<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ขับเคลื่อนการศึกษาอาเซีย | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8b/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 16 Sep 2022 09:19:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ขับเคลื่อนการศึกษาอาเซีย | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ลดจำนวนเด็กเยาวชนตกหล่นจากระบบการศึกษา เพื่อไม่ให้เรา ‘ก้าวถอยหลัง’ ไปสู่อนาคต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-160922/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Sep 2022 09:19:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[ขับเคลื่อนการศึกษาอาเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=60289</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ปัญหาเด็กเยาวชนตกหล่นจากระบบการศึกษา เป็นวาระสำคัญที่ป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-160922/">ลดจำนวนเด็กเยาวชนตกหล่นจากระบบการศึกษา เพื่อไม่ให้เรา ‘ก้าวถอยหลัง’ ไปสู่อนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ปัญหาเด็กเยาวชนตกหล่นจากระบบการศึกษา เป็นวาระสำคัญที่ประเทศอาเซียนเร่งพิจารณาร่วมกัน โดยมองว่าการจะแก้ปัญหาที่ต้นตอสาเหตุ จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ลงลึกตั้งแต่ระดับชุมชน ท้องถิ่น จนถึงระดับประเทศ ระหว่างประเทศร่วมภูมิภาค และเชื่อมโยงกับโลกทั้งใบ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย คือ 1.สร้างโอกาสการเข้าถึงการศึกษาสำหรับทุกคน 2.สนับสนุนให้เกิดความเสมอภาค และ 3.ติดตามการเข้าถึงและโอกาสไปต่อทางการศึกษาของเด็กเยาวชนต่อเนื่องเป็นลำดับ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“เด็กปฐมวัยต้องได้เข้าสู่การศึกษาตามเกณฑ์ เยาวชนที่จบชั้นประถมและมัธยมศึกษา ต้องได้เรียนต่อ ในระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น เท่าเทียม สอดรับกับทุกปัญหา ไม่ว่าความยากจน หรือหลักสูตรการศึกษาที่ไม่ตอบโจทย์ ขัดแย้งกับธรรมชาติหรือบริบท ความจำเป็น ทำให้เด็กไม่สามารถเรียนจนจบได้”</p>



<p>ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวถึงประเด็นสำคัญในการทำงานกับนานาประเทศ บนการเดินทางสู่เป้าหมายที่ท้าทายเพื่อบรรลุผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาร่วมกันในระยะยาว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9e34c9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/Photo1-LinkThumbnail-เพื่อไม่ให้เราก้าวถอยหลัง-ไปสู่อนาคต.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) มีปฏิญญาว่าด้วยการส่งเสริมความเข้มแข็งด้านการศึกษาให้กับเด็กเยาวชนที่ตกหล่น ในปี 2516 โดย ‘ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา’ เป็นหัวข้อที่ถูกยกขึ้นพิจารณาอย่างจริงจังเร่งด่วน โดยเฉพาะปัญหาเด็กเยาวชนนอกระบบซึ่งมีมิติปัญหาที่ซับซ้อน</p>



<p>ในฐานะที่ กสศ. มีหน้าที่รับผิดชอบการขับเคลื่อนภารกิจลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศไทย โดยมุ่งความสำคัญไปยังกลุ่ม ‘Last Mile’ คือเด็กยากจนด้อยโอกาสจากครอบครัวที่มีรายได้ครัวเรือน 15-20% ล่างสุดของประเทศ ซึ่งจากข้อมูลของคณะกรรมการปฏิรูปอิสระด้านการศึกษาระบุว่ามีราว 4 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นเด็กเยาวชนกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในระบบ 1.8 ล้าน (ป.1-ม.3) ที่ถ้าไม่มีการช่วยเหลือป้องกัน สนับสนุนทรัพยากร หรือให้โอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ที่เพียงพอ ก็มีแนวโน้มว่าจะหลุดจากระบบได้ทั้งหมด</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบไปแล้วประมาณ 4 แสนกว่าคน ซึ่งกำลังจะกลายเป็นแรงงานรายได้ต่ำ หรือก้าวสู่วงจรอันตรายที่จะส่งผลสะท้อนกลับมาเป็นปัญหาสังคมได้ รวมทั้งยังมีเด็กเยาวชนผู้พิการในระบบการศึกษาอีกราว 246, 000 คน ที่ต้องได้รับความช่วยเหลือ</p>



<p>งานวิจัยที่ กสศ. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ว่า <strong>มีเด็กเยาวชนด้อยโอกาสจากครอบครัว 15-20% ล่างสุด ที่มีโอกาสเรียนสูงกว่าชั้น ม.6 หรือเทียบเท่าเพียง 5% ต่อรุ่น คำนวณแล้วเท่ากับว่าระหว่างครัวเรือนที่มีฐานะ กับครอบครัวเด็กยากจนด้อยโอกาส มีช่องว่างของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอยู่ที่ 20 เท่า</strong> อย่างไรก็ตาม ช่องว่างดังกล่าวมีแนวโน้มถ่างกว้างออกไปอีก จากโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบให้ประเทศไทยมีเด็กด้อยโอกาสใต้เกณฑ์ความยากจนเพิ่มขึ้นกว่า 3 แสนคน</p>



<p>ขณะเดียวกัน ยังมี ‘ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้’ จากการปิดโรงเรียนเป็นระยะเวลานาน ที่ทั่วโลกเผชิญพร้อมกันถ้วนหน้า อันเป็นสิ่งที่นานาประเทศรวมถึงประเทศไทยพยายามหาทางแก้ไขอย่างเต็มที่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fd8864"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/Photo2-LinkThumbnail-เพื่อไม่ให้เราก้าวถอยหลัง-ไปสู่อนาคต.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="1--%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2-gdp-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87-3-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%B5-%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A-"><strong>ไทยกำลังจะสูญเสีย GDP ของประเทศถึง 3% ในทุกปี จากปัญหาเด็กเยาวชนนอกระบบ</strong></h2>



<p>“กล่าวเฉพาะภาพรวมของกลุ่มเด็กเยาวชนด้อยโอกาสในประเทศไทย เรามีเยาวชนอายุ 15 ปีขึ้นไปเป็นแรงงานนอกระบบมากถึง 70% ส่วนใหญ่จบการศึกษาไม่เกินมัธยมต้น เป็นแรงงานไร้ฝีมือ มีรายได้น้อย และเป็นกลุ่มที่มีโอกาสตกอยู่ในวงจรความยากจนข้ามชั่วคนต่อไป</p>



<p>“ไม่เพียงเท่านั้น เรายัง<strong>มีกลุ่ม ‘เยาวชนว่างงานนอกระบบการศึกษา’ หรือ ‘NEET’ (not in education all employment or training) อีกราว 1.3 ล้านคน หรือคิดเป็น 14% ของเยาวชนไทยทั้งหมด พวกเขาไม่ได้รับการศึกษา ไม่ได้รับการฝึกอบรมในระบบใดเลย ที่น่าเป็นห่วงคือ NEET ในประเทศไทยกำลังเติบโตขึ้นปีละ 1% สวนทางกับอัตราการเกิดของเด็กไทยที่ลดลง 1.2% ต่อปี ซึ่งอาจพูดได้ว่า พัฒนาการของตลาดแรงงานไทยกำลัง ‘ก้าวถอยหลัง’ ไปสู่อนาคต”</strong></p>



<p>ย้อนไปยังสาเหตุ งานวิจัยโดยองค์การยูนิเซฟเผยว่า มีปัจจัย 3 ระดับ ทั้งเชิงบุคคล เชิงระบบ และเชิงมหภาค อาทิ ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายการศึกษา ทำให้เด็กเยาวชนต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานเร็วกว่าวัยอันควร จนถึงการอพยพโยกย้ายถิ่นฐาน ปัญหาพื้นที่ชายขอบที่เกี่ยวข้องกับภาษา เชื้อชาติ วัฒนธรรม หรือความพิการ ซึ่งล้วนเป็นอุปสรรคที่ฉุดรั้งเด็กไว้จากการศึกษา</p>



<p>ส่วนในเชิงระบบพบว่า ยังมีหน่วยจัดการเรียนรู้หรือสถานศึกษาในพื้นที่ไม่เพียงพอ มีกฎระเบียบซับซ้อนยุ่งยากในการสมัครเรียน ไปจนถึงเรื่องความพร้อมของครูผู้สอน สภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ การขาดแรงบันดาลใจ ทำให้เด็กและครอบครัวไม่เห็นปลายทางว่าเรียนไปแล้วจะได้อะไรกลับมา และท้ายที่สุดคือการจัดสรรบริหารทรัพยากรด้านการศึกษาที่ขาดความเสมอภาค</p>



<p>ดร.นิโคลัส เบอร์เนตต์ นักเศรษฐศาสตร์การศึกษา อดีตรองผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก คำนวณว่า <strong>หากเด็กเยาวชนกลุ่มนี้ไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือ อนาคตประเทศไทยจะสูญเสีย GDP จากปัญหาเยาวชนนอกระบบ เป็นมูลค่ามหาศาลถึงปีละประมาณ 3%</strong></p>



<p>“เพราะหากเด็กเยาวชนกลุ่มนี้ยังอยู่ในระบบ เขาจะได้รับการพัฒนาให้เป็นแรงงานคุณภาพ มีงานทำ มีรายได้ เป็นฐานกำลังสำคัญในการการจ่ายภาษีและทำรายได้ให้ประเทศ ในทางกลับกันถ้าเราปล่อยให้เขาเป็นเพียงแรงงานด้อยทักษะ หรือเป็นภาระพึ่งพิงต่อไป เท่ากับประเทศจะพบกับความสูญเสียทางเศรษกิจและสังคมกว่าสามแสนล้านบาทในทุกปี”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-93a169"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/Photo3-LinkThumbnail-เพื่อไม่ให้เราก้าวถอยหลัง-ไปสู่อนาคต.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="2--%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%AD-%E2%80%987-game-changer%E2%80%99---%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2-"><strong>เสนอ ‘7 Game Changer’</strong> <strong>สกัดเด็กเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษา</strong></h2>



<p>ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. กล่าวว่า การประชุมระดับนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่ กสศ. จัดติดต่อกันในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจากทั่วโลกเข้าร่วม ทำให้ได้คำตอบว่า การแก้ปัญหาเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาซึ่งเคยนำทางด้วย Education for All หรือการ ‘จัดการศึกษาให้ทั่วถึงสำหรับคนทุกคน’ ยังไม่เพียงพอ หากยังต้องมีความร่วมมือจากคนทุกภาคส่วน บนหลักการ All for Education หรือทำให้คนทุกคนมีภารกิจร่วมกันในการจัดการศึกษาด้วย           </p>



<p>ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกเห็นพ้องว่า ‘Game Changer’ ในการแก้ปัญหาด้านการศึกษามี 7 หัวข้อสำคัญ ซึ่งต้องทำอย่างเร่งด่วน คือ</p>



<p>1.พัฒนาครูและสถานศึกษา โดยสนับสนุนข้อมูล เทคโนโลยี องค์ความรู้ และทรัพยากร ให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และพัฒนาสถานศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนได้</p>



<p>2.มีระบบข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศขนาดใหญ่ (Big Data) ที่มีคุณภาพและทุกคนเข้าถึงได้ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญต่อการทำงานลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในเชิงลึก</p>



<p>3.ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ทรัพยากร ลดการเลือกปฏิบัติและการตีตรา เพื่อทำให้การศึกษาครอบคลุมทุกพื้นที่</p>



<p>4.นวัตกรรมการเงินและการคลัง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณ โดยภาคประชาสังคมและเอกชนสามารถร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรม ฯ ผ่านการระดมทุนต่าง ๆ</p>



<p>5.การจัดการศึกษาตามบริบทพื้นที่ (Area-based Education) สนับสนุนการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ กระจายอำนาจการจัดการและแก้ไขปัญหาการศึกษาเชิงพื้นที่ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะตลอดช่วงชีวิตตามบริบทแวดล้อม</p>



<p>6.คุ้มครองทางสังคมในระบบการศึกษา 5 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางสถาบันครอบครัว ความพร้อมและความปลอดภัยของสถานศึกษาและครู ความพร้อมและความปลอดภัยในการเดินทาง และความพร้อมของชุมชนท้องถิ่น</p>



<p>7.ผลักดันให้เกิด ‘All for Education’ หรือ ‘การศึกษาเป็นกิจของทุกคน’ โดยทุกภาคส่วนในสังคม เฉพาะอย่างยิ่งคือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนอกภาคการศึกษา จำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อทำให้ความ ‘เสมอภาค’ เกิดขึ้นให้ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2f1bba"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/Photo4-LinkThumbnail-เพื่อไม่ให้เราก้าวถอยหลัง-ไปสู่อนาคต.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“แม้ประเทศไทยมีปัญหาความท้าทายนานัปการ แต่เรามีความโดดเด่นในหลายด้าน ประการสำคัญคือความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากคนหรือองค์กรหน่วยงานต่าง ๆ ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ โครงการ ‘พาน้องกลับโรงเรียน’ ที่กระทรวงศึกษาธิการเป็นเจ้าภาพชวน 11 หน่วยงานรวมพลังพาน้องกลับโรงเรียน ซึ่ง กสศ. ได้นำระบบ iSEE ซึ่งรวบรวมข้อมูลของเด็กเยาวชนกลุ่มเสี่ยงหลุดและเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาไว้ เพื่อเป็นหมุดหมายเริ่มต้นในการค้นหา และวางแนวทางการช่วยเหลือดูแลในระยะยาวต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“นอกจากนี้ กสศ. มีข้อเสนอว่า การสร้าง ‘หลักประกันโอกาสทางการศึกษา’ จำเป็นต้องมองที่ Age Line เป็นหลัก คือต้องไม่แบ่งเป็นแท่งประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย แต่จะกำหนดตามช่วงอายุกลุ่มเสี่ยง แล้วผลักดันให้เกิดการทำงานเชื่อมต่อกันทุกแท่ง โดยเฉพาะการสร้างระบบเครือข่ายส่งต่อเด็กข้ามช่วงชั้น ปฐมวัยต่ออนุบาล, ป.6 ต่อ ม.1, ม.3 ต่อ ม.4 หรืออาชีวศึกษา </p>



<p>“กสศ. มีตัวอย่างการทำงานโดยร่วมกับจังหวัดต้นแบบ ออกแบบการทำงานที่ทำให้ค้นพบตัวตนของเด็กเยาวชนนอกระบบได้รวดเร็วและแม่นยำ ด้วยกลไกทำงานเชิงพื้นที่ในรูปแบบอาสาสมัครท้องถิ่น รวมถึงสถาบันการศึกษา ช่วยกันติดตามเด็กตั้งแต่ระดับชุมชน ตำบล อำเภอ จนมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน และสามารถส่งต่อให้หน่วยงานในจังหวัดออกแบบวิธีการดูแลช่วยเหลือที่เหมาะสม เกิดเป็น<strong>โมเดลเชิงพื้นที่ที่หลากหลาย ผ่านการกำกับดูแลโดยเจ้าภาพ เช่น อบจ. ศึกษาธิการจังหวัด NGO หรือสมัชชาสภาการศึกษาจังหวัด ส่งผลให้การทำงานนำร่องประสบความสำเร็จแล้วในระดับหนึ่ง โดยสามปีที่ผ่านมา กสศ. และพื้นที่ต้นแบบ สามารถช่วยเหลือเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาได้มากกว่า 8 หมื่นคน”</strong></p>



<p>ท้ายที่สุด การจัดการศึกษาจะไม่มีทางประสบความสำเร็จได้ ถ้าไม่ดึงพลังภาคส่วนต่าง ๆ มาใช้อย่างเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะภาคเอกชน ที่มีความสนใจและมีใจที่จะลุกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานด้านการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fee807"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/Photo5-LinkThumbnail-เพื่อไม่ให้เราก้าวถอยหลัง-ไปสู่อนาคต.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ตัวอย่างที่ให้ภาพชัดของความร่วมมือที่ผ่านมา คือการที่ กสศ. ได้ร่วมกับบริษัทแสนสิริ และ SCB ในการออกหุ้นกู้ระดมทุนมูลค่า 100 บาท เพื่อทำงานในพื้นที่จังหวัดราชบุรีเป็นเวลา 3 ปี ในโครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนเด็กเยาวชนนอกระบบในจังหวัดให้เหลือ ‘ศูนย์’ หรือบริษัท ปตท. ที่สนับสนุนทุนการศึกษาให้เด็กกลุ่มเสี่ยงหลุด เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้อยู่ในการศึกษาต่อได้ ไม่ออกกลางคัน“สองกรณีนี้ได้แสดงให้เห็นว่า ในการจัดการศึกษา <strong>แม้เรามีความท้าทายหรือโจทย์ต่าง ๆ แต่ถ้าสามารถสร้างการมีส่วนร่วมขึ้นได้ เราก็มีทางที่จะประสบความสำเร็จ</strong> ซึ่ง กสศ. เอง เป็นพลังหนึ่งในการทำงานทั้งระดับนานาชาติ ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และระดับพื้นที่ เพื่อเชื่อมร้อยและผลักดันให้ความเสมอภาคทางการศึกษาเกิดขึ้น”</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><em>***เรียบเรียงจาก: อภิปรายเชิงวิชาการ เรื่อง ‘การศึกษาไทยก้าวไกลสู่ความยั่งยืนระดับภูมิภาค’</em><br><em>ในงานสัมมนาวิชาการว่าด้วย ‘การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการศึกษา ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทย’</em></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-160922/">ลดจำนวนเด็กเยาวชนตกหล่นจากระบบการศึกษา เพื่อไม่ให้เรา ‘ก้าวถอยหลัง’ ไปสู่อนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
