<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กิตติกรณ์ หงส์ยิ้ม | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%ab%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 22 Dec 2023 10:12:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>กิตติกรณ์ หงส์ยิ้ม | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘PISA 2022’ ถอดรหัสความเหลื่อมล้ำ : ตอนที่ 2 เสียงสะท้อนครูไทย ปลดล็อกการศึกษาอย่างไรให้เด็กรอด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-pisa-2022-02/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Dec 2023 09:43:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[PISA 2022]]></category>
		<category><![CDATA[กนกวรรณ อายุยืน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านปางเป๋ย]]></category>
		<category><![CDATA[กิตติกรณ์ หงส์ยิ้ม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนปากช่อง]]></category>
		<category><![CDATA[กมลรัตน์ ฉิมพาลี]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนถนนหักพิทยาคม]]></category>
		<category><![CDATA[วิธิวัติ รักษาภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์]]></category>
		<category><![CDATA[เสียงสะท้อนครูไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=75670</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถูกจับจ้องพร้อมคำถามถึง “การศึกษาไทย” เมื่อองค์การเพื่อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-pisa-2022-02/">‘PISA 2022’ ถอดรหัสความเหลื่อมล้ำ : ตอนที่ 2 เสียงสะท้อนครูไทย ปลดล็อกการศึกษาอย่างไรให้เด็กรอด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถูกจับจ้องพร้อมคำถามถึง <strong>“การศึกษาไทย”</strong> เมื่อองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development) หรือ OECD เผยผลคะแนน PISA 2022 ของเด็กนักเรียนไทยอายุ 15 ปี ต่ำสุดในรอบ 22 ปีที่เราเข้าร่วมประเมินครั้งแรกตั้งแต่เมื่อปี 2000 หรือ พ.ศ. 2543 บ่งบอกถึงความไม่พร้อมของการมีสมรรถนะพื้นฐานของคนไทยร่วม 2 ทศวรรษ หรือมากกว่านั้น</p>



<p>ส่งท้ายปี 2023 หรือ พ.ศ. 2566 <strong>กสศ. โดยสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> ได้นั่งแลกเปลี่ยนกับสื่อมวลชนถึง<a href="https://www.eef.or.th/article-pisa-2022-00/" target="_blank" rel="noopener" title="อนาคตทิศทางการศึกษาไทย Beyond 2025">อนาคตทิศทางการศึกษาไทย Beyond 2025</a> ที่จะมีทดสอบความพร้อมรอบใหม่ ซึ่งได้นำฐานข้อมูลนักเรียนไทย 8,495 คน ใน 279 โรงเรียนจาก OECD มาวิเคราะห์ ชวนทุกคนจับมือกันร่วมแก้ปัญหาที่พบว่านักเรียนไทยมีคะแนน PISA ด้านคณิตศาสตร์ต่ำกว่าระดับพื้นฐานมากถึง 68.3% การอ่าน 65.4% และวิทยาศาสตร์ 53% ขณะที่มีกลุ่มเรียนดีมีสมรรถนะระดับสูง ด้านคณิตศาสตร์มีเพียง 1% การอ่าน 0.2% และวิทยาศาสตร์ 0.6% สะท้อนความ  “เก่งกระจุกตกกระจาย” ขณะที่ความยากจนมีผลต่อความสามารถมากน้อยอย่างมีนัยสำคัญ</p>



<p><strong>อ่านรายละเอียดจาก : </strong><a href="https://www.eef.or.th/article-pisa-2022-01/" title="‘PISA 2022’ ถอดรหัสความเหลื่อมล้ำ : ตอนที่ 1 ผลตรวจสุขภาวะการศึกษาไทย เรียนรู้จากเสียงของเด็ก ๆ และคุณครู">‘PISA 2022’ ถอดรหัสความเหลื่อมล้ำ : ตอนที่ 1 ผลตรวจสุขภาวะการศึกษาไทย เรียนรู้จากเสียงของเด็ก ๆ และคุณครู</a></p>



<p>แน่นอนเรื่องนี้ถือเป็นวาระทางสังคมที่มีความสำคัญ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องน่าจะต้องขบคิดร่วมกันว่า เกิดอะไรขึ้นกับ <strong>“การศึกษาไทย”</strong> เพื่อนับจากนี้ประเทศไทยจะเดินหน้าหรือหักเลี้ยวอย่างไรให้ยกระดับความสามารถพื้นฐานจากการเรียนรู้ โดยใช้ผล PISA เป็นผลตรวจสุขภาพด้านการศึกษาประจำปี แล้วนำมาสร้างวงจรการเรียนรู้ในชั้นเรียนให้เกิดผลลัพธ์กับผู้เรียน ไม่ใช่เพียงเพื่อคะแนนดีขึ้น แต่ให้เป็นหลักไมล์แรกของการขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาให้มั่นคงในทางยาว ยืดหยุ่นรับโลกเปลี่ยน</p>



<p>การที่เราจะไปถึงจุดนั้นได้ แน่นอนเสียงของผู้คนมีความหมาย กสศ. ได้คุยกับคุณครูที่ทำงานกับเรา อยากให้ผู้อ่านได้ร่วมฟังผ่านตัวหนังสือที่ส่งสะท้อนสถานการณ์การศึกษาไทย อันมีนัยต่อผล PISA ของเด็กนักเรียนไทยในเวลานี้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าการศึกษาไม่บูรณาการบทเรียนจากความสนใจของเด็ก การเรียนรู้ก็ไม่เกิด</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a00071"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/2-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูวิธิวัติ รักษาภักดี จากโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ครูวิธิวัติ รักษาภักดี</strong> จากโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ จังหวัดสุรินทร์ บอกกับเราว่า การเป็นครูกว่า 30 ปี ทำให้ได้ทบทวนว่าการศึกษาบ้านเรากำลังเดินถูกทางหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา สังคมมีความซับซ้อนยิ่งขึ้นในหลายด้าน มีสิ่งเร้าต่าง ๆ ที่ดึงความสนใจเด็กไปจากการเรียนมากมาย ดังนั้นสิ่งแรกที่การศึกษาต้องทำให้เกิดขึ้นคือสร้างแรงบันดาลใจ หล่อหลอมให้เกิดความมุ่งมั่น เรื่องนี้สอดรับกับผล PISA 2022 ของ OECD ที่สำรวจพบว่า Growth mindset หรือ กรอบความคิดที่เชื่อว่าตนเองสามารถพัฒนาได้มีผลต่อคะแนนความสามารถ คนที่มีคะแนน Growth mindset สูง คะแนน PISA ก็สูง</p>



<p>ซึ่งเมื่อมองมาที่การศึกษาที่เป็นมาของบ้านเรา ในแว่นมองของ<strong>ครูวิธิวัติ</strong> เห็นว่าเรามุ่งที่การเรียนการสอนในห้องเรียน เพื่อวัดความสามารถด้านวิชาการมากเกินควร พื้นฐานที่เด็กควรได้รับจากการไปโรงเรียนคือได้รู้จักตนเอง เข้าใจว่าตนเองมีความสามารถและความถนัดด้านใด แล้วโรงเรียนและครูก็คอยช่วยส่งเสริมให้เด็กเดินไปบนลู่ทางนั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </p>



<p>“ที่ผ่านมาทางโรงเรียนได้ลองชวนเด็กทำกิจกรรมกีฬาและโครงงานต่าง ๆ ตามความสนใจ โดยเปิดรับทุกคน ไม่คัดเลือกจากความสามารถ แล้วเราค่อยบูรณาการจากกิจกรรมที่เด็กสนใจไปสู่บทเรียน ให้อย่างน้อยเขาต้องมีพื้นฐานอ่านออกเขียนได้ มีเป้าหมายการเรียนที่ไปต่อได้ด้วยทักษะที่มีติดตัว นอกจากนี้ผลพลอยได้จากการทำกิจกรรมในวงที่เล็กลงกว่าห้องเรียน ยังทำให้เด็กรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย กล้าเปิดใจกับครูในเรื่องราวด้านต่าง ๆ ของชีวิต ครูจึงรู้จักเด็กมากขึ้น สามารถเติมจุดอ่อนเสริมจุดแข็งให้เด็กได้ถูกจุด และกลายเป็นว่าพอเด็กมีความเชื่อมั่นในตัวเอง ผลการเรียนของเขาก็ดีขึ้นตามมา”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ไม่สอนแต่ตัวหนังสือ แต่ต้องให้ความสำคัญกับการสร้างคน</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3b1a59"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/3-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูกมลรัตน์ ฉิมพาลี โรงเรียนถนนหักพิทยาคม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ครูกมลรัตน์ ฉิมพาลี </strong>โรงเรียนถนนหักพิทยาคม จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ผลทดสอบ PISA คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าเราต้องต่อสู้กับ ‘ภาวะสูญเสียการเรียนรู้’ จากการปิดโรงเรียนในช่วงโควิด-19 อย่างรุนแรง เพราะเมื่อเด็กไม่ได้มาโรงเรียน การเรียนรู้เชิงกระบวนการต่าง ๆ ก็ถดถอยลง สิ่งจำเป็นที่ต้องทำจากนี้ ในฐานะครูเธอมองที่การเปลี่ยนเป้าหมาย ว่าต่อไปเราจะไม่สอนหนังสืออีกแล้ว แต่จะให้ความสำคัญกับการสร้างคน โดยทำงานร่วมกับหลายฝ่ายมากขึ้น และต้องเปิดมุมมองเด็กให้เชื่อมโยงไปถึงชุมชน สร้างนิเวศการเรียนรู้ในพื้นที่ เพื่อช่วยพัฒนาในทุกด้านทั้งวิชาการ ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต</p>



<p>“ครูจะต้องไม่ทำงานแบบแยกส่วนอีกต่อไป แต่ต้องมีหน้าที่เป็นสื่อกลางให้เกิดการเชื่อมประสานกับสังคมอย่างเป็นองค์รวม ต้องช่วยต่อจุด ดูเด็กแต่ละคนว่าควรให้คำแนะนำเขาอย่างไร จะส่งต่อไปที่ไหน คือถ้าเราเบนเป้าจากการสอนเด็กให้ไปสอบ มาเป็นการสร้างพลเมืองคุณภาพที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศ เมื่อตั้งเส้นชัยไว้ตรงนั้นแล้วทำสำเร็จ เราเชื่อว่าไม่ใช่แค่ PISA ที่ผลคะแนนจะดีขึ้น แต่มันหมายถึงสังคมเศรษฐกิจของประเทศไทยที่จะเติบโตยิ่งขึ้นในวันข้างหน้า”</p>



<p>ความเห็นของ<strong>ครูกมลรัตน์ </strong>ตรงกับ<strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการ กสศ. แบบไม่ได้นัดกัน “การปฏิรูปที่สำคัญ คือ ต้องทำให้เกิดวงจรการเรียนรู้ในชั้นเรียน ซึ่งที่ผ่านมาเราติดกับดักแค่ตอนสอบ ใช้การประเมินเชิง Summative Assessment หรือการสอบไล่ พอวัดผลแล้วก็ปิดเทอม ไม่ได้มีการพัฒนา จึงต้องทำให้เกิดการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้เชิง Formative Assessment มากขึ้น ให้ครูมีเครื่องมือนี้ในการประเมินผลตอนที่เด็กกำลังเรียน แต่ไม่ใช่การสอบมิดเทอม จะทำให้เด็กรู้ว่าเรียนรู้เพื่อไปสู่เป้าหมายหรือเนื้อหาส่วนไหน ตัวเองเรียนรู้มาถึงจุดไหน และเป้าหมายการเรียนรู้ต่อไปคืออะไร ทำให้รู้ว่าเด็กเรียนได้ดีขึ้นหรือแย่ลงแล้วต้องรีบพัฒนา อย่าไปรอลุ้นประเมิน PISA ซึ่งเราเป็นอย่างนี้มา 20 ปีแล้ว ซึ่งจริง ๆ PISA เป็นเพียงเหมือนการตรวจสุขภาพเท่านั้น ที่ทำให้เรารู้ว่าต้องพัฒนาตรงไหนอย่างไร” ดร.ไกรยส กล่าว (<a href="https://www.eef.or.th/article-pisa-2022-00/" target="_blank" rel="noopener" title="คลิกอ่านฉบับเต็ม">คลิกอ่านฉบับเต็ม</a>)</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทุ่มทรัพยากรและงบประมาณผิดที่ 10 ปีการศึกษาก็ไม่พัฒนา</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bdbf64"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/4-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูกิตติกรณ์ หงส์ยิ้ม โรงเรียนปากช่อง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ครูกิตติกรณ์ หงส์ยิ้ม </strong>โรงเรียนปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงคะแนน PISA ว่าสะท้อนปัญหาการศึกษาไทยในภาพรวมได้เป็นอย่างดี เด็กไทยส่วนใหญ่ยังอยู่ห่างไกลจากโอกาส และเด็กกลุ่มนี้ถือเป็นค่าเฉลี่ยของประเทศ การจะทำข้อสอบ PISA โดยที่มาตรฐานคุณภาพชีวิตของเด็กยังด้อยกว่าชาติอื่น แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ได้ย่อมไม่มีทางอยู่ในมาตรฐานเดียวกันอยู่แล้ว</p>



<p>“ผมคิดว่าเราต้องเทน้ำหนักทรัพยากรและงบประมาณด้านการศึกษาไปที่คุณภาพชีวิตของเด็กมากขึ้น และมีการบริหารจัดการที่แยกออกมาจากการพัฒนาแนวทางจัดการเรียนรู้ อย่างน้อยที่สุดเมื่อเด็กอยู่ในโรงเรียนเขาไม่ควรรู้สึกขาดปัจจัยพื้นฐาน แล้วมันจะส่งผลระยะยาวว่าเมื่อปากท้องอิ่ม การคิดถึงเรื่องการศึกษาและการพัฒนาตัวเองก็จะตามมา”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘ครูครบชั้น สอนตรงสาขา’ ครูเองสอนได้เต็มที่ นักเรียนไม่เสียโอกาส</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-44522d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูกนกวรรณ อายุยืน โรงเรียนบ้านปางเป๋ย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ครูกนกวรรณ อายุยืน </strong>โรงเรียนบ้านปางเป๋ย จังหวัดน่าน ใช้ผล PISA ชวนทุกคนฉุกคิดว่า ‘ทำไมเรายังสอนเด็กให้ไปถึงเส้นชัยได้ไม่ดีพอ’ เธอคือครูที่สอนอยู่พื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดารมาแล้ว 6 ปี ต่อสู้กับประเด็นปัญหาเฉพาะหน้ามามากมาย ทั้งเรื่องโอกาส ความห่างไกล ภาษา อย่างไรก็ตามครูกนกวรรณก็ยังมองว่า ปัจจัยเหล่านั้นไม่ได้มีผลกระทบเท่ากับการขาดแคลนครูที่ควรครบชั้น ได้สอนตรงเอก และสามารถอยู่โยงในพื้นที่ได้ยาวนาน</p>



<p>“ถ้ามีครูที่สัมพันธ์กับจำนวนเด็ก และเป็นครูที่จบตรงในสาขาวิชานั้น ๆ เด็กจะไม่เสียโอกาสเรียนรู้ในช่วงเวลาที่เขากำลังก่อร่างพื้นฐาน เราคิดว่างานของ กสศ. ที่ร่วมกับสถาบันต่าง ๆ ในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น อาจเป็นคำตอบหนึ่งของการยกระดับการศึกษาของเด็กในพื้นที่ห่างไกล เพราะถ้าครูไม่ได้จบในวิชาหลักที่สอนเด็กจริง ๆ มันก็มีผลต่อการเรียนรู้อย่างมาก นอกจากนี้การมีครูเป็นคนในพื้นที่ จะสามารถสร้างความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยให้กับนักเรียนได้ดีกว่าครูที่มาจากถิ่นอื่น ด้วยความใกล้ชิด คุ้นเคยภาษา และเข้าใจบริบทของชีวิต แล้วจากนั้นการเติมเต็มทักษะวิชาการและทักษะอื่น ๆ ก็จะทำได้ง่ายขึ้น</p>



<p>“อีกประเด็นหนึ่งคือการทดสอบ PISA เราไม่อยากให้มองแค่การสอบ อย่าลืมว่าเด็กคนหนึ่งที่จะเติบโตขึ้นต่อไป ชีวิตเขาไม่ได้มีแค่ไปทำคะแนนให้ได้สูง ๆ หรือไปแก้ไขปัญหาคณิตศาสตร์ แต่ในระหว่างทางการเรียนรู้ในโรงเรียน เด็กควรได้รับคุณสมบัติที่ครูต้องช่วยเติมเข้าไป และจะปลูกฝังไว้ในตัวเขา ซึ่งเราคิดว่าถ้ามีการปรับหลักสูตร เปลี่ยนวิธีการสอน มีวิธีคิดที่มากกว่ารูปแบบเดิมแบบเดียว เพื่อให้เด็กได้พัฒนาเรื่องทักษะคิดวิเคราะห์และคิดเชิงระบบมากขึ้น เชื่อว่าเด็กจะทำคะแนนได้ดีขึ้นเอง หรือถึงคะแนนสอบไม่ดีอย่างที่หวัง แต่ถ้าเขามีทักษะที่ใช้เอาตัวรอดได้ ไปข้างหน้าต่อได้ ก็เป็นเรื่องที่สามารถพูดว่า เราทำได้ดีกว่าเดิมแล้ว”</p>



<p>เสียงสะท้อนข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคุณครูที่พอจะทำให้ผู้อ่านได้เห็นต้นสายปลายเหตุไปจนถึงปลายทางของ <strong>“การศึกษาไทย”</strong> ว่าน่าจะมีส่วนผสมอะไรในการเดินหน้าปีต่อไป มุมของ กสศ. เรามีข้อเสนอการศึกษาเสมอภาคส่งเสริมข้อเสนอคุณครูคือ <strong>“การศึกษาไทย” </strong>ต้องไม่มีขอบรั้วระหว่างบ้านกับโรงเรียนแยกทำหน้าที่ ครูผู้สอนสร้างวงจรการเรียนรู้ในชั้นเรียน ประเมินผลลัพธ์ โดยสร้างเด็กไทยด้วย 5 ปัจจัย หรือ Big 5 Model อันเป็นทักษะแห่งยุคที่ส่งผลต่อความสำเร็จ ได้แก่ การมองโลกในแง่บวก การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รู้สึกกระตือรือร้นไม่หยุดนิ่ง มีวินัยในตัวเอง และความใฝ่รู้ ซึ่งเราจะนำผลวิเคราะห์โดยละเอียดมาเผยให้เห็นในตอนต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-pisa-2022-02/">‘PISA 2022’ ถอดรหัสความเหลื่อมล้ำ : ตอนที่ 2 เสียงสะท้อนครูไทย ปลดล็อกการศึกษาอย่างไรให้เด็กรอด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
