<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กวินท์ ลิสอน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C-%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 May 2024 08:57:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>กวินท์ ลิสอน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘สวนยาง ผืนไร่ อู่ซ่อมรถ… โรงเรียนไร้ขอบเขตของ ด.ช.กวินท์ ลิสอน เมื่อการเรียนรู้ออกแบบจากวิถีชีวิตได้’ #1 โรงเรียน 3 รูปแบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-180527/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 May 2024 08:57:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนมหาราช 7]]></category>
		<category><![CDATA[1 โรงเรียน 3 รูปแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[วงษ์สัน คูหามณีโชติ]]></category>
		<category><![CDATA[กวินท์ ลิสอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=81824</guid>

					<description><![CDATA[<p>กวินท์ไม่ได้ไปโรงเรียนทุกวันเหมือนเพื่อนคนอื่น ไม่ได้ทำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180527/">‘สวนยาง ผืนไร่ อู่ซ่อมรถ… โรงเรียนไร้ขอบเขตของ ด.ช.กวินท์ ลิสอน เมื่อการเรียนรู้ออกแบบจากวิถีชีวิตได้’ #1 โรงเรียน 3 รูปแบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กวินท์ไม่ได้ไปโรงเรียนทุกวันเหมือนเพื่อนคนอื่น ไม่ได้ทำกิจกรรมสามัญอันเป็นประสบการณ์ร่วมของนักเรียนชั้นมัธยมต้นทั่วไป ห้องเรียนของกวินท์คือผืนไร่ตอนกลางวัน คือสวนยางยามค่ำคืน อุปกรณ์การเรียนที่หยิบจับประหนึ่งสมุดปากกาคือฝักถั่วและมีดกรีดยาง</p>



<p>และถึงกฎเกณฑ์จะไม่บังคับเรื่องเครื่องแบบ แต่กวินท์จะแต่งกายรัดกุมปิดผิวกายไว้จากแดดระอุ สวมรองเท้าหุ้มส้นคลุมข้อเท้าเสมอ เพื่อปลอดภัยจากการย่ำไปบนผิวดินร้อน และเตรียมพร้อมกับทางเดินชื้นแฉะและมืดมิดในสวนยาง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลผิวเผินชุดนี้คล้ายเป็นเรื่องราวของเยาวชนนอกระบบการศึกษาอีกคนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เรื่องเล่านี้ไม่ได้เดินตามขนบที่ว่า เพราะ <strong>‘กวินท์’</strong> ที่อ้างถึง คือนักเรียนชั้น ม.2 ของโรงเรียนมหาราช 7 อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี โดยเป็นหนึ่งในนักเรียนกลุ่มแรก ๆ ที่ได้รับการติดตามผ่าน ‘ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา’ และสามารถเรียนรู้อยู่ในโรงเรียนต่อไป ด้วยนวัตกรรม <strong>‘1 โรงเรียน 3 รูปแบบ’</strong> อันเป็นโมเดลที่โรงเรียนมหาราช 7 ได้นำมาใช้รับมือกับนักเรียนกลุ่มเสี่ยง ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาแล้วสองปีการศึกษา นับตั้งแต่ผลพวงของโควิด-19 ทำมีเด็กเยาวชนต้องออกจากโรงเรียนและกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบเพิ่มขึ้นจำนวนมาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9c528f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/ด.ช.กวินท์-ลิสอน-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อภาระมหาศาล โรงเรียนจะเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ถูกตัดออกจากความจำเป็นของชีวิต</strong></h2>



<p>“ม.2 เทอมสอง กวินท์เริ่มขาดเรียนสัปดาห์ละ 2-3 วัน บางทีหายไปเกือบทั้งอาทิตย์ ถึงตรงนั้นเรารู้ว่าจะรอนานกว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะถ้าได้ขาดถึง 1 เดือนเมื่อไหร่ โอกาสหลุดถาวรมันแทบจะ 100% ทันที”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>‘ครูพีท’ จรรยวรรธน์ ผิวเกลี้ยง</strong> ครูแนะแนวโรงเรียนมหาราช 7 ระบุ ‘สัญญาณเตือน’ ผ่านอัตราการขาดเรียนของลูกศิษย์ ซึ่งค่อย ๆ เพิ่มความถี่ และหมายถึงความเสี่ยงสูงว่า กวินท์กำลังจะเปลี่ยนสถานะเป็น <em>‘เยาวชนนอกระบบการศึกษา’</em></p>



<p>ครูพีทเล่าว่า กวินท์จะไม่ได้เรียนต่อตั้งแต่จบ ป.6 เพราะผู้ปกครองส่งเสียไม่ไหว จนมาเจอครูพีท จึงมีการเยี่ยมบ้าน และคุยกับแม่ของกวินท์ จากนั้นจึงพากวินท์เข้าเรียนชั้น ม.1 ที่โรงเรียนมหาราช 7 โดยโรงเรียนจะไม่มีค่าบำรุงการศึกษา และจัดการค่าใช้จ่ายเรื่องเครื่องแบบและอุปกรณ์การเรียนให้ทั้งหมด แลกกับเงื่อนไขเดียวคือกวินท์ต้องเรียนให้จบชั้น ม.3</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-112cee"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/ครูพีท-จรรยาวรรธ์-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูพีท จรรยาวรรธ์ กับกวินท์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผ่านไปหนึ่งปีการศึกษา กวินท์ขึ้น ม.2 กิจวัตรของเด็กมัธยมต้นคนหนึ่งดำเนินราบเรียบ กวินท์ไปเรียนและใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนและหยุดเสาร์อาทิตย์ช่วยแม่ทำงานหารายได้ แต่ตอนนั้นเอง แม่ของกวินท์ที่ทำงานรับจ้างรายวันหารายได้ดูแลน้องเพียงลำพังเกิดประสบอุบัติเหตุจนลุกเดินไม่ได้ เพียงข้ามคืน ภาระหาเงินจุนเจือสองชีวิตจึงเปลี่ยนมือจากแม่มาที่กวินท์</p>



<p>อย่างว่าง่าย เด็กชายวัย 14 ตัดสินใจทำงานเต็มเวลา กลายเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการรับจ้างเก็บถั่วฝักยาวแลกค่าแรงชั่วโมงละ 30-60 บาท ระหว่างนั้นยังมีความรับผิดชอบคือดูแลแม่ กับอีกหนึ่งบทบาทที่ยังทิ้งไม่ได้ คือการ ‘เรียนหนังสือ’</p>



<p><strong>“ด้วยอายุขนาดนั้นกับหน้าที่หลายอย่างที่ต้องแบกรับ ยังไงเขาก็ไม่มีทางทำทุกอย่างให้ดีได้ทั้งหมด” </strong>ครูพีทพูดถึงน้ำหนักมหาศาลที่กวินท์แบกรับ ในวัยที่เพื่อนร่วมรุ่นส่วนใหญ่มีภารกิจเดียวต้องทำคือไปโรงเรียน</p>



<p>“เราเห็นแล้วว่ากวินท์ขาดเรียนบ่อย ประกอบกับที่กวินท์ได้รับทุนจากศูนย์ช่วยเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตของ กสศ. ช่วงโควิด ทำให้ครูต้องเยี่ยมบ้านทุกเดือน เราจึงค่อย ๆ เห็นความเปลี่ยนแปลงในครอบครัวเขา ซึ่งมันผันแปรกับอัตราขาดเรียน จาก ม.2 เทอมแรกที่ขาดวันหนึ่งกลับมาเรียนสองวัน พอเทอมสองกวินท์เริ่มไม่มาเรียนทั้งสัปดาห์ แล้วครูไปหาที่บ้านก็ไม่เจอ ได้แต่ข่าวอัปเดตจากแม่เขาว่า กวินท์ไปรับจ้างทำงานเต็มวันทุกวัน ไม่หยุดกระทั่งเสาร์อาทิตย์</p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>“ไม่ต้องคิดแทนเด็ก เราก็รู้ว่า<strong>รายจ่ายมากมายรายล้อมเขาอยู่ ทั้งค่ากินอยู่ ค่าเดินทาง ค่าไฟค่าน้ำ ค่าดูแลรักษาแม่ ดังนั้นมันไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะเลือกงาน และการไปโรงเรียนจะเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ถูกตัดออกจากความจำเป็นของชีวิต”</strong></p>
</blockquote>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทาง <em>(ที่ไม่ได้</em>) เลือก?</strong></h2>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-default"/>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p><strong>“ผมไม่ได้อยากหยุดเรียนนาน ๆ แต่บ้านเราต้องใช้เงิน ถ้าไปเรียนทุกวันแม่กับผมก็ใช้ชีวิตไม่ได้ มันเหมือนไม่ใช่ผมหรอกที่เลือกจะไม่ไปโรงเรียน แต่คือโรงเรียนไม่เลือกผมแล้วมากกว่า”</strong></p>
<cite>กวินท์พูดถึงสถานการณ์ช่วงหมิ่นเหม่จะหลุดจากระบบการศึกษา ก่อนถ่ายทอดความคิดตอนนั้น ว่า “ถึง ม.2 เทอมสอง ผมถอดใจแล้วว่าจะไม่กลับไปเรียนอีก เอาจริงคือตั้งแต่วันที่แม่ทำงานไม่ได้ ผมก็รู้แล้วครับว่ายังไงต้องเป็นแบบนี้”</cite></blockquote>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9079c3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/ด.ช.กวินท์-ลิสอน-07.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(กวินท์กับแม่)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กวินท์ตัดสินใจถอยจากโรงเรียนเงียบ ๆ โดยไม่ปรึกษาใคร หากแต่เป็นครูพีทที่ไม่ยอม ยังคงเทียวไปบ้านของกวินท์ไม่ขาด จนเจอตัวและมีโอกาสคุยกัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ครูถามผมว่ายังจำที่เคยพูดได้ไหม ว่าอยากเรียนให้จบ ผมบอกครูว่าจำได้ แล้วถึงตอนนี้ผมยังไม่เคยเปลี่ยนความคิดเลย <strong>ผมยังคงอยากเรียน อยากจบ ม.3 อยากเรียนสูงกว่านั้นด้วย แต่สถานการณ์ตอนนี้มันสุดทางแล้ว ครอบครัวผมต้องมีคนทำงานหาเงิน”</strong></p>



<p>หลังทวนคำตอบจนแน่ใจว่าลูกศิษย์ยังอยากเรียน ก่อนกลับครูพีทจึงรับปากว่า “ถ้ากวินท์ยืนยันว่ายังอยากเรียน ครูก็จะหาทางให้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f8b4b8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/ด.ช.กวินท์-ลิสอน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เด็กชายผู้กำลังจะมีสถานะเป็น ‘เยาวชนนอกระบบการศึกษา’ รำลึกความทรงจำวันที่คุยกับครู ไม่เคยลืมว่าวันนั้นเขารู้สึกดีแค่ไหนที่ครูห่วงใยเขากับแม่ แต่เมื่อห่างจากโรงเรียนมาเกือบหนึ่งเดือนเต็ม กวินท์นึกไม่ออกว่า ถ้าเขายังต้องทำงานหาเงินทุกวันอย่างนี้ จะมีทางไหนให้กลับไปเรียนหนังสือได้อีก?</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ออกแบบการเรียนรู้จากชีวิตประจำวัน’</strong></h2>



<p>สามวันจากนั้นครูพีทกลับมา บอกกวินท์ว่าโรงเรียนกำลังเริ่มหาทุนมาช่วยสนับสนุนครอบครัวของเขา พร้อมกับอีกข้อมูลสำคัญคือ กวินท์ยังคงมีสถานะเป็นนักเรียนของโรงเรียนมหาราช 7 และจะสามารถทำงานและเรียนหนังสือควบคู่กันไป ด้วยรูปแบบการ<strong>จัดการศึกษา ‘1 โรงเรียน 3 รูปแบบ’ ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ (2542) มาตรา 15 ที่ระบุว่าโรงเรียนสามารถจัดการศึกษาได้หลายรูปแบบและมีภาคีเครือข่ายในการจัดการศึกษา ซึ่งโรงเรียนมหาราช 7 ได้นำเนื้อหาจาก พ.ร.บ. มาตีความ และออกแบบการจัดการศึกษาโดยนำสภาพปัญหาและปัจจัยหลากหลายของนักเรียนกลุ่มเสี่ยงมาเป็นตัวตั้ง</strong></p>



<p>“เราเอาเรื่องกลับมาคุยกันที่โรงเรียน แล้วจึงออกแบบวิธีเรียนรู้ที่ตั้งต้นจากวิถีชีวิตของกวินท์ <strong>นำประสบการณ์ ทักษะ ความจำเป็น รวมถึงองค์ความรู้ที่กวินท์ได้รับผ่านการทำงานมาปรับและดัดแปลงเป็นหลักสูตรเฉพาะ ขยายห้องเรียนและบทเรียนไปถึงแปลงผัก สวนยาง ผืนไร่</strong> ผนวกกิจกรรมต่าง ๆ</p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>ไม่ว่าเก็บถั่ว ห่มฟาง หรือการไปพลิกขี้ยางตอนกลางคืน รวมถึงสิ่งที่เขากำลังฝึกฝนเรียนรู้ในชีวิตจริงเช่นการกรีดยาง เหล่านี้ล้วนเป็นความรู้และทักษะก้าวหน้าที่เพิ่มพูนผ่านการทำซ้ำ ซึ่งโรงเรียนเอามาเปลี่ยนเป็นชุดบทเรียนที่มีตัวชี้วัดตามกลุ่มสาระวิชาต่าง ๆ”</p>
</blockquote>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f9d829"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/ด.ช.กวินท์-ลิสอน-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูพีทบอกว่า หลักการสำคัญของ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ สำหรับเยาวชนกลุ่มเสี่ยง คือการช่วยจัดสรรตารางเวลาชีวิตให้เด็กอย่างเป็นระบบ โดยต้องแทรกการเรียนรู้เข้าไปในทุกกิจวัตรประจำวัน ยืดหยุ่นเรื่องเวลาส่งงานและเข้าเรียนให้สัมพันธ์กัน ซึ่งการจะทำได้ คณะครูต้องลงพื้นที่ มีการทำความเข้าใจกันระหว่างครูแนะแนว ครูประจำชั้น และครูผู้สอนวิชาต่าง ๆ เพื่อหาทางเชื่อมโยง <strong>‘ภาระงาน’</strong> ให้ไปถึง <strong>‘ตัวชี้วัดรายวิชา’</strong></p>



<p>“วิชาคณิตศาสตร์ของกวินท์จึงอยู่ในกิจกรรมห่มฟาง ที่เขาต้องคำนวณขนาดพื้นที่และรูปทรง ซึ่งครูจะมีโจทย์ผ่านใบงานไปให้ ส่วนวิชาภาษาไทยจะเรียนรู้จากการเรียบเรียงเรื่องเล่าผ่านการเขียนบันทึก มีวิชาทักษะอาชีพที่วัดประเมินผลจากชั่วโมงฝึกกรีดยาง รวมถึงอีกหนึ่งศาสตร์คือการซ่อมมอเตอร์ไซค์ที่กวินท์สนใจ และได้ทดลองเรียนรู้ที่สถานประกอบการใกล้บ้าน ส่วนตัวชี้วัดใดที่ขาดไปก็จะใช้วิธีเก็บเอาทีหลังโดยให้มาเรียนเสริมที่โรงเรียน ทั้งหมดนี้คือการเอาเวลามาคำนวณให้เกิดการใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด เพื่อให้กวินท์มีโอกาสเรียนรู้ต่อไป และต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิต ทั้งงาน การเรียน การดูแลแม่ และการพักผ่อน”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เชื่อมโยงภาคีรับช่วง-ส่งต่อ เติมเต็มการศึกษาที่ ‘ตอบโจทย์ชีวิต’</strong></h2>



<p><strong>วงษ์สัน คูหามณีโชติ</strong> ผู้อำนวยการโรงเรียนมหาราช 7 กล่าวว่าแนวทางการดำเนินงาน 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ จะทำผ่านแนวร่วมเครือข่ายทั้งบุคคล องค์กร สถานประกอบการ โดยตกผลึกว่าในจุดเริ่มต้น โจทย์ใหญ่จะอยู่ที่การติดตามเฝ้าระวังจากครูในโรงเรียน</p>



<p>“เพราะด้วยสารพัดปัญหาที่เด็กเผชิญอยู่ ถ้าครูมองไม่เห็น จะไม่มีมือไหนยื่นไปช่วยเด็กได้อีกแล้ว&#8230;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7e2a94"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/ด.ช.กวินท์-ลิสอน-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ถ้าเราเอาใจเข้าไปจับกับปัญหาของเด็ก มันถึงจะเห็นว่าบางคนต้องทำงานเลี้ยงดูผู้ปกครองที่พิการ เช้ามืดตื่นก็ออกไปทำงาน ตกเย็นไปทำอีกที่หนึ่ง บางคนต้องหยุดบ้างเรียนบ้าง เพราะค่าตอบแทนจากงานสำคัญกับชีวิตของเขามากกว่า &#8230;ฉะนั้นถ้าเราตามเด็กกลับมาแล้วจับเขายัดกลับเข้าไปอยู่ในระบบ แน่นอนว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการติด 0 ติด ร และ มส และสุดท้ายก็ต้องหลุดจากโรงเรียนไปเพราะมีเวลาเรียนน้อยกว่า 80%”</p>



<p>ขณะที่กวินท์ซึ่งวันนี้กลับมาเรียนรู้ได้อีกครั้ง ด้วยวิธีการเฉพาะที่โรงเรียนออกแบบสำหรับเขา โดยครอบคลุมสาระวิชาหลักทั้งวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สุขศึกษา และที่พิเศษที่สุดคือวิชา ‘ฝึกอบรมอาชีพ’ ที่กวินท์บอกว่าเขาจะได้เอาทักษะและความรู้ไปใช้เรียนต่อหลังจบชั้น ม.3 อีกด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-004199"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/ด.ช.กวินท์-ลิสอน-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ครูเอาสิ่งที่ผมทำทุกวันมาออกแบบเป็นวิชาใหม่ เขาจะมีโจทย์ มีใบงาน มีแบบเขียนบันทึกให้ผมเล่าเรื่อง อธิบาย และหาคำตอบให้ตรงกับกรอบคำถามนั้น พอได้เรียนอย่างนี้ผมสบายใจขึ้นมากครับ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ผมสนใจเรื่องการซ่อมเครื่องยนต์ ตั้งใจว่าจบ ม.3 จะเรียนสายอาชีพ เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ผมรู้ว่าไม่ง่ายและคงต้องเหนื่อยอีกเยอะ แต่แค่ผ่านช่วงที่เกือบไม่ได้เรียนต่อมาได้ ผมคิดว่าทำได้ครับ” กวินท์เผยเส้นทางอนาคตที่วาดไว้</p>



<p>&#8230;ปีการศึกษา 2566 สิ้นสุดลง กวินท์ที่เรียนรู้ด้วยรูปแบบการศึกษาที่ ‘มีทางเลือก’ และ ‘ตอบโจทย์ชีวิต’ ผ่านจาก ม.2 ขึ้นชั้น ม.3 ครูพีทระบุว่า การออกแบบการเรียนรู้ที่สอดรับกับวิถีชีวิตของกวินท์ยังไม่สิ้นสุดลง เพราะเมื่อทางโรงเรียนรับรู้ความฝันและความตั้งใจของน้องแล้ว จึงได้ทำข้อตกลงกับ ‘วิทยาลัยการอาชีพปากท่อ’ เพื่อส่งต่อกวินท์สู่การเรียนสายอาชีพ พร้อมทุนการศึกษา ที่พัก และค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ</p>



<p>และเมื่อวันนั้นมาถึง โรงเรียนมหาราช 7 จะถอดบทเรียนกรณีของกวินท์อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง เพื่อสรุปผลลัพธ์ สร้าง ‘ตัวแบบ’ และยกระดับมาตรฐานนวัตกรรม 1 โรงเรียน 3 รูปแบบให้ดียิ่งขึ้นไปอีก</p>



<p>“เคสของกวินท์เป็นตัวอย่างที่ดีมาก ๆ ของการมีระบบดูแลช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา โดยนับจากช่วงวิกฤตโควิด-19 เด็กที่มีปัจจัยเสี่ยงหลุดจะถูกนำเข้า ‘กลุ่มเฝ้าระวัง’ และมีการพยายามหาทางช่วยเหลือทั้งด้านปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและการออกจากโรงเรียน รวมถึงการเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายมาช่วยในการรับช่วง-ส่งต่อ โดยปรับการเรียนรู้ให้เด็กสามารถนำประสบการณ์ทำงาน มาเทียบเคียงกับตัวชี้วัดตามกลุ่มสาระวิชาในหลักสูตรมาตรฐานแกนกลาง เพื่อให้เด็กยังอยู่ในระบบ เรียนได้จนจบและมีวุฒิการศึกษาภาคบังคับ” ครูพีทกล่าวสรุป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7b0e91"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/ด.ช.กวินท์-ลิสอน-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้วยผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับกวินท์และเพื่อน ๆ โมเดลนี้จึงอาจเป็นคำตอบหนึ่ง ที่หลายโรงเรียนสามารถนำไปปรับใช้ เพื่อออกแบบ <strong>‘การศึกษาที่มีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต’</strong> ที่ช่วยเหลือเยาวชนกลุ่มเสี่ยงให้มีช่องทางการเรียนรู้โดยไม่หลุดออกไปจากโรงเรียนก่อนจบการศึกษาภาคบังคับ หรือในอีกทางหนึ่ง น้อง ๆ ที่หลุดออกจากระบบไปแล้วเป็นระยะเวลาหนึ่ง ก็จะมีโอกาสอีกครั้งในการกลับมาเรียนให้จบ และมีวุฒิการศึกษาไปใช้เป็นเครื่องมือในการยกระดับชีวิตตนเองและครอบครัวในวันข้างหน้า</p>



<p><strong><em>“&#8230;คำถามคือถ้าเด็กที่มีปัญหาส่วนตัว มีสิ่งต้องทำซึ่งสำคัญกว่าการมาโรงเรียน เขาจะเรียนจบได้ไหม คำตอบคือไม่มีทาง</em></strong></p>



<p><strong><em>แต่วันนี้เราทำให้เขามีโอกาส เมื่อการเรียนรู้มีความหลากหลายขึ้น คำนึงถึงบริบทชีวิตผู้เรียนมากขึ้น เรามี ‘ห้องเรียนสร้างโอกาส’ มีชุดการเรียนออนไลน์ มีหลักสูตรเรียนรู้ที่ปรับให้เข้ากับสถานการณ์ชีวิตของเด็ก ๆ เพื่อปลายทางคือเด็กทุกคนต้องมีโอกาสจบการศึกษาภาคบังคับเป็นอย่างน้อย แล้วมันจะเป็นจุดเชื่อมสู่โอกาสในขั้นต่อไปของการศึกษาต่อ หรือการประกอบอาชีพในอนาคต</em></strong></p>



<p><strong><em>นี่คือสิ่งที่เราคาดหวัง และคือสิ่งที่โรงเรียนกำลังพยายามทำให้เกิดผล การศึกษา 3 รูปแบบใน 1 โรงเรียน จึงเป็นหนึ่งหนทางของการช่วยตอบโจทย์การลดความเหลื่อมล้ำ และจะพาเราไปถึงวันที่ Zero Dropout เกิดขึ้นจริง ๆ”</em></strong></p>



<p><strong>ผอ.โรงเรียนมหาราช 7 กล่าวปิดท้ายด้วยความหวัง&#8230;<em> </em></strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180527/">‘สวนยาง ผืนไร่ อู่ซ่อมรถ… โรงเรียนไร้ขอบเขตของ ด.ช.กวินท์ ลิสอน เมื่อการเรียนรู้ออกแบบจากวิถีชีวิตได้’ #1 โรงเรียน 3 รูปแบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
