<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การศึกษาคนหูหนวก | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 01 Sep 2023 04:49:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>การศึกษาคนหูหนวก | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ในโลกการศึกษาที่เสียงดังไปไม่ถึง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/deaf-education/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 May 2023 07:27:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กสศ X 101]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[The101.world]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาไทย]]></category>
		<category><![CDATA[คนหูหนวก]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษามือ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนคนหูหนวก]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาคนหูหนวก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=71058</guid>

					<description><![CDATA[<p>1. ประเทศไทยเราก็เป็นเสียแบบนี้ – ต่อให้ยังอยู่ในฤดูหนา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/deaf-education/">ในโลกการศึกษาที่เสียงดังไปไม่ถึง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>1.</strong></h2>



<p>ประเทศไทยเราก็เป็นเสียแบบนี้ – ต่อให้ยังอยู่ในฤดูหนาว แต่อากาศเดือนกุมภาพันธ์ก็ร้อนระอุจับใจ ตอนนั้นไม่มีใครรู้หรอกว่าอีกหนึ่งถึงสองเดือนให้หลังจะร้อนแผดร้อนเผายิ่งกว่านี้ ที่รู้กันมีอยู่แค่อย่าไปท้าทายอำนาจแดดบ่าย หลบได้ก็จงหลบ ‘<a href="https://www.the101.world/silent-talk/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">โรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ</a>’ ในโมงยามที่เราไปถึงจึงมีเพียงความเงียบสงบ ตรงกันข้ามกับภาพลักษณ์ย่านที่ตั้งอย่างสาทร</p>



<p>หากไม่ทราบข้อมูลจากหน้า<a href="https://www.facebook.com/sotthung/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noreferrer noopener">อินเทอร์เน็ต</a>มาก่อน ลำพังอาคารเรียนที่ใช้รองรับเด็กตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมปลาย สนามกลางแจ้งที่ขีดเส้นให้เล่นได้ทั้งบอลและบาส รวมถึงแมกไม้เขียวสบายตาจำนวนมาก ไม่ส่งสัญญาณบ่งบอกว่าที่แห่งนี้คือโรงเรียนสำหรับเด็กหูหนวกเลยแม้แต่น้อย อาจจะมีเบาะแสให้จับสังเกตได้บ้างจากป้ายตามถนนหนทางด้านนอก – ‘ขับช้าๆ โปรดระวังคนพิการ’ แต่ความสงสัยจะถูกไขกระจ่างก็ต่อเมื่อคุณมีโอกาสก้าวเท้าเข้าไปในห้องเรียน</p>



<p>สำรวจบรรดาโปสเตอร์สื่อการสอนรายรอบห้อง แล้วพบว่านอกจากรูปภาพและคำศัพท์อย่างที่ควรจะเป็น ยังมีภาษามืออธิบายกำกับไว้แทบทุกชิ้น</p>



<p>ยิ่งเป็นห้องเรียนภาษาอังกฤษ ยิ่งน่าสนใจว่ามีอย่างน้อยสี่ภาษาที่นักเรียนต้องจดจำ ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษามือไทย และภาษามืออเมริกัน</p>



<p>แต่สำหรับ ‘เอิน’ แล้ว เธอสนใจอย่างอื่นยิ่งกว่าการท่องจำภาษาเหล่านั้น</p>



<p><br>แทนการขยับริมฝีปาก เธอแนะนำตัวเองผ่านการสะกดคำด้วยนิ้วมืออย่างฉะฉาน – การชี้ปลายนิ้วนางเท่ากับสระเอ กำมือคือ อ.อ่าง งอสี่นิ้วชนนิ้วโป้งเป็นสระอิ จบด้วยการกำนิ้วโป้งแทรกระหว่างนิ้วกลางและนางแทน น.หนู</p>



<p>‘หนูชื่อ เอิน ค่ะ’ ถัดจากชื่อ คือการบอกกล่าวว่าตนอายุ 15 เรียนอยู่ชั้น ม.3 และชอบวาดรูปมาก มากถึงขนาดกำมือไว้ที่อกซ้าย คีบขยับนิ้วโป้งและชี้ขึ้นลงประหนึ่งดึงหัวใจออกมา เป็นภาษามือคำว่า ‘ชอบ’ อยู่หลายครั้ง</p>



<p>‘ชอบทั้งการวาดจากแบบ ต้นไม้ ดอกไม้ ทั้งวาดลายเส้นการ์ตูน จะลงสีน้ำ สีประเภทต่างๆ หรือแรเงาด้วยดินสอ EE ก็ชอบหมดเลยค่ะ’</p>



<p>ขอแค่มีกระดาษสักแผ่นกับดินสอสักแท่ง จินตนาการของเอินก็พร้อมโลดแล่นทุกครั้งที่มีเวลาว่าง และภาพที่เธอจินตนาการบ่อยครั้งที่สุดคือการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในคณะสายศิลปะ รวมถึงจบออกมาประกอบอาชีพเกี่ยวกับการวาดเขียน</p>



<p>เพียงแต่โรงเรียนไทยทั่วไปล้วนมีลักษณะคล้ายคลึงกัน หากไม่ใช่โรงเรียนสอนทักษะเฉพาะทาง ก็สอนศิลปะให้พอพักผ่อนจากวิชาการ หาได้เข้มข้นหลากหลายอะไรนัก เอินจึงต้องเรียนวาดรูปเพิ่มเติมกับติวเตอร์ทางออนไลน์ ภายใต้ข้อจำกัดว่านอกจากผู้สอนจะมีความรู้เรื่องศิลปะแล้ว ต้องสื่อสารภาษามือกับเธอได้ด้วย</p>



<p>‘คนที่สอนหนูก็เป็นรุ่นพี่หูหนวกค่ะ’ เอินโบกไม้โบกมือ ‘เขาสอนเราเรื่องพื้นฐาน การวาดรูปตามแบบ เป็นคนบ้าง ผลไม้บ้าง สอนว่าต้องลงสีเข้มสีอ่อนตรงไหน ทำยังไงถึงจะเหมือน’</p>



<p>ส่วนไหนลงเงาเป็น ‘สีดำ’ จะทำท่านิ้วชี้ปาดคิ้ว ส่วนไหนแสงตกกระทบเป็นสี ‘อ่อน’ จะแบมือแล้วหมุนตามเข็มนาฬิกา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-47725c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/20230526-bhawan3-1200x675-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อดสงสัยไม่ได้ว่าเด็กหูหนวกเรียนเรื่องสีกันอย่างไร ในเมื่อการเจาะจงเฉดสีที่ต้องการ บางครั้งแม้ใช้ถ้อยคำยังยากจะกล่าวให้เข้าใจตรงกัน — ที่ว่าแดงนั้นแดงสดแค่ไหน ที่ว่าฟ้าสุดฟ้าคือเท่าใด</p>



<p>‘สมมติว่าต้องลงสีแดง เราจะอธิบายด้วยภาษามือว่าเป็นสีแดงเบอร์ 1 2 3 4 5 ไล่จากเข้มไปอ่อนตามที่กำหนดกัน บางครั้งก็บอกวิธีผสมสี ว่าใช้สีแดงเยอะขนาดไหนผสมกับสีน้ำเงินให้ออกมาเป็นสีม่วง หรือใช้น้อยๆ ผสมกับสีขาวให้ออกมาเป็นสีชมพู’</p>



<p>ที่สุดแล้วหากยังไม่ตรงใจมากพอ ภาษาอเมริกันที่ท่องจำจากห้องเรียนคงถึงคราวออกโรง สะบัดนิ้วมือสะกดรหัสสีและชื่อสีภาษาอังกฤษตามแพนโทนในอินเทอร์เน็ตแทน</p>



<p>‘แต่มันก็ยากอยู่ดีค่ะ’ เอินงอนิ้วชี้สองข้างเคาะกัน หัวคิ้วขมวดมุ่นลำบากใจ – ยาก เพราะต่อให้เป็นการเรียนแบบเปิดกล้องคุยกันตัวต่อตัวและถามคำถามได้อย่างอิสระ กระบวนการแปลงถ้อยคำไปเป็นการขยับมือของเด็กหูหนวกก็อาจทำให้เนื้อความตกหล่นระหว่างทาง เนื่องจากภาษาของพวกเขาไม่มี ‘คำศัพท์’ รองรับมากพอ และไม่อาจสื่อสารได้รวดเร็วทันใจ</p>



<p>‘มีหลายอย่างที่เราเรียนแล้วไม่เข้าใจ บางทีก็สื่อสารไม่ตรงกัน’</p>



<p>แต่ถ้ามัวถามคำถามซ้ำๆ คงทำให้ใครสักคนรำคาญได้อย่างง่ายดาย เอินรู้แก่ใจดี จึงเลือกถามแค่พอเหมาะ แล้วคอยเรียนรู้จากคำติชมหลังส่งผลงานตามโจทย์เสียส่วนใหญ่ พร้อมกันนั้นก็ใช้เวลาว่างหาเทคนิคเพิ่มเติมจากยูทูบ — ที่ซึ่งมีคนสอนวาดรูปอยู่เยอะ แต่มีคนคิดถึงเด็กหูหนวกอยู่น้อย</p>



<p>ท่างอนิ้วชี้เคาะกันกลับมาอีกครั้ง</p>



<p>‘ถ้าไม่มีซับ เราก็ไม่รู้เลยว่าเขาพูดอะไร ต้องพยายามสังเกตเอาเองว่าทำยังไงถึงจะสวยเหมือนเขา บางทีถึงมีซับ แต่ก็อ่านไม่เข้าใจ’</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5a9c49"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/20230526-bhawan7-1200x675-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เอินคิดมาตลอด – ในฐานะเด็กหูหนวกที่มีพ่อ แม่ และน้องสาวเป็นคนหูดี – ว่ามีบางอย่างสู้คนอื่นไม่ได้ เมื่อเทียบกับน้องที่อายุน้อยกว่า เธอจินตนาการไม่กว้างไกล ออกจะเรียนรู้ช้าเสียด้วยซ้ำ เฉกเช่นเพื่อนวัยเดียวกันอีกหลายคนที่อยู่ ม.3 แล้วแต่ยังอ่านเขียนไม่คล่อง เพราะภาษาไทยไม่ใช่ภาษาหลักของชีวิต ภาษามือต่างหากที่เป็นภาษาแม่ และนิ้วต่างหากที่สำคัญกว่าลิ้น</p>



<p>เมื่อผัสสะหายไปหนึ่ง จึงทำให้ประสบการณ์เรียนรู้แคบลง</p>



<p>คำถามคือจะเติมเต็มช่องว่าง สานต่อความฝันของพวกเธออย่างไร</p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><br><strong>2.</strong></h2>



<p>‘ครูยุทธ์’ คล้ายกับเอินมาก – เขาหูหนวกและหลงใหลในการวาดรูปเหมือนกัน จะต่างก็เพียงโตกว่า ผ่านการศึกษาศิลปะในระดับมหาวิทยาลัยมาแล้ว และกลายเป็นครูสอนศิลปะเต็มตัว</p>



<p>‘ผมเคยเรียนอยู่ที่สงขลามาก่อน พอจบ ม.3 ก็ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนนี้ (โสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ) จบ ม.ปลายต่อ ปวส. ที่เทคนิคกรุงเทพ 3 ปี เข้ามหาวิทยาลัยสวนดุสิต เรียนเกี่ยวกับการวาดรูป แล้วถึงมาเป็นครูพี่เลี้ยงที่นี่ครับ’</p>



<p>ถ้าคนหูหนวกใช้สีหน้าแทนน้ำเสียง ครูยุทธ์คงถือว่าเป็นคนที่ทำให้เรื่องเล่าธรรมดาๆ สนุกน่าฟัง ดวงตา หว่างคิ้ว ไปจนถึงริมฝีปากของเขาขยับเปลี่ยนไปตามจังหวะมือ ระหว่างที่เล่าว่าตนเองดูแลวิชาศิลปะของเด็กอนุบาลถึงชั้นประถมหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงวัยที่อย่าว่าแต่ฝึกวาดเขียน แค่สื่อสารกันด้วยภาษามือยังเข้าใจกันผิดๆ ถูกๆ อยู่หลายครั้ง</p>



<p>‘เด็กๆ ยังไม่เก่งภาษามือกัน บางทีก็ไม่เข้าใจว่าครูต้องการให้ทำอะไร’ แต่ในฐานะที่ครูยุทธ์เคยเป็นเด็กชายยุทธ์มาก่อน เขาเข้าใจดีว่าการสอนเด็กหูหนวกต้องใช้ความอดทน อธิบายและแสดงให้ดูซ้ำๆ ชี้นำให้เด็กๆ พัฒนาทีละขั้น ค่อยเป็นค่อยไป</p>



<p>เทียบกันแล้ว ประสบการณ์สมัยเรียนในระบบการศึกษาอาศัยความอดทนกว่านี้เยอะ</p>



<p>‘ตอนเรียนมหาวิทยาลัยยากที่สุดแล้วครับ’ คำว่า ‘ยาก’ ของครูยุทธ์ไม่เหมือนของเอินเสียทีเดียว เพราะถึงจะงอนิ้วชี้เคาะกัน แต่ริมฝีปากก็ยังเปื้อนยิ้ม เป็นใบหน้าของคนที่ผ่านมรสุมอุดมศึกษามาแล้ว มีทั้งทุกข์ทั้งสุขปะปนในความทรงจำ และถ้าใครถามว่าอยากย้อนกลับไปเรียนอีกรอบไหม – ไม่เอา</p>



<p>‘สำหรับผม เรื่องการวาดนี่ไม่มีปัญหา แต่ตอนเรียนต้องทำงานไม้ แกะสลักไม้ ยากมากครับ การเขียนรายงานก็ยาก เรียนพวกทฤษฎีก็ยาก ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่’ &nbsp;</p>



<p>‘พอเราอ่านเองไม่เข้าใจ จะบอกให้คนหูดีช่วยอธิบาย เขาก็ไม่ได้ภาษามืออีก เขียนสื่อสารกันก็ติดๆ ขัดๆ เลยเป็นปัญหาว่าไม่รู้เรื่องสักที’</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bde08a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/20230526-bhawan4-1200x675-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ลึกลงไปถึงรากเหง้าของอุปสรรค ครูยุทธ์ยอมรับว่าคนหูหนวกส่วนใหญ่ไม่เชี่ยวชาญทักษะด้านภาษา ยิ่งเข้าสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้น เนื้อหาการเรียนยิ่งประกอบด้วยคำศัพท์เฉพาะทางและเรื่องนามธรรม ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่คนหูหนวกจะเข้าใจได้โดยง่ายมาแต่ไหนแต่ไร – ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าต้องสอนเด็กหูหนวกสักคนให้รู้จัก ‘ประหยัด’ หรือ ‘อดออม’ ลำพังสะกดคำ เขียนให้ดู พวกเขาอาจยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร</p>



<p>‘ต้องมีตัวอย่างให้เขาเห็น มีกระปุกเงิน ทำท่าหยอดกระปุกไปเรื่อยๆ แล้วต่อไปเราจะมีเงิน แบบนี้ถึงจะเข้าใจครับ’</p>



<p>ดังนั้นถ้าถกเถียงถึงนิยามคุณค่าของศิลปะ วิจารณ์แง่งามของงานศิลป์ เห็นทีครูยุทธ์จะไม่สันทัดนัก สิ่งที่เขาเก็บเกี่ยวกลับมาสอนในโรงเรียนจึงเป็นการใช้สี วิธีใช้อุปกรณ์ต่างๆ สร้างสรรค์ผลงาน และการเน้นย้ำให้เด็กๆ ตั้งใจเรียนภาษาไทยให้แตกฉานเสียมากกว่า</p>



<p>อย่างหลังนอกจากถอดบทเรียนผ่านประสบการณ์การศึกษา ยังมีแง่มุมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันที่กระตุกเตือนกันอยู่ร่ำไป</p>



<p>‘ผมชอบดูหนังมากครับ’ หนังไทยไม่ค่อยเท่าไหร่ หนังฝรั่งจะโดนใจมากกว่า ครูยุทธ์บอกเราเช่นนั้น</p>



<p>‘ทั้งหนังสงคราม หนังผี หนังรัก หนังตลก ชอบทั้งหมดเลย หนังสยองขวัญ ซอมบี้กัดกันเลือดสาดก็ดูนะ’ ไอ้พวกเสียงปืน เสียงระเบิดไม่ได้ยินก็ไม่เป็นไร ภูตผีที่ว่าน่ากลัว เห็นแค่หน้าก็ยังเข้าใจ</p>



<p>แต่หนังตลกนี่หากไม่ใช่ตลกที่หน้าตา ตลกที่ภาษากาย ครูยุทธ์แทบไม่รู้เลยว่าผู้คนขำอะไรกัน</p>



<p>‘เราอ่านซับไม่ค่อยทัน หูดีบางคนขำจนเก้าอี้สั่นแล้ว เรายังไม่รู้เรื่องเลย’ เล่าพลางหัวเราะแผ่ว ไม่มีเสียงเล็ดลอด มีเพียงลมและอาการส่ายหัวเหมือนบอกว่าตัวเองไม่เอาไหน</p>



<p>หากเป็นไปได้ ครูยุทธ์ก็อยากให้บรรดาสื่อต่างๆ มีล่ามภาษามือกำกับ จำพวกช่องข่าวหรือรายการบางประเภทอาจพอมีอยู่บ้าง แต่หน้าจอของล่ามก็เล็กเหลือใจ ทำเอาชายวัย 40 ต้นต้องเพ่งจ้องจนปวดหัวปวดตากว่าจะรู้ว่าวันนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น และนั่นล่ะ ปกติคนเราชอบดูอะไรสนุกๆ อย่างหนัง ละคร คลิปสั้นบนอินเทอร์เน็ตยิ่งกว่าติดตามข่าวอาชญากรรม สังคมการเมืองทั้งวี่ทั้งวันอยู่แล้ว</p>



<p>‘อย่างน้อยถ้ามีซับให้ก็ยังดี คนที่อ่านเก่งๆ จะได้รู้เรื่องกับเขา’</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cfaf46"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/20230526-bhawan9-1200x675-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในโลกที่เทคโนโลยีทรงอำนาจ กระแสข้อมูลไหลท่วมท้นจากทุกทิศทาง เรื่องราวทุกสิ่งอย่างล้วนเปลี่ยนผันรวดเร็ว</p>



<p>คำถามคือจะทำยังไงให้คนแบบครูยุทธ์ไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง</p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><br><strong>3.</strong></h2>



<p>วันแรกที่ ‘ครูอังคณา’ ย้ายจากโรงเรียนเอกชนธรรมดามาบรรจุเป็นครูประจำโรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ เธอไม่รู้ภาษามือสักนิด และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่คือโรงเรียนสอนเด็กหูหนวก</p>



<p>“พอสอบบรรจุได้ ทางราชการก็ให้มาประจำที่โรงเรียนนี้ เราไม่ได้เลือกเอง เพราะเราไม่มีความรู้เกี่ยวกับการศึกษาพิเศษเลย” น้ำเสียงของครูสาวเนิบช้า แต่กลั้วไปด้วยความขบขันเจือจาง เมื่อย้อนมองกลับไปว่าถึงขนาดเห็นชื่อ ‘โสตศึกษา’ ตำตาตนก็ไม่ทันเฉลียวใจ กระทั่งเห็นเด็กนักเรียนโบกไม้โบกมือใส่กันยังหลงคิดไปอีกทาง</p>



<p>“ตอนแรกเราคิดว่าเด็กเป็นอะไรกันหรือเปล่า เครียดหรือเปล่า หรือว่าทะเลาะกัน ตอนหลังถึงรู้ว่าที่นี่เขาคุยกันด้วยภาษามือ”</p>



<p>ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปโลกอีกใบ – โลกที่เสียงพูดของครูกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมในห้องเรียน ครูอังไม่มีทางเลือกมากนัก นอกจากต้องติวภาษามือหลักสูตรเร่งรัดจากบรรดาเพื่อนร่วมงานทุกเย็น เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มก่อนเริ่มต้นสอนนักเรียนได้จริง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-905130"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/20230526-bhawan8-1200x675-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จนถึงทุกวันนี้ ครูอังยังจำได้ดีว่าชั้นเรียนแรกของเธอเป็นวิชาสังคมของเด็กชั้นประถมต้น ซึ่งความโหดหินคือนอกจากภาษามือสื่อสารในชีวิตประจำวันที่ติวเข้มมา เธอยังต้องเชี่ยวชาญภาษามือที่เป็นศัพท์วิชาการเฉพาะ</p>



<p>แล้วเวลาเพียงหนึ่งเดือนจะไปพออะไร?</p>



<p>“พอเข้าไปในชั้นเรียนที่เรารับผิดชอบ ตามปกติเราจะสอนเนื้อหาด้วยการทำภาษามือให้เด็กเข้าใจใช่ไหม? ของครูนี่กลับกัน เราต้องบอกนักเรียนว่าเดี๋ยวครูจะสอนเธอด้านวิชาการนะ แต่เธอต้องช่วยสอนภาษามือครูเป็นการแลกเปลี่ยนกัน”</p>



<p>เด็กบางคนให้ความร่วมมือดี – ถ้าใช้นิ้ววาดรูปตัว ‘T’ ตรงจมูก แปลว่าประเทศไทย, งุ้มนิ้วทั้งห้าแตะข้างศีรษะ เท่ากับประเทศลาว, ยกนิ้วชี้แตะปาก แล้วทำมือเป็นรูปตัว ‘C’ คือประเทศจีน แต่บางคนก็มองว่าคำขอร้องของครูอังช่างแปลกประหลาด ถึงขั้นเดินเข้ามาใกล้ ชี้ไปที่ตัวครู กำนิ้วมือไว้ตรงบริเวณขมับ แล้วแบมือออก แสดงสีหน้าสับสนไม่เข้าใจ</p>



<p>‘ทำไม-ครู-ไม่รู้’ – ทำไมคนเป็นครูถึงไม่รู้เรื่องเหล่านี้? เขาถามครูกันตรงๆ โผงผางเสียจนครูอังอึ้งกิมกี่ มารู้ทีหลังว่าธรรมชาติภาษามือก็เป็นเช่นนั้นเอง เน้นสื่อความ ไม่เยิ่นเย้อ ซึ่งครูอังได้แต่สารภาพตามตรง ครูยังใหม่ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ไม่รู้ ถ้าเธอช่วยสอน ต่อไปครูจะอธิบายบทเรียนได้ดีกว่านี้</p>



<p>ปัจจุบันครูอังสอนที่โรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆมาแล้ว 27 ปี สอนทั้งวิชาสังคมและวิชาภาษาอังกฤษให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ถือได้ว่าเป็นครูผู้เชี่ยวชาญไม่ต่ำกว่าสี่ภาษา และขณะที่นั่งสนทนากันด้วยถ้อยคำ มือของเธอขยับแปลคำพูดในบางจังหวะ บ่งบอกถึงความเคยชิน</p>



<p>“เราคุยกับเด็กหลายเรื่องมาก บางคนมาปรึกษาเรื่องส่วนตัวก็มี” ธรรมดาของครูที่คลุกคลีกับเด็กวัยรุ่น ส่วนมากมักรับหน้าที่ดูแลสุขภาพกายใจไปจนถึงปัญหาอื่นๆ นอกเหนือจากเรื่องวิชาการ ต่อให้เป็นเด็กหูหนวกเองก็ต้องการพื้นที่ปลอดภัยและการรับฟัง ครูอังจึงเป็นหนึ่งในคนที่นักเรียนมาเล่าอะไรต่อมิอะไรให้ฟังเรื่อยๆ</p>



<p>ตั้งแต่เรื่องความรัก แอบชอบคนนั้น อยากจีบคนโน้น อกหักจากคนหูดี มีปัญหากับเพื่อนในห้อง แล้วยังมีสารพัดคำศัพท์จากอินเทอร์เน็ตที่เด็กนักเรียนจะสรรหามาถาม</p>



<p>“บางทีเด็กอ่านข่าวมา ก็มาถามเราว่าครูครับ ‘เสธ.’ แปลว่าอะไร เราต้องอธิบายให้เขา บอกว่าเป็นยศของทหารนะ รู้จักทหารใช่ไหม? บางคำไม่มีในภาษามืออย่าง ‘เลิศเลอ’ ก็ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจโดยการใช้คำศัพท์ที่ใกล้เคียงแทน เช่น เลิศเลอคือสวย สวยมาก ดีมาก สวยสุดๆ”</p>



<p>ครูอังแบมือตั้งฉากกับใบหน้า ขยับมือและแขนหมุนทวนเข็มนาฬิกา ก่อนชูนิ้วโป้งให้ เป็นคำว่า ‘สวย’</p>



<p>“มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาถามว่า ‘ปัง’ ในเน็ตคืออะไร เราบอกว่าปังคือดังมาก เด็กดันเข้าใจว่า ‘ปัง’ คือเสียงดังเหมือนระเบิด กว่าจะอธิบายจนเข้าใจกันได้ต้องยกตัวอย่างไปหลายเรื่อง”</p>



<p>ถัดจากคำแสลงและปัญหาหัวใจ เรื่องที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยคือปัญหาเศรษฐกิจ มีเด็กหูหนวกจำนวนไม่น้อยที่มาปรึกษาครูว่าอาจต้องเลิกเรียนกลางคันเพราะบ้านไม่มีเงิน หรือไม่อาจเรียนต่อในระดับชั้นอุดมศึกษาได้ เพราะทุนทรัพย์ไม่อำนวย</p>



<p>“แล้วยังมีเด็กที่เรียนจบไปแล้วมาขอให้ครูไปเป็นล่ามช่วยสมัครงาน เพราะกลัวว่าถ้าสื่อสารด้วยตัวเอง ทางบริษัทจะไม่เข้าใจ ตัวเขาสื่อสารด้วยภาษามือเป็นหลัก ทักษะการเขียนก็ไม่แข็งแรง สุดท้ายครูก็ไปช่วยเขานะ แต่บอกให้เขาพยายามเขียนเอกสารต่างๆ ด้วยตัวเอง ครูจะบอกบริษัทว่าเธอมีทักษะอะไร ระดับไหน ให้ทางนั้นพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4fe122"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/20230526-bhawan5-1200x675-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เช่นเดียวกับครูยุทธ์ และครูคนอื่นๆ ครูอังพยายามสอนนักเรียนเสมอว่าต้องให้ความสำคัญกับการฝึกอ่านเขียน เพื่อเปิดโอกาสเข้าสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้นและการสมัครเข้าทำงานเช่นคนทั่วไป โดยเธอรับหน้าที่อธิบายแทนคนหูหนวกว่าเพราะไวยากรณ์ภาษามือต่างจากภาษาไทย ทำให้พวกเขามีปัญหาในการเรียนรู้</p>



<p>“เขาจะนำสิ่งที่เขาเห็นมาพูดก่อน เช่น ถ้าจะพูดว่า ‘ผมกินข้าว’ แต่ในภาษามือ เขาเห็นข้าวมาก่อน ก็จะนำกรรมมาขึ้นต้นประโยค กลายเป็น ‘ข้าว-ผม-กิน’</p>



<p>“ ‘พ่อขับรถ’ ก็จะเขียนว่า ‘รถ-พ่อ’ เป็นคน ‘ขับ’ ‘ลิงกินกล้วย’ คือ ‘กล้วย’ มี ‘ลิง’ มา ‘กิน’”</p>



<p>ครั้งหนึ่ง ครูอังแต่งชุดดำทั้งตัวมาสอนเพื่อเตรียมไปร่วมงานศพในตอนเย็น นักเรียนเห็นเข้าก็ทำภาษามือชี้หาครู ถามว่า ‘ไป’ – ‘ตาย’ เหรอ? ทำเอาครูอังต้องรีบแก้ท่าทางคำพูดเสียใหม่ ไม่ให้เนื้อหาน่าหวาดเสียวยิ่งไปกว่านี้</p>



<p>“ในโลกของเขา ใช้คำแค่นี้สื่อสารกันก็เข้าใจ แต่เราอยากให้เขาใช้ภาษาเขียนได้ดี เพราะไม่ใช่ทุกคนที่คุยภาษามือกับเขาได้ การใช้ชีวิตในสังคม เขาต้องสื่อสารกับคนนอกชุมชนด้วย”</p>



<p>‘การใช้ชีวิตในสังคม’ คำนี้ช่างกว้างและเต็มไปด้วยรายละเอียดปลีกย่อยนับล้าน ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่แค่ต้องเขียนให้รู้เรื่องเพื่อสื่อสารเท่านั้น ครูอังยังมองเลยไปถึงทักษะชีวิตและมารยาททางสังคมที่เด็กๆ ควรรู้ เช่น การตรงต่อเวลา การใช้บริการขนส่งสาธารณะร่วมกับคนอื่นๆ ไปจนถึงการมีสัมมาคารวะ ไปมาลาไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่</p>



<p>“ถ้าพบคนอื่นต้องรู้จักยกมือสวัสดี รู้จักการขอบคุณ เดินผ่านผู้ใหญ่ต้องค้อมตัว” วัยรุ่นทั่วไปคงฟังคำพูดเหล่านี้พลางเบ้หน้าด้วยความรำคาญ กระนั้นครูอังก็ยังยืนยันที่จะพร่ำสอนซ้ำแล้วซ้ำอีก</p>



<p>“ธรรมชาติของเด็กหูหนวกมักเป็นฝ่ายรอให้คนอื่นเข้ามามีปฏิสัมพันธ์ ทำความรู้จักกับเขา เพราะเขาไม่ได้ยินจึงไม่รู้ว่าใครกำลังพูดหรือสนใจเขาอยู่บ้าง บางคนต้องสบตา จ้องเขาตรงๆ เขาถึงจะยอมทักทาย ยกมือไหว้ ซึ่งมันอาจไม่น่ารักในสายตาคนทั่วไป” &nbsp;</p>



<p>เอาเข้าจริง คนเป็นครูคงคาดหวังจากลูกศิษย์อยู่เพียงไม่กี่อย่าง</p>



<p>เติบโตอย่างมั่นคง และเป็นที่รักของคนอื่นๆ ในสังคม</p>



<p>เท่านั้นก็คงเพียงพอแล้ว</p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><br><strong>4.</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b40b3e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/20230526-bhawan2-1200x675-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในโลกใบเล็กที่สุ้มเสียงดังไปไม่ถึง ความเปราะบางเหลื่อมล้ำยังคงกัดกินระบบการศึกษาไทย</p>



<p>ทั้งหลักสูตรที่ไม่หลากหลายพอจะรองรับความฝัน</p>



<p>ทักษะอ่านเขียนที่ไม่ได้รับการพัฒนามากพอต่อการใช้ชีวิตประจำวัน</p>



<p>ภาวะขาดแคลนครู รวมถึงผู้เชี่ยวชาญการศึกษาเฉพาะด้าน</p>



<p>ภาระงานที่ครูคนหนึ่งแบกรับแทบเกินตัว</p>



<p>ฯลฯ</p>



<p>เรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้ไม่ได้มีน้อยหน้าไปกว่าโลกการศึกษาของคนหูดี หรืออาจจะมากกว่า แต่ว่าเงียบหายเพราะไม่อาจส่งเสียงกึกก้องได้ผ่านถ้อยคำ</p>



<p>คำถามสำคัญคือหากไม่ได้ยิน ‘เสียง’ กล่าวถึงปัญหา แล้วจะมีใครใช้ดวงตาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนลึกซึ้งบ้างหรือไม่</p>



<p>จะมองเห็นตัวตนของพวกเขาชัดเจนแค่ไหน</p>



<p>ก็สุดแท้แต่จะคาดเดา</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ The101.world</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/deaf-education/">ในโลกการศึกษาที่เสียงดังไปไม่ถึง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
