<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การจัดสรรทรัพยากร | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 12 Jun 2025 11:10:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>การจัดสรรทรัพยากร | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>3 แนวทางเชิงระบบ “เป็นธรรม–ยืดหยุ่น–มุ่งผลสัมฤทธิ์” ยกระดับการจัดสรรทรัพยากรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-120625/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Jun 2025 10:09:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[3 แนวทางเชิงระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดสรรทรัพยากร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=93865</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายในการพัฒนาระบบการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-120625/">3 แนวทางเชิงระบบ “เป็นธรรม–ยืดหยุ่น–มุ่งผลสัมฤทธิ์” ยกระดับการจัดสรรทรัพยากรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<ul>
<li style="font-size:14.5px"><strong>การจัดการทรัพยากรการศึกษาต้อง “เป็นธรรม” </strong>ด้วยสูตรการจัดสรรงบประมาณที่คำนวณจาก ‘<em>ความแตกต่างของขนาดโรงเรียน’</em> เพื่อให้ ‘<em>ส่วนเกินทางเศรษฐกิจ’</em> จากโรงเรียนขนาดใหญ่สามารถถ่ายเทไปยังโรงเรียนขนาดเล็กได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้เด็กทุกคนในทุกพื้นที่ได้รับประโยชน์จากงบประมาณการศึกษาอย่างทั่วถึง</li>



<li style="font-size:14.5px"><strong>การจัดการทรัพยากรการศึกษาต้อง “ยืดหยุ่น” </strong>เพื่อรองรับความหลากหลายของผู้เรียนและบริบทพื้นที่ โดยคำนึงถึงแนวทาง ‘<em>Demand-side financing’</em> หรือการสนับสนุนงบประมาณที่ส่งตรงถึงตัวผู้เรียนรายบุคคล ผ่านการจัดการศึกษาที่ออกแบบเฉพาะตามความต้องการ ช่วยให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาศักยภาพได้ ‘<em>ตามวิถีทางของตนเอง’</em>&nbsp;&nbsp;</li>



<li style="font-size:14.5px"><strong>การจัดการทรัพยากรการศึกษาต้อง “มุ่งผลสัมฤทธิ์” </strong>โดยการลงทุนด้านการศึกษาควรสร้าง ‘<em>ผลกระทบที่ชัดเจน (Impact)’</em> ต่อการยกระดับระบบการศึกษาและสังคมในระยะยาว ต้องสามารถวัดและประเมินผลได้อย่างเป็นระบบ เพื่อดึงดูดภาคธุรกิจเอกชนให้เข้ามาร่วมสมทบทรัพยากร ซึ่งจะช่วยขยายขอบเขตการจัดการงบประมาณของภาครัฐ ในสถานการณ์ที่ฐานภาษียังเติบโตไม่ทันต่อความต้องการของระบบการศึกษาในภาพรวม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</li>
</ul>



<p>ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายในการพัฒนาระบบการศึกษาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมกับภารกิจสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกในหลายมิติ <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ได้นำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อปรับปรุงแนวทางการจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีหลักคิดสำคัญ 3 มิติ ได้แก่ <strong>“เป็นธรรม – ยืดหยุ่น – มุ่งผลสัมฤทธิ์”</strong></p>



<p>ข้อเสนอนี้ถูกนำเสนอในเวทีเสวนาเรื่อง <em>“การสนับสนุนทรัพยากรเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา”</em> ซึ่งจัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับแนวทางสนับสนุนและการลงทุนด้านการศึกษาที่สามารถยกระดับคุณภาพได้อย่างแท้จริง โดยข้อคิดเห็นจากเวทีนี้จะถูกนำไปใช้ประกอบการพิจารณาในการจัดทำนโยบายสนับสนุนทรัพยากรการศึกษาที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในมิติต่าง ๆ ต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b52142"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/2-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวถึง “3 แกนหลักของการจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษา” ที่ต้องดำเนินควบคู่กันอย่างประสานสอดคล้อง ได้แก่ <em>ความเป็นธรรม ความยืดหยุ่น</em> และ <em>การมุ่งผลสัมฤทธิ์</em> โดยเริ่มจากหลัก “ความเป็นธรรม” ซึ่งหมายถึงการจัดสรรทรัพยากรที่ตั้งอยู่บนแนวคิด ‘ความเสมอภาค’ (equity) ไม่ใช่ความเท่ากันในจำนวนงบประมาณที่ได้รับ เพราะเด็กแต่ละคนมีจุดเริ่มต้นหรือต้นทุนชีวิตที่แตกต่างกัน ดังนั้น การสนับสนุนเชิงนโยบายจึงต้องมุ่งไปที่การเสริมทรัพยากรให้กับกลุ่มเด็กที่ขาดแคลนโอกาส เพื่อให้พวกเขามีเครื่องมือและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างแท้จริง</p>



<p>หนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ตอกย้ำแนวคิดนี้ คือผลการทดสอบ <strong>PISA (Programme for International Student Assessment)</strong> หรือโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล ซึ่งจัดทำโดย OECD เพื่อประเมินสมรรถนะของนักเรียนในด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ โดยเมื่อเปรียบเทียบผลคะแนนกับดัชนีการขาดแคลนทรัพยากรการศึกษา จะพบอย่างชัดเจนว่า นักเรียนที่อยู่ในโรงเรียนซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านอุปกรณ์การเรียนรู้และครูครบชั้น มักมีผลคะแนนสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับนักเรียนที่ขาดความพร้อมในมิติดังกล่าว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1080" height="669" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-1.jpeg" alt="" class="wp-image-93872" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-1.jpeg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-1-300x186.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-1-768x476.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<p><strong><em>“เราจึงต้องย้อนมาดูปัญหาเรื่องการเข้าไม่ถึง หรือ ความขาดแคลนของโรงเรียนขนาดเล็ก โดยเฉพาะเรื่อง ‘สูตรจัดสรรเงินอุดหนุน’ ที่ ณ วันนี้ยังใช้วิธีเหมาหัวเท่ากัน ซึ่งทำให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนขนาดใหญ่และโรงเรียนขนาดเล็กถ่างกว้างขึ้นทุกที”</em></strong><em> &#8211; ดร.ไกรยส ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในระดับโรงเรียน</em></p>



<p>“โรงเรียนที่มีนักเรียน 3,000 คน กับโรงเรียนที่มีนักเรียน 50–100 คน ใช้สูตรจัดสรรงบแบบเดียวกันไม่ได้” ดร.ไกรยสอธิบาย พร้อมเจาะจงไปที่โรงเรียนที่มีนักเรียนเกิน 500 คนขึ้นไป เงินอุดหนุนที่เพิ่มจากคนที่ 501 เป็นต้นไป ในเชิงเศรษฐศาสตร์ถือเป็น “<strong>ส่วนเกินทางเศรษฐกิจ</strong>” (Economic Surplus) ที่ทำให้โรงเรียนขนาดใหญ่มีความได้เปรียบในการบริหารจัดการและได้รับงบประมาณเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่า ขณะที่โรงเรียนขนาดเล็กยังคงเผชิญข้อเสียเปรียบในทุกมิติ ทั้งครูไม่ครบชั้น งบประมาณไม่พออุปกรณ์ไม่พร้อม ส่งผลต่อคุณภาพการเรียนรู้ของเด็กในที่สุด</p>



<p>ข้อเสนอของ กสศ. จึงไม่ใช่เพียงการเรียกร้องให้เพิ่มงบประมาณเท่านั้น แต่คือการ “<strong>ปรับวิธีคิดในการจัดสรร</strong>” ให้สะท้อนถึงความเป็นจริงของความแตกต่างในแต่ละพื้นที่ และสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ย้ายข้างตัวแปรบนสมการ สร้าง ‘สูตรจัดสรรงบประมาณเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา’ โดยไม่ต้องอัดฉีดเงินเพิ่ม&nbsp;&nbsp;</strong></h3>



<p>ดร.ไกรยส อธิบายถึงแนวทางการปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ เพื่อสร้างความเสมอภาคให้กับโรงเรียนที่มีขนาดแตกต่างกัน โดยยกตัวอย่างกรณีของโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีนักเรียนมากกว่า 500 คน หากสามารถถ่ายเทส่วนเกินทางเศรษฐกิจจากเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนคนที่ 501 เป็นต้นไป สนับสนุนไปยังโรงเรียนขนาดเล็ก จะช่วยให้โรงเรียนที่มีนักเรียนจำนวนน้อยได้รับงบประมาณเพิ่มเติม <strong>โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มวงเงินรวมของงบประมาณการศึกษา</strong></p>



<p>“เพียงแค่เราปรับพารามิเตอร์บนสมการ โดยโยกตัวแปรให้ย้ายจากฝั่งขวาไปที่ฝั่งซ้าย คือเอาเงินอุดหนุนส่วนเกินที่โรงเรียนใหญ่ได้รับมาตลอด ไปกระจายจัดสรรให้กับโรงเรียนขนาดเล็กด้วยวิธีนี้การคำนวณเงินอุดหนุนใหม่ ไม่จำเป็นต้องใส่งบเพิ่ม แต่ผลลัพธ์คือ เราสามารถเติมทรัพยากรหรือเงินอุดหนุนที่เสมอภาคและเป็นธรรมยิ่งขึ้นให้กับโรงเรียนขนาดเล็กได้”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="1080" height="590" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-2.jpeg" alt="" class="wp-image-93873" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-2.jpeg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-2-300x164.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-2-768x420.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<p>ดร.ไกรยส ยังชี้ให้เห็นข้อมูลสำคัญว่า ประเทศไทยมีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั้งหมดประมาณ <strong>30,000 แห่ง</strong> ทั่วประเทศ ในจำนวนนี้กว่า <strong>14,000 แห่ง</strong> เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน และในกลุ่มนี้กว่า <strong>1,400 แห่ง</strong> เป็นโรงเรียน “<strong>Stand Alone</strong>” หรือโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร เช่น บนเกาะ บนดอย หรือในพื้นที่ที่ไม่มีโรงเรียนอื่นอยู่ในรัศมี 6 กิโลเมตร</p>



<p>โรงเรียนในกลุ่มนี้ไม่สามารถยุบหรือควบรวมได้ เนื่องจากเป็น “ที่พึ่งทางการศึกษาเพียงแห่งเดียวของชุมชน” และเมื่อสถานะของโรงเรียนเหล่านี้คือ “<strong>ต้องมีอยู่</strong>” การเร่งแก้ไขปัญหาด้วยการอัดฉีดทรัพยากรให้เพียงพอ จึงเป็น <strong>วาระเร่งด่วน</strong> ที่ต้องดำเนินการทันที</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="1080" height="617" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-3.jpeg" alt="" class="wp-image-93874" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-3.jpeg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-3-300x171.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-3-768x439.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<p>ดร.ไกรยสยังชวนมองแนวคิด “ความเป็นธรรมทางการศึกษา” ผ่านมุมมอง 2 ระดับ คือ</p>



<ol>
<li style="font-size:16px"><strong>ความเป็นธรรมทางการศึกษาแนวราบ (Horizontal Equity)</strong> เด็กทุกคนควรได้รับทรัพยากรเท่ากัน โดยเฉพาะสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น การเรียนฟรี 15 ปี หรือสวัสดิการถ้วนหน้าอย่างเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด โมเดลนี้ใช้ได้ดีในประเทศที่มีฐานภาษีกว้างและมั่นคง เช่น กลุ่มประเทศนอร์ดิก (สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์) ซึ่งสามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อให้การศึกษาฟรีถึงระดับมหาวิทยาลัยได้ เนื่องจากมีระบบรัฐสวัสดิการที่เข้มแข็งรองรับ</li>



<li style="font-size:16px"><strong>ความเป็นธรรมทางการศึกษาแนวลึก (Vertical Equity)</strong> สำหรับประเทศประเทศไทย ซึ่งยังมีฐานภาษีที่แคบ โดยจากประชากรราว 70 ล้านคน มีผู้เสียภาษีสุทธิจริงไม่ถึง 5 ล้านคน แนวทางที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติคือ การจัดสรรงบประมาณที่คำนึงถึง <strong>ความแตกต่างของต้นทุน</strong> โดยอัดฉีดทรัพยากรให้กับกลุ่มที่จำเป็น เพื่อค่อย ๆ ลดช่องว่างระหว่างโรงเรียนที่มีขนาด พื้นที่ หรือสถานะทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน<br></li>
</ol>



<p><em>“เมื่อเราลดจำนวนเด็กกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนลงได้ ด้วยการลงทุนในระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและเป็นธรรม เมื่อนั้นก็จะนำไปสู่การ </em><strong><em>ขยายฐานภาษีในอนาคต</em></strong><em> และเมื่อเศรษฐกิจเติบโตจากคนที่มีคุณภาพ เราก็จะสามารถมุ่งสู่การจัดทรัพยากรการศึกษาที่เสมอภาคแบบแนวราบได้จริงตามอุดมคติของรัฐสวัสดิการ” &#8211; ดร.ไกรยสอธิบาย</em></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1080" height="617" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-4.jpeg" alt="" class="wp-image-93875" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-4.jpeg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-4-300x171.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-4-768x439.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<p>ดร.ไกรยส เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า งบประมาณกว่า <strong>4–5 แสนล้านบาท</strong> ที่รัฐใช้จ่ายในระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงอุดมศึกษา มีเพียงประมาณ <strong>10% เท่านั้น</strong> ที่ตกถึงกลุ่มเด็กยากจนและด้อยโอกาส ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง <strong>ความเหลื่อมล้ำแบบถดถอย</strong> (Regressive) หรือสภาวะที่การจัดสรรทรัพยากรกลับกลายเป็นการ <em>ลดทอนโอกาส</em> มากกว่าจะช่วยสร้างโอกาสใหม่ให้กับกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด</p>



<p>ข้อมูลจากผลสำรวจโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลประมาณ 1,400 แห่ง ระบุชัดว่าโรงเรียนเหล่านี้เผชิญกับปัญหาทับซ้อนหลายด้าน</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">เกือบทั้งหมด <strong>มีครูไม่ครบชั้น</strong></li>



<li style="font-size:16px"><strong>20% ไม่มีผู้บริหารประจำโรงเรียน</strong></li>



<li style="font-size:16px"><strong>75% ขาดแคลนอุปกรณ์และสื่อการสอน</strong></li>



<li style="font-size:16px"><strong>73% ของครูต้องรับภาระงานอื่นนอกเหนือจากการสอน</strong></li>



<li style="font-size:16px"><strong>20% ของนักเรียนประสบปัญหาด้านโภชนาการและการเดินทาง</strong> ซึ่งส่งผลต่อความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบ</li>



<li style="font-size:16px"><strong>15% ของครูยังไม่ได้รับการอบรมการใช้นวัตกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสม</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</li>
</ul>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9e882a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/1-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ข้อมูลเชิงประจักษ์เหล่านี้ได้นำไปสู่การพัฒนางานวิจัยโดยความร่วมมือระหว่าง กสศ. สพฐ. และสภาการศึกษา ร่วมกันทดลองรูปแบบจัดสรรงบประมาณใหม่ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง หรือ “แนวดิ่ง” ให้ตรงจุดยิ่งขึ้น แนวทางที่นำมาใช้คือการจัดสรรงบประมาณในรูปแบบ <strong>Block Grant</strong> หรือการเติมเงินก้อนพิเศษเพิ่มเติมจากงบเงินอุดหนุนทั่วไป โดยพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่</p>



<ol>
<li style="font-size:16px"><strong>ขนาดของโรงเรียน</strong></li>



<li style="font-size:16px"><strong>ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่</strong> เช่น บนภูเขา เกาะ หรือพื้นที่ชายแดน</li>



<li style="font-size:16px"><strong>สัดส่วนของนักเรียนด้อยโอกาสในโรงเรียน</strong></li>
</ol>



<p><em>“การจัดสรรเงินในลักษณะนี้ไม่เพียงช่วยเติมเต็มทรัพยากรให้กับโรงเรียนขนาดเล็กหรือในพื้นที่ห่างไกลเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างกำลังใจให้กับครูผู้เสียสละที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ที่ไม่สะดวกสบาย โดยให้โรงเรียนมี </em><strong><em>อิสระในการบริหารจัดการงบส่วนนี้</em></strong><em> อย่างเหมาะสมกับบริบทของตนเอง ซึ่งเราหวังว่าการจัดสรรงบประมาณตามโมเดลนี้ จะทำให้เกิดคู่มือของการจัดสรรงบประมาณที่เสมอภาคและเป็นธรรมยิ่งขึ้น” &#8211; ดร.ไกรยสกล่าว</em></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1080" height="607" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-5.jpeg" alt="" class="wp-image-93877" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-5.jpeg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-5-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-5-768x432.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1080" height="609" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-6.jpeg" alt="" class="wp-image-93878" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-6.jpeg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-6-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-6-768x433.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<p>ในขณะเดียวกัน ดร.ไกรยสยังกล่าวถึง “<strong>ความยืดหยุ่น</strong>” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแกนหลักของการจัดสรรทรัพยากรการศึกษา โดยเน้นว่า การออกแบบนโยบายต้องสามารถรองรับความหลากหลายของผู้เรียนในทุกมิติ โดยได้ยกข้อมูลจาก ธนาคารโลก (World Bank) ที่ชี้ว่า ประชากรวัยแรงงานไทยกว่า 60–70% ยังมีทักษะด้านการอ่าน ทักษะดิจิทัล และทักษะอารมณ์-สังคม ต่ำกว่ามาตรฐานสากล ขณะเดียวกัน ข้อมูลชุดเดียวกันยังพบว่า ประเทศไทยมีเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาเกือบ 1 ล้านคน</p>



<p>นอกจากนี้ การติดตามเส้นทางการศึกษาในช่วงการศึกษาภาคบังคับจนถึงรอยต่อการเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา ยังพบว่า ในกลุ่มเด็กเยาวชนจากครอบครัวยากจนที่มีรายได้น้อยกว่าเส้นความยากจน ซึ่งมีประมาณ 165,000 คน มีเพียง 22,000 คน หรือประมาณ 13% เท่านั้น ที่สามารถเรียนต่อจนถึงระดับอุดมศึกษา</p>



<p>ข้อมูลยังบ่งชี้เพิ่มเติมว่า เด็กที่มาจากครอบครัวที่ผู้ปกครองมีการศึกษาสูงสุดแค่ระดับประถม (ป.6) จะมีโอกาสน้อยลงอย่างชัดเจน ในการเข้าถึงการศึกษาระดับสูง ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนภาพตรงไปตรงมาว่า <strong>เด็กเยาวชนจากครอบครัวที่มีฐานะดีกว่า ย่อมมีโอกาสมากกว่า</strong> ในการเดินบนเส้นทางการศึกษา และเมื่อมีโอกาสมากกว่าก็ย่อมมีโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิตมากขึ้น</p>



<p>ดร.ไกรยสจึงเน้นย้ำว่า หนึ่งในโจทย์สำคัญของการพัฒนาคุณภาพประชากรในระยะยาว คือการออกแบบระบบการศึกษาที่ช่วย “<strong>เชื่อมเส้นทางการเรียนรู้ของเด็กอย่างต่อเนื่อง</strong>” โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่อยู่ในจุดเปราะบาง เพื่อพาเขาไปสู่ “<strong>เส้นทางการศึกษาที่สามารถยกระดับชีวิตได้จริง</strong>”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1080" height="633" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-7.jpeg" alt="" class="wp-image-93879" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-7.jpeg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-7-300x176.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-7-768x450.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1080" height="598" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-8.jpeg" alt="" class="wp-image-93880" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-8.jpeg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-8-300x166.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-8-768x425.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1080" height="624" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-9.jpeg" alt="" class="wp-image-93881" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-9.jpeg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-9-300x173.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-9-768x444.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เปลี่ยน ‘การศึกษาแบบแข็งตัว’ ที่เด็กต้องปรับตัวเข้าหา</strong><br><strong>เป็น ‘การศึกษายืดหยุ่น’ พร้อมรองรับทุกความหลากหลายของวิถีชีวิต</strong></h3>



<p>ดร.ไกรยสกล่าวว่า “<strong>การศึกษาที่ยืดหยุ่น</strong>” หมายถึงการมองไปยังปลายทางที่หลากหลาย โดยตระหนักว่าเด็กทุกคน <strong>ไม่จำเป็นต้องเดินเข้าสู่มหาวิทยาลัยเหมือนกันหมด</strong> แต่สิ่งสำคัญคือ การยอมรับในความแตกต่างของแต่ละคน และออกแบบการศึกษาที่ <strong>ส่งเสริมศักยภาพเฉพาะตัวของผู้เรียนเป็นรายบุคคล</strong></p>



<p>ด้วยเหตุนี้ “การศึกษาทางเลือก” จึงจำเป็นต้องมีพื้นที่มากขึ้น และต้องเชื่อมประสานกันเป็นระบบเดียว ไม่แยกขาดจากกัน ตัวอย่างของแนวทางที่ กสศ. สนับสนุน ได้แก่</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">การจัดการเรียนรู้ผ่าน <strong>Mobile School</strong></li>



<li style="font-size:16px">แนวทาง <strong>1 โรงเรียน 3 รูปแบบ</strong></li>



<li style="font-size:16px">การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Hybrid Learning) ที่รวมระหว่าง การเรียนในโรงเรียน การฝึกงานกับสถานประกอบการ การเรียนรู้จากศูนย์การเรียนรู้ในชุมชน</li>
</ul>



<p><em>“การเรียนรู้ที่สามารถ </em><strong><em>‘สะสมและโอนถ่ายหน่วยกิต’</em></strong><em> ระหว่างกันได้ จะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถนำผลการเรียนที่สะสมไว้ไปใช้สมัครเรียนต่อหรือสมัครงานได้ การศึกษาจะกลายรูปจากเบ้าหลอมแข็งตัวที่เด็กต้องปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อเข้าหา เป็นการศึกษา </em><strong><em>‘ยืดหยุ่น’</em></strong><em> ที่พร้อมรองรับทุกความหลากหลายของวิถีชีวิต และสามารถพาผู้เรียนไปสู่จุดหมายเฉพาะของแต่ละคน หรือการดึงเอาศักยภาพเฉพาะของแต่ละคนออกมา จนสามารถพัฒนาไปสู่ </em><strong><em>‘เวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเอง’ </em></strong><em>ได้สำเร็จ” &#8211;&nbsp; ดร.ไกรยสกล่าว</em></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1080" height="614" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-10.jpeg" alt="" class="wp-image-93882" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-10.jpeg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-10-300x171.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-10-768x437.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<p>ดร.ไกรยสยังได้เน้นว่า หาก “ความยืดหยุ่น” ถูกฝังไว้ในระบบการศึกษาอย่างยั่งยืน ความเหลื่อมล้ำเรื่องโอกาสในการเรียนรู้จะค่อย ๆ เลือนหายไป เพราะจะไม่มีใครถูกทอดทิ้งหรือต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาอีกต่อไป ทุกคนจะมีโอกาสได้ค้นพบตัวเอง มีเส้นทางการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงถึงอาชีพ และสามารถเรียนรู้ต่อได้ตลอดชีวิต</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Thailand Zero Dropout: เส้นทางใหม่ของการเรียนรู้เพื่อทุกคน</strong></h3>



<p>ในปัจจุบัน กสศ. ร่วมกับรัฐบาล เดินหน้านโยบาย <strong>Thailand Zero Dropout</strong> เพื่อพาเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษากลับคืนสู่กระบวนการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการที่ครอบคลุมทั้ง การค้นหา-ฟื้นฟูสุขภาวะทางจิตใจ-ดูแลในมิติต่าง ๆ ของชีวิต เพื่อพาทุกคนไปสู่เส้นทางเรียนรู้ที่มีทางเลือก ตอบโจทย์ความฝัน ความต้องการ และบริบทชีวิตของแต่ละคน</p>



<p>ขณะเดียวกัน <strong>สภาการศึกษา</strong> ซึ่งกำลังพัฒนาระบบ <strong>“ธนาคารหน่วยกิต” (Credit Bank)</strong> จะทำให้หน่วยการเรียนรู้จากหลากหลายช่องทางสามารถเชื่อมโยงกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ในระบบ นอกระบบ หรือในชีวิตจริง เมื่อระบบนี้สมบูรณ์ การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกรูปแบบ และทุกวิธีการ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1080" height="577" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-11.jpeg" alt="" class="wp-image-93883" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-11.jpeg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-11-300x160.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-11-768x410.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1080" height="624" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-12.jpeg" alt="" class="wp-image-93885" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-12.jpeg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-12-300x173.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-12-768x444.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<p>ถัดมาคือ <strong>แกนที่สาม</strong> ซึ่งจะช่วยเติมเต็มแนวทาง <strong>การสนับสนุนทรัพยากรเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา</strong> ให้สมบูรณ์ คือแนวคิด <strong>“การจัดการทรัพยากรการศึกษาที่มุ่งผลสัมฤทธิ์” (Outcome-Based) </strong>นั่นคือ การลงทุนด้านการศึกษาจะต้อง <strong>ไม่หยุดอยู่แค่การใช้จ่าย</strong> แต่ต้อง <em>สร้างผลลัพธ์ที่วัดได้</em> และ <em>ตอบแทนกลับสู่ระบบ</em> อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>หา ‘พันธมิตรผู้ร่วมลงทุนทางการศึกษา’ เพื่อขยายฐานทุนทรัพยากรให้กว้างขึ้น</strong></h3>



<p>ดร.ไกรยสกล่าวว่า หากประเทศไทยต้องการให้เม็ดเงินลงทุนด้านการศึกษา <strong>ปีละ 4–5 แสนล้านบาท</strong> สามารถสร้าง “ความเปลี่ยนแปลง” และ “พาประเทศเดินไปข้างหน้า” ได้จริง สิ่งสำคัญที่ต้องเกิดขึ้นคือ <strong>การวัดผลของการลงทุน</strong> เพื่อชี้ชัดว่า <strong>งบประมาณที่ใช้ไปนำไปสู่เป้าหมายอะไร</strong> และก่อให้เกิด <strong>ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน</strong> อย่างแท้จริง แนวทางนี้จะช่วยสร้าง “ความเป็นไปได้” ในการดึงดูดภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนทางการศึกษาได้มากขึ้น</p>



<p><em>“การจะจุดประกายให้ภาคเอกชนสนใจร่วมทำงานกับภาครัฐ เราต้องแสดงให้เห็นว่าทุกการลงทุนทางการศึกษาเป็นไปโดยคาดหวังผลลัพธ์ และต้องเป็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืน”</em></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1080" height="606" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-13.jpeg" alt="" class="wp-image-93886" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-13.jpeg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-13-300x168.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-13-768x431.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1080" height="620" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-14.jpeg" alt="" class="wp-image-93887" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-14.jpeg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-14-300x172.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-14-768x441.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1080" height="626" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-15.jpeg" alt="" class="wp-image-93888" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-15.jpeg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-15-300x174.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-15-768x445.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<p>ดร.ไกรยสเน้นว่า “<strong>ผลลัพธ์</strong>” ในที่นี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผลตอบแทนทางเศรษฐกิจโดยตรงเสมอไป แต่ควรวัดได้จาก <strong>แรงกระเพื่อมทางสังคม (Social Impact)</strong> ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กรที่เข้าร่วม เช่น การมีส่วนร่วมลดความเหลื่อมล้ำ หรือสนับสนุนโอกาสให้กับผู้เรียนด้อยโอกาสในพื้นที่เปราะบาง</p>



<p>สิ่งสำคัญอีกประการคือ <strong>การประเมินผลลัพธ์ต้องดำเนินการโดยทีมประเมินอิสระ</strong> ที่มีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และเที่ยงตรง เพื่อให้ผู้ร่วมลงทุนมั่นใจว่า ทรัพยากรที่ลงไปจะ <strong>สร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่สังคมมากกว่าต้นทุนเดิม</strong> หลายเท่าตัว</p>



<p>นอกจากนี้ หากต้องการให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชนในรูปแบบ <strong>“การระดมทุนขนาดใหญ่” เพื่อมอบให้หน่วยงานหนึ่งไปดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ</strong> รัฐและผู้กำหนดนโยบายต้องสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่า ทุนที่ได้รับจะถูกใช้ <em>อย่างไร</em> และ <em>เพื่อใคร</em> ผ่านแผนงานที่ระบุรายละเอียดอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมาย บริบทพื้นที่ นวัตกรรมการดำเนินงาน หรือผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในแต่ละระยะ</p>



<p>ดร.ไกรยสกล่าวสรุปว่า หากความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง จะนำไปสู่การเกิดขึ้นของ <strong>“พันธมิตรผู้ร่วมลงทุนทางการศึกษา” (Education Investment Partners)</strong> ที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการ <strong>ขยายฐานทุนทรัพยากรทางการศึกษาให้กว้างขึ้นกว่าที่เคยเป็น</strong> เมื่อภาครัฐไม่ต้องเป็นผู้ลงทุนเพียงลำพัง ระบบการศึกษาก็จะสามารถวางแผนงานขนาดใหญ่ขึ้น มุ่งเป้าหมายระยะยาวมากขึ้น และรองรับความเปลี่ยนแปลงได้มากขึ้น</p>



<p><em>“เนื่องจากขนาดเศรษฐกิจของภาคธุรกิจเอกชน มีขอบเขตกว้างไกลเกินกว่าแค่ประเทศหนึ่งหรือภูมิภาคหนึ่ง ดังนั้นถ้าเราเดินตามโมเดลนี้ได้และประสบความสำเร็จ ย่อมหมายถึงประเทศไทยจะสามารถระดมทรัพยากรการศึกษาได้มากกว่างบที่กระทรวงศึกษาได้รับจัดสรรในแต่ละปี และเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ต้นทุนทรัพยากรจากความร่วมมือลักษณะนี้ จะเติบโตต่อเนื่องได้อย่างไม่จำกัด” &#8211; ดร.ไกรยสกล่าวปิดท้าย</em>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1080" height="590" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-16.jpeg" alt="" class="wp-image-93889" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-16.jpeg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-16-300x164.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-16-768x420.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-120625/">3 แนวทางเชิงระบบ “เป็นธรรม–ยืดหยุ่น–มุ่งผลสัมฤทธิ์” ยกระดับการจัดสรรทรัพยากรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
