<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การสร้างพื้นที่ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 May 2025 05:25:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>การสร้างพื้นที่ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เงินและลูกมาก่อน ฝันเรื่องเรียนจึงอยู่ถัดไป : เรื่องเล่าของ ‘แม่วัยรุ่น’ และการสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์ชีวิตของ ‘กลุ่มฅนวัยใส’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-190524-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 May 2025 08:55:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มฅนวัยใส]]></category>
		<category><![CDATA[แม่วัยรุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[การสร้างพื้นที่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=93428</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ถ้าช่วงที่ไปทำงานจะตื่น 6 โมงเช้าเพื่อจัดการตัวเอง แล้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-190524-2/">เงินและลูกมาก่อน ฝันเรื่องเรียนจึงอยู่ถัดไป : เรื่องเล่าของ ‘แม่วัยรุ่น’ และการสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์ชีวิตของ ‘กลุ่มฅนวัยใส’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ถ้าช่วงที่ไปทำงานจะตื่น 6 โมงเช้าเพื่อจัดการตัวเอง แล้วค่อยไปจัดการลูก หลังจากนั้นจะพาลูกไปส่งโรงเรียนก่อนจะออกไปงาน พอเลิกงานตอน 5 โมงก็ค่อยมารับลูกกลับบ้าน พากินข้าว อาบน้ำ นอน”</p>



<p>กิจวัตรประจำวันของ<strong>ข้าวปุ้น วัย 16 ปี</strong>ดำเนินซ้ำแบบนี้แทบทุกวัน แต่สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับเธอยังคงเป็นการกล่อมลูกเข้านอน เพราะเด็กเล็กนอนยาก</p>



<p>แต่ถ้าวันไหนที่โรงเรียนปิด กิจวัตรประจำวันก็จะถูกปรับเปลี่ยนเป็นการให้เวลากับลูกทั้งวันแทน เช่นการพาลูกออกไปเที่ยวห้างด้วยกัน เพราะตายายของข้าวปุ้นมีงานของตัวเอง จึงไม่มีใครดูแลลูกให้ หากจะไปฝากตามสถานที่รับฝากรายวัน ก็จะต้องเสียเงินเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้ต่อวัน</p>



<p>ต่างกับ<strong>แยม วัย 19 ปี </strong>ที่ปู่ย่าคอยดูแลลูกสาวของเธอให้ ส่วนแยมต้องออกมาอาศัยใกล้โรงเรียนเทคนิคในตัวอำเภอเมืองจะเจอลูกอีกทีก็ต้องรอวันหยุด เพราะระยะทางในการไป-กลับครั้งหนึ่งมากกว่า 10 กิโลเมตร</p>



<p>“แยมตื่นไปวิทยาลัยตอน 6 โมงครึ่ง แต่เลิกตอนไหนแล้วแต่วัน พอเลิกเรียนก็กลับมาบ้านแต่ไม่ได้อยู่กับลูก มีบางศุกร์ที่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง แต่เสาร์-อาทิตย์จะกลับไปอยู่กับลูกทั้งวัน”</p>



<p>ตอนนี้แยมกำลังเรียนปวช.ปีที่ 3 และฝึกงานที่บริษัทโลจิสติกส์แห่งหนึ่งควบคู่ไปกับการทำงานพาร์ทไทม์เพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียน และแบ่งให้ลูกบ้างหากที่บ้านโทรมาบอกว่า ‘น้องแกมมี่’ ลูกสาวของแยมมีเรื่องที่ต้องใช้เงิน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d9b86f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/01_แยม_ข้าวปุ้น_กลุ่มฅนวัยใส.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"> (ซ้าย) แยม, (ขวา) ข้าวปุ้น</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ถึงไลฟ์สไตล์ของแยมและข้าวปุ้นจะต่างกัน แต่เมื่อไหร่ที่<strong>กลุ่มฅนวัยใส หรือ‘หน่วยการเรียนรู้กลุ่มฅนวัยใส จังหวัดเชียงใหม่’ 1 ใน 40 หน่วยการเรียนรู้ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ทั้งคู่ก็จะขับมอเตอร์ไซต์เข้ามาร่วมกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการฟังวิทยากร การฝึกทำอาหาร หรือแม้แต่มารับสวัสดิการที่ทางกลุ่มมอบให้</p>



<p>การศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคนทุกคน แต่เพราะการศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องใช้เงิน ทำให้เด็กหลายคนหลุดจากระบบการศึกษา และในกรณีของพ่อแม่วัยรุ่นนั้น การกลับเข้าสู่ระบบการศึกษานั้นเป็นเรื่องยาก เพราะพวกเขาจำเป็นจะต้องมีเวลาและค่าใช้จ่ายให้กับอีกชีวิตภายใต้การดูแลของตัวเอง</p>



<p>“ตั้งแต่เราดูแลเด็กมา 8-9 ปี แม่วัยรุ่นทั้งหมดที่มาร่วมเรียนรู้ทั้งหมด 400 กว่าคน มีคนกลับไปเรียนในระดับมหาวิทยาลัยประมาณ 2 คน และกลับเข้าโรงเรียนไม่เกิน 10 คน” <strong>เอมมี่-สุดาพร นาคฟัก ผู้รับผิดชอบหน่วยการเรียนรู้กลุ่มฅนวัยใส</strong> อธิบาย</p>



<p>เพราะอย่างน้อยๆ การมาที่นี่นอกจากจะได้ทักษะและทุนในการไปต่อยอดอาชีพ เลี้ยงตัวเอง เลี้ยงลูกแล้ว ยังเป็นพื้นที่ที่พวกเขาสามารถมานั่งคุยกับคนที่พร้อมรับฟัง คนที่เข้าใจ และคนหัวอกเดียวกันได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5a559f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/02_เอมมี่-สุดาพร-นาคฟัก.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เอมมี่ สุดาพร นาคฟัก</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าโดนผลัก ก็ยากที่จะกลับ</strong></h3>



<p>‘อยากเรียนให้จบ’ ‘มีงานที่มั่นคงทำ’ ‘ดูแลคนที่บ้านได้’</p>



<p>ข้อความเหล่านี้คือความฝันแสนเรียบง่ายของข้าวปุ้น ไม่ได้หวือหวา แต่เส้นทางพิชิตฝันนั้นกลับตรงกันข้าม</p>



<p>ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีการบังคับใช้ <strong>‘พ.ร.บ. การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ปี 2559’ </strong>เพื่อคุ้มครองสิทธิในการเรียนต่อของพ่อแม่วัยรุ่นที่ทำให้ตัวเลขการหลุดจากระบบการศึกษาของเยาวชนลดลง แต่พ่อแม่วัยรุ่นยังคงเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นรอบตัวจากการตั้งครรภ์ อาทิ ปัญหาปากท้อง ทำให้ส่วนมากจะตัดสินใจลาออก</p>



<p>ข้าวปุ้นเล่าว่า เธอรู้ว่าตัวเองท้องตอนเปิดเทอมขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 แม่ของข้าวปุ้นจึงเข้าไปคุยกับครูประจำชั้นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ครูประจำชั้นจึงแนะนำให้ดรอปเรียนและให้ข้าวปุ้นส่งงานจากที่บ้าน ถ้าคลอดเมื่อไหร่ค่อยกลับมา</p>



<p>“ครูให้ดรอปตั้งแต่เรารู้ว่าท้อง เพราะเราท้องได้ 7 เดือนแล้ว ตอนนั้นมันดูไม่ออก แล้วเขาก็ให้เราทำงานมาส่งแทน ตอนนั้นมันเป็นช่วงโควิดที่ต้องเรียนออนไลน์ด้วย ก็เลยไม่ได้มีปัญหาอะไร”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/03_ข้าวปุ้น_กลุ่มฅนวัยใส-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-93431" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/03_ข้าวปุ้น_กลุ่มฅนวัยใส-683x1024.jpg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/03_ข้าวปุ้น_กลุ่มฅนวัยใส-200x300.jpg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/03_ข้าวปุ้น_กลุ่มฅนวัยใส-768x1151.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/03_ข้าวปุ้น_กลุ่มฅนวัยใส-1025x1536.jpg 1025w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/03_ข้าวปุ้น_กลุ่มฅนวัยใส.jpg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>



<p></p>



<p>แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจของครอบครัว และภาระที่ต้องดูแลลูก ข้าวปุ้นจึงเรียนต่อถึงแค่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนจะขอลาออกมาเรียนนอกระบบต่อ จะได้มีเวลาดูแลลูกและมีเวลาทำงานหาเงินมาใช้จ่าย</p>



<p>“ครูเขาเคยเป็นแบบนี้มาก่อน เขาเลยไม่ว่าอะไรเรา”</p>



<p>แม้ว่าครูประจำชั้นจะเข้าใจเพราะเคยมีประสบการณ์แบบเดียวกัน แต่พอข้าวปุ้นไปฝากครรภ์กลับเจออคติของสังคม จากการพูดจาต่อว่าของพยาบาลที่เป็นผู้ให้บริการ ทั้งการพูดจาเชิงเสียดสีว่าอายุยังน้อยแต่ดันมีลูกให้พ่อแม่เลี้ยงให้ และการดูถูกฐานะทางบ้านของข้าวปุ้นเพราะเธอใช้สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้าของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในการฝากครรภ์</p>



<p>“เขาไม่คุย ไม่แนะนำอะไร แต่บอกว่า อายุแค่นี้ ประจำเดือนมาแค่ 3 เดือนเองนะ สงสารพ่อแม่ที่ต้องมาเลี้ยงหลาน เรียนก็เรียนไม่จบ หนูเลยตอบว่ามีปัญญาเลี้ยงค่ะ แล้วไม่คุยกับเขา ให้พยาบาลคนอื่นมาทำงานแทน”</p>



<p>“แล้วเขาก็พูดใส่แบบเหยียดๆ ว่า ถ้ามีเงินแล้วทำไมไม่ไปเอกชน เพราะเราใช้บัตร 30 บาท แต่เรามาฝากที่นี่เพราะแม่ก็คลอดลูก 3 คนที่นี่ เราอยากเซฟค่าใช้จ่ายด้วย ตอนนั้นเลยต้องทนๆ เอา”</p>



<p>สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้สำหรับข้าวปุ้นคือลูกและยาย ข้าวปุ้นจึงวางแผนว่าจะเรียน สกร. ให้ได้วุฒิ และไม่คิดจะเรียนต่อ เพื่อจะได้หางานที่มั่นคงทำ มีเงินจุนเจือครอบครัว และส่งลูกเรียนให้จบในอนาคต</p>



<p></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/04_ข้าวปุ้น_กลุ่มฅนวัยใส-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-93432" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/04_ข้าวปุ้น_กลุ่มฅนวัยใส-683x1024.jpg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/04_ข้าวปุ้น_กลุ่มฅนวัยใส-200x300.jpg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/04_ข้าวปุ้น_กลุ่มฅนวัยใส-768x1152.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/04_ข้าวปุ้น_กลุ่มฅนวัยใส-1024x1536.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/04_ข้าวปุ้น_กลุ่มฅนวัยใส.jpg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความพร้อมของครอบครัวสำคัญ</strong></h3>



<p>พอเราถามแยมเกี่ยวกับประสบการณ์ของตัวเอง แยมเล่าว่ามีความคล้ายกัน เพราะแยมมีช่วงที่หยุดเรียนเพื่อเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน แต่ตอนนี้ได้กลับมาเรียนปวช. เพราะภาระการเลี้ยงลูกไม่ได้อยู่ที่แยม 100%</p>



<p>“แยมไม่เคยเจอเพื่อนที่โรงเรียนตอนท้อง เพราะเรารู้ตอนปิดเทอม ม.2 เทอมแรก พอเรารู้เราก็ไม่กลับไปโรงเรียน ไม่ได้ทำเรื่องลาออก หายออกมาเฉยๆ เลย ตอนเรียนสมัครเรียนกศน. (สกร.ในปัจจุบัน) เลยต้องใช้วุฒิป. 6”</p>



<p>แยมตั้งท้องตอนอยู่ระดับชั้นม. 2 และกว่าจะรู้ว่าท้อง อายุครรภ์ก็ได้ 6 เดือนแล้ว เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาเธอมีเลือดออกกะปริบกะปรอยทุกเดือน จึงไม่รู้ว่ากำลังตั้งครรภ์ แต่พอรู้สึกว่ามีอะไรดิ้นอยู่ในท้อง จึงตัดสินใจซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ ทำให้หลังจากนั้นแยมออกจากโรงเรียนทันที</p>



<p>เราเลยถามแยมต่อว่า ถ้าบอกครูคิดว่าจะได้เรียนต่อไหม ซึ่งแยมตอบกลับทันทีว่าอาจจะไม่ได้เรียนอยู่ดี เพราะที่ผ่านมาเวลาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ไม่มีใครได้เรียนต่อในโรงเรียนสักคน และโรงเรียนคงไม่ยอมเสียชื่อเสียง</p>



<p>“เมื่อก่อนเคยอยากเป็นพยาบาลทหาร อยากเรียนรด. (รักษาดินแดน) เพราะถ้าเรียนครบ 5 ปีแล้วจะได้คำนำหน้าชื่อว่า ว่าที่ร้อยตรีหญิง”</p>



<p>อาชีพพยาบาลทหาร คืออาชีพที่เด็กหญิงแยมในวัยมัธยมต้นใฝ่ฝัน ซึ่งถ้าเคยผ่านการเป็นนักศึกษาวิชาทหารจนได้ยศมาติดหน้าชื่อ จะทำให้การสอบเข้าหลักสูตรพยาบาลทหารง่ายขึ้นไปอีก เด็กหญิงแยมจึงขอพ่อว่าจะไปเรียนรด. และพ่อของเธอก็ไม่ได้มีคำค้านอะไร</p>



<p>แต่พอลาออกมาคลอดลูก แยมกลับมีโรคหอบและโรคเลือดจางเป็นโรคประจำตัว ทำให้ต่อให้เรียนกศน. (สกร.ในปัจจุบัน) และได้วุฒิม. 3 ก็ไม่สามารถสมัครเป็นนักศึกษาวิชาทหารได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6ffbcf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/05_แยม_กลุ่มฅนวัยใส.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“แยมดรอปยาวๆ ตั้งแต่มีลูก เพิ่งกลับมาเรียนปี 2566 เพราะพ่ออยากให้กลับไปเรียน”</p>



<p>เด็กหญิงแยมเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านระยะหนึ่ง ก่อนจะสมัครเรียนกศน. (สกร.ในปัจจุบัน) เพื่อเอาวุฒิ และกลับไปเรียนปวช. หลังจากพ่อของแยมขอให้ไปเรียนต่อให้จบ และปู่ย่าอาสาที่จะดูแลลูกให้ แยมจึงสามารถกลับไปเรียนอีกครั้ง แม้ว่าจะเข้าเรียนช้ากว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันก็ตาม</p>



<p>ซึ่งการเข้าเรียนช้า ทำให้แยมที่ใกล้จะ 20 ปี คงไม่อยากเรียนปวส. ต่ออีกแล้ว เพราะอายุเท่านี้ก็อยากทำงานหาเงินมากกว่า</p>



<p>“พ่ออยากให้เรียนให้จบ ปวส. แต่แยมเอาแค่ปวช. ตอนนี้มันจะ 20 แล้ว ไม่อยากเรียน อยากทำงาน อยากมีอะไรเป็นของตัวเองมากกว่า”</p>



<p>แม้จะมีเรื่องราวที่แตกต่างกัน แต่ภาพที่ทั้งสองคนมองเห็นในเส้นทางอนาคตของตัวเอง คือการมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง มากกว่าภาพของตัวเองที่กำลังใส่ชุดนักศึกษา</p>



<p>ถ้าเส้นทางนี้มีจุดพัก มีใครสักคนยื่นโอกาสมาให้ ไม่ต้องกังวลว่าวันนี้จะได้เงินเท่าไหร่ ลูกจะกินอะไร พวกเขาก็มีความฝันที่จะได้เรียนต่อ แต่ตอนนี้เรื่องปากท้องต้องมาก่อน</p>



<p>“ถ้ามีคนช่วยดูลูกให้ หนูก็อยากเรียนต่อนะ” ข้าวปุ้นกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-35c6e6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06_แยม_ข้าวปุ้น_กลุ่มฅนวัยใส.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าสวัสดิการประทังชีพได้ ไม่ว่าใครก็อยากมา</strong></h3>



<p>“เขาบอกว่าสวัสดิการของที่นี่ดี ก็เลยมา”</p>



<p>แยมรู้จัก<strong>กลุ่มฅนวัยใส</strong>จากคำแนะนำของรุ่นพี่ที่รู้จัก โดยเขาบอกแยมว่าแค่มาเข้าร่วมกลุ่ม นั่งอ่านนิทานให้ลูกฟัง ก็ได้ของกลับบ้าน ซึ่งแยมเข้าร่วมกลุ่มเป็นเวลา 5 ปีแล้ว และชวนเพื่อนอีก 4-5 คนที่เป็นแม่วัยรุ่นเหมือนกันมาเข้าร่วม</p>



<p>“เวลามีกิจกรรมเขาจะแจ้ง เราเลือกได้ว่าจะมาไม่มา ถ้าแยมว่างแยมก็จะมาตลอดเลย”</p>



<p>“แยมคิดว่าการมาที่นี่ทำให้สบายใจ เพราะเราทุกคนเหมือนกัน มีลูกเหมือนกัน คุยกันได้” แยมเสริม</p>



<p>ส่วนข้าวปุ้นเข้าร่วมกลุ่มฅนวัยใสเพราะครูที่โรงเรียนมัธยมศึกษาในตอนนั้นประสานให้ เจ้าหน้าที่ของกลุ่มจึงมีโอกาสไปเยี่ยมบ้านของเธอ และชักชวนเข้ากลุ่ม ซึ่งตอนแรกข้าวปุ้นเข้าใจว่าหน่วยงานนี้มีความคล้ายคลึงกับกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ แต่พอมาอบรมและเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มฅนวัยใสก็รู้สึกได้ว่าที่นี่สบายใจและยืดหยุ่นกว่าที่คิด</p>



<p>“หนูมาทุกอาทิตย์ มีการแนะนำอาชีพให้ เช่นการทำขนม เขาสอนละเอียดมากและเอาไปต่อยอดได้ ถ้าเราสนใจต่อยอดเขาก็จะให้ทุนไปประกอบอาชีพคนละ 3,000 แล้วพี่เอมมี่จะเป็นคนจัดการซื้อของต่างๆ มาให้”</p>



<p>การจัดกิจกรรมของกลุ่มฅนวัยใสเกิดขึ้นเดือนละ 2 ครั้ง แต่มีบางเดือนที่จัด 4 ครั้ง หรือไม่ก็จัดติดต่อกันหลายวัน ซึ่งกิจกรรมมีการหมุนเวียนที่หลากหลาย ทั้งการอบรมทั่วไป อย่างวิธีการใช้ชีวิต สอนวิธีทำกับข้าวให้ลูกกิน สอนทำรายรับรายจ่าย สอนแต่งตัวไปสัมภาษณ์งาน และการฝึกทักษะวิชาชีพ เช่น สอนทำขนมเบเกอรี่และอาหารว่าง</p>



<p>แต่ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าเด็กทุกคนจะสนใจมาทำกิจกรรม เพราะความสนใจของพ่อแม่วัยรุ่นในโครงการนั้นมีความหลากหลาย ไหนจะปัจจัยเฉพาะคน อย่าง ปัจจัยปากท้อง เพราะสำหรับบางคน ถ้ามาร่วมกิจกรรมแล้วไม่ได้เงิน ก็ไปทำงานดีกว่า</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="766" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/07_กลุ่มฅนวัยใส_เชียงใหม่-766x1024.jpg" alt="" class="wp-image-93435" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/07_กลุ่มฅนวัยใส_เชียงใหม่-766x1024.jpg 766w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/07_กลุ่มฅนวัยใส_เชียงใหม่-224x300.jpg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/07_กลุ่มฅนวัยใส_เชียงใหม่-768x1027.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/07_กลุ่มฅนวัยใส_เชียงใหม่-1149x1536.jpg 1149w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/07_กลุ่มฅนวัยใส_เชียงใหม่.jpg 1200w" sizes="(max-width: 766px) 100vw, 766px" /></figure>



<p></p>



<p>ที่ผ่านมากลุ่มฅนวัยใสจึงมีการปรับกระบวนการหลายต่อหลายครั้ง เพื่อให้พ่อแม่วัยรุ่นมีส่วนร่วมกับกิจกรรมอย่างมีคุณภาพให้ได้มากที่สุด เช่นการปรับจากการจัดกิจกรรมระยะยาวเป็นการจัดกิจกรรมที่มาครั้งเดียวแล้วจบ เพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเด็กที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ เขาจะกลับมาร่วมกิจกรรมในครั้งหน้าหรือเปล่า</p>



<p>รางวัลตอบแทนที่จะมอบให้กับเด็กแต่ละคนนั้นก็ไม่เหมือนกัน บ้างก็เป็นเงิน บ้างก็เป็นวัตถุดิบในการทำอาหาร บ้างก็เป็นของใช้สำหรับลูก ซึ่งต่อให้อยู่ในกลุ่มฅนวัยใสแต่ไม่มาร่วมกิจกรรมก็จะไม่ได้รับสวัสดิการเหมือนคนที่มา หรือต่อให้มาร่วมกิจกรรมแต่มาสายกว่าเวลาที่นัดไว้ก็จะไม่ได้ค่าตอบแทนเท่ากับคนที่มาถึงตรงเวลา เงื่อนไขที่สร้างขึ้นนี้จึงส่งผลต่อการมีส่วนร่วมของเหล่าพ่อแม่วัยรุ่น และช่วยฝึกวินัย ทำให้พ่อแม่วัยรุ่นพัฒนาตนเองให้เคารพกติกาของกลุ่มได้</p>



<p>การมาทำกิจกรรมกับกลุ่มฅนวัยใส จึงไม่ใช่การมาทำกิจกรรมให้จบไป แต่มาเพื่อให้ได้ทุนในการดำเนินชีวิตต่อ แม้สิ่งที่ได้กลับไปในบางครั้งอาจไม่ใช่เงิน เช่น ไข่ไก่ แต่อย่างน้อยแม่วัยรุ่นก็ได้อิ่มท้องไปอีกหลายมื้อ ประหยัดเงินไปได้อีกหลายวัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="897" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/08_กลุ่มฅนวัยใส_เชียงใหม่.jpg" alt="" class="wp-image-93436" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/08_กลุ่มฅนวัยใส_เชียงใหม่.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/08_กลุ่มฅนวัยใส_เชียงใหม่-300x224.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/08_กลุ่มฅนวัยใส_เชียงใหม่-768x574.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>หลักสำคัญคือการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตัดวงจรปัญหาที่จะเกิดซ้ำ</strong></h3>



<p>“ไม่ใช่ทุกคนที่หลังจากคลอดลูกก็เรียน สกร. ได้เลย เขายังต้องเลี้ยงลูกอีก 1 &#8211; 2 ปี ให้ลูกโตพอที่จะฝากไว้กับคนที่บ้านได้ ซึ่งตอนท้องแก่หรือเพิ่งคลอดลูกใหม่ๆ ไม่มีใครคิดเรื่องการเรียนเลย เอาเรื่องปากท้องกับการดูแลลูกก่อน”</p>



<p>การกลับเข้าสู่ระบบของพ่อแม่วัยรุ่นเป็นเรื่องยาก เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือ <strong>เงิน และลูก</strong> การดันหลังให้พ่อแม่วัยรุ่นกลับเข้าสู่ระบบทั้งที่ปัจจัยในชีวิตไม่พร้อมนั้นเป็นไปไม่ได้ และต่อให้กลับเข้าสู่ระบบก็มีโอกาสที่จะหลุดออกมาอีกครั้ง</p>



<p>กรอบการทำงานของ ‘หน่วยการเรียนรู้กลุ่มฅนวัยใส จังหวัดเชียงใหม่’ จึงไม่ใช่การพาเด็กกลับเข้าสู่ระบบ แต่เป็นการตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของพ่อแม่วัยรุ่นอย่างเรื่องปากท้อง ด้วยการพัฒนาทักษะการใช้ชีวิตและทักษะด้านวิชาชีพ ให้พ่อแม่วัยรุ่นสามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเอง</p>



<p>“การกลับเข้าไปเรียนต้องใช้เงิน การจัดกิจกรรม การออกแบบกระบวนการเรียนรู้ หรือสวัสดิการของเรา จึงเน้นไปที่เด็กต้องการอะไรในตอนนี้ มากกว่าผลักให้เขาไปเรียนให้จบ”</p>



<p>เอมมี่อธิบายว่ากระบวนการทำงานของหน่วยการเรียนรู้กลุ่มฅนวัยใสในช่วงต้นเริ่มจากข้อมูลผู้เข้าร่วมโครงการอุดหนุนเงินเด็กแรกเกิดที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการคัดมาให้ ร่วมกับการประสานงานไปยังโรงพยาบาลสารภี ซึ่งในภายหลังแม่วัยรุ่นที่มาร่วมกิจกรรม มาจากการใช้วิธีเพื่อนชวนเพื่อน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/09_เอมมี่-สุดาพร-นาคฟัก-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-93437" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/09_เอมมี่-สุดาพร-นาคฟัก-683x1024.jpg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/09_เอมมี่-สุดาพร-นาคฟัก-200x300.jpg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/09_เอมมี่-สุดาพร-นาคฟัก-768x1152.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/09_เอมมี่-สุดาพร-นาคฟัก-1024x1536.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/09_เอมมี่-สุดาพร-นาคฟัก.jpg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>



<p></p>



<p>แม่วัยรุ่นที่เข้าร่วมหน่วยการเรียนรู้กลุ่มฅนวัยใสมีทั้งกลุ่มที่กำลังตั้งครรภ์และกลุ่มที่คลอดแล้ว อีกทั้งยังมีพื้นหลังครอบครัวที่แตกต่างกันออกไป จึงต้องมีการเยี่ยมบ้านและจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสม เช่น สอนวิธีทำอาหารให้ลูกกินสำหรับแม่ที่คลอดลูกแล้ว พร้อมกับมอบอุปกรณ์เครื่องครัวให้หากที่บ้านของแม่วัยรุ่นไม่มี</p>



<p>เอมมี่มองว่า แม่วัยรุ่นเหล่านี้ล้วนเจอกับปัญหาทางเศรษฐกิจ หากพวกเขาสามารถพัฒนาตัวเองจากทักษะวิชาชีพได้ สร้างรายได้ให้กับตัวเองได้ พวกเขาจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และทำให้ลูกของพวกเขาสามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาได้สำเร็จ ไม่เกิดวัฏจักรการหลุดจากระบบซ้ำอีกครั้ง</p>



<p>ซึ่งสอดคล้องกับความคาดหวังที่แยมมีต่อน้องแกมมี่ ลูกสาวของตัวเอง</p>



<p>“แยมไม่หวังอะไรกับลูก ขอแค่ให้มันเรียนจบมีงานทำก็พอแล้ว ไม่ต้องมาทำงานหาเงินเองแบบแยม อยากให้เขาเรียนให้จบ ไม่ต้องมามีลูกหรือเป็นอะไรที่เหมือนกับที่แยมเป็นก็พอ”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/10_แยม_กลุ่มฅนวัยใส.jpg" alt="" class="wp-image-93438" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/10_แยม_กลุ่มฅนวัยใส.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/10_แยม_กลุ่มฅนวัยใส-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/10_แยม_กลุ่มฅนวัยใส-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/10_แยม_กลุ่มฅนวัยใส-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/10_แยม_กลุ่มฅนวัยใส-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>นอกจากการส่งเสริมกระบวนการการเรียนรู้ให้กับพ่อแม่วัยรุ่น กลุ่มฅนวัยใสต้องทำงานร่วมกับชุมชนรอบข้างด้วยเช่นกัน</p>



<p>ที่ผ่านมามีเด็กมาเล่าให้เอมมี่ฟังว่า พวกเขาถูกป้าๆ ซุบซิบนินทา เอมมี่จึงต้องการหาโอกาสเข้าไปพูดคุยเพื่อลดอคติ โดยไม่ลืมที่จะเสริมความเข้มแข็งจากภายในให้กับเด็กในโครงการ เพราะไม่ว่าอย่างไรเด็กในโครงการก็ต้องอยู่ในสังคมที่ต่างคนต่างความคิด หากมีคนเข้าใจก็ย่อมมีคนไม่เข้าใจเช่นกัน</p>



<p>“เวลาคนในชุมชนเห็นเด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิงซ้อนมอเตอร์ไซต์กันแล้วมีลูกเล็กด้วย คนเขาก็จะมอง จะนินทา พอเด็กของเรามาบอกว่าเขาโดนนินทา แล้วคนที่นินทาเป็นเจ้าของร้านที่เราเป็นลูกค้า เราก็จะเข้าไปคุยเพื่อให้เขาเข้าใจมากขึ้น”</p>



<p>“พอเด็กๆ ของเราไปอุดหนุนเขาบ่อยๆ เขาก็ลดอคติลง หลังจากนั้นเวลาเขาเจอวัยรุ่นคนไหนมีลูก เขาก็จะแนะนำให้มาหากลุ่มฅนวัยใส”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/11_กลุ่มฅนวัยใส_เชียงใหม่.jpg" alt="" class="wp-image-93439" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/11_กลุ่มฅนวัยใส_เชียงใหม่.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/11_กลุ่มฅนวัยใส_เชียงใหม่-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/11_กลุ่มฅนวัยใส_เชียงใหม่-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/11_กลุ่มฅนวัยใส_เชียงใหม่-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/11_กลุ่มฅนวัยใส_เชียงใหม่-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ในมุมของเอมมี่ การสร้างความเข้มแข็งจากภายในไม่ใช่การทำให้ปัญหาท้องในวัยเรียนเป็นเรื่องปกติ แต่เป็นการพัฒนาศักยภาพของเด็กคนหนึ่งที่พลาดพลั้งมีลูก ให้กลับมามีชีวิตปกติในสังคมได้อีกครั้ง และตัดวงจรไม่ให้ลูกของเขากลายเป็นพ่อแม่วัยรุ่นในอนาคต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-190524-2/">เงินและลูกมาก่อน ฝันเรื่องเรียนจึงอยู่ถัดไป : เรื่องเล่าของ ‘แม่วัยรุ่น’ และการสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์ชีวิตของ ‘กลุ่มฅนวัยใส’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
