้านในพื้นที่รวมถึงตัวเด็กและเยาวชนเองไม่ให้ความไว้ใจหรือเชื่อมั่นเจ้าสิ่งนี้เลยแม้แต่น้อย</p>



<p>“หลายคนไม่มั่นใจว่าวุฒิที่ได้จะใช้เรียนต่อหรือสมัครงานได้จริงไหม แต่พอมีเด็กเรียนจบจริง และสามารถใช้วุฒิการศึกษาที่ได้ไปสมัครเรียนต่อหรือหางานในระบบได้ ความมั่นใจก็ตามมา”</p>



<p>บางคนเรียนอยู่กับ กศน. ต้องใช้เวลาอีก 2 ปี แต่พอเรียนกับเรา 4-5 เดือนก็ได้วุฒิ ม.6 ซึ่งสอญอและทีมงานมองว่าสิ่งนี้เป็นทั้งสิ่งที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชน ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้เร็วขึ้น ไปทำงานที่มีสวัสดิการดีขึ้น รายได้มากขึ้น กลายเป็นแรงงานในระบบ</p>



<p>ซึ่งหากถามถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ในมุมของสอญอความเปลี่ยนแปลงแรกที่เห็นได้ชัด คือ ความเป็นไปได้ใหม่ในเรื่องการศึกษา ที่คนไม่เคยนึกถึงมาก่อน เพราะเมื่อพูดถึงการศึกษา คนส่วนใหญ่จะคิดถึงแค่โรงเรียน หรือไม่ก็ กศน. ซึ่งก็มีข้อจำกัด เช่น เวลา สถานที่ หรือกระบวนการเรียนที่ไม่ยืดหยุ่น</p>



<p>“โรงเรียนมือถือหรือโรงเรียนเคลื่อนที่ กลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กลุ่มเด็กนอกระบบอีกแบบหนึ่ง เพราะว่ามีความยืดหยุ่นสูง สามารถเรียนตอนไหนก็ได้ ทำงานเพื่อเก็บเป็นหน่วยกิตก็ได้ และยังได้วุฒิรับรองจากรัฐ”</p>



<p>เมื่อสามารถออกวุฒิการศึกษาได้เอง และเป็นที่รับรู้ของสังคม สิ่งนี้มันเหมือนเป็นการ คืนอำนาจการเรียนรู้ให้กับชุมชนด้วยส่วนหนึ่ง เพื่อให้คนในพื้นที่ตระหนักว่าพวกเขาเองก็สามารถเป็นเจ้าของและออกแบบการเรียนรู้ที่มันเหมาะสมและสอดคล้องกับวิถีชีวิตตัวเองได้เช่นเดียวกัน</p>



<p>ทว่าระหว่างเส้นทางนี้ก็มีเด็กที่ร่วงหล่นหายไปตามปกติ เพราะบางครั้งแต่ละคนล้วนมีปัจจัยอื่นที่ควบคุมไม่ได้มาส่งผลกระทบ&nbsp;</p>



<p>สอญอกล่าวถึงประเด็นนี้ด้วยสีหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม เพราะว่าการทำงานของเขาทำให้เจอเด็กและเยาวชนหลากหลายกลุ่ม การที่จะมีใครเลือกไปต่อหรือไม่ไปต่อ ในส่วนนี้สอญอจะไม่ใช้การบังคับแต่อย่างใด เขายกอำนาจการตัดสินใจให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้เลือกและตัดใจด้วยตัวเอง</p>



<p>นั่นทำให้เราซึ่งเป็นผู้มาร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนพยักหน้ารับฟัง และครุ่นคิดตาม ในสังคมที่มีความหลากหลายนี้ เด็กและเยาวชนเองก็ย่อมหลากหลายด้วยเช่นเดียวกัน การที่ให้พวกเขาได้มีทางเลือกด้วยตัวเองคงเป็นการสอนอย่างง่าย ว่าถึงแม้จะเป็นเด็กแต่พวกเขาก็มีสิทธิ์เช่นเดียวกัน&nbsp;</p>



<p>เมื่อขยายความถามเพิ่มเติมอีกสักเล็กน้อย ว่าตลอดการทำงานด้านการศึกษานอกระบบที่ผ่านมามีเด็กหรือเยาวชนคนไหนที่อยู่กันมาตั้งแต่ต้น และได้รับวุฒิจบการศึกษาจากเราบ้างไหม&nbsp;</p>



<p>สอญอรับฟังคำถามและใช้เวลาคิดอย่างเร็วๆ เขายิ้มอย่างภูมิใจและตอบชัดถ้อยคำในตอนที่เอ่ยถึง “เจ้าไผ่” และ “เจ้าคลิ๊ก”</p>



<p>“ไผ่ กับ คลิ๊ก อยู่กับทีมของเรามาตั้งแต่ต้น และทั้งคู่เป็นหนึ่งใน 14 คนที่ได้รับวุฒิจบการศึกษาในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา”</p>



<p>สำหรับไผ่ สอญอเล่าถึงว่า ไผ่เป็นเด็กดี มีความสามารถ เรียนหนังสือเก่ง แต่ไม่อยากเรียนต่อ เพราะรู้สึกว่าไม่ใช่ทางตัวเอง ตอนแรกก็ไม่สมัครเข้าร่วมโครงการด้วยซ้ำ จนเราต้องชวน ต้องพูดคุยเจรจากันจริงจัง เพราะสอญอเชื่อว่าเขาควรได้วุฒิจบมัธยมต้นปีที่ 3 เพื่อที่จะได้นำไปใช้ต่อยอดในด้านการสมัครงาน</p>



<p>สุดท้ายไผ่ก็เข้าร่วม และเรียนจนจบ ทำให้เห็นพัฒนาการอย่างชัดเจน พอตัวเด็กมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นว่าเขาเลือกในสิ่งแบบที่อยากจะเรียนหรืออยากจะเป็นเองได้ ก็จะเริ่มบอกกล่าวชักชวนเพื่อนมาด้วย กลายเป็นตัวอย่างที่ดีให้เพื่อนๆ</p>



<p>ส่วนคลิ๊กเป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย (ภาวะโปลิโอ) แต่ไม่คลิ๊กไม่เคยมองว่าเป็นอุปสรรคเลย เขาลงพื้นที่ทำกิจกรรมเต็มที่ร่วมกับทางคณะทำงาน และเรียนรู้อยู่ตลอด พอได้วุฒิจบการศึกษา พ่อแม่เขาก็ดีใจมาก</p>



<p>“สองเคสนี้ทำให้เรายิ่งมั่นใจว่า เรารู้ว่าจะพาเด็กเหล่านี้ไปต่อยังไงได้ และเขาเองก็เริ่มเห็นอนาคตของตัวเอง”</p>



<p>หากถามว่าโรงเรียนมือถือจะกลายมาเป็นการศึกษากระแสหลักได้ไหม สำหรับสอญอเขามองว่ามีความหวัง และอยากให้มันกลายเป็นกระแสหลักในอนาคต เพราะไม่ใช่แค่รัฐหรือโรงเรียนที่ทำการศึกษาได้ ชุมชน องค์กรท้องถิ่น หรือแม้แต่ผู้ประกอบการก็ทำได้ ถ้าทุกคนมองว่า ‘ตัวเราเองจัดการศึกษาได้’</p>



<p>“ถ้าเด็กอยากเรียนทำข่าว อยากเป็นโปรดิวเซอร์ เขาอาจเลือกมาเรียนกับสำนักข่าวอีสานเรคคอร์ด หรือสำนักข่าวลาวเด้อ ที่มีของจริง มีของให้ทำเลย เด็กจะได้เรียนตรงกับสิ่งที่สนใจ”</p>



<p>ถ้าการศึกษารูปแบบเหล่านี้ชัดเจนขึ้น และรัฐรับรู้มากขึ้นและให้การสนับสนุน มันจะทำให้ทำให้การศึกษามีความหลากหลายเพียงพอสำหรับเด็กยุคใหม่ ที่เติบโตมากับโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-7.jpeg" alt="" class="wp-image-94661" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-7.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-7-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-7-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-7-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-7-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-8.jpeg" alt="" class="wp-image-94662" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-8.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-8-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-8-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-8-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-8-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-9.jpeg" alt="" class="wp-image-94663" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-9.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-9-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-9-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-9-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-9-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-10.jpeg" alt="" class="wp-image-94664" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-10.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-10-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-10-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-10-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-10-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-11.jpeg" alt="" class="wp-image-94665" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-11.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-11-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-11-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-11-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-11-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-12.jpeg" alt="" class="wp-image-94666" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-12.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-12-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-12-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-12-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-12-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การหลุดออกนอกระบบของ ‘ครู’ และ ‘นักเรียน’</strong></h3>



<p>ความเงียบของสอญอเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด รอยยิ้มของเขาหายไป เช่นเดียวกับดวงตาที่หมดประกายสดใส เขาใช้เวลารวบรวมคำตอบก่อนที่จะเอ่ยออกมา</p>



<p>“รู้สึกโกรธและเสียดาย โดยเฉพาะเวลาที่ครูดีๆ ลาออก ครูที่เรารู้ว่าเขามีศักยภาพและสร้างการเปลี่ยนแปลงได้มาก พอเขาออก เราโคตรเสียดายเลย”</p>



<p>สอญอกล่าวว่า ตอนยังอยู่ในระบบอาจไม่เข้าใจความรู้สึกนี้ แต่พอออกมาแล้ว เราไม่อยากให้ครูดีๆ ต้องออกมาแบบเราเพราะเขายังทำอะไรได้อีกมากในระบบ และยังมีทรัพยากรบางอย่างที่จะดูแลเด็กได้</p>



<p>“สิ่งที่โกรธคือ ‘ระบบ’ มันควรทบทวนได้แล้วนะ ถ้ายังจัดการศึกษาแบบเดิม มันจะผลักทั้งครูและเด็กออกไปทีละคน สิ่งที่ต้องทำคือ “เปลี่ยน” และ “ทิ้ง” อะไรบางอย่างที่มันล้าสมัยแล้ว มันไม่ตอบโจทย์ยุคนี้”</p>



<p>สิ่งสำคัญที่สุดที่สอญอเน้นย้ำอย่างหนักแน่น คือ ระบบต้องยอมรับด้วยว่ามีปัญหาจริงๆ ถ้าไม่เปลี่ยน เด็กก็จะค่อยๆ หายไปเรื่อยๆ ในขณะที่สังคมเราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เด็กเกิดน้อยลงทุกวัน ถ้าคุณภาพเด็กไม่ดี ระบบก็จะยิ่งเปราะบาง</p>



<p>ประสบการณ์การเป็นครูในระบบกว่า 15 ปี อาจนับได้ว่าสอญอคลุกคลีกับหลายสิ่งมาพอสมควร ซึ่งมากพอที่จะหยิบยกมาบอกเล่าคลี่กางชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไข หากฝากถ้อยคำบางอย่างถึงคุณครูทุกคนทั้งในระบบและนอกระบบ อยากจะบอกอะไรกับพวกเขา สอญอครุ่นคิดครู่หนึ่งกับคำถามนี้แล้วจึงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง</p>



<p><strong>“</strong>ขอบคุณที่ทำงานด้านการศึกษาและพัฒนาสังคม เพราะคุณคือคนที่ “รัก” และ “เคารพ” คนอื่นมาก ถึงได้เลือกทำงานเพื่อคนอื่น ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง พวกคุณเหนื่อย และต้องเผชิญข้อจำกัดมากมาย แต่คุณยังอยู่ในจุดนั้นอยากให้คุณดูแลเด็กให้ดีที่สุด เพราะเด็กเหล่านี้คือความหวังของสังคม แต่ถ้าอยู่แล้วกัดกินตัวเองจนทุกข์หรือผิดหวัง ลองเปลี่ยนสนาม เปลี่ยนเวที บางทีคุณอาจจะงอกงามในพื้นที่ใหม่ หรือสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้”</p>



<p>การพูดคุยของพวกเราดำเนินมาระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งมากพอที่จะทำให้เห็นถึงเรื่องราวการเดินทาง และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่แล้วความสงสัยของเราก็กลายเป็นคำถามอีกครั้ง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากับทุกสิ่งที่ได้ลงมือทำรวมทั้งการเป็นครู มันทำให้รู้สึกถึงความสำเร็จอะไรบางอย่างไหม? สอญอหัวเราะเบาๆ และตอบกลับ</p>



<p>“เราเป็นครูอยู่ในระบบประมาณ 15 ปี ตอนนี้ก็ยังขับเคลื่อนในฐานะครูอิสระ ความสำเร็จมันเกิดตั้งแต่วันที่เราได้เป็นครูแล้ว ถึงแม้บางวันจะรู้สึกไม่เต็มร้อย แต่เรารู้ว่าเราทำงานที่มีความหมาย ได้เติบโต ได้เรียนรู้ และสนุกไปกับมัน”</p>



<p>กล่าวสรุปอย่างกระชับพร้อมกับรอยยิ้มส่งท้าย สำหรับสอญอไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหน การได้ทำงานด้านการศึกษาล้วนแต่เป็นความสำเร็จทั้งสิ้น</p>



<p>“ความสำเร็จนี้ไม่ส่งผลแค่กับเรา แต่มันเปลี่ยนชีวิตคน เปลี่ยนชุมชน เด็กมีวุฒิ คนในชุมชนลุกขึ้นมาปกป้องทรัพยากร เราชวนคนเก่งๆ มาร่วมทำงานด้วย ทั้งหมดนี้คือความสำเร็จที่เราภาคภูมิใจมาก”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความหวังในวันข้างหน้ากับการศึกษาที่โอบรับทุกคน</strong></h3>



<p>ก่อนที่จะต้องร่ำลาเราส่งท้ายด้วยความหวังในวันข้างหน้า และแน่นอนว่าสอญอมีมันอย่างเปี่ยมล้น</p>



<p>“เรามีความหวังนะ ทุกวันนี้เรายังทำงานอยู่บนพื้นฐานของความหวังและความฝัน บางอย่างเราอาจไม่ได้เห็นผลในอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า แต่เรากำลัง “ถางทาง”หรืออาจจะกำลังก่อ “อิฐก้อนแรก” ของวิหารหลังใหญ่ หรือกำแพงที่มั่นคง”</p>



<p>สอญอกล่าวว่าภาพใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงอาจยังไม่ชัดในยุคเรา แต่เราคือส่วนหนึ่งของมันอย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้ก็มีคนวางรากฐานมาก่อนแล้ว และเราก็กำลังสานต่อ ให้มันสามารถไปต่อได้ ขอให้เชื่อว่า ทุกแรงที่ลงมือทำวันนี้ กำลังร่วมกันสร้าง ‘นิเวศการเรียนรู้ใหม่’ และเปลี่ยนความเชื่อว่า “การศึกษาเป็นของทุกคน” ให้กลายเป็นจริงในสักวันหนึ่ง</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>เรื่อง : ณัฐพร วัฒตะนันท์<br>ภาพ : อาชวิชญ์ อินทร์หา</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-010725/">เมื่อครูสัญญา ลาออกแล้วแต่ครูสอญอ ยังต้องเป็นครูต่อไป</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยเรื่อง “ความรู้ถดถอย” กับครูสอญอ แห่งสีชมพูศึกษา ผู้เอ่ยปากว่า “ผมแทบจะลาออกเลยละ”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/interview-sor-yor-learning-loss/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Aug 2021 06:42:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[ขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญา มัครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนสีชมพูศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Learning Loss]]></category>
		<category><![CDATA[ครูสอญอ]]></category>
		<category><![CDATA[บูรณาการออนไลน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=44722</guid>

					<description><![CDATA[<p>โควิด-19 สร้างผลกระทบต่อโลกมาเป็นระยะปีกว่า ตลอดหนึ่งปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/interview-sor-yor-learning-loss/">คุยเรื่อง “ความรู้ถดถอย” กับครูสอญอ แห่งสีชมพูศึกษา ผู้เอ่ยปากว่า “ผมแทบจะลาออกเลยละ”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โควิด-19 สร้างผลกระทบต่อโลกมาเป็นระยะปีกว่า ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา แวดวงการศึกษาได้รับผลกระทบไม่น้อย เด็กไม่ได้ไปโรงเรียนอย่างเคย ไม่ได้แวดล้อมด้วยเพื่อนวัยเดียวกัน การเรียนออนไลน์ที่ไม่คุ้นเคยทำให้ความเครียดก่อตัว ในกรณีที่แย่ขั้นสุดคือเด็กหลุดหายจากระบบการศึกษาไปเลย</p>



<p>ครูก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน การสอนออนไลน์ดูดกลืนพลังชีวิตครูจนเหนื่อยล้า จากที่เคยได้ไปโรงเรียนและสบตากับเด็ก ๆ ในระยะใกล้ ครูต้องหันมาจ้องหน้าเด็กผ่านออนไลน์ แถมเด็กจำนวนมากยังไม่มี “เน็ต” เพียงพอ จนต้องเลือกปิดกล้องเรียน</p>



<p><strong>ครูสอญอ &#8211; สัญญา มัครินทร์ ปัจจุบันสังกัดโรงเรียนสีชมพูศึกษา จังหวัดขอนแก่น</strong> เป็นอีกหนึ่งเสียงที่ยืนยันกับเราว่าตนเองเจอภาวะ Learning Loss จน “ผมแทบจะลาออกเลยละ”</p>



<p>ในวันที่แรงกระแทกจากโควิด-19 ส่งผลต่อทุกมิติของการเรียนรู้ กสศ. โทร.คุยกับครูสอญอในประเด็นเรื่อง Learning Loss ในครูและเด็ก, การปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนเพื่อไม่ให้เด็กและครูอ่อนล้ามากไปกว่านี้, รวมถึงทิปน่ารักๆ ที่ว่าครูสอญอทำอย่างไรถึงทำให้เด็กยอมกลับมาเปิดหน้ากล้องได้อีกครั้ง</p>



<p>บทสัมภาษณ์ด้านล่างนี้&#8230;มีคำตอบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-79e449"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/เครดิตภาพ-ณิชากร-ศรีเพชรดี-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูสอญอ &#8211; สัญญา มัครินทร์ โรงเรียนสีชมพูศึกษา จังหวัดขอนแก่น<br>(เครดิตภาพ : ณิชากร ศรีเพชรดี)</figcaption></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">เด็กที่หายไป การเรียนรู้ที่ขาดช่วงไป: เพราะไม่ใช่ทุกคนที่พร้อมเรียนออนไลน์</h2>



<p>ปีก่อนผมสอนอยู่โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย ในอำเภอเมืองขอนแก่น ถือเป็นโรงเรียนขนาดกลาง นักเรียนเป็นลูกหลานคนในเมือง พอเจอโควิดจนต้องปรับมาออนไลน์เร่งด่วน เด็กหลุดเยอะมากครับ เกินครึ่งเลยที่เขาเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต เด็กที่สามารถเรียนออนไลน์กับเราได้มีเพียง 25 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือคือเข้า ๆ ออก ๆ เพราะเน็ตไม่ค่อยมีสัญญาณ กับอีกกลุ่มคือ ไม่เคยเข้าเรียนเลย นั่นทำให้เราตัดสินใจทำโปรเจ็กต์ “รถพุ่มพวงชวนเรียนรู้” เอาครูเข้าไปในชุมชน เพื่อให้การเรียนการสอนยังไปต่อได้</p>



<p>ส่วนปีการศึกษานี้ ผมย้ายกลับบ้านเกิด มาอยู่โรงเรียนสีชมพูศึกษา อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น “สีชมพูศึกษา” เป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ประจำอำเภอ พอเจอโควิดระบาดรอบล่าสุด หนักมากครับ โรงเรียนปิด ต้องสอนออนไลน์ บางห้องมีเด็กทั้งหมด 35 คน แต่มีเด็กเหลือมาเรียนออนไลน์กับเราแค่ 7-8 คนเท่านั้น</p>



<p>เด็กที่หายไป เราเคยสำรวจพบว่าเขาเข้าไม่ถึง โดยแบ่งเป็น 1. ไม่มีมือถือ 2. ไม่มีเงินค่าเน็ต และมีอีกกลุ่มคือสภาพแวดล้อมไม่พร้อมเรียน เช่น อยู่กลางทุ่งนาที่ห่างไกล, ฝนตกหนักสัญญาณหาย เป็นต้น มันมีอุปสรรคพวกนี้อยู่&nbsp; ไม่ใช่ทุกคนจะพร้อมเรียนออนไลน์กับเรา&nbsp;</p>



<p>กลับมาที่ห้องเรียนออนไลน์ ช่วงแรกของเทอมนี้โรงเรียนเรายังสอนเหมือนเดิมครับ คือเป็นห้องเรียนเสมือนจริง มีคาบเรียนตามเดิม ไม่มีการยืดหยุ่น ซึ่งเด็กจะเหนื่อยมาก เพราะวัน ๆ ต้องนั่งจ้องหน้าจอเป็นเวลาหลายชั่วโมงติดต่อกัน ส่วนครูก็ล้าสุดๆ มันกระทบทั้งผู้เรียนและผู้สอน&nbsp;</p>



<p>ผมเลยหารือกับท่านรองผู้อำนวยการ ชวนทำ “บูรณาการออนไลน์” เพิ่งเริ่มได้ 2 สัปดาห์ แต่เห็นความเปลี่ยนแปลงแล้ว เด็ก ๆ ยอมเปิดหน้ากล้อง สายตาเป็นประกาย ส่วนครูก็เหมือนได้รับการเติมพลัง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c3a659"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/เครดิตภาพ-ณิชากร-ศรีเพชรดี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(เครดิตภาพ : ณิชากร ศรีเพชรดี)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">“บูรณาการออนไลน์” แบบสีชมพูศึกษา : ควบวิชา ลดเวลาเรียน แต่เพิ่มความสนุก</h2>



<p><span style="text-decoration: underline;">บูรณาการในแบบสีชมพูศึกษาคือ เรารวมทีมกันสอน ครู 3 วิชามาสอนร่วมกัน บูรณาการเนื้อหา แล้วรวมเด็กหลายห้องมาเรียนออนไลน์พร้อมกัน ซึ่งระยะเวลาเรียนจะยาว 2 ชั่วโมง แต่เด็กจะได้เรียนรู้ครบ 3 วิชา ช่วยลดเวลาเรียนเขาได้เยอะมาก</span> มีเวลาให้เขาพักผ่อน ได้วิ่งเล่นเพิ่ม ส่วนครูก็ลดคาบสอน เพราะเรารวมเด็กหลายห้องไว้ในคาบเดียวกัน</p>



<p>ข้อดีของการบูรณาการออนไลน์คือ ครูก็ไม่เหงา รู้สึกมีทีมในการเตรียมสอน ส่วนเด็กก็ได้เจอเพื่อน ๆ จากห้องอื่น ทำให้เขาสนุก ไม่เบื่อ</p>



<p>ตอนนี้วิชาที่บูรณาการร่วมกันมี 4 วิชา คือ สังคม อังกฤษ สุขศึกษา และการงาน แต่เพื่อไม่ให้หนักเกินไป แต่ละคาบจะบูรณาการแค่ 3 วิชา อย่างคาบแรกสอนร่วมระหว่างสังคม+อังกฤษ+สุขศึกษา โดยเรานำแต่ละวิชามาออกแบบการสอนร่วมกัน ก่อนจะได้หัวข้อการเรียนรู้ว่า “ไปท่องเที่ยวทิพย์กัน”&nbsp;</p>



<p>ในหัวข้อการเรียนรู้นี้ ครูภาษาอังกฤษจะได้สอนศัพท์เกี่ยวกับสีประจำธงชาติประเทศต่าง ๆ, ผมสอนสังคมก็ได้สอนเกี่ยวกับประเทศในเอเชีย 7 ประเทศ, ส่วนครูสุขศึกษาก็สอดแทรกความรู้เรื่องสุขบัญญัติ โดยเชื่อมโยงประเทศต่าง ๆ เข้ากับเกมกีฬาโอลิมปิก แล้วมาดูกันว่าการแข่งโอลิมปิกในห้วงยามที่มีโรคระบาดแบบนี้ เขามีการคัดกรองกันอย่างไร เป็นต้น</p>



<p>เราเปิดคาบเรียนด้วยการให้ครูภาษาอังกฤษเปิดจอมาทักทายนักเรียน “Good morning. How are you? How do you feel?” แล้วให้เด็กแต่ละคนตอบโต้เป็นภาษาอังกฤษ จากนั้นผมจะชวนเล่นเกม เพื่อให้เด็กเปิดจอมากขึ้น โดยให้เขาโชว์สีต่าง ๆ ที่หาได้ในบ้าน เช่น สีเขียว เขาก็จะไปหาสิ่งของที่มีสีเขียวมา แล้วเปิดกล้องโชว์กัน จากนั้นให้ครูภาษาอังกฤษมาเล่นด้วย พอห้องคุ้นเคยกัน เปิดกล้องมากขึ้น เราจึงเริ่มชวนแนะนำประเทศต่าง ๆ แทรก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-93754c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/เครดิตภาพ-สืบสาย-สำเริง-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(เครดิตภาพ : สืบสาย สำเริง)</figcaption></figure></div></div></div>



<p>เช่น ภาษาอังกฤษให้คุณครูถามเรื่องธงชาติ เรื่องสี จำนวนคน ขนาดพื้นที่ อยู่ตรงไหน&nbsp; และมีครูสุขศึกษาสอดแทรกเรื่องสุขบัญญัติจากโอลิมปิก จากนั้นก็ให้เด็กออกจากหน้าจอได้เลยเป็นเวลา 30 นาที เพื่อไปทำงานตัวเอง โดยเราชวนเขาค้นหาประเทศที่ตนเองสนใจ เล่าถึงเป็นภาษาอังกฤษ วาดธงชาติ อธิบายว่าธงชาตินั้นเป็นอย่างไร สีสันแบบไหน ธงชาติสื่อความหมายถึงอะไร เป็นต้น</p>



<p>จากนั้นพอเด็กกลับมา เราก็สรุปร่วมกันว่าวันนี้ได้เรียนรู้อะไรบ้าง แล้วให้เขาช่วยแนะนำว่า ครั้งต่อไปน่าจะเพิ่มอะไรดี ให้เขาเสนอไอเดีย ส่วนครูก็รับฟังและเก็บไอเดียมาพัฒนา</p>



<p>พอเราจัดการเรียนการสอนแบบนี้ เด็กไม่ล้าเลยนะครับ เพราะมีช่วงให้เขาออกจากหน้าจอไปทำงานส่วนตัวได้เลย แล้วตลอดกระบวนการจะมีการคุยกัน เล่นเกม เราถาม ให้เขาช่วยตอบเป็นระยะ เช่น ผมจะบอกว่า “วันนี้ครูจะพาไปเที่ยวอินเดียนะ ช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่า พอพูดถึงอินเดียแล้ว พวกเรานึกถึงอะไรบ้าง” เขาก็จะช่วยกันตอบ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เมื่อโรงเรียนไม่ยึดติดตัวชี้วัด ความเปลี่ยนแปลงย่อมตามมา</h2>



<p>ผมอยากให้เครดิตผู้เกี่ยวข้องกับการบูรณาการออนไลน์ครั้งนี้ นั่นคือผู้หลักผู้ใหญ่และท่านรองผู้อำนวยการ โดยท่านเป็นคนแนะนำว่าให้ทิ้งตัวชี้วัดไปเลย เพราะ<span style="text-decoration: underline;">ถ้าโรงเรียนหรือครูมัวแต่ยึดตัวชี้วัด เราจะปรับเปลี่ยนยาก เพราะมันดูติดขัดไปหมด แต่พอโยนกรอบทิ้งไป เราก็ได้คาบเรียนแบบ “ไปท่องเที่ยวทิพย์กัน” เกิดขึ้น ซึ่งเด็กสนุก ครูฮึกเหิม ลดคาบเรียนของเด็กและครู ลดความเหนื่อยล้า</span></p>



<p>สำหรับเด็ก เราเห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดตั้งแต่ครั้งแรกเลย เด็กสนุกกับการเรียนมาก ๆ ยิ่งพอได้เจอเพื่อนต่างห้องก็ยิ่งมีพลัง เหมือนมีการแข่งขันกันหน่อย ๆ บรรยากาศมันกระตุ้นให้เขาอยากเปิดหน้ากล้องมากขึ้น ขยันถามมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>ในแง่ครู ครูก็รู้สึกสนุก แถมยังได้เรียนรู้สิ่งใหม่ เราต่างเรียนรู้เทคนิคการสอนจากครูท่านอื่น สิ่งนี้มีพลังมาก เรียกได้ว่าได้เรียนรู้กันทุกฝ่าย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">Learning Loss คือภาวะที่เจอได้ทั้งครูและเด็ก</h2>



<p>ภาวะการเรียนรู้ถดถอยในเด็ก หรือ Learning Loss ตลอดปีกว่าที่ผ่านมา เราเจอเด็กหลุดจากชั้นเรียนเยอะมาก อย่างที่บอกว่า ก่อนหน้านี้ผมสอนที่โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย เด็กบางส่วนในโรงเรียนเขาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สุ่มเสี่ยง การมาโรงเรียนยังเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้ ได้เจอสิ่งใหม่ แต่พอโควิดระบาด โรงเรียนปิด ก็เหมือนปิดโอกาสในการเรียนรู้ของเขาไปเลย ซึ่งแน่นอนว่าเด็กกลุ่มนี้จะเกิดภาวะเรียนรู้ถดถอย ไม่รวมเด็กจำนวนมากที่เกิดความเครียด เหนื่อยล้าจากการเรียนออนไลน์&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ภาวะ Learning Loss นี่ครูก็เจอนะครับ ส่วนตัวผมนี่แทบจะลาออกเลยละ มันส่งผลขนาดนั้นเลย คือช่วงที่ระบาดหนัก ๆ นี่ ยังไงก็ต้องสอนออนไลน์ใช่ไหมครับ แล้วผมเป็นคนไฮเปอร์ ชอบสบตากับเด็ก อยากคุยกับเขา พอต้องสอนผ่านหน้าจอ แล้วเจอเด็กปิดกล้อง ผมรู้สึกไม่โอเคเลย เพราะเราให้คุณค่ากับการสบตา การคุยกันแบบเห็นหน้าอีกฝั่ง การได้ถามตอบ ได้มีปฏิสัมพันธ์กัน ช่วงแรกยอมรับว่าทำงานกับตัวเองหนักมาก&nbsp;</p>



<p>อีกอย่างที่รู้สึกเหนื่อยล้าจนเกิดภาวะเรียนรู้ถดถอยคือ ด้วยระบบการศึกษาไทยที่ไม่ไว้ใจครู พอปรับมาออนไลน์ เขาก็ไม่ไว้ใจว่าครูสอนจริงไหม เลยเพิ่มภาระงานให้ครูทำรายงานแบบละเอียดยิบ ซึ่งอันนี้ผมว่าครูหลายคนก็รู้สึกเหมือนกัน ว่าแค่สอนหน้าจอเราก็เหนื่อยมากแล้ว พอเจออย่างนี้ ด้วยความเหนื่อย ผมยังเคยบ่นกับครอบครัวว่า “ผมจะเป็นครูไหวไหมนะ” แต่พอเริ่มจัดการเวลาได้ ปรับวิธีคิด หาพื้นที่และคุณค่าที่เราเชื่อให้เจอ ก็รู้สึกเสถียรขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">บทบาทของกระทรวงศึกษาฯ และโรงเรียน ในการช่วยบรรเทา Learning Loss ทั้งในครูและเด็ก ๆ</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-43a8d3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/เครดิตภาพ-สืบสาย-สำเริง-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(เครดิตภาพ : สืบสาย สำเริง)</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ลำดับแรก ผมว่าหลักสูตรต้องเปลี่ยน อาจต้องมีนโยบายชัดเจนเลยว่า ออนไลน์ควรมีเวลาพัก และไม่ควรอิงกับคาบเรียนเดิม ตอนนี้เรายังอิงกับคาบเรียนเดิมอยู่ ซึ่งการเรียนการสอนผ่านออนไลน์จะเอาเวลาเป็นตัวตั้งแบบนั้นไม่ได้ ควรต้องปรับ</p>



<p>อย่างช่วงแรกที่โควิดระบาดแล้วปรับมาออนไลน์กัน หลายพื้นที่ต้องจัดเรียนจัดสอนวันเสาร์ด้วยนะครับ ซึ่งเด็กต้องเรียน 7 วัน วันละ 7 คาบ เด็กต้องนั่งแช่จ้องจอทั้งวัน เขาไม่ไหวกันหรอก เด็กเครียด ครูก็เครียด&nbsp;</p>



<p>ผมมองว่า <span style="text-decoration: underline;">เราต้องปรับลดเวลาลง และหันไปโฟกัสคุณค่าแท้จริง อาจต้องตัดบางเนื้อหา ถ้าบูรณาการระหว่างวิชาได้ยิ่งดี ซึ่งผมยอมรับว่าวัฒนธรรมการบูรณาการมันก็ไม่ง่ายสำหรับครู เพราะเราชินกับการสอนเป็นวิชา เดิมทีเราคุมเนื้อหาของวิชาทั้งหมด แต่พอบูรณาการ มันต้องยืดหยุ่นพอสมควร แน่นอนว่านี่เป็นความท้าทายใหม่ของพวกเรา</span></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ข้อเสนอระยะสั้นและยาว&nbsp;<br>เมื่อการเรียนรู้แบบใหม่ ไม่อิงสังกัดโรงเรียน อาจเป็นทางออกของชุมชน</h2>



<p>ในช่วงโควิดระบาดจนโรงเรียนต้องปิดแบบนี้ มีเด็กที่หลุดไปจากชั้นเรียนเยอะมาก ซึ่งสำหรับเด็กกลุ่มที่หายไปจากชั้นเรียนออนไลน์ในระยะสั้นนี้ ผมคิดว่าการจัดชั้นเรียนขนาดเล็กตามชุมชนน่าจะช่วยเกาะเกี่ยวเด็กไม่ให้หลุดจากการเรียนรู้ได้</p>



<p>คือในหมู่บ้านที่ผมอยู่มีเด็กระดับมัธยมต้น 26 คน ผมเลยเสนอกับผู้ใหญ่ในโรงเรียนไปว่า ผมจะจัดการเรียนที่บ้านผม ทุกบ่ายวันพุธให้เด็กมาเรียนที่บ้าน แล้วเขาก็ได้ชั่วโมงเรียนไปด้วย แต่เนื้อหาจะเป็นคล้าย ๆ ห้องเรียนชุมชน เลือกประเด็นในชุมชนที่เด็กสนใจ เช่น ผมมีรุ่นน้องที่ทำเรื่องท่องเที่ยวชุมชน เราก็ชวนเด็กมาสำรวจพื้นที่ สำรวจทรัพยากรในชุมชนตนเอง ผมเรียกห้องเรียนนี้ว่า “ห้องเรียนภาคสนาม” ซึ่งคาบเรียนแบบนี้ เด็กที่เรียนออนไลน์ แต่อยากลงเรียนภาคสนามด้วย ก็สามารถมาร่วมเรียนได้นะ&nbsp;</p>



<p>ข้อดีของชุมชนต่างจังหวัดคือ ผู้คนรู้จักคุ้นเคยกัน ถึงช่วงนี้จะมีโควิดระบาด แต่ชุมชนต่างจังหวัดจะมีชุดข้อมูลว่า บ้านหลังไหนที่วางใจได้ ทำให้การจัดห้องเรียนชุมชนแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ ผมพูดถึงสเกลขนาดเล็กก่อนนะครับ</p>



<p>ด้านบนเป็นทางแก้ระยะสั้น แต่หากพูดถึงระยะยาว เมื่อสถานการณ์โควิดบรรเทาลงแล้ว ผมมองว่า กระทรวงศึกษาฯ และคนที่มีอำนาจจะต้องเปลี่ยนโครงสร้าง หรือเปลี่ยนวิธีการจัดการศึกษาใหม่หมดเลย อาจจะคล้ายกับข้อเสนอระยะสั้น คือ เราอาจต้องกลับไปเชื่อมโยงชุมชนมากขึ้น ลองสำรวจทรัพยากรครูในแต่ละชุมชนดูไหมว่ามีกี่คน จากนั้นอาจจะออกแบบห้องเรียนที่ไม่อิงสังกัดโรงเรียนเดิม แต่อิงสังกัดชุมชนแทน ชวนครูเหล่านี้มาทำหลักสูตรชุมชนด้วยกันไหม โดยเน้นดูแลเด็กในชุมชนของเรานี่แหละ ซึ่งเรื่องนี้มันจะข้ามพ้นความเป็นครูแบบเดิมที่ต้องอิงสังกัดโรงเรียน&nbsp;</p>



<p>แล้วการเรียนแบบใหม่อาจไม่ต้องอิงระดับชั้นก็ได้ อาจจะบูรณาการเด็ก ม.1. สามารถเรียนกับพี่ ม.5 ได้ เป็นต้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้ต้องมารื้อกระบวนการกันใหม่ เชิญผู้ใหญ่บ้าน เชิญกำนัน เชิญทีม อบต. มาช่วยดู ร่วมออกแบบด้วยกัน เพื่ออนาคตลูกหลานเรา นี่คือภาพฝันระยะยาวที่ผมฝันถึงและอยากเห็นมันเกิดขึ้นจริงครับ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/interview-sor-yor-learning-loss/">คุยเรื่อง “ความรู้ถดถอย” กับครูสอญอ แห่งสีชมพูศึกษา ผู้เอ่ยปากว่า “ผมแทบจะลาออกเลยละ”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
