<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การบ้าน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 19 Aug 2020 07:44:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>การบ้าน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เสนอศธ.กำชับโรงเรียนลดจำนวนการบ้านนักเรียนอย่างจริงจังมุ่งฝึกภาคปฎิบัติมากขึ้น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/19-08-2020-3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2020 07:44:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษา กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สมพงษ์ จิตรระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[การบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=20308</guid>

					<description><![CDATA[<p>แนวทางปรับปรุงหลักสูตรการศึกษา พร้อมกับเน้นให้โรงเรียนท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/19-08-2020-3/">เสนอศธ.กำชับโรงเรียนลดจำนวนการบ้านนักเรียนอย่างจริงจังมุ่งฝึกภาคปฎิบัติมากขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-20323" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail4-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail4-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail4-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail4-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail4-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางปรับปรุงหลักสูตรการศึกษา พร้อมกับเน้นให้โรงเรียนทุกแห่งลดการบ้าน  โดยใช้การเรียนออนไลน์เข้ามาช่วยพัฒนาการเรียนการสอนของนักเรียน โดยให้พัฒนาการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยี ตามแนวทางของ <strong>นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ</strong> ได้รับการตอบรับ จากนักการศึกษาหลายท่าน รวมถึง  <strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตรระดับ</strong> อาจารย์คณะศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะที่ปรึกษาที่ปรึกษากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ. ) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเห็นด้วยกับนโยบายนี้ และถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้การบ้านนักเรียนจำนวนมาก และนักเรียนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่กับการบ้านเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่นักเรียนเรียนเนื้อหาจำนวนมาก เพราะหลักสูตรปัจจุบันแบ่งเนื้อหาเป็น 8 กลุ่มสาระวิชา และแยกย่อยได้เกือบ 20 รายวิชา ดังนั้น ใน 1 วัน ครูอาจจะให้การบ้านกับนักเรียน 2-4 วิชา ซึ่งนักเรียนจะใช้เวลาทำการบ้านเฉลี่ย 1-3 ชั่วโมงต่อวัน” ที่ปรึกษา กสศ.  ให้ความเห็น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า  การลดภาระเรื่องการบ้านให้นักเรียนเป็นที่สิ่งควรทำมานานแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม รมว. ศึกษาธิการ ควรจะเร่งพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่จะนำมาแทนกลุ่มสาระวิชาให้เสร็จโดยเร็ว เนื่องจากใช้หลักสูตรเดิมนานเกือบ 30 ปีแล้ว ถ้ายังไม่เลิก อาจจะช้าเกินไป เพราะต้นตอที่นักเรียนมีการบ้านจำนวนมาก เพราะเรียนมาก ควรให้นักเรียนไปฝึกปฏิบัติ และฝึกทักษะที่สำคัญในชีวิตปัจจุบัน มากกว่ามานั่งทำการบ้าน หรือนั่งกวดวิชา เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นโยบายนี้ดีแต่คลุมเครือ เพราะสิ่งที่ตามมาคือเมื่อนักเรียนยังเรียน 8 กลุ่มสาระวิชาอยู่ รวมทั้ง พ่อแม่ส่วนใหญ่ยังติดว่านักเรียนต้องมีการบ้านกลับมาทำ และถ้าไม่มีการบ้าน ครูจะจัดการเรียนการสอนอย่างไร ให้มีแบบฝึกในห้องเรียน หรือให้นักเรียนทำการบ้านกับครูหรือไม่ และหากโรงเรียนยังให้การบ้านนักเรียนอยู่ ศธ.จะมีวิธีจัดการ และลงโทษโรงเรียนที่ไม่ทำตามอย่างไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ที่ปรึกษา กสศ. แสดงความกังวลหลังจากไปร่วมประชาพิจารณ์หลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยพบว่า <strong>ตัวหลักสูตรเน้นสมรรถนะ แต่ไม่เน้นการสร้างพลเมืองไทย ทั้งที่ปัจจุบันนักเรียนจำนวนมากตื่นตัวเรื่องประชาธิปไตย สิทธิ และเสรีภาพ แต่ตัวหลักสูตรใหม่กลับไม่มองเรื่องนี้เป็นจุดแข็ง และนำมาใช้เป็นประโยชน์ กลับเน้นการสร้างทักษะ และสมรรถนะแทน จากที่ตนทำวิจัย พบว่าในประเทศที่เจริญแล้ว เมื่อต้องการสร้างคนที่มีคุณภาพ จะเน้นการสร้างพลเมืองที่มีความเป็นประชาธิปไตย สอนให้นักเรียนรู้จักสิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก เป็นต้น </strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น การจัดทำหลักสูตรต่างๆ ต้องระมัดระวัง สมรรถนะกับทักษะเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของหลักสูตร เพราะการสอนให้นักเรียนรู้เรื่องพลเมือง จะทำให้นักเรียนมีตรรกะ มีเหตุมีผล ซึ่งจะโยงไปสู่การสร้างสมรรถนะของตน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเห็นด้วยกับนโยบายลดภาระการสอบของนักเรียน ที่เร็วๆ นี้ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ออกมาเปิดเผยว่าจะหารือกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เพื่อยืดหยุ่นเรื่องการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (โอเน็ต) ซึ่งผมคิดว่าควรจะเลื่อน หรือยกเลิกการสอบโอเน็ตออกไปก่อน เพราะสถานการณ์การศึกษาในขณะนี้ไม่ปกติ จากผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19” ศ.ดร.สมพงษ์  กล่าว</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/19-08-2020-3/">เสนอศธ.กำชับโรงเรียนลดจำนวนการบ้านนักเรียนอย่างจริงจังมุ่งฝึกภาคปฎิบัติมากขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
