<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การศึกษาเชิงพื้นที่ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 28 Aug 2023 04:11:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>การศึกษาเชิงพื้นที่ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘Learning City’ บทเรียนจากต่างเมือง ลดความเหลื่อมล้ำ ขับเคลื่อนการศึกษาเชิงพื้นที่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-280823/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-280823</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Aug 2023 04:11:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Learning City]]></category>
		<category><![CDATA[Choi Un Shil]]></category>
		<category><![CDATA[Sachie Kumano]]></category>
		<category><![CDATA[อิษฏ์ ปักกันต์ธร]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภวิชญ์ สุวรรณมณี]]></category>
		<category><![CDATA[รองศาสตราจารย์ ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยพะเยา]]></category>
		<category><![CDATA[รองศาสตราจารย์ ดร.ผณินทรา ธีรานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาเชิงพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[บพท.]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=71461</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ‘Learning City บทเรียนจากต่างเมื [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-280823/">‘Learning City’ บทเรียนจากต่างเมือง ลดความเหลื่อมล้ำ ขับเคลื่อนการศึกษาเชิงพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ‘Learning City บทเรียนจากต่างเมือง’ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2566 ซึ่งเป็นวันแรกของการเริ่มต้นมหกรรมเฉลิมฉลองเมืองแห่งการเรียนรู้ ในโครงการสนับสนุนทางวิชาการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดย<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มหาวิทยาลัยพะเยา</strong> และ<strong>หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)</strong> เพื่อสร้างความเข้าใจกลไกของเมืองแห่งการเรียนรู้ สะท้อนบทบาทหน้าที่ของภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงเครื่องมือที่ใช้ขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้&nbsp;</p>



<p>เป้าหมายสำคัญของ Learning City คือ การลดความเหลื่อมล้ำให้คนในพื้นที่ ทั้งเด็กด้อยโอกาสและผู้ที่เข้าไม่ถึงการศึกษา ซึ่งเมืองแห่งการเรียนรู้จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education: ABE) เชื่อมโยงไปสู่กลไกระดับจังหวัด ทำให้ทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้น&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1bd438"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในช่วงแรก <strong>ดร.ชเวอุนซิล (Choi Un Shil) Expert Advisory คณะกรรมการเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก ประเทศเกาหลีใต้</strong> ได้พูดถึงหลักการดำเนินงาน Learning City ในประเทศเกาหลีใต้ไว้ว่า ‘เรียนรู้ด้วยกัน อยู่ร่วมกัน และสร้างความรักไปด้วยกัน’ ทั้งนี้ เทรนด์ของ Learning City ในเกาหลีใต้มีอยู่ 4 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ 1) การเรียนรู้โดยไม่แบ่งแยก มีเป้าหมายให้กลุ่มผู้พิการให้เข้าถึงการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม 2) การทำให้สถานที่รอบศูนย์การเรียนรู้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ของทุกคน เช่น ทำให้ร้านหนังสือเป็นศูนย์รวมการเรียนรู้ควบคู่ไปกิจกรรมอื่น ๆ ได้ 3) โครงการส่งเสริมการเรียนรู้และความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้กับกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้พิการ และกลุ่มคนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล และสุดท้าย 4) โรงเรียนทักษะชีวิต ซึ่งออกแบบมาสำหรับกลุ่มคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ทำให้ได้พบช่องทางการประกอบอาชีพใหม่ ๆ และขณะนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากเป็นกลุ่มประชากรที่มีเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในเขตเมืองหลวง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-26be13"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-10.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ชเวอุนซิล (Choi Un Shil) Expert Advisory คณะกรรมการเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก ประเทศเกาหลีใต้</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ Learning City หรือเมืองแห่งการเรียนรู้เป็นไปอย่างยั่งยืน ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเข้าถึงศูนย์การเรียนรู้ ผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.การเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้ไปอยู่ในแผนแม่บท การออกกฎต่าง ๆ ที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และสร้างความร่วมมือตั้งแต่ระดับจังหวัดจนถึงระดับหมู่บ้าน ตลอดจนการไปศึกษาดูงานการจัดการ Learning City ในต่างประเทศด้วย&nbsp;</p>



<p><strong>ดร.ชเวอุนซิล</strong> กล่าวว่า เกาหลีใต้ยังมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวทางการดำเนินงานเมืองแห่งการเรียนรู้จากบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งบาหลีมุ่งมั่นกับการพัฒนามนุษย์เป็นอย่างมาก โดยดัชนีชี้วัดที่สำคัญคือคุณภาพของการเรียนรู้ตลอดชีวิต&nbsp;</p>



<p>หลังจากการเล่าถึง Learning City ในเกาหลีใต้ ได้มีการเสวนาแลกเปลี่ยนและถอดบทเรียนประสบการณ์จากต่างเมืองที่ผู้ร่วมเสวนาได้เดินทางไปแลกเปลี่ยนเก็บเกี่ยวจากบาหลี โดยมีการเสวนาภายใต้หัวข้อ ‘เมืองแห่งการเรียนรู้: ประสบการณ์จากบาหลี (Bali Manifesto)’ ประกอบไปด้วย <strong>รองศาสตราจารย์ ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม </strong>รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กร บพท. <strong>ศุภวิชญ์ สุวรรณมณี</strong> ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา เทศบาลนครยะลา <strong>ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนนรู้ กสศ. และ<strong> อิษฏ์ ปักกันต์ธร</strong> รักษาการหัวหน้าฝ่ายพัฒนากลไกและเครือข่ายบูรณาการเชิงพื้นที่ สำนักพัฒนาการเรียนรู้เชิงพื้นที่ กสศ. ดำเนินรายการโดย <strong>รองศาสตราจารย์ ดร.ผณินทรา ธีรานนท์</strong> ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยพะเยา</p>



<p>ทั้งนี้ การแลกเปลี่ยนกับต่างแดนทำให้เห็นเทรนด์การเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ Life Long Learning เช่น ความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) การผลักดันให้เกิดผู้เรียนรู้ (Learner) และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ (Knowledge Platform) เนื่องจากในเมืองหนึ่งประกอบด้วยกลุ่มคนที่หลากหลาย ดังนั้นจึงต้องสร้างช่องทางหรือแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้คนได้ เช่น แหล่งเรียนรู้ใกล้บ้าน เป็นต้น&nbsp;</p>



<p>สิ่งที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายการเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง คือการร่วมมือกันของภาคีเครือข่ายและแรงสนับสนุนจากหลายภาคส่วน (Networking and Supporting) และอีกประเด็นหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เนื่องจากเป็นเรื่องที่ส่งผลกับวิถีชีวิต ต่อมาคือปัจจัยทางเศรษฐกิจ (Economic) ซึ่งเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับความเหลื่อมล้ำในการเรียนรู้ อีกปัจจัยคือ การวิจัย (Research) เพื่อหาแนวทางสร้างการเรียนรู้อย่างยั่งยืน และสุดท้ายคือ นโยบาย (Policy) ที่จะต้องผลักดันให้ครอบคลุมในทุกระดับ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-98c676"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>นอกจากนี้ภายในงานได้รับเกียรติจาก <strong>ซาจิเอะ คุมาโนะ (Sachie Kumano) Staff Member of SDGs and ESD Promotion Division of Okayama City, RCE Okayama, Japan </strong>นำเสนอ ‘การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เมืองโอคายามะ ประเทศญี่ปุ่น’ หรือ Learning City ของประเทศญี่ปุ่น โดยพูดถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Education for Sustainable Development: ESD) ในเมืองโอคายามะที่เกิดขึ้นจากการสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย นอกจากนี้ยังได้รับการส่งเสริมจากท้องถิ่นอย่างเทศบาล โดยมีการจัดตั้งฝ่ายส่งเสริม SDGs และ ESD ขึ้นมาโดยเฉพาะ มีการใช้กลวิธีการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ผ่านศูนย์การเรียนรู้ชุมชนและโรงเรียนพันธมิตรของยูเนสโก</p>



<p>ในด้านการเงิน ศูนย์การเรียนรู้ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภายใต้การดูแลของโอคายามะ นำไปสู่การทำกิจกรรมการเรียนรู้ที่ยั่งยืนทั้งหมด 30 กิจกรรม มีการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายในชุมชนท้องถิ่น รวมถึงการให้รางวัล ‘Good ESD Practice’ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน กระทั่งการขยายฐาน ESD ให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเปิดให้ภาคธุรกิจและองค์กรทางเศรษฐกิจเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนโครงการ ไปจนถึงการสร้างความร่วมมือทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ</p>



<p>ซาจิเอะ คุมาโนะ<strong> </strong>กล่าวโดยสรุปว่า ESD เน้นการปลูกฝังให้ประชาชนตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมชุมชน มีการโปรโมตส่งเสริมการเรียนรู้อย่างยั่งยืนผ่านชุมชน และทำงานร่วมกันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายฝ่าย&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ การเสวนาในประเด็นถัดมาคือ แผนในอนาคตของเมืองแห่งการเรียนรู้ในประเทศไทย โดยผู้ร่วมเสวนาได้แลกเปลี่ยนมุมมองกันว่า ต้องส่งเสริมการเรียนรู้ในทุกช่วงวัย และควรส่งเสริมให้กว้างกว่าในเขตรั้วโรงเรียน ซึ่งจะต้องใช้กลไกการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ เป็นแกนกลางเชื่อมระหว่างการศึกษา เศรษฐกิจ และชุมชน กับหลายภาคส่วนในจังหวัด&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a482cb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-07.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนนรู้ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ธันว์ธิดา</strong> กล่าวว่า การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้องมีหลักประกันทั้งในแง่การสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างเศรษฐกิจ จนท้ายที่สุดจะต้องสลายการเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบ โดยสร้างให้ทุกพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ และต้องไม่ละเลยกลุ่มคนที่ยากลำบาก ทั้งทางด้านการศึกษา รายได้ สวัสดิการ เพื่อให้ทุกคนเป็นพลังให้กับเมือง ดังนั้นจะต้องออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่มอบความสุขให้กับผู้เรียนได้ทั้งกระบวนการ&nbsp;</p>



<p>อีกด้านหนึ่ง การกำหนดนโยบายจะต้องเริ่มต้นจากคนในพื้นที่ เพื่อให้ตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตและการพัฒนาของพื้นที่นั้น ๆ รวมถึงตอบโจทย์ผู้เรียนรู้ด้วย ดังนั้นทุกคนจึงต้องสวมบทบาทผู้กำหนดนโยบายไปในตัว ดังกรณีของเทศบาลนครยะลาที่ได้จัดประชุมสภาประชาชนขึ้น เพื่อระดมความคิดนวัตกรรมพัฒนาเมืองยะลา ในโครงการ Yala Learning City โดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย นอกจากนี้ยังมีการให้ทุนสนับสนุนการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาเมืองอีกด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1104f2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1400" height="934" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-02-1400x934.jpg" alt="" data-id="71472" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=71472" class="wp-image-71472" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-02-1400x934.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-02-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-02-1536x1024.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-02-2048x1366.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="1400" height="934" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-03-1400x934.jpg" alt="" data-id="71473" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-03.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=71473" class="wp-image-71473" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-03-1400x934.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-03-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-03-1536x1024.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-03-2048x1366.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม การทำแผนการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือแผนการสร้าง Learning City เป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะช่วยให้ติดตามการดำเนินงานได้ เพราะแม้จะมีองค์กรที่คอยทำงานช่วยเหลือทางด้านการศึกษาในมิติต่าง ๆ อย่าง กสศ. บพท. และอีกหลายองค์กร แต่เมืองแห่งการเรียนรู้จะต้องยืนได้ด้วยตัวเอง จากการมีแผนงานที่ดี</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-280823/">‘Learning City’ บทเรียนจากต่างเมือง ลดความเหลื่อมล้ำ ขับเคลื่อนการศึกษาเชิงพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สมัชชาการศึกษานครลำปาง จับมือ กสศ. ไขกุญแจลดเหลื่อมล้ำด้วย “การศึกษาเชิงพื้นที่” เดินหน้าผสานเครือข่ายการเรียนรู้ มุ่งสู่จังหวัดจัดการตนเอง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-240123/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-240123</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Jan 2023 03:56:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ผสานเครือข่ายเพื่อพัฒนาความร่วมมือในการดูแลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนจังหวัดลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาเชิงพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[สมัชชาการศึกษานครลำปาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=63898</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2566 สมัชชาการศึกษานครลำปาง ร่วมก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-240123/">สมัชชาการศึกษานครลำปาง จับมือ กสศ. ไขกุญแจลดเหลื่อมล้ำด้วย “การศึกษาเชิงพื้นที่” เดินหน้าผสานเครือข่ายการเรียนรู้ มุ่งสู่จังหวัดจัดการตนเอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2566 สมัชชาการศึกษานครลำปาง ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และเครือข่ายความร่วมมือในจังหวัดลำปาง จัดเวที <strong>‘ผสานเครือข่ายเพื่อพัฒนาความร่วมมือในการดูแลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนจังหวัดลำปาง’</strong> ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เพื่อร่วมกันหาแนวทางการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทของจังหวัด เชื่อมโยงไปยังกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ด้วยการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน นำไปสู่การขับเคลื่อนนโยบายตั้งแต่ระดับพื้นที่และในระดับประเทศ</p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ประธานอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ และกรรมการบริหาร กสศ. </strong>กล่าวถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือในการทำงานดูแลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนว่า กสศ. มีสองบทบาทที่สำคัญคือ <strong>‘การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาผ่านการทำงานเชิงพื้นที่’</strong> และ <strong>‘การปฏิรูปการศึกษา’</strong> โดยเฉพาะในการทำงานร่วมกับหน่วยงานเชิงพื้นที่จะนำไปสู่องค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์สำคัญของการจัดการศึกษาเสมอภาค</p>



<p>สำหรับสาเหตุของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เบื้องต้นมีสององค์ประกอบหลัก ประการแรกมาจากผู้ปกครองหรือครอบครัว ประการที่สองคือสถานศึกษา จากการศึกษาวิจัยและลงพื้นที่ในหลายส่วนของประเทศพบข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ว่า ครอบครัวของเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาจำนวนมากเป็นครอบครัวที่เด็กอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายาย หรือเป็นครอบครัวแหว่งกลาง และมีอีกไม่น้อยที่เป็นครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว โดยปัจจัยที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบเพิ่มขึ้นคือเมื่อเจอกับสถานการณ์โควิด-19 ผลสำรวจระบุว่ารายได้เฉลี่ยของครอบครัวเด็กกลุ่มนี้อยู่ที่ประมาณเดือนละ 1,044 บาทต่อเดือน หรือเฉลี่ยเพียงวันละ 34 บาท เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้ปกครองส่วนใหญ่จึงตัดสินใจให้ลูกหลานออกจากโรงเรียนมากขึ้น ถ้าทางสถานศึกษาหรือท้องถิ่นไม่ช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ จำนวนเด็กหลุดจากระบบจะยิ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนที่หลุดจากระบบไปแล้วก็แทบไม่มีทางกลับมาเรียนหรือเข้าสู่กระบวนการพัฒนาตนเองได้อีก และด้วยการติดตามที่ทำได้ยาก หลายครั้งที่พากลับมาได้ เด็กเยาวชนเหล่านี้ก็สูญเสียช่วงเวลาสำคัญของพัฒนาการไปแล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/ศ.ดร.สมพงษ์-จิตระดับ-1.jpg" alt="" class="wp-image-63903" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/ศ.ดร.สมพงษ์-จิตระดับ-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/ศ.ดร.สมพงษ์-จิตระดับ-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/ศ.ดร.สมพงษ์-จิตระดับ-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/ศ.ดร.สมพงษ์-จิตระดับ-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/ศ.ดร.สมพงษ์-จิตระดับ-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ </strong>ประธานอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ และกรรมการบริหาร กสศ.</figcaption></figure></div>



<p></p>



<p><em>“คำตอบที่ต้องหาให้พบในการแก้โจทย์การศึกษา คือต้องสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาให้เด็กได้เรียนจนจบ และก้าวข้ามช่วงชั้นไปได้ เครือข่ายระดับจังหวัดถือเป็นต้นแบบของงานด้านการศึกษาที่ผลจากการทำงานของ กสศ. พบว่า<strong>ถ้าจังหวัดจัดการตนเองได้ การตามหาเด็กและออกแบบกระบวนการดูแลช่วยเหลือจะทำได้ดียิ่งว่าระบบคัดกรองใด ๆ ซึ่งในหลายพื้นที่แสดงให้เห็นแล้วว่า การทำงานโดยบูรณาการหน่วยงานในจังหวัดสามารถช่วยให้เด็กกลุ่มนี้รอดจากการหลุดจากระบบได้ถึง 80%</strong></em></p>



<p><em>“จังหวัดลำปาง มีมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เป็นหน่วยประสานความร่วมมือให้แต่ละองค์กรมาทำงานร่วมกัน และสามารถจัดตั้งเป็นสมัชชาการศึกษาจังหวัด ถือเป็นกุญแจในการไขปัญหาการศึกษาที่จะทำให้การทำงานเดินไปข้างหน้า เราได้เห็นตัวอย่างของการพัฒนาศูนย์เด็กปฐมวัย ที่มีการฝึกอบรมครูผู้ช่วยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มีการให้คำปรึกษาแนะนำและดึงความร่วมมือผู้ปกครองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมทำงานกับครูในศูนย์เด็ก มีตัวอย่างของการที่ผู้นำท้องถิ่นเห็นความสำคัญเรื่องการศึกษา ช่วยดำเนินนโยบายของสมัชชาการศึกษาให้ก้าวไปได้เร็วขึ้น มีผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา มีภาคเอกชนที่ทุกฝ่ายพร้อมเข้ามาทำงานในบทบาทที่ตนถนัด และพร้อมส่งต่อเคสเด็กเสี่ยงหลุดหรือหลุดจากระบบมาแล้วให้ไปถึงมือของหน่วยงานที่ชำนาญในปัญหานั้น ๆ เหล่านี้คือการหลอมรวมเอาความหลากหลายแตกต่างมาประกอบขึ้นเป็นเครือข่าย จนเป็นพลังสำคัญของการเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปการศึกษาในจังหวัด ซึ่งลำปางแสดงให้เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว”</em></p>



<figure class="wp-block-gallery aligncenter columns-2 is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/14-สมัชชาการศึกษาลำปาง-จับมือ-กสศ-03.jpg" alt="" data-id="63904" class="wp-image-63904" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/14-สมัชชาการศึกษาลำปาง-จับมือ-กสศ-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/14-สมัชชาการศึกษาลำปาง-จับมือ-กสศ-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/14-สมัชชาการศึกษาลำปาง-จับมือ-กสศ-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/14-สมัชชาการศึกษาลำปาง-จับมือ-กสศ-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/14-สมัชชาการศึกษาลำปาง-จับมือ-กสศ-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/14-สมัชชาการศึกษาลำปาง-จับมือ-กสศ-01.jpg" alt="" data-id="63906" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/14-สมัชชาการศึกษาลำปาง-จับมือ-กสศ-01.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=63906" class="wp-image-63906" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/14-สมัชชาการศึกษาลำปาง-จับมือ-กสศ-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/14-สมัชชาการศึกษาลำปาง-จับมือ-กสศ-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/14-สมัชชาการศึกษาลำปาง-จับมือ-กสศ-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/14-สมัชชาการศึกษาลำปาง-จับมือ-กสศ-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/14-สมัชชาการศึกษาลำปาง-จับมือ-กสศ-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li></ul></figure>



<div style="height:30px" aria-hidden="true" class="wp-block-spacer"></div>



<p><strong>รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม อนุกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กสศ.</strong> กล่าวถึงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ซึ่งจะเป็นคำตอบของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาว่า การทำงานในหลายพื้นที่ทำให้เห็นว่าแนวโน้มการทำงานในมิติเชิงพื้นที่และความพยายามดูแลกันในจังหวัดเริ่มมีมากขึ้น สำหรับ กสศ. ซึ่งทำงานกับเด็กเยาวชนกลุ่มด้อยโอกาส 15% ล่างสุดของประเทศ จำเป็นต้องมีวิธีการที่ต่างออกไป เราต้องมีเครื่องมือที่ช่วยค้นหาว่าเด็กเยาวชนกลุ่มนี้อยู่ที่ไหน มีตัวเลขที่ชัดเจนในทุกช่วงชั้นการศึกษา นับตั้งแต่ปฐมวัยไปจนถึงการศึกษาในระดับที่สูงกว่าภาคบังคับ แล้วทำให้ระบบสามารถประคับประคองดูแลกลุ่มเป้าหมายได้ในลักษณะปัญหาที่แตกต่างกัน เพื่อให้ผ่านไปจนถึงปลายทางการศึกษาได้สำเร็จ</p>



<p>เด็กนอกระบบการศึกษามองเห็นได้ยาก การจัดการดูแลจำเป็นต้องใช้วิธีที่ไม่เหมือนกับเด็กในระบบ สิ่งที่ กสศ. ร่วมกับภาคีเครือข่ายใน<strong>การจัดการศึกษาให้เสมอภาคถึงเด็กทุกคน คือทำระบบให้เล็กลงในระดับจังหวัด หรือเล็กลงไปอีกถึงในระดับตำบลและหมู่บ้าน ซึ่งจะทำให้มองเห็นเด็กเหล่านี้ได้ชัดเจนขึ้น เพราะคนที่รู้ เข้าใจ สัมผัสความรู้สึกร่วมไปด้วยกับเด็กเยาวชนเหล่านั้น ก็คือคนในพื้นที่</strong> การทำงานเชิงพื้นที่จึงสำคัญ เมื่อไหร่ที่เราสามารถออกแบบระบบภายในจังหวัด ให้เด็กทุกคนโดยเฉพาะกลุ่มด้อยโอกาส 15% ล่างสุดเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและช่วยเหลือดูแลตัวเองได้ ผลสำเร็จจะประกอบเป็นภาพใหญ่ในระดับประเทศตามมา</p>



<p><em>“ประเด็นสำคัญของการทำงานเชิงพื้นที่ ประการแรกต้องช่วยกันพัฒนาแนวทางหรือกลไกเชื่อมการทำงานในจังหวัดที่เป็นรูปแบบเฉพาะ ตามคุณลักษณะของพื้นที่ บางแห่งมีท้องถิ่นเป็นแกนนำ บางแห่งใช้ภาคประชาสังคม บางแห่งมีสถาบันการศึกษาเป็นแกนนำ ประการต่อมาคือพัฒนาระบบสารสนเทศให้เชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงาน สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลและมีวิธีนำข้อมูลไปใช้ร่วมกันได้ เนื่องจากข้อมูลจะช่วยประชาสัมพันธ์ความร่วมมือให้ไปถึงคนในจังหวัดที่มีใจอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษา แล้วการบูรณาการภายในก็จะชัดเจนมากขึ้น และนำไปสู่การเกิดขึ้นของนวัตกรรม เทคนิค เครื่องมือใหม่ ๆ มาช่วยจัดการศึกษาที่ตอบโจทย์พื้นที่หนึ่ง ตำบลหนึ่ง หรือจังหวัดหนึ่ง และสุดท้ายเครื่องมือและนวัตกรรมนี้จะเป็นโมเดลที่ขยายต่อไปถึงพื้นที่อื่น ๆ”</em></p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-5 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/รศ.ดร.ซุกรี-หะยีสาแม-1.jpg" alt="" data-id="63905" class="wp-image-63905" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/รศ.ดร.ซุกรี-หะยีสาแม-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/รศ.ดร.ซุกรี-หะยีสาแม-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/รศ.ดร.ซุกรี-หะยีสาแม-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/รศ.ดร.ซุกรี-หะยีสาแม-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/รศ.ดร.ซุกรี-หะยีสาแม-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="blocks-gallery-item__caption"><strong>รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม </strong>อนุกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กสศ.</figcaption></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/ผู้ช่วยศาสตราจารย์-ดร.วิยดา-เหล่มตระกูล1.jpg" alt="" data-id="63907" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/ผู้ช่วยศาสตราจารย์-ดร.วิยดา-เหล่มตระกูล1.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=63907" class="wp-image-63907" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/ผู้ช่วยศาสตราจารย์-ดร.วิยดา-เหล่มตระกูล1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/ผู้ช่วยศาสตราจารย์-ดร.วิยดา-เหล่มตระกูล1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/ผู้ช่วยศาสตราจารย์-ดร.วิยดา-เหล่มตระกูล1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/ผู้ช่วยศาสตราจารย์-ดร.วิยดา-เหล่มตระกูล1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/ผู้ช่วยศาสตราจารย์-ดร.วิยดา-เหล่มตระกูล1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="blocks-gallery-item__caption"><strong>ผศ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล </strong>คณะบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง</figcaption></figure></li></ul></figure>



<div style="height:30px" aria-hidden="true" class="wp-block-spacer"></div>



<p><strong>ผศ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง </strong>กล่าวว่า<strong> </strong>ในนามสมัชชาการศึกษานครลำปาง ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่รวมพลังกันจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ในจังหวัดลำปางให้ประสบความสำเร็จ <strong>การทำงานบูรณาการเรียนรู้สู่ ‘จังหวัดจัดการตนเอง’ ที่ลำปาง คือการประกอบการทำงานจากหน่วยงานเล็ก ๆ จนเป็นระบบดูแลช่วยเหลือเด็กเยาวชนด้อยโอกาสขนาดใหญ่ ซึ่งจะจุดประกายให้เกิดความร่วมมือที่กว้างออกไป ถือเป็นการปฏิรูปการศึกษาเพื่ออนาคตของคนทั้งจังหวัด</strong></p>



<p><em>“โครงสร้างสมัชชาการศึกษาจังหวัดลำปาง ได้เชื่อมโยงการทำงานเข้ากับ กสศ. เพื่อครอบคลุมเด็กเยาวชนทุกช่วงวัยและทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่งานของสำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษาภายใต้โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษ ที่จะค้นหาและติดตามเด็กกลับเข้าสู่ระบบ และส่งต่อไปยังความช่วยเหลือที่เหมาะสม ต่อมาคือโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการดูแลช่วยเหลือนักเรียนผ่านฐานข้อมูลของ กสศ. ซึ่งสำรวจผ่านบุคลากรในสถานศึกษาต้นสังกัดและคณะทำงานภาคส่วนอื่น ๆ ส่วนที่สามคืองานของสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษาผ่านโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น และโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP) ซึ่งทำให้เกิดโอกาสของการระดมเครือข่ายการพัฒนาครูในพื้นที่ร่วมกัน และสามารถส่งต่อการจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับบริบทโรงเรียน และสี่คืองานของสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ ที่นำไปสู่การเกิดขึ้นของแหล่งฝึกอาชีพในชุมชน และขยายเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับพื้นที่ชุมชนอื่น ในฐานะโมเดลการพัฒนาชุมชนที่ประสบความสำเร็จในการสร้างระบบนิเวศชีวิตที่เหมาะกับคนทุกช่วงวัย นอกจากนี้ทางสมัชชาการศึกษาลำปางยังได้ทบทวนถึงการขยายบทบาทการทำงานโดยจะเพิ่มจำนวนสมาชิก และวางระบบโครงสร้างที่สามารถรองรับส่วนงานที่กำลังจะขยายไปพร้อมกับภาคีเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น” ดร.วิยดา กล่าว</em></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-240123/">สมัชชาการศึกษานครลำปาง จับมือ กสศ. ไขกุญแจลดเหลื่อมล้ำด้วย “การศึกษาเชิงพื้นที่” เดินหน้าผสานเครือข่ายการเรียนรู้ มุ่งสู่จังหวัดจัดการตนเอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
