<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กลุ่มฮักบ้านเกิด | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ae%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 24 Aug 2026 10:23:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>กลุ่มฮักบ้านเกิด | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ใช้ตามอง ใช้ใจฟัง มีแกนนำ ก็ต้องมีแกนนอน ตีโจทย์ทำงานแบบ ‘ศูนย์เรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-240826-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 10:23:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มฮักบ้านเกิด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=105020</guid>

					<description><![CDATA[<p>“พี่เชื่อว่าคนเรามันไม่ได้ตายง่ายๆ หรอกนะ ถ้ายังมีลมหาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-240826-2/">ใช้ตามอง ใช้ใจฟัง มีแกนนำ ก็ต้องมีแกนนอน ตีโจทย์ทำงานแบบ ‘ศูนย์เรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“พี่เชื่อว่าคนเรามันไม่ได้ตายง่ายๆ หรอกนะ ถ้ายังมีลมหายใจเราต้องหัดใช้ชีวิต เรื่องอกหักเรื่องแฟนเรื่องพ่อแม่สุดท้ายคือ ณ ปัจจุบันต้อเอ็งงอยู่ให้ได้ เรียนให้จบ”&nbsp;</p>



<p>สบายๆ นะ คือคำพูดติดปาก และคำอธิบายท่าทีที่ตั้ม-ธนภัทร แสงหิรัญ มักแสดงออกให้เห็น ณ ‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’ พื้นที่โล่งท่ามกลางต้นไม้เขียวชอุ่ม ที่มีทั้งลานเอนกประสงค์ บ้านที่ครอบครัวตั้มอยู่อาศัย และคาเฟ่เล็กๆ ยอดฮิตของเหล่าเด็กวัยรุ่นในตำบลโพนแพง อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร&nbsp;</p>



<p>‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’ ที่มักจะรู้จักกันดีในชื่อ ‘กลุ่มฮักบ้านเกิด’ เกิดขึ้นเมื่อ 12 ปีที่แล้ว หลังจากที่เขารู้สึกว่าการได้กลับมาอยู่บ้านเกิด มีความสุขมากกว่าที่เขาต้องไปดิ้นรนทำงานในกรุงเทพ แล้วจะได้กลับสกลนครแค่ในช่วงวันหยุดยาว&nbsp;</p>



<p>ความตั้งใจของการทำโครงการฮักบ้านเกิด คือการอยากเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ในชุมชนของตัวเอง หรือจะอยู่ที่ไหนก็ได้เห็นคุณค่าในชุมชนของตัวเอง กิจกรรมที่ดำเนินมาในโครงการตลอด 10 ปี คือการรวมกลุ่มเด็กและเยาวชนในพื้นที่ตำบลโพนแพงทำกิจกรรมอาสาชุมชน รณรงค์ให้เยาวชนตระหนักถึงปัญหาด้านสุขภาพอย่างบุหรี่ไฟฟ้า หรือการดึงคนออกมาจากปัญหายาเสพติด&nbsp;</p>



<p>“คนในพื้นที่รู้ว่าที่นี่เป็นศูนย์เด็กและเยาวชน เด็กมาแล้วรู้สึกอิสระ เป็นตัวของตัวเอง”<br></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-42.jpeg" alt="" class="wp-image-105021" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-42.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-42-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-42-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-42-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-42-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) ตั้ม-ธนภัทร แสงหิรัญ, ปาน-จิราวรรณ จันทร์สุข</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>จนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เป้าหมายของตั้มและโครงการขยับเพิ่มมากขึ้น เพราะปัญหาเด็กและเยาวชนในพื้นที่มักเกี่ยวโยงเหมือนก้อนด้ายพันกันที่หาจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด ออกโรงเรียน การตีตรา ชุมชนสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ ปัญหาครอบครัว เรื่องเงินทองปากท้องรายได้</p>



<p>‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’ จึงกลายเป็นหน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education : ABE) ภายใต้ชื่อโครงการ ‘เสริมสร้างสุขนิเวศน์การเรียนรู้สร้างสรรค์ และพัฒนาสมรรถนะเด็ก เยาวชนนอกระบบการศึกษา’ โดยการสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การเรียนรู้ไปสู่การเปลี่ยนแปลงเรื่องตัวเอง ที่มีประเด็นเด็กนอกระบบเป็นแก่นหลักของการเคลื่อนงาน&nbsp;</p>



<p>การเดินทางตลอด 12 ปีของ ‘กลุ่มฮักบ้านเกิด’ จนแตกแขนงส่วนหนึ่งมาเป็น ‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’ ตั้มบอกว่าเขาและครอบครัวได้เติบโตจากตัวเด็ก ทั้งวิธีคิด การเปลี่ยนผ่านยุคสมัย และมุมมองของเด็ก จนกลายเป็นไอเดียให้เขายังทำงานได้ต่อไปเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p>และตลอดเกือบ 12 ปี ตั้มรู้แล้วว่า “คนเรามันไม่ได้ตายง่ายๆ” และ “เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวไม่ได้หรอก เด็กในบ้านเราอะ มันผ้าหลากสีทั้งนั้นเลยในตู้” ดังนั้นการทำงานเรื่องเด็กจึงไม่ควรมีเขาในฐานะ NGO เป็นศูนย์กลางในการทำงาน แต่ชุมชนต่างหากที่ต้องทำงานไปพร้อมกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-43-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-105022" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-43-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-43-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-43-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-43-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-43.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จาก ‘ตั้งรับ’ สู่การลงสำรวจเชิงลึก</strong></h3>



<p>ช่วงเริ่มต้นกลุ่มฮักบ้านเกิด ตั้มยกพื้นที่บ้านตัวเองให้กลายเป็นพื้นที่ส่วนกลางของชุมชน ที่ดินขนาดย่อมติดถนนลาดยางกลางหมู่บ้าน พร้อมป้าย ‘กลุ่มฮักบ้านเกิด’ จึงมีทั้งศาลาอเนกประสงค์เปิดโล่ง สำหรับเอาไว้ประชุม ทำกิจกรรมร่วมกัน ข้างๆ กันเป็นพื้นสวนโล่งที่มีต้นไม้ พืชผักสวนครัวปลูกไว้เป็นแปลงติดๆ กัน และด้านหน้าสุดฝั่งขวามีคาเฟ่ที่ ปาน-จิราวรรณ จันทร์สุข ภรรยาของตั้มเป็นมือชงตลอดทั้งวัน หรือบางคืนจะมีเด็กในชุมชนวนเวียนเข้ามาใช้พื้นที่ เพราะความเชื่อใจในพื้นที่นี้</p>



<p>ตั้มบอกว่าที่นี่มีลักษณะของสเปซเปิดแบบธรรมชาติ เด็กคนไหนสบายใจก็เดินเข้ามาหาเอง&nbsp;</p>



<p>“เด็กในระบบบางทีมานั่งฮีลใจ เด็กนอกระบบก็มาตลอด มีทั้งมาคนเดียว มาเป็นกลุ่ม พาเพื่อนใหม่มานั่งกินหมูกระทะ พอเราให้สเปซ คุยกับเขาแบบไม่บล็อก ไม่จับผิด เด็กก็ไหลเวียนเข้ามาเรื่อยๆ เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจจนเราสามารถเข้าถึงบ้าน เข้าถึงผู้ปกครอง พ่อแม่บางคนให้เราไปช่วยปลุกลูกถึงห้องนอน หรือฝากฝังลูกไว้กับเราก็มี”&nbsp;</p>



<p>แต่เมื่อต้องปรับเป้าหมายมาทำงานกับเด็กนอกระบบการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โจทย์สำคัญแรกที่เข้ามาท้าทายคือการค้นหาตัวตนและจำนวนเด็กที่แท้จริง</p>



<p>“แต่ก่อนเราไม่ค้นหา เราปล่อยให้เด็กเข้ามาหาเราเอง ซึ่งมันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่พอมีเงื่อนไขของ กสศ. ที่อยากรู้ว่าเด็กในพื้นที่มีเท่าไหร่ อันนี้เราไม่เคยทำเลย”&nbsp;</p>



<p>การลงมือค้นหาเด็กนอกระบบในพื้นที่ชนบทไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปราการแรกคือความหลากหลายของกลุ่มเด็ก ตั้มและทีมงานจึงเริ่มปรับกระบวนการโดยใช้กลไกเพื่อนชวนเพื่อนเป็นตัวนำทาง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="763" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-44-763x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-105023" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-44-763x1024.jpeg 763w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-44-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-44-768x1030.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-44-1145x1536.jpeg 1145w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-44.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 763px) 100vw, 763px" /><figcaption class="wp-element-caption">คาเฟ่</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“เราใช้กลไกตัวเด็ก น้องที่บ้านนั่นแหละ ถามหาไป เด็กก็ชี้เป้า พอให้เด็กไปชวน ส่วนหนึ่งเพื่อนๆ เขาก็มา แต่เด็กมันมีความเฉพาะกลุ่ม กลุ่มน้ำท่อมมันก็ชวนแค่กลุ่มน้ำท่อม กลุ่มกีฬามันก็ชวนแค่เด็กกลุ่มกีฬา มันจะมีเด็กกลุ่มเสี่ยง หรือเด็กดีที่เขาอยู่กับพ่อแม่ ไม่ได้เข้ากับแก๊งไหนเลย อยู่ตามท้องไร่ท้องนา อยู่กับตากับยาย”</p>



<p>และเพื่อให้ครอบคลุมเด็กทุกกลุ่ม ตั้มจึงดึง ‘ผู้ใหญ่บ้านและกลไกชุมชน’ เข้ามาเป็นพันธมิตรสำคัญในการชี้เป้า</p>



<p>“เราใช้กลไกผู้ใหญ่บ้านมาช่วยสอดส่อง ว่าตอนลงชุมชนเห็นน้องๆ อยู่ไหม ไปเรียนหรือเปล่า เด็กที่อยู่ตามบ่อขยะเป็นลูกใคร อยู่อย่างไร พอเกิดฟังก์ชันนี้ เราเริ่มเห็นเด็กเยอะขึ้น ผู้ใหญ่บ้านก็ช่วยคัดกรองเด็กให้เราได้ชัดเจนขึ้นมาก”</p>



<p>กลไกนี้ ตั้มขอความร่วมมือผ่านผู้ใหญ่บ้านเกือบ 20 หมู่บ้านใน 2 ตำบลผ่าน ‘<a href="https://www.eef.or.th/infographic-170826/">ยุทธการสะบัดผ้า</a>’</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-45.jpeg" alt="" class="wp-image-105024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-45.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-45-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-45-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-45-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-45-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ทีมผู้ใหญ่บ้าน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เปลี่ยนบทบาทชุมชนและดึงผู้นำร่วมขับเคลื่อน</strong></h3>



<p>“ที่นี่มีปัญหาเรื่องสารเสพติด น้ำท่อมจากกลุ่มรุ่นพี่ แต่เราใช้การพูดคุยหลังบ้าน บอกกรอบเงื่อนไขกันว่า ไม่ให้เอายาเข้ามาในศูนย์ แต่เราเปิดพื้นที่คุยได้ตลอด รู้ข้อมูลสถานการณ์ในพื้นที่ทั้งหมดว่าราคาเท่าไหร่ แหล่งไหน เด็กพวกนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งใจขาย แต่เสพเพราะไม่มีงานทำ ไม่มีพื้นที่ปล่อยพลัง พ่อแม่และสังคมด่า กดทับ จนเขาไม่มีที่ไป”&nbsp;</p>



<p>ปัญหายาเสพติดกลายเป็นปัญหาพื้นฐานของพื้นที่ ซึ่งสิ่งนี้มักจะพ่วงมากับการตีตรา ทั้งจากคนภายนอก และความเกรงกลัวกันเองในหมู่เด็ก</p>



<p>“ถ้าเป็นเด็กนอกระบบมากองรวมกันตรงนี้ เด็กที่เป็นเด็กดีในระบบก็จะไม่กล้าเข้ามา เพราะมองว่าเด็กกลุ่มนี้สุ่มเสี่ยง หรือถูกตีตรามาจากโรงเรียนแล้ว เราพยายามสลายตรงนี้ โดยทุกๆ ปี เราจะเข้าไปทำกิจกรรมในโรงเรียน เอาพี่เลี้ยง อาสาสมัคร และเด็กทั้งสองกลุ่มมาจัดกระบวนการร่วมกัน ทำให้เขารู้จักเรามากขึ้น เกิดการสลับผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาเรียนรู้”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-47.jpeg" alt="" class="wp-image-105025" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-47.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-47-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-47-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-47-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-47-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ตั้มเน้นย้ำว่า เคมีของเด็กทุกคนมีความแตกต่างกัน ศูนย์แห่งนี้จึงตั้งใจเปิดกว้างให้เป็นพื้นที่เสรีที่ทุกคนสามารถวิ่งเข้าวิ่งออก ทะลุหน้าทะลุหลังได้หมด</p>



<p>“เด็กบางคนมานั่งฮีลใจ บางคนมานั่งคุยเรื่องอกหัก เรื่องเรียนต่อ หรือบางทีเด็กใหม่ๆ มานั่งเกร็งๆ เราก็แค่ปล่อยให้ลื่นไหลตามธรรมชาติ บางทีกลางคืนพาเพื่อนมานั่งกินหมูกระทะ เราก็ให้เงินไปซื้อหมู แล้วเราก็ถอยออกมา ให้เขามีสเปซของเขาเอง”</p>



<p>แต่สำหรับพื้นที่ข้างนอก ตั้มสลายการตีตราจากการฟังเสียงบ่นของผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;</p>



<p>“แม่ๆ และผู้ใหญ่บ้านคือคนบ่น บ่นเรื่องเด็กแว้น รถเสียงดัง เรื่องยาบ้าเยอะ ใครเป็นคนบ่น? ผมไม่ได้บ่น แม่ๆ เป็นคนบ่น นั่นแหละ! เราเอาเสียงบ่นนั้นแหละมาทำเป็นเรื่องงานซะ งานนี้ก็ไม่ใช้เงินด้วย สุดท้ายคือมันใช้แค่ตามอง ใช้ใจฟังกับเด็ก เรื่องลงไปหาเด็ก เดี๋ยวเราช่วยกัน แค่แม่ชี้เป้ามา เคสหนักก็ว่ากันไป เคสเบาคุยได้เราก็คุย”</p>



<p>งานที่ตั้มหมายถึง คือการพลิกมุมมองของผู้ใหญ่บ้านจากการมองเด็กเป็นภาระที่ต้องปราบปราม มาเป็นการมองผ่านกระบวนการช่วยเหลือและหนุนเสริม โดยใช้ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาวทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสลายการตีตราและเชื่อมชุมชนกับเด็ก&nbsp;</p>



<p>เพื่อไม่ให้งานพัฒนาเยาวชนเป็นเพียงกิจกรรมชั่วครั้งชั่วคราว ตั้มเลือกที่จะไม่สร้างโครงสร้างใหม่ขึ้นมาให้เป็นภาระ แต่ใช้วิธีแทรกเข้าไปในกลไกทางอำนาจและการทำงานที่มีอยู่แล้วของผู้ใหญ่บ้าน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="763" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-48-763x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-105026" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-48-763x1024.jpeg 763w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-48-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-48-768x1030.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-48-1145x1536.jpeg 1145w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-48.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 763px) 100vw, 763px" /><figcaption class="wp-element-caption">ประชุมปฏิบัติการขับเคลื่อนกลไกความร่วมมือกระบวนการเสริมสร้างการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย สร้างสรรค์ ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ปีแรกที่ดึงผู้ใหญ่บ้านมา มันต้องปรับวิธีคิดเยอะมาก เรื่องการทำงานกับเด็ก เขาไม่เคยคุยกันแบบทางการเลย เราพยายามแทรกให้มันไปอยู่ในกลไกของเขา ให้เป็นเรื่องปกติให้ได้ โดยเฉพาะการประชุมประจำเดือนของผู้ใหญ่บ้านทุกเดือน จากเดิมที่ไม่เคยคุยเรื่องเด็ก คุยแค่ว่าเดือนหน้าจะตัดหญ้าที่ไหน จิตอาสารอบนี้ไปวัดอะไร เราขอเสนอให้เอาเรื่องเด็กและเยาวชนเข้าไปเป็นวาระด้วย ให้พ่อๆ แม่ๆ ได้มีเรื่องมาเล่า แล้วมาดูว่าเราจะหนุนเสริมกันอย่างไร มีเด็กแว้นเท่าไหร่ยังไงก็ว่ามา เราไม่ได้จับผิด แต่จะไปช่วยกันแก้ปัญหา”</p>



<p>การเปลี่ยนผ่านทางความคิดของผู้ใหญ่ในชุมชนไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว ในช่วงเริ่มต้น ตั้มและศูนย์ฯ เคยถูกผู้ใหญ่บ้านบางคนตั้งคำถามและมองด้วยสายตาหวาดระแวง ถึงขั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นเอเย่นต์มารวบรวมเด็กติดยา แต่ตั้มเลือกที่จะโต้ตอบอคติต่างๆ ด้วยการพาเด็กออกไปสร้างคุณค่าให้ชุมชนได้เห็นด้วยตาเนื้อ</p>



<p>“เมื่อก่อนเขาพูดเลยว่าเอเย่นต์มาแล้ว ผมก็บอกว่าก็แล้วแต่จะมองยังไงก็มองไป แต่พอกลับกลายเป็นว่า เราพาเด็กแก๊งนั้นไปช่วยทาสีโรงเรียนถึง 11 โรงเรียน ไปเป็นจิตอาสา เอาเรื่องนี้สื่อสารออกไป ในมุมของผู้ใหญ่เขาก็เริ่มเห็นศักยภาพเด็ก จนกระทั่งมีอยู่ปีหนึ่ง อำเภออยากได้เด็กไปอบรมเรื่องยาเสพติด ซึ่งเด็กไม่ยอมไปเพราะกลัวโดนบล็อก ผู้ใหญ่บ้านถึงขั้นทักมาหาผม ‘ตั้ม ไปบอกน้องๆ ในหมู่บ้านให้หน่อยว่าไปอบรมให้พ่อได้ไหม’ กลายเป็นผู้ใหญ่บ้านมาขอให้เราช่วย”</p>



<p>การขับเคลื่อนงานกับเด็กและชุมชนจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขาดการจัดวางกระบวนการทำงานภายในที่ยืดหยุ่นและเป็นธรรมชาติ</p>



<p>“เรื่องใหม่ที่เราได้เรียนรู้ คือการทำให้เรื่องของเด็กไปอยู่ในวงของผู้ใหญ่ ดันเข้าสู่เรื่องนโยบายชุมชนที่ผู้ใหญ่ทุกคนต้องพูด ไม่ใช่พูดแค่ว่าจะเอาเด็กมาช่วยงานยังไง แต่ต้องพูดในมุมที่เด็กหลายคนมีศักยภาพ แล้วเอาศักยภาพของเด็กมาช่วยงานชุมชน ไม่ใช่ถึงวันงานก็แค่เอาเด็กมาช่วยยกโต๊ะยกเก้าอี้ เสร็จแล้วก็เลี้ยงเหล้าเลี้ยงเบียร์”</p>



<p>สุดท้ายแล้ว เมื่อเด็กเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ชุมชนจะเข้าหาเด็กและเด็กจะเข้าหาผู้ใหญ่ โดยที่ตั้มแทบไม่ต้องเข้าไปทำงานเลยด้วยซ้ำ สิ่งนี้ยั่งยืนกว่าระเบียบการที่ NGO เสนอให้ชุมชนเป็นไหนๆ&nbsp;</p>



<p>“เด็กต้องเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ช่วยเตรียมประชุม เตรียมงาน มองบทบาทการมีส่วนร่วม ไม่ใช่ในฐานะคนถูกใช้งาน แต่ร่วมคิด ออกแบบ และวางแผนพัฒนาชุมชน ไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กจบ 4.00 หรือเด็กเรียนเก่ง เด็กที่ไม่เรียนหนังสือที่อยู่ในชุมชนน่ะ มีแนวคิดดีทั้งนั้นแหละ แต่เขาไม่มีพื้นที่ที่ถูกรับฟังความคิด ถ้าเราให้บทบาททางใจและทางความคิดเขาได้ กายเขามีอยู่แล้ว ชุมชนก็จะได้คนมีศักยภาพมาช่วยพัฒนาบ้านเกิดตัวเองอย่างแท้จริง”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="763" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-49-763x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-105027" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-49-763x1024.jpeg 763w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-49-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-49-768x1030.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-49-1145x1536.jpeg 1145w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-49.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 763px) 100vw, 763px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ใช้ตามอง ใช้ใจฟัง จนรู้ว่าเด็กไม่ใช่ผ้าขาว&nbsp;</strong></h3>



<p>แนวคิดดั้งเดิมที่ว่า “เด็กคือผ้าขาวที่รอผู้ใหญ่แต่งแต้ม” อาจใช้ไม่ได้กับบทบาทการทำงานกับเด็กนอกระบบหรือเด็กกลุ่มเสี่ยงในยุคปัจจุบัน เพราะเด็กทุกคนต่างแบกรับปัญหาสภาพแวดล้อม ประสบการณ์ชีวิต ปมในใจ และเฉดสี ที่ติดตัวมาจากครอบครัวและสังคมรอบข้างตั้งแต่วันแรกที่เดินเข้ามา</p>



<p>ตั้มไม่ได้มองเด็กเป็นผ้าขาวบริสุทธิ์ที่ต้องจับมาสั่งสอนหรือดัดให้เป็นไปตามพิมพ์นิยมของผู้ใหญ่ แต่มองเด็กบนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน การเข้าใจว่าเด็กแต่ละคนมีเฉดสี มีบาดแผล และมีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ทำให้กระบวนการทำงานของศูนย์ฯ ไม่ได้ตั้งอยู่บนการบังคับหรือคะยั้นคะยอให้เด็กต้องเปลี่ยนทันทีทันใด</p>



<p>“ให้เวลากับเขาแค่นั้นแหละ บางทีเด็กมาแล้วบอกพี่ผมขอนั่งอยู่เฉยๆ ใช่ เราไม่คะยั้นคะยอถาม เขาอยากบอกเดี๋ยวเขาก็บอกเอง วันดีคืนดีเขาก็จะเดินมาเล่าให้ฟัง สิ่งที่เราทำได้คือสร้างประสบการณ์ให้กับเขานั่นแหละ”</p>



<p>การดำเนินกิจกรรมของศูนย์ฯ จึงพยายามแบ่งบทบาทเด็กอย่างยืดหยุ่น โดยไม่ตัดสินหรือกดทับศักยภาพของใคร</p>



<p>“เด็กที่นี่มีทั้ง ‘แกนนำ’ คือกลุ่มเด็กดี เด็กในระบบ ที่พูดเก่ง จับไมค์ได้ ประชาสัมพันธ์ได้ กับอีกกลุ่มคือ ‘แกนนอน’ พวกที่ไม่กล้าอยู่ในวง แต่อยู่รอบๆ คอยซัพพอร์ตงาน ยกโต๊ะ ถือป้าย เดินรณรงค์ เราไม่ได้แบ่งชั้น แต่แบ่งบทบาทให้ทุกคนมีส่วนร่วม ทุกคนไม่จำเป็นต้องนำเหมือนกัน นำกันคนละแบบ”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-51.jpeg" alt="" class="wp-image-105028" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-51.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-51-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-51-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-51-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-51-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ตั้มมองว่าพัฒนาการของเด็ก โดยเฉพาะกลุ่มเด็กแกนนอนที่สังคมอาจมองว่าเกเรหรือไม่มีอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาและไม่สามารถประเมินผลได้เพียงชั่วข้ามคืน</p>



<p>“พัฒนาการของเด็ก มันอาจจะไม่เห็นชัด ณ ตอนนี้ แต่ผมว่ามันจะชัดในอนาคต มันจะเห็นจากการตัดสินใจ ความโตขึ้นของเขา ซึ่งต้องใช้เวลาและประสบการณ์ เด็กวัยนี้เป็นวัยที่อยากรู้อยากลอง สิ่งที่เราทำได้คือสร้างสเปซและเปิดโอกาสให้เขาเติบโตในแบบของตัวเอง”</p>



<p>สำหรับตั้ม การขับเคลื่อนของ ‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’ โจทย์สำคัญที่สุดของการทำงานกับเยาวชน ไม่ใช่การที่องค์กรพัฒนาเอกชนหรือนักวิชาการเข้าไปทำตัวเป็นฮีโร่เพื่อเนรมิตการเปลี่ยนแปลงจากภายนอก แต่คือการถอยออกมามองมนุษย์อย่างเข้าใจ แล้วสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยมี ‘ชุมชน’ เป็นฐานสำคัญ</p>



<p>เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าโครงการพัฒนาจะสิ้นสุดลงเมื่อใด หรือองค์กรภายนอกจะถอนตัวออกไปวันไหน สิ่งที่จะคงอยู่และดูแลเด็กๆ ต่อไปได้ในชีวิตจริงคือ&nbsp;</p>



<p>“ชุมชนที่พร้อมจะเติบโตไปพร้อมกับเด็กๆ ของพวกเขาเอง”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-240826-2/">ใช้ตามอง ใช้ใจฟัง มีแกนนำ ก็ต้องมีแกนนอน ตีโจทย์ทำงานแบบ ‘ศูนย์เรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
