<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กู้วิกฤตส่งเด็กกลุ่มเปราะบางกลับโรงเรียน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 26 Jun 2020 11:09:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>กู้วิกฤตส่งเด็กกลุ่มเปราะบางกลับโรงเรียน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ที่ปรึกษากสศ. เสนอรัฐรับมือเปิดเทอมออกนโยบายค่าใช้จ่ายการศึกษาต้องเป็นศูนย์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/97522-2020/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=97522-2020</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jun 2020 11:09:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[Children in Street]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนโค้งรถไฟยมราช]]></category>
		<category><![CDATA[กู้วิกฤตส่งเด็กกลุ่มเปราะบางกลับโรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=17506</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.จับมือ 10 ภาคี “ส่งเด็กกลุ่มเปราะบางกลับโรงเรียน”   [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/97522-2020/">ที่ปรึกษากสศ. เสนอรัฐรับมือเปิดเทอมออกนโยบายค่าใช้จ่ายการศึกษาต้องเป็นศูนย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-17508" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-18.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-18.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-18-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-18-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-18-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<h4><b>กสศ.จับมือ 10 ภาคี “ส่งเด็กกลุ่มเปราะบางกลับโรงเรียน”  สมพงษ์  จิตระดับ ชี้ ครอบครัวยากจน ต้องแบกค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมมากกว่ารายได้ทั้งเดือนเสนอรัฐออกนโยบายค่าใช้จ่ายการศึกษาเป็นศูนย์  </b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2563 ที่ชุมชนโค้งรถไฟยมราช กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</span> <span style="font-weight: 400;">(กสศ.) จัดโครงการ “กู้วิกฤตส่งเด็กกลุ่มเปราะบางกลับโรงเรียน” เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งในด้านการเรียนรู้ การป้องกันสุขภาพจากโรคโควิด-19 ในช่วงเปิดเทอม และสนับสนุนชุดอุปกรณ์การเรียนให้แก่เด็กกลุ่มเปราะบางในชุมชนพื้นที่กรุงเทพฯที่เสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษา เช่น เด็กยากจนในชุมชนแออัด ริมทางรถไฟ ใต้ทางด่วน เด็กที่ทำงานบนท้องถนน และเด็กๆกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในการดูแลของมูลนิธิต่างๆ </span></p>
<figure id="attachment_17519" aria-describedby="caption-attachment-17519" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-17519 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/สมพงศ์-1-1024x1024.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/สมพงศ์-1-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/สมพงศ์-1-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/สมพงศ์-1-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/สมพงศ์-1-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/สมพงศ์-1-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/สมพงศ์-1.jpg 1080w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-17519" class="wp-caption-text">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษาก กสศ.</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ในช่วงก่อนเปิดเทอม กสศ.ร่วมมือกับ เครือข่ายองค์กรภาคเอกชนที่ทำงานกับกลุ่มเด็กบนท้องถนนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการสำรวจข้อมูลของเด็กกลุ่มเปราะบางที่เสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษา เช่น เด็กยากจนในชุมชนแออัด ริมทางรถไฟ ใต้ทางด่วน เด็กที่ทำงานบนท้องถนน  ไซต์คนงานก่อสร้าง แรงงานนอกระบบที่อพยพมาจากต่างจังหวัด  ซึ่งกรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งมีจำนวนเด็กและเยาวชนเปราะบางมากที่สุดของประเทศ  เด็กกลุ่มนี้บางส่วนแม้จะยังอยู่ในระบบการศึกษาแต่ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ  สังคมและครอบครัว เป็นตัวเร่งให้หลุดออกนอกระบบ ยิ่งในช่วงโควิด-19 กระทบทำให้ครอบครัวไม่มีรายได้ ตกงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การสำรวจทำให้เราพบเด็กกลุ่มเสี่ยงและเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาในช่วงเปิดเทอม เราพบว่าครัวเรือนฐานะยากจน ต้องมีค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในแต่ละปีสูงสุดในช่วงเดือนเปิดเทอม ระดับประถมศึกษา 1,796 บาท มัธยมต้น 3,001 บาท มัธยมศึกษาตอนปลาย 3,738 บาท ในขณะที่มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 2,020 บาทต่อเดือน เท่ากับว่าต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอมเกือบทั้งหมด หรือมากกว่ารายได้ทั้งเดือนในกรณีที่บุตรหลานอยู่ชั้นมัธยม” ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ กล่าว</span></p>
<p>ศาสตราจารย์สมพงษ์ กล่าวด้วยว่า เหลือเวลาเพียงไม่ถึงสัปดาห์การเปิดภาคเรียนที่ 1 จะมีขึ้นแล้ว  อยากให้ภาครัฐ  มีนโยบายเร่งด่วนแก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ควรออกนโยบายค่าใช้จ่ายเป็นศูนย์พร้อมกับการส่งเสริมอาหารเช้าให้กับนักเรียน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-17511" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-6.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-6-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ อยากให้รัฐบาลประกาศนโยบายชัดเจนถึงค่าใช้จ่ายการศึกษาต้องเป็นศูนย์ โรงเรียนต้องห้ามเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ หากเก็บให้ถือเป็นความผิด เพราะค่าใช้จ่ายแม้แต่ค่าเสื้อผ้า ชุดพละ ชุดลูกเสือ เนตรนารี หรือค่าบริการต่างๆเหล่านี้เป็นอีกปัจจัยที่ผลักเด็กให้ออกจากโรงเรียน หลายคนต้องดิ้นรนช่วยพ่อแม่ทำงาน จากข้อมูลที่ผมคุยกับเด็กคนหนึ่งต้องช่วยพ่อแม่ขายพวงมาลัยตามท้องถนน จากเดิมขายวันละ 2-3 ชม. แต่ช่วงโควิด-19 เด็กต้องขายนานกว่า 10 ชม.ขึ้นไป เพราะไม่มีคนซื้อ เด็กต้องใช้ชีวิตเสี่ยงบนท้องถนน ในขณะที่พ่อแม่บางคนก็ตกงาน เด็กหลายคนยังต้องพบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ทำร้ายสภาพจิตใจเด็กเข้าไปอีก และอยากเสนอให้มีโครงการอาหารเช้าอย่างน้อยมื้อละ 10 บาท เพียงงบซื้อรถถัง 1 คันก็สามารถช่วยเด็กให้อิ่มท้องได้ไม่รู้กี่มื้อ&#8221; ที่ปรึกษา กสศ. กล่าวย้ำ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ปรึกษากสศ. กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา กสศ.โดยโครงการพัฒนาระบบการช่วยเหลือและส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเด็กบนท้องถนน (Children in Street) ในเขตกรุงเทพมหานคร ได้ทำการสำรวจเชิงคุณภาพโดยใช้แบบบันทึกข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคลเพื่อสำรวจความต้องการช่วยเหลือด้านการศึกษาจากผลกระทบโควิด-19 พบว่า  เด็กเร่ร่อนที่ใช้ชีวิตบนท้องถนน หรือที่สาธารณะมีจำนวนน้อยกว่าอดีตมาก ที่พบเด่นชัดได้แก่ พื้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง  มิติของเด็กเร่ร่อนเปลี่ยนไป ไม่เห็นตามถนน ตามตลาด หรือตามที่ต่างๆ แต่จะไปอยู่ในชุมชน รวมถึงแต่งกายดีไม่มอมแมม แต่มีความผูกพันกับถนนที่แน่นแฟ้น ในความสัมพันธ์เชิงเศรษฐกิจมากขึ้นโดยใช้ถนนในการทำมาหากิน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศาตราจารย์ ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าเด็กกลุ่มนี้บางส่วนมักรวมตัวกันในร้านเกมส์ หรือเช่าห้องพักอยู่ร่วมกัน สำหรับสาเหตุที่เด็กออกมาเร่ร่อนจะเป็นเรื่องปัญหาความยากจน ครอบครัวแตกแยกความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ยังเป็นตัวเร่งให้เด็กหลุดออกนอกระบบด้วย บวกกับสภาพแวดล้อมในชุมชนเสี่ยง อาทิ ยาเสพติด การถูกล่วงละเมิดทางเพศ อาชญากรรม ติดเพื่อน ติดเกมส์ อย่างไรก็ตาม เด็กกลุ่มนี้ยังต้องการความช่วยเหลือ เช่นทุนการศึกษาเพื่อเป็นค่าเดินทางไปโรงเรียน ค่าอาหาร ค่าหนังสืออุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน รองเท้าและกระเป๋านักเรียน</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17513" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-14.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-14.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-14-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-14-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-14-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-14-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“นี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมกสศ.ต้องทำงานกับเด็กกลุ่มเปราะบาง เราพยายามรักษาเด็กกลุ่มนี้ให้อยู่ในระบบการศึกษาให้ได้มากที่สุด   รวมถึงการสร้างทักษะในการส่งเสริมการประกอบอาชีพ การสร้างทักษะในการใช้ชีวิตเพื่อลดจำนวนเด็กจะต้องทำอาชีพบนท้องถนนที่มีความเสี่ยงหรืออาชีพที่อันตราย เบื้องต้นในพื้นที่กทม.จะสามารถช่วยได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 คน” ที่ปรึกษา กสศ. กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน หัวหน้าโครงการพัฒนาระบบสนับสนุนดูแลเด็กนอกระบบการศึกษาและเด็กบนท้องถนนในกรุงเทพมหานคร และศูนย์แม่</span><span style="font-weight: 400;">โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ กล่าวว่า สถานการณ์เด็กหลุดนอกระบบหรือเด็กใช้ชีวิตบนท้องถนน มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นจากผลเรื่องเศรษฐกิจที่เป็นปัจจัยพื้นฐาน แต่สิ่งที่กระตุ้นสำคัญคือเรื่องปัจจัยในครอบครัวที่มาจากความรุนแรง ความตึงเครียด ที่เป็นแรงผลักทำให้เด็กต้องออกไปใช้ชีวิตบนถนนมากขึ้น และหลังจากโควิด-19 สถานการณ์จะรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยเห็นได้ชัดเจนหลังจากที่ได้ลงพื้นที่ในกทม.ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา พบว่าครอบครัวของเด็กเหล่านี้มีรายได้ลดลง บางครอบครัวไม่มีรายได้ ส่วนใหญ่เช่าห้องราคาถูก นอนพักอาศัยใต้ทางด่วน ชุมชนแออัด เป็นลูกแรงงานต่างจังหวัดอยู่ตามไซส์ก่อสร้าง แรงงานนอกระบบ  ทำงานรายได้ต่ำ ทั้งหมดยิ่งตอกย้ำว่าเด็กมีความเสี่ยงหลุดนอกระบบมากขึ้น ขณะเดียวกันยังมีเรื่องต้นทุนอื่นๆที่สูงเช่นกัน และสภาพเด็กเมื่ออยู่ในวัยแรงงานก็ต้องเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ดังนั้นแนวทางการช่วยเหลือไม่ใช่การเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเพิ่มเรื่องช่องทางอาชีพและการเรียนที่ยืดหยุ่น self esteem  ทักษะชีวิต เพราะความสำคัญของการศึกษาต่ออนาคตจะสรา้งความมั่นคงได้มากขึ้น</span></p>
<figure id="attachment_17514" aria-describedby="caption-attachment-17514" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-17514 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/อรรนัท.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/อรรนัท.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/อรรนัท-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/อรรนัท-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/อรรนัท-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/อรรนัท-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-17514" class="wp-caption-text">นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน หัวหน้าโครงการพัฒนาระบบสนับสนุนดูแลเด็กนอกระบบการศึกษาและเด็กบนท้องถนนในกรุงเทพมหานคร และศูนย์แม่โขงศึกษา</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">นายอนรรฆ กล่าวว่า หลังจากนี้จะทำงานร่วมกับชุมชม NGO ต่างๆ รวมแล้วมากกว่า 10 องค์กรในพื้นที่กทม. เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางมากกว่า1,000คน ภายใตแนวทางที่ต้องทำฐานชุมชน ภาคประชาสังคมให้เข้มแข็ง เพราะครอบครัวส่วนใหญ่มีปัญหา จึงต้องเข้าไปดูแล และต้องทำตัวเป็นบ้านให้เด็กๆ สำคัญกว่านั้นเด็กหลายคนมีผลการเรียนดี แต่ครอบครัวมีปัญหาอุปสรรคจึงไม่สามารถไปต่อได้ ซึ่งไม่ใช่คนจนทุกคนจะต้อง Drop out</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ นางสาวทองพูล บัวศรี หรือ ครูจิ๋ว ผู้จัดการโครงการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก กล่าวว่า ชุมชนโค้งรถไฟยมราชมีเด็กรวมทั้งสิ้น 200 กว่าคน แต่มีเด็กกลุ่มเปราะบาง ที่มีครอบครัว มีที่พัก แต่ด้อยโอกาส ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่หรือมีฐานะยากจน ที่อยู่ในการดูแลของครูจิ๋วจำนวน 67 คน เด็กกลุ่มนี้จัดเป็นเด็กกลุ่มเสี่ยงที่จะหลุดออกนอกระบบการศึกษา เพราะมีอาชีพเป็นเด็กเร่ร่อน ขอทานชั่วคราว ที่ต้องออกไปขอเงิน ขายพวงมาลัย ดอกจำปีตามถนนในวันหยุด เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว ดังนั้นเมื่อเกิดสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 เด็กออกไปทำงานไม่ได้ รายได้ขาด </span><span style="font-weight: 400;">ก็ทำให้เด็กที่พื้นฐานลำบากอยู่แล้วได้รับผลกระทบหลายด้าน ทั้งปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และปัญหาความเสี่ยงที่เด็กจะหลุดออกนอกระบบการศึกษาช่วงใกล้เปิดเทมอ เพราะไม่มีเงินซื้ออุปกรณ์การเรียน ซื้อเสื้อผ้า บางครอบครัวก็ไม่อยากให้เด็กได้เรียน เพราะอยากให้ทำงานชดเชยช่วงที่ขาดรายได้</span></p>
<figure id="attachment_17515" aria-describedby="caption-attachment-17515" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-17515 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ทองพูน.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ทองพูน.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ทองพูน-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ทองพูน-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ทองพูน-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ทองพูน-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-17515" class="wp-caption-text">นางสาวทองพูล บัวศรี หรือ ครูจิ๋ว ผู้จัดการโครงการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">“เด็กกลุ่มเปราะบางทั้ง 67 คน ทุกคนเป็นเด็กที่ครอบครัวไม่พร้อม บางคนอยู่กับตายาย อยู่กับญาติ อยู่กับพ่อแม่ แต่ก็ยากจน พ่อแม่ทำอาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้ไม่แน่นอน ไม่มีสวัสดิการ เงินที่หาได้พอแค่มีกินไปวันๆ ดังนั้นค่าเช่าบ้าน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าใช้จ่ายเวลาไปโรงเรียน จึงกลายเป็นภาระที่เด็กต้องรับผิดชอบ หลังสถานการณ์โควิด ครูต้องพยายามช่วยทุกทาง เพื่อไม่ให้เด็กต้องหลุดออกนอกระบบการศึกษา ต้องสื่อสารกับผู้ปกครองให้เห็นความสำคัญของการศึกษา อุปกรณ์การเรียน อะไรที่ขาดจะช่วยหาให้ เราไม่อยากให้เด็กต้องหยุดเรื่องการศึกษา จึงพยายามสร้างโอกาสให้เด็กได้ทำงานด้วยเรียนด้วย อยากให้ช่วยประคับประคองให้เด็กๆได้รับโอกาสเท่าๆ กัน อย่างน้อยให้เด็กกลุ่มเปราะบางได้มีโอกาสรับการศึกษาจนจบ ม.3 ตามพื้นฐานนั้นคือสิ่งที่ครูปรารถนา” ครูจิ๋ว กล่าว</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/97522-2020/">ที่ปรึกษากสศ. เสนอรัฐรับมือเปิดเทอมออกนโยบายค่าใช้จ่ายการศึกษาต้องเป็นศูนย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
