<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การศึกษาพื้นฐาน รากฐานการอยู่รอดในโลกใหม่ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 12 Nov 2021 06:55:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>การศึกษาพื้นฐาน รากฐานการอยู่รอดในโลกใหม่ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>คำกล่าว ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล การสัมมนาสาธารณะทีดีอาร์ไอประจำปี 2564 “การศึกษาพื้นฐาน รากฐานการอยู่รอดในโลกใหม่”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/dr-prasarn-speech-tdri-annual-public-conference-2021/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Nov 2021 06:15:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[TDRI]]></category>
		<category><![CDATA[ปาฐกถา]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมนาสาธารณะทีดีอาร์ไอประจำปี 2564]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาพื้นฐาน รากฐานการอยู่รอดในโลกใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=47744</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา 13.30-14.00 น. (On [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/dr-prasarn-speech-tdri-annual-public-conference-2021/">คำกล่าว ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล การสัมมนาสาธารณะทีดีอาร์ไอประจำปี 2564 “การศึกษาพื้นฐาน รากฐานการอยู่รอดในโลกใหม่”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="has-text-align-left">วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา 13.30-14.00 น. (Online)</p>



<p>เรียน ท่านกรรมการสภาทีดีอาร์ไอ <br>        ท่านประธานทีดีอาร์ไอ คณะผู้บริหาร และทีมงาน <br>        ท่านสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน</p>



<p><strong>ผมขอขอบคุณคณะผู้จัดงานสัมมนาสาธารณะทีดีอาร์ไอประจำปี 2564 เป็นอย่างยิ่งที่ให้เกียรติเชิญผมมากล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “การศึกษาพื้นฐาน รากฐานการอยู่รอดในโลกใหม่” ในการประชุมครั้งนี้ โดยผมจะขอถือโอกาสกล่าวในนามของประธานคณะกรรมการสถาบัน TDRI และ ในนามประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกัน </strong></p>



<p><strong>ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็น TDRI และ กสศ. ขับเคลื่อนภารกิจการปฏิรูปการศึกษาต่อเนื่องจากงานที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ได้เริ่มต้นไว้ในหลายส่วน</strong> โดยเฉพาะภารกิจเรื่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (Education Sandbox) และ ภารกิจเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษา ผมจึงอยากจะขอใช้โอกาสที่ผมได้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในส่วนของการจัดตั้งองค์กร และการเป็นประธานคณะกรรมการบริหารของทั้งสององค์กรนี้ นำเสนอความสำคัญของการศึกษาพื้นฐาน ทั้งในมิติของความเสมอภาคและความสำคัญของการสร้างสรรค์นวัตกรรมการศึกษาที่จะเป็นรากฐานของการอยู่รอดในโลกใหม่ <strong>ความก้าวหน้าของภารกิจพื้นฐานที่สำคัญของประเทศทั้ง 2 เรื่องนี้ นอกจากจะเป็นรากฐานที่สำคัญในการอยู่รอดในโลกใหม่ของเด็กเยาวชนไทยแล้ว ยังจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่มั่นคงและยั่งยืนในโลกยุคหลัง COVID-19</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/12-ปาฐกถา-การศึกษาพื้นฐาน-02.jpg" alt="" class="wp-image-47752" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/12-ปาฐกถา-การศึกษาพื้นฐาน-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/12-ปาฐกถา-การศึกษาพื้นฐาน-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/12-ปาฐกถา-การศึกษาพื้นฐาน-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/12-ปาฐกถา-การศึกษาพื้นฐาน-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/12-ปาฐกถา-การศึกษาพื้นฐาน-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p><strong>ท่านผู้มีเกียรติครับ</strong></p>



<p><strong>หากพูดถึง “จินตนาการแห่งโลกใหม่ กับการพัฒนาประเทศ” ผมอยากชวนพวกเรามองย้อนกลับไปเมื่อราว 30 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประชาคมโลกและคนไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคเอกชนและภาครัฐ มี “จินตนาการร่วมกันว่า” ด้วยการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษจากนโยบายการเปิดเสรีทางการค้าและการเงิน ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่การเป็นเสือเศรษฐกิจตัวที่ 5 แห่งเอเชีย </strong>ตามประเทศเกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน และฮ่องกง ก่อนที่วิกฤตเศรษฐกิจจะหยุดจินตนาการดังกล่าวเอาไว้เมื่อปี 2540</p>



<p>อย่างไรก็ดี เมื่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจสังคมไทยเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะที่มีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วง 5-10 ปีถัดมา ระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาแรงงานอย่างเข้มข้นของไทยต้องประสบกับความท้าทายที่สำคัญจากการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนสู่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าจ้างที่ต่ำกว่า รวมถึงการที่<strong>ประชากรวัยแรงงานส่วนใหญ่ของประเทศไทยที่ยังคงเป็นแรงงานทักษะขั้นต่ำซึ่งมีจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยเพียง 7-8 ปีเท่านั้น</strong> กำลังถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตสินค้าและบริการจากกระแสการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ส่งผลให้<strong>รายได้ที่แท้จริงของกำลังแรงงานไทยแทบทุกระดับการศึกษามีแนวโน้มลดลงจากระดับก่อนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 อย่างต่อเนื่อง<sup>1</sup> (ภาพที่ 1) ทำให้แม้เวลาจะผ่านมาแล้วกว่า 2 ทศวรรษ ประเทศไทยก็ยังคงติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลางอยู่เช่นเดิม</strong></p>



<p>นอกจากนั้นแล้วหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยก็มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากรายงานของธนาคารโลก<sup>2</sup> เมื่อปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า <strong>อัตราการเติบโตของรายได้ในกลุ่มประชากรที่ยากจนที่สุดร้อยละ 40 ของประเทศ (Bottom 40) มีแนวโน้มถดถอยลงในช่วงปี 2558-2561 แม้รายได้เฉลี่ยของประชากรทั้งประเทศจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น</strong> แตกต่างจากพัฒนาการที่เกิดขึ้นในประเทศไทยช่วงก่อนหน้านั้น และพัฒนาการที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่าง<strong>ฟิลิปปินส์ ซึ่งอัตราการเจริญเติบโตของรายได้เฉลี่ยของประชากรทั้งประเทศ และของประชากรที่ยากจนที่สุดร้อยละ 40 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นควบคู่กันอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปีระหว่างปี 2549-2558 (ภาพที่ 2)</strong></p>



<p>แม้จะมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากที่เป็นปัจจัยของปัญหาการเจริญเติบโตและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของไทยในหลายทศวรรษที่ผ่านมา แต่เมื่อพิจารณาข้อมูลขององค์การ UNESCO เมื่อปี 2558 ซึ่งชี้ให้เห็นว่า<strong>ประเทศไทยมีเด็กเยาวชนที่มาจากครอบครัวฐานะยากจนที่สุดร้อยละ 20 ของประเทศเพียงร้อยละ 8 เท่านั้นที่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคจนเข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยได้ ต่ำกว่าเด็กที่มาจากครัวเรือนร่ำรวยที่สุดร้อยละ 20 ของประเทศกว่า 6 เท่า (ภาพที่ 3)</strong> เป็นที่น่าสังเกตว่าจากการวิเคราะห์ข้อมูลของ UNESCO พบว่า <strong>ในกลุ่มประเทศรายได้สูงนั้น โอกาสในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาของเด็กจากครัวเรือนยากจนที่สุดและเด็กจากครัวเรือนที่ร่ำรวยที่สุดนั้นใกล้เคียงกันมากที่ร้อยละ 44 และ 62 ตามลำดับ ความเสมอภาคทางการศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-140225"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/talk-image1-1.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพที่ 1</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c7e41d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/talk-image2-1.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพที่ 2</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bac0d7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/talk-image3-1.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพที่ 3</figcaption></figure></div></div></div>



<p>เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ผมขอนำผลการวิเคราะห์ของสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. ที่ได้ศึกษาข้อมูลการศึกษาของประชากรไทยย้อนหลังไปมากกว่า 60 ปี จากฐานข้อมูล Global Database on Intergenerational Mobility (GDIM) ของธนาคารโลก ซึ่งพบว่า <strong>ในเวลาเพียง 1 Generation คนไทยได้รับการศึกษามากขึ้นอย่างมาก จากเดิมที่ประชากรรุ่นพ่อแม่ที่เกิดในช่วง พ.ศ.2500 (Generation X) มีประชากรมากกว่าร้อยละ 40 ที่ไม่ได้รับการศึกษาเลย ในขณะที่ประชากรรุ่นลูกของคนกลุ่มนี้ (Generation Y) ซึ่งเกิดในช่วง พ.ศ. 2520 สัดส่วนของประชากรที่ไม่ได้รับการศึกษาเลยลดลงเหลือเพียงร้อยละ 2 เท่านั้น</strong> ความก้าวหน้าในการลดสัดส่วนประชากรที่ไม่ได้รับการศึกษาลงมากกว่า 20 เท่าภายในระยะเวลา 1 ชั่วคนนี้ต้องให้เครดิตแก่หน่วยงานด้านการศึกษาทุกสังกัดที่ร่วมกันส่งเสริมความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dda135"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/talk-image4-1.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพที่ 4</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>อย่างไรก็ดี จากการวิเคราะห์ข้อมูลของ GDIM ยังพบหลักฐานที่น่าสนใจของปรากฏการณ์ “การสืบทอดทุนมนุษย์ข้ามรุ่น” (Intergenerational Privilege) ในประเทศไทย</strong> กล่าวคือ หากพ่อแม่มีการศึกษาสูงสุดระดับมหาวิทยาลัย รุ่นลูกจะมีโอกาสสูงมากถึงร้อยละ 48 ที่จะสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาเช่นกัน ในขณะที่<strong>หากพ่อแม่มีการศึกษาสูงสุดระดับต่ำกว่าประถมศึกษาแล้ว โอกาสที่รุ่นลูกจะมีการศึกษาสูงสุดในระดับอุดมศึกษาจะมีเหลือเพียงร้อยละ 16 เท่านั้น และมีโอกาสมากถึงร้อยละ 49 ที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษาก่อนสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา และร้อยละ 34 ที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา </strong>ซึ่งเป็นข้อค้นพบที่สอดคล้องกับรายงานขององค์การ UNESCO และข้อมูลจากการสอบ TCAS ในปีการศึกษา 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งมีนักเรียนจากครอบครัวยากจนและยากจนพิเศษ (Bottom 20) ที่สามารถสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้เพียงร้อยละ 10-12 เท่านั้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a46a56"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/talk-image5-1.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพที่ 5</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-57c22e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/talk-image6-1.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพที่ 6</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-32e660"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/talk-image7-1.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพที่ 7</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ท่านผู้มีเกียรติครับ </p>



<p>หากพวกเราลองจินตนาการกันดูว่าลูกหลานของครัวเรือนยากจนและยากจนพิเศษมากกว่า<br>ร้อยละ 90 ที่หลุดออกจากระบบการศึกษาก่อนสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา หรือประถมศึกษาเหล่านี้ มีโอกาสที่จะติดอยู่ในกับดักความยากจน หรือหลุดพ้นออกจากกับดักนี้มากกว่ากันครับ สภาพการทำงาน ความมั่นคงในสุขภาพ และครอบครัวเช่นใดที่รุ่นเขาและรุ่นลูกของเขาจะต้องเผชิญ</p>



<p><strong>หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ มีโอกาสสูงมากที่ความยากจนจากรุ่นพ่อแม่ของเขาจะถูกส่งต่อไปยังรุ่นเขาและรุ่นลูกของเขาต่อไป ซึ่งเราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ปัญหาความยากจนข้ามชั่วคน (Intergenerational Poverty)</strong> ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนาน</p>



<p><strong>การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทยจึงเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถ “หยุด” ปัญหาความยากจนข้ามชั่วคน</strong> ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพกำลังคนให้สามารถอยู่รอดในการแข่งขันของโลกยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน แม้ว่า COVID-19 จะส่งผลให้สถานการณ์การหลุดออกนอกระบบของนักเรียนรุนแรงขึ้นทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย <strong>หนึ่งในหมุดหมายการพัฒนาประเทศที่สำคัญสำหรับประเทศไทยในยุคหลัง COVID-19 คือการรักษาเด็กเยาวชนทุกคนให้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นอย่างน้อย และมีโอกาสที่จะเสมอภาคในการพัฒนาทุนมนุษย์ตามศักยภาพและความถนัดของเขาเป็นรายบุคคล </strong>เพื่อให้ทรัพยากรมนุษย์รุ่นใหม่เหล่านี้มีทักษะแรงงานที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในยุคโลกใหม่ <strong>มาตรการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจที่ภาครัฐและภาคเอกชนจะลงทุนในอนาคตอันใกล้นี้ควรคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายและโจทย์การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นี้ ซึ่งนอกจากจะช่วยพัฒนารากฐานที่สำคัญในการพัฒนาประเทศในระยะยาวแล้ว ยังถือเป็นมาตรการที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมากกว่าที่คิด</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-266b9b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/12-ปาฐกถา-การศึกษาพื้นฐาน_FB.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>จากผลการศึกษาของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบว่า การดึงเด็กกลุ่มที่หลุดจากระบบการศึกษาก่อนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานกลับมาได้ สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขาได้ในระยะยาว และเป็นการลงทุนของภาครัฐที่คุ้มค่าในระดับเดียวกันกับโครงการลงทุนภาครัฐขนาดใหญ่ <strong>โดยจากการประเมินผลตอบแทนส่วนบุคคล (Estimated Private Benefit) ที่เพิ่มขึ้นจากการขจัดปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษา หรือการรักษาให้เด็กเยาวชนให้สามารถคงอยู่ในระบบการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน (มัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า) ทุกคน มีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมแล้วประมาณ 20,000-110,000 ล้านบาทต่อปี ตลอดช่วงอายุการทำงานของพวกเขา วงเงินดังกล่าวเมื่อคิดเป็นอัตราผลตอบแทนของการลงทุนแล้ว (IRR) จะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 9.3</strong> <strong>ซึ่งสูงกว่าต้นทุนทางการเงินของรัฐที่อยู่ราวร้อยละ 2.7</strong> และอยู่ในระดับสูงเทียบเคียงกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้า หรือการลงทุนในสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ ของรัฐบาล ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะพิจารณาโครงการที่มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจในระดับร้อยละ 9-12</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c4b270"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/talk-image8-1.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพที่ 8</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8ec697"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/talk-image9.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพที่ 9</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>นอกจากนั้นผลตอบแทนดังกล่าวยังไม่นับรวมผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment) </strong>ในเชิงมหภาคของการศึกษาที่เพิ่มขึ้น เช่น อัตราการหลุดออกจากระบบการศึกษาที่ลดลง จะส่งผลให้คุณภาพแรงงานและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งสุขภาพประชากรจะแข็งแรงมากขึ้น ทำให้ความเสมอภาคทางสังคมและคุณภาพชีวิตดีขึ้นตามลำดับ ดังนั้นการลงทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงไม่เพียงแต่เป็นการลงทุนที่มีความคุ้มทุนทางการเงินแล้ว แต่การแก้ไขปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาทุนมนุษย์ยังมีนัยสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในโลกยุคหลัง COVID-19</p>



<p>ท่านผู้มีเกียรติครับ</p>



<p>เพื่อให้การดำเนินการตามเป้าหมายดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ผมขอนำเสนอมาตรการสำคัญ 5 ประการดังต่อไปนี้</p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-23200553 gb-headline-text">ประการที่ 1</h3>



<p>การสร้างเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสนับสนุนการสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษา ผ่านการบูรณาการด้านระบบข้อมูลสารสนเทศรายบุคคล เครือข่ายการทำงานเชิงพื้นที่ รวมทั้งการกำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดการพัฒนารายช่วงวัยตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงวัยแรงงาน เพื่อให้เด็กเยาวชนทุกคน <strong>โดยเฉพาะกลุ่มที่อาศัยอยู่กับครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ทั้ง Bottom 40 และ Bottom 20 ได้รับโอกาสที่เสมอภาคในการศึกษาและการพัฒนาจนสามารถออกจากกับดักความยากจนได้ใน Generation นี้</strong></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-a1a4859c gb-headline-text">ประการที่ 2</h3>



<p><strong>การยกระดับขีดความสามารถ และทรัพยากรของโรงเรียนที่มีประชากรนักเรียนจากครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและด้อยโอกาส ให้สามารถมีระบบการเฝ้าระวังและการส่งต่อกลุ่มเป้าหมายที่มีความด้อยโอกาสทางเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ ให้แก่หน่วยงานที่มีภารกิจโดยตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ</strong> รวมทั้งการปรับปรุงระบบการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษา และอัตรากำลังครูตามหลักอุปสงค์และหลักความเสมอภาค เพื่อให้โรงเรียนมีทรัพยากรและกำลังคนที่เพียงพอทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเสมอภาคแก่นักเรียนทุกคน</p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-260f73e4 gb-headline-text">ประการที่ 3</h3>



<p><strong>ส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ (Culture of Evidence)</strong> การดำเนินการตามมาตรการทั้ง 2 ประการข้างต้นด้วยการวิจัยทดสอบนวัตกรรมในพื้นที่จริง และมีการติดตามประเมินผลเพื่อใช้ประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและการขยายผลการดำเนินงานสู่ระดับชาติ ถือเป็นกลยุทธ์การทำงานที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง การปฏิรูปที่มุ่งเน้นเฉพาะอยู่ที่เป้าหมายหรือเจตนาที่ดีของผู้นำการปฏิรูปเท่านั้น ยากที่จะได้รับการสนับสนุนในวงกว้างอย่างยั่งยืนจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ <strong>เราจำเป็นที่จะต้องสามารถสื่อสารให้ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน ไปจนถึงเด็กเยาวชนที่เกี่ยวข้องให้สามารถเข้าใจและยอมรับด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์อย่างแท้จริงว่า การปฏิรูปดังกล่าวสอดคล้องต่อความต้องการและบริบทในพื้นที่ของพวกเขาอย่างแท้จริง</strong> ผมมีความยินดีที่ทางกระทรวงศึกษาธิการ TDRI และหน่วยงานภาคีได้ดำเนินงานภายใต้ <strong>พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (Education Sandbox) ซึ่งถือเป็นกลไกเชิงนโยบายที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการศึกษาที่จะเป็นรากฐานของการอยู่รอดในโลกใหม่ที่มีประสิทธิภาพ และการสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในระดับพื้นที่และระดับชาติ</strong></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-096c4b7c gb-headline-text">ประการที่ 4</h3>



<p><strong>การส่งเสริมทางเลือกในการศึกษาทางเลือก (Alternative Education)</strong> และการพัฒนาทักษะแรงงานที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมยุคใหม่ให้กับเยาวชนวัยหลังการศึกษาภาคบังคับ เพื่อให้เขามีทางเลือกที่เสมอภาคในการเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพและพรสวรรค์ของเขาควบคู่ไปกับการหารายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวอย่างยืดหยุ่น (Equitable Opportunity for Flexible Learning)</p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-03503fcc gb-headline-text">ประการที่ 5</h3>



<p>ท่านผู้มีเกียรติครับ  </p>



<p>ข้อเสนอมาตรการทั้ง 4 ประการข้างต้นนี้ หาใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือ ภาคส่วนใด ภาคส่วนหนึ่งเท่านั้น หากประสบการณ์และข้อมูลวิชาการที่พวกเราได้สั่งสมมาหลายทศวรรษบนเส้นทางสู่การพัฒนาประเทศจะให้จินตนาการหรือโมเดลใหม่ในการพัฒนาประเทศหลัง COVID-19 ที่สำคัญได้บ้างนั้น <strong>ผมอยากชวนให้ทุกท่านร่วมกันจินตนาการถึงโมเดลการพัฒนาที่เด็กเยาวชน และคนไทยทุกคนมีโอกาสที่เสมอภาคกันในการได้รับโอกาสในการศึกษา และการพัฒนาพรสวรรค์ของพวกเขาให้สามารถเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศท่ามกลางความท้าทายในวันข้างหน้า จากพลังความร่วมมือของพวกเราคนไทยทุกคน (All for Education เพื่อ Education for All)</strong> ที่ผ่านมาเราสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าไประหว่างเส้นทางแห่งการพัฒนานี้เป็นจำนวนมาก ทำให้พวกเรายังไม่ได้มีโอกาสเห็นศักยภาพของเด็กเยาวชนและครัวเรือนเหล่านี้ในการพัฒนาประเทศอย่างเต็มที่ ข้อมูลวิชาการและ<strong>ผลการวิจัยได้ชี้ให้เห็นทิศทางการพัฒนาประเทศหลัง COVID-19 ที่ค่อนข้างชัดเจนว่า หากประเทศไทยจะสามารถก้าวออกจากกับดักรายได้ปานกลางสู่การเป็นประเทศรายได้สูงตามเป้าหมายภายใน 20 ปีนั้น เราคนไทยทุกคนจำเป็นต้องไปถึงเป้าหมายแห่งการพัฒนาที่สำคัญนี้ด้วยกัน</strong> เด็กเยาวชนไทยทุกคนต้องสามารถก้าวออกจากกับดักความยากจนของครัวเรือนตนเองได้ด้วยการศึกษาและการพัฒนาพรสวรรค์ของตนอย่างเสมอภาค <strong>วันที่ความยากจนข้ามชั่วคนถูกขจัดออกไปจากสังคมไทยได้สำเร็จ จะเป็นวันที่ประเทศไทยสามารถก้าวออกจากกับดักรายได้ปานกลางได้สำเร็จเช่นเดียวกัน</strong></p>



<p><strong>สุดท้ายนี้ผมขอแสดงความชื่นชม TDRI และ กสศ. ที่ให้ความสำคัญกับโจทย์เรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของเศรษฐกิจและของประเทศ</strong> ผมเองในสมัยที่เพิ่งเริ่มงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อราว 40 ปีก่อน ก็ได้มีโอกาสจับงานที่เกี่ยวกับเรื่องความเหลื่อมล้ำและปัญหาความยากจนของคนไทย แม้เวลาผ่านไปสถานการณ์ของประเทศในเรื่องนี้จะมีแนวโน้มในทางที่ดีขึ้นบ้าง แต่ก็ยังคงมีโจทย์สำคัญหลายเรื่องที่ประเทศไทยควรเร่งจัดการอย่างเป็นระบบก่อนที่จะส่งผลต่อเสถียรภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว <strong>ขอเป็นกำลังใจให้ทีมงานที่อุทิศแรงกาย แรงใจให้แก่ภารกิจที่สำคัญของประเทศนี้ทุกคนครับ</strong></p>



<p>ขอบพระคุณท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ</p>



<div class="wp-block-qubely-gallery qubely-block-404932"><div class="qubely-block-gallery  qubely-gallery-item-1"><div class="qubely-gallery-items qubely-column-grid qubely-column-grid-md3 qubely-column-grid-sm1 qubely-column-grid-xs1"><div class="qubely-gallery-item"><div class="qubely-gallery-content  "><div class="qubely-gallery-image-container"><div class="qubely-gallery-content-image qubely-gallery-image-slide-top"><img decoding="async" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/12-ปาฐกถา-การศึกษาพื้นฐาน-08.jpg" alt=""/></div></div></div></div><div class="qubely-gallery-item"><div class="qubely-gallery-content  "><div class="qubely-gallery-image-container"><div class="qubely-gallery-content-image qubely-gallery-image-slide-top"><img decoding="async" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/12-ปาฐกถา-การศึกษาพื้นฐาน-07.jpg" alt=""/></div></div></div></div><div class="qubely-gallery-item"><div class="qubely-gallery-content  "><div class="qubely-gallery-image-container"><div class="qubely-gallery-content-image qubely-gallery-image-slide-top"><img decoding="async" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/12-ปาฐกถา-การศึกษาพื้นฐาน-05.jpg" alt=""/></div></div></div></div><div class="qubely-gallery-item"><div class="qubely-gallery-content  "><div class="qubely-gallery-image-container"><div class="qubely-gallery-content-image qubely-gallery-image-slide-top"><img decoding="async" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/12-ปาฐกถา-การศึกษาพื้นฐาน_B.jpg" alt=""/></div></div></div></div><div class="qubely-gallery-item"><div class="qubely-gallery-content  "><div class="qubely-gallery-image-container"><div class="qubely-gallery-content-image qubely-gallery-image-slide-top"><img decoding="async" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/12-ปาฐกถา-การศึกษาพื้นฐาน-04.jpg" alt=""/></div></div></div></div><div class="qubely-gallery-item"><div class="qubely-gallery-content  "><div class="qubely-gallery-image-container"><div class="qubely-gallery-content-image qubely-gallery-image-slide-top"><img decoding="async" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/12-ปาฐกถา-การศึกษาพื้นฐาน-06.jpg" alt=""/></div></div></div></div></div></div></div>



<hr class="wp-block-separator aligncenter is-style-wide"/>



<p><sup>1</sup>ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ และ ฐิติมา ชูเชิด (2556)<br><sup>2</sup>Taking the pulse of poverty and inequality in Thailand, Word Bank (2020)</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/dr-prasarn-speech-tdri-annual-public-conference-2021/">คำกล่าว ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล การสัมมนาสาธารณะทีดีอาร์ไอประจำปี 2564 “การศึกษาพื้นฐาน รากฐานการอยู่รอดในโลกใหม่”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
