<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ครูนาง | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 15 Jan 2025 07:49:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ครูนาง | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘ครูข้างถนน’ แสงสุดท้ายของเด็กเร่ร่อนใต้สะพานพุทธ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/drop-out-kids/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Dec 2024 06:27:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กสศ X 101]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูข้างถนน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กเร่ร่อน]]></category>
		<category><![CDATA[นริศราภรณ์ อสิพงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[The101.world]]></category>
		<category><![CDATA[ครูนาง]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์เมอร์ซี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=88726</guid>

					<description><![CDATA[<p>ล่วงเข้าฤดูหนาวแล้ว แต่ช่วงเย็นย่ำย่านสะพานพุทธยังร้อนร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/drop-out-kids/">‘ครูข้างถนน’ แสงสุดท้ายของเด็กเร่ร่อนใต้สะพานพุทธ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ล่วงเข้าฤดูหนาวแล้ว แต่ช่วงเย็นย่ำย่านสะพานพุทธยังร้อนระอุ ถนนเปลือยคายไอแดดเห็นเป็นม่านระยับ ร่างผอมบางขยับหนีร้อนเข้าไปใต้สะพาน ที่ซึ่งแรงแดดส่องมาไม่ถึง แต่ไม่เคยและไม่มีทางหลบพ้นไอร้อนร้ายกาจรอบตัว&nbsp;</p>



<p>ทั้งอย่างนั้น มันก็เป็นพื้นที่เดียวที่เขาใช้ชีวิตได้ กระเป๋าเล็กๆ หนึ่งใบใส่ของกระจุกกระจิก ผ้าห่มผืนน้อยและที่ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ ชีวิตและโลกของเขามีอยู่แค่นั้น ไม่ได้ปรารถนาจะมีมากกว่านี้ บ้านอยู่ที่ไหน ครอบครัวเป็นใครไม่รู้แน่ -รู้แค่ว่าจะไม่มีทางกลับไปอีก</p>



<p>เรื่องแบบนี้ ยากจะเอาเหตุผลและเงื่อนไขใดไปตัดสิน ยังไม่ต้องพูดถึงศีลธรรมความเหมาะควรใดๆ พื้นที่บางแห่ง คนบางคนก็แค่ต้องจากมา มันอาจไม่มีคำอธิบายที่เป็นเหตุเป็นผลหรือน่าเชื่อถือ ไม่เข้าใจก็เรื่องหนึ่ง แต่เราเป็นใครกันจึงไปตัดสินชีวิตพวกเขา</p>



<p>คะเนจากสายตา บางคนอายุเพิ่งใช้คำว่านายหรือนางสาวได้ไม่กี่ปี บางคนอีกหลายปีด้วยซ้ำกว่าจะได้ใช้คำนั้น และไม่ว่าจะด้วยเงื่อนไขใด ‘บ้าน’ ตามทะเบียนราษฎรไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาอยากหวนกลับไปหา อย่างน้อยก็ในเวลานี้ หรือบางทีอาจชั่วชีวิต</p>



<p>“ไม่กลับหรอกพี่” ใครคนหนึ่งตอบ</p>



<p>“จริงเหรอ นอนบ้านน่าจะสบายกว่านอนใต้สะพานนะ”</p>



<p>คนหนุ่มเงยหน้าสบตาด้วย ไม่พูดอะไร มีแค่ยิ้มจางๆ ที่ปฏิเสธการหวนกลับบ้านอยู่ในที ไม่มีเหตุผลแนบมาด้วย หรือบางทีแล้ว เหตุผลก็อาจไม่จำเป็น&nbsp;</p>



<p>ในแดดร้อนของยามเย็น เขาทิ้งตัวนั่งลงบนเสื่อผ้ามันเก่าๆ ปูรองพื้น จุดบุหรี่สูบ แวดล้อมด้วยเสียงของเรือโดยสารจากฝั่งหนึ่ง และเสียงรถยนต์บนถนนอีกฝั่งหนึ่ง กลางอื้ออึงของเสียงเหล่านั้น เขาบอกแค่ว่า “เดี๋ยวครูเขาก็มา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d6fdfa"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1733759256_960151-the101world-1200x800-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>‘ครู’ ที่เขาพูดถึงปรากฏตัวขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน เป้สะพายไหล่หนึ่งใบ มือสองข้างพะรุงพะรังด้วยกล่องข้าว ผ้าห่มและของใช้จำเป็นเล็กๆ น้อยๆ พินิจจากแววตา ท่าทีกระวีกระวาดเข้าช่วยถือของและยิ้มจางๆ ของบรรดาเด็กใต้สะพาน น่าจะเป็นหลักฐานยืนยันความสนิทชิดเชื้อที่กินความถึงการไว้วางใจต่อ ‘ครู’</p>



<p>‘<strong>ครูนาง – นริศราภรณ์ อสิพงษ์</strong>’ ถูกเรียกว่าเป็น ‘ครูข้างถนน’ อยู่เนืองๆ เธอมักปรากฏตัวที่สะพานพุทธในช่วงเย็น ถ้าไม่หอบข้าวของกระจุกกระจิกก็มักเป็นแกงถุงหรืออาหารกล่องง่ายๆ สำหรับคนกลุ่มเล็กๆ ที่หลับนอนใต้สะพาน หรือก็คือเหล่าลูกศิษย์ที่เธอดูแลมาร่วมสองทศวรรษ หลายต่อหลายรุ่น การเป็น ‘ครู’ ของเธออยู่พ้นจากนิยามการเป็นครูในความเข้าใจทั่วไป เพราะเธอไม่ได้สอนหนังสือ หากแต่สอนสิ่งที่พื้นฐานและสามัญกว่านั้น</p>



<p>“ด้วยความที่เด็กๆ ออกเรียนกลางคันทุกคน ไม่มีใครเรียนจบในระบบการศึกษาเลย” นริศราภรณ์เล่า “ส่วนใหญ่พวกเขาจะเรียนจบราวๆ ชั้นประถมปีที่หนึ่งหรือสอง เราจึงต้องสอนให้เขารู้จักชื่อตัวเองก่อน เพราะบางคน ก่อนที่จะออกจากการศึกษาในระบบ พวกเขายังไม่รู้ชื่อตัวเองเลย หรือไม่ได้รับการแจ้งเกิดด้วยซ้ำไป”</p>



<p>เช่นเดียวกับอีกหลายคนในประเทศ นริศราภรณ์วาดหวังอยากเป็นครูแต่ยังเด็ก -ครูในภาพจำที่ได้สอนหนังสือในระบบ มีนักเรียนแวดล้อมอยู่ในโรงเรียนเล็กๆ สักแห่ง อาจจะเป็นที่ศรีสะเกษบ้านเกิดของเธอก็ได้- แต่ชีวิตก็จับพลัดจับผลูให้เธอได้มาดูแลเด็กที่ไม่เพียงแค่อยู่นอกบ้านและนอกรั้วการศึกษา หากแต่ยังกินความถึงนอกสายตาของรัฐด้วย</p>



<p>“เราคิดมาตลอดว่าอยากเป็นครู ก็เหมือนคนอื่นๆ นั่นแหละค่ะที่ครอบครัวก็อยากให้เรารับราชการ” เธอบอก “แต่ด้วยความที่ช่วงนั้นเราไม่มีงานอื่น ต้องรอสอบบรรจุ เป็นจังหวะที่ครูข้างถนนในหมู่บ้านชวนเรามาทำงานจิตอาสา”</p>



<p>นั่นคือประตูบานแรกที่ทำให้เธอได้พบ ได้เห็น ได้รู้จักและเข้าไปเกี่ยวเนื่องกับชีวิตคนตัวเล็กตัวน้อยมากมายที่ไม่เคยกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับระบบการศึกษาโดยรัฐ เรื่องของเด็กที่หนีออกจากบ้าน -ไม่ว่าจะด้วยเงื่อนไขใด- เรื่องของคนที่ถูกขับไล่ ถูกทิ้งขว้าง ใช้ชีวิตอยู่ใต้สะพานพุทธ หลับนอนใต้เงาของร่มไม้ใหญ่และเร้นกายหนีเม็ดฝนใต้กำบังของคอนกรีต “เราผูกพันกับพวกเขา คงเพราะต้นทุนชีวิตเราไม่ได้ต่างจากเด็กๆ เหล่านี้เท่าไหร่ อาจเพราะครอบครัวเราก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบด้วย” เธอบอก ก่อนขยายความหลังจากนิ่งไปนานว่า “แรกๆ ที่มาทำเราก็หนักใจ พอมาเจอเด็กบางคนที่เรารับรู้ถึงปัญหาครอบครัวของเขา เราก็รู้สึกว่าชีวิตเขาโหดร้ายกว่าเราเยอะ”</p>



<p>กิจวัตรประจำวันของนริศราภรณ์ไม่ต่างจากเมื่อ 20 ปีก่อนที่เธอเริ่มทำงานเป็นครูให้เด็กๆ ข้างถนนใต้สะพานพุทธ เธอจะแบกเป้หนึ่งใบ ออกเดินย่ำเลียบแม่น้ำ เฝ้ามองหาใครสักคนที่พักพิงอยู่ตอม่อข้างถนน หลับใหลอยู่ใต้ต้นไม้หรือใต้สะพาน ปลุกพวกเขาแล้วพามาร่วมวงกินข้าวด้วยกันกับเธอ</p>



<p>“อันดับแรก พวกเขาต้องได้กินอิ่มก่อน เมื่อกินอิ่มแล้ว เขาจะยอมมาเรียนกับเรา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3004c8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1733759327_295980-the101world-1200x800-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ฟังแล้วเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่เรื่องพวกนี้ ว่ากันโดยละเอียดแล้วมันย่อมหมายถึงการเดินดุ่มไปตามถนนร้อนๆ สนทนากับเด็กที่หลีกหนีจากสังคมและบ่อยครั้งก็ไม่อยากสานสัมพันธ์กับใคร ยังไม่ต้องพูดถึงการต่อต้านและท่าทีดื้อดึงอันเป็นเสมือนเรื่องแสนสามัญที่นริศราภรณ์ต้องเจอ “ชินแล้ว” เธอว่า “แรกๆ เราก็ไม่ได้รับการยอมรับนะ โดนสารพัดอย่างเลย คำหยาบนี่โดนประจำ แต่เราก็สู้ไปหาทุกวัน เจอหน้าเขาทุกวัน กว่าเราจะทำได้ก็เป็นสิ่งที่ต้องสร้างทุกวัน สร้างทุกวันจริงๆ เพื่อให้เขาเห็นว่าเราเป็นมิตร เราเป็นเพื่อนที่ดี เป็นครูให้เขาได้ เป็นพ่อเป็นแม่ให้เขาได้</p>



<p>“บางคน ก็ใช้เวลาหลายปีมากๆ กว่าจะยอมเล่าเรื่องราวของตัวเองให้เราฟัง มันกินเวลาจริงๆ กว่าที่เราจะไปนั่งในใจเด็กๆ เหล่านี้ได้”</p>



<p>โดยธรรมชาติ ชีวิตเป็นสิ่งที่ซับซ้อนอยู่เป็นทุนเดิม และบ่อยครั้ง ความซับซ้อนที่ว่าก็กินพื้นที่ใหญ่โตกลายเป็นปัญหาและบาดแผล ผลักให้ใครคนหนึ่งออกจากบ้าน หลุดพ้นจากระบบ “เราไปเยี่ยมบ้านเด็กทุกคนที่มาอยู่กับเรา ทำให้เรารู้สภาพปัญหาครอบครัวของเด็กๆ รู้ว่าทำไมเขาจึงออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านคนเดียวในพื้นที่สาธารณะ” นริศราภรณ์ว่า “เราพบว่าครอบครัวของพวกเขามีฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดี ยากจน ครอบครัวแตกแยก พ่อแม่มีครอบครัวใหม่ เด็กๆ อาจจะอยู่กับตายาย หรือบางคนคือพอพ่อแม่ไปมีครอบครัวใหม่ก็ไม่มีใครอยู่ด้วย เขาจึงต้องออกมาใช้ชีวิตตัวคนเดียว”</p>



<p>โมงยามของการเรียนการสอนส่วนใหญ่แล้วเริ่มขึ้นเมื่อตะวันใกล้ตกดิน หลังทุกปากท้องได้กินอาหารที่เธอจัดหาให้อิ่มแล้ว และเนื้อหาที่เธอสอนนั้นก็ต่างไปจากความเข้าใจของคนนอก เด็กเร่ร่อนใต้สะพานพุทธไม่แยแสสูตรคูณหรือระบบภาษาใดๆ “ส่วนใหญ่เราสอนทักษะชีวิตเขามากกว่า การจะไปสอนให้เขาท่องจำเรื่องต่างๆ นี่บอกเลยว่าเขาไม่รับหรอก” นริศราภรณ์บอก “เราสอนให้เขารู้ชื่อตัวเอง รู้ว่าตัวเองมาจากที่ไหน แล้วเราค่อยเอาไปตรวจดูว่าขึ้นในทะเบียนบ้านไหม ถ้ามีก็จะรู้ว่าเขามาจากไหน ซึ่งเรื่องพวกนี้ช่วยเรื่องการรักษาพยาบาลเวลาพวกเขาเจ็บป่วยได้”</p>



<p>ใช่ว่าเธอจะไม่เคยพาเด็กๆ เข้าระบบการศึกษาของรัฐด้วยการพาเข้าไปยัง<a href="https://www.mercycentre.org/new/th/index.php?page=%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ศูนย์เมอร์ซี่</a>&nbsp;อันเป็นสถานสงเคราะห์สำหรับเด็กเร่ร่อน หากแต่ความพยายามของเธอล้มเหลวเมื่อพบว่าเด็กหลายต่อหลายคน หลายต่อหลายรุ่น กระโจนหนีออกมาทุกครั้งที่พวกเขาพบว่าตัวเองกำลังถูกพากลับไปยังโลกในกฎระเบียบอีกหน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-248b74"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1733759361_637104-the101world-1200x800-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราเป็นคนคาดหวังกับเด็กเยอะ อยากให้เขาไปเรียนหนังสือในโรงเรียน และเคยเอาเด็กๆ เข้าไปอยู่ศูนย์เมอร์ซี่ เพื่อให้เขาเรียนหนังสือ แต่สุดท้าย เด็กๆ เหล่านี้ก็จะหนีออกมา</p>



<p>“บางทีพวกเขาไม่อยากคิดอะไรเยอะ มันทำให้เราคิดว่าถ้าเรามัวแต่เราให้เขาเข้าไปเรียนในระบบโดยที่ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรในชีวิต มันคงไม่ได้ผล เราเลยเปลี่ยนวิธีการทำงาน คือถามว่าพวกเขาต้องการอะไร แล้วเราจะเสริมให้&nbsp;แล้วส่วนใหญ่พวกเขาอยากทำงานรับจ้าง รับจ้างทำอะไรก็ได้เลย ดังนั้น ถ้าเป็นเด็กโตหน่อยเราก็อาจพาเขาไปสมัครงาน ให้เขาเลี้ยงดูตัวเองได้ หรือถ้ามีอาชีพแล้วแต่ยังไม่มีรายได้มากพอจะจ่ายค่าที่พัก ห้องเช่า ศูนย์เมอร์ซี่ก็สนับสนุนเงินให้ในช่วงเดือนแรกๆ หลังจากนั้นเมื่อเด็กมีงานทำ มีรายได้ เด็กก็จะดูแลตัวเองได้” นริศราภรณ์อธิบาย</p>



<p>‘อ้วน’ เป็นเด็กหนุ่มวัย 16 ที่ออกมาอยู่ใต้สะพานพุทธ ที่พักของเขากับครอบครัวคือพื้นที่ตั้งแต่ใต้สะพานไปจนถึงสวนสาธารณะใกล้เคียง “ผมรู้จักกับครูเขาตั้งแต่อนุบาลสองเลย” เขายิ้ม ชีวิตการศึกษาในระบบของอ้วนเดินทางมาไกลถึงชั้นมัธยมปีที่สาม ก่อนจะสะบั้นลงเมื่อครอบครัวไม่มีกำลังส่งให้เขาเรียนต่อ “ครูนางเลยให้ผมเรียนออนไลน์ ช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการเรียนต่างๆ ให้ด้วย”</p>



<p>อ้วนเป็นไม่กี่คนที่ยังกัดฟันศึกษาไม่ปล่อย “จริงๆ ก็อยากเรียนในระบบนะ แต่ไม่มีเงินแล้ว ครูเขาก็บอกว่าเราต้องเรียนหนังสือ” อย่างไรก็ดี การศึกษาของอ้วนในโลกอินเตอร์เน็ตนั้นกว้างขวาง เขาเรียนวิชาสามัญอย่างที่ ‘ครูนาง’ แนะนำ ควบคู่กันกับเปิดวิดีโอสอนการตัดต่อ ถ่ายทำคลิปวิดีโอจากเว็บไซต์ยูทูบ “ผมอยากเป็นยูทูเบอร์น่ะ” เขาว่า “หรือไม่ก็แคสต์เกมอะไรก็ได้”</p>



<p>“ถ้าไม่มีครูเขาช่วยไว้ ผมคงไม่ได้เรียนหรอก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4eeea2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1733759407_179304-the101world-1200x800-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำรวจให้ลึกลงไปในแง่รายละเอียด ความยากของงาน ‘ครูข้างถนน’ ไม่ใช่แค่การประคับประคองเด็กๆ ในแต่ละวัน แต่มันยังหมายถึงการคุ้มครองและปกป้องพวกเขาจากอันตรายอื่นๆ ด้วย “กลุ่มวัยรุ่นที่เป็นเด็กผู้หญิงก็น่าหนักใจ เพราะเสี่ยงเรื่องตั้งครรภ์ไม่พร้อม เด็กบางรายต้องพาไปฝังเข็มคุมกำเนิด พาไปพัฒนาทักษะด้านต่างๆ รวมทั้งการอบรมการตั้งครรภ์ไม่พร้อม โรคติดต่อและเรื่องยาเสพติด ส่วนใครที่ตั้งครรภ์ไปแล้ว เราก็ช่วยเขาเรื่องการดูแลลูก หาห้องเช่าให้เขาอยู่เพื่อให้เขาปลอดภัย”</p>



<p>“ยากนะ” นริศราภรณ์ว่า “เพราะพอเขาออกมาใช้ชีวิตเองในพื้นที่นี้โดยที่ส่วนใหญ่ก็ใช้ชีวิตอิสระ ไม่มีผู้ปกครอง ก็อาจจะถูกคนแสวงหาผลประโยชน์หลายๆ ด้าน ทั้งทางเพศ ค้ามนุษย์และความรุนแรง เพราะฉะนั้น การดูแลและฟื้นฟูเด็กคนหนึ่งเพื่อให้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีกฎระเบียบอย่างในมูลนิธิจึงเป็นเรื่องยากมาก ไม่ว่าจะบ้านหน่วยงานรัฐ บ้านมูลนิธิหรือ NGO พวกเขาจะอยู่ได้ไม่ทนเพราะสถานที่เหล่านั้นมีกฎระเบียบ แล้วสักพักเขาก็จะออกมาข้างนอกเหมือนเดิม”</p>



<p>ใกล้ๆ กันนั้น เด็กหนุ่มคนหนึ่งส่งยิ้มมาให้ เป็นยิ้มสุภาพและซุกซนอย่างที่มักเห็นในเด็กวัยเท่าเขา วัดจากท่ายืนพิงมอเตอร์ไซค์กลางเก่ากลางใหม่ นิ้วคีบบุหรี่กับสัมภาระเล็กน้อยกองตรงข้อเท้า คะเนคร่าวๆ ว่าไม่ใช่เด็กหน้าใหม่ของย่านสะพานพุทธ</p>



<p>“ออกมาอยู่เองตั้งแต่ปี 2555 น่ะพี่” เขาบอกหลังแนะนำชื่อเสียงเรียงนามตัวเองว่า ‘โฟร์’ “ออกมาเองเลย อยู่ข้างนอกมันสบายดี อิสระ อยู่บ้านนี่ยังไงก็โดนด่าโดนว่าประจำ ไม่มีผมในบ้านเขาก็ไม่เครียดอะไรหรอก”</p>



<p>พยักเพยิดไปทาง ‘ครูนาง’ ที่อยู่ในชีวิตเขามานานกว่าครึ่ง อาจจะมากกว่าพ่อแม่ของตัวเองด้วยซ้ำไป “ผมมาอยู่ใต้สะพานพุทธนี่แหละเลยเจอครูเขา อยู่กับเขาก็สบายใจดีนะ อะไรไม่รู้เราก็ถาม ไม่สบายใจก็ปรึกษา”</p>



<p>โฟร์ออกจากระบบการศึกษาตั้งแต่ประถมปีที่สองหลังพบว่ากฎระเบียบและเงื่อนไขต่างๆ รัดรึงเขามากไป เด็กชายคว้ากระเป๋าหนึ่งใบ เดินตามเพื่อนออกมาจากบ้านและไม่หวนกลับไปอีกเลย ชีวิตข้างถนนของเขาเรียบง่าย หลับนอนและกินอยู่ใต้สะพาน ออกไปรับจ้างขนของเพื่อหารายได้รายวัน&nbsp;</p>



<p>“ตอนนั้นผมไม่ชอบเรียนหนังสือ ไม่ชอบเลย”</p>



<p>“แล้วตอนนี้ล่ะ”</p>



<p>คนถูกถามนิ่งคิดไปหลายอึดใจ แล้วตอบ รอยยิ้มแบบเด็กหนุ่มระบายติดบนใบหน้า “ก็อยากเรียนเหมือนกัน แค่ว่ามันไม่ทันแล้ว” เขาว่า “แต่ผมก็ไม่ได้เสียดายอะไร อยู่ที่นี่ก็สบายดี มีอิสระ&nbsp;</p>



<p>“การงานก็ไม่เป็นไร เราเลือกไม่ได้มากหรอกพี่ ของแบบนี้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-20b26f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1733759446_931499-the101world-1200x800-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับนริศราภรณ์ เด็กจะเรียนหรือไม่เรียน จะอยู่ในระบบการศึกษาหรือไม่ได้อยู่ อย่างน้อยพวกเขาต้องหาเลี้ยงตัวเองด้วยอาชีพสุจริตให้ได้ “เราคิดว่ากลุ่มเด็กๆ ที่เราดูแลพวกเขา หลายรายก็เติบโตไปมีอาชีพสุจริต เลี้ยงดูตัวเองได้ หลายรายมาแต่ตัวโดยไม่รู้ว่าตัวเองได้รับการแจ้งเกิดหรือไม่ จนสุดท้าย เขามีบัตรประชาชน มีครอบครัว มีลูกที่ได้รับการศึกษาโดยที่ตัวเขาเองไม่ได้รับการศึกษาน่ะ มันเหมือนว่าพอเราช่วยเขาแล้ว มันทำให้เขาหลุดจากวงจรการเร่ร่อนได้”</p>



<p>แน่แท้ว่าเธอตระหนักดีว่าเรี่ยวแรงที่เธอลงไปกว่า 20 ปีนั้นไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาหรือรากฐานของการมีเด็กเร่ร่อน หากแต่มันก็เป็นสิ่งที่ ‘ต้องทำ’ ถอยไม่ได้ น้อยไปกว่านี้ไม่ได้</p>



<p>“นโยบายรัฐต้องทำงานตั้งแต่เรื่องครอบครัว สิ่งที่เราทำมันปลายทางแล้ว รัฐจึงต้องดูแลตั้งแต่ครอบครัว ป้องกัน เพราะปลายทางมันทำงานยาก กว่าจะให้เด็กได้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นมันยาก” เธอว่า “เราเป็นครูนอกระบบ เป็นครูไม่มีขั้น เรียกร้องอะไรไม่ได้หรอก แต่ก็อยากให้หน่วยงานรัฐรับรู้ว่ายังมีคนบางกลุ่มที่ยังมาช่วยเหลือเด็กๆ ที่ใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะอยู่ อยากให้รัฐมองเห็นว่ายังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือเยาวชนกลุ่มนี้”</p>



<p>แดดคลายจัดจ้าลงไปบ้างแล้วตอนที่เด็กคนหนึ่งแกะถุงกับข้าวที่ ‘ครูนาง’ หยิบมาฝาก เธอเทแกงลงถุง ใครอีกคนช่วยเธอจัดวางกับข้าวอื่นๆ เทลงจาน อีกคนขยับล้อมวงเข้ามาใกล้ แล้วมื้อเย็น -ระหว่างครูคนหนึ่งกับเด็กๆ เร่ร่อน- ก็เริ่มต้นขึ้น เช่นเดียวกับบทสนทนาที่ถามไถ่ความเป็นอยู่ของเยาวชน ชีวิต ความฝันและวันพรุ่งนี้ของพวกเขาจากนริศราภรณ์ อย่างที่เธอถามไถ่มาตลอดร่วมยี่สิบปี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-13df14"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1733759521_023036-the101world-1200x800-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ The101.world</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/drop-out-kids/">‘ครูข้างถนน’ แสงสุดท้ายของเด็กเร่ร่อนใต้สะพานพุทธ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
