<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99-3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 11 Aug 2026 04:35:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.9</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เราอยากตื่นไปโรงเรียนเพราะเสียงนาฬิกามากกว่าเสียงปืน คุยกับเด็กๆ ลูกหลานแรงงานที่อยากไปโรงเรียนทุกวัน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-110826/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2026 04:20:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104716</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กกลุ่มนี้ไม่ได้ตื่นเพราะเสียงนาฬิกา บางคนตื่นเพราะเส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-110826/">เราอยากตื่นไปโรงเรียนเพราะเสียงนาฬิกามากกว่าเสียงปืน คุยกับเด็กๆ ลูกหลานแรงงานที่อยากไปโรงเรียนทุกวัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เด็กกลุ่มนี้ไม่ได้ตื่นเพราะเสียงนาฬิกา บางคนตื่นเพราะเสียงปืน&nbsp;</p>



<p>“กลัวค่ะ เพราะตอนที่สงครามเกิดมันใกล้กับบ้านหนูพอดี เรียนไม่ได้แต่โรงเรียนก็เปิดอยู่ มีคนไปเรียนด้วย แต่ก็ไม่กล้าไปเรียน ครูถามว่าทำไมไม่มาเรียนก็เลยบอกว่าได้ยินเสียงปืน เขาบอกว่าไม่ขนาดนั้นหรอก มาเรียนเถอะไม่เป็นไร”&nbsp;</p>



<p>‘คินตันโบ’ เด็กสาวพม่าเชื้อสายกะเหรี่ยงวัย 15 กับเพื่อนๆ อย่าง กชกร, นุช ,พลอย และ นิดหน่อย เล่าให้ฟังว่าทำไมต้องย้ายมาเรียนที่เมืองไทยพร้อมครอบครัว และอยู่กับ ‘ครูแอ๋ว’ ลัดดาวัลย์ หลักแก้ว ที่ศูนย์การเรียนมูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท (มยช.) </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-15.jpeg" alt="" class="wp-image-104717" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-15.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-15-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-15-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-15-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-15-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) นุช นิดหน่อย คินตันโบ กชกร และพลอย</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>นุชเสริมอีกว่า ขุดหลุมไว้ใกล้ๆ โรงเรียน วันไหนมีระเบิดก็ซ่อนอยู่ในนั้น&nbsp;</p>



<p>บรรยากาศมันจึงไม่เหมาะกับการเรียน เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือการรักษาชีวิตให้รอดก่อน&nbsp;</p>



<p>‘แชมป์’ เด็กหนุ่มวัย 14 ที่มาจากทวาย ก็บอกอย่างตรงไปตรงมาว่ากลัว ถึงแม้ตอนนั้นจุดทิ้งระเบิดจะไม่ใกล้โรงเรียน แต่แค่เฮลิคอปเตอร์บินวนไปมาเหนือหัว ก็กลัวแล้ว </p>



<p>“ไม่มีสมาธิในการเรียนด้วย กลัว” ‘นนท์’ สาวมอญวัย 15 ที่มากับแชมป์ก็บอก&nbsp;</p>



<p>แล้วถ้ายังเรียนที่นั่นต่อ จะเป็นยังไงบ้าง&nbsp;</p>



<p>“ก็อาจตายก็ขึ้นสวรรค์ ได้ไปที่ชอบที่ชอบ (หัวเราะ)” ‘อ้าย’ น้องสาวของนนท์วัย 13 พูดติดตลก&nbsp;</p>



<p>ตลกเพราะมันไม่เกิดขึ้นจริง นนท์ อ้าย และแชมป์ ย้ายเข้ามาเรียนที่เมืองไทยได้อย่างปลอดภัย แต่ก็ไม่ถึงกับ 100% เพราะจู่ๆ ศูนย์การเรียนที่ทั้งสามเคยเรียนก่อนหน้านี้ถูก<a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/357494">สั่งปิด</a>เมื่อปลายปีที่แล้ว เพราะได้รับการร้องเรียนจากชุมชนละแวกนั้น&nbsp;</p>



<p>“เสียใจ ทำไมโรงเรียนเราต้องโดนปิดด้วย เราเลยไม่ได้เรียนอีกแล้ว” แชมป์ย้อนความรู้สึกวันนั้น&nbsp;</p>



<p>เด็กๆ ลูกหลานแรงงานข้ามชาติกลุ่มนี้ มีพ่อแม่ทำอาชีพหลากหลาย ซึ่งล้วนเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น เย็บผ้า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ทำงานในโรงงานเหล็ก โรงงานพลาสติก ฯลฯ&nbsp;</p>



<p>และเด็กทุกคนไม่ว่าพม่า มอญ กะเหรี่ยง ไทใหญ่ หรือมาจากเมืองไหน ต่างบอกเหมือนกันว่าการศึกษาสำคัญ </p>



<p>“เด็กก็คืออนาคต ถ้าหนูไม่ได้เรียน หนูจะโง่หรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าไม่ได้เรียน เค้าเขียนอะไรมา เราจะรู้ได้ยังไงว่าความหมายคืออะไร แยกแยะไม่ออกว่าอะไรดี อะไรไม่ดี” นนท์บอก</p>



<p>ส่วนคิโบตันบอกว่าถ้าไม่ได้เรียนก็จะอ่านไม่ได้แล้วไม่เข้าใจความหมาย เวลาใครพูดอะไรก็ไม่รู้เรื่อง ถ้าอ่านไม่ออกก็ฟังไม่รู้เรื่อง&nbsp;</p>



<p>“ถ้าโกงเราเราจะได้เรารู้ทัน จะได้ไม่ต้องขอความช่วยเหลือกับคนอื่น”&nbsp;</p>



<p>‘นุช’ เพื่อนที่มากับคิโบตัน บอกในอีกมุมหนึ่งว่าถ้าไม่ได้เรียน ก็จะสื่อสารลำบากและยากไปหมดทุกเรื่อง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-16.jpeg" alt="" class="wp-image-104718" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-16.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-16-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-16-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-16-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-16-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">นุช</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“เราพูดไม่เป็น เขาก็จะบอกว่าเราไร้มารยาท ไปที่ไหนก็อ่านป้ายไม่ออก ซื้อของราคาเท่าไหร่ก็ไม่รู้ มันลำบากมากๆ จะกินยาพาราเซตามอลยังไม่รู้จักเลย กลัวกินมั่ว อย่างปู่หนูเขากินนู่นกินนี่แล้วก็ปวดท้อง ท้องเสีย เขาพูดภาษาไทยไม่เป็น ท้องเสียก็เลยไปซื้อยาบอกว่าปวดท้อง ปวดท้องอะไรเขาก็ตอบไม่ได้ คนที่ไม่ได้รับการศึกษา ลำบากมากๆ ค่ะ” นุชพยายามพูดภาษาไทยอย่างชัดเจนที่สุด&nbsp;</p>



<p>ชวนเด็กๆ มองโลกในแง่ร้ายสุด ถามว่าถ้าโรงเรียนที่นี่โดนปิดอีก กลับไปบ้านเกิดก็ยังไม่ได้เพราะรบพุ่งไม่หยุด เด็กๆ จะเป็นอย่างไร&nbsp;</p>



<p>นุชบอกว่า หนูน่าจะไปเป็นพนักงานโรงงานเย็บผ้า เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมศูนย์การเรียนมูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบทอย่าง ‘นิดหน่อย’ ที่อาจจะไปเป็นช่างเย็บผ้าอย่างแม่&nbsp;</p>



<p>“มาเมืองไทยแรกๆ ยังไม่ได้เรียน หนูทำงานหนักมาก เย็บผ้าตั้งแต่เช้าถึงสามทุ่ม แต่ตอนนี้หนูได้เรียนแล้ว แม่บอกไม่ให้ทำงานเยอะแล้ว แม่บอกว่าการศึกษาสำคัญ หนูโชคดีที่หนูได้เจอโรงเรียนนี้ (ศูนย์การเรียนมูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท) ถ้าหนูไม่ได้เจอ แม่น่าจะให้หนูทำงาน”</p>



<p>เหมือนกันกับอ้ายที่ตอนนี้ได้มาเรียนในโรงเรียนเอกชนที่ถูกต้องตามกฏหมายอย่างโรงเรียนไอเวิลด์ (iworld) ที่ผลักดันโดย มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) พร้อมๆ กับแชมป์และอ้าย&nbsp;</p>



<p>“หนูอยากเรียนให้สูงที่สุด สุดจนไม่มีอะไรให้เรียนแล้ว” คือความฝันตอนนี้ของอ้าย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-17.jpeg" alt="" class="wp-image-104719" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-17.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-17-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-17-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-17-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-17-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">อ้าย</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนที่ปลอดภัยทางกายและทางใจ&nbsp;</strong></h3>



<p>‘อ้อน’ ปฏิมา ตั้งปรัชญากูล มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) ปัจจุบันปฎิมาทำโครงการเยียวยาและพัฒนาศักยภาพเด็กกลุ่มเปราะบางผู้ถูกกระทำความรุนแรงจากครอบครัวและสังคม’ และเป็น 1 ใน 34 หน่วยการทำงานของโครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp;</p>



<p>พี่อ้อนของเด็กๆ เป็นกำลังสำคัญผลักดันการศึกษาของเด็กเยาวชนลูกหลานแรงงานข้ามชาติมากว่า 20 ปี และล่าสุดก็ร่วมผลักดันให้เกิด ‘โรงเรียนไอเวิลด์ (iworld)’ โรงเรียนเอกชนแห่งแรกของลูกหลานแรงงานข้ามชาติได้สำเร็จ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-18.jpeg" alt="" class="wp-image-104720" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-18.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-18-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-18-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-18-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-18-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘อ้อน’ ปฏิมา ตั้งปรัชญากูล</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>&#8220;โรงเรียนไอเวิลด์เริ่มต้นจากความตั้งใจของพ่อแม่ที่เคยเป็นลูกศิษยของโรงเรียนที่ถูกปิดไป เค้าอยากจัดการเรียนการสอนให้ลูกหลานได้เรียนทั้งภาษาไทยและภาษาแม่ แต่เดิมตั้งใจทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ แต่พอมีกระแสชาตินิยมและการตรวจสอบ ทำให้โรงเรียกถูกสั่งปิด และส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็กๆ อย่างมาก ก็เลยพยายามกันใหม่ ดึงผู้เชี่ยวชาญต่างๆ มาเป็นที่ปรึกษา จนตอนนี้จดทะเบียนเป็นโรงเรียนเอกชนอย่างถูกต้อง มีผู้บริหารเป็นคนไทย ไม่พึ่งพางบประมาณจากรัฐ”&nbsp;</p>



<p>ปัจจุบันโรงเรียนไอเวิลด์&nbsp; มีนักเรียนเกือบ 500 คน โดยจัดการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงกับหลักสูตรต่างประเทศ (ไทย พม่า อังกฤษ) ค่าเรียนรวมกับค่าหอคิดเป็นรายเดือนสนนเดือนละหลักพัน&nbsp;</p>



<p>“พ่อแม่พอจ่ายได้ ลูกได้เรียนที่ปลอดภัย ถ้าใครไปกลับก็มีรถรับส่ง เพราะคนก่อตั้งที่นี่เคยเป็นเด็กที่เรียนกับเรามาก่อน ลูกหลานเขาอยู่ที่นี่เยอะ เขาก็เลยคิดว่ามันต้องมีโรงเรียนเฉพาะที่แบบเขาได้สอนเอง เขาอยากจัดการเรียนการสอนที่มันตอบโจทย์ชีวิต และไม่แน่ใจว่าการเมืองประเทศเขามันจะเป็นอย่างงี้อีกนานมั้ย”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-19.jpeg" alt="" class="wp-image-104721" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-19.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-19-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-19-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-19-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-19-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>เด็กบางคนที่หนีสงครามมา พี่อ้อนและ LPN ก็พามาเรียนรู้ทักษะชีวิตต่างๆ ช่วงเสาร์-อาทิตย์ ที่เน้นเรื่องการปรับตัว สร้างพื้นที่ปลอดภัย พร้อมกับเยียวยาจิตใจไปด้วย&nbsp;</p>



<p>“เด็กหนีสงครามมาพร้อมกับภาวะ Culture Shock บางคนหนีระเบิดมาแล้วมาอยู่ที่นี่ หลายคนความฝันพังทลายไปแล้ว แต่เราบอกว่า เฮ้ย เธอมีโอกาส เธอทำสิ่งนี้ได้นะ โลกมันกว้าง เธออนุญาตให้ตัวเองฝันได้นะ อยากทำอะไรก็ได้ ดึงเค้าออกมาจากหอไปทำกิจกรรมต่างๆ ก็คือโครงการเรามันจะไปเยียวยาข้างในเขาแบบนี้ด้วยการชวนเค้ามาฝึก Life Skill (ทักษะชีวิต)”&nbsp;</p>



<p>นอกจากการดูแลเด็กแล้ว LPN ยังเข้าไปอบรมครูในโรงเรียนเรื่องระบบการคุ้มครองเด็ก (Child Protection) เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กจะไม่ถูกละเมิดหรือทำร้ายอีกด้วย&nbsp;</p>



<p>ด้วยความเป็นโรงเรียนเอกชนจึงไม่พึ่งพางบประมาณภาครัฐ กิจกรรมทั้งในและนอกโรงเรียน จึงเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเด็กๆ และมั่นใจว่าจะไม่ถูกแทรกแซงจากภาครัฐได้อีก </p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษา = ภาษี ? อีกหรือ</strong></h3>



<p>ขณะที่ผู้ใหญ่หลายคนพยายามสร้างนิเวศการเรียนรู้ที่ปลอดภัยให้เด็กภายใต้ความเชื่อว่าเด็กทุกคนบนโลกควรเข้าถึงการศึกษา แต่ในอีกด้านก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้คิดเช่นนี้ และเชื่อมโยงกับภาษี งบประมาณที่เสียไป&nbsp;</p>



<p>“ความจริงคือ ในเมืองใหญ่เช่น เชียงใหม่ โรงเรียนหลายแห่งมีสัดส่วนของเด็กชาติพันธุ์และแรงงานข้ามชาติเกิน 50% หรือบางแห่งสูงถึง 70% ความหลากหลายนี้มาเคาะอยู่หน้าประตูแล้ว” ผศ.ดร.พิสิษฐ์ นาสี อาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ความเห็นพร้อมข้อมูลเรื่องนี้ไว้ในรายการ ชั่วโมงนี้ไม่มีคำตอบ&nbsp;</p>



<p>เสริมทัพอย่างหนักแน่นด้วยกฏหมายและหลักสิทธิมนุษยชน มติคณะรัฐมนตรี 5 กรกฎาคม 2548 และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ 31 ตุลาคม 2562 ที่กำหนดไว้ว่า เด็กทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะมีสัญชาติหรือไม่ ต้องได้รับสิทธิในการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน </p>



<p>&#8220;ภาษีมันไม่ได้มาจากคนไทยอย่างเดียว คนที่อยู่ในประเทศนี้จ่ายภาษีในหลายมิติมาก โดยเฉพาะ vat จากการจับจ่ายใช้สอยซื้อของ&#8221;&nbsp;</p>



<p>อ.พิสิษฐ์ ยังชวนให้ลองถอดคำว่าชาติพันธุ์และถอดความหลากหลายออก&nbsp;</p>



<p>“เขาคือมนุษย์ ที่จะกลายมาเป็นทรัพยากรสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อ ถ้าเรามีการศึกษาที่ดี เค้าจะกลายเป็นทรัพยากรที่ดีมาก สำหรับโลกใบนี้ ซึ่งใครได้ประโยชน์ ก็พวกเราทั้งหมด ลูกหลานกลุ่มนี้มาอยู่กับเราตั้งแต่เด็ก ยังไงเค้าก็ต้องอยู่ที่นี่ เค้าเติบโตที่นี่ เป็นคนที่นี่โดยวัฒนธรรม&#8221;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-20.jpeg" alt="" class="wp-image-104722" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-20.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-20-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-20-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-20-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-20-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) นนท์ แชมป์ และอ้าย</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ด้านเด็กๆ เองก็ได้ยินได้ฟังเรื่องเหล่านี้มาไม่น้อยทั้งจากข่าวและคนที่พบเจอ แชมป์ อ้าย นนท์ ก็เคยเจอปิดโรงเรียน พวกเค้าแค่ตั้งคำถามว่า เด็กทุกคนเรียนด้วยกันไม่ได้เหรอ&nbsp;</p>



<p>“เราอยากได้ความรู้ อยากได้อนาคตดีๆ จะได้ไปทำงานดี ตอนนี้เรายังกลับไม่ได้ค่ะ อยากมีอนาคตดีๆ ที่นี่” นิดหน่อยบอก&nbsp;</p>



<p>เช่นเดียวกับความรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างที่ นิดหน่อย นุช อ้าย นนท์ แชมป์ คินตันโบ ต่างมี และส่งผลพอต่อใจพอสมควร&nbsp;</p>



<p>“เราอยากเรียนแบบมีความสุขบ้าง” อ้ายบอก&nbsp;</p>



<p>ส่วนน้องสาวอย่างนนท์เลือกที่จะกดความรู้สึกเอาไว้แล้วบอกให้ตัวเอง ไม่รู้สึกดีกว่า&nbsp;</p>



<p>“ถ้ารู้สึก … มันก็ไม่ดี ถ้าหนูรู้สึกคือ มันไม่เท่ากัน หนูเลยไม่ใส่ใจ ถ้าหนูใส่ใจคงเครียด นอนไม่หลับแน่ (ยิ้ม)”&nbsp;</p>



<p>และเป็นยิ้มที่ติดตา ติดใจเรามาจนถึงตอนนี้</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-110826/">เราอยากตื่นไปโรงเรียนเพราะเสียงนาฬิกามากกว่าเสียงปืน คุยกับเด็กๆ ลูกหลานแรงงานที่อยากไปโรงเรียนทุกวัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน’ อบต.นาเลียง กับการ ‘รื้อ’ และ ‘สร้าง’ พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นได้จริง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-060826/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Aug 2026 07:23:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[อบต.นาเลียง]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[นครพนม]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104652</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในพื้นที่ตำบลนาเลียง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ปัญหาเด็กห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-060826/">‘เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน’ อบต.นาเลียง กับการ ‘รื้อ’ และ ‘สร้าง’ พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นได้จริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในพื้นที่ตำบลนาเลียง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ปัญหาเด็กหลุดออกนอกระบบมักถูกคนในชุมชนแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ ถ้าไม่ถูกตีตราว่าเป็นกลุ่มที่เข้าไปพัวพันปัญหายาเสพติดและความก้าวร้าว ก็จะถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่ ‘พ่อแม่ไม่สั่งสอน’ มากพอ จนกลายเป็นเด็กขี้เกียจเรียนหนังสือ และสมัครใจลาออกแบบไม่มีเหตุผล&nbsp;</p>



<p>ในความเป็นจริง ปัญหาเด็กตกหล่น ออกกลางคันในพื้นที่ไม่ได้ง่ายดายหรือเกิดจากความขี้เกียจของเด็กเพียงอย่างเดียว หากแต่มีความซับซ้อนและสัมพันธ์กับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม และข้อจำกัดของระบบการศึกษา&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104656" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>“หนึ่งคือระบบราชการและระบบโรงเรียนเรายังรักษาเด็กไว้เพื่องบรายหัว เพราะเด็กทั้งที่จริงเด็กแขวนลอยเนี่ย อยู่ตามชุมชนเรามีครับ แต่รายชื่อเขา เลข 13 หลักเขาจริงๆ ยังอยู่ในโรงเรียนอยู่ ทาง สกร. ก็อยากรับก็รับไม่ได้เพราะมันยังแขวนรอไว้อยู่อะ” </p>



<p>วีรศักดิ์ หะติง นักพัฒนาชุมชนชํานาญการ ผู้รับผิดชอบโครงการการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสําหรับการพัฒนากลุ่มเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา (อบต.นาเลียง) เล่าถึงข้อจำกัดทางโครงสร้างของระบบการศึกษาให้ฟัง&nbsp;</p>



<p>ความย้อนแย้งนี้สะท้อนว่า หากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างอบต. ไม่ยื่นมือเข้ามาเป็นคนกลางในการประสานงานระหว่างโรงเรียนเดิม สกร. และผู้ปกครอง เด็กกลุ่มนี้จะกลายเป็น ‘คนไร้ตัวตนในระบบการศึกษา’ ไปโดยปริยาย&nbsp;</p>



<p>จึงกลายเป็นโครงการการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสําหรับการพัฒนากลุ่มเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา (อบต.นาเลียง) ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อ ‘รื้อ’ และ ‘สร้าง’ พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ใหม่ก็เกิดขึ้นได้จริง</p>



<p>ในการทำงานก้าวแรก อบต. นาเลียง จึงเริ่มต้นจากการสลายอคติ โดยใช้กระบวนการทางสังคมและกิจกรรมดึงเด็กออกจากบ้านเข้าสู่พื้นที่ส่วนรวม เพื่อทำให้ชุมชนเปิดรับและเลิกมองเด็กนอกระบบด้วยสายตาหวาดระแวง&nbsp;</p>



<p>“ปีแรกเรายังไม่เน้นเรื่องวุฒิการศึกษา เราเน้นเรื่องการมีรายได้ ให้เด็กมีรายได้ หรือให้เด็กค้นหาตัวตนที่ชอบก่อน”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104658" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-104659" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1024x1024.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-150x150.png 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-768x768.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1536x1536.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-750x750.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>กิจกรรมอย่างการฝึกทำกระจกและอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นอาชีพหลักในท้องถิ่น การทำพิมเสน การแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชน ไปจนถึงการขายของออนไลน์ กลายเป็นเครื่องมือสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจที่ทำให้ผู้ใหญ่ในชุมชนเห็นว่า เด็กนอกระบบไม่ได้เป็นปัญหา แต่คือลูกหลานที่มีศักยภาพ หากได้รับการหนุนเสริมที่ถูกต้อง</p>



<p>หัวใจสำคัญที่ทำให้เด็กยอมก้าวเดินเข้ามาหา อบต. นาเลียง คือหลักการ ‘เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน’ ซึ่งเป็นความพยายามตั้งต้นที่ให้เด็กเป็นผู้กำหนดเป้าหมายชีวิตของตนเอง&nbsp;</p>



<p>“เด็กนำคือให้เด็กเลือก ในกลุ่มมีทั้งสภาเด็ก เด็กนอกระบบ เด็กวัยแรงงาน มาออกแบบร่วมกัน ส่วนผู้ใหญ่หนุนคือ หนุนเสริมเรื่องที่เขาเสนอมา แนะนำให้อยู่ในทางที่ถูกต้อง เช่น เด็กอยากทำม็อกเทล อยากฝึกงานร้านกาแฟ อยากออกไปศึกษาดูงานข้างนอก เราไม่บอกว่าไม่ดี แต่ประคบประหงม หนุนให้เด็กเป็นคนคิดออกแบบ แล้วพาเขาออกไปเห็นโลก”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104661" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104662" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ตามอำนาจหน้าที่เดิม อบต. มีภารกิจจัดการศึกษาโดยตรงเพียงระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ก่อนอนุบาล) แต่ อบต.นาเลียง เลือกที่จะขยายขอบเขตการทำงานโดยอาศัย พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ให้ครอบคลุมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต</p>



<p>“พอเรารู้แล้วว่าปีแรกเราทำ เรายังไม่รู้บทบาทตัวเองว่าจะทำอะไร พอมาปีสองเรามองบริบทเราว่าถ้าเราเป็นฮับ จะทำให้เด็กประสบความสำเร็จหรือเด็กมามากกว่า เราเลยเป็นฮับเพื่อส่งต่อ สกร. โคกับโรงเรียนพระซองสามัคคีวิทยาที่จัด 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ และเชื่อมกับศูนย์การเรียน CYF ที่ยืดหยุ่นเพื่อเทียบโอนประสบการณ์”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-104663" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-1024x1024.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-150x150.png 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-768x768.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-1536x1536.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-750x750.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-104664" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-1024x1024.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-150x150.png 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-768x768.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-1536x1536.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-750x750.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>สุดท้ายสิ่งที่เปลี่ยนไปคือการทำงานร่วมกันโดยไม่แบ่งแยกหน่วยงาน อบต.นาเลียงมองว่าหากปล่อยให้เด็กหลุดระบบ ปัญหาก็จะวนกลับมาที่งานสวัสดิการของอบต. อยู่ดี</p>



<p>“ถ้ากลุ่มนี้ไม่เรียนหนังสือ สุดท้ายมามันก็ตกอยู่กับอบต. เหมือนเดิม ทุกอย่างมันพันไปหมด ตั้งแต่แรกเกิดไม่ได้เรียน รายได้ไม่มี อบต. ก็ต้องเข้าไปช่วยเรื่องสวัสดิการ กลับมาที่ปัญหาของชุมชนอยู่ดี”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104665" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104666" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ความสำเร็จของนาเลียงจึงมาจากการที่ท้องถิ่นกล้าลุกขึ้นมาปรับ ‘มายด์เซ็ต’ (Mindset) ทั้งของชุมชน ระบบการศึกษา และกลไกราชการ บทบาทของ อบต. จะไม่ได้หยุดอยู่แค่การดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหรือดูแลลูกบ้านตามกฎหมาย แต่ยังสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็น ‘ฮับการเรียนรู้’ (Learning Hub) ที่คืนโอกาสและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้แก่เด็กทุกคนได้&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-060826/">‘เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน’ อบต.นาเลียง กับการ ‘รื้อ’ และ ‘สร้าง’ พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นได้จริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โอกาสที่สอง นับ-ตน ฝาแฝดที่มรดกความจน ทิ้งให้ต้องดิ้นรนเพื่อการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-310726/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2026 04:19:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดสตูล]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเมล็ดพันธุ์เกตรี]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104547</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เราตอบได้ไหมนะ…ความฝันคือเป็นผู้พิพากษา จริงๆ เพราะอยา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-310726/">โอกาสที่สอง นับ-ตน ฝาแฝดที่มรดกความจน ทิ้งให้ต้องดิ้นรนเพื่อการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“เราตอบได้ไหมนะ…ความฝันคือเป็นผู้พิพากษา จริงๆ เพราะอยากพิสูจน์ให้ที่บ้านเห็นว่าหนูทำได้ เพราะที่บ้านไม่ค่อยเชื่อในตัวหนู อย่างพอลองถามพ่อแม่ว่าตรงนี้หนูทำได้ไหม พ่อแม่ก็จะบอกว่าทำไม่ได้หรอก เวลาหนูพูดอะไรมักจะไม่ค่อยฟัง บ้านหนูชอบซ้ำเติม ตอนนี้มีปัญหาอะไรหนูเลยไม่ค่อยบอกครอบครัว”</p>



<p>‘นับ’ สุนิสา ตอบ หลังหันไปถามแฝดน้อง ‘ตน’ สุนิตา เมื่อได้รับคำถามว่า ‘ความฝันตอนนี้ของตัวเองอะไร’ เหมือนกับตนที่ยังคงกระอักกระอ่วนเมื่อตอบคำถาม</p>



<p>“หนูอยากเป็นทนาย เพราะว่าหลานค่อนข้างอยู่ในสังคมที่เสี่ยงยาเสพติด หนูอยากเป็นทนายความเพราะอยากช่วยปรับปรุงหลาน”</p>



<p>ความอึดอัดปรากฏขึ้นในดวงตาของทั้งคู่วัย 17 เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าวันนี้ ‘สิทธิที่จะได้ฝัน’ นั้นมีมากน้อยแค่ไหน หลังจากที่บ้านขอร้องให้ทั้งคู่ออกจากโรงเรียนตอน ม.2 เพราะความจน และต้องใช้ชีวิตอยู่ในความว่างเปล่าเกือบ 3 ปี แทนที่จะได้วิ่งตามความฝันในห้องเรียนแบบคนอื่นเขา จวบจนปีนี้ในวัยที่ควรจบมัธยมปลาย นับและตน ได้กลับเข้ามาเรียนอีกครั้งในชั้น ม.4&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-39.jpeg" alt="" class="wp-image-104548" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-39.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-39-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-39-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-39-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-39-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) ‘นับ’ สุนิสา, ‘ตน’ สุนิตา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="1--%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-"><strong>ก้าวออกจากรั้วโรงเรียน</strong></h3>



<p>นับและตน รู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตตัวเองคงไม่มีใครอยากให้เกิดถ้าที่บ้านมีเงินมากพอ สำหรับครอบครัวที่มีฐานะพร้อม ‘การศึกษา’ อาจเป็นเส้นทางตรงสายที่เด็กทุกคนเดินไปตามช่วงวัยอย่างราบรื่น แต่สำหรับครอบครัวนับและตน ในจังหวัดสตูล การส่งลูกเรียนหนังสือกลับเป็นเหมือนการแบกรับต้นทุนชีวิตที่หนักอึ้ง</p>



<p>ย้อนกลับไปตอนอายุ 14 ปี ทั้งคู่เรียนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาควบคู่สามัญแห่งหนึ่ง&nbsp;</p>



<p>“ตอนนั้นเครียดค่ะ มันไม่สนุกกับการเรียนเท่าไหร่ ด้วยความที่เราเป็นเด็กหลังห้อง พอยกมือถามครูก็ไม่ค่อยสนใจ จะสนใจแต่เด็กหน้าห้องมากกว่า” นับตอบ&nbsp;</p>



<p>สภาพแวดล้อมในห้องเรียน ไม่ได้เอื้อให้พวกเธอรู้สึกสนุกกับการเรียนรู้เท่าไร นับกับน้องสาว พร้อมเพื่อนๆ ส่วนหนึ่งเลยกลายเป็นเด็กหลังห้อง ที่มีผลการเรียนติดลบ&nbsp;</p>



<p>“พ่อกับแม่บอกว่าไม่มีเงินแล้วนะ จะเอายังไง แล้วหนูก็มีปัญหาเรื่องการเรียนด้วย เรียนไม่ค่อยทันเพื่อน ชอบโดดบ่อยๆ ติด ร เยอะ พอเป็นแบบนี้ก็เลยได้ออกจากโรงเรียนทั้งคู่ ก็รู้สึกเสียใจ กับรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เรียนแล้ว”</p>



<p>วิกฤตการเงินในครอบครัวใหญ่ที่มีพี่น้องถึง 7 คน ที่ทั้งคู่เป็นลูกคนสุดท้อง พ่อและแม่วัยใกล้ 60 ปี มีอาชีพรับจ้างกรีดยางตอนกลางคืน มีรายได้ที่ไม่แน่นอนเพียงวันละ 200-300 บาทเท่านั้น&nbsp;</p>



<p>อาชีพรับจ้างกรีดยางในตอนกลางคืนของพ่อและแม่ ไม่ใช่การเป็นเจ้าของสวนเอง รายได้จึงขึ้นอยู่กับหยาดเหงื่อและสภาพดินฟ้าอากาศ ในคืนที่ฝนตกก็ขาดรายได้ วันไหนโชคดีก็ได้เงินกลับมา ซึ่งเมื่อนำมาหารเฉลี่ยกับปากท้องของคนในบ้านและหลานๆ อีกหลายชีวิต เงินจำนวนนี้แทบไม่พอกับค่ากับข้าวในแต่ละวัน</p>



<p>นับจำได้ดีว่ามะ (แม่) เดินมาพูดด้วยความจำใจว่า “ตอนนี้มะยังไม่มีเงินเลย เดี๋ยวรอให้มะมีเงินก่อนได้ไหม” ทั้งคู่รู้ดีว่าในความเป็นจริง คำว่า ‘รอให้มีเงิน’ ของมะ มันช่างห่างไกลเหลือเกิน และเมื่อบวกกับความกดดันในห้องเรียนที่พวกเธอมักถูกมองข้ามเพราะเป็นเด็กหลังห้อง สุดท้ายทั้งคู่จึงตัดสินใจเดินออกจากระบบการศึกษาตอนจบ ม.2 ทันที เพราะรู้ดีว่าเงินทุกบาทที่จ่ายเป็นค่าเทอมหมายถึงปากท้องของคนทั้งบ้านที่ต้องประหยัดลง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-40.jpeg" alt="" class="wp-image-104549" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-40.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-40-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-40-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-40-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-40-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘นับ’ สุนิสา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="2--%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-"><strong>มรดกความจนที่ได้รับ</strong></h3>



<p>โลกของนับและตน ที่เคยใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในห้องเรียน ถูกพลิกมาเป็นโลกแห่งการทำมาหากินเพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวในทันทีตลอด 3 ปีที่หลุดออกจากระบบ&nbsp;</p>



<p>“เหนื่อยค่ะ เหนื่อยกว่าการเรียนมากๆ” ทั้งคู่ประสานเสียงเมื่อพูดถึงช่วงเวลา 3 ปีที่หายไป</p>



<p>นับ ไปช่วยพี่สาวขายปลาหมึกย่างและลูกชิ้นย่างที่หน้าเซเว่น รูทีนชีวิตเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเย็น อยู่กับไอร้อนของเตาไฟจนถึงสี่ทุ่ม</p>



<p>“หนูนอนตีสองเป็นเรื่องปกติเลย ตื่นอีกทีสิบโมง แล้วร้านปิดสี่ทุ่ม กลับบ้านมาพักผ่อนร่างกาย นอนเล่นโทรศัพท์จนถึงตีสอง”</p>



<p>ส่วนตน รับหน้าที่แบ่งเบาภาระงานบ้านทั้งหมด คอยล้างจาน ดูแลความสะอาด และช่วยเลี้ยงหลานอยู่ที่บ้านเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างคนดูแล</p>



<p>รายได้วันละ 200-300 บาทที่นับหามาได้จากการขายของ และเงินไม่เกินร้อยบาทที่ตนใช้ซื้อของกินในเซเว่น กลายเป็นวงจรชีวิตที่พวกเธอคิดว่านี่คงคือทั้งหมดของชีวิตแล้ว</p>



<p>“ยอมรับว่าเครียด แล้วก็เบื่อๆ ช่วงนั้นหนูไม่ค่อยพูดกับใคร อย่างพี่ยังได้ไปร้านขายของ แต่หนูอยู่บ้าน ไม่ค่อยไปไหน” ตนบอก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-41.jpeg" alt="" class="wp-image-104551" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-41.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-41-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-41-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-41-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-41-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ตน’ สุนิสา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="3--%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%87-"><strong>เมื่อครอบครัวคือกำแพง</strong></h3>



<p>ทั้งคู่ยอมรับว่าความยากจนไม่เพียงแต่พรากโอกาสในการเรียนรู้ แต่ยังพรากช่วงเวลาที่ควรจะได้วิ่งเล่น พรากสังคมเพื่อนฝูง โดยเฉพาะตนที่ต้องอยู่บ้านตลอดเวลา&nbsp;</p>



<p>แถวบ้านที่อาศัยอยู่ ปัญหายาเสพติดรายล้อมจนกลายเป็นเรื่องปกติในสายตา หลานชายของพวกเธอเคยถูกจับกุมจนต้องขึ้นศาลเยาวชน นี่เลยเป็นที่มาความฝันของตน ที่อยากเป็นทนาย และข้างๆ กันนับก็อยากเป็นผู้พิพากษา&nbsp;</p>



<p>“คือลึกๆ หนูอยากทำให้ตรงข้ามกับสิ่งที่พ่อพูด พ่อเป็นคนที่เก่ง แบบเก่งจนไม่ค่อยฟังใครเลย เขาถือว่าเขาเป็นหัวหน้าครอบครัวใหญ่ที่สุดของบ้าน”</p>



<p>นับพูดแบบตรงไปตรงมาถึงครอบครัวของตัวเอง&nbsp;</p>



<p>“เพราะบางครั้งหนูอยากทำอันนี้ อยากเป็นอันนี้ แต่พ่อกับแม่ไม่ให้ เวลาหนูพูดอะไรมักจะไม่ค่อยฟัง บ้านหนูชอบซ้ำเติม ตอนนี้มีปัญหาอะไรหนูเลยไม่ค่อยบอกครอบครัว”</p>



<p>นับและตนรู้สึกตรงกันว่า บ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ได้เพียงแค่ 50% เท่านั้น เพราะเวลาที่พวกเธอมีความฝัน หรืออยากลองทำอะไรใหม่ๆ มักจะไม่ได้รับความเห็นชอบ หรือคำชื่นชมจากพ่อแม่ แต่กลับได้รับคำพูดที่บั่นทอนความมั่นใจแทน โดยเฉพาะตนที่อยากเป็นทนายความ และโดนพ่อแม่ปรามาสไว้ว่าคงทำไม่ได้</p>



<p>คำพูดบั่นทอนความฝันจากครอบครัวไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่ครอบครัวของนับและตน&nbsp;</p>



<p>อัพดอล-อัพดอล พงค์สวัสดิ์ ผู้รับผิดรับโครงการกลไกชุมชนสู่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา จังหวัดสตูล โดยการสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) อธิบายสถานการณ์ที่เด็กในพื้นที่สตูลเจอว่าที่นี่มักมีวัฒนธรรมเงียบในบ้าน เพราะถ้าผู้ปกครองไม่ฟังเสียงเด็กดีๆ เสียงนี้ก็จะไม่ได้ยิน และถ้าไม่ได้ยินบ่อยๆ มันก็จะไม่พูดออก&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-42.jpeg" alt="" class="wp-image-104552" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-42.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-42-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-42-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-42-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-42-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘อัพดอล’ อัพดอล พงค์สวัสดิ์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="4--%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95-"><strong>โอกาสที่สองของชีวิต</strong></h3>



<p>ในวัย 17 ปี นับตนได้กลับเข้ามาเรียนโรงเรียนอีกครั้ง จุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มต้นขึ้นเมื่อแกนนำเครือข่ายเยาวชน ‘เมล็ดพันธุ์เกตรี’ ชักชวนพวกเธอเข้ามาร่วมกิจกรรมของกลุ่ม ‘The GUERRILLA’ โครงการกลไกชุมชนสู่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา จังหวัดสตูล โดยการสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>



<p>นับและตนได้ฟังประสบการณ์เรื่องราวชีวิตจากเพื่อนๆ และรุ่นพี่ โดยเฉพาะบทเรียนเรื่องพิษภัยของยาเสพติด ซึ่งเป็นสิ่งระบาดหนักในชุมชนที่พวกเธออาศัยอยู่ มันกลายเป็นเกราะป้องกันทางความคิดและจุดประกายความฝันที่อยากจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p>



<p>อีกด้านหนึ่งโรงเรียนอันซอเรียะห์อัดดีนียะห์ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามควบคู่สามัญ เป็นโรงเรียนการกุศลที่เข้าร่วมโครงการกลไกชุมชนสู่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาจังหวัดสตูล เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาได้กลับมาเรียนอีกครั้ง</p>



<p>หลังจากนั้น กาศมา นาคกระวัศ ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วยทีมงาน สุกรี นาคกระวัศ ผู้จัดการโรงเรียน ได้เดินทางมาเคาะประตูบ้านเพื่อชวนพวกเธอกลับเข้าสู่ระบบโรงเรียนอีกครั้ง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-43.jpeg" alt="" class="wp-image-104553" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-43.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-43-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-43-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-43-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-43-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) ‘กาศมา’ นาคกระวัศ, ‘สุกรี’ นาคกระวัศ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ตอนแรกหนูวิ่งหนีไปหลังบ้านเลยค่ะ หลบหน้า ผอ. ตลอด เพราะไม่อยากคุยเรื่องเรียน มันยากมากที่จะกลับไปหลังจากหลุดไปตั้งสองสามปีแล้ว”&nbsp;</p>



<p>แต่คนที่ซัพพอร์ตและดึงมือให้เดินหน้าต่อก็คือมะที่เอ่ยปากขอร้องลูกสาวว่า&nbsp;</p>



<p>“ไม่อยากให้ลูกต้องมากรีดยางรับจ้างเหมือนมะ มันลำบากและไม่แน่นอน ทนอีกนิดนึงเดี๋ยวก็ชิน”&nbsp;</p>



<p>ควบคู่ไปกับพลังของความเป็นฝาแฝดที่นับบอกว่า&nbsp;</p>



<p>“ถ้าไม่มีน้องมาด้วย หนูก็ไม่มา แต่อย่างน้อยจับมือมาเจออะไรที่ไม่รู้ด้วยกัน มันก็ทำให้กล้าสู้”</p>



<p>แม้จะมีความขัดแย้งในใจหรือรู้สึกอึดอัดกับท่าทีของพ่อ แต่อุดมการณ์ลึกๆ ของนับในการกลับมาเรียนหนังสือครั้งนี้ ส่วนหนึ่งคือเธออยากจะเติบโตขึ้นไปเป็นคนที่มีความรู้เท่าทัน เพื่อที่จะสามารถหันหน้ากลับมาคุยกับพ่อด้วยเหตุและผลในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่งได้</p>



<p>“หนูอยากเอาความรู้ที่แท้จริงไปคุยกับพ่อเพราะเขาไม่เคยฟังใครเลย”</p>



<p>ขณะเดียวกัน ตน เองก็อยากใช้ความสำเร็จในอนาคตเพื่อพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าพวกเธอทำได้</p>



<p>&#8220;หนูก็อยากพิสูจน์ให้เขารู้ว่าสมองหนูก็ถึง ยังไงหนูก็เป็น (ทนาย) ให้ได้ค่ะ&#8221;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="5--%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%AD-"><strong>ถ้าโรงเรียนยืดหยุ่นมากพอ</strong></h3>



<p>ปัจจุบัน นับและตนกลับเข้ามาเรียนในชั้น ม.3 และกำลังเข้าสู่ ม.4 ได้ประมาณ 4 เดือนแล้วที่โรงเรียนอันซอเรียะห์อัดดีนียะห์ แม้ช่วงแรกจะต้องปรับตัวอย่างหนัก&nbsp;</p>



<p>“วันแรกหนูบอกน้องว่ากลับบ้านไหม ไม่รู้จักใครเลย พรุ่งนี้ไม่อยากมาแล้ว แต่น้องมันลากมาเลยต้องมา ถ้าน้องไม่มาเรียนหนูก็ไม่มา อย่างน้อยก็มีน้องมาด้วยกัน จับมือมาเจออะไรที่ไม่รู้ด้วยกัน” นับเล่า</p>



<p>สำหรับเด็กคนหนึ่งที่หลุดออกจากระบบโรงเรียนไปนานถึง 3 ปีเต็ม การผลักประตูรั้วโรงเรียนกลับเข้ามาอีกครั้ง ไม่ใช่แค่เรื่องของการหยิบกระเป๋านักเรียนมาสะพาย แต่คือการเปลี่ยนวิถีชีวิต ความคิด และการปรับตัวที่ต้องใช้ต้นทุนทางจิตใจอย่างสูง</p>



<p>ความท้าทายขั้นต่อมาของการปรับตัวคือ ‘ช่องว่างระหว่างวัยและสถานะ’ ในห้องเรียน ในวัยใกล้ 18 ปีที่ต้องมานั่งเรียนร่วมชั้น ม.3 กับเด็กที่อายุห่างกัน 2-3 ปี ซ้ำร้ายแก๊งเด็กในห้องยังรู้จักและเติบโตด้วยกันมาตั้งแต่มัธยมต้น ทำให้นับและตนกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมของห้องเรียนในช่วงแรก</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-44.jpeg" alt="" class="wp-image-104554" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-44.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-44-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-44-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-44-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-44-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ความอายและการกลัวสายตาคนจ้องมองทำให้ฝาแฝดขังตัวเองไว้ในกลุ่มสองคน นั่งกินข้าวด้วยกันตอนพักกลางวัน และเมื่อเริ่มปรับตัวได้ระดับหนึ่ง ก็ต้องเจอกับวิกฤตน้ำท่วมใหญ่จนโรงเรียนต้องหยุดยาว ปิดกั้นช่องทางการติดต่อเพราะยังไม่มีเบอร์หรือโซเชียลมีเดียของเพื่อนๆ ทำให้หลังน้ำลด ทั้งคู่ต้องกลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งในการปรับตัวใหม่อีกครั้ง</p>



<p>“ตอนเรียน ม.สอง คือกดดันเพราะวิชามันยาก มีตั้งแปดถึงสิบวิชา แต่ที่นี่มีแค่ห้าหกวิชา ครูเป็นกันเอง น่ารักและใจดีมาก ค่อยๆ สอน ไม่ดุไม่ด่าเหมือนโรงเรียนอื่น ไม่เข้าใจตรงไหนก็ยกมือถาม ครูก็จะสอนให้ตัวต่อตัวเลย ครูบอกว่าไม่ต้องไปถามเพื่อน ถามครูนี่ ครูสอนได้”</p>



<p>แต่เพราะโรงเรียนนี้ แตกต่างจากที่เดิม</p>



<p>“ที่นี่ครูเป็นกันเอง น่ารักและใจดีมากค่ะ ค่อยๆ สอน ไม่ดุไม่ด่า ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนครูจะสอนให้ตัวต่อตัวเลย ครูบอกว่าไม่ต้องไปถามเพื่อน ให้ถามครูได้เลย มันทำให้เราจากเด็กหลังห้องที่ไม่เคยมีใครสนใจ กล้าที่จะเรียนรู้”</p>



<p>จากที่เคยต้องเรียนถึง 8-10 วิชาจนกดดัน ที่นี่ปรับโครงสร้างให้ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ศักยภาพเหลือเพียง 5-6 วิชา และมีการประเมินผลผ่านกิจวัตรความดี ตอนนี้กลายเป็นเด็กที่สนุกกับวิชาวิทย์คำนวณ และมีเพื่อนสนิทอย่างอามีนาและมาริน่าที่คอยเข้ามาสร้างเสียงหัวเราะ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="6--%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A5-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87-"><strong>เหมือนจะไปได้ไกล แต่ก็อาจจะไปไม่ถึง</strong></h3>



<p>สิ่งที่ทำให้นับและตนยังไม่หลุดออกจากระบบไปเป็นครั้งที่สอง เพราะทั้งคู่เริ่มสนุกกับการเรียนในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมา ที่ ‘ตัวระบบโรงเรียน’ และ ‘ครู’ ลดเงื่อนไขความกดดันลง แตกต่างจากโรงเรียนเอกชนดั้งเดิมที่เคยเรียน</p>



<p>ที่อันซอเรียะห์อัดดีนียะห์ ไม่ได้เรียนเพียงวิชาการ แต่เรียนรู้ผ่านหลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง จัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ ใช้กระบวนการ I+STEAM Education ประเมินผลจากสมรรถนะที่ผู้เรียนสามารถปฏิบัติได้จริงตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด นอกจากนี้ โรงเรียนยังส่งเสริมการปลูกฝัง 9 กิจวัตรความดีตามแบบอย่างของท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ, ล) เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นทั้งคนดีและคนเก่ง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เรียนรู้ด้านอาชีพร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคสตูล เพื่อสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพและพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต</p>



<p>แต่นับก็ยอมรับว่า ตัวเองไม่อยากเรียนต่อแล้ว อยากออกไปหาเงินมากกว่า เพราะมีอิสระและได้เงิน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-45.jpeg" alt="" class="wp-image-104556" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-45.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-45-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-45-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-45-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-45-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) ‘อัพดอล’ อัพดอล พงค์สวัสดิ์, ‘ฟาลัก’ บีลาล เส็นจิต</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ไม่ผิดที่นับจะคิดอย่างนั้น อัพดอลบอกว่าหนึ่งในคำถามที่คนทำงานมักได้รับจากเด็กๆ คือ&nbsp;</p>



<p>“ผมจะฝันถึงอะไรเหรอพี่? เพราะเด็กนอกระบบในสตูลจำนวนมากเผชิญภาวะไร้ความฝัน ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่อยากมีอนาคตที่ดี แต่เป็นเพราะโครงสร้างเศรษฐกิจในจังหวัดสตูลปิดตายจินตนาการของพวกเขา”</p>



<p>ฟาลัก บีลาล เส็นจิต เจ้าหน้าที่โครงการเล่าว่า ที่สตูลมีเพียงโรงงานปลากระป๋อง ซึ่งรับเฉพาะแรงงานหญิง และโรงงานปาล์มน้ำมันที่ต้องการแรงงานผู้ใหญ่และงานหนัก</p>



<p>ส่วนงานราชการหรืองานออฟฟิศก็มีจำกัดและการแข่งขันสูง แม้รัฐจะพยายามผลักดันการท่องเที่ยว แต่ก็ไม่ได้เติบโตจนสร้างงานในตัวจังหวัดได้อย่างทั่วถึง สุดท้ายคนสตูลที่เรียนจบสูงๆ หรืออยากลืมตาอ้าปากได้เลยต้องไปทำงานที่หาดใหญ่ ภูเก็ต กระบี่ หรือกรุงเทพฯ และแทบไม่มีใครกลับมาพัฒนาบ้านเกิด</p>



<p>เมื่อเด็กๆ มองเห็นภาพชัดเจนว่า “เรียนไปก็ไม่มีงานทำที่บ้าน เก่งไปก็ไม่มีทางให้เดินต่อ” แรงจูงใจในการเรียนรู้จึงกลายเป็นศูนย์&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-46.jpeg" alt="" class="wp-image-104557" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-46.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-46-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-46-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-46-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-46-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>อย่างน้อยก็ยังมีตนที่บอกว่าหนูอยากเรียนต่อให้ไกลได้ที่สุด&nbsp;</p>



<p>“หนูตอบแบบไม่ลังเลเลยว่าอยากเรียนต่อ เพราะอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หนูอยากให้ปัจจุบันตัวเองได้พัฒนาไปได้ไกลขึ้น ไม่หยุดอยู่แค่นี้ ต่อให้พี่ไม่มาด้วย หนูก็มา ยังไงก็จะมาเพราะอยากเรียนอยู่” ตนเล่าด้วยแววตาที่เป็นประกาย</p>



<p>วันนี้คำตอบของนับคือไม่อยากเรียนต่อแล้ว ไม่แน่ในอนาคตคำตอบอาจจะเปลี่ยนไป แต่อย่างน้อยวันนี้พวกเธอทั้งคู่ก็ยังคงเรียนระดับชั้น ม.4 อยู่ที่อันซอเรียะห์อัดดีนียะห์</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p></p>



<p>เรื่อง : มยุรา ยะทา <br>ภาพถ่าย : อธิคม แสงไชย <br>ภาพประกอบ : ภัทราภรณ์ สงสาร</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-310726/">โอกาสที่สอง นับ-ตน ฝาแฝดที่มรดกความจน ทิ้งให้ต้องดิ้นรนเพื่อการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จิบชา จุดไฟ ฟุ้งฝัน บทสนทนา ณ ขนำเกตรี พื้นที่ก่อไฟฝันเด็กนอกระบบสตูล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-140726-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Jul 2026 13:29:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สตูล]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103897</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าไม่ก้มมองนาฬิกา บทสนทนาใต้ผืนฟ้ายามราตรี ล้อมวงรอบกอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-140726-2/">จิบชา จุดไฟ ฟุ้งฝัน บทสนทนา ณ ขนำเกตรี พื้นที่ก่อไฟฝันเด็กนอกระบบสตูล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าไม่ก้มมองนาฬิกา บทสนทนาใต้ผืนฟ้ายามราตรี ล้อมวงรอบกองไฟที่ลุกโชนใต้กาน้ำชา อาจเกิดขึ้นเรื่อยๆ เหมือนสายน้ำในคลองลิเกตุที่ค่อยๆ ไหลตลอดทั้งคืน&nbsp;</p>



<p>เสียดายที่เวลาเดินเร็วเกินกว่าเราจะมีโอกาสทักทาย และฟังเรื่องราวของเด็กๆ ในขนำ (กระท่อม) หมดทุกคน&nbsp;</p>



<p>เรื่องเล่าของซอหมาด วัย 18 ที่เพิ่งจบ ม.6 ตั้งใจอยากเรียนรัฐศาสตร์ควบนิติศาสตร์ต่อไปในอนาคต และเรื่องราวของฟิต วัย 15 ที่ยกมือบอกว่าตัวเองเพิ่งสมัครเรียน กศน. และเปลี่ยนสถานะเป็นนักเรียนวันนี้เป็นวันแรก กำลังล้อมวงถ่ายทอดให้กับคนอีกกว่า 10 ชีวิตที่อยู่ที่นี่เพื่อฟังกันและกัน&nbsp;</p>



<p>อัพดอล-อัพดอล พงค์สวัสดิ์ ผู้รับผิดรับโครงการกลไกชุมชนสู่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา จังหวัดสตูล โดยการสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) คือคนนำทางมายังสถานที่นี้ ขนำหลังน้อยในตำบลเกตรี อำเภอเมือง จังหวัดสตูลที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากชุมชน ถูกเรียกว่า ‘เมล็ดพันธุ์เกตรี Learning Space’ พื้นที่กึ่งถาวรที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำกิจกรรมในสถานะพื้นที่การเรียนรู้ (Learning Space) ในตอนกลางวัน และเป็นแหล่งมั่วสุมสัพเพเหระในตอนกลางคืน</p>



<p>จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าที่นี่จะมีเด็กในระบบและเด็กนอกระบบมารวมตัวกัน&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ขนำที่ชื่อว่าเมล็ดพันธุ์เกตรี&nbsp;</strong></h3>



<p>“เราสร้างตรงนี้ให้เป็นพื้นที่ห่างไกลคน บรรยากาศอะไรก็ดี ให้เป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตรงนี้มันเลยเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) สำหรับเด็กให้มาพูดคุยกันหรือว่ามาทำกิจกรรมกัน”</p>



<p><strong>ราฎา กรมเมือง</strong> หรือที่เด็กๆ เรียกกันว่า<strong>ก๊ะด้า</strong> คณะทำงานและพี่เลี้ยงของกลุ่มเล่าว่า ตอนที่เธอเริ่มทำงานเกี่ยวกับการส่งเสริมเด็ก ตั้งกลุ่มเมล็ดพันธุ์เกตรีขึ้นมา สถานที่ที่เด็กจะมาล้อมวงคุย ประชุม และวางแผนกิจกรรม จะเป็นขนำที่ตั้งอยู่หน้าบ้านของราฎา</p>



<p>ซึ่งเวลานัดหมายกันในตอนนั้นกับตอนนี้เหมือนกัน คือ เวลาค่ำคืน เพราะเด็กในระบบติดภารกิจการเรียนในช่วงกลางวัน วันเสาร์-อาทิตย์ก็ไม่มีใครว่าง ต้องจัดกิจกรรมช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ตกวันธรรมดาจึงสะดวกสำหรับทุกฝ่าย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-13.jpeg" alt="" class="wp-image-103900" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-13.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-13-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-13-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-13-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-13-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ก๊ะด้า-ราฎา กรมเมือง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ยกเว้นเพื่อนบ้านของราฎา</p>



<p>“สมัยผมเราประชุมตอนกลางคืน เริ่มทุ่มนึงจบตีสาม ประชุมไม่นานหรอก เสร็จแล้วนั่งคุยเล่นกัน ทีนี้เริ่มมีปัญหากับเพื่อนบ้าน กับพื้นที่ เป็นอย่างนี้มา 4-5 รุ่น” อัพดอลอธิบายในฐานะเด็กคนหนึ่งที่เคยอยู่ที่ขนำหน้าบ้านราฎามาก่อน</p>



<p>พอขนำหลังนั้นไม่ปลอดภัย ราฎาก็ย้ายมาสร้างขนำแห่งใหม่ในที่ที่ไกลจากชุมชนให้ห่างไกลจากผู้คนมากที่สุด ทำให้เด็กๆ หลายคนชอบที่นี่ อย่างที่นาอิม วัย 18 เสริมว่า&nbsp;</p>



<p>“เสียงดังได้ เผื่อว่าเสียงดังเกินไปก็ไม่มีอะไรมากระทบกระทั่ง ไม่มีคำพูด ไม่มีก้อนหิน เพราะแถวนี้ไม่มีบ้านคนครับ ก็เลยสบายๆ”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กลางวันมืด กลางคืนกลับยิ่งสว่าง&nbsp;</strong></h3>



<p>“เพราะกลางวันไม่ปลอดภัยพอที่จะใช้ชีวิต กลางคืนก็เลยใช้ชีวิต” อัพดอลเล่าระหว่างแจกจ่ายโรตีรอบกองไฟที่ขนำ</p>



<p><strong>อัพดอล</strong> คือเยาวชนวัย 26 ในระบบคนหนึ่งที่เข้ามาเป็นแกนนำทำโครงการเกี่ยวกับเด็กนอกระบบ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้อัพดอลเข้าใจดีว่า เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น แสงแดดส่องสว่าง แต่อาจไม่ใช่ช่วงเวลาสำหรับเด็กนอกระบบ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-14.jpeg" alt="" class="wp-image-103901" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-14.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-14-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-14-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-14-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-14-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">อัพดอล-อัพดอล พงค์สวัสดิ์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>มันไม่ใช่ว่าพวกเขาอยากจะนอนตื่นบ่ายหรือรักความมืด แต่ในโลกกลางวัน สายตาของผู้คนในสังคมมักคอยตั้งคำถาม ตัดสิน และตีตราพวกเขาตลอดเวลา อยู่บ้านเฉยๆ พ่อแม่ก็ด่า ออกไปข้างนอกสังคมก็ตั้งคำถามว่าทำไมไม่ไปโรงเรียน มันกลายเป็นการใช้ชีวิตที่ยากลำบากและเต็มไปด้วยแรงกดดัน แต่เมื่อราตรีมาถึง สายตาที่คอยตัดสินเลือนหายไป วงน้ำชาในความมืดรอบกองไฟขนำเกตรีจึงกลายเป็นพื้นที่เดียวที่พวกเขาได้กลับมามีตัวตน มีสิทธิที่จะพูด หัวเราะ และใช้ชีวิตอย่างปลดปล่อย</p>



<p>“ชอบอยู่ที่ๆ ไม่มีคน มันสบายใจ ไม่ค่อยเสียงดังมาก ไม่เบ้หู (ไม่หนวกหู)” ฟิต-ธนากร โต๊ะมวง เล่าพลางมองไปที่กองไฟกลางวงล้อม&nbsp;</p>



<p><strong>ฟิต</strong>ไม่ได้หลุดออกจากระบบเพราะขี้เกียจหรือครอบครัวยากจน แต่เรื่องราวมันเกิดขึ้นตอน ม.2 ในชั่วโมงวิชาภาษาอังกฤษ ครูเขวี้ยงแปรงลบกระดานใส่กลุ่มเพื่อนที่คุยกันข้างหลัง แต่แปรงนั้นลอยมาโดนหางคิ้วของฟิต</p>



<p>“ผมติด ร. วิชาอังกฤษ พอไปแก้ เพื่อนข้างหลังเขาคุยกัน ผมหูฟังเพื่อนพูด ตาดูครูเขียน ไม่รู้ยังไง เขาเขวี้ยงมาโดนตรงนี้” ฟิตชี้หางคิ้วให้ดู</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-15.jpeg" alt="" class="wp-image-103902" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-15.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-15-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-15-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-15-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-15-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ฟิต-ธนากร โต๊ะมวง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ฟิตไม่ได้บอกแม่ด้วยตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แม่น่าจะรู้จากครูคนนั้น เพราะครูไปส่งฟิตที่บ้านพร้อมขอโทษแม่ แต่ไม่ได้ขอโทษหรือพูดอะไรกับฟิต หลังจากวันนั้นฟิตจึงไปโรงเรียนทุกวัน แต่ไม่เข้าเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ไม่ไปแก้ ร. สุดท้ายก็ไม่สามารถเลื่อนระดับชั้นได้ ฟิตจึงตัดสินใจลาออก</p>



<p>พอฟิตอยู่บ้านเฉยๆ เพื่อนก็จะแห่กันมานั่งเล่นเกมกันที่บ้าน บางคืนก็เสียงดังโหวกเหวกจนโดนว่า ฟิตก็ต้องคอยปรามเพื่อนเรื่อยๆ เพราะโต๊ะ (ปู่) ต้องตื่นไปกรีดยางตอนตี 1 แต่ตอนนี้ฟิตไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงดัง ไม่ต้องหนีไปผูกเปลนอนเล่นคนเดียวเงียบๆ แล้ว เพราะรุ่นพี่อย่าง <strong>‘ซอหมาด’</strong> ประธานสภาเด็กของตำบลเกตรี ชวนฟิตมานั่งเล่นด้วยกันที่ขนำแห่งนี้</p>



<p>สำหรับฟิต ที่นี่ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากที่บ้านมาก แต่ดีกว่าตรงที่ ‘ไม่เบ้หู (ไม่หนวกหู)’&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทุกคนมาล้อมวงจิบชา และสัพเพเหระยามสนธยาโดยไม่สนว่าใครเป็นใคร</strong></h3>



<p>พอพูดถึงพื้นที่การเรียนรู้ ภาพในหัวของบางคนจะเป็นสถานที่ที่มีชั้นหนังสือเรียงราย มีกระดานดำ มีอุปกรณ์การเรียนการสอน แต่หน้าตาของขนำเกตรีในยามค่ำคืน คือ ขนำหลังเล็กๆ ที่ด้านหน้ามีเด็กๆ ทั้งในและนอกระบบล้อมวงกันก่อไฟ ต้มน้ำร้อน ดีดกีตาร์ บางคนก็ออกไปซื้อโรตีมานั่งกินด้วยกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-16.jpeg" alt="" class="wp-image-103903" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-16.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-16-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-16-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-16-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-16-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>“งานเด็กคืองานที่เราสร้างพื้นที่ให้เด็กได้มาลองผิดลองถูกเป็นเสมือนสนามประลองแล้วเขาได้เรียนรู้และเติบโต องค์กรเหมือนภาชนะ อยู่ที่ไหนก็ได้แต่สำคัญคือสิ่งที่อยู่ในภาชนะมีคุณภาพหรือเปล่า นั่นคือตัวคุณ”</p>



<p>ราฎาคลุกคลีกับการทำงานเรื่องเด็กมาตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งในระยะแรกเด็กที่อยู่ในโครงการเป็นเด็กในระบบทั้งหมด เพิ่งได้มาขยับขยายทำงานกับเด็กนอกระบบได้ไม่นาน ซึ่งความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือ ราฎาต้องวิ่งเข้าหาเด็ก เพราะเด็กนอกระบบไม่วิ่งเข้าหาผู้ใหญ่แบบเด็กในระบบ</p>



<p>“พี่ทำมาหลายรูปแบบ บุกเดี่ยวเข้าไปในวงเด็กผู้ชายนั่งอยู่ฝั่งโน้น มีความคิดว่าเด็กพวกนี้ต้องชอบคนจริงใจแน่เลย มีน้องคนนึงเป็นเด็กในระบบ รู้จักเราแต่ไม่ได้สนิทเขาบอกว่า ก๊ะพูดแบบนี้พวกมันไม่รู้เรื่องหรอก”</p>



<p>ราฎาจึงเปลี่ยนวิธีเข้าหา เรียนรู้จากผู้ปกครองว่าเด็กนอกระบบทันคนเพราะเจ็บมาเยอะจากการถูกคนอื่นใช้ประโยชน์จากการเป็นกลุ่มเป้าหมาย ราฎาจึงไม่บีบรัด ไม่บังคับ ถ้าชวนแล้วไม่อยากมาก็ไม่เป็นไร แต่ก็พยายามทักทาย เข้าไปคุยบ่อยๆ จนเด็กหลายคนเริ่มเปิดใจให้กับที่นี่</p>



<p>“ใครจะมาก็มา ถ้าไม่มีอะไรทำเขาก็มาเองแหละ บรรยากาศดีไงพี่” <strong>ฟาลัก-ฟาลัก บีลาล เส็นจิต</strong> เจ้าหน้าที่โครงการฯ เล่าไปด้วยระหว่างรินชาแจก&nbsp;</p>



<p>การล้อมวงจิบชาอาจเกิดขึ้นบ่อย คลอไปกับเสียงจอแจของการพูดคุยตลอดทั้งคืน <strong>ซอหมาด-อภิวัฒน์ ตะวัน</strong> ขาประจำของขนำนี้ คือเด็กในระบบที่มีอนาคตสดใสตามมาตรฐานสังคม&nbsp;</p>



<p>ก่อนหน้าที่จะมานั่งเล่น คลุกคลีกับเพื่อนๆ เด็กนอกระบบ ซอหมาด เคยมองว่าเพื่อนๆ กลุ่มนี้เป็นคนไม่ดี เหลวไหล ไม่สนใจเรียน และสร้างแต่ปัญหา ซึ่งความคิดเหล่านี้ซอหมาดยอมรับว่ามาจากอคติส่วนตัว เพราะคิดไปเองโดยไม่เคยเดินเข้าไปถามเพื่อนๆ สักครั้งว่าทำไมไม่ไปโรงเรียน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-17.jpeg" alt="" class="wp-image-103904" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-17.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-17-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-17-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-17-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-17-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">&nbsp;ซอหมาด-อภิวัฒน์ ตะวัน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>มาเป็นพี่เลี้ยงให้กับเด็กนอกระบบ เพราะอยากให้เกิดการชวนกันมาทำกิจกรรมแบบปากต่อปาก เพื่อนดึงเพื่อน ซอหมาดจึงตกลงที่จะเป็นพี่เลี้ยงเพื่อหาคำตอบว่าทำไมเพื่อนๆ เด็กนอกระบบถึงหลุดจากระบบ</p>



<p>“ก่อนหน้านี้ผมมีอคติอยู่บ้าง แต่พอได้ฟังเหตุผลเราก็เข้าใจเขามากขึ้น มันไม่ได้มีเหตุผลแค่เขาขี้เกียจ มันยังมีปัจจัยอื่นๆ ทั้งพวกเศรษฐกิจ ครอบครัว บางคนที่บ้านมีลูกหลายคนเลยต้องเว้นให้น้องได้เรียน พี่ไปงาน มันมีเหตุผลหลากหลาย เราก็ใจหายใจหวิวนิดนึงที่เขาไม่ได้เรียนต่อ”</p>



<p>การที่เด็กในระบบอย่างซอหมาดเข้าไปคุย ไปดึงเพื่อนเด็กนอกระบบด้วยกันมาทำกิจกรรมด้วยการชวนไปเที่ยว ไม่ใช่แค่เด็กนอกระบบเท่านั้นที่ได้ประโยชน์จากกิจกรรม แต่ตัวซอหมาดเองก็ได้เรียนรู้ทักษะอะไรหลายๆ อย่าง เช่น สอนเล่นกีต้าร์ สอนทักษะงานไม้ งานฝีมือ ทำให้ซอหมาดรู้สึกประทับใจและมองว่าเพื่อนๆ เด็กนอกระบบมีหลายเรื่องที่เก่งกว่าตัวเอง</p>



<p>“ส่วนตัวผมรู้สึกว่า แพ้เขาในหลายๆ เรื่องด้วยซ้ำครับ พอเขาไม่ต้องมานั่งเรียนจบบ่ายสี่เหมือนพวกผม เวลาที่เขาว่างตรงนั้นเขาได้ฝึกทักษะ เช่น ในค่ายเขาจะมีเด็กที่ทำมีดเป็น เด็กที่ตกปลาเก่ง เด็กที่เพ้นท์เสื้อสวยเอาไปขายสร้างรายได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ทั้งๆ ที่ตัวผมเองอายุก็ไล่เลี่ยกับเขา แต่ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าเขาเลย”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ในวันที่ไม่ได้งดงามตามฤดู แต่ยังคงเบ่งบานและงอกเงยได้ในยามสนธยา&nbsp;</strong></h3>



<p>วัฒนธรรมการล้อมวงดื่มน้ำชาตอนกลางคืนเป็นวิถีที่อยู่คู่กับภาคใต้มานาน แต่สำหรับเด็กนอกระบบหลายคน ช่วงเวลากลางคืนกลับกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยเพียงหนึ่งเดียวในการใช้ชีวิต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-18.jpeg" alt="" class="wp-image-103905" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-18.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-18-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-18-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-18-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-18-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>อัพดอล</strong>เล่าว่าท่ามกลางความเงียบสงบของจังหวัดสตูล กลุ่มเด็กเปราะบางที่กำลังเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจากมิติทางวัฒนธรรมและศาสนาอันเข้มข้น</p>



<p>และสำหรับคนทำงานที่เกี่ยวโยงกับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ความท้าทายที่หยั่งรากลึกที่สุดไม่ใช่เพียงแค่ตัวเด็ก แต่คือโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจังหวัดสตูล ต่างจากจังหวัดปริมณฑลที่มีโรงงานรองรับมากมาย&nbsp; ที่สตูลมีเพียงโรงงานปลากระป๋องและโรงงานปาล์มน้ำมันซึ่งรับแรงงานได้จำกัด แม้ภาครัฐจะพยายามผลักดันเรื่องการท่องเที่ยว แต่วิถีชีวิตจริงก็ไม่ได้ตอบโจทย์คนในพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;</p>



<p>“เด็กขาดแรงจูงใจ คอนเน็คไม่ได้ว่าฉันจะเก่งไปเพื่ออะไร ใช่ เก่งแล้วยังไงต่อ เก่งแล้วไม่มีทางให้เดินต่อ คนสตูลไปแล้วไม่ค่อยกลับมาอยู่บ้าน นอกจากคนที่มีทุนบางอย่างอยู่ที่บ้าน เช่น มีสวน มีที่ดินทำกิน แต่ถ้าไปแล้วไม่กลับมาแสดงว่าที่บ้านไม่ได้มีอะไรเยอะ ฉะนั้นต้องไปหาด้านนอก”</p>



<p>สภาวะเช่นนี้ทำให้แม้แต่คนเรียนจบมหาวิทยาลัยยังยากที่จะกลับมาทำมาหากินที่บ้านเกิด แล้วนับประสาอะไรกับเด็กนอกระบบที่ไม่มีแม้แต่วุฒิการศึกษาติดตัว&nbsp;</p>



<p>เมื่อหนทางข้างหน้ามืดมิด สิ่งที่สูญหายไปจากแววตาของเด็กนอกระบบในจังหวัดสตูล ไม่ใช่แค่โอกาสทางการศึกษา แต่คือความกล้าที่จะจินตนาการถึงอนาคต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-19.jpeg" alt="" class="wp-image-103906" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-19.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-19-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-19-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-19-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-19-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>“สั้นๆ เลยก็คือว่า เราอยากให้น้องมีความฝัน มีเป้าหมายในชีวิต ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ น้องก็จะถามกลับว่า ‘ผมจะฝันถึงอะไรเหรอพี่’ ไม่รู้หรอกว่าอยากฝันอะไร แต่อยากให้เขามีความฝัน คือฐานนึงของความคิด เพราะความฝันเปลี่ยนได้ ผมไม่ได้บอกว่าต้องฝันเรื่องเดิมตลอด แต่เราเชื่อว่าถ้าคุณฝันได้ คุณก็คิดได้”</p>



<p>อัพดอล รู้ดีว่าการเข้าไปแก้ปัญหาระดับโครงสร้างระบบครอบครัวหรือชุมชนที่มีปมซับซ้อนนั้นเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลา แต่สิ่งที่ดีที่สุดและเริ่มต้นได้ง่ายที่สุดในตอนนี้ คือการเริ่มต้นที่ตัวเด็ก การเปิดพื้นที่รับฟังอย่างซื่อตรง และพยายามจุดประกายเล็กๆ ให้พวกเขากลับมามีความฝันอีกครั้ง เพื่อให้วันหนึ่ง พวกเขาจะสามารถยืนหยัดและใช้ชีวิตอยู่ได้ในบ้านเกิดของตนเอง โดยไม่ต้องดิ้นรนหลบซ่อนตัวอยู่ในความมืดอีกต่อไป&nbsp;</p>



<p>เหมือนกับขนำ ที่มีป้ายผืนใหญ่ติดไว้ว่า <strong>‘เมล็ดพันธ์ุเกตรี’</strong> ที่มีความมหมายว่า พื้นที่เกตรีแห่งนี้ต้องการเมล็ดพันธุ์เพื่องอกงามในพื้นที่ของตัวเอง&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-140726-2/">จิบชา จุดไฟ ฟุ้งฝัน บทสนทนา ณ ขนำเกตรี พื้นที่ก่อไฟฝันเด็กนอกระบบสตูล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Genogram &#8211; Ecomap &#8211; แผนที่เดินดิน : กล้องส่องทางไกลให้เห็นนิเวศรอบตัวเด็ก + แว่นขยายซูมถึงปัญหาเด็กชุมชนริมทางรถไฟหาดใหญ่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/infographic-090726/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Jul 2026 03:10:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อินโฟกราฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103741</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ตอนเข้าไปในชุมชน เราไปทีไรก็รู้สึกว่าจำไม่ได้ อย่างตอน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-090726/">Genogram – Ecomap – แผนที่เดินดิน : กล้องส่องทางไกลให้เห็นนิเวศรอบตัวเด็ก + แว่นขยายซูมถึงปัญหาเด็กชุมชนริมทางรถไฟหาดใหญ่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ตอนเข้าไปในชุมชน เราไปทีไรก็รู้สึกว่าจำไม่ได้ อย่างตอนนี้เจอเด็กคนนี้ สักพักเด็กโต เปลี่ยนสีผม ก็ต้องหันไปถามว่าน้องชื่ออะไรแล้วนะ”</p>



<p>สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับชุมชนริมทางรถไฟที่มีทั้งจันทร์ประทีป จันทร์วิโรจน์ และจันทร์นิเวศน์ อย่างอาจารย์ไก่ &#8211; ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมพิศา ศักดิ์สองเมือง การที่จะจำทั้งประวัติเด็ก ครอบครัว พิกัดบ้าน และสภาพชุมชนโดยไม่มีเครื่องมือเป็นเรื่องยาก เพราะครอบครัวในชุมชนริมทางรถไฟมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา</p>



<p>วันนี้ผมสีดำ สัปดาห์หน้าผมสีแดง เดือนนี้ท้อง เดือนหน้ากลับไปเยี่ยมแท้ง สัปดาห์ที่แล้วเห็นว่าอยู่บ้านอีกหลัง แต่วันนี้กลับบอกว่าไม่เคยอาศัยอยู่บ้านหลังนั้น</p>



<p>“เหมือนบ้านน้องแอ๋ว (นามสมมติ) ที่เราไปเมื่อวาน จริงๆ อาจารย์เจอเขาอีกฝั่งนึงค่ะ ไม่รู้ด้วยซ้ำเลยว่าจริงๆ เขาอยู่ตรงไหน กลายเป็นที่มาว่าเราเลยต้องใช้เครื่องมือ 7 ชิ้นของหมอโกมาตร”</p>



<p>ไม่ใช่แค่อาจารย์ไก่ที่เจอปัญหานี้ แต่คนอื่นๆ ในทีมก็เช่นกัน คณะทำงานของ ‘โครงการการจัดการการเรียนรู้เพื่อสร้างเสริมเป้าหมายชีวิตสำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา : ความร่วมมือทุกภาคส่วน’ ศูนย์กลางการทำงานของหน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education : ABE) โดยคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จึงหยิบเอา ‘เครื่องมือ 7 ชิ้น’ ของนายแพทย์โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการศึกษาชุมชนมาปรับใช้</p>



<p>โดยมีเครื่องมือหลักที่สำคัญ คือ แผนภูมิครอบครัว (Family Genogram) ที่ทำให้เข้าใจเด็กและครอบครัว ผังความสัมพันธ์ทางสังคม (Ecological Mapping) ที่ทำให้เห็นความสัมพันธ์ของเด็กและบริบทสังคมรอบตัว และ แผนที่เดินดิน (Geo-Social Mapping) ที่ทำให้เห็นพื้นที่ทั้งหมดของชุมชน</p>



<p><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/1f4cd.png" alt="📍" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> แผนภูมิครอบครัว (Family Genogram)</p>



<p>แผนภูมิครอบครัว (Family Genogram) เป็นเครื่องมือที่จะทำให้ผู้ใช้เห็นระบบความสัมพันธ์ในครอบครัวของเด็กที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่จะช่วยขยายความเข้าใจที่มีต่อเด็กและครอบครัวได้</p>



<p>โดยข้อมูลที่ปรากฏในแผนภูมิครอบครัว ไม่ได้มีแค่เด็กคนนี้เป็นลูกของใคร แต่จะมีการเชื่อมโยงประวัติของคนในครอบครัวว่ามีสมาชิกทั้งหมดกี่คน เป็นใครบ้าง มีประวัติอย่างไร มีความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างไร ทำให้ผู้ใช้เห็นที่มาที่ไปของปัญหาที่ทำให้เด็กเปราะบาง</p>



<p>อย่างกรณีของแพร (นามสมมติ) เด็กในโครงการชุดแรก ทีมงานทุกคนรู้ว่าแพรเข้าข่ายเปราะบาง มีปัญหา แต่พอเก็บข้อมูลครอบครัวของแพรมาทำจีโนแกรม ทำให้เห็นว่าช่วยแค่เด็กไม่พอ</p>



<p>“กรณีของแพร พอเราทำจีโนแกรมเสร็จปุ๊บ เรารู้เลยว่าแม่เขาก็เปราะบาง แม่เป็นซึมเศร้า ต้องกินยา เป็นไตวายระยะสุดท้าย เรารู้เลยว่า ถ้าช่วยแต่เด็กและเยาวชน แต่นิเวศรอบๆ ไม่ได้รับการสนับสนุน เด็กก็จะไปไม่รอด”</p>



<p>นอกจากนี้ การทำแผนภูมิครอบครัว ยังทำให้เห็นว่า ‘ใคร’ คือบุคคลสำคัญที่จะสามารถช่วยเหลือและสนับสนุนเด็กได้ เช่นกรณีของป้าสุ่น (นามสมมติ) สมาชิกในชุมชนจันทร์ประทีป ที่มีสมาชิกในบ้านเป็นเพื่อนสนิทของลูกชาย</p>



<p>“ป้าสุ่นมีลูกชายที่อยู่ในโครงการ แต่จริงๆ เขารับเด็กนอกระบบอีกคนมาอยู่ด้วย เป็นเพื่อนลูกชาย เพราะพ่อแม่เขาแยกทางกัน คุณยายพึ่งเสีย พอทำจีโนแกรมเลยทำให้เราเห็นความเชื่อมโยงว่า ใครในวงครอบครัวสามารถช่วยเหลือเด็กได้บ้าง”</p>



<p>การทำแผนภูมิครอบครัวไม่สามารถทำเสร็จได้ภายใน 1 วัน แต่ต้องอาศัยการลงพื้นที่เก็บข้อมูลมาปะติดปะต่อ ทำให้ทีมงานเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในชุมชน และทำให้ทีมงานเปลี่ยนมุมมอง จากการมองว่าเด็กคนนี้มีปัญหา ต้องแก้ปัญหาที่เด็ก เป็นการมองอย่างรอบด้านว่าความสัมพันธ์หน่วยย่อยสุดอย่างคนในครอบครัวเป็นแบบไหน และต้องทำอย่างไรที่จะสามารถช่วยเด็กได้จริง</p>



<p><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/1f4cd.png" alt="📍" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />ผังความสัมพันธ์ทางสังคม (Ecological Mapping)</p>



<p>ผังความสัมพันธ์ทางสังคม เป็นเครื่องมือที่คล้ายกับแผนภูมิครอบครัว แต่จะทำให้เห็นบริบทความสัมพันธ์นอกตัวบ้านของเด็กและสังคม เช่น เด็กกับโรงพยาบาล เด็กกับวัด เด็กกับครู</p>



<p>ซึ่งสำหรับคณะทำงาน มอ. ผังความสัมพันธ์ทางสังคมจะถูกใช้เพื่อเสริมข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็ก เมื่อขาดข้อมูลในการทำแผนภูมิครอบครัว</p>



<p><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/1f4cd.png" alt="📍" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />แผนที่เดินดิน (Geo-Social Mapping)</p>



<p>แผนที่เดินดินเปรียบเสมือนบันไดขั้นแรกในการทำความรู้จักกับชุมชน เพราะในการเก็บข้อมูล ทีมงานจะต้องลงพื้นที่ เดินสำรวจทุกบริเวณในชุมชน ซึ่งระหว่างการเก็บข้อมูลทางกายภาพนั้น ก็จะมีการพูดคุยกับชาวบ้านในชุมชน ทำให้เกิดความคุ้นหน้าคุ้นตา และความไว้ใจ จากเดิมที่เป็นคนแปลกหน้าของพื้นที่</p>



<p>ซึ่งการทำแผนที่เดินดิน ช่วยให้ทีมงานเห็นภาพกว้างของชุมชนทั้งหมด จากที่ไม่รู้ว่าบ้านของเด็กในโครงการอยู่ตรงไหน เพราะไม่มีป้ายบอก ก็จะเห็นว่าบ้านตั้งอยู่ตรงไหน มีครัวเรือนไหนอยู่ติดกัน และมีความเสี่ยงอะไรบ้าง</p>



<p>ทั้ง 3 เครื่องมือนี้ถูกใช้ประกอบกันเพื่อทำให้เห็นภาพชีวิตของเด็กอย่างรอบด้าน ตั้งแต่ความสัมพันธ์ในครอบครัว ความเชื่อมโยงกับผู้คนและสถาบันรอบตัว ไปจนถึงบริบททางกายภาพของชุมชนที่เด็กอาศัยอยู่ ช่วยให้ทีมงานมองเห็นทั้งปัญหา ศักยภาพ และทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน เพื่อนำไปสู่การออกแบบการช่วยเหลือที่สอดคล้องกับความเป็นจริง และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้กับเด็ก ครอบครัว และชุมชนได้ในระยะยาว</p>



<p>อ่านเรื่องราว : <a href="https://www.eef.or.th/home13236/" target="_blank" rel="noopener" title="ชวนเด็กที่เอาตัวรอดไปวันๆ มาตามหาความฝัน และกล้าบอกว่าตัวเองต้องการอะไร : ภารกิจของสามเสาหลักหาดใหญ่ มอ.-เทศบาล-ชุมชน">ชวนเด็กที่เอาตัวรอดไปวันๆ มาตามหาความฝัน และกล้าบอกว่าตัวเองต้องการอะไร : ภารกิจของสามเสาหลักหาดใหญ่ มอ.-เทศบาล-ชุมชน</a><br>เรื่อง : ธันยพร เกษรสิทธิ์ <br>ภาพถ่าย : อธิคม แสงไชย<br>ภาพประกอบ : ภัทราภรณ์ สงสาร</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-090726/">Genogram – Ecomap – แผนที่เดินดิน : กล้องส่องทางไกลให้เห็นนิเวศรอบตัวเด็ก + แว่นขยายซูมถึงปัญหาเด็กชุมชนริมทางรถไฟหาดใหญ่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แบ่งเวลามาอยู่ในสายตา มีโรงเรียนสอนศาสนาเป็นที่ปลอดภัย : ‘ตาดีกาบาโงยือแร’ พื้นที่เก่าในบันนังสตา ที่มีร้านน้ำชาและข้าวยำไว้เล่าเรื่องใหม่ของเด็กนอกระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-2306626/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jun 2026 11:33:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ตาดีกาบาโงยือแร]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บันนังสตา]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103242</guid>

					<description><![CDATA[<p>43 กิโลเมตร คือ ระยะทางระหว่างตัวเมืองยะลาและตาดีกาบาโง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-2306626/">แบ่งเวลามาอยู่ในสายตา มีโรงเรียนสอนศาสนาเป็นที่ปลอดภัย : ‘ตาดีกาบาโงยือแร’ พื้นที่เก่าในบันนังสตา ที่มีร้านน้ำชาและข้าวยำไว้เล่าเรื่องใหม่ของเด็กนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>43 กิโลเมตร คือ ระยะทางระหว่างตัวเมืองยะลาและตาดีกาบาโงยือแร โรงเรียนสอนศาสนาที่ตั้งอยู่ในตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา พื้นที่นี้เป็นศูนย์กลางการทำงานของหน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education : ABE) ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>



<p>ปัญหาหลักของเด็กและเยาวชนในพื้นที่บ้านอูแบ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา รวมถึงสามจังหวัดชายแดนใต้ คือ ปัญหาปากท้อง ที่ทำให้โอกาสด้านการศึกษาถูกตัดออกไปด้วย</p>



<p>&nbsp;“เรียนในระบบถึงชั้น ม.2 หลังจากนั้นก็ไม่ได้เข้าเรียนเลย เพราะไม่มีงบจะเรียนต่อ” ซัน เฟาชาน อาแว วัย 21 เล่า</p>



<p>ข้อมูลจากสำนักงานสถิติจังหวัดยะลาบอกว่า รายได้เฉลี่ยของประชากรในยะลาอยู่ที่ประมาณ 108,108 บาทต่อคนต่อปี สาเหตุโดยอ้อมที่ส่งผลต่อการลืมตาอ้าปากของคนในพื้นที่ คือ การเป็นจังหวัดภายใต้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง ได้แก่ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551</p>



<p>“อาชีพแถวนี้จะเป็นทำสวน สวนยาง สวนทุเรียน บ้านที่รวยจะทำสวนทุเรียน เด็กก็จะไปเรียนในเมืองไม่ก็มาเลเซีย ถ้าเป็นผู้หญิง การหลุดออกจากระบบเขาไม่ได้เดือดร้อน มันมีชุดความคิดว่า พอแต่งงานไปผู้ชายต้องส่งเสียเลี้ยงดูผู้หญิง” สูรียาอธิบาย</p>



<p>ส่วนปัญหารองลงมา คือ ‘ความปลอดภัย’ ของพื้นที่ที่ถูกนิยามว่าเป็นพื้นที่สีแดง มีทั้งยาเสพติด การกระทำที่ผิดกฎหมาย และความรุนแรงในพื้นที่ที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ</p>



<p>‘สูรียา อาแว’ ครูตาดีกา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ อบต.บาเจาะ และหัวหน้าคณะทำงานโครงการสานพลังร่วมกันการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาตำบลบาเจาะ บอกว่า เด็กๆ นอกระบบของบ้านอูแบต้องเผชิญความเสี่ยงหลายอย่าง</p>



<p>“เมื่อก่อนเขาอยู่ในแหล่งยาเสพติด 12 ชั่วโมงเลย อยู่ตรงนั้นตั้งแต่ค่ำถึงเช้า”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103243" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">สูรียา อาแว</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ทว่า สูรียาก็ย้ำว่า สำหรับเด็กบ้านอูแบ โรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย แม้ว่าการศึกษาภาพรวมจะมีทั้งระบบโรงเรียนสามัญแบบที่เราคุ้นเคย ปอเนาะหรือโรงเรียนที่เน้นสอนศาสนา และโรงเรียนแบบกึ่งกลางที่มีทั้งการเรียนการสอนแบบสามัญและศาสนา</p>



<p>และการที่สูรียาเป็นครูตาดีกา เขารู้ดีว่าการผลักเด็กเข้าสู่ระบบเพื่อกลับไปเป็นเด็กดีในสายตาคนในชุมชนไม่ใช่วิธีการที่ยั่งยืน เพราะท้ายที่สุดแล้วเด็กก็จะหลุดออกมาเหมือนเดิม</p>



<p>โจทย์แรกของ สูรียา อาแว จึงเป็นการทำให้เด็กในพื้นที่นี้มีพื้นที่ปลอดภัยในการพัฒนาศักยภาพโดยไม่จำเป็นต้องเป็นโรงเรียน</p>



<p>“พี่เชื่อว่าน้องทุกคนมีดีในตัว แต่ไม่มีพื้นที่ให้เขาแสดงศักยภาพให้คนอื่นเห็น พอคนอื่นไม่เห็น บุคคลภายนอกก็มองว่าเป็นเด็กไม่เอาไหน”</p>



<p>แต่การสร้างพื้นที่ให้เด็กวางใจที่จะเข้ามาไม่ใช่เรื่องง่าย ในฐานะหน่วยการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (ABE) จึงไม่ได้มีแค่คณะทำงานเท่านั้น แต่ต้องประกอบไปด้วยกลไกอื่นๆ ในสังคมที่เรียกว่า 4 เสาหลัก คือ ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา ฝ่ายท้องถิ่น รวมถึงแกนนำเด็กและเยาวชน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="768" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103244" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-768x1024.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-225x300.jpeg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-1152x1536.jpeg 1152w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p></p>



<ul>
<li>เปิดโอกาสให้เด็กอยู่ในสายตา ผ่านกลไกศาสนา&nbsp;</li>
</ul>



<p>ที่หมู่บ้านอูแบ การไม่ไปเรียนหรือเข้าไม่ถึงการศึกษา ไม่ใช่นิยามทั้งหมดของ ‘เด็กไม่ดี’ “เด็กไม่ดีคือเด็กที่หลงผิด เราไม่อยากให้เกิดสิ่งไม่ดีในหมู่บ้าน จึงต้อง<strong>หันหน้าเข้าหาศาสนา</strong>” ดาโอะ ลาโฮยา โต๊ะอิหม่ามกล่าว</p>



<p>กลไกแรกที่สูรียาดึงเข้ามา คือ กลไกศาสนา สำหรับพื้นที่ที่ผู้คนนับถืออิสลามเกือบ 100% โดยใช้<strong>พื้นที่ตาดีกา</strong>ที่เป็นโรงเรียนศาสนาในการจัดกิจกรรม และชวนโต๊ะอิหม่าม ผู้นำศาสนาเข้ามาทำงานกับเด็กด้วยการเติมความรู้ด้านศาสนา และเป็นกระบอกเสียงให้กับชุมชนว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้นจะเป็นไปตามกรอบของศาสนาเพื่อสร้างความสบายใจให้กับคนในพื้นที่</p>



<p>ก่อนที่หน่วยจะจัดกิจกรรมให้กับเด็กในโครงการ วันธรรมดาของตาดีกาบาโงยือแรจะไม่มีคนเข้ามาในพื้นที่ เพราะเด็กไปโรงเรียน ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ที่มีการเรียนการสอน ก็จะมีแค่คนที่ตั้งใจมาเรียน กับผู้ปกครองที่เข้ามาส่งลูกหลานของตัวเองเท่านั้น สูรียาและคณะทำงานจึงตั้งใจทำให้พื้นที่ตาดีกากลายเป็นพื้นที่เปิดกว้างทำกิจกรรมร่วมกัน ให้ใครก็ได้เข้ามาใช้บริการ และชวนเด็กนอกระบบมามีส่วนร่วม</p>



<p>“เราพยายามเปิดพื้นที่ โดยไม่ใช่พื้นที่เฉพาะให้สอนศาสนาอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่เปิดกว้างทำกิจกรรมร่วมกัน หลังๆ อบต. จะจัดโครงการอะไรก็พยายามดึงเข้ามาจัดที่ตาดีกา และพี่ดึงเด็กเยาวชนนอกระบบไปมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม ให้เขามีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง”</p>



<p>ก่อนหน้านี้เด็กนอกระบบจะอยู่กระจัดกระจายเป็นกลุ่มเป็นแก๊ง บ้างก็ไปบิดมอเตอร์ไซต์เที่ยวไปเรื่อย บ้างก็อยู่ตามกระท่อม พอลูกไม่กลับบ้าน พ่อแม่ก็ไม่รู้ว่าลูกไปที่ไหน เกิดความกังวลมากมายตามมา ทั้งกลัวว่าลูกจะเกิดอันตราย เพราะเส้นทางกลับบ้านมีแต่ความมืด ไม่มีแสงไฟ ทั้งกลัวว่าลูกจะหันหน้าเข้าหายาเสพติด</p>



<p>พอเด็กนอกระบบถูกชักชวนมาช่วยงาน มาทำกิจกรรมในพื้นที่ตาดีกา ตลอดจนมานั่งเล่นไวไฟฟรีในพื้นที่นี้ ในขณะที่ห้องเรียนของตาดีกาก็เปิดสอนตามปกติ ทำให้เด็กทุกคน ‘อยู่ในสายตา’ โดยที่คนในชุมชนไม่จำเป็นต้องจ้องมองตลอดเวลา แต่รู้ว่าเด็กอยู่ที่ไหน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="768" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103245" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-768x1024.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-225x300.jpeg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-1152x1536.jpeg 1152w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p></p>



<p>“เราเล่าให้ผู้ปกครองฟังว่า ดึกๆ ลูกเขามานั่งเล่นเกมตรงนี้นะ จากเมื่อก่อนที่ไปแว้นมอเตอร์ไซต์ในตัวเมือง เขาก็สบายใจว่าอย่างน้อยๆ ที่ตรงนี้ลูกเขาก็ไม่ยุ่งกับยาเสพติด เพราะลูกเขาเกรงใจเราที่เป็นครู ลูกเขาอยู่ในสายตาเรา” สูรียาเล่า</p>



<p>กิจกรรมในช่วงแรกจะเป็นกิจกรรมที่สร้างความผ่อนคลาย ที่แทรกเรื่องศาสนาเข้าไปอย่างไม่บีบบังคับให้เด็กค่อยๆ ซึมซับ และเมื่อติดใจ เด็กก็จะกลายเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามถึงกิจกรรมครั้งต่อไปโดยที่ทีมพี่เลี้ยงไม่ต้องชวน</p>



<p>“จะดึงเด็กมาเรียนศาสนาเลยไม่ได้ มันจะกลายเป็นกับดักเพราะเขาไม่ชอบ เราเลยให้เขาทำกิจกรรมที่สนใจแล้วเอาศาสนาเข้าไปแทรกเพื่อให้เขาซึมซับ จะตัดศาสนาออกเลยก็ไม่ได้เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา” สูรียาอธิบาย</p>



<p>หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดในสายตาคนในชุมชน โดยเฉพาะกับผู้นำศาสนา จึงเป็นการละหมาดที่เด็กๆ ไปละหมาดที่มัสยิดมากขึ้น เพราะถึงจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่เมื่อก่อนเด็กไม่ดีของบ้านอูแบไม่ละหมาด ไม่ให้ความสนใจกับศาสนา การที่เห็นว่าเด็กละหมาดมากขึ้น มาทำกิจกรรมศาสนา มาทำกิจกรรมกับชุมชนมากขึ้น จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าชื่นใจ</p>



<p>“รู้สึกภูมิใจที่มีโครงการนี้ เพราะจากเมื่อก่อนเด็กที่ไม่รู้ศาสนา แต่งตัวก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ พอเข้าโครงการก็ดูสะอาด ดูเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น มีวินัย ก็รู้สึกภูมิใจ และถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มีโครงการต่อไป” โต๊ะอิหม่ามกล่าว</p>



<p>พอเด็กๆ ที่มาทำกิจกรรมรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจที่จะมาอยู่ในพื้นที่ตาดีกากับเพื่อนๆ และพี่เลี้ยง ทีมพี่เลี้ยงจึงเปิดโอกาสให้เด็กๆ เสนอสิ่งที่ตัวเองอยากทำ จนกลายมาเป็นร้านน้ำชาที่เป็นแลนด์มาร์คของเด็กในพื้นที่นี้ในยามค่ำคืน แทนที่คาเฟ่ในตัวเมืองที่ต้องบิดมอเตอร์ไซต์เป็นชั่วโมงกว่าจะไปถึง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31.jpeg" alt="" class="wp-image-103246" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>บางคนอาจเรียกที่นี่ว่าพื้นที่ปลอดภัยที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ทำกิจกรรมที่สนใจ และเปิดโอกาสให้เด็กเสนอสิ่งที่อยากทำ แต่พื้นที่แห่งนี้ยังเป็น ‘พื้นที่ถ่วงเวลา’ ที่อย่างน้อยก็ทำให้การมั่วสุมนอกสายตา กลับมาอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่</p>



<p>“ที่นี่เป็นพื้นที่ถ่วงเวลาที่ใช้กับเด็กที่ติดยาเสพติด และเด็กที่ครอบครัวเสี่ยงติดยาเสพติด เมื่อก่อนเขาอยู่ในแหล่งยาเสพติด 12 ชั่วโมงเลย อยู่ตรงนั้นตั้งแต่ค่ำถึงเช้า เราดึงเขาพยายามคุยกับเขาว่ามาอยู่ตรงนี้นะ”</p>



<p>สูรียาเล่าว่า เด็กกลุ่มนี้ในช่วงแรกจะใช้เวลาอยู่ในตาดีกาแค่ชั่วโมงเดียว แต่พอมาบ่อยครั้ง เด็กก็เริ่มปรับพฤติกรรม พูดคุยกับเพื่อนและผู้ใหญ่รอบตัวมากขึ้น ใช้เวลาในตาดีกามากขึ้น ซึ่งเด็กหลายคนบอกกับพี่เลี้ยงว่า หากให้เลิกใช้ยาเสพติดโดยทันทีเป็นเรื่องยาก ขอพยายามด้วยการแบ่งเวลาให้กับพื้นที่ตาดีกามากกว่าพื้นที่ที่มียาเสพติด</p>



<p>“เขาบอกจะแบ่งเวลาให้เรามากกว่าอีกฝั่ง ยังไม่ได้เลิก แต่อยู่ในสายตาเรา มาให้เราได้มองเห็นเขา”</p>



<ul>
<li><strong>จากใจกลางตาดีกา สู่ความร่วมมือจากรอบนอก&nbsp;</strong></li>
</ul>



<p>การสร้างพื้นที่สักพื้นที่หนึ่งให้คนสบายใจที่จะมาอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องยาก และยิ่งอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ยิ่งยากไปกันใหญ่ สูรียาก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน</p>



<p>การอยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษทำให้การขยับตัวทำอะไรสักอย่างของคนในพื้นที่ เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการรวมตัวกันของเยาวชน การทำกิจกรรมระหว่างชายหญิง หากไม่แยกผู้ปกครองจะไม่สบายใจที่จะให้เด็กนอกระบบเข้าโครงการ อีกทั้งอาจถูกมองว่าจะมีการปลุกปั่นหรือทำกิจกรรมไม่เหมาะสม ซึ่งหากฝ่ายความมั่นคงของรัฐมองว่าเป็นปัญหา ก็สามารถถูกยุติได้ตลอดเวลา ผู้นำจึงเป็นกระบอกเสียงสร้างความเชื่อมั่นกับบุคคลภายนอกว่า กิจกรรมที่ทำเด็กและเยาวชนนอกระบบได้ประโยชน์</p>



<p>ทำให้ในระยะที่สองของโครงการที่มีการขยายกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมเป็นเด็กที่มีความเสี่ยงหรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การชวนเด็กมาทำกิจกรรมเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น เพราะผู้ปกครองหลายบ้านไม่เห็นด้วยที่จะให้บุตรหลานของตัวเองเกี่ยวข้องกับเด็กมีปัญหากลุ่มนี้ แม้ว่าคนที่เข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจและขอความเชื่อใจจะเป็นทีมพี่เลี้ยงที่เป็นคนในพื้นที่ก็ตาม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="768" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103247" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-768x1024.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-225x300.jpeg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-1152x1536.jpeg 1152w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /><figcaption class="wp-element-caption">ทีมพี่เลี้ยง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“มันเกิดการเหมารวมขึ้น เพราะพี่มีเด็กกลุ่มนึงที่ครอบครัวเขายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เด็กไม่ได้ไปเรียน เสี่ยงต่อการติดยา ครอบครัวอื่นเลยสั่งห้ามไม่ให้ลูกเขาไปยุ่งกับบ้านนี้ เลยเกิดเสียงค้านขึ้นเพราะกลัวลูกหลานเขาจะไปยุ่งกับยาเสพติดด้วย”</p>



<p>ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขและแพทย์ในพื้นที่จังหวัดยะลาระบุว่า ในปี 2568 มีผู้เข้ารับการบำบัดเรื่องยาเสพติดอยู่ที่ประมาณ 2,000 &#8211; 3,000 คน แต่ สวท.ยะลา คาดว่า มีผู้ติดยาเสพติดกว่า 45,000 คน เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการลำเลียงยาเสพติด</p>



<p>ปัญหายาเสพติดไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง และยิ่งเกิดขึ้นกับเด็กในชุมชน ยิ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน สูรียาและคณะทำงานจึงต้องดึงฝ่ายปกครองและฝ่ายท้องถิ่น ที่ทำงานโดยตรงเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดและความปลอดภัยเข้ามาผสานพลัง</p>



<p>“เราต้องสร้างความเข้าใจกับครอบครัวที่เด็กมาอบรมทำกิจกรรม คุยกับพ่อแม่ว่าเด็กคนนี้มาอยู่ในกิจกรรม ช่วงบ่ายก็ออกกำลังกายห่างไกลยาเสพติด กลางคืนมีกิจกรรมทำสิ่งดีๆ” ลาเต๊ะ อภิบาลแบ ผู้ช่วยฝ่ายปกครองอธิบาย</p>



<p>ส่วนเรื่องความปลอดภัย เมื่อกิจกรรมเกิดขึ้นในหมู่บ้าน หากมีปัญหาผู้นำในพื้นที่ต้องรับผิดชอบ ฝ่ายปกครองและท้องถิ่นจึงเข้ามาช่วยดูแลด้านความปลอดภัย ช่วยพูดคุยกับคนในชุมชนผ่านเสียงตามสาย และประสานหน่วยความมั่นคงของรัฐในทุกครั้งที่มีการจัดกิจกรรมขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103248" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">ลาเต๊ะ อภิบาลแบ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>การที่ท้องถิ่นให้ความสำคัญในการประชาสัมพันธ์กิจกรรม ทำให้หมู่บ้านข้างเคียงให้ความสนใจ โดยเฉพาะผลสำเร็จจากคาเฟ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตาดีกาบาโงยือแร ที่เปลี่ยนมุมมองว่า เด็กไม่ดีก็สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ และอยากให้หน่วยขยายพื้นที่การทำงานเพื่อให้ลูกหลานของตัวเองได้มีส่วนร่วม</p>



<p>“ในฐานะผู้นำชุมชน ได้พูดคุยกับกำนันผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่ เขาเห็นความแตกต่างเด็กบ้านอูแบกับเด็กบ้านอื่น สมัยก่อนเขาลือกันว่าเด็กบ้านอูแบเนี่ยมันดื้อ เป็นเด็กไม่ดี พอมามีโครงการนี้มีการเปลี่ยนแปลงเยอะ ผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่อื่นก็ถามว่ามีกิจกรรมนี้ทำยังไง” ลาเต๊ะ อภิบาลแบ ผู้ช่วยฝ่ายปกครองเล่า</p>



<ul>
<li><strong>&nbsp;เยาวชนเปลี่ยนแปลง ผู้ปกครองยินดี ชุมชนภูมิใจ</strong></li>
</ul>



<p>ในตอนนี้ พื้นที่ตาดีกา โรงเรียนศาสนาในชุมชนที่คนนอกมองว่าเข้าถึงยาก และเป็นสถานที่ที่คนในชุมชนเลือกจะไม่แวะเวียนมาหากไม่ได้สนใจที่จะเรียนศาสนา กลายเป็นพื้นที่เปิดกว้างให้คนในชุมชนเข้ามาใช้พื้นที่ กลายเป็นพื้นที่ที่สร้างความสบายใจให้กับคนในชุมชน รวมไปถึงเด็กในโครงการที่แวะเวียนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>บางคนก็เข้ามานั่งขับร้องอานาเซด ดีดกีตาร์ กับเพื่อนที่ร้านน้ำชาในทุกค่ำคืน เพราะร้านน้ำชาตั้งต้นมาจากความต้องการของเด็กที่อยากทำ เมนู การตกแต่ง และบรรยากาศจึงเป็นสิ่งที่เด็กในพื้นที่ชอบ</p>



<p><br>“พอเขามาร่วมกิจกรรมกับเราก็ให้เขาเต็มที่ อยากขับร้องอานาเซดเราก็ให้ จะกี่เพลงก็แล้วแต่เขา จนสุดท้ายบอกไม่ไหวแล้วเจ็บคอ แสดงว่าเขาเอ็นจอยสุดๆ โต๊ะอิหม่ามก็เห็นด้วย ชอบที่จะเห็นคนรุ่นใหม่กล้าแสดงออกมากขึ้น การขับร้องอานาเซดกับการเล่นกีตาร์บางทัศนะบอกว่าได้ ไม่ผิดหลักศาสนา” สูรียาเสริม</p>



<p>หรือทุกวันศุกร์ ที่นี่ก็จะมีการขายข้าวยำโดยกลุ่มเด็กผู้หญิงและพี่เลี้ยงหญิง เมื่อไหร่ที่มีการโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊กบ้านอูแบว่าจะมีการขายข้าวยำ ชาวบ้านในชุมชนก็จะบิดมอเตอร์ไซต์เข้ามาจอดหน้าตาดีกาเพื่อซื้อข้าวยำไปรับประทาน บางครั้งก็มีการรับออเดอร์ขนมที่กลุ่มเด็กผู้หญิงได้ฝึกจากการร่วมกิจกรรมของหน่วยอีกด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34.jpeg" alt="" class="wp-image-103249" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ข้าวยำ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ซึ่งร้านข้าวยำ เกิดจากความตั้งใจที่จะให้เด็กผู้หญิงมีอาชีพแบบเดียวกับเด็กผู้ชายที่ทำร้านน้ำชา เพราะข้าวยำเป็นอาหารที่เด็กคุ้นเคย วัตถุดิบก็หาไม่ยาก มีอยู่ในพื้นที่ และเด็กผู้หญิงไม่สามารถรวมกลุ่มกับเด็กผู้ชาย โดยเฉพาะในยามวิกาลที่เด็กผู้ชายจะมานั่งรวมกลุ่มกัน การแยกร้านข้าวยำออกมาจึงเป็นกิจกรรมที่ทำให้ในชุมชนเห็นว่ามีการแบ่งหญิงชายอย่างถูกต้องตามหลักศาสนา</p>



<p>ทั้ง 2 กิจกรรมนี้ เป็นความสนใจและความตั้งใจของเด็กๆ ที่หน่วยไม่ได้บังคับว่าต้องทำ แต่ช่วยผลักดันผ่านทุนทรัพย์และองค์ความรู้ เพราะการส่งเสริมให้พวกเขาต่อยอดจากสิ่งที่สนใจ จะทำให้เด็กๆ มองเห็นตัวเองชัดขึ้น</p>



<p>พอเด็กมีพื้นที่ให้มาอยู่ในสายตา ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองให้เห็น พ่อแม่ก็เบาใจ</p>



<p>“เมื่อก่อนเวลาแม่ป่วย เขาไม่เคยเฝ้า แต่เดี๋ยวนี้เวลาแม่เข้าโรงพยาบาลหรือ ICU เขาจะไปดูแลตลอด ทั้งเช็ดตัวและช่วยเหลือทุกอย่าง” มาศีเต๊าะพูดทั้งน้ำตา</p>



<p>มาศีเต๊าะ สาเมาะ วัย 46 ปี แม่ของบุ๊ค (นามสมมติ) เยาวชนในโครงการเล่าว่า ก่อนรู้จักโครงการนี้ ลูกของตนจบแค่ชั้น ม.1 ลูกไม่สนใจที่จะเรียน อยู่บ้านก็ไม่พูดคุยกับคนในครอบครัว ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับเพื่อน ต้องคอยโทรตามให้กลับบ้านเสมอ</p>



<p>ตอนแรกที่บุ๊คเข้าร่วมโครงการ มาศีเต๊าะก็กังวลเรื่องยาเสพติดเหมือนกับผู้ปกครองคนอื่นๆ แต่พอได้เห็นว่ากิจกรรมของหน่วยมีอะไรบ้างจากการอธิบายของผู้นำชุมชน ได้เห็นลูกหิ้วคาราเมลลาเต้กลับมาฝากจากร้านน้ำชาที่ทำกับเพื่อน ความวางใจจึงเพิ่มขึ้น</p>



<p>และในตอนนี้ ลูกของเธอน่ารักขึ้นมาก&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103250" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">มาศีเต๊าะ สาเมาะ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ภูมิใจในตัวเขา เขามีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น รู้หน้าที่ กลับบ้านเป็นเวลา มีความรับผิดชอบทางศาสนามากขึ้น ละหมาดสม่ำเสมอ หากพลาดก็จะละหมาดชดเชยเอง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาจะปล่อยผ่าน” มาศีเต๊าะเล่าพร้อมรอยยิ้ม</p>



<p>สำหรับผู้ใหญ่ในชุมชน การที่เด็กไม่เอาไหนกลุ่มนี้กลายเป็นเด็กดี อาจมีเกณฑ์เป็นการละหมาด และการเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน เพราะเมื่อไหร่ที่มีการทำกิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา เช่น งานอาชูรออ์ งานเมาลิดนบี หรือบ้านไหนแต่งงาน จะมี (อดีต) เด็กไม่ดีเป็นจิตอาสา ไปช่วยงานอย่างสม่ำเสมอ</p>



<p>แต่สำหรับเด็กกลุ่มนี้ สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ การรู้จักตัวเองมากขึ้น การมีพื้นที่ให้เป็นตัวของตัวเอง และทักษะความรู้ที่มากขึ้น ที่ทำให้พวกเขากลับมาอยากเรียนรู้เพื่ออนาคตของตัวเองในฐานะส่วนหนึ่งของชุมชนอีกครั้ง</p>



<p>“อยากให้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ไม่อยากให้ทำตัวไร้สาระ หาความรู้ด้วยตัวเอง เข้าหาผู้ใหญ่ ค่อยๆ ไปถามผู้ใหญ่ในเรื่องที่เราอยากรู้” ซันกล่าว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103251" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">ซัน</figcaption></figure></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-2306626/">แบ่งเวลามาอยู่ในสายตา มีโรงเรียนสอนศาสนาเป็นที่ปลอดภัย : ‘ตาดีกาบาโงยือแร’ พื้นที่เก่าในบันนังสตา ที่มีร้านน้ำชาและข้าวยำไว้เล่าเรื่องใหม่ของเด็กนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศุกร์-สรรค์ ไม่ใช่พื้นที่ของใคร แต่เป็นของทุกคน นิยามใหม่ของตาดีกาบาโงยือแร แห่งบ้านอูแบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-180626-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jun 2026 09:58:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านอูแบ]]></category>
		<category><![CDATA[ตาดีกาบาโงยือแร]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103131</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาพรวมการศึกษาของเด็กและเยาวชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180626-2/">ศุกร์-สรรค์ ไม่ใช่พื้นที่ของใคร แต่เป็นของทุกคน นิยามใหม่ของตาดีกาบาโงยือแร แห่งบ้านอูแบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ภาพรวมการศึกษาของเด็กและเยาวชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ถูกแบ่งย่อยออกเป็น 3 แบบด้วยกันคือ การเรียนสามัญในระบบการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการ, เรียนปอเนาะ สถาบันการศึกษาทางศาสนาอิสลามแบบดั้งเดิม และการเรียนหลักสูตรอิสลามศึกษาแบบเข้มควบคู่สายสามัญ&nbsp;</p>



<p>“ที่มาของร้านน้ำชาหรือคาเฟ่แห่งนี้ เริ่มต้นจากความคิดของน้องๆ เยาวชนนอกระบบเองเลยครับ”</p>



<p></p>



<ul>
<li>ร้านน้ำชาแห่งใหม่ เปลี่ยนจากความเสี่ยง ไปสู่การสังสรรค์ในที่สว่างกว่าเดิม&nbsp;</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-25.jpeg" alt="" class="wp-image-103134" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-25.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-25-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-25-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-25-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-25-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ร้านน้ำชา ตาดีกาบาโงยือแร</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>เยาวชนนอกระบบที่สูรียาเอ่ยถึงคือเด็กที่ไม่ได้เรียนอยู่ใน 3 กลุ่มนี้ ซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านทุนทรัพย์หรือปัญหาส่วนตัว เมื่อเด็กๆ หลุดออกจากระบบการศึกษา หากไม่ทำงานช่วยที่้บ้าน ความจริงส่วนหนึ่งมักจะไปรวมกลุ่มตามมุมมืด แหล่งมั่วสุมไร้แสงไฟที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอบายมุขและยาเสพติด </p>



<p>คำบอกเล่าของสูรียา ทำให้เห็นว่าเด็กบางคนใช้ชีวิตจมดิ่งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงยาวนานถึง 12 ชั่วโมงต่อวัน เพียงเพราะไม่มีที่ไปและไม่มีใครเปิดใจรับ</p>



<p>ตาดีกา โรงเรียนที่เน้นสอนจริยธรรม จึงยิ่งไม่ใช่พื้นที่ของเด็กนอกระบบเข้าไปใหญ่&nbsp;</p>



<p>&#8220;โรงเรียนในระบบอาจจะมีกำแพง มีกฎเกณฑ์ที่ปฏิเสธพวกเขา แต่ที่นี่เราต้องการสร้างเซฟโซนที่ปฏิเสธวงจรปัญหาแบบเดิมๆ&#8221;&nbsp;</p>



<p>สูรียาเล่าถึงแรงผลักดันในการเปลี่ยนพื้นที่ตาดีกาให้เป็นพื้นที่ของเด็กๆ ที่ตั้งต้นจากความคิดริเริ่มของน้องๆ เยาวชนนอกระบบเองที่อยากมีพื้นที่ทำมาหากินและทำกิจกรรมร่วมกัน เขาจึงตั้งร้านขึ้นมาและให้เด็กบริหารกันเอง โดยใช้งบจากการจัดสรรกันเองภายในหน่วย ABE</p>



<p>การเปิดร้านน้ำชาในพื้นที่ทางศาสนาอาจฟังดูแปลกใหม่ แต่เขาอยากให้อย่างน้อยในหมู่บ้านมี ‘พื้นที่ถ่วงเวลา’ ที่เด็กๆ จะหันหน้าออกมาจากความเสี่ยงบ้างสักหนึ่งหรือสองชั่วโมงเป็นการเริ่มต้น&nbsp;</p>



<p>“เรามี WIFI ฟรี ใครก็มานั่งได้ ร้านน้ำชาก็ขายแก้วละ 20-30 บาท ไฟก็สว่าง พ่อแม่รู้ว่ามาที่นี่เขาก็ปล่อยให้มาเพราะอย่างน้อยก็ปลอดภัย”</p>



<p>วัฒนธรรมการดื่มชาหลังพระอาทิตย์ตกดินของวิถีชีวิตชาวไทยมุสลิมถูกฝังรากมาอย่างแข็งแรง ร้านน้ำชาจึงกลายเป็นจุดดึงดูดให้เด็กๆ มานั่งรวมกลุ่มกันตอนเย็น แทนที่จะไปรวมกลุ่มกันที่อื่น เปลี่ยนจากการนั่งในมุมมืดมานั่งล้อมวงในพื้นที่สว่าง ที่นี่พวกเขาสามารถนั่งเล่นเกม ดีดกีตาร์ร้องเพลงร่วมกัน หรือระบายความเครียดในชีวิตได้อย่างสบายใจ</p>



<p>ปัจจุบัน ร้านน้ำชาแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่วัยรุ่น แต่กลายเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่คนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่ผู้ปกครอง คณะกรรมการมัสยิด ไปจนถึงผู้นำชุมชน แวะเวียนมานั่งล้อมวงดื่มน้ำชา พูดคุยสารทุกข์สุกดิบ และอุดหนุนฝีมือของเด็กๆ</p>



<p>ซัน-เฟาชาน อาแว วัย 21 มือชงที่ร้านน้ำชา บอกว่าเมนูขายดีที่สุดคือ ‘ชาเย็นเงาะ’ ที่ใช้น้ำเงาะกระป๋องมาเป็นเบสของเมนูผสมด้วยชาไทย&nbsp;</p>



<p></p>



<ul>
<li>ร้านข้าวยำเฉพาะกิจประจำวันศุกร์เย็น มื้ออาหารแห่งการทลายอคติ</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="763" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-26-763x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103135" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-26-763x1024.jpeg 763w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-26-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-26-768x1030.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-26-1145x1536.jpeg 1145w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-26.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 763px) 100vw, 763px" /><figcaption class="wp-element-caption">ข้าวยำ ตาดีกาบาโงยือแร</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ตั้งแต่ ม.1 หลังจากนั้นก็คือไม่เข้าเรียนเลย เพราะว่าไม่มีงบจะเรียนต่อ แล้วก็ขาดเสาหลักด้วย”</p>



<p>ฮูดา-นูรุลฮูดา นิชอ วัย 20 ปี กำลังเล่าเรื่องตัวเองที่โต๊ะม้าหินอ่อน หลังจากที่เธอขายข้าวยำฉบับบ้านอูแบไปจนลูกค้าบางตาลง&nbsp;</p>



<p>ฮูดาหลุดออกจากระบบการศึกษาหลังจบชั้นมัธยมปีที่หนึ่ง ไม่ใช่เพราะไม่อยากเรียน แต่เพราะวิกฤตเศรษฐกิจในครอบครัวและความจำเป็นเรื่องปากท้องบังคับ ปัจจุบันฮูดาพยายามเรียน กศน. จนจบ ม. 6 จากแรงผลักของสูรียา</p>



<p>สำหรับฮูดาและเด็กผู้หญิงหลายๆ คนในหมู่บ้าน การไม่มีเงินเรียนต่อมักตามมาด้วยสภาวะสุญญากาศในชีวิต ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ และไร้ที่ยืนในสังคม โดยเฉพาะในชุมชนชนบทที่วางบทบาทให้ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลังตลอดเวลา&nbsp;</p>



<p>รายได้เลี้ยงปากท้อง คือปัญหาหลักที่สามารถแก้ไขได้เฉพาะหน้า ในเมื่อร้านน้ำชาสำหรับเด็กผู้ชายสามารถตั้งในตาดีกาได้ การขายข้าวยำสำหรับส่งเสริมเด็กผู้หญิงก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากจะตั้งขายในตาดีกาเหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>สูรียา ปล่อยให้เด็กๆ เป็นเจ้าของกิจการร้านข้าวยำ กรือโป๊ะ ลูกชิ้นทอด ข้าวต้ม มาวางขายเฉพาะกิจที่จะขายทุกวันศุกร์เย็น โดยมีทีมพี่เลี้ยงผู้หญิงเป็นคนดูแล ไม่ต่างจากร้านน้ำชา</p>



<p>“ก่อนหน้านี้หนูรู้สึกว่าพอเวลาถามอะไร หนูไม่ยกมือนะ หนูให้คนอื่นตอบบ้าง ฉันไม่อยากตอบ ฉันไม่มีความกล้าแสดงออกขนาดนั้นจะกล้าก็แค่กับพวกคนในบ้าน แล้วก็กับเพื่อนๆ”&nbsp;</p>



<p>ฮูดา เล่าถึงความกลัวในอดีตของตัวเอง ร้านข้าวยำ ไม่ได้ให้แค่รายได้ แต่ยังมีผลพลอยได้อย่างการสร้างตัวตน รักษาบาดแผลทางใจ&nbsp;</p>



<p>การหยิบยกเมนูข้าวยำ ที่เป็นอาหารพื้นบ้านง่ายๆ ทำง่าย กินง่าย และเป็นเมนูในใจของคนพื้นที่ มาเป็นตัวชูโรง ทำให้ซุ้มขายอาหารแห่งนี้กลายเป็นสะพานเชื่อมคนทุกกลุ่มในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง ฝ่ายปกครอง หรือผู้นำศาสนา ต่างแวะเวียนมาอุดหนุนและพูดคุยกับเด็กๆ</p>



<p>สำหรับสูรียา ในอดีตภาพจำของเยาวชนที่หลุดจากระบบมักถูกเคลือบแคลงด้วยสายตาแห่งความไม่ไว้ใจจากสังคม แต่เมื่อผู้ใหญ่ได้เข้ามาเห็นเด็กๆ ทำงานอย่างขยันขันแข็ง ได้ชิมรสมือ และได้เห็นความตั้งใจในการทำมาหากิน อคติเหล่านั้นก็ค่อยๆ ถูกทลายลงด้วยความเข้าใจ</p>



<p>“ทุกคนในหมู่บ้านจะรู้ว่าวันนี้เด็กจะมาขายข้าวยำ เขาก็จะรอมาซื้อมานั่งกิน ไม่ไปซื้อร้านอื่น หลังละหมาดใหญ่เป็นอันรู้กัน อาจจะเพราะเราทำอร่อยด้วย ขายถูกด้วยจานละ 10 บาท เดินไปสั่งแล้วก็ไปนั่งกินที่โต๊ะม้าหินอ่อน” สูรียา เล่า</p>



<p></p>



<ul>
<li>ไม่ใช่พื้นที่ของใคร แต่เป็นของทุกคน&nbsp;</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-27.jpeg" alt="" class="wp-image-103136" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-27.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-27-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-27-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-27-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-27-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">พื้นที่ของทุกคน ตาดีกาบาโงยือแร</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>เป็นอันที่รู้กันของชาวบ้านอูแบว่า ในทุกๆ วัน เมื่อความมืดเข้าปกคลุมหมู่บ้าน บานประตูของตาดีกาบ้านอูแบจะเปิดกว้าง แสงไฟอบอุ่นสว่างไสวขึ้นพร้อมเสียงชงน้ำที่ร้านน้ำชา&nbsp;</p>



<p>และตาดีกาทุกวันศุกร์ตั้งแต่บ่ายสามโมงเป็นต้นไปจะคึกคักเป็นพิเศษ กิจกรรมที่เกิดในพื้นที่จะลากยาวไปจนพลบค่ำ แม้ว่าข้าวยำหมดแล้ว และแสงจันทร์เข้ามาแทนแสงอาทิตย์ นักกีฬา ชาวบ้าน เด็ก เยาวชนก็จะนั่งกันต่อจนกว่าจะถึงเวลา 4-5 ทุ่ม&nbsp;</p>



<p>ประตูของตาดีกาเปิดกว้างขึ้นและเป็นการเปิดกว้างที่สูรียาคาดหวังไว้ว่าจะไม่ใช่แค่บานประตูที่กว้างขึ้น แต่รวมถึงทัศนคติของคนในชุมชนที่เปิดโอกาสให้เด็กนอกระบบด้วย&nbsp;</p>



<p>“หน่วยงานบางกลุ่มมองว่าการรวมกลุ่มของวัยรุ่นในสามจังหวัดจะไปเชื่อมโยงกับปัญหาความมั่นคง เราอยากให้เขาพยายามลดความอคติเหล่านั้น แล้วมองตรงนี้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ได้ไหม พื้นที่แห่งโอกาสให้กับน้องๆ ได้ไหม” สุริยาพูดถึงเป้าหมายที่แท้จริง</p>



<p>ทุกวันนี้ ภายใต้หลังคาของตาดีกาบาโงยือแร หากมีสิ่งใดผิดพลาดในการทำงาน สิ่งที่เด็กๆ และคนในทีมงานมอบให้แก่กันไม่ใช่การตำหนิ แต่เป็นคำปลอบโยนที่ว่า&nbsp;</p>



<p>“ไม่เป็นไร ทำวันนี้ให้ดีที่สุด พรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่ พรุ่งนี้เริ่มใหม่”</p>



<p>สูรียา บอกว่าตาดีกาแห่งนี้จึงไม่ใช่พื้นที่ของครูสอนศาสนา ไม่ใช่พื้นที่ใคร และไม่ใช่พื้นที่ของเด็กนอกระบบกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ในทุกเย็นที่มีร้านน้ำชา และในทุกวันศุกร์ที่มีข้าวยำ มันคือพื้นที่ของทุกคน ที่พร้อมจะเปิดประตูต้อนรับและให้โอกาสชีวิตได้เริ่มต้นใหม่อยู่เสมอ&nbsp;</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>เรื่อง : มยุรา ยะทา<br>ภาพถ่าย : อธิคม แสงไชย<br>ภาพประกอบ : ภัทรภรณ์ สงสาร</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180626-2/">ศุกร์-สรรค์ ไม่ใช่พื้นที่ของใคร แต่เป็นของทุกคน นิยามใหม่ของตาดีกาบาโงยือแร แห่งบ้านอูแบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เราก็คือเด็กคนหนึ่ง ที่กำลังต่อสู้พยายามเพื่อเติบโต เหมือน ๆ กับเด็กทุกคน” : ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคนได้ยินจากน้อง ๆ บนเส้นทางการศึกษาทางเลือก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-210526/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 May 2026 08:52:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102423</guid>

					<description><![CDATA[<p>“&#8230;ทุกเสียงของเด็กจะนำทางไปที่งานขั้นต่อไป และคือส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210526/">“เราก็คือเด็กคนหนึ่ง ที่กำลังต่อสู้พยายามเพื่อเติบโต เหมือน ๆ กับเด็กทุกคน” : ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคนได้ยินจากน้อง ๆ บนเส้นทางการศึกษาทางเลือก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>“&#8230;ทุกเสียงของเด็กจะนำทางไปที่งานขั้นต่อไป และคือสิ่งที่ทำให้เราพอจะเชื่อว่า คติมุมมองเก่า ๆ ต่อเด็กเยาวชนที่ไม่ได้อยู่ในโรงเรียน อาจเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งจากด้านที่สังคมมองเข้าไป และสำคัญที่สุดคือส่วนที่กดทับอยู่ภายในใจของเด็ก ๆ เอง”</em></strong></p>



<p>คำพูดของ <strong>อาจารย์นเรศ สงเคราะห์สุข</strong> หัวหน้าโครงการหนุนเสริมทางวิชาการและการจัดการความรู้สำหรับการพัฒนาเด็กนอกระบบการศึกษา กสศ. อาจเป็นหนึ่งในประโยคที่อธิบายการทำงานตลอดกว่าสองปีที่ผ่านมาได้ชัดที่สุด</p>



<p>ตลอดช่วงเวลานั้น หน่วยจัดการเรียนรู้ทั่วประเทศที่ทำงานร่วมกับ กสศ. พยายามค้นหาและพาเด็กเยาวชนที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบการศึกษา กลับมาพบ “เส้นทางการเรียนรู้” อีกครั้ง แต่จุดเริ่มต้นของการทำงาน ไม่ได้เริ่มจากการถามว่า “เด็กคนนี้ควรเรียนอะไร” หากเริ่มจากการพยายามทำความเข้าใจว่า “ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเป็นอย่างไร”</p>



<p>เพราะเบื้องหลังการหลุดออกจากระบบการศึกษา ไม่เคยมีคำอธิบายแบบเดียว เด็กแต่ละคนต่างเผชิญเงื่อนไขชีวิต ความเปราะบาง และข้อจำกัดแตกต่างกันออกไป หลายพื้นที่จึงเริ่มต้นจากการ “คลี่ประสบการณ์ชีวิต” ของน้อง ๆ แต่ละกลุ่มออกมาอย่างระมัดระวัง ก่อนนำสิ่งเหล่านั้นมาทดลองออกแบบการเรียนรู้ใหม่ ที่สอดคล้องกับความสนใจ ความถนัด ทุนชีวิต และบริบทเฉพาะของแต่ละชุมชน</p>



<p>จนวันนี้ ความเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ ปรากฏขึ้น&nbsp;</p>



<p>เมื่อพื้นที่เรียนรู้ที่เคยมีขอบเขตเล็ก ๆ เริ่มขยายกว้างและเชื่อมโยงผู้คนมากขึ้น หลายชุมชนเริ่มแสดงให้เห็นว่า พวกเขาพร้อมจะเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” และร่วมสร้าง “นิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต” ให้เด็กเยาวชนเหล่านี้ได้มีที่ยืนอีกครั้ง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-72.jpeg" alt="" class="wp-image-102425" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-72.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-72-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-72-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-72-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-72-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตามบนเส้นทางทำงาน ทั้งคณะทำงานและน้อง ๆ ต่างต้องต่อสู้กับอุปสรรคมากมายซึ่งไม่อาจเลี่ยง โดยเฉพาะ ‘ความเชื่อ’ ฝังแน่นยาวนานที่ว่า “เด็กที่ไม่อยู่ในการศึกษากระแสหลัก คือกลุ่มซึ่งถูกคัดออกเพราะไม่ผ่านมาตรฐาน ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคใหญ่โตที่สุดที่เด็ก ๆ ต้องเจอ”</p>



<p>ความเชื่อดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียง ‘ชนัก’ ทิ่มแทงภายนอก หากลึกลงในใจของเด็ก ๆ ความเชื่อนี้ยังเป็นดั่งเงาติดตามตัวที่คอยบั่นทอนพลัง จนแม้พยายามสุดแรงเพื่อฝ่าฟันข้อจำกัดต่าง ๆ สักเท่าไหร่ แต่ ‘ตราประทับ’ นั้น ก็เหมือนไม่มีวันจางลง จนท้ายที่สุด หลายคนจึงสูญเสียความเชื่อมั่นจะก้าวเดินต่อไป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-71.jpeg" alt="" class="wp-image-102424" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-71.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-71-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-71-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-71-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-71-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">อาจารย์นเรศ สงเคราะห์สุข</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>อาจารย์นเรศกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า การสร้างพื้นที่ปลอดภัยและนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต เพื่อพาเยาวชนที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษาหลักไปพบเส้นทางเรียนรู้ คืองานระยะยาวซึ่งไม่อาจบรรลุเป้าหมายในเวลาสั้น ด้วยความซับซ้อนเปราะบางในเรื่องราวและประสบการณ์เฉพาะตัว ตลอดจนความต่างของบริบทแวดล้อม ที่ไม่มีทางเป็นไปได้เลย ว่าคณะทำงานจะค้นพบสูตรสำเร็จใดมาใช้คลี่คลายทุกเงื่อนปม</p>



<p>แต่งานที่เริ่มนับหนึ่งไปแล้วได้เผยให้เห็นว่า เครื่องมือชิ้นหนึ่งที่ทรงประสิทธิภาพคือ <strong>‘การรับฟังและทำความเข้าใจเด็ก โดยไม่มีมาตรวัดใดตัดสิน’ </strong>จนใจที่เคยแง้มปิดนั้นค่อย ๆ เปิดออก และช่องว่างของระยะห่างที่ไกลกัน เริ่มกระถดแคบเข้ามา และควบคู่กันไปยังต้อง ‘ทำงานทางความคิด’ เพื่อส่งสารไปถึงสังคม ให้รับรู้ความจริงอีกด้านหนึ่ง ว่าเยาวชนที่ไม่อยู่ในการศึกษากระแสหลักทุกคนล้วนคือเด็กคนหนึ่ง เช่นเดียวกับเด็ก ๆ ทุกคน</p>



<p>“เราต้องทำให้การยอมรับความหลากหลาย เข้าไปเจือจางความคิดตัดสินตีตรา เพียงเพราะใครสักคนมีเส้นทางชีวิตที่ต่างไปจากคนส่วนใหญ่ และผลักดันให้คติใหม่นี้เข้าไปกลบกลืนนิยามความหมายเดิม จนเกิดความเปลี่ยนแปลงในระดับสังคม เมื่อนั้นเราถึงอาจรื้อถอนความเชื่อเดิมได้”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-73.jpeg" alt="" class="wp-image-102426" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-73.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-73-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-73-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-73-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-73-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>คณะทำงานเชื่อว่าหนึ่งใน ‘งานทางความคิด’ ที่จะเป็นทิศทางหลักของการทำงานทั้งวันนี้และระยะยาว คือการชวนเด็กเยาวชนจากทุกหน่วยเรียนรู้มาเจอกัน เพื่อร่วมกันบอกเล่าสิ่งที่อยู่ในใจให้ดังออกไปถึงสังคมข้างนอก จนเป็นที่มาของเวที ‘RE-LIFE RE-LEARN RE-FRAME &#8230;เพราะเสียงที่ถูกลืม คือพลังและอนาคต’ ซึ่งจัดขึ้นช่วงเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา</p>



<p>อาจารย์นเรศสรุปคอนเซ็ปต์งานครั้งนี้ว่า “ตั้งใจให้เป็นงานที่น้อง ๆ ได้มีส่วนร่วมคิด ออกแบบกิจกรรม ทำโชว์เปิดงาน มาร่วมกันแสดงผลงาน และสำหรับใครที่มี ‘เสียงในใจ’ อยากส่งออกมา เวทีแห่งนี้ก็พร้อมรับฟัง&nbsp;</p>



<p>“เราต้องการให้เด็กร่วมออกแบบวิธีสื่อสารมากที่สุด โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับความหมาย ความงาม ความสมบูรณ์ของสาร เพราะที่ผ่านมา บางทีมันไม่ใช่ว่าเสียงของเด็กดังไม่พอ แต่ในสังคม ในห้อง ๆ หนึ่ง ในงาน ๆ หนึ่งที่จัดขึ้น มันจะมีเสียงอื่น ๆ ที่ดังอยู่ตลอดเวลา เสียงเล็ก ๆ จึงถูกกลืนหายไม่อาจสอดแทรกมาถึงเราจริง ๆ งานนี้เลยออกแบบให้รอบตัวของเด็ก ๆ เงียบลง เพื่อเราจะตั้งใจฟังมากขึ้น แล้วหวังว่าจะทำให้เสียงเหล่านั้นได้ส่งออกไปถึงปลายทางชัดขึ้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-03.jpg" alt="" class="wp-image-102443" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ใจความคือ ‘หัวใจของงานครั้งนี้’ อาจารย์นเรศยินดีจะบอกว่า ความติดขัดตะกุกตะกัก ความหลุดคิวบนเวทีและระหว่างกิจกรรมต่าง ๆ จะเป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่ส่งไปถึง ‘ผู้ใหญ่’ ว่าหากจะเข้าใจเด็กให้มากขึ้น “เราทุกคนต้องยอมรับ ว่าธรรมชาติของทุกสิ่งล้วนคือความผิดพลาดไม่สมบูรณ์” และสำหรับสารที่น้อง ๆ จะได้รับกลับไปคือ “ถ้าอยากเข้าใจตัวเองมากขึ้น ก็ต้องพร้อมเรียนรู้จากความผิดพลาด และเพ่งมองทุกประสบการณ์อย่างซื่อตรง”</p>



<p>&#8230;แล้วถ้าทุกฝ่ายผ่านจุดนี้ไปได้ การรับรู้และยอมรับในมิติอื่น ๆ ที่ไม่ว่าจะซับซ้อนแค่ไหน จะเกิดขึ้นตามมา</p>



<p>เมื่อกิจกรรมดำเนินไป เราพบว่าทันทีที่เสียงอื่นรอบ ๆ เงียบลง เสียงของเด็ก ๆ ก็กลับชัดขึ้น และขณะที่เสียงเล็กน้อยกำลังประกอบกันเป็นใจความขนาดใหญ่ ประเด็นหนึ่งที่ดังแทรกออกมา ก็คือมุมมองที่ว่าด้วย ‘การตัดสินใครสักคนเพียงเพราะต่างจากคนอื่น ทั่วไป’ ซึ่งน้อง ๆ ที่ไม่ได้เรียนรู้อยู่ในการศึกษากระแสหลักเผชิญตลอดมา&nbsp;&nbsp;</p>



<p>และที่ตรงนี้ &#8230;เราอยากชวนฟังเสียงจากน้อง ๆ ที่จะอธิบาย ‘ตัวตน’ ของเขาที่อยากให้สังคมลองรับฟัง เผื่อว่ามันอาจทำให้ใครบางคนมองพวกเขาเปลี่ยนไป</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-75.jpeg" alt="" class="wp-image-102429" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-75.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-75-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-75-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-75-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-75-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เริ่มจาก <strong>‘ปอน’ ธันวา </strong>วัย 19 ปี กับเรื่องราวหลังจบ ป.6 ที่ใช้เวลาหลายปีลองผิดลองถูกนอกรั้วโรงเรียน ในวัยที่ขับเคลื่อนด้วยความดื้อรั้น แต่วันที่แม่ล้มป่วย ปอนถึงหันกลับมามองตัวเอง และพบว่าตัวเธอหลุดจากเส้นทางออกมาไกลจนไม่รู้ว่าจะย้อนกลับได้อย่างไร &#8230;จนวันหนึ่งเมื่อได้โอกาสอีกครั้ง ปอนก็กลับใช้ความ ‘ตื่นรู้’ ที่ค้นพบ มาเป็นแรงผลักให้ชีวิตก้าวต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ตอนแม่ป่วย เหมือนเราตื่นขึ้น เลิกเที่ยว เลิกทุกอย่าง กลับบ้านมาดูแลแม่ ทำงานแทนแม่ที่ร้านขายของของที่บ้าน และจังหวะนั้นเองที่เราอยากกลับไปเรียน แต่ได้แค่คิด เพราะไม่รู้ต้องทำยังไง จนผ่านไปพักใหญ่มีอาจารย์มาชวนเราไปร่วมกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพ ของ กสศ. กับคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ก็ลองไปดู ซึ่งกลายเป็นพอได้เจอครูและเจอเพื่อน ๆ ที่ต่างก็ต้องการโอกาสเหมือนกัน พวกเขาทำให้เราเห็นจุดที่ตัวเองอยู่ เห็นภาพสังคมกว้างขึ้น เราเริ่มเข้าใจว่าที่ผ่านมาตัวเองทำผิดพลาดยังไง เหมือนตาสว่างขึ้นทันที</p>



<p>“กิจกรรมนั้นทำให้เราตัดสินใจเรียนต่อกับ สกร. จนได้วุฒิ ม.ต้น แล้วต่อ ม.ปลาย พร้อมทำงานขายของไปด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางคือเราเริ่มเห็นเป้าหมายชีวิต อยากเห็นตัวเองก้าวหน้า อยากทำกิจการให้มั่นคง อยากดูแลแม่ให้ดีกว่านี้”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-74.jpeg" alt="" class="wp-image-102428" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-74.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-74-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-74-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-74-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-74-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">น้องปอน ธันวา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>จากวันนั้น ปอนพยายามเรียนรู้เรื่องเรื่องธุรกิจการค้าด้วยตัวเอง เพื่อหวังผลักดันให้ร้านเล็ก ๆ ที่บ้านเติบโต</p>



<p>และถึงวันนี้ ปอนก็กล้าพูดว่าเธอเข้าใจ ว่าแก่นแท้จริง ๆ ของการศึกษา ก็คือการที่เธอเอาทุกสิ่งที่เรียนรู้มาเปลี่ยนเป็นต้นทุนในชีวิตได้สำเร็จ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>บนเส้นทางการกลับมา ปอนบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องต่อสู้กับสายตาสงสัยไม่เข้าใจจากสังคมและคนรอบข้าง หรือแม้กับตัวเอง เธอก็ยังได้ยินเสียงเฝ้าย้ำถึงความผิดพลาดในอดีตดังอยู่ทุกวัน แต่ปอนเชื่อว่าเธอแข็งแรงพอจะฝ่าไปได้ สารที่ปอนส่งออกมา ณ วันนี้ จึงอยากฝากไปถึงเพื่อนพี่น้องทุกคนที่กำลังแบกรับความกลัว กังวล และแรงกดดันมากมายไว้ในใจ ว่า ‘ขอให้รู้ตัวเสมอว่ากำลังมุ่งหน้าไปที่ไหน และไม่ว่าจะสูญเสียอะไรก็ตาม ขอเพียงอย่าได้สูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง’ </p>



<p>“อยากบอกกับ ‘พวกเรา’ ทุก ๆ คนว่า จงให้คุณค่ากับตัวเองมาก ๆ อย่าให้อะไรมาฉุดรั้งจากเป้าหมาย และอย่าลืมว่าไม่มีใครจะมาเห็นว่าเราเติบโตมายังไง มีต้นทุนชีวิตเท่าไหร่ หรือต้องดิ้นรนสักแค่ไหนเพื่อจะผ่านไปแต่ละวัน แต่สิ่งที่เขาใช้ตัดสินเราจะมีแค่ด้านที่เขาเห็น คือข้อเท็จจริงว่าเราเคยผิดพลาด เคยหลงทาง หรือล้มเหลว ฉะนั้นถ้าอยากเปลี่ยนทัศนคติของคนอื่น ก็ต้องเริ่มจากพิสูจน์ตัวเอง ว่าเราทำได้ ว่าเราดีพอ เพื่อให้มันมีข้อเท็จจริงใหม่ ๆ แล้วเสียงที่เคยพูดถึงตัวเราต่าง ๆ หรือกระทั่งเสียงที่อยู่ในใจเรา จะค่อย ๆ เงียบลง”&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-76.jpeg" alt="" class="wp-image-102430" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-76.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-76-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-76-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-76-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-76-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>อีกเส้นทางไกลและมากมายด้วยข้อแม้ ของ <strong>‘นุช อรนุช’ </strong>กับชีวิตพลัดถิ่นตามผู้ปกครองมาทำงานต่างบ้านต่างเมือง ทำให้เธอต้องเรียนรู้ภาษาใหม่ พลัดจากวิถีเดิมคุ้นเคย ทั้งต้องดิ้นรนหาที่เรียนภายใต้ข้อจำกัดรอบด้าน จนได้เป็นนักเรียนที่ ‘มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท’ (มยช.) ย่านบางบอน ก่อนเริ่มต้นนับหนึ่งเรียนชั้นประถมศึกษาอีกครั้งในวัย 14 ปี ซึ่งระหว่างทางนั้นเธอต้องสู้กับเสียงทั้งจากภายนอกและภายใน ไม่น้อยไปกว่าปอน</p>



<p>ไม่เพียงกังวลเรื่องเรียนช้ากว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ในชีวิตประจำวัน นุชต้องแบกเอาความต่างของเชื้อชาติ ภาษา และเส้นทางเรียนรู้ที่ต่างจากความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ไปทุกที่ เสียงของนุชที่ส่งออกมาตรงนี้ จึงเป็นการขอโอกาส ว่าอย่างน้อยที่สุด ขอแค่มองไปที่ตัวเธอ แล้วคิดว่าเธอเป็นเด็กคนหนึ่ง ที่กำลังต่อสู้พยายามเพื่อให้ได้มาซึ่งโอกาส ได้รับการยอมรับ และได้พบเจอหนทางที่จะเติบโตขึ้นในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง แค่นั้นก็เป็นกำลังใจสำหรับเธอแล้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ครอบครัวหนูเป็นคนกะเหรี่ยง แน่นอนว่าความเป็นชนกลุ่มน้อย คือสถานะติดตัวเราตลอดไป และหลายครั้งก็เป็นสาเหตุของการย้ายถิ่นบ่อย ๆ จนเรารู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่งของที่ไหนเลย &#8230;หนูคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกัน กับสิ่งที่พวกเราที่มาจากโรงเรียนการศึกษาทางเลือกเจออยู่เป็นประจำ คือเรามักถูกตัดสินว่าเป็นอย่างไร &#8230;ทั้งที่ความแตกต่างเหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งที่จะวัดได้ว่าความเป็นมนุษย์ในตัวเรามีมากหรือน้อยกว่าใคร</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช.jpg" alt="" class="wp-image-102431" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“หนูชินกับเรื่องที่พอคนรู้ว่าเราเรียนโรงเรียนซึ่งต่างจากที่เค้าเข้าใจ ก็จะถามว่าเราท้องหรือติดยารึเปล่า คิดไปเองว่าหนูต้องทำอะไรไม่ดีมาแน่ ๆ และถึงพยายามอธิบาย แต่เขาจะไม่ได้ยิน เหมือนความคิดมันฝังไปแล้วว่าถ้าใครไม่อยู่ในโรงเรียนปกติ คือถูกไล่ออกมาและเป็นคนไม่ได้เรื่อง ซึ่งมันน่าเสียดาย เพราะจากประสบการณ์ หนูมีเพื่อนที่พอเจอเรื่องแบบนี้บ่อยเข้า บางคนก็หมดกำลังใจเรียนและยอมแพ้ไปเลย เพราะเขาเชื่อว่าถึงพยายามแค่ไหน สังคมก็คงไม่เหลือพื้นที่ให้ยืน &#8230;ฉะนั้นถ้าเสียงของหนูจะมีความหมายขึ้นมาบ้าง ก็อยากให้มองพวกเราว่าเป็นเด็กคนหนึ่ง ที่มีรูปแบบการเรียนรู้และเส้นทางชีวิตไม่เหมือนกัน อยากให้ลองเปิดใจรับฟัง ให้โอกาสเติบโตอย่างที่เราจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเกินไปนัก &#8230;แค่นี้พวกเราก็มีกำลังใจมากขึ้นแล้วค่ะ”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช2.jpg" alt="" class="wp-image-102432" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">(ซ้าย) น้องนุช อรนุช</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>และมุมมองจาก <strong>‘คำหวาน บุญธิชา’ </strong>วัย 19 ปี ที่แม้จะผ่านชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามครรลองปกติ แต่ความที่โรงเรียนห้วยซ้อวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ที่เรียนมา มีการจัดการศึกษายืดหยุ่นในชื่อ ‘ห้องเรียนระบบสอง’ เพื่อให้นักเรียนที่ไม่อาจไปโรงเรียนได้ทุกวันจบการศึกษาและรับวุฒิ คำหวานจึงเชื่อในความสำคัญของโอกาส จนเมื่อจบ ม.6 เธอเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘เคียงริมโขง’ ในฐานะผู้ให้ความรู้ชุมชนด้านสุขภาวะทางเพศ และเป็นพี่เลี้ยงให้กับเยาวชนที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษาในพื้นที่</p>



<p></p>



<ul>
<li><a href="https://www.eef.or.th/infographic-120625/" target="_blank" rel="noopener" title="">รู้จักห้องเรียนระบบสอง</a></li>
</ul>



<p>ห้องเรียนระบบสองทำให้คำหวานเข้าใจ ว่าถ้าการศึกษาไม่ยืดหยุ่นพอ เด็กที่จำเป็นต้องทำงานเลี้ยงชีวิตจะหลุดออกไปและไม่มีโอกาสกลับมาอีก อย่างไรก็ตาม แม้ระบบปรับรองรับ แต่ด้วยสัดส่วนของเด็กที่ขาดความพร้อมซึ่งมีอยู่มาก ทำให้ในพื้นที่ยังมี ‘กลุ่มที่หลุดจากระบบและไม่ได้กลับมา’ อีกไม่น้อย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา-.jpg" alt="" class="wp-image-102442" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา-.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา--300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา--768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา--750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา--272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">น้องคำหวาน บุญธิชา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>คำหวานบอกว่าเยาวชนเหล่านี้ไม่ได้อยากหยุดพัฒนาตัวเอง ทั้งในพื้นที่ก็มีการจัดตั้งกลุ่มพัฒนาทักษะอาชีพหลายแห่งขึ้นมารองรับ หากใน ‘ชุมชนเล็ก ๆ’ ที่เสียงพูดคุยเบา ๆ ก็ได้ยินไปทั่วทั้งหมู่บ้าน อุปสรรคใหญ่โตที่ฉุดรั้งเด็ก ๆ เหล่านี้ไว้จากการไขว่คว้าโอกาส จึงเป็นความไม่เชื่อมั่นในตัวเอง อันเป็นผลจากเสียงย้ำซ้ำที่ส่งต่อไปทั่วหมู่บ้าน ว่าใครที่ไม่ได้อยู่ในโรงเรียน = ไม่มีอนาคต ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่คอยบั่นทอนจิตใจของเด็ก ๆ เรื่อยมา</p>



<p>“เราได้ยินมานานว่าคนไม่ได้เรียนคือคนล้มเหลวไม่ได้เรื่อง หรืออะไรแบบนั้น ซึ่งมันย้อนแย้งกับความจริงมาก เพราะคนในพื้นที่น่าจะรู้ว่า เด็กชุมชนเราส่วนใหญ่ที่ขาดโอกาส จะมาจากครอบครัวไม่พร้อม หลายคนยังไม่ทันโตพอก็ต้องไปทำงาน สักพักก็หลุดจากโรงเรียน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าชีวิตที่นอกโรงเรียนเขาจะไม่ได้เรียนรู้อะไร หรือพอไม่ได้เรียนแล้วจะกลายเป็นคนแบบที่เขาว่ากัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา-1.jpg" alt="" class="wp-image-102435" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ที่เราต้องการบอกจึงเป็นเรื่องที่ว่า อยากให้ทุกคนช่วยกันส่งต่อเรื่องของการศึกษาที่ยืดหยุ่นออกไปให้มากที่สุด เพื่อเพิ่มพื้นที่โอกาสให้เด็กกลุ่มหนึ่งได้เรียน ได้มีวุฒิการศึกษาที่ทัดเทียมกับคนอื่น ๆ &#8230;และอยากให้ทุกสังคมมีพื้นที่รับฟังเด็ก ๆ เพิ่มขึ้น เพราะถ้ามีคนที่พร้อมตั้งใจฟังอย่างเปิดใจและไม่ตัดสินมากกว่าที่เป็นอยู่ เด็ก ๆ จะกล้าพูด กล้าบอก กล้าปลดปล่อยความคิดความในใจออกมา แล้วความสำคัญของการฟังนั้น จะไม่ได้อยู่ที่เราต้องเห็นด้วยหรือคัดค้านในสิ่งที่เขาพูด แต่ใจความจริง ๆ ของการฟัง คือข้อมูลเหล่านั้นจะมีความหมายมาก ๆ กับการที่ ‘เรา’ จะเอามาช่วยหาวิธีลดอุปสรรคที่ขวางเด็ก ๆ ไว้จากการเติบโตได้”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>และนี่คือส่วนหนึ่ง ของ ‘เสียงที่ไม่มีใครได้ยิน’ ที่กำลังค่อย ๆ ดังชัดขึ้น &#8230;และจะเป็นหมุดหมายใหม่ ให้คณะทำงานโครงการหนุนเสริมทางวิชาการและการจัดการความรู้สำหรับการพัฒนาเด็กนอกระบบการศึกษา กสศ. นำไปใช้ทำงานระยะยาวต่อไป</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-06.jpg" alt="" class="wp-image-102436" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-06.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-06-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-06-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-06-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-06-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210526/">“เราก็คือเด็กคนหนึ่ง ที่กำลังต่อสู้พยายามเพื่อเติบโต เหมือน ๆ กับเด็กทุกคน” : ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคนได้ยินจากน้อง ๆ บนเส้นทางการศึกษาทางเลือก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นับหนึ่งที่ ‘จาก’ : บันทึกการเรียนรู้จากผ้ามัดย้อมของเด็ก ‘ในบาง’ โจทย์ยากที่ทำให้เด็กอดทน ฮึดสู้ อยู่และทำกินได้ในชุมชน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-120526/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 May 2026 05:59:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มยุวชนสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สุราษฎร์ธานี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101888</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ลูกจาก’ อาจเป็นเพียงผลของต้นจากสำหรับคนนอกพื้นที่ แต่ส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-120526/">นับหนึ่งที่ ‘จาก’ : บันทึกการเรียนรู้จากผ้ามัดย้อมของเด็ก ‘ในบาง’ โจทย์ยากที่ทำให้เด็กอดทน ฮึดสู้ อยู่และทำกินได้ในชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>‘ลูกจาก’ อาจเป็นเพียงผลของต้นจากสำหรับคนนอกพื้นที่</p>



<p>แต่สำหรับคนในตำบลบางชนะ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี พื้นที่ทำงานของ ‘กลุ่มยุวชนสร้างสรรค์’ หน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education: ABE) ด้วยการสนับสนุนของ กสศ. ลูกจากไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรธรรมชาติ แต่เป็นวิถีชีวิตและสัญลักษณ์ของคนบางชนะ</p>



<p>“ลูกจากเป็นสัญลักษณ์ของคนในบาง (บางชนะ) ถ้าลองถามว่าพวกเขาได้อะไรจากลูกจากบ้าง คำตอบจะหลากหลายมาก ทั้งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ นำไปทำลอยแก้วได้ ส่วนใบจากก็ใช้ทำยาสูบ ทำหลังคาบ้าน สารพัดประโยชน์” สายสุนีย์ ประทุมทอง จากสโมสรโรตารีศรีตาปี 1 ในเครือข่ายที่สนับสนุนกลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ อธิบาย</p>



<p>แต่คุณค่าของลูกจากไม่ได้มีแค่นี้ เพราะลูกจากสามารถให้สีธรรมชาติสำหรับ ‘ผ้ามัดย้อม’ งานฝีมือที่กลายเป็นอาชีพเล็กๆ ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่</p>



<p>สำหรับ ‘น้ำข้าว’ วัย 16 ปี เยาวชนภายใต้กลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ ผ้ามัดย้อมจากลูกจากนอกจากทำให้เธอมีรายได้ ยังทำให้เธอมีโอกาสที่จะนำเสนอเรื่องราวของชุมชนออกไปสู่สายตาคนนอกพื้นที่ ผ่านผลงานที่เธอทำด้วยสองมือของตัวเอง</p>



<p>“ลูกจากอยู่ริมน้ำติดบ้านเรา เวลานักท่องเที่ยวมาที่นี่ เขาก็มาดูต้นจากกัน ส่วนผลงานมัดย้อมของเราก็มาจากลูกจาก มีครั้งหนึ่งคนมาถามว่า ถ้าเอาผลงานเราไปตั้งที่คาเฟ่ที่อื่น เรายินดีไหม หนูยินดีมากนะ หนูภูมิใจ แล้วก็รู้สึกว่าเราได้มีอาชีพที่พึ่งพาตัวเองได้” น้ำข้าวเล่า</p>



<p>แม้ว่าเด็กๆ ในพื้นที่นี้จะเกิดมาก็เห็นต้นจากอยู่ข้างบ้าน แต่ถ้าไม่มีการส่งเสริมการเรียนรู้โดยเริ่มจากทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้อาจจะต้องหาทางเอาตัวรอดด้วยการออกไปทำงานนอกชุมชน</p>



<p>ในตอนนี้ลูกจากในสายตาของเด็กๆ จึงไม่ใช่แค่ผลจากต้นจาก แต่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างผ้ามัดย้อม และเป็นสิ่งที่เด็กๆ รู้ว่าสามารถเอาไปต่อยอดอะไรได้บ้าง ที่แม้กระทั่ง ‘หลง’ แฟนของ ‘บัว’ วัย 17 ปี เยาวชนในพื้นที่การทำงานของโครงการ ที่ถนัดออกเรือหาปลามากกว่าพูด ยังสามารถเล่าได้ว่าต้นจาก 1 ต้นให้ประโยชน์อะไรได้บ้าง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="763" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01_ผ้ามัดย้อม_บางชนะ_สุราษฎร์ธานี_หลง-763x1024.jpg" alt="" class="wp-image-101905" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01_ผ้ามัดย้อม_บางชนะ_สุราษฎร์ธานี_หลง-763x1024.jpg 763w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01_ผ้ามัดย้อม_บางชนะ_สุราษฎร์ธานี_หลง-224x300.jpg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01_ผ้ามัดย้อม_บางชนะ_สุราษฎร์ธานี_หลง-768x1030.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01_ผ้ามัดย้อม_บางชนะ_สุราษฎร์ธานี_หลง-1145x1536.jpg 1145w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01_ผ้ามัดย้อม_บางชนะ_สุราษฎร์ธานี_หลง.jpg 1200w" sizes="(max-width: 763px) 100vw, 763px" /><figcaption class="wp-element-caption">หลง</figcaption></figure></div>


<p>ทักษะอาชีพที่เติบโตจากทรัพยากรของชุมชนจึงไม่ได้สร้างเพียงรายได้ แต่ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้คุณค่าของตัวเอง และอยู่รอดได้ในพื้นที่ที่พวกเขารู้จักเป็นอย่างดี</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-29.jpeg" alt="" class="wp-image-101904" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-29.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-29-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-29-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-29-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-29-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘กลุ่มยุวชนสร้างสรรค์’ จังหวัดสุราษฎร์ธานี</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>บริเวณหน้าบ้านริมคลองร้อยสายที่ ‘ครูอู๊ด-นิวัต โฮ้เต้กิ้ม’ กับ ‘ครูจิบ-ขจรศรี โฮ้เต้กิ้ม’ คณะทำงานกลุ่มยุวชนสร้างสรรค์และครูอาสาใช้เป็น 1 ในพื้นที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้ มีราวตากผ้าที่เรียงรายไปด้วยผ้ามัดย้อมหลากสี และผ้ามัดย้อมส่วนใหญ่เป็นฝีมือของ ‘น้ำข้าว’ เยาวชนในโครงการที่เชี่ยวชาญทักษะการทำผ้ามัดย้อมจนสามารถนำไปใช้ทั้งในการประกวดและการหารายได้ให้กับตัวเอง</p>



<p>น้ำข้าวเข้ามาในหน่วยและสนิทกับทีมพี่เลี้ยงในกลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ เพราะรู้จักกับครูจิบ ครูอู๊ด และคนอื่นๆ มาตั้งแต่น้ำข้าวอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งน้ำข้าวบอกว่า “ถูกพามาเลี้ยง พามานอนที่บ้านครูจิบตั้งแต่เด็กๆ”&nbsp;</p>



<p>พอน้ำข้าวออกจากโรงเรียนหลังจบประถมศึกษาปีที่ 6 เพราะมีปัญหากับกลุ่มเพื่อน ก็เลยมานั่งเรียนรู้ทักษะชีวิต ฝึกการทำผ้ามัดย้อมแบบจริงจังกับทางหน่วย ผ่านห้องเรียนผ้ามัดย้อมที่จัดกิจกรรมอยู่ที่โรงเรียนวัดประสิทธาราม โรงเรียนขนาดเล็กที่ถูกยุบไปก่อนที่ชุมชนจะเรียกร้องให้กลับมาเป็นโรงเรียนอีกครั้ง จนเกิดเป็นห้องเรียนโรงเรียนวัดประสิทธาราม ทำให้น้ำข้าวเรียนรู้การมัดย้อม จนเชี่ยวชาญและสามารถเป็นวิทยากรสอนวิธีทำผ้ามัดย้อมให้กับคนอื่นๆ ทั้งในและนอกห้องเรียนได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03_ผ้ามัดย้อม_บางชนะ_สุราษฎร์ธานี_บัว_น้ำข้าว.jpg" alt="" class="wp-image-101906" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03_ผ้ามัดย้อม_บางชนะ_สุราษฎร์ธานี_บัว_น้ำข้าว.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03_ผ้ามัดย้อม_บางชนะ_สุราษฎร์ธานี_บัว_น้ำข้าว-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03_ผ้ามัดย้อม_บางชนะ_สุราษฎร์ธานี_บัว_น้ำข้าว-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03_ผ้ามัดย้อม_บางชนะ_สุราษฎร์ธานี_บัว_น้ำข้าว-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03_ผ้ามัดย้อม_บางชนะ_สุราษฎร์ธานี_บัว_น้ำข้าว-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) บัว, น้ำข้าว</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“พวกเขาก็ส่งเสริมมาตั้งแต่เล็กจนโตค่ะ แต่เขาก็ไม่คิดว่าโตมายังจะอยู่ด้วยกัน เขาบอกว่าไม่รู้ชาติก่อนไปทำอะไรมาถึงกลับมาเจอกันอีก (หัวเราะ)” น้ำข้าวเล่า</p>



<p>ในพื้นที่หน่วยการเรียนรู้แห่งนี้ นอกจากน้ำข้าว ยังมี ‘บัว’ เพื่อนสนิทรุ่นราวคราวเดียวกันกับน้ำข้าว ที่เรียนจบแค่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เข้ามาเรียนรู้ผ้ามัดย้อม ผ่านการชวนของน้ำข้าว</p>



<p>“น้ำข้าวเขาพาไปทำผ้ามัดย้อมที่โรงเรียนวัดประสิทธาราม ตอนนั้นหนูไม่เคยย้อมผ้า ก็ไปลอง แล้วทีหลังก็มาทำผ้ามัดย้อมกับครูจิบ ครูจิบเขาก็ให้ย้อมเอง มัดเอง ทำเองทุกอย่าง” บัวเล่า</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="891" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04_ผ้ามัดย้อม_บางชนะ_สุราษฎร์ธานี.jpg" alt="" class="wp-image-101907" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04_ผ้ามัดย้อม_บางชนะ_สุราษฎร์ธานี.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04_ผ้ามัดย้อม_บางชนะ_สุราษฎร์ธานี-300x223.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04_ผ้ามัดย้อม_บางชนะ_สุราษฎร์ธานี-768x570.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(ภาพขวา) ลูกจาก</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ผ้ามัดย้อมเป็นภูมิปัญญาที่มีในท้องถิ่นอยู่แล้ว แต่ผ้ามัดย้อมของน้ำข้าว และบัว ที่เกิดขึ้นภายใต้การร่วมมือของ ‘กลุ่มยุวชนสร้างสรรค์’ มีความพิเศษคือสีจาก ‘ลูกจาก’</p>



<p>ซึ่งจุดเริ่มต้นของผ้ามัดย้อมจากลูกจาก เป็นเรื่องบังเอิญที่ไม่ได้มาจากความตั้งใจ เพราะน้ำข้าวบอกว่า เธอได้ลองเอายางลูกจากมาทำสีมัดย้อม เนื่องจาก‘ครูวุ้น-จิราภรณ์ สุดสิน’ กลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ ที่ปัจจุบันเป็นครูแผนกวิจิตรศิลป์วิทยาลัยอาชีวศึกษาพระนครศรีอยุธยาถูกเตือนให้ระวังยางเลอะเสื้อจากการสับลูกจาก</p>



<p>“ตอนนั้นครูพี่วุ้นถูกเตือนให้ระวังยางลูกจากติดเสื้อ ทางกลุ่มครูอาสาเขาก็เลยคิดไอเดียขึ้นมาว่า ถ้าเราเอาลูกจากที่มียางมาย้อมผ้าแล้วมันมีสี มันจะสามารถส่งเสริมเด็กต่อได้นะ”</p>



<p><strong>ไอเดียนี้ไม่ได้สำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกที่ลงมือทำ เพราะสียางลูกจากเป็นสีที่จาง ไม่ชัด ตอนที่ย้อมครั้งแรกสีก็ไม่ติดกับผ้า น้ำข้าวและเพื่อนๆ ที่ลองฝึกทำผ้ามัดย้อมด้วยกันภายใต้คำแนะนำของครูวุ้นและครูจิบจึงใช้เวลากว่า 2 ปีในการทดลอง คิดค้นเทคนิค ปรับปรุงสีให้ชัดขึ้น</strong></p>



<p>ซึ่งเรื่องราวของผ้าผืนแรกที่สำเร็จยังอยู่ในความทรงจำของน้ำข้าว</p>



<p>“ผืนแรกเป็นผ้าผืนเล็กๆ ที่ฝึกกับครูพี่วุ้น นั่งทำกันตรงศาลาริมคลองที่โรงเรียนวัดประสิทธิธาราม เขาแจกผ้าคนละผืนสองผืน ให้ลองทำ ได้ไม่ได้ก็ลองทำดู ทำไปทำมาก็ได้ลายชิงดวงกับพระจันทร์ทรงกลด” น้ำข้าวเล่า</p>



<p>ลายชิงดวง คือ ลายที่ใช้ฝาขวดน้ำมาเป็นอุปกรณ์เสริมในการมัด ทำให้ได้ลวดลายวงกลมหลายๆ วง ส่วนลายพระจันทร์ทรงกลด คือ ลวดลายที่มีแสงรอบๆ วงกลม กระจายออกไปข้างๆ คล้ายพระจันทร์ทรงกลด ซึ่งทั้ง 2 ลาย แม้จะเป็นลายพื้นฐานสำหรับการทำผ้ามัดย้อม แต่ต้องใช้ความพยายามและความอดทนในการฝึกฝน ถึงจะทำให้ได้ลวดลายที่ต้องการ</p>



<p>กว่าจะรู้ว่าต้องใช้อะไรผสมถึงจะได้สีอื่น กว่าจะรู้ว่าแต่ละลายต้องมัดยังไง น้ำข้าวกับบัวก็ผ่านการลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง ตามประสาคนที่เริ่มทุกอย่างจาก 0 โดยต่อยอดมาจากความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการทำผ้ามัดย้อมที่ครูวุ้นสอน</p>



<p>“ตอนนั้นที่เริ่มทำก็ทำไม่เป็นหรอก ทำๆ ไป มัดมั่วๆ มันก็ออกมาเป็นลายก้อนเมฆ เราเลยลองใช้ลูกแก้วมาทำเป็นลายจุดๆ ” บัวอธิบาย</p>



<p>ขั้นตอนการทำผ้ามัดย้อมที่เด็กๆ ฝึก เริ่มจากการวางแผนก่อนว่าจะทำลายอะไร และใช้หนังยางมัดให้เป็นลายที่คิดไว้ หลังจากนั้นเอาไปแช่ในหม้อต้มสีที่เตรียมไว้ พอครบเวลาก็เอาผ้าไปล้างน้ำก่อนจะนำไปตากผึ่งลมให้แห้ง</p>



<p>“มัดหนังยางจนปวดมือไปหมดเลยค่ะ” น้ำข้าวบอกว่าการมัดผ้าก่อนย้อมเป็นขั้นตอนที่ไม่ยาก แต่ถ้าไม่ได้ฝึกฝนก็อาจจะไม่ได้ลายที่ต้องการ เหมือนที่น้ำข้าวมักจะมือบวมบ่อยๆ เพราะมัดหนังยางเพื่อสร้างลายบนผ้ามัดย้อม</p>



<p>หลังจากลองทำไปเรื่อยๆ จนชำนาญมากขึ้น น้ำข้าวก็ถามครูจิบว่า “ไม่คิดจะทำสีอื่นบ้างเลยเหรอ” ครูจิบจึงให้น้ำข้าวกับบัวลองใช้ของอย่างอื่นนอกเหนือจากลูกจากมาย้อมสี ไม่ว่าจะเป็น สีเหลืองจากดาวเรือง สีเขียวจากใบหูกวาง สีแดงจากเปลือกฝาง และลองใช้มอร์แดนท์ (Mordant) มาช่วยปรับเฉดของสี เช่น สีแดงจากฝางไปจุ่มน้ำปูนจะได้สีชมพู แต่ถ้าไปจุ่มสารส้มจะได้สีม่วงบานเย็น ซึ่งทั้งหมดนี้มาจากการค้นคว้าและทดลองด้วยตัวเอง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-30.jpeg" alt="" class="wp-image-101908" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-30.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-30-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-30-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-30-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-30-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption"> (จากซ้าย) ธัญนันท์ พรหมบัลลังก์, สายสุนีย์ ประทุมทอง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>พอทำสีได้หลากหลายมากขึ้น รู้จักเทคนิคในการสร้างลายในแบบต่างๆ ผลงานของน้ำข้าว บัว และเพื่อนๆ จึงได้ออกไปเฉิดฉายในงานต่างๆ และหลายงานก็มาจากการสนับสนุนของ ‘สโมสรโรตารีศรีตาปี’ ที่ครูจิบไปติดต่อประสานงานด้วย เนื่องจากสโมสรโรตารีศรีตาปีเองก็อยากช่วยส่งเสริมอนาคตของเด็กไปพร้อมๆ กับร่วมพัฒนาชุมชนผ่านทุนทรัพย์ เช่น การนำผ้ามัดย้อมจากเด็กๆ ไปใช้เป็นองค์ประกอบของชุดในประเพณีชักพระประจำปีของจังหวัด พอมีคนสนใจก็ส่งต่อช่องทางการติดต่อของครูจิบให้ และการจัดคณะทัวร์การเรียนรู้ พาชาวต่างชาติมาลองทำผ้ามัดย้อมที่ห้องเรียนโรงเรียนวัดประสิทธิธาราม</p>



<p>“ชุมชนแข็งแรงอยู่แล้ว เรามาเป็นส่วนหนึ่งที่มาช่วยเสริมเขาในสิ่งที่เขาไม่มี เขาไม่มีที่ซักล้าง ไม่มีเตาสำหรับย้อม เราก็ไปหาทุน ไปหาอุปกรณ์มาให้ จัดห้องโชว์รูมไว้ให้โชว์ผลงาน ความคาดหวังเราตอนนั้นแค่หวังชุมชนจะมีรายได้ไปจ้างครูมาสอนเด็กๆ ที่โรงเรียนยุบไปแล้ว” สายสุนีย์กล่าว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-31-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-101909" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-31-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-31-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-31-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-31-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-31.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">ครูจิบ-ขจรศรี โฮ้เต้กิ้ม</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>การที่คนภายนอกเห็นผลงานมากขึ้น จึงทำให้เกิดการสร้างรายได้จากการรับออเดอร์ผลิตผ้ามัดย้อมเป็นลำดับถัดมา ทำให้จากเดิมที่มีการทำผ้ามัดย้อมจากสีลูกจากเป็นเพียงการฝึกทักษะจากของรอบตัว ทำแล้วก็ชื่นชมกันอยู่ในพื้นที่ ก็เปลี่ยนเป็นทักษะในการสร้างงานที่มีมูลค่าขึ้นมาได้</p>



<p>“มีร้านโทรมาทางครูจิบ ครูจิบเลยบอกหนูกับบัวว่าให้ทำผ้ามัดย้อม 30 ผืน แต่ตอนนั้นไม่ได้บอกว่าเป็นออเดอร์จากข้างนอก บอกแค่ครูมีงานให้ทำนะ เราก็ทำๆ กันไป มันก็ออกมาดีเลย” น้ำข้าวเล่าไปยิ้มไป</p>



<p>หลังออเดอร์นี้ถูกส่งถึงมือลูกค้า ลูกค้าก็กลับมาสั่งผ้ามัดย้อมผ่านทางครูจิบเป็นระยะๆ น้ำข้าวกับบัวจึงมีรายได้ทางนี้เข้ามา บางครั้งก็ได้ประมาณ 500-600 บาทต่อสัปดาห์ และก็มีบางครั้งที่ได้ถึง 3,000 บาท สลับกับงานอื่นๆ ที่ตัวเองทำ เช่น งานรับจ้างทั่วไป&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="766" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-32-766x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-101910" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-32-766x1024.jpeg 766w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-32-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-32-768x1027.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-32-1148x1536.jpeg 1148w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-32.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 766px) 100vw, 766px" /></figure></div>


<p></p>



<p>พอถามว่าอะไรยากที่สุดในการทำผ้ามัดย้อม น้ำข้าวกับบัวตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘สี’ โดยบัวให้เหตุผลว่า ถ้าทำแต่สีเดิมๆ ลูกค้าจะเบื่อ ส่วนน้ำข้าวบอกว่า สีเป็นสิ่งที่คุมยาก แค่เปลี่ยนชนิดผ้า ก็สามารถทำให้สูตรสีที่เราคิดมาใช้ไม่ได้</p>



<p>“บางทีคาดหวังนะ อยากได้สีเขียว ก็ย้อมเป็นสีเหลืองไปก่อน แล้วไปจุ่มมอร์แดนท์ แต่สีเขียวมันไม่ติด ย้อมซ้ำๆ มันก็กลายเป็นสีที่ดูสกปรก แต่ก็แก้นะ จนออกมาเป็นสีน้ำตาล เพราะเสียดายผ้า รอยมัดรอบแรกยังอยู่อยู่เลย” น้ำข้าวเล่าพร้อมชี้ไปยังผ้าสีน้ำตาลต้นเรื่อง</p>



<p>แม้การแก้งานจะเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ไม่ว่ากับใครก็ตาม แต่มันก็ต้องมีการแก้งานที่ทำให้เรารู้สึกว่าไม่อยากจะแก้ต่อไปแล้ว เพราะแก้เท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้นสักที เหตุการณ์แบบนี้เองก็เกิดขึ้นกับน้ำข้าวเช่นกัน</p>



<p>น้ำข้าวบอกว่า เคยเจอโจทย์ยากที่ทำให้รู้สึกไม่อยากทำผ้าผืนนั้นแล้ว แต่ก็อาศัยความอดทนร่วมกับครูจิบ และ ‘ฮึบ’ ขึ้นได้จนสำเร็จ จากการนึกถึง ‘เอี้ยง-ภัสรา รู้พันธุ์’ 1 ในแกนนำสำคัญของกลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ ที่ทำกิจกรรมด้านการพัฒนาเด็ก เยาวชน และชุมชน สืบสานภูมิปัญญาด้วยกระบวนการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นมาตั้งแต่สมัยยังเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา และเป็นผู้บุกเบิกการฝึกฝนทักษะผ้ามัดย้อม</p>



<p>“คำพูดของพี่เอี้ยงผุดขึ้นมาในหัว พี่เอี้ยงเคยสอนว่า “ถ้าไม่เข้มแข็งก็อยู่ไม่ได้หรอกบนโลกนี้” แล้วแกก็เคยบอกว่า “สู้นะน้อง ทำไป ไม่มีงานอะไรที่ง่ายสบายหรอก” เราก็อดทนทำๆ จนชำนาญทุกลาย ทุกสี ตอนนี้ก็เก่งหมดแล้ว เหลือแค่เรื่องเนื้อผ้านี่แหละ” น้ำข้าวอธิบาย</p>



<p>หลังจากนั้นเป็นต้นมา หากเจอโจทย์ผ้าที่ยาก นอกจากฮึบขึ้นมาแล้ว น้ำข้าวก็พยายามผ่อนคลายตัวเอง เช่น ที่ผ่านมามีลูกค้าต้องการผ้า 100 ผืนใน 1 อาทิตย์ น้ำข้าวก็แก้เครียดด้วยการกินขนมที่บ้านครูจิบจนหมด ก่อนจะลุกไปทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-33.jpeg" alt="" class="wp-image-101911" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-33.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-33-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-33-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-33-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-33-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">น้ำข้าว</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>หากให้ย้อนไปสมัยยังเรียนอยู่ในโรงเรียน วิชาโปรดของเด็กหญิงน้ำข้าวคือ วิชาศิลปะ จึงไม่น่าแปลกใจที่น้ำข้าวจะชอบการทำผ้ามัดย้อม จนกลายเป็นว่าเมื่อไหร่ที่มีเวลาว่าง น้ำข้าวก็จะใช้เวลาตรงนั้นในการวาดรูป ออกแบบลวดลาย รวมไปถึงสีในการทำผ้ามัดย้อมชิ้นต่อไป หรือบางครั้งต่อให้ไม่มีออเดอร์เข้ามา เธอก็จะลุกไปย้อมผ้าอยู่ดี</p>



<p>ซึ่งถ้าไม่มีห้องเรียนผ้ามัดย้อม ไม่มีการสนับสนุนจากภายนอก ไม่มีออเดอร์เข้ามา การวาดภาพก็จะเป็นแค่งานอดิเรกจากความชอบ แต่ตอนนี้น้ำข้าวมีผ้ามัดย้อมเป็นทั้งทักษะ รายได้ และ ‘ความสุข’</p>



<p>“ผ้ามัดย้อมคือความสุขนะ เพราะว่าเรานั่งทำคนเดียว เงียบๆ ไม่มีเสียงรบกวน ไม่มีใครมาเกะกะ เราได้มีความสุขของเรา”</p>



<p>นอกจากความสุขแล้ว น้ำข้าวยังเสริมอีกว่า ผ้ามัดย้อมทำให้เธอมีทักษะหลายอย่าง มีคะแนนสำหรับการเรียน กศน. และทำให้เธอกำลังจะได้วุฒิ ม.3</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-34.jpeg" alt="" class="wp-image-101912" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-34.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-34-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-34-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-34-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-34-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">บัว</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ส่วนบัวเอง ก็มีผ้ามัดย้อมเป็นงานที่น่าตื่นเต้นและสนุก เพราะบางครั้งไม่ได้ตั้งใจมัดก็ออกมาสวย แต่บางครั้งที่ตั้งใจมากๆ ก็ออกมาไม่ดี&nbsp;</p>



<p>“เรามัดมั่ว แต่พอเราย้อมสีเสร็จ เปิดแล้วสวย ก็ตื่นเต้นดีใจว่า อุ๊ย วันนี้ทำได้ดี หนูสามารถมั่วแล้วก็ออกมาลายสวยมาก ลายที่เราไม่คาดหวังจะออกมาดีมาก แต่ลายอะไรที่เราคาดหวังจะแย่ทุกลาย แต่มันคือศิลปะ ไม่มีผิด ไม่มีถูกค่ะ”</p>



<p>ทักษะผ้ามัดย้อม ทำให้บัวได้ออกนอกพื้นที่ ไปเป็นวิทยากรให้กับคนอื่นๆ แต่พอบัวรู้ว่าตัวเองท้อง บัวก็เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ เพราะกลัวว่าจะไม่ได้ทำผ้ามัดย้อมอีก</p>



<p>“หนูกลัวเขาไม่ให้ทำงาน เลยไม่ได้บอก เราอยากไปทำ เราอยากไปให้ความรู้กับน้องๆ ตามที่ต่างๆ อยากไปร่วมทำกิจกรรมกับคนอื่นๆ เวลาไปไทดำเนี่ย ก็อยากไปที่สุดนะ สนุก” บัวเสริม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="765" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-35-765x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-101913" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-35-765x1024.jpeg 765w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-35-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-35-768x1028.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-35-1147x1536.jpeg 1147w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-35.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 765px) 100vw, 765px" /><figcaption class="wp-element-caption">การทำผ้ามัดย้อม</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ถ้าผ้ามัดย้อมมันไปต่อไม่ได้ หนูก็อยากไปทำงานเซเว่น”</p>



<p>สำหรับน้ำข้าว ทักษะการทำผ้ามัดย้อมสามารถนำไปต่อยอดได้อีกหลายอย่าง อย่างในตอนนี้น้ำข้าวก็กำลังจะต่อเติมพื้นที่ข้างบ้านเพื่อเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ผ้ามัดย้อม</p>



<p>“ตอนนี้กำลังจะทำศูนย์การเรียนรู้มัดย้อมข้างบ้าน ให้ครูจิบช่วยส่งของส่งอะไรมาให้ ลองทำไปก่อน ถ้ารอดก็ทำต่อ ถ้าไปไม่รอดก็จะไปทำงานเซเว่น”</p>



<p>แต่การทำผ้ามัดย้อมมีความไม่แน่ไม่นอนสูง ขึ้นอยู่กับความสนใจของคน น้ำข้าวจึงวางแผนว่า หลังจากได้วุฒิ ม.3 จากการเรียน กศน. ในเทอมนี้ เธอจะเรียนต่อให้ได้วุฒิ ม.6 เพราะอาชีพทั้งในพื้นที่ชานเมืองและในเมืองเดี๋ยวนี้รับวุฒิขั้นต่ำอยู่ที่ ม. 3</p>



<p>หากเป็นอาชีพที่ไม่ใช้วุฒิในพื้นที่ จะมีเพียงไม่กี่อาชีพเท่านั้น เช่น การทำประมง การทำสวนทำไร่ และการรับจ้างทั่วไป แต่อาชีพเหล่านี้ก็ไม่มีความแน่นอนด้านรายได้ การมีวุฒิเพื่อเข้าไปหางานในเมืองจึงดูมั่นคงกว่า</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-36.jpeg" alt="" class="wp-image-101914" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-36.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-36-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-36-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-36-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-36-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>“หนูก็มีความคิดนะว่าจะไปทำงานปั๊ม ทำงานเซเว่น ถ้าเกิดมัดย้อมมันไม่รอด แล้วเขาต้องการวุฒิ ม.3 เทอมนี้ก็เลยจะเร่งให้ได้วุฒิค่ะ ถ้าได้วุฒิ ม.3 ก็ไม่คาดหวังอะไรกับวุฒิ ม.6 แล้ว เพราะเขาบอกว่าไม่ว่าทำงานอะไร ม.3 ก็พอ ส่วน ป.6 เขาไม่ใช้แล้ว”</p>



<p>ส่วนในมุมของบัว แม้จะหยุดเรียน กศน. มาพักหนึ่งเพราะต้องดูแลลูก แต่บัวก็ยังอยากมีวุฒิ ตอนนี้บัวจึงตัดสินใจว่าจะเรียนโรงเรียนมือถือตามคำแนะนำของครูจิบ เพราะถ้าได้ไปทำงานที่เซเว่นก็จะช่วยบรรเทาภาระที่ตัวเองต้องรับผิดชอบได้</p>



<p>“คิดว่าถ้าเรียนจบก็จะทำงานเพราะว่าเรามีภาระ มีเรื่องที่จะต้องรับผิดชอบ ทำงานเซเว่นก็ยังดี แต่เมื่อก่อนหนูไม่ได้ทำงานหรอก ไปกับครูจิบบ้าง ออกทะเลกับแฟน ออกรอบวางอวนอะไรแบบนี้ค่ะ แต่ออกทะเลยากกว่าทำมัดย้อมนะ หนูว่ายน้ำไม่เป็น” บัวขำ</p>



<p>หากเป็นก่อนหน้านี้บัวและน้ำข้าวอาจจินตนาการไม่ออกว่า จะเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยได้อย่างไร เพราะแค่เรียนในระบบอย่างเดียวก็ไม่อยากเรียนแล้ว แต่จากกระบวนการออกแบบการเรียนรู้ของทีมพี่เลี้ยงยุวชนสร้างสรรค์ น้ำข้าวและบัวจึงมีโอกาสในการเรียนรู้ มีโอกาสในการที่จะได้วุฒิ โดยที่ไม่ขาดรายได้ และถ้าวันไหนที่การทำมัดย้อมไปไม่รอดอย่างที่น้ำข้าวบอก อย่างน้อยพวกเขาก็จะมีวุฒิในการเลือกประกอบอาชีพใหม่ในอนาคต</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>เรื่อง : ธันยพร เกษรสิทธิ์ <br>ภาพถ่าย : อธิคม แสงไชย<br>ภาพประกอบ : บัว คำดี</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-120526/">นับหนึ่งที่ ‘จาก’ : บันทึกการเรียนรู้จากผ้ามัดย้อมของเด็ก ‘ในบาง’ โจทย์ยากที่ทำให้เด็กอดทน ฮึดสู้ อยู่และทำกินได้ในชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิชาปากท้อง วิชาชีพ วิชาความเป็นมนุษย์ : นิเวศการเรียนรู้ฉบับไททรงดำ แห่งพุนพิน สุราษฎร์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-070526/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 May 2026 04:08:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มยุวชนสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ. กับโอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สุราษฎร์ธานี]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101810</guid>

					<description><![CDATA[<p>มีเด็กกลุ่มหนึ่งในพื้นที่รอยต่ออำเภอพุนพินและตำบลทัพทวี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-070526/">วิชาปากท้อง วิชาชีพ วิชาความเป็นมนุษย์ : นิเวศการเรียนรู้ฉบับไททรงดำ แห่งพุนพิน สุราษฎร์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มีเด็กกลุ่มหนึ่งในพื้นที่รอยต่ออำเภอพุนพินและตำบลทัพทวี จังหวัดสุราษฎร์ธานี รู้สึกว่าตัวเองเป็น ‘คนแปลกหน้า’ ในระบบการศึกษา การเรียน 7-8 คาบต่อวันที่เต็มไปด้วยการเรียนรู้ทางทฤษฎี กลายเป็นกำแพงสูงชันที่ทำให้พวกเขาเลือกหันหลังให้โรงเรียน แล้วก้าวเข้าสู่โลกของ ‘เด็กนอกระบบ’ ทำงานรับจ้างตัดปาล์ม ทำสวนกรีดยาง ถูกตีตราในฐานะ ‘เด็กไม่ดี’ แทนที่การได้รับวุฒิการศึกษา และผลักดันตัวเองเข้าสู่ตลาดงานอื่นๆ ในอนาคตแบบที่เด็กส่วนใหญ่ทำ</p>



<p>ที่ชุมชนดอนมะลิ ในอำเภอพุนพิน ก็มองเห็นปัญหานั้น และเลือกให้ความสำคัญเรื่องการเรียนรู้ของเด็กนอกระบบผ่านสายใยของชุมชนชาติพันธุ์ไททรงดำ และการทำงานของกลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ ในฐานะหน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education : ABE) โดยการสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>



<p>จากวลีที่กล่าวว่า ‘เลี้ยงเด็กหนึ่งคนต้องใช้คนทั้งหมู่บ้าน’ แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป หน้าตาหมู่บ้านจะไม่เหมือนเดิมแต่ที่ชุมชนดอนมะลิลูกหลานไททรงดำ กลุ่มชาติพันธ์ุที่ยังคงดำรงอยู่ในพื้นที่ พยายามประคับประคอง ‘เด็กหลุดระบบ’ ในหมู่บ้านตัวเอง และพื้นที่รอบๆ ผ่าน การใช้ ‘ต้นทุนทางวัฒนธรรมและชุมชนเป็นฐาน’ เพื่อสร้างนิเวศการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและโอบรับเด็กทุกคน</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ช่องว่างที่กว้างกว่ารั้วโรงเรียน</strong></h3>



<p>“เด็กกลุ่มนี้เขาไม่ไหวกับระบบที่ต้องเรียนวันละ 7-8 คาบ มันแน่นเกินไป เขาชอบการเรียนแบบ Action หรือปฏิบัติการมากกว่าทฤษฎี”&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-12-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-101811" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-12-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-12-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-12-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-12.jpeg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ครูอู๊ด’ นิวัตร์ โฮ้เต้กิ้ม</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ครูอู๊ด-นิวัตร์ โฮ้เต้กิ้ม แกนนำกลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ อดีตครูวิชาแนะแนว และเป็นผู้คลุกคลีกับเด็กเยาวชนนอกระบบมาอย่างยาวนาน เล่าถึงช่องว่างที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างห้องเรียนในระบบกับเด็กเยาวชนในพื้นที่ตำบลทัพทวี และอำเภอพุนพิน สุราษฎร์ธานี ที่นับเป็นกลุ่มเด็กชายขอบเมือง&nbsp;</p>



<p>สาเหตุของการหลุดออกจากระบบมีความซับซ้อน ตั้งแต่ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ความเปราะบางของครอบครัว ไปจนถึงความรู้สึกแปลกแยกจากหลักสูตรแกนกลางที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตความเป็นจริง และความรู้สึกว่าสิ่งที่เรียนกินไม่ได้&nbsp;</p>



<p>“เราพบว่าเด็กบางคนต้องออกจากโรงเรียนมาตัดปาล์ม มาช่วยงานโรงงาน เพราะชีวิตมันรอไม่ได้ แต่พอกลับไปเรียนในระบบ เขาก็ตามเพื่อนไม่ทัน กลายเป็นปมด้อยที่ทำให้เขาถอยห่างออกมาเรื่อยๆ” ครูอู๊ดอธิบายเสริมถึงวงจรที่ทำให้เด็กกลายเป็นคนชายขอบของการศึกษา</p>



<p>เมื่อโรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย กลุ่มยุวชนสร้างสรรค์จึงพยายามเปลี่ยนนิเวศการเรียนรู้ใหม่ โดยแปลงทุนทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็งของไททรงดำเป็นรากที่แข็งแรงพอจะยึดเหนี่ยวเด็กๆ ไว้</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อทุนวัฒนธรรม คือลมหายใจและอาวุธของชาวไททรงดำ ดอนมะลิ</strong></h3>



<p>ที่วัดดอนมะลิ มักจะมีเสียงแคนและจังหวะการย่ำเท้าในท่วงท่ารำไททรงดำ ออกมาจาก ‘ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทดำวัดดอนมะลิ’ ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางของการศึกษาภูมิปัญญาไททรงดำในพื้นที่พุนพินแห่งนี้&nbsp;</p>



<p>เดิมทีกลุ่มชาติพันธ์ุไททรงดำ หรือลาวโข่งมีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ที่สิบสองจุไทย หรือเดียนเบียนฟูในเวียดนามปัจจุบัน แต่ก็มีการเข้ามาตั้งรกรากในประเทศไทย ในภาคกลางหลักๆ จะอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี และในภูมิภาคอื่นๆ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-13-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-101812" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-13-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-13-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-13-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-13.jpeg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p></p>



<p>สำหรับกลุ่มไททรงดำในสุราษฎร์ธานีนั้น เกิดจากการขยับขยายที่ทำกินของชาวไททรงดำจากเพชรบุรีและราชบุรีในช่วงหลายสิบปีก่อน โดยอพยพลงมาทางใต้เพื่อแสวงหาพื้นที่อุดมสมบูรณ์ในการทำเกษตร จนมาตั้งถิ่นฐานกระจายตัวอยู่สองฝั่งแม่น้ำตาปีในที่สุด&nbsp;</p>



<p>ในเขตพุนพินและทัพทวี ชาวไททรงดำรวมตัวกันเป็นกลุ่มที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะในพื้นที่ หมู่ 1 และหมู่ 4 ตำบลทัพทวี และ ชุมชนดอนมะลิ ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนปาล์มน้ำมันและสวนยางในปัจจุบัน</p>



<p>วัดดอนมะลิ คือสถานที่ตั้งศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทดำ &nbsp;เป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ไทดำให้ได้ศึกษาเรียนรู้สำหรับผู้ที่สนใจ ซึ่งจะล้อมรอบไปด้วยบรรยากาศร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-14.jpeg" alt="" class="wp-image-101813" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-14.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-14-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-14-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-14-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-14-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>“ถ้าเหตุการณ์ไม่บังคับเรื่องที่ดินนะ เราก็รำไม่เป็น เพราะมันรำยากมาก ดูเหมือนง่ายแต่ไม่ง่าย แต่มันต้องใช้เพื่อยืนยันว่าเราอยู่ที่นี่มานาน”</p>



<p>ประโยคของยายเรียม-รัชนี ม่านสอาด ครูภูมิปัญญาไททรงดำ อายุกว่า 80 ปี กล่าวถึงภูมิปัญญาด้านการฟ้อนรำ ที่ยายเรียมอยากส่งต่อให้คนรุ่นหลัง&nbsp;</p>



<p>ในพื้นที่ตำบลทัพทวี ตอนนี้ชุมชนไททรงดำกำลังเผชิญปัญหาการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) ทับที่ดินทำกินของชาวบ้านกลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้คนในชุมชนต้องลุกขึ้นมาสำรวจภูมิปัญญาของตัวเองอย่างจริงจัง</p>



<p>อ้น-จันทรัตน์ รู้พันธ์ แกนนำชาวไททรงดำและสมาชิกกลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ อธิบายว่าข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ของชาวบ้านไททรงดำ มีภูมิปัญญาและทุนทางวัฒนธรรมกว่า 200 ปีของชุมชนนี้เป็นจุดคานงัด และเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ด้านกฎหมาย</p>



<p>“การสู้เรื่องที่ดินไม่ใช่แค่เรื่องโฉนด แต่มันคือการรักษาพื้นที่วัฒนธรรมและแหล่งรายได้เดียวของเรา ถ้าไม่มีที่ดิน วิถีชีวิตไททรงดำก็อยู่ไม่ได้” อ้นเล่า&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-15.jpeg" alt="" class="wp-image-101814" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-15.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-15-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-15-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-15-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-15-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ก้อย-อิสรีย์ พรายงาม ทีมพี่เลี้ยงยุวชนสร้างสรรค์และแกนนำไททรงดำ กล่าวว่าสิทธิที่ดินทำกินกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สั่นคลอนความมั่นคงของชีวิตคนไททรงดำที่นี่ เลยกลายเป็นตัวกระตุ้นให้คนในชุมชนไททรงดำที่ลืมเลือนท่าฟ้อนรำ อาหาร และภาษากลับมาให้ความสำคัญอีกครั้ง จนเกิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทดำวัดดอนมะลิ ที่ทุกคนสามารถเข้ามาเรียนรู้ภูมิปัญญาของไททรงดำได้&nbsp;</p>



<p>“ที่นี่ไม่ใช่แค่เด็กๆ หรือคนที่ต้องการศึกษามาเท่านั้น แต่ลูกหลานของไททรงดำที่ลืมวัฒนธรรมเราไปแล้วก็ได้กลับมาฟื้นสิ่งนั้นกลับคืน และอาจจะส่งต่อไปสู่ลูกหลานในอนาคตไม่ให้ความเป็นไทดำหายไป”</p>



<p>วัฒนธรรมไททรงดำจึงกลายเป็นอาวุธทางปัญญา ที่ใช้พิสูจน์กับภาครัฐว่าชุมชนไททรงดำตั้งถิ่นฐานที่พื้นที่แห่งนี้ และสืบทอดภูมิปัญญาต่อเนื่องกันมาหลายชั่วอายุคน ก่อนที่จะมีการขีดเส้นแบ่งในแผนที่ทางราชการเสียอีก</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทุนชีวิต ที่มีรากมาจากทุนทางวัฒนธรรม</strong></h3>



<p>ทุนทางวัฒนธรรมของไททรงดำไม่ได้มีไว้เพื่อการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์เท่านั้น แต่ยังถูกแปรเปลี่ยนเป็น ‘ต้นทุนชีวิต’ ให้กับเยาวชนทั้งในและนอกระบบในพื้นที่ ผ่านการทำงานของกลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ หน่วยจัดการเรียนรู้เชิงพื้นที่ (ABE)</p>



<p>ก้อย ในฐานะทีมพี่เลี้ยงกลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ บอกว่ากระบวนการที่กลุ่มทำงานกับเด็กนอกระบบ ไม่ใช่การเดินไปบอกเด็กว่าต้องเรียนหนังสือ แต่เริ่มจากการปรับสายตาของคนในชุมชนเอง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-16-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-101817" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-16-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-16-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-16-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-16.jpeg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ก้อย’ อิสรีย์ พรายงาม</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>เมื่อผู้ใหญ่ในชุมชนเลิกตัดสินและเริ่มรับฟัง กระบวนการจัดการศึกษาจึงเปลี่ยนจากการยัดเยียดเป็น ‘การสร้างพื้นที่ปลอดภัย’ (Safe Zone) ที่อนุญาตให้เด็กๆ ได้ลองผิดลองถูก และค้นพบคุณค่าในตัวเองอีกครั้ง</p>



<p>“ไม่รอให้เด็กเดินมาหา แต่ครูชุมชนและพี่เลี้ยงจะลงพื้นที่ไปหาเด็กถึงบ้าน สวนปาล์ม หรือโรงงาน หิ้วขนมไปฝาก นั่งคุยเพื่อติดตามชีวิตและการเรียนรู้” ก้อยเล่า&nbsp;</p>



<p>ครูอู๊ด อธิบายเพิ่มว่าแม้ว่าเด็กในพื้นที่พุนพินจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องรายได้ แต่อย่างน้อยถ้าได้วุฒิการศึกษาจะสามารถต่อยอดได้อีกไกล&nbsp;</p>



<p>กลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ แบ่งประเภทเด็กออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มเด็กเยาวชนที่สามารถกลับเข้าสู่โรงเรียนได้ ทั้งโรงเรียนปกติและ<a href="https://www.eef.or.th/infographic-1school3formats-181224/">โรงเรียน 3 ระบบ</a> กลุ่มที่สองคือเด็กที่เข้าเรียนกับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ซึ่งเดิมคือ สำนักงาน กศน. และ โรงเรียนมือถือ และสามคือกลุ่มที่ยังไม่อยากเรียนต่อ จึงต้องเน้นการสร้างอาชีพ&nbsp;</p>



<p>“เราพยายามออกแบบตารางเรียนตามวิถีชีวิตจริง หากเด็กต้องทำงานรับจ้างตัดปาล์ม ก็สามารถเรียนในช่วงเวลาที่ว่างได้ อาจจะส่งให้ไปเรียนโรงเรียนมือถือ หรือถ้าใครพร้อมที่จะกลับเข้าเรียนแบบปกติ เราก็จะแนะนำโดยพี่เลี้ยงที่ช่วยเด็กวางเป้าหมายชีวิต”&nbsp;</p>



<p>ต้นทุนทางวัฒนธรรมไททรงดำ จึงกลายมาเป็นฐานการเรียนรู้เสริมเพิ่มเติมเข้าไปในส่งเสริมเด็กๆ ทั้ง 3 กลุ่ม&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-17.jpeg" alt="" class="wp-image-101818" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-17.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-17-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-17-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-17-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-17-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ครูอู๊ดอธิบายว่า การศึกษาบนฐานชุมชนถูกจัดขึ้นโดยเอาความเป็นจริงเป็นตัวตั้ง วิชาเป็นตัวประกอบ, ทั้งเรียนรู้รากเหง้าของตนเอง ชุมชน ธรรมชาติ วัฒนธรรม นิเวศ อาชีพ ความเชื่อ ประเพณี พิธีกรรม, รวมถึงเพิ่มชุดความรู้ยุคปัจจุบัน สมัยใหม่เข้าไปอย่างจากการฟัง พูด อ่าน เขียน การวิเคราะห์ ฝึกอบรม ร่วมกันทำกิจกรรมสร้างสรรค์ ลงมือทำ ทดลองฝึก สร้างอาชีพ&nbsp;</p>



<p>การเรียนรู้ภูมิปัญญาไททรงดำ ไม่ใช่แค่การอนุรักษ์ของเก่า แต่คือการนำมาปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตจริงผ่าน 3 ฐานความรู้หลัก ซึ่งเด็กๆ จะมาเรียนศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทดำวัดดอนมะลิ&nbsp;</p>



<p>ฐานอาหาร คือวิชาปากท้อง ฐานลายผ้าและหัตถกรรม คือวิชาชีพ และฐานประวัติศาสตร์และสิทธิ คือวิชาความเป็นมนุษย์ ทั้งหมดคือความรู้จากไททรงดำที่ครูภูมิปัญญาและทีมพี่เลี้ยงสอนแก่เด็กๆ&nbsp;</p>



<p>อ๊อด-สุเดช หมู่กอง ทีมหนุนเสริมหน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education : ABE) และเป็นคนไททรงดำในชุมชนดอนมะลิ เล่าว่าในฐานการเรียนรู้อาหารภูมิปัญญา เด็กๆ ได้หัดทำน้ำพริกปลาร้า ผักจุ๊บ และแจ่วต่างๆ&nbsp;</p>



<p>“ภูมิปัญญาที่เด็กชอบที่สุดคืออาหาร เพราะมันทำง่ายและได้ชิม พอเขาทำเป็น เขาก็รู้สึกว่าความเป็นไททรงดำมันอยู่ใกล้ตัวเขา”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-18.jpeg" alt="" class="wp-image-101819" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-18.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-18-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-18-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-18-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-18-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>นอกจากอาหาร ลายผ้าไททรงดำที่เคยอยู่แค่บนหมอนหรือเสื้อผ้า ก็ถูกนำมาตีโจทย์ใหม่ผ่านงานเย็บหน้าหมอนและหัตถกรรมที่สร้างรายได้จริงให้กับครอบครัว ทำให้เด็กเยาวชนมองเห็นว่า วัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องของคนแก่ที่น่าเบื่อ แต่เป็นต้นทุนที่ช่วยให้เขามีอาชีพและมีที่ยืนในบ้านเกิด</p>



<p>“อย่างการเย็บลายผ้าไททรงดำถูกยกระดับสู่การสร้างอาชีพ เด็กๆ ได้เรียนรู้การผลิตที่เชื่อมโยงกับตลาดสมัยใหม่” ก้อยกล่าว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-19.jpeg" alt="" class="wp-image-101820" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-19.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-19-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-19-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-19-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-19-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ในวงรำไททรงดำที่จัดขึ้นกลางศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทดำวัดดอนมะลิ &nbsp;ยายเรียม ครูภูมิปัญญาที่ถนัดเรื่องท่าฟ้อนรำที่สุดเล่าว่าเด็กรุ่นใหม่รำฟ้อนแคน ที่เป็นท่ารำในวัฒนธรรมไททรงดำไม่ค่อยได้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าารำไม่ได้แล้ว จะรำไม่ได้ตลอดไป</p>



<p>“มือแข็งก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็อ่อนเองแหละ มันต้องฝึก” ยายเรียมกล่าว</p>



<p>สำหรับที่ชุมชนดอนมะลิ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไททรงดำ กว่า 200 ปี ได้กลายเป็นอาวุธในการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในที่ดิน อีกด้านสิ่งนี้ได้แปลงเป็นเครื่องมือสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เด็กไม่หลุดหายไปจากชุมชน ซึ่งยายเรียมก็หวังว่าเด็กๆ จะเข้าใจ หวงแหน และได้ประโยชน์จากรากเหง้าของตัวเองในวันใดวันหนึ่ง</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-070526/">วิชาปากท้อง วิชาชีพ วิชาความเป็นมนุษย์ : นิเวศการเรียนรู้ฉบับไททรงดำ แห่งพุนพิน สุราษฎร์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
