<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คกศ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a8/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 24 Dec 2024 02:13:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>คกศ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>รองนายกรัฐมนตรี ร่วมกับคณะกรรมการชาติ ลงพื้นที่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ชู ‘โคราชโมเดล’ ต้นแบบ ‘Thailand Zero Dropout’ ผ่าน 333 ท้องถิ่น ใน 32 อำเภอ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-201224/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Dec 2024 12:38:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[โคราชโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[สคช.]]></category>
		<category><![CDATA[คกศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=89169</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ณ โรงเรียนหนองน้ำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-201224/">รองนายกรัฐมนตรี ร่วมกับคณะกรรมการชาติ ลงพื้นที่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ชู ‘โคราชโมเดล’ ต้นแบบ ‘Thailand Zero Dropout’ ผ่าน 333 ท้องถิ่น ใน 32 อำเภอ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ณ โรงเรียนหนองน้ำใส ตำบลหนองน้ำใส อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ให้การต้อนรับนายประเสริฐ จันทรรวงทองรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ระดับชาติ พร้อมกับนางสาวณหทัย ทิวไผ่งาม กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีในฐานะรองประธานกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนฯ เพื่อเดินหน้าผลักดัน ‘โคราชโมเดล เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ และคณะ ลงพื้นที่โรงเรียนหนองน้ำใส ต.หนองน้ำใส อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0eeea7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1220_โคราชโมเดล-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยรองนายกรัฐมนตรีฯ และคณะได้ลงพื้นที่รับฟังการทำงาน ‘สีคิ้วโมเดล’ ซึ่งเป็นหนึ่งในอำเภอต้นแบบ Thailand Zero Dropout’ พร้อมกันนี้ยังได้มอบนโยบาย Thailand Zero Dropout แก่หน่วยงานและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น 333 แห่งในจังหวัดนครราชสีมา จากนั้นได้เยี่ยมชม ‘ศูนย์ดิจิทัลชุมชนโรงเรียนหนองน้ำใส ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ’ ตลอดจนรับฟังกรณีตัวอย่างการช่วยเหลือเด็กนอกระบบในพื้นที่ตำบลหนองน้ำใส และพบปะอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และประชาชนในตำบลหนองน้ำใส อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา</p>



<p><strong>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีฯ</strong> กล่าวถึงการทำงาน Thailand Zero Dropout ว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และศึกษาธิการจังหวัด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญกับการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน และให้ร่วมมือกับ กสศ. และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) ที่มีแพลตฟอร์ม EWE หรือ ‘อี-วี่’ (E-workforce ecosystem) ในการพัฒนากำลังคนบนมาตรฐานของมืออาชีพ เพื่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่ยั่งยืน รวมถึงผลักดันให้เกิดระบบการเทียบโอนสมรรถนะที่มีประสิทธิภาพและเที่ยงตรง เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชากรทุกช่วงวัย และเป็นมาตรการรองรับการช่วยเหลือของเด็กเยาวชนกลุ่มที่หลุดจากระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a8e0ae"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/นายประเสริฐ-จันทรรวงทอง-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ประเสริฐ จันทรรวงทอง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอสนับสนุนให้มีการจัดตั้งและใช้ศูนย์ดิจิทัลชุมชน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับการค้นคว้าหาข้อมูลและองค์ความรู้ต่าง ๆ สำหรับเด็ก เยาวชน และประชาชนทุกคน โดยเฉพาะการส่งเสริมเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตนอกเวลาเรียน และเป็นเครื่องมือเข้าถึงความรู้ของกลุ่มเด็กนอกระบบการศึกษาในการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ทุกที่ทุกเวลา ผ่านโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางภาครัฐ เพื่อรองรับการพัฒนาทักษะดิจิทัล การเรียนรู้เพื่อมีรายได้ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Leam to Earn Platform)</p>



<p>“ศูนย์ดิจิทัลชุมชนจะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ โดยมีการจัดเก็บข้อมูลด้านการศึกษา การฝึกอบรม การจัดหางาน รวมถึงความต้องการของตลาดแรงงาน และมีการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่มีพันธกิจเกี่ยวข้อง ซึ่งรัฐบาลกำลังดำเนินการ เพื่อให้เด็กและเยาวชน ได้เรียนรู้ที่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน และสามารถนำประสบการณ์มาเป็นอาสาสมัครดิจิทัลชุมชน (อสด.) ในลักษณะเครือข่ายให้ความรู้ด้านดิจิทัล และสร้างงานและสร้างอาชีพแก่คนในชุมชน เพื่อให้บุคลากรในจังหวัดมีคุณภาพและเป็นกำลังพัฒนาประเทศชาติต่อไป ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อการศึกษาเรียนรู้ได้ โดย ณ วันนี้ได้มีศูนย์ ฯ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 1,722 แห่ง และจะเพิ่มเติมอีก 500 แห่งในปี 2568&nbsp;</p>



<p>“โอกาสนี้ขอให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญ กับการขับเคลื่อนให้เกิดการนำ ‘โคราชโมเดล เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ ไปใช้ต่อยอดบูรณาการในทุกพื้นที่ ซึ่งการทำงานจากนี้ต้องจริงจัง ทุ่มเท เพื่อให้การขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์เกิดขึ้นจริงได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-453b30"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/นายสานิตย์-ศรีทวี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สานิตย์ ศรีทวี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายสานิตย์ ศรีทวี นายอำเภอสีคิ้ว</strong> กล่าวรายงานความคืบหน้าของ ‘สีคิ้วโมเดล’ อำเภอต้นแบบ Thailand Zero Dropout’ ภายใต้แนวคิด ‘ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ ว่ามุ่งเน้นที่การสร้างกลไกช่วยเหลือติดตามเพื่อป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา เพื่อสอดคล้องกับสถานการณ์ประเทศไทยเผชิญปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษา อันส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ผนวกกับอัตราการเกิดของเด็กและเยาวชนไทยต่ำกว่า 5 แสนคนต่อปี อันหมายถึงการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ (Complete Aged Society)</p>



<p>นายอำเภอสีคิ้ว กล่าวว่า ปัจจุบันในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว มีเด็กหลุดจากระบบการศึกษาจำนวน 1,600 คน ใน 12 ตำบล จึงได้ดำเนินการค้นหากลุ่มเป้าหมายที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา และวางแนวทางในการแก้ไข ช่วยเหลือ และป้องกันปัญหาเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาตามเป้าหมาย โดยทำงานผ่านระบบสารสนเทศ Thailand Zero Dropout จนสามารถติดตามช่วยเหลือเด็กเยาวชนผ่านเครือข่ายสหวิชาชีพ (Case Management System) และนำเข้าสู่การจัดการเรียนรู้แบบยึดหยุ่น&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7178b6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1220_โคราชโมเดล-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การดำเนินการงานครั้งนี้ อำเภอสีคิ้วเป็นต้นแบบในการสร้างกลไกติดตามช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา และจัดสรรการช่วยเหลือที่เหมาะสมตามศักยภาพของเด็กแต่ละคน เพื่อลดอัตราการหลุดออกจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์ โดยใช้ ‘สีคิ้วโมเดล’ เป็นแนวทางนำร่อง ผ่านแนวทางการดำเนินงานโดยสร้างฐานข้อมูลที่ครอบคลุมร่วมกับ กสศ. ศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร เพื่อดำเนินการเก็บข้อมูลเชิงลึกของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ร้อมตรวจสอบสถานการณ์และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ&nbsp;</p>



<p>“สำหรับกลุ่มเด็กนอกระบบการศึกษาในอำเภอสีคิ้ว สามารถใช้ศูนย์ดิจิทัลชุมชน เพื่อการศึกษาเรียนรู้ได้ ที่เด็กและเยาวชนและประชาชนทุกคนสามารถเข้าไปใช้บริการได้ เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าเรียนรู้ ตลอดจนมีอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) จำนวน 69 คนในอำเภอสีคิ้ว ที่พร้อมให้ความรู้ด้านดิจิทัล และเป็นเครือข่ายในการสร้างงานและสร้างอาชีพแก่คนในชุมชน และแพลตฟอร์ม EWE (อีวี่) (E-workforce ecosystem) ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) ในการพัฒนากำลังคนด้วยมาตรฐานอาชีพให้เป็นมืออาชีพ และจัดทำข้อมูลร่วมกับ กสศ. ภายใต้นโยบาย Thailand Zero Dropout&nbsp;</p>



<p>“ในส่วนของตำบลหนองน้ำใส มีข้อมูลระบุว่า มีทั้งหมด 232 คน ซึ่งจากที่ได้ติดตามข้อมูลเด็กทั้ง&nbsp; 232 คน พบว่า เด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษาที่หลุดจากระบบมีเพียง 97 ราย ส่วนที่เหลือ ทางเขตพื้นที่การศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาแล้ว และมีแผนที่จะขยายโมเดลของอำเภอสีคิ้วให้ครบทั้ง 12 ตำบล 15 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อที่จะดูแลเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-46bf72"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1220_โคราชโมเดล-04.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ขวา) ดร.ไกรยส ภัทราวาท</figcaption></figure></div></div></div>



<p> </p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า จากมติของคณะรัฐมนตรีที่รับทราบถึงปัญหาสถานการณ์เด็กหลุดจากระบบการศึกษา ส่งผลให้หน่วยงานระดับจังหวัดและกลไกท้องถิ่นสามารถเริ่มทำงานในการตามเด็กกลับมาเรียนได้อย่างเต็มที่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนั่งหัวโต๊ะทีมติดตามเด็ก แต่ละจังหวัดสามารถออกแบบได้เองว่าจะใช้หน่วยงานใดมาช่วยพาเด็กกลับมาเรียน เช่น บางจังหวัดเลือกอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) บางจังหวัดเลือก อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นต้น</p>



<p>“เมื่อเริ่มกระบวนการติดตามเด็กและเยาวชนใน 25 จังหวัด แต่ละทีมจะได้ข้อมูลของเด็กนอกระบบการศึกษาที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ข้อมูลที่ได้จะนำไปคิดเป็นนโยบายเพื่อช่วยเหลือเด็กได้อย่างตรงจุด พร้อมขยายพื้นที่ช่วยเหลือให้กว้างขึ้นในปี 2568”</p>



<p>ดร.ไกรยส ย้ำว่า เด็กแต่ละคนที่ออกจากระบบการศึกษาไป ล้วนมีเหตุจำเป็นที่ทำให้พวกเขาต้องละทิ้งการศึกษา ทั้งปัญหาความยากจน สภาพร่างกายที่ไม่พร้อม อยู่ในถิ่นทุรกันดาร หรืออยู่ในวังวนของความรุนแรง ดังนั้น ระบบการศึกษาต้องยืดหยุ่นให้มากขึ้น เรียนที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ต้องมีภาคเอกชนรับช่วงต่อหลังจบการศึกษา เพื่อให้พวกเขาได้มีงานทำและมีโอกาสหลุดพ้นจากกับดักของความยากจนได้&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-85d9f9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1220_โคราชโมเดล-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“โดยเชื่อมั่นว่าท้องถิ่นเป็นกลไกและพลวัตสำคัญในการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ตามศักยภาพ หรือ ‘Thailand Zero Dropout’ และเชื่อว่าท้องถิ่นทุกแห่ง มีศักยภาพในการบูรณาการการค้นหาเด็กเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษา และพากลับเข้าสู่ระบบการศึกษา”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ขณะเดียวกัน รองนายกรัฐมนตรีฯ ยังได้มอบนโยบายให้กับผู้ว่าราชการ 4 จังหวัด ประกอบด้วย นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์ ให้ดำเนินการแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาตามนโยบาย Thailand Zero Dropout ของรัฐบาล ในซึ่งข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 6 ธันวาคม 2567 พบว่าใน 4 จังหวัดได้มีการพาเด็กเยาวชนเข้าสู่การศึกษาได้แล้วราว 1 ใน 3 โดยนครราชสีมาพากลับมาแล้ว 10,325 คน (35.7%) ชัยภูมิ 3,518 คน (34.4%) บุรีรัมย์ 5,40 คน (30.7%) และสุรินทร์ 3,878 คน (30.5%) และจากนี้จะมีการค้นพบและพากลับสู่การเรียนรู้เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-80945e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1220_โคราชโมเดล-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-201224/">รองนายกรัฐมนตรี ร่วมกับคณะกรรมการชาติ ลงพื้นที่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ชู ‘โคราชโมเดล’ ต้นแบบ ‘Thailand Zero Dropout’ ผ่าน 333 ท้องถิ่น ใน 32 อำเภอ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
