<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การศึกษาใหม่ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 15 Jun 2023 07:09:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>การศึกษาใหม่ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>พลังของ “การศึกษาใหม่” โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ดร.สมคิด แก้วทิพย์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-150623/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-150623</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Jun 2023 15:10:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สมคิด แก้วทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=68572</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน เกิดขึ้นจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150623/">พลังของ “การศึกษาใหม่” โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ดร.สมคิด แก้วทิพย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน เกิดขึ้นจากความเชื่อมั่นพลังอันไร้ขีดจำกัดของชุมชนว่าสร้างสรรค์ความเปลี่ยนแปลงจากฐานรากได้ สามารถเป็นพื้นที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต</p>



<p><strong>ดร.สมคิด แก้วทิพย์</strong> ผู้จัดการโครงการฯ กล่าวว่า “ผมทำงานกับ กสศ. ตั้งแต่ปี 2562 เดิมทีขับเคลื่อนงานการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพกลุ่มคนที่เปราะบาง ยากลำบาก ต่อมาก็เริ่มจัดการศึกษาใหม่ที่ส่งเสริมให้เขามีพลังลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง โดยเริ่มต้นจากสิ่งที่เขาอยากทำจริง ๆ”</p>



<p>“สังคมไทยมีคนที่ต้องเผชิญชีวิตยากลำบากอยู่มาก ในจำนวนนี้มีกลุ่มที่ถูกผลักให้ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาโดยที่ยังไม่มีโอกาสใช้ศักยภาพของตนเองเลย แต่เขาต้องหันเหไปเป็นแรงงานนอกระบบที่มีรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ กลายเป็นคนว่างงาน เป็นคนพิการที่ถูกลืม ถูกจองจำในเรือนจำ การที่จะอยู่รอดได้นั้นพวกเขาต้องได้รับโอกาสและอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน นี่คือหัวใจของงานชุมชนเป็นฐาน ดังนั้นถ้าสังคมเรากำลังแสวงหาการศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต งานชุมชนเป็นฐานคือสิ่งที่มาขับเคลื่อนตรงนี้ และนี่คือโฉมหน้าของการศึกษาใหม่”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9a5b4a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/3-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้เต็มไปด้วยทั้งความหวังและแทรกด้วยความสะเทือนใจ เมื่อเขาต้องยกตัวอย่างกลุ่มคนเปราะบางที่สั่นคลอนหัวใจคนทำงานมากที่สุด</p>



<p>จากความหนักอึ้งในระดับปัจเจก…สู่ภาพใหญ่ของสังคม<strong>&nbsp; “การศึกษาใหม่” ที่เขาพูดถึง…จะเป็นแสงสว่างท่ามกลางความสิ้นหวังนี้ได้หรือไม่ ด้านล่างนี้มีคำตอบ</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="1--%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94-"><strong>เพราะเป็นคนเปราะบางจึงเจ็บปวด</strong></h2>



<p>กรณีคนที่ไม่มีทางเลือกหนักสุดที่ผมเคยเจอ คือ เด็กพิการที่ถูกทอดทิ้ง เป็นเหมือนกลุ่มคนที่ถูกลืม พอพ่อแม่รู้ว่าลูกคลอดมาเป็นคนพิการก็เอาไปทิ้งให้อยู่ในศูนย์เด็กพิการ เมื่อเขาโตขึ้นมา ชีวิตหนักมาก ไม่รู้ที่มาและไม่มีที่ไป งานของเราคือสร้างการเรียนรู้ ไปทำให้ศูนย์พัฒนาอาชีพคนพิการสามารถเกิดเป็นหน่วยเศรษฐกิจเล็ก ๆ ที่เลี้ยงตัวเองได้ เคสที่ กสศ. ​เคยเข้าไปทำงานด้วยนี้คือศูนย์เด็กคนพิการ จังหวัดนครศรีธรรมราช เราเข้าไปเชื่อมโยงให้ศูนย์ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย ให้เด็กได้เรียนรู้เพื่อพัฒนาอาชีพ&nbsp;</p>



<p>อีกกลุ่มเปราะบางที่ทางเลือกเขาน้อย คือ เด็กวัยรุ่นในสถานพินิจ เด็กและเยาวชนกว่า 80–90% ที่เข้าสถานพินิจเพราะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เด็กเหล่านี้มักไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ส่วนใหญ่อยู่กับปู่ย่าตายาย และมีเด็กจำนวนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าครอบครัวไปไหน ไม่มีที่อยู่อาศัย เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ จึงต้องอยู่ภายในสถานพินิจเพื่อเข้ารับการบำบัดรักษา เมื่อพ้นโทษ เด็กเหล่านี้ไม่มีที่พึ่ง กรณีเหล่านี้หน่วยงานภาครัฐต้องช่วยสร้างเงื่อนไขให้ชีวิตเด็กเหล่านี้พอจะมีที่อยู่อาศัยและอาชีพในการทำมาหากิน</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" fetchpriority="high" width="864" height="539" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/1-3.jpg" alt="" data-id="68577" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/1-3.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=68577" class="wp-image-68577" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/1-3.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/1-3-300x187.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/1-3-768x479.jpg 768w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="864" height="539" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/2-3.jpg" alt="" data-id="68578" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/2-3.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=68578" class="wp-image-68578" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/2-3.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/2-3-300x187.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/2-3-768x479.jpg 768w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<p>คนไม่มีทางเลือกอีกกลุ่ม คือ คนจนที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มนี้ชีวิตลำบาก ไปเรียนหนังสือก็ยากเพราะอยู่ไกล ต้องเดินไปหลายชั่วโมง ที่ดินก็ไม่มี หรือคนที่มีที่ดิน พ่อแม่ก็ทำไร่ทำสวนเล็ก ๆ น้อย ๆ แถวบ้าน เป็นต้น กรณีคนจนในเมืองก็หนัก ชุมชนตามสลัมที่ส่วนมากจะเป็นคนชราหรือแรงงานที่กลับบ้านไม่ได้ เขาจะซุกตัวอยู่ตามซอกหลืบของเมือง เช่าห้องเล็ก ๆ อยู่ด้วยกัน ทำอาชีพหากินไปวัน ๆ ได้กินบ้างไม่ได้กินบ้าง คนกลุ่มนี้ลำบากจนทำให้เรารู้สึกว่าทำไมชีวิตคนเรามันยากลำบากได้ขนาดนี้</p>



<p><strong>เมื่อสังคมเรายังมีคนที่ยังขาดโอกาส ขาดทางเลือกอีกมาก ดังนั้นเราต้องสร้างโอกาส โดยใช้ชุมชนเป็นฐานเรียนรู้ ให้เกิดการมีส่วนร่วม ช่วยเหลือซึ่งกันเเละกันเป็นกลุ่ม ๆ</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="2--%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A-"><strong>ระบบต้องสร้างคน และคนต้องร่วมสร้างระบบ</strong></h2>



<p><strong>ผมเชื่อว่าพลังอำนาจในการจัดการศึกษามีอยู่ในทุกชีวิต ประเด็นคือการมองเห็นคุณค่า ศักยภาพ และตระหนักถึงทุนในตัวเอง เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวโยงกับระบบ มีหลักคิดหนึ่งที่น่าสนใจคือ การมองว่าชีวิตคนจะงอกงามได้ นอกจากเขาจะต้องพัฒนาตัวเองแล้ว เขายังต้องได้รับโอกาสหรือมีปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต</strong></p>



<p>การศึกษาเป็นหนึ่งในพลังสำคัญที่จะทำให้ชีวิตคน ครอบครัว ประเทศ หรือโลกนั้นอยู่รอดปลอดภัย พูดอีกอย่างคือหากคนเข้าไม่ถึงการศึกษา หรือได้รับการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพ เหล่านี้จะกลายเป็นปัจจัยเร่งให้คนซึ่งเป็นหน่วยเล็กสุดของสังคม ดำเนินชีวิตอย่างไม่ถูกไม่ควร ซึ่งจะส่งผลกระทบกลับคืนถึงสังคม ฉะนั้นจึงมีหลักคิดว่า “ระบบต้องสร้างคน และคนต้องร่วมสร้างระบบ” ดังนั้นภาคีสังคมทั้งหลายควรใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือสร้างความเปลี่ยนแปลง นี่คือสิ่งที่นำไปสู่คำว่า All for Education ในขณะเดียวกันการศึกษาก็ควรเป็นการศึกษาเพื่อทุกชีวิตที่เรียกว่า Education for All&nbsp; สองอย่างนี้เป็นหลักพื้นฐานที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-de205c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/6-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b57976"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/7-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>งานชุมชนเป็นฐานของ กสศ. ​เชื่อว่าหากคนในชุมชนหันมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน แม้จะรู้มากน้อยไม่เท่ากันก็ไม่เป็นไร แต่การทำอย่างนี้จะทำให้คนได้เรียนรู้รอบด้านมากขึ้น ชุมชนได้ช่วยกันจัดระบบทำมาหากินและอยู่รอดและรุ่งเรืองต่อไป เพราะฉะนั้นทุนนี้ถือเป็นทุนที่พัฒนาอาชีพไปด้วย สร้างความสามารถในการเรียนรู้ ช่วยให้ผู้คนในชุมชนอยู่ได้ในโลกปัจจุบัน ทั้งยังสอดแทรกทักษะความรู้การจัดการสุขภาพและการเงินด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่ควรเรียนรู้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="3--%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87--%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99-"><strong>เพราะเวทีนี้ต้องมีพี่เลี้ยง : บทบาทของปัญญาชนพื้นถิ่น</strong></h2>



<p>เรามีปัญญาชนพื้นถิ่นมาเป็นผู้นำในการเรียนรู้จำนวนมากและหลากหลาย บางคนมาร่วมในฐานะผู้ใหญ่บ้าน อบต. ผู้ประกอบการท้องถิ่น เป็นต้น มาช่วยทำงานในบทบาทที่ต่างกัน ส่งผลให้การเรียนรู้ในชุมชนมีความหลากหลาย&nbsp;</p>



<p>ความงดงามคือ แต่เดิมผู้นำและปัญญาชนพื้นถิ่นมักจะรับทุนและหันไปทำงานร่วมกับคนที่เข้มแข็ง แต่งาน กสศ. มีเงื่อนไขให้ผู้นำต่าง ๆ ต้องไปหาคนที่อ่อนแอที่สุด ยากลำบากที่สุด ถ้าเป็นเยาวชนก็ต้องเข้าไปดูกลุ่มที่ไม่มีโอกาสเรียน กลุ่มเด็กที่ยากจนหรือมีปัญหาในชีวิต ผมคิดว่าตรงนี้ถือเป็นมิติใหม่ เป็นการทำงานกับกลุ่มเป้าหมายใหม่&nbsp;</p>



<p>ที่สำคัญคือ เกิดเครือข่ายของผู้นำปัญญาชนพื้นถิ่น นอกจากช่วยสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้ แทบจะเกือบทุกโครงการสามารถที่จะพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ของชาวบ้าน และหลายที่ก็พัฒนาเป็นกองทุน ไม่ว่าจะเป็นกองทุนเพื่อการศึกษา กองทุนหมุนเวียนเพื่อที่จะสร้างการเรียนรู้ให้ต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้เป็นความงดงามและเป็นพลังที่สำคัญ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f20088"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/4-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="4--%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95--%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89-"><strong>การศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิต : ความงดงามที่สั่นสะเทือนภายในผู้เรียนรู้</strong></h2>



<p>เวลาคนเราได้เรียนการศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิต ผมคิดว่ามันมีความหมายงดงาม เพราะเป็นการศึกษาที่ถูกออกแบบและตั้งหลักจากชีวิตจริง พอเราไปวิเคราะห์พื้นที่ มีหน่วยจัดการเรียนรู้ เพื่อสร้างโอกาส มันก็เกิดพลังขึ้นจริง</p>



<p><strong>เมื่อพวกเขามาร่วมแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ด้วยกัน พลังภายในชีวิตพวกเขาเหมือนมารวมพลังกัน เกิดความงดงาม เราเห็นความรู้สึกปีติยินดีที่เอ่อล้นออกมา การศึกษาใหม่ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นจริง ๆ โดยเฉพาะการเห็นคุณค่าภายใน เห็นว่าตนเองก็มีดี มีคุณค่า มีอำนาจ และมีแสงสว่าง</strong></p>



<p>ที่สำคัญ เมื่อคนเหล่านี้ลุกขึ้นมาดูแลตัวเองได้ เขาได้มีชีวิตใหม่ ในขณะเดียวกันตัวเขาเองจากเดิมเคยเป็นผู้รับโอกาส เมื่อเขาได้รับโอกาส เขาก็เห็นคุณค่าในการเข้ามาร่วมเรียนรู้ เขาจึงเป็นคนที่ไปเอื้อโอกาสให้กับคนอื่น แม้ว่าบางทีสิ่งที่เขาเรียนรู้นั้นเป็นเรื่องเล็ก ๆ เช่น แม่บ้านที่อาจทำอะไรไม่ค่อยเป็น แต่เขาทำกับข้าวและปักผ้าได้ นี่คือความสามารถพิเศษเล็ก ๆ เขาสามารถนำสิ่งที่มีไปสร้างการเรียนรู้ให้แก่ผู้ยากลำบากคนอื่น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8f9a15"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/5-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ถ้าได้ลงไปสัมผัส เราจะเห็นเลยว่าสีหน้าแววตาพวกเขาเต็มไปด้วยความปีติยินดี ก่อนหน้านี้บางคนทุกข์แทบจะฆ่าตัวตาย แต่พอได้เข้ามาเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่น ได้มีปฏิสัมพันธ์ กลายเป็นชีวิตใหม่ เป็นสังคมใหม่ และที่สำคัญคือเป็นเศรษฐกิจใหม่ ผมใช้คำว่าเป็นความงอกงามในระดับบุคคล ทำให้เขามีเพื่อนมากขึ้น และตัวเขาเองได้รับการยอมรับจากสังคม ยิ่งเรื่องราวถูกบอกเล่าขยายออกไป ความภาคภูมิใจในตัวเองยิ่งงอกงามขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="5--%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87-"><strong>ข้อเสนอนโยบายเพื่อให้ชุมชนสามารถจัดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง</strong></h2>



<p><strong>1. มีกลไกร่วมกันในระดับพื้นที่ เพื่อสร้างนิเวศการเรียนรู้ใหม่ให้เกิดขึ้น</strong> เครือข่ายที่เราทำงานเป็นเครือข่ายที่ยึดโยงกันทั้งประเทศ เป็นทุนเดิมที่ทาง กสศ.ได้ร่วมสนับสนุนมา โจทย์ใหญ่ถัดไปคือถ้าเราจะทำให้เครือข่ายนี้ขยาย หัวใจสำคัญอยู่ที่การบูรณาการแนวคิดและการทำงาน ประสานพลังกันในเชิงพื้นที่ ทำแผนนโยบาย แล้วมาขับเคลื่อนกันในระดับประเทศ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>รัฐควรต้องจัดงบประมาณและประสานความร่วมมือกับภาคีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคีในระดับท้องถิ่น หน่วยงานกระทรวง ทบวง กรม ฯลฯ ให้มาจับมือร่วมกัน ก็จะสามารถคาดหวังความเปลี่ยนแปลงได้ ปลายทางคือการสร้าง “นิเวศการเรียนรู้ใหม่” เพื่อจะอยู่ร่วมกันอย่างเข้าอกเข้าใจ แบ่งปัน ดูแลกัน และสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาเพื่อให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้น สังคมไทยจะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ</p>



<p><strong>2. การศึกษาและการสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่จำเป็นต้องไปด้วยกัน</strong> การศึกษาที่ไม่ละเลยปากท้อง คือเงื่อนไขหนึ่งที่จะส่งเสริมให้เด็กเติบโตได้จริง&nbsp;เด็กจำนวนมากขาดโอกาส ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ จนกระทั่งไม่มีทางไป เพราะฉะนั้นการศึกษาและการสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่จำเป็นต้องไปด้วยกัน&nbsp;</p>



<p>“ทุนพัฒนา” หรือ “การศึกษาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ” จึงเป็นเรื่องใหญ่ และไม่ใช่เฉพาะสำหรับเด็กและเยาวชน แต่เราต้องมองทั้งระบบ เด็กควรจะได้เรียนรู้เรื่องที่ยึดโยงกับระบบเศรษฐกิจของพ่อแม่ด้วย และพ่อแม่ก็ต้องเรียนรู้ภาพใหญ่เพื่อยกระดับการประกอบอาชีพ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6f4ebc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/8-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150623/">พลังของ “การศึกษาใหม่” โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ดร.สมคิด แก้วทิพย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
