<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กสศ.เล่างานวิจัย | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A8-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 03 Mar 2025 09:50:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>กสศ.เล่างานวิจัย | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แก้สูตรบริหารงบฯ เพิ่มการลงทุนไปยังตัวเด็ก ปรับหลักสูตรใหม่รองรับความหลากหลาย : ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-0802225/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Feb 2025 11:45:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ]]></category>
		<category><![CDATA[Equity Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เล่างานวิจัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=90753</guid>

					<description><![CDATA[<p>▪️ในฐานะที่เป็นภาครัฐ มองว่า “งบประมาณ” สำคัญอย่างมากกั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-0802225/">แก้สูตรบริหารงบฯ เพิ่มการลงทุนไปยังตัวเด็ก ปรับหลักสูตรใหม่รองรับความหลากหลาย : ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-size:14px"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/25aa.png" alt="▪" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />ในฐานะที่เป็นภาครัฐ มองว่า “งบประมาณ” สำคัญอย่างมากกับการแก้ปัญหาเชิงระบบเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา&nbsp; ที่ผ่านมางบประมาณส่วนใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการ กระจุกตัวอยู่ที่ด้านบุคลากรถึง 85% ในขณะที่ในด้านการพัฒนาเด็กนั้นมีเพียง 15% ส่งผลให้นโยบายต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้งบประมาณในการขับเคลื่อนไม่เพียงพอ เช่น เรียนฟรี ไม่ฟรีจริง</p>



<p style="font-size:14px"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/25aa.png" alt="▪" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />ในด้าน “คุณภาพการเรียนรู้” หลักสูตรแกนกลางมาตรฐานการศึกษาล้าสมัย&nbsp; สนใจเพียงว่า “ผู้เรียนจำอะไรได้” มากกว่า “ทำอะไรได้”&nbsp; ทำให้คุณภาพของผู้เรียนไม่สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;</p>



<p style="font-size:14px"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/25aa.png" alt="▪" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />ในเชิงระบบ ยังพบว่ามีเด็ก Dropout จำนวนมากยังขาดแรงจูงใจในการเข้าเรียนในระบบ เนื่องจากมองไม่เห็นว่าการศึกษาจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตได้อย่างไร</p>



<p style="font-size:14px">ทั้งหมดนี้ ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อค้นพบและทิศทางนโยบายสำคัญ ในเวทีวิชาการ Equity Forum 2025 ประเทศไทยกับการแก้ปัญหาเชิงระบบเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ดังนี้</p>



<p style="font-size:14px"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/25aa.png" alt="▪" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />[1] เพิ่มงบประมาณในส่วนพัฒนาผู้เรียน 15% ให้สูงขึ้น เพื่อพัฒนาคุณภาพในการจัดการศึกษา และหาแนวทางในการบริหารงบประมาณที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น นโยบาย “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา Anywhere Anytime” ที่ก่อให้เกิดภาระทางงบประมาณน้อยที่สุด กล่าวคือ ใช้งบประมาณน้อยแต่ได้ผลมาก</p>



<p style="font-size:14px"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/25aa.png" alt="▪" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />[2] ปรับหลักสูตรแบบยกเครื่อง (Major Change)&nbsp; เปลี่ยนจากหลักสูตรที่เน้นการท่องจำให้กลายเป็นหลักสูตรที่เน้นการทำได้ เช่น หลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency-based Curriculum) หรือแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เน้นกิจกรรม (Activity-based Learning) สำหรับเด็กประถมศึกษาที่หลอมรวมกลุ่มสาระวิชาเข้าด้วยกัน</p>



<p style="font-size:14px"><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/25aa.png" alt="▪" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />[3] ศึกษาข้อมูลเชิงคุณภาพของเด็ก Dropout เพื่อทำความเข้าใจถึงเหตุผล บริบทแวดล้อม หรือสภาพปัญหา เพิ่มเติมจากการค้นหาข้อมูลเชิงปริมาณ เพื่อนำผลที่ได้ไปออกแบบแนวทางการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับรายบุคคล</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-dots"/>



<p></p>



<p><strong>ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ </strong>เปิดมุมมองนโยบาย <strong>‘ทิศทางความเสมอภาคทางการศึกษาของประเทศไทย ปี 2568’</strong> ในงาน <strong>Equity Forum 2025 การสัมมนาทางวิชาการเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาประจำปี 2568 </strong>ในหัวข้อ <strong>ประเทศไทยกับการแก้ปัญหาเชิงระบบเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>ว่า ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในแต่ละพื้นที่ เป็นปัญหาที่เชื่อมโยงกับการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งต้องยอมรับว่าแม้กระทรวงศึกษาธิการจะเป็นกระทรวงที่ได้รับงบประมาณสูง แต่งบประมาณส่วนใหญ่จะถูกใช้ไปกับเรื่องของบุคลากรการศึกษา </p>



<p>“เด็กไทยมีความสามารถในการแข่งขันค่อนข้างสูง แต่ประเด็นที่ยังคงเป็นปัญหาอยู่ คือความเหลื่อมล้ำเรื่องคุณภาพของการจัดการศึกษาในแต่ละพื้นที่ยังทำได้ไม่เท่ากัน ทั้งยังมีงบประมาณจำกัด โดยนโยบายเรียนดีมีความสุข เราผลักดันด้วยความเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมที่ดี บรรยากาศในการเรียนรู้ที่ดี จะอำนวยให้ผลการเรียนดีด้วย จึงพยายามทำผ่านมาตรการหลายทาง เช่น จากผลสำรวจพบว่าเด็ก 90% อยากให้ปรับปรุงห้องน้ำโรงเรียน ก็มีการจัดสรรงบประมาณไปปรับปรุง แต่เมื่อทำแล้วก็กระทบกับงบประมาณปรับปรุงอาคารเรียน ทั้งนี้ในแต่ละปีกระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนมากที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราเหลืองบประมาณในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอยู่แค่ประมาณ 15% เท่านั้น ส่วนอีก 85% เป็นเงินที่จัดสรรไปใช้จ่ายเรื่องบุคลากร”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cb67da"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/02-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่า ด้วยงบประมาณที่จำกัด กระทรวงศึกษาธิการต้องบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยจะแบ่งการทำงานกับนักเรียน 2 กลุ่ม หนึ่งคือกลุ่มที่เรียนเพื่อความเป็นเลิศ และสองคือกลุ่มที่เรียนเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต</p>



<p>“ในกลุ่มที่เรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการพยายามสร้างแนวทางและช่องทางอัพสกิล ให้เด็กสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพ รวมถึงหาทางที่จะช่วยให้มีทางเลือกในการเรียนรู้ที่ตรงกับบริบทชีวิตมากขึ้น จึงมีนโยบายเช่นธนาคารหน่วยกิต หรือนำเทคโนโลยีมาช่วยเพื่อให้เรียนรู้ได้จากทุกที่ ซึ่งเป็นนโยบายที่มุ่งปรับการเรียนการสอนให้เป็น ‘Personalize’ หรือการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการแต่ละบุคคลมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>“ขณะเดียวกันยังมีคำถามเจาะจงไปที่ตัวหลักสูตรว่าดีพอหรือไม่ ซึ่งอาจอธิบายด้วยคำถามในทางกลับกัน ว่าทำไมถึงมีเด็กที่เรียนหลักสูตรเดียวกันนี้ และสามารถพาตัวเองก้าวไปสู่ความเป็นเลิศได้ ประเด็นนี้เราจำเป็นต้องมองไปที่รายละเอียด ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือเด็กหลังห้องเรียนไม่ทันเด็กหน้าห้อง ดังนั้นการพยายามนำเทคโนโลยีมาใช้จะช่วยให้การเรียนการสอนเป็นไปแบบ Personalize&nbsp; มากขึ้น และจะทำให้เด็กแต่ละคนมีโอกาสเข้าถึงระดับความรู้ตามความเหมาะสม รวมถึงช่วยส่งเสริมความสามารถในการรับรู้-เข้าใจได้มากขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-91bd7d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/01-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.สิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการกำลังพิจารณาปรับหลักสูตรแกนกลาง หลังจากที่ผ่านมาได้เดินหน้าปรับไปแล้วเป็นบางส่วน โดยปี 2568 นี้ อาจได้เห็นการปรับหลักสูตรสำหรับเด็กชั้นประถมที่จะไม่มีกลุ่มสาระวิชา แต่เน้นเรื่องผลลัพธ์การเรียนรู้เป็นตัวตั้ง เพื่อส่งเสริมการเรียนต่อตามความสนใจและความถนัดของเด็กแต่ละคน และเมื่อปรับหลักสูตรแล้ว ก็จำเป็นต้องปรับแนวทางการวัดประเมินผลที่สอดคล้องกับการวัดฐานสมรรถนะมากขึ้น คือเป็นการทดสอบที่มุ่งให้ความสำคัญกับการนำไปใช้มากกว่าท่องจำ&nbsp;</p>



<p>“ปีนี้กระทรวงศึกษาธิการจะนำเทคโนโลยีหลายอย่างมาใช้วิเคราะห์ข้อมูล และจะให้คำแนะนำรายโรงเรียนเพื่อให้โรงเรียนแต่ละแห่งสามารถพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้อย่างเหมาะสมกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ ส่วนเรื่องเด็กออกกลางคัน การทำงานที่ผ่านมาทำให้เราตระหนักว่าแม้จะค้นหาตัวเด็กเจอ แต่ต้องยอมรับว่าเหตุผลของการหลุดออกจากระบบการศึกษาของแต่ละคนนั้นแตกต่างหลากหลาย ซึ่งเราจะแก้ปัญหาโดยใช้สูตรสำเร็จไม่ได้ นอกจากนี้ต้องยอมรับว่า เด็กออกกลางคันส่วนใหญ่ไม่ได้อยากกลับเข้ามาเรียนในโรงเรียนปกติ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ปัญหาให้ตรงกับบริบท เช่นเราเจอเด็ก 3,000 คน ก็ไม่ได้หมายความว่าทั้ง 3,000 คนจะอยากกลับมาเรียนทั้งหมด เพราะเราจะพบว่าอาจมีเด็ก 2,000 คนที่ปฏิเสธการกลับเข้าเรียนในโรงเรียน ซึ่งเรื่องนี้ต้องพิจารณาในรายละเอียดว่าข้อแม้ของแต่ละคนคืออะไร และถ้าเด็กปฏิเสธการกลับเข้าเรียนในระบบ เราจะออกแบบการศึกษาเรียนรู้อย่างไรให้เหมาะสม เพื่อให้ทุกคนกลับสู่เส้นทางการเรียนรู้ได้”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-0802225/">แก้สูตรบริหารงบฯ เพิ่มการลงทุนไปยังตัวเด็ก ปรับหลักสูตรใหม่รองรับความหลากหลาย : ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การศึกษาเสมอภาค เพิ่มผลิตภาพ และการเติบโตทางเศรษฐกิจ พาไทยสู่ประเทศรายได้สูงได้อย่างไร : ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-070225/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Feb 2025 08:10:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[Equity Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เล่างานวิจัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=90674</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-070225/">การศึกษาเสมอภาค เพิ่มผลิตภาพ และการเติบโตทางเศรษฐกิจ พาไทยสู่ประเทศรายได้สูงได้อย่างไร : ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>เปิดสถานการณ์และข้อค้นพบที่ส่งผลต่อการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทยปี 2568 ในงาน ‘Equity Forum 2025 ประเทศไทยกับการแก้ปัญหาเชิงระบบ เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา’ โดยระบุว่าโจทย์การศึกษาของไทย กำลังเผชิญกับความท้าทายเชิงระบบที่ซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาด้านความเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ ที่ปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ จากอัตราประชากรเกิดใหม่ที่ลดลงทุกปี โดยข้อมูลระบุว่าปี 2567 มีจำนวนเด็กเกิดใหม่ในประเทศไทยเพียง 461,421 คน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปีที่มีจำนวนเด็กเกิดใหม่ไม่ถึง 5 แสนคนต่อปี หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 10% ของประชากรวัยแรงงาน ทั้งมีแนวโน้มว่าอัตราการเกิดจะยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป กำลังกลายเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่ต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากประชากรวัยแรงงานมากขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9f5e13"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกำลังบอกกับสังคมไทยว่า เราไม่สามารถปล่อยให้เด็กหลุดไปจากเส้นทางการศึกษาและการเรียนรู้ได้เลยแม้แต่คนเดียว เพราะอัตราการเกิดที่ลดลงทุกปีคือโจทย์สำคัญทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลให้ผลิตภาพโดยรวมหรือ Total Productivity ของกำลังแรงงานไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง ในทางกลับกันหากเด็กทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้ได้เต็มตามศักยภาพ ก็จะช่วยเพิ่มผลิตภาพของกำลังแรงงานที่มีอยู่อย่างจำกัด รวมถึงช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ</p>



<p>“คำถามสำคัญของการศึกษาไทยวันนี้ จึงเป็นเรื่องที่ว่าจะทำอย่างไรให้เด็กและเยาวชนไทยมีผลิตภาพหรือ Productivity เพิ่มสูงขึ้น เพื่อช่วยให้ประเทศไทยหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่ง ‘การศึกษาที่เสมอภาค’ จะเป็นกุญแจสำคัญของการแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันหาแนวทางในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะ เพื่อให้เด็กและเยาวชนทุกคนได้เรียนรู้เต็มศักยภาพ สามารถยกระดับรายได้ตลอดช่วงชีวิตการทำงาน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7b4e32"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า จากแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อรองรับอนาคต โดยทำให้การเติบโตของเด็กไทยสามารถเชื่อมโยงกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ&nbsp; ซึ่งความหวังในการจะก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง คือประเทศไทยต้องเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจให้สูงกว่า 5% ต่อปีหรือในระหว่างปี 2559-2579 ประชากรจะต้องมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงกว่า 38,000 บาทต่อเดือนเป็นอย่างน้อย ทั้งนี้เมื่อประมาณ 30 ปีก่อน ประเทศไทยเคยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงถึง 7.6% ต่อปี แต่ในระหว่างปี 2553-2562 เศรษฐกิจไทย เติบโตเฉลี่ยเพียง 3% เท่านั้น ยิ่งเมื่อต้องเจอกับสถานการณ์โควิด-19 การเติบโตในช่วงปี 2563-2567 ก็ลดลงมาเหลือเพียง 1.6% ดังนั้นหากประเทศไทยสามารถแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาโดยสามารถลดจำนวนเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์ ตามนโยบาย Thailand Zero Dropout ได้สำเร็จ คาดว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตเพิ่มขึ้นได้เกือบ 3% ในระยะยาว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-eab306"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-635974"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-08ef62"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-08fe65"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ถ้าเราสามารถสนับสนุนให้น้อง ๆ เยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาในตอนนี้กลับมาอยู่บนเส้นทางการเรียนรู้ และจบการศึกษาภาคบังคับหรือชั้น ม. 3 ได้ เขาจะเป็นคนแรกของครอบครัวที่มีวุฒิสูงกว่าระดับประถมศึกษา และอาจเขยิบไปไกลได้ถึงระดับปริญญาตรี ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จก็จะเป็นปัจจัยสำคัญของการหลุดพ้นจากวงจรความยากจน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5b4cea"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e5705b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-8.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-747d73"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-9.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3ea735"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4abc9b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยการทำงานรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจคือ ‘การจัดการเชิงพื้นที่’ ซึ่งถ้าเราดูจากข้อมูลว่าจังหวัดใดที่มีเด็กยากจนพิเศษอยู่มาก ผู้นำท้องถิ่นจะสามารถนำไปบริหารจัดการ และมีมาตรการช่วยเหลือประชากรกลุ่มนี้ได้ตรงจุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e22976"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-13.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e07c9b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-14.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ทั้งนี้สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาปี 2567 ที่ได้จากการเชื่อมโยงและจัดทำข้อมูลเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาจาก 21 สังกัดเป็นประจำทุกปี พบว่ามีเด็กและเยาวชนที่ไม่มีรายชื่อในระบบการศึกษาทั้งสิ้น 982,304 คน ในจำนวนนี้ได้รับการพากลับสู่ระบบแล้วจำนวน 304,082 คน โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กก่อนวัยเรียนที่เพิ่งเข้าสู่การศึกษาระดับปฐมวัย นอกจากนี้ข้อมูลที่เชื่อมโยงจากสังกัดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง 2 ปีติดต่อกันเป็นครั้งแรก ยังทำให้เห็นว่ามีเด็กอีกจำนวนหนึ่งที่กำลังทยอยเข้าสู่ระบบการศึกษาผ่านมาตรการ Thailand Zero Dropout ขณะที่เด็กเยาวชนบางส่วนยังไม่สามารถกลับสู่เส้นทางการเรียนรู้ เนื่องด้วยเหตุปัจจัยที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ในชั่วข้ามคืน ซึ่งมีจำนวน 32,984 คน หรือคิดเป็น 20% ที่จัดอยู่ในกลุ่มนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษซึ่งไม่พบข้อมูลการศึกษาต่อในระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่า ส่วนอีก 80% หรือ 132,601 คน เป็นนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษที่ได้ศึกษาต่อในระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่า สำหรับปีการศึกษา 2567 มีจำนวนนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษซึ่งศึกษาอยู่ในระดับชั้น ม.3 จำนวน 22,345 คน หรือคิดเป็น 13.49% ข้อมูลสำคัญคือการติดตามข้อมูลการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาผ่านระบบ TCAS ปี 67 ที่พบว่า เด็กนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษที่ศึกษาในชั้น ม.3 เมื่อปี 2563 มีเพียงร้อยละ 10 คนเท่านั้น ที่สามารถฟันฝ่าไปจนถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้สำเร็จ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าถึงสองเท่าของค่าสถิตินักเรียนทั้งประเทศ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-05307c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-16.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-301532"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-17.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6dac4e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-18.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า การทำงานผ่านมาตรการ Thailand Zero Dropout เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ ทั้งในมิติของการป้องกันและช่วยเหลือ ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และช่วยเติมเต็มศักยภาพทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน</p>



<p>“ในการสร้างความความเสมอภาคทางการศึกษา มีกลุ่มเป้าหมายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่อยู่ในระบบการศึกษาอยู่แล้วซึ่งมีอยู่ประมาณ 2-3 ล้านคน ที่เราจะต้องป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษาออกมาเพิ่ม ขณะเดียวกันเด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษาอีกประมาณ 9 แสนกว่าคน ก็จำเป็นต้องพยายามดึงกลับเข้ามาในระบบการศึกษาให้ได้ โดย กสศ. ได้ MOU ร่วมกับ 11 หน่วยงานในการทำงานตามมาตรการ Thailand Zero Dropout ซึ่งข้อเสนอแรกคือในเมื่อเรามีข้อมูลตัวเลข 13 หลักของเด็กอยู่แล้ว หากใช้ API: Application Programing Interface ซึ่งเป็นกลไกเชื่อมต่อโปรแกรมหรือซอฟท์แวร์จำนวนมาก มาช่วยลำดับข้อมูลเด็กใน Thailand Zero Dropout ไปยังทุกกระทรวงที่ที่มีความเชี่ยวชาญและมีทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัญหาสุขภาพ หรือ พม. ที่มีกองทุนคุ้มครองเด็กต่าง ๆ โดยเชื่อว่าถ้าสามารถเชื่อมโยงเลข 13 หลักผ่าน API ไปยังทุกหน่วยงานได้ โอกาสที่เด็กจะเข้าถึงสวัสดิการซึ่งรัฐจัดสรรให้อยู่แล้วก็จะมีมากขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5e41da"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/1740995177896.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d092ae"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-20.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-95af59"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-21.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-661b83"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-22.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราต้องทำให้สวัสดิการที่หน่วยงานต่าง ๆ มีอยู่แล้วสามารถเข้าไปถึงมือผู้รับบริการที่เป็นเด็กได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูล และมีบันทึกรายงานว่าเด็กแต่ละคนได้รับสวัสดิการใดแล้ว หรือยังไม่รับอะไร เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อน ในขณะเดียวกันทุกฝ่าจะได้ทราบข้อมูลตรงกัน ว่าเด็กคนหนึ่งมีความพร้อมแค่ไหนกับการเข้าสู่การเรียนรู้ โดยแนวทางนี้คือการ ‘สร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษา’ ที่ไม่จำเป็นต้องตั้งหน่วยงานใหม่ แต่ทุกหน่วยงานที่มีอยู่เดิมสามารถทำงานร่วมกันได้ผ่านการแชร์ข้อมูลรายบุคคล ซึ่งการเชื่อมข้อมูลของทุกฝ่ายจะช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษาและการมีงานทำได้ในที่สุด”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-25733c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-23.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2eb456"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-24.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1dd44d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-25.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-22cf44"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-26.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า อีกหนึ่งข้อเสนอสำหรับมาตรการเชิงระบบในปี 2568 นี้ คือโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ที่ทำได้ผ่านการจัดเรียนรู้ด้วยนวัตกรรมการศึกษาที่หลากหลาย เช่น โมบายสคูล ศูนย์การเรียน หรือการจัดการศึกษาด้วยวิธี 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นทางการศึกษาสำหรับวันนี้และในอนาคต&nbsp;</p>



<p>“หากเด็กคนหนึ่งสามารถใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียวที่ทำหน้าที่เป็นเหมือน ‘Learning passport’ ซึ่งจะพาเดินทางไปยังแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งตัวเด็กยังสามารถเลือกเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตัวเอง นอกจากนี้ยังมีระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) มีสภาการศึกษา มีสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพที่คอยรองรับ และเชื่อมโยงให้เด็ก ๆ นำหน่วยกิตจากการเรียนรู้ในทุกรูปแบบ ทุกช่วงชั้น มาอยู่บนทรานสคริปต์ใบเดียวกัน ก็จะเป็นหลักประกันว่าเด็กทุกคนจะสามารถศึกษาต่อหรือในไปใช้สมัครงานได้ในอนาคต และเมื่อนั้นกำแพงที่เคยขวางกั้นเด็ก ๆ ไว้จากการศึกษาก็จะหมดไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7e9413"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-27.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-60ea5d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-28.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-06135f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/0207_การศึกษาเสมอภาค-29.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ขณะเดียวกัน รัฐบาลอาจมีแนวทางสนับสนุนทรัพยากรด้านการศึกษาที่ส่งตรงไปยังเด็กผ่านเลข 13 หลักได้ ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือท้องถิ่น สามารถจัดหน่วยการเรียนรู้ โดยเป็นการบริหารจัดการงบประมาณที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และถือเป็นการพัฒนาทุนมนุษย์ตามรายงานของ UNESCO ที่ว่า ‘การศึกษาที่เสมอภาค คือการลงทุนที่ไม่ใช่การสงเคราะห์’ และเมื่อการลงทุนที่ว่าด้วยข้อมูลรายบุคคลมีประสิทธิภาพขึ้นเรื่อย ๆ เราก็จะลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการศึกษา ทำให้ประชากรไทยวางแผนการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองผ่านการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งผลลัพธ์ในท้ายที่สุดเด็ก ๆ ในรุ่นต่อไปจะได้หลุดพ้นจากวงจรความยากจน แลประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงในอนาคต”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-070225/">การศึกษาเสมอภาค เพิ่มผลิตภาพ และการเติบโตทางเศรษฐกิจ พาไทยสู่ประเทศรายได้สูงได้อย่างไร : ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
