<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คณะรัฐมนตรี | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 15 Jan 2022 07:57:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>คณะรัฐมนตรี | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ครม.เห็นชอบแผนการใช้เงิน กสศ. ปี 2566 วงเงิน 7,590 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-budget-eef-2566-150122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 Jan 2022 07:57:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[คณะรัฐมนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรศุลี ไตรสรณกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50502</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครม.เห็นชอบแผนการใช้เงิน กสศ. ปี 2566 วงเงิน 7,590 ล้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-budget-eef-2566-150122/">ครม.เห็นชอบแผนการใช้เงิน กสศ. ปี 2566 วงเงิน 7,590 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ครม.เห็นชอบแผนการใช้เงิน กสศ. ปี 2566 วงเงิน 7,590 ล้านบาท ตามที่บอร์ด กสศ.เสนอ เน้นลงทุนพัฒนาคุณภาพครู-โรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ลดผลกระทบโดยตรงแก่เด็กยากจนฉับพลันจากโควิด-19 ไม่ให้หลุดออกจากระบบ และเพิ่มโอกาสเรียนต่อระดับสูง หลังจากนี้สำนักงบประมาณจะพิจารณาในวาระต่อไป</strong></p>



<p><strong>น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า </strong>คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแผนการใช้เงินของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ประจำปีงบประมาณ 2566 ในกรอบวงเงินงบประมาณจำนวน 7,590.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2565 จำนวน 1,938.05 ล้านบาท เพื่อ กสศ.จะได้จัดทำรายละเอียดคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ 2566 เสนอสำนักงบประมาณพิจารณาต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-54f57c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/01-ผลงาน-กสศ_04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นพ.สุภกร บัวสาย รักษาการผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2564 คณะกรรมการบริหาร กสศ.มีมติเห็นชอบแผนการใช้เงินของ กสศ.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ในกรอบวงเงินงบประมาณ จำนวน 7,590.34 ล้านบาท และให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ท่ามกลางปัจจัยสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศไทยอย่างรุนแรง เนื่องจากการว่างงานถาวรและการว่างงานชั่วคราวของผู้ปกครอง ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยของครอบครัวเด็กและเยาวชนกลุ่มยากจนพิเศษลดลงเหลือ 1,094 บาทต่อเดือน เมื่อเทียบกับ 1,159 บาทต่อเดือน ช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 จนเกิดปรากฏการณ์ยากจนฉับพลัน ส่งผลให้นักเรียนกลุ่มยากจนพิเศษมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยในภาคเรียนที่ 1/2564 มีจำนวนถึง 1,244,591 คน สูงสุดนับแต่ปีการศึกษา 2561 หรือเพิ่มขึ้น 250,163 คน หรือร้อยละ 20 เทียบกับภาคเรียนที่ 1/2563 ที่ยังไม่มีการระบาดของโควิด-19&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ca38a6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/06-งบประมาณ-2566-08.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นพ.สุภกร บัวสาย รักษาการผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นพ.สุภกรกล่าวว่า สำหรับแผนการใช้เงินที่ ครม.เห็นชอบดังกล่าว ประกอบด้วย 9 แผนงานภายใต้กรอบวงเงินจำนวน 7,590,344,800 บาท เพิ่มขึ้นจากกรอบวงเงินตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 1,938,057,400 บาท หรือร้อยละ 34.29 (ปี 2565 กสศ.ได้รับจัดสรรงบประมาณจำนวน 5,652,287,400 บาท) เป็นการเพิ่มขึ้นจากการให้ทุนการศึกษาในระดับที่สูงกว่าการศึกษาขั้นพื้นฐาน<strong>ในสายครู สายอาชีพ รวมถึงด้านสาธารณสุขที่ขาดแคลน เช่น หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล หลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์</strong> (งบประมาณมีลักษณะผูกพันสะสม ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบไว้ตั้งแต่ปี 2562) ซึ่งที่ผ่านมาเด็กยากจนมีโอกาสเข้าเรียนต่อระดับสูงกว่าชั้นมัธยมปลายเพียงแค่ 7 % นอกจากนี้ยังเป็นงบประมาณในส่วนของการยกระดับคุณภาพครูและโรงเรียนในพื้นที่ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a1b07c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/06-งบประมาณ-2566-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นพ.สุภกรกล่าวว่า โจทย์ความเหลื่อมล้ำมีปมผูกกับปัญหาเศรษฐกิจและสังคมสะสมมายาวนาน เมื่อมีผลกระทบจากโควิด-19 เข้ามาซ้ำเติม ยิ่งทำให้ปัญหาขยายกว้างมากขึ้น ในปีงบประมาณ 2566 คณะกรรมการบริหาร กสศ.จึงเน้นการทำงานเพื่อเกิดผลผลิตสำคัญใน 3 กลุ่ม ได้แก่ </p>



<p><strong>1) ช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายนักเรียนยากจนพิเศษโดยตรง ด้วยทุนเสมอภาค </strong>รวมจำนวน 1,342,256 คน <strong>ในอัตรา 3,000 บาท/คน/ปีการศึกษา ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำมาก แต่มุ่งหวังเพื่อบรรเทาปัญหาให้กับครอบครัวยากลำบากร้อยละ 15 ล่างสุดของประเทศ แม้มีมาตรการเรียนฟรี 15 ปี แต่ก็ยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและค่าครองชีพที่สูงขึ้น จนต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยในปีงบประมาณ 2566 กสศ.ได้ขยายกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมกลุ่มนักเรียนอนุบาล และ ม.ปลายที่เข้าเกณฑ์ยากจนและยากจนพิเศษมากกว่า 240,000 คน </strong></p>



<p>นอกจากนี้ยังช่วยเหลือสนับสนุนให้ศึกษาต่อในระดับชั้นที่สูงกว่าการศึกษาภาคบังคับ จำนวน 8,983 คน ขณะที่เยาวชนและแรงงานที่อยู่นอกระบบการศึกษาได้รับการช่วยเหลือตามความจำเป็นหรือสนับสนุนให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและได้รับการพัฒนาทักษะวิชาชีพที่เหมาะสม จำนวน 25,000 คน </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c593ab"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/06-งบประมาณ-2566-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>2) สนับสนุนการปฏิรูประบบการศึกษา ผ่านการพัฒนาคุณภาพครูและหน่วยจัดการเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบการศึกษา</strong> ครอบคลุมครูหรือนักศึกษาครูจำนวน 23,983 คน และโรงเรียน 750 แห่ง </p>



<p>และ <strong>3) แก้ไขบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด- 19</strong> ฟื้นฟูสภาวะถดถอยของกลุ่มเป้าหมายเพื่อลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนทุนเสมอภาค กลุ่มรอยต่อ ใน 4 ระดับชั้น อนุบาล 3 ป.6 ม.1 และ ม.6 และสร้างต้นแบบหน่วยจัดการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบที่ด้อยโอกาส </p>



<p><strong>“</strong>ในสถานการณ์ที่ทรัพยากรภาครัฐไม่เพียงพอ ในปีงบประมาณ 2565 กสศ.ถูกตัดงบประมาณจากที่คณะกรรมการบริหาร กสศ.เสนอไปจำนวน 2 ครั้ง ประมาณ 1,980 ล้านบาท หรือ 26% ของที่คณะกรรมการบริหาร กสศ.เสนอคณะรัฐมนตรีไป ทำให้ กสศ.ต้องระดมรับบริจาคเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือเด็กที่เดือดร้อนอีกจำนวนมาก ซึ่งเกินกำลังงบประมาณที่ กสศ.ได้รับการจัดสรร </p>



<p>โดยในปี 2564 กสศ.ได้รับเงินบริจาคจากบุคคลสาธารณะหลายท่าน ประชาชนกว่า 20,000 คน และหน่วยงานภาคเอกชนมากกว่า 200 องค์กร ที่ร่วมกับ กสศ.สนับสนุนทรัพยากรทั้งในรูปแบบเงินบริจาค จิตอาสา ความรู้ ความเชี่ยวชาญ โดยนำไปริเริ่มกิจกรรม/โครงการช่วยเหลือฉุกเฉินเร่งด่วนให้กับกลุ่มเป้าหมายในช่วงวิกฤตโควิด-19 เช่น เด็กกำพร้า ขาดแคลนอาหาร รวมเป็นเงินบริจาคราว 48 ล้านบาท และยังได้ประสานเสนอโครงการไปยังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ตามที่กฎหมาย กสศ.ระบุไว้ในมาตรา 6(4) เกี่ยวกับเงินรายได้ ของ กสศ. เมื่อกุมภาพันธ์ 2564 แต่ยังอยู่ระหว่างติดตามความคืบหน้าอยู่”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1e2dd9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/06-งบประมาณ-2566-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ที่ปรึกษาเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร โรงเรียนพื้นที่เกาะ</strong> กล่าวว่า กสศ.เป็นส่วนเติมเต็มการจัดการศึกษาอย่างถูกที่ถูกจุด โดยเฉพาะเป้าหมายแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาทั้งในมิติ “โอกาส” และ “คุณภาพ” โดยหน่วยงานหลักอาจยังทำด้านคุณภาพไม่ลึกเท่าไหร่ หรือบางพื้นที่จะมีข้อจำกัดทำให้หน่วยงานไม่สามารถทำงานปฏิรูปได้อย่างเต็มที่ </p>



<p>กสศ.จึงมีบทบาทสำคัญ ทั้งช่วยคิดริเริ่มและทดลอง ประยุกต์ใช้กับโรงเรียน ชุมชน หมู่บ้านมากขึ้น ตรงนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี รัฐบาลได้เห็นความสำคัญที่จะเพิ่มผู้เล่นในระบบการพัฒนาคุณภาพการศึกษา นอกจากจะให้กระทรวงศึกษาธิการทำหน้าที่หลักแล้ว ยังมีกระทรวงอื่นหรือองค์กรอื่น เช่น กสศ.เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วย <strong>ซึ่งการทำงานที่ผ่านมา กสศ.มีบุคลากรประจำราว 100 คน เน้นดำเนินงานผ่านเครือข่ายครูและโรงเรียนทั่วประเทศ งบประมาณ กสศ.จึงส่งตรงไปสู่กลุ่มเป้าหมายและกิจกรรมในพื้นที่โดยตรง</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e6b0f1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/06-งบประมาณ-2566-09.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี<br>ที่ปรึกษาเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร โรงเรียนพื้นที่เกาะ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราจะเห็นว่าในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา กสศ.ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในหลายมิติ ประเด็นแรกคือการสร้างความตระหนักให้กับสังคมในวงกว้าง จากเดิมที่แนวคิดของหน่วยงานทางการศึกษาจะมองว่าช่วงการระบาดต้องปิดโรงเรียนก่อน แต่หน่วยงานที่ออกมาพูดว่าการปิดโรงเรียนเป็นความสูญเสีย หน่วยงานแรกคือ กสศ.ที่ออกมาสร้างความตระหนักว่ามันจะเกิดความรู้ถดถอย หรือ Learning Loss ทำให้โรงเรียนหลายโรงเริ่มลุกขึ้นมาคิดว่าไม่ใช่แค่ปิดโรงเรียนก่อนแล้วจะดี </p>



<p>ประเด็นถัดมาคือเรื่องแนวทางการออกแบบการจัดการเรียนรู้ สำหรับเด็กกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ กสศ.และเครือข่ายโรงเรียนเข้ามาเติมเต็มสร้างนวัตกรรม เครื่องมือการเรียนการสอนเพิ่มเติม รวมถึงพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครการศึกษาเข้าไปช่วยเหลือเด็กๆ ในพื้นที่ ทั้งกลุ่มศิษย์เก่า ผู้นำชุมชน ผู้ปกครอง ผู้นำศาสนา นักศึกษาหรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ นี่เป็นสิ่งที่ กสศ.เติมเต็มในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 นอกจากนี้ กสศ.ยังออกมาจุดประเด็นเรื่องการเฝ้าระวังเด็กหลุดจากระบบ กสศ.ตระหนักถึงปัญหานี้และพยามติดตั้งเครื่องมือวางยุทธศาสตร์ ดึงให้เด็กๆ กลับเข้ามาในระบบการศึกษา” ดร.ศุภโชคกล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-budget-eef-2566-150122/">ครม.เห็นชอบแผนการใช้เงิน กสศ. ปี 2566 วงเงิน 7,590 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม. มีมติรับทราบรายงานการปฏิบัติงานของ กสศ. ประจำปี 2563 เตรียมเสนอต่อที่ประชุมสภาฯ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-08-04-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Apr 2021 04:59:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[คณะรัฐมนตรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=28768</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-08-04-21/">ครม. มีมติรับทราบรายงานการปฏิบัติงานของ กสศ. ประจำปี 2563 เตรียมเสนอต่อที่ประชุมสภาฯ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เสนอรายงานประจำปี 2563 ของ กสศ. ซึ่งเป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 มาตรา 43 ที่บัญญัติให้กองทุนจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาเพื่อทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานการสอบบัญชีจากผู้สอบบัญชี (กสศ. ได้รับรายงานเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2564) และเปิดเผยให้ประชาชนทราบในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของกองทุนด้วย สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลการดำเนินงานของ กสศ. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 มีโครงการสำคัญสรุปได้ ดังนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">โครงการ – ผลการดำเนินงาน</span></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>1. โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา<br />
</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พัฒนาระบบการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาแบบบูรณาการในพื้นที่ 20 จังหวัดนำร่อง โดยสามารถช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายจำนวน 26,055 คน</span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-28775" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/a-4.jpg" alt="" width="864" height="539" /></p>
<p><b>2. โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (ทุนเสมอภาค) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563<br />
</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จัดสรรเงินช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวม 994,428 คน และให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จำนวน 753,996 คน</span></p>
<p><b>3. โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง<br />
</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วยเหลือเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาและประกอบอาชีพตามความถนัดและศักยภาพของตนเอง ซึ่งมีนักศึกษาได้รับทุน 4,588 คน ใน 66 สถาบันการศึกษาสายอาชีพทั่วประเทศ</span></p>
<p><b>4. โครงการทุนพัฒนาเต็มศักยภาพสายอาชีพ ?ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ?<br />
</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนที่มีผลการเรียนดี มีความสามารถพิเศษ และมีเจตคติที่ดีต่อสายอาชีพ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก 38 คน</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28777" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/b-3.jpg" alt="" width="864" height="539" /></p>
<p><b>5. โครงการสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลเป็นครูรุ่นใหม่ เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชน (ครูรัก(ษ์)ถิ่น)<br />
</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลิตและพัฒนาครูรุ่นใหม่บรรจุในพื้นที่ห่างไกลที่เป็นภูมิลำเนาของตนเอง รุ่นที่ 1 โดยมีเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส ได้รับทุนการศึกษาเพื่อศึกษาต่อในคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ 328 คน ครอบคลุมพื้นที่ 45 จังหวัด</span></p>
<p><b>6. โครงการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน<br />
</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่งเสริม สนับสนุน ประชากรวัยแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และผู้ด้อยโอกาสที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้มีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพตามความถนัดและศักยภาพของตน มีผู้เข้าร่วมโครงการ 9,056 คน ใน 51 จังหวัด</span></p>
<p><b>7. โครงการสนับสนุนการพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษา<br />
</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พัฒนาครูให้สามารถจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับผู้เรียนที่เป็นเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา และให้ผู้เรียนมีทักษะในการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับความถนัด รวมถึงการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 สามารถช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายได้ 35,140 คน</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28776" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/c-1.jpg" alt="" width="864" height="539" /></p>
<p><b>8. โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง<br />
</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สนับสนุนให้ 834 โรงเรียน ที่เข้าร่วมโครงการเกิดกระบวนการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบ Active learning ที่จะส่งผลให้ผู้เรียนเกิดทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยมีครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนา 19,660 คน และนักเรียนได้รับโอกาสพัฒนาศักยภาพ 194,600 คน</span></p>
<p><b>9.โครงการวิจัยและนวัตกรรมด้านการศึกษา<br />
</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง กสศ. โดยในปี 2563 มีการวิจัยนวัตกรรมด้านการศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้ 23 โครงการ</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-08-04-21/">ครม. มีมติรับทราบรายงานการปฏิบัติงานของ กสศ. ประจำปี 2563 เตรียมเสนอต่อที่ประชุมสภาฯ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม.ไฟเขียวปรับค่าอาหารกลางวันตั้งแต่เด็กเล็ก-ป.6 ในอัตรา 21 บาท</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-09-02-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Feb 2021 04:38:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[สถ.]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[คณะรัฐมนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[สช.]]></category>
		<category><![CDATA[อนุชา บูรพชัยศรี]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองพัทยา]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[อว.]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=27098</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 9  ก.พ. 2564  การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-09-02-21/">ครม.ไฟเขียวปรับค่าอาหารกลางวันตั้งแต่เด็กเล็ก-ป.6 ในอัตรา 21 บาท</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27100" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/18-ครม.ไฟเขียว-ปรับค่าอาหารกลางวันนักเรียน_th.jpg" alt="" width="864" height="454" /></p>
<p><b>เมื่อวันที่ 9  ก.พ. 2564  การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบในหลักการของการปรับค่าอาหารกลางวันของนักเรียน</b></p>
<p><strong>นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong> เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการของการปรับค่าอาหารกลางวันของนักเรียนเพิ่มอีกร้อยละ 5 เป็นอัตราละ 21 บาท/คน/วัน ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565</p>
<p>สำหรับโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งมีจำนวนโรงเรียน 49,861 โรงเรียน และจำนวนนักเรียน 5,894,420 คน งบประมาณทั้งสิ้น 25,436,304,000 ล้านบาท ซึ่งจะแบ่งอุดหนุนให้<strong>องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)</strong> 23,561,921,200 ล้านบาท และจัดสรรให้สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำหรับนักเรียนเอกชนอีก 1,874,382,800 บาท</p>
<p>นายอนุชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ค่าอาหารกลางวันของนักเรียนครั้งนี้ปรับเพิ่มเฉลี่ยร้อยละ 5 เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่าย และค่าวัตถุดิบในการประกอบอาหารที่มีราคาสูงขึ้น และคำนึงถึงปริมาณและคุณค่าทางโภชนาการในการประกอบอาหารกลางวันให้แก่นักเรียน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการปรับค่าอาหารกลางวันของนักเรียนอัตราใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ และจะทันต่อการเปิดเทอมครั้งที่ 2 ในปีการศึกษา 2564 ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ด้วย</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27101" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/18-ครม_0.ไฟเขียว-ปรับค่าอาหารกลางวันนักเรียน_Ph.jpg" alt="" width="864" height="575" /></p>
<p>ทั้งนี้ ตามมติครม.เห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้รับจัดสรรงบประมาณเป็นค่าอาหารกลางวัน ปรับมาใช้ในอัตราดังกล่าวด้วยเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียนดังกล่าว มีค่าบริหารจัดการในการประกอบอาหารในสัดส่วนที่เพียงพอที่หน่วยงานจะสามารถบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียนให้มีคุณภาพ มีความคุ้มค่า และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p>โดยแต่ละหน่วยงานสามารถบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสมสอดคล้องกับขนาดโรงเรียนและจำนวนนักเรียนในขั้นตอนการบริหารงบประมาณ</p>
<p>การขอปรับค่าอาหารกลางวันของนักเรียนในครั้งนี้ จะมีผลต่อภาระงบประมาณรายจ่ายประจำเพิ่มสูงขึ้น และสัดส่วนเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีความคุ้มค่า โดยคำนึงถึงความเสมอภาคตามความจำเป็นของกลุ่มเป้าหมายในทุกสังกัด และความซ้ำซ้อนกับการจัดสวัสดิการของรัฐในกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน เห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาการใช้จ่ายให้ครอบคลุมจากทุกแหล่งเงิน</p>
<p>อาทิ ดอกผลของเงินกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา การสนับสนุนจากกองทุนเสมอภาคทางการศึกษา และรายได้/เงินสะสม ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาสมทบค่าอาหารกลางวันในส่วนที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการกำหนดแนวทางให้ชัดเจนในทุกขั้นตอนสำหรับการบริหารโครงการอาหารกลางวันให้มีคุณภาพทางโภชนาการ มีความปลอดภัย มีการวางแผนการผลิตทางการเกษตร เพื่อใช้ในทุกหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณค่าอาหารกลางวัน ตลอดจนให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในทุกมิติสำหรับการสนับสนุนโครงการดังกล่าวด้วย ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27102" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/18-ครม.ไฟเขียว-ปรับค่าอาหารกลางวันนักเรียน_Ph.jpg" alt="" width="864" height="575" /></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)</strong> เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติให้<strong>กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)</strong> และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งงบประมาณ พิจารณาปรับเพิ่มการเสนอขอจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 สำหรับโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน ให้แก่นักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวนโรงเรียน 51,637 โรงเรียน จำนวนนักเรียน 6,147,469 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2563) ค่าอาหารกลางวันที่เสนอเพิ่มขึ้นตามจำนวน และขนาดโรงเรียน จำนวน 200 วัน</p>
<p>สำหรับโรงเรียนในสังกัด สพฐ. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สถ. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และเมืองพัทยา และจำนวน 252 วัน</p>
<p>สำหรับโรงเรียนในสังกัด สถ. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และเมืองพัทยา ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เนื่องจากราคาวัตถุดิบและต้นทุนที่ใช้ในการประกอบอาหารมีราคาสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้อัตราค่าอาหารกลางวันที่รัฐบาลสนับสนุนอยู่ในปัจจุบันนั้นไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งการประกอบอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนจะต้องคำนึงถึงปริมาณและคุณค่าทางโภชนาการเป็นสำคัญ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-09-02-21/">ครม.ไฟเขียวปรับค่าอาหารกลางวันตั้งแต่เด็กเล็ก-ป.6 ในอัตรา 21 บาท</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สุภัทร จำปาทอง ดำรงตำแหน่งปลัดศธ.คนใหม่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/090920-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Sep 2020 11:06:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[คณะรัฐมนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[อำนาจ วิชยานุวัติ]]></category>
		<category><![CDATA[สุภัทร จำปาทอง]]></category>
		<category><![CDATA[อัมพร พินะสา]]></category>
		<category><![CDATA[สุเทพ แก่งสันเทียะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=21179</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2563  อนุมัต [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/090920-2/">สุภัทร จำปาทอง ดำรงตำแหน่งปลัดศธ.คนใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21183" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-2.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-2.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-2-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-2-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-2-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><strong>การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2563  อนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้งข้าราชการ ประเภทบริหารระดับสูง เพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียน และทดแทนตำแหน่งที่ผู้ครองตำแหน่งอยู่เดิมจะเกษียณอายุราชการ จำนวน 4 ราย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง  เป็นต้นไป</strong></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21184" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-4.jpg" alt="" width="864" height="694" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-4.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-4-300x241.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-4-768x617.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-4-750x602.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;">นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสภาการศึกษา</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">นายสุเทพ แก่งสันเทียะ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา</span></li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>สำหรับประวัติของปลัดกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ คุณสุภัทร จำปาทอง </strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เกิดเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2505  ประวัติการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน (รุ่นที่ 22)  สถ.บ. (สถาปัตยกรรม) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (รุ่นที่ 9)   ร.ม. (บริหารรัฐกิจ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (EPA รุ่นที่ 12)</span><span style="font-weight: 400;">ปร.ด. (รัฐประศาสนศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง (รุ่นที่ 5)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประวัติรับราชการ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (มี.ค. 2556)  ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ธ.ค. 2557) </span><span style="font-weight: 400;">รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (ม.ค. 2558) รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ต.ค. 2558) เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (ต.ค. 2559) เลขาธิการสภาการศึกษา (ธ.ค. 2561 – ก.ย. 2563)</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/090920-2/">สุภัทร จำปาทอง ดำรงตำแหน่งปลัดศธ.คนใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รับการเปลี่ยนแปลงวันเปิดเทอม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/5284-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jun 2020 04:42:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ครม.]]></category>
		<category><![CDATA[คณะรัฐมนตรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=15434</guid>

					<description><![CDATA[<p>นับถอยหลังก่อนถึงวันเปิดภาคเรียนใหม่ของนักเรียนหลายๆคน  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/5284-2/">รับการเปลี่ยนแปลงวันเปิดเทอม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-15436" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb2.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb2.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb2-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb2-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb2-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับถอยหลังก่อนถึงวันเปิดภาคเรียนใหม่ของนักเรียนหลายๆคน  ซึ่งปีนี้ ได้เลื่อนเปิดภาคเรียนมาเป็นวันที่ </span><span style="font-weight: 400;">1 </span><span style="font-weight: 400;">กรกฎาคม อันสืบเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นการเปิดภาคเรียนที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่าที่ยังไม่สงบ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)  เมื่อวันที่ 2</span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการจึงได้รายงานเรื่อง</span><b>การเตรียมความพร้อมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก่อนการเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2563</b><span style="font-weight: 400;"> ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) ให้ครม.รับทราบ  ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจหลายประการ  </span><b>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</b><span style="font-weight: 400;"> (กสศ.) จึงขอนำมาเสนอ</span><span style="font-weight: 400;">กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)  เห็นสมควรกำหนดแนวทางการดำเนินการเตรียมความพร้อมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) ดังนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>1. ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong></p>
<ul>
<li><b>1.1 การนับเวลาเรียน</b><span style="font-weight: 400;"> ให้เริ่มนับเวลาเรียน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป และนับรวมเวลาเรียนที่สถานศึกษาบริหารจัดการด้วยวิธีการใดๆ เพื่อเปิดสอนชดเชยให้ครบตามโครงสร้างเวลาเรียน ก่อนเริ่มเรียนตามตารางสอนทางไกลในแต่ละวัน ให้มีการรายงานตัวว่ามีความพร้อมที่จะเรียนในแต่ละวิชา ตามวิธีการของแต่ละโรงเรียน ซึ่งต้องมีการชี้แจงและนัดหมายผู้ปกครองและนักเรียนให้เข้าใจ และการนับจำนวนเวลาเรียนของแต่ละวิชา ให้นับจำนวนชั่วโมงที่เรียนจริงตามตารางสอนและกิจกรรมหรืองานใดๆ หากจะนับเป็นเวลาเรียน ต้องกำหนดในตารางสอน หรือเอกสารอื่นที่ระบุไว้อย่างชัดเจน</span></li>
<li><b>1.2 การสอนชดเชย</b><span style="font-weight: 400;"> การจัดการเรียนการสอนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งจะต้องมีการสอนชดเชย</span><b>สืบเนื่องจากการเลื่อนการเปิดภาคเรียน สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการได้ตามบริบท และความเหมาะสม หรืออาจจะใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือใช้หลายวิธีร่วมกัน</b><span style="font-weight: 400;">เช่น หากจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียน อาจเพิ่มจำนวนเวลาเรียนในแต่ละวัน และหรือเพิ่มการเรียนในวันหยุด หากจัดการเรียนการสอนทางไกล ต้องกำหนดตารางสอนให้ชัดเจน เพื่อนำมานับชั่วโมงการเรียนได้ และเลือกมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่สามารถวัดและประเมินผลได้จริง คำนึงถึงบริบทของนักเรียนที่บ้านและความพร้อมของผู้ปกครอง หรือเป็นการจัดการเรียนการสอนแบบผสมที่ผสมผสานหลายช่องทาง หรือหลากหลายวิธีสอน จะต้องกำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ สอดคล้องกับเวลาในตารางสอน เช่น มอบหมายให้นักเรียนทำโครงงาน หรือแก้โจทย์ปัญหาที่ท้าทาย แล้วส่งไฟล์งานทางออนไลน์ หรือช่องทางอื่น ๆ ที่สะดวก การจัดการเรียนการสอน โดยครูกำหนดประเด็นหรือหัวข้อให้นักเรียนไปศึกษาล่วงหน้า พร้อมทั้ง ให้แหล่งข้อมูล จากนั้น นัดหมายเวลามาอภิปราย ถกแถลง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น อาจจะมาพบกันที่โรงเรียนหรือผ่านออนไลน์ตามช่องทางที่สะดวก นอกจากนี้ สามารถนำการเรียนการสอน ในช่วงเวลาของการเตรียมความพร้อม หรือการปรับพื้นฐานการเรียนรู้ของนักเรียน ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ถึง วันที่ 30 มิถุนายน 2563 มาใช้เป็นแหล่งข้อมูลได้</span></li>
<li><b>1.3 การอนุมัติการจบการศึกษ</b><strong>า</strong><span style="font-weight: 400;"><strong>/การออกเอกสารหลักฐานการศึกษา</strong> เมื่อสถานศึกษาจัดการเรียนการสอนครบตามโครงสร้างเวลาเรียน และเกณฑ์การจบแต่ละระดับ </span><b>ให้อนุมัติการจบการศึกษา ภายในวันที่ 9 เมษายน 2564 กรณีนักเรียนมีผลการเรียนไม่สมบูรณ์ (ติด 0 ร มส) ให้สถานศึกษาสอนซ่อมเสริม และดำเนินการวัดและประเมินผลให้เสร็จสิ้น และอนุมัติการจบการศึกษา ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2564</b></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2. การจัดการเรียนการสอนทางไกลในสถานการณ์การ COVID-</strong><span style="font-weight: 400;"><strong>19</strong>  ได้กำหนดแนวทาง เป็น 4 ระยะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะนี้ได้ดำเนินการ</span><b>ระยะที่ 1 </b><span style="font-weight: 400;">เตรียมความพร้อมเสร็จสิ้นในวันที่ 17 พฤษภาคม 2563 และได้เริ่มการดำเนินการ</span><b>ระยะที่ 2</b><span style="font-weight: 400;"> การตรวจสอบความพร้อมการเรียนการสอนทางไกล ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายน 2563 ซึ่งจะนำผลที่ได้ไปพัฒนาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทางไกลต่อไป โดยใน</span><b>ระยะที่ 2 </b><span style="font-weight: 400;">นี้ทดลองจัดการเรียนการสอนทางไกลใน 2 รูปแบบ คือ เรียนผ่านทีวี (</span><span style="font-weight: 400;">On-Air) </span><span style="font-weight: 400;">และเรียนผ่านอินเทอร์เน็ตและแอปพลิเคชัน (</span><span style="font-weight: 400;">Online) </span><span style="font-weight: 400;">โดยมีการเปิดศูนย์รับฟังความคิดเห็นการเรียนการสอนทางไกลจากผู้ปกครอง ประชาชน และผู้เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ แนะนำช่องทางการเรียนทางไกลให้กับผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงพัฒนาเพื่อการดำเนินการใน<b>ระยะที่ 3</b> (1 กรกฎาคม – 30 เมษายน 2564) สำหรับ 2 สถานการณ์ ดังนี้  </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"><b>สถานการณ์ที่ 1 </b>กรณีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ไม่คลี่คลาย จะจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ด้วยระบบโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ระบบดิจิทัล ระบบดาวเทียม ระบบเคเบิลทีวี และระบบ IPTV จำนวน 15 ช่อง ซึ่งสามารถรับชมผ่านทางเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และ Youtube ช่อง DLTV ของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์ และเว็บไซต์ OBEC ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้อีกช่องทางหนึ่ง</span></li>
<li><b>สถานการณ์ที่ 2</b><span style="font-weight: 400;"> กรณีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) คลี่คลาย จะจัดการเรียนการสอนปกติในโรงเรียน โดยเว้นระยะห่างทางสังคม (</span><span style="font-weight: 400;">Social distancing) </span><span style="font-weight: 400;">และมีแผนเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ โดยจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>3. การวัดผลและประเมินผล</b><span style="font-weight: 400;"> กรณีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) </span><b>ไม่คลี่คลาย</b><span style="font-weight: 400;"> การวัดและประเมินผลในชั้นเรียน ควรดำเนินการดังต่อไปนี้</span></p>
<ul>
<li><b>3.1 การวัดและประเมินผลในระดับปฐมวัย</b> <b>ใช้วิธีการสังเกตพฤติกรรมการพูดคุย การซักถาม การตรวจสอบชิ้นงาน</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นต้น ครูผู้สอนจำเป็นต้องจัดทำแบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ แบบตรวจสอบรายการ และแบบประเมินพัฒนาการด้านต่างๆ ของผู้เรียน ประสานขอความร่วมมือจากผู้ปกครองให้เข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินพัฒนาการของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ทำความเข้าใจกับผู้ปกครองในการจัดส่งข้อมูลสารสนเทศผลการประเมินพัฒนาการหรือพฤติกรรมของผู้เรียนย้อนกลับให้ครูผู้สอนผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศในรูปแบบต่างๆ และสามารถไปตรวจเยี่ยมบ้านของเด็ก เพื่อประเมินและตรวจสอบพัฒนาการของเด็กได้อีกด้วย</span></li>
<li><b>3.2 การวัดและประเมินผลในระดับประถมศึกษา ใช้วิธีการและรูปแบบที่หลากหลายผสมผสานกันไป เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ การตรวจผลงาน การประเมินภาคปฏิบัติ การประเมินโดยใช้แฟ้มสะสมผลงาน และการทดสอบ</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นต้น ครูผู้สอนจัดทำเครื่องมือวัดและประเมินผล ให้ผู้เรียน เป็นผู้ส่งข้อมูลสารสนเทศ ผลการประเมินย้อนกลับให้ครูผู้สอน ประสานขอความร่วมมือจากผู้ปกครองให้เข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินผู้เรียน สามารถไปตรวจเยี่ยมบ้านของผู้เรียน เพื่อตรวจสอบและประเมินความสามารถของผู้เรียน มีการจัดทำตารางนัดหมายผู้เรียนเป็นกลุ่มเพื่อประเมินผล</span>การทำกิจกรรมร่วมกัน มีการใช้แบบทดสอบรูปแบบต่างๆ ในการวัดและประเมินผู้เรียนตามความเหมาะสม ในแต่ละระดับชั้น</li>
<li><b>3.3 การวัดและประเมินผลในระดับมัธยมศึกษา</b> <b>ใช้วิธีการและรูปแบบที่หลากหลายผสมผสานกันไป เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ การตรวจผลงาน การประเมินภาคปฏิบัติการประเมินโดยใช้แฟ้มสะสมผลงาน และการทดสอบ อาจมีทั้งการทดสอบโดยใช้ข้อสอบและกระดาษคำตอบ การทดสอบโดยใช้ระบบการสอบออนไลน์ การทดสอบโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นต้น ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สำหรับการบริหารจัดการทดสอบและประเมินผู้เรียน ดังนั้นในการวัดและประเมินผล ครูผู้สอนสามารถจัดระบบให้ผู้เรียนสามารถส่งข้อมูลสารสนเทศ ผลการประเมินย้อนกลับได้ด้วยตนเองไปให้ครูผู้สอน โดยใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (</span><span style="font-weight: 400;">E-Mail) </span><span style="font-weight: 400;">หรือช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ประสานขอความร่วมมือจากผู้ปกครองให้เข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินผู้เรียน สามารถไปตรวจเยี่ยมบ้านของผู้เรียนเพื่อประเมินและตรวจสอบความรู้ความสามารถของผู้เรียน จัดทำตารางนัดหมายผู้เรียนเป็นกลุ่มเล็กๆ เพื่อทำกิจกรรมการเรียนการสอนควบคู่กับการวัดและประเมินผล ทั้งที่สถานศึกษาและที่บ้านนักเรียน</span></li>
</ul>
<p><b>4. แนวทางการดำเนินงานและบริหารงบประมาณการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน</b><span style="font-weight: 400;"> ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 กระทรวงศึกษาธิการ โดยสพฐ. ได้จัดสรรงบประมาณ สำหรับภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน กิจกรรมการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบเงินอุดหนุน รายการค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้กับสถานศึกษาในการจัดกิจกรรมให้แก่นักเรียนตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน ในรายการค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่โรงเรียนจัดให้แก่นักเรียน ประกอบด้วย</span></p>
<ul>
<li><strong>1. กิจกรรมวิชาการ</strong></li>
<li><strong>2. กิจกรรมคุณธรรม จริยธรรม ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์</strong></li>
<li><strong>3. กิจกรรมทัศนศึกษา </strong></li>
<li><strong>4. กิจกรรมการบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร (ICT) </strong></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) ทำให้สถานศึกษาหลายแห่งไม่สามารถดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าวได้ และเพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินการจัดการเรียนการสอนทางไกลในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) ให้นักเรียนได้เรียนรู้พัฒนาความรู้ ความสามารถตามหลักสูตร จึงเห็นควรปรับแนวทางการดำเนินงานและบริหารงบประมาณการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 รายการ ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (เพิ่มเติม) ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)</span></p>
<p><b>สพฐ.จึงได้เพิ่มเติมแนวทางการดำเนินงานตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน </b><span style="font-weight: 400;">กิจกรรมการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบเงินอุดหนุน รายการค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน(เพิ่มเติม) คือ ให้สถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนทางไกลในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) เช่น วัสดุผลิตสื่อการเรียนการสอน ใบงาน แบบฝึกหัดและค่าใช้จ่ายในการติดตามและเยี่ยมบ้านนักเรียนที่เป็นค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นต้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>5. การบริหารจัดการสำหรับนักเรียนพิการและเด็กด้อยโอกาส</b></p>
<ul>
<li><b><b>5.1 นักเรียนพิการที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ <span style="font-weight: 400;">กระทรวงศึกษาธิการ โดยสพฐ.จัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนค่าอาหารนักเรียน ประจำ นักเรียนไป-กลับ ซึ่งระบุรายการในเอกสารงบประมาณว่าเป็น งบเงินอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป รายการเงินอุดหนุนค่าอาหารนักเรียนประจำ นักเรียนไป-กลับ โดยจัดสรรให้กับศูนย์การศึกษาพิเศษ มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดอาหารสำหรับเด็กพิการที่มารับบริการที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ 77 แห่ง ใน 77 จังหวัด แบบประจำ และไป-กลับ และหน่วยบริการ</span></b></b><span style="font-weight: 400;">แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) ทำให้ศูนย์การศึกษาพิเศษ ไม่สามารถให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพนักเรียนตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (</span><span style="font-weight: 400;">IEP) </span><span style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ และที่หน่วยบริการได้ จึงไม่สามารถจัดอาหารให้แก่นักเรียนประจำ และนักเรียนไป-กลับของศูนย์การศึกษาพิเศษได้</span></span>ดังนั้น สพฐ.จึงกำหนดแนวทางการบริหารจัดการสำหรับศูนย์การศึกษาพิเศษ กรณียังไม่สามารถเปิดให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพได้ตามปกติ ให้ปฏิบัติดังนี้ <b>1) ให้ศูนย์การศึกษาพิเศษ ตั้งคณะกรรมการอย่างน้อย 3 คน ดำเนินการจ่ายเงินสดให้แก่ผู้ปกครอง โดยมีหลักฐานคือ ใบสำคัญรับเงิน และสำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง (ผู้รับเงิน) 2) กรณีนักเรียนประจำ จ่ายเป็นเงินสด จำนวน 90 บาท (มื้อละ 30 บาท / 3 มื้อ) ให้แก่ผู้ปกครองนักเรียน</b><b>เมื่อครู บุคลากรทางการศึกษา ออกไปติดตาม ประเมินผล และเยี่ยมบ้านนักเรียน อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง 3) กรณีนักเรียนไป-กลับ จ่ายเป็นเงินสด จำนวน 30 บาท (1 มื้อ) ให้แก่ผู้ปกครองนักเรียน เมื่อครู บุคลากรทางการศึกษา ออกไปติดตาม ประเมินผล และเยี่ยมบ้านนักเรียน อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง</b></li>
<li><b><b><b>5.2 นักเรียนโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ และโรงเรียนเฉพาะความพิการ <span style="font-weight: 400;">กระทรวงศึกษาธิการ โดยสพฐ. จัดสรรงบประมาณ ค่าจัดการเรียนการสอน (ค่าอาหารนักเรียน) ซึ่งระบุรายการในเอกสารงบประมาณว่าเป็น งบเงินอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป รายการค่าจัดการเรียนการสอน โดยจัดสรรให้กับโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จำนวน 51 โรง และ โรงเรียนเฉพาะความพิการ จำนวน 48 โรง เพื่อจัดอาหารสำหรับนักเรียนพิการ และด้อยโอกาสที่เรียนอยู่ในสถานศึกษา แบบประจำ และไป-กลับ เงินอุดหนุนค่าอาหารนักเรียน มื้อละ 30 บาท</span></b></b></b><span style="font-weight: 400;">แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) มีการจัดการเรียน การสอนที่บ้านแบบผสมผสานใน 3 รูปแบบ คือ เรียนรู้หลักผ่าน </span><span style="font-weight: 400;">TV </span><span style="font-weight: 400;">ทุกระบบ (</span><span style="font-weight: 400;">On-Air Education) </span><span style="font-weight: 400;">เรียนรู้เสริมผ่านดิจิทัล (</span><span style="font-weight: 400;">Online Education) </span><span style="font-weight: 400;">และ เรียนรู้เสริมแบบโต้ตอบ (</span><span style="font-weight: 400;">Interactive Education) </span><span style="font-weight: 400;">โดยให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) และตามบริบทพื้นที่ของสถานศึกษา จึงไม่สามารถจัดอาหารให้แก่นักเรียนประจำ และนักเรียนไป-กลับ ที่โรงเรียนได้ ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงกำหนดแนวทางการบริหารจัดการสำหรับโรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ โรงเรียนเฉพาะความพิการ กรณีการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ให้ปฏิบัติดังนี้ 1) ให้สถานศึกษาตั้งคณะกรรมการอย่างน้อย 3 คน ดำเนินการจ่ายเงินสดให้แก่ผู้ปกครอง โดยมีหลักฐานคือ ใบสำคัญรับเงิน และสำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง (ผู้รับเงิน) 2) กรณีนักเรียนประจำ จ่ายเป็นเงินสด จำนวน 90 บาท (มื้อละ 30 บาท / 3 มื้อ) ให้แก่ผู้ปกครองนักเรียน สัปดาห์ละ 1 ครั้ง 3) กรณีนักเรียน ไป-กลับ จ่ายเป็นเงินสด จำนวน 30 บาท (1 มื้อ) สัปดาห์ละ 1 ครั้ง</span>&nbsp;
<p><b>ผลกระทบ  </b><span style="font-weight: 400;">การจัดการเรียนการสอนทางไกลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (</span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) ส่งผลเชิงบวกให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องพัฒนาตนเองอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอน และการวัดประเมินผลด้วยวิธีการที่หลากหลาย โดยมีผลกระทบต่อผู้ปกครองที่จะต้องเพิ่มบทบาทและมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้นเช่นกัน</span></li>
</ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/5284-2/">รับการเปลี่ยนแปลงวันเปิดเทอม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
