<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กฤตย บุญไทย | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 19 Jan 2024 09:53:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>กฤตย บุญไทย | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปลี่ยนภาพจำ “คนพิการ” เมื่อระบบการศึกษาทวิภาคีช่วยจับคู่งานได้แบบ Win-Win</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-190124/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jan 2024 09:38:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทเซ็นทรัลเรสตอรองส์กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[คนพิการ]]></category>
		<category><![CDATA[กฤตย บุญไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=76315</guid>

					<description><![CDATA[<p>“การจัดการศึกษาในระบบทวิภาคี ที่อาชีวศึกษากับสถานประกอบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-190124/">เปลี่ยนภาพจำ “คนพิการ” เมื่อระบบการศึกษาทวิภาคีช่วยจับคู่งานได้แบบ Win-Win</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“การจัดการศึกษาในระบบทวิภาคี ที่อาชีวศึกษากับสถานประกอบการจับมือกัน เหมือนเป็นใบเบิกทางให้ผู้พิการเข้าถึงตลาดแรงงาน ส่งเสริมโอกาสค้นหาและค้นพบตัวเองจากการได้ลองทำงานจริง ทั้งยังจุดประกายให้ผู้พิการมีเป้าหมายในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ส่วนสถานประกอบการก็มีโอกาสมากขึ้นที่จะค้นพบคนทำงานที่มีศักยภาพ และพร้อมเติบโตไปด้วยกัน</p>



<p>“กุญแจสำคัญคือถ้าจับคู่งานได้ตรงความสามารถ ทั้งงานและผู้ปฏิบัติงานจะส่งเสริมกัน เช่นภาพที่เกิดขึ้นแล้วคือคนพิการที่ทำงานกับเรา เขาไม่เพียงมีรายได้ดูแลตนเองและครอบครัวได้ แต่ยังมีเส้นทางก้าวหน้าในอาชีพได้เช่นเดียวกับคนทำงานทั่วไป”&nbsp;</p>



<p><strong>กฤตย บุญไทย </strong>ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์การศึกษาและแรงงานสัมพันธ์ภาครัฐ บริษัทเซ็นทรัลเรสตอรองส์กรุ๊ป (Central Restaurant Group : CRG) ผู้นำกลุ่มธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มประเภท Quick Service Restaurants ที่มีแบรนด์ภายใต้การบริหารกว่า 20 แบรนด์ กล่าวถึงการจัดการศึกษาระบบ <strong>‘ทวิภาคี’</strong> ว่าเป็น <strong>‘หัวใจ’</strong> ของการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำสำหรับผู้พิการด้วยการเรียน 1 ปีในสถานศึกษาร่วมกับทำงานจริงอีก 1 ปีในสถานประกอบการ ซึ่งถือเป็นการ ‘เตรียมพร้อม’ และ ‘ส่งต่อ’ ผู้เรียนอย่างมีคุณภาพ และมีเป้าหมายรองรับ ขณะที่ภาคเอกชนเองนอกจากเข้ามาช่วยพัฒนาบุคลากรแล้ว ยังมีช่องทางใหม่ ๆ ให้ค้นพบผู้พิการที่ ‘มีศักยภาพ’ เพื่อรับเข้าทำงานตามกฎหมายจ้างงานมาตรา 33</p>



<p>“บทเรียนจากการจัดการศึกษาแบบทวิภาคีร่วมกับสถาบันสายอาชีพทั้งรัฐและเอกชนกว่า 600 แห่ง ตลอด 18 ปีที่ผ่านมา เราเห็นว่าอาชีวศึกษาเชี่ยวชาญเรื่องการปูพื้นฐานบุคลากร มีกระบวนการทำให้ผู้เรียนทำความเข้าใจตนเองในคุณลักษณะต่าง ๆ จนค้นพบจุดเด่นจุดด้อยของตน แล้วเริ่มพัฒนาจากความถนัดหรือข้อจำกัดนั้น</p>



<p>“จากนั้นเมื่อส่งต่อมาถึงสถานประกอบการ เราพบว่าการปฏิบัติงานมีส่วนอย่างมากต่อขั้นตอนการพัฒนาทักษะ ช่วยเติมเต็มเรื่องการตระหนักถึงคุณค่าในตนเอง เพราะเมื่อน้อง ๆ ได้เห็นว่าเขามีศักยภาพที่จะหาเงินได้ ก้าวหน้าได้ มันยิ่งทำให้เขาสนใจใคร่รู้และอยากต่อยอด ส่วนรุ่นน้องที่สถาบันพอเห็นว่ารุ่นพี่ทำได้ ประสบความสำเร็จ มีทางไป ก็ยิ่งมีแรงบันดาลใจที่จะพาตัวเองเข้าสู่ตลาดแรงงานเช่นกัน ดังนั้นถ้าขยายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการได้ กลุ่มผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษหรือผู้พิการ จะมีเส้นทางเรียนรู้และพัฒนาตนเองเพื่อการประกอบอาชีพเพิ่มขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-eb3dfd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/กฤตย-บุญไทย.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>กฤตย</strong>ถอดประสบการณ์จาก <strong>‘นโยบายการจ้างงานบนพื้นฐานของความหลากหลาย’</strong> (Diversity hiring) ที่ Central Restaurant Group ได้ออกแบบระบบงานให้พนักงานผู้พิการทำงานร่วมกับพนักงานทั่วไปว่า การจ้างงานผู้พิการตลอด 9 ปีของธุรกิจร้านอาหารในเครือเซ็นทรัล คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ถ้าผู้พิการค้นพบงานที่ถนัด สนใจ ทำได้จริง จะส่งผลโดยตรงต่อความมุ่งมั่นในการเพิ่มขีดความสามารถ เพื่อก้าวไปยังตำแหน่งงานที่สูงขึ้น&nbsp;</p>



<p>“ใครก็ตามถ้าได้ทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง เขาจะมีทักษะและคุณลักษณะต่องานในแบบที่ ‘ไม่ใช่ใครก็ทำได้’ แล้วเมื่อก้าวถึงจุดนั้น เขาจะพร้อมเติบโตเป็นบุคลากรระดับหัวหน้าทีม (Team Leader/Supervisor) หรือ ผู้จัดการ (Manager) ตามลำดับ&nbsp;</p>



<p>“ระบบทวิภาคีจึงเปรียบได้กับการร่างเส้นทาง ‘ต่อจุดการศึกษาเพื่อมุ่งสู่การทำงาน’ ที่ผู้พิการจะได้นำทักษะความสามารถที่สั่งสมจากการเรียนมาใช้ แล้วต่อยอดพัฒนาผ่านการเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากหน้างานจริง โดยเส้นทางนี้จะเป็นกระบวนการที่ยั่งยืนของการพัฒนาศักยภาพผู้พิการ เพื่อให้สามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้เฉกเช่นคนอื่น ๆ และเป็นจุดเริ่มต้นของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเสมอภาค”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d93537"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/2024_0118_Win-Win_Sq-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘ปฏิบัติงานจริง’ บทเรียนเข้มข้นที่ทุกคนต้องก้าวผ่าน</strong></h2>



<p><strong>กฤตย</strong>เสนอตัวอย่างจากแนวทางการทำงานในธุรกิจร้านอาหารเครือ Central Restaurant Group ที่ใช้พื้นที่การทำงานเป็นเวทีเรียนรู้ เพื่อปรับการสื่อสารและการอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความหลากหลาย โดยจะวางลำดับขั้นตอนให้พนักงานผู้พิการซึ่งยังไม่พร้อมสื่อสารมากนักเริ่มต้นรับหน้าที่อยู่ด้านหลังร้าน จำกัดการสื่อสารเพียงในแผนก แต่เมื่อทำสักพัก เริ่มปรับตัวได้ ก็จะได้ลองขยับไปอยู่กลางร้าน เพื่อฝึกทักษะสื่อสารกับพนักงานแผนกอื่นจนคล่องแคล่วขึ้น ทีนี้จะได้ลองเปลี่ยนไปทำงานหน้าร้าน เพื่อสื่อสารกับทั้งพนักงานภายในและกับลูกค้าที่มาใช้บริการ</p>



<p>&nbsp; ระบบงานลักษณะนี้ทำให้เห็นว่า ผู้พิการเกือบทุกคนจะพัฒนาตนเองได้เร็วขึ้นในทุกด้าน เมื่อได้สื่อสารทำงานร่วมกับทั้งพนักงานผู้พิการด้วยกัน พนักงานที่เป็นคนทั่วไป รวมถึงผู้มาใช้บริการ ส่วนในอีกทางหนึ่งเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ เองก็สามารถเรียนรู้และปรับตัวกับความแตกต่างหลากหลายเฉพาะบุคคล และทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“งานมีส่วนสำคัญอย่างมากในการกระตุ้นให้ผู้ปฏิบัติงานค้นหาวิธีการสื่อสารในหลายรูปแบบ และเขาจะค่อย ๆ พัฒนาทักษะขึ้นในทุกวัน ซึ่งเรามองว่าพื้นที่ต่าง ๆ ในร้านอาหาร (Service Sector) นั้นมีเสน่ห์ เหมือนพอเขาได้เจอทั้งเพื่อนร่วมงานผู้พิการด้วยกัน และเพื่อนร่วมงานอื่น ๆ ความมั่นใจในการสื่อสารก็ยิ่งเพิ่มขึ้น แล้วพอเขยิบไปหน้าร้านได้รับลูกค้าจริง ต้องเผชิญความกดดัน รับทั้งคำชื่นชม ตำหนิ แต่ละวันมีดีมีร้าย มีหลากหลายโจทย์ให้ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งมันคือกระบวนการจริงของการทำงานที่ไม่ว่าใครก็ต้องผ่าน และสิ่งเหล่านี้เองจะทำให้คนทำงานแข็งแรงขึ้นทั้งภายนอกภายใน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-697deb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/2024_0118_Win-Win-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในฐานะภาคเอกชนผู้ร่วมขับเคลื่อนโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษร่วมกับ กสศ. <strong>กฤตย</strong>ระบุว่า หน้าที่ความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นผ่านการทำงานกับผู้คนและเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ คือ ‘ต้นทุน’ ที่ไม่เพียงช่วยให้ผู้พิการเติบโตก้าวหน้าได้ในเส้นทางอาชีพ หากยังถือเป็น ‘ขุมพลังของชีวิต’ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้กับเรื่องราวอื่น ๆ ได้ในอนาคต&nbsp;</p>



<p>&nbsp; “การทำงานร่วมกับผู้พิการต่อเนื่องตลอดหลายปี สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือเรามีพนักงานผู้พิการที่อยู่โยงทำงานยาวนานตั้งแต่ยังเรียนหนังสือ หลายคนก้าวไปเป็นหัวหน้างาน หรือหลายคนก็แสดงให้เห็นว่ามีศักยภาพมากเกินกว่าจะทำแค่อาชีพเดียว โดยสามารถเป็นทั้งลูกจ้างทำงานกับเราและยังเป็นเจ้าของกิจการส่วนตัวในคนเดียวกัน ตรงนี้เราเชื่อว่าปัจจัยคือ ไม่ว่าผู้พิการหรือคนปกติ ถ้าได้ขัดเกลาทักษะ บ่มเพาะประสบการณ์ ได้พบช่องทางซึ่งเปิดกว้างเพียงพอ เขาจะสามารถประกอบอาชีพอย่างยั่งยืนและเติบโตพัฒนาได้&nbsp;</p>



<p>“ดังนั้นหากใช้กฎหมายจ้างงานมาตรา 33 ที่บัญญัติว่าสถานประกอบการทุกแห่งต้องรับผู้พิการเข้าทำงานในอัตราส่วนการจ้างงาน และตามลักษณะของงานที่เหมาะสมเป็นตัวตั้ง เราจะทำให้กระบวนการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำของผู้พิการสามารถมาบรรจบกับสถานประกอบการได้ และภาคธุรกิจและผู้พิการเองก็มีโอกาสมากขึ้นที่จะมาเจอกัน ที่สำคัญคือความร่วมมือนี้ต้องไม่ทำร่วมกันแค่ 1-2 ปี แต่ต้องส่งต่อกันไปรุ่นต่อรุ่นให้เป็นระบบ เป็นกระบวนการที่ทุกฝ่ายจะเกิดความงอกงามร่วมกัน”&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>ปัจจุบันมีนักเรียนนักศึกษาจากสถาบันอาชีวศึกษาในระบบทวิภาคีที่เข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ และทำงานในเครือ ‘Central Restaurant Group’ ราว 2,000 คนต่อปี ส่วนหนึ่งคือ ‘นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ’ ที่ กสศ. สอศ. คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิยาลัย ดำเนินโครงการร่วมกันย่างสู่ปีที่ 5 เพื่อส่งเสริมให้ผู้พิการที่มีศักยภาพแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสได้ศึกษาต่อในระดับ ปวส. เพื่อโอกาสการมีงานทำ โดยมุ่งไปที่การขยายภาคีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาสายอาชีพ และ ภาคธุรกิจเอกชน (Social partners) ทั่วประเทศ</strong></p>



<p></p>



<p><strong>อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง &#8211;</strong> <a href="https://www.eef.or.th/news-221223/" target="_blank" rel="noopener" title="">กสศ. ขับเคลื่อนการศึกษาสายอาชีพสู่การมีงานทำ ส่งเสริมสังคมเสมอภาคด้วย ‘ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง’ สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-190124/">เปลี่ยนภาพจำ “คนพิการ” เมื่อระบบการศึกษาทวิภาคีช่วยจับคู่งานได้แบบ Win-Win</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ขับเคลื่อนการศึกษาสายอาชีพสู่การมีงานทำ ส่งเสริมสังคมเสมอภาคด้วย ‘ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง’ สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-221223/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Dec 2023 08:11:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[กฤตย บุญไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ร ‘ชวนคิดต่อ ข้อค้นพบ เคลื่อนระบบการศึกษาสายอาชีพสำหรับทุกคน]]></category>
		<category><![CDATA[Café Amazon for Chance]]></category>
		<category><![CDATA[Central Restaurant Group Co.Ltd]]></category>
		<category><![CDATA[ภูรี สมิทธิเนตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัทมา วีระวานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ชนิศา ตันติเฉลิม]]></category>
		<category><![CDATA[สอศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=75643</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-221223/">กสศ. ขับเคลื่อนการศึกษาสายอาชีพสู่การมีงานทำ ส่งเสริมสังคมเสมอภาคด้วย ‘ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง’ สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ <strong>‘ชวนคิดต่อ ข้อค้นพบ เคลื่อนระบบการศึกษาสายอาชีพสำหรับทุกคน’</strong> ภายใต้โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ระดมความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้องลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สร้าง ‘พลังทุนมนุษย์’ จากรากฐานแนวคิดเรื่องความเสมอภาค โดยพัฒนากลไกความร่วมมือเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนผู้พิการ และบุคคลที่มีความต้องการจําเป็นพิเศษ ได้เข้าถึงโอกาสการพัฒนาตนเองผ่านการศึกษา เพื่อการประกอบอาชีพ พึ่งพาตนเองได้และดำรงชีวิตอย่างอิสระ เข้าถึงสิทธิ และอยู่ร่วมในสังคมอย่างเป็นปกติสุข</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e982e6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/49-กสศ.-เดินหน้าการศึกษาสายอาชีพสู่การมีงานทำ-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-31c149"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/49-กสศ.-เดินหน้าการศึกษาสายอาชีพสู่การมีงานทำ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ย่างสู่ปีที่ 5 แล้วที่โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ได้เปิดโอกาสให้เยาวชนผู้พิการที่มีศักยภาพแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส ได้ศึกษาต่อสายอาชีพระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในสถานศึกษาอาชีวศึกษาในโครงการฯ สามารถสร้างและขยายภาคีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และขยายโอกาสการมีงานทำหลังสำเร็จการศึกษาสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษได้อย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรม โดยมีภาคีเครือข่าย (Social partners) ผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาสายอาชีพสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษเข้าร่วมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง</p>



<p>การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อเผยแพร่บทเรียนและข้อค้นพบสำคัญจากการทำงาน โดยชวนภาคีร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และระดมความเห็น ตลอดจนขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษาสายอาชีพสำหรับคนทุกกลุ่มทุกประเภท มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนผู้เป็นฝ่ายกำหนดนโยบาย หน่วยงานในระดับท้องถิ่นและภูมิภาค สถานศึกษาอาชีวศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ สถานประกอบการภาคเอกชน เครือข่ายองค์กรคนพิการ ผู้ปกครองของผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ รวมถึงตัวแทนผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘เปลี่ยนความพิเศษให้เป็นพลัง’ หนุนเสริม เชื่อมผ่าน ประสานความร่วมมือ</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-625706"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/ผศ.ดร.ชนิศา-ตันติเฉลิม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ผศ.ดร.ชนิศา ตันติเฉลิม หัวหน้าโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผศ.ดร.ชนิศา ตันติเฉลิม คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ</strong> กล่าวว่า จากที่โครงการฯ ดำเนินงานด้วยแนวคิด ‘เปลี่ยนความพิเศษให้เป็นพลัง’ โดยใช้การ ‘หนุนเสริม เชื่อมผ่าน ประสานความร่วมมือ’ เป็นหัวใจสำคัญ ทำให้นับแต่ปี 2563 ถึง 2566 มีเยาวชนผู้มีความต้องการพิเศษที่ด้อยโอกาสและขาดแคลนทุนทรัพย์เข้ารับการศึกษาในระดับ ปวส. รวม 4 รุ่น ในสถานศึกษาอาชีวศึกษาที่ได้รับเลือกเข้าร่วมโครงการฯ 10 แห่ง โดยรุ่นแรกปี 2563 จบการศึกษาแล้ว 62 คน รุ่นที่สองปี 2564 จบการศึกษาแล้ว 123 คน รุ่นสามปี 2565 ปัจจุบันศึกษาระดับ ปวส. ชั้นปีที่ 2 จำนวน 114 คน และรุ่นสี่ปี 2566 ศึกษาในระดับ ปวส. ชั้นปีที่ 1 จำนวน 125 คน รวมนักศึกษาทุนจบการศึกษาแล้วทั้งสิ้น 239 คน จากจำนวนทั้งหมด 424 คน&nbsp;</p>



<p>จากจุดเริ่มต้น การทำงานได้สร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือไปยังหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการศึกษาสายอาชีพเพื่อการมีงานทำให้กับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ โดยขับเคลื่อนจนเกิดแนวปฏิบัติ ซึ่งภาคส่วนต่าง ๆ ที่เข้าร่วมถือเป็นหัวใจสำคัญในการส่งเสริมโอกาส และในวาระที่โครงการฯ เตรียมก้าวเข้าสู่ปีการศึกษา 2567 ซึ่งเป็นปีที่ 5 ของการทำงาน จึงตั้งใจจัดงานนี้เพื่อเผยแพร่บทเรียนและข้อค้นพบจากคณะวิจัยที่ดำเนินงานต่อเนื่องตลอด 4 ปี โดยองค์ความรู้ ชุดประสบการณ์ และการระดมความคิดเห็นที่เกิดขึ้นในที่ประชุมครั้งนี้ จะนำไปสู่การต่อยอดและการวางแผนงานในขั้นต่อไปของทุกฝ่าย ภายใต้ประเด็นประเด็นสำคัญ คือ</p>



<ol>
<li style="font-size:16px">หนุนเสริมสถานศึกษาอาชีวศึกษา เพื่อยกระดับการดูแลสวัสดิภาพ ความเป็นอยู่ของนักศึกษาทุน รวมถึงพัฒนาหลักสูตรและจัดกระบวนการสอนคุณภาพสูง ที่เน้นเรื่อง ‘การศึกษาพิเศษ’ เพื่อส่งเสริมการมีงานทำ</li>



<li style="font-size:16px">การจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำโดยตรง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ</li>



<li style="font-size:16px">ขยายโอกาสการทำงานร่วมกับครอบครัวผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษและสถานประกอบการ</li>



<li style="font-size:16px">เชื่อมโยงการทำงานร่วมกับภาคีระดับพื้นที่ทั้งส่วนภูมิภาค จังหวัด และระดับประเทศ<strong>5.</strong>วางเป้าหมายสู่การจัดการศึกษาสายอาชีพเพื่อการมีงานทำสำหรับทุกคน (inclusive vocational education and training)            </li>
</ol>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-714ebe"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/49-กสศ.-เดินหน้าการศึกษาสายอาชีพสู่การมีงานทำ-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-036965"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/49-กสศ.-เดินหน้าการศึกษาสายอาชีพสู่การมีงานทำ-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผศ.ดร.ชนิศา</strong> กล่าวว่า การสร้างสังคมสำหรับทุกคน หรือ Inclusive society คณะทำงานและภาคีทุกฝ่ายต้องช่วยกันผลักดันส่งเสริมให้เกิดการเปิดกว้างยอมรับความแตกต่าง ความท้าทายของงานนี้จึงเป็นโจทย์เรื่อง ‘ความพร้อมสู่การมีงานทำ’ ว่าเราจะช่วยกันพัฒนาผู้เรียนอย่างไร ให้มีคุณสมบัติตรงตามที่ผู้ประกอบการและผู้จ้างงานกำลังค้นหา ซึ่งสถานศึกษาต้องมีหน้าที่ขับดันศักยภาพ ช่วยสร้างประสบการณ์การทำงานที่เสริมความมั่นใจของผู้เรียน และที่สำคัญคือเมื่อจบการศึกษาไปแล้ว ผู้เรียนต้องได้ทำงานที่เหมาะสมตามทักษะความสามารถ ในสาขาวิชาที่จบการศึกษา</p>



<p>“เราจำเป็นต้องต่อจิ๊กซอว์ทีละส่วน เพื่อให้แต่ละฝ่ายเข้าใจบทบาทในการทำงานของตนได้ดีขึ้น จนสามารถประกอบเป็นภาพใหญ่ที่จะเชื่อมต่องานในระดับประเทศ โดยสิ่งหนึ่งที่คณะทำงานเคยค้นหามาตลอด และคิดว่าจะได้รับจากความร่วมมือของทุกฝ่ายในวันนี้ คือ ‘ข้อมูล’ ที่จะแสดงให้เห็นว่าเราจะค้นพบนักศึกษากลุ่มเป้าหมายได้อย่างไร หรือมี ‘ใคร’ และหน่วยงานใดบ้าง ที่กำลังร่วมเดินทางไปด้วยกัน ‘ใคร’ และหน่วยงานใดบ้างที่จะมาร่วมเชื่อมต่อฐานข้อมูลระหว่างกัน เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและการทำงานของเยาวชนผู้มีความต้องการพิเศษเหล่านี้ ให้มีประสิทธิภาพและเปิดกว้างยิ่งขึ้น”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>CO-CREATION FOR EDUCATION</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-18a62b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/49-กสศ.-เดินหน้าการศึกษาสายอาชีพสู่การมีงานทำ-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ปัทมา วีระวานิช</strong> <strong>นายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 3 และที่ปรึกษา สอศ.</strong> กล่าวว่า การร่วมงานกับ กสศ. ทำให้เห็นว่าการสร้างระบบการศึกษาสายอาชีพเพื่อผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ เราต้องอาศัยภาคี เช่นที่คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ เข้ามาเป็นแหล่งองค์ความรู้ และช่วยขับเคลื่อนการทำงานใกล้ชิดถึงในระดับห้องเรียน ที่มากกว่านั้นคืออาชีวศึกษายังได้เครือข่ายที่ขยายและเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในระดับประเทศ ตรงนี้ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้เราสามารถพัฒนา ‘ระบบการศึกษาพิเศษ’ ของอาชีวศึกษาได้ โดยมีการจัดตั้ง ‘ศูนย์บริหารการศึกษาพิเศษส่วนกลาง’ ของ สอศ. รวมถึงได้วางโครงสร้างศูนย์การศึกษาพิเศษระดับภาคและระดับจังหวัด เพื่อทำงานร่วมกับสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3ed961"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/49-กสศ.-เดินหน้าการศึกษาสายอาชีพสู่การมีงานทำ-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ซ้าย) ปัทมา วีระวานิช นายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 3 และที่ปรึกษา สอศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดย สอศ. สามารถตั้งศูนย์การศึกษาพิเศษระดับภูมิภาคได้แล้ว 10 แห่ง แต่ละแห่งประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เพื่อรองรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ทั้งห้องเรียน สื่อการเรียนการสอน หอพัก การสนับสนุนการเดินทาง นอกจากนี้ยังเตรียมปรับปรุงกรอบคุณวุฒิทางการศึกษาให้มีความยืดหยุ่น มีระบบ credit bank ที่มุ่งส่งเสริมจุดแข็งของผู้เรียนให้ชำนาญเฉพาะทาง เพื่อตอบรับเป้าหมายการเรียนรู้ที่มุ่งส่งผู้เรียนเข้าสู่สถานประกอบการโดยตรง        </p>



<p>“การจัดการเรียนการสอนสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ทำให้อาชีวศึกษาเชื่อมั่นว่าผู้พิการสามารถทำงานได้ โดยเฉพาะหากเราสามารถสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างเป็นระบบ ความเป็นไปได้ก็ยิ่งมีมากขึ้น เพราะเมื่อจับมือกันหลายฝ่ายเพื่อผลักดันโครงการฯ เราจะมี ‘องค์ความรู้ด้านการศึกษาพิเศษ’ และ ‘การสนับสนุนการเข้าถึงโอกาส’ มาเป็นเครื่องมือ แล้วผลผลิตของโครงการฯ จะช่วยพิสูจน์ว่า อาชีวศึกษาจัดการศึกษาพิเศษอย่างมีคุณภาพ ตอบโจทย์การมีงานทำของผู้พิการด้อยโอกาสได้จริง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-158a42"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/ภูรี-สมิทธิเนตย์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภูรี สมิทธิเนตย์ หัวหน้าโครงการ Café Amazon for Chance</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ภูรี สมิทธิเนตย์</strong> หัวหน้าโครงการ Café Amazon for Chance โครงการธุรกิจเพื่อสังคม บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด กล่าวว่าตอนนี้ Amazon มี 287 สาขา ร่วมกับ Franchisee อีกราว 40 สาขา เข้าร่วมโครงการ Café Amazon for Chance ที่มีการจ้างงานผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสอื่น ๆ มากกว่า 400 อัตรา </p>



<p>“การอยู่ในสังคมเราต้องมีการปรับตัวเข้าหากัน อเมซอนจึงปรับกระบวนการเพื่อสร้าง ‘พื้นที่โอกาสในการทำงาน’ สำหรับคนทุกกลุ่ม เราปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก จัดทำระบบและอุปกรณ์ช่วยเหลือต่าง ๆ เพื่อคนทำงาน และเพื่อให้ผู้รับบริการได้รับสินค้าที่ได้มาตรฐาน สำหรับกลุ่มผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษที่ผ่านสถานศึกษามาสู่สถานประกอบการ เรามีการเติมเต็มเรื่องการปรับตัวกับการทำงาน หรือการบริหารจัดการรายได้ และมองถึงการยกระดับให้น้อง ๆ ที่มาทำงานกับเราเป็นระยะเวลาหนึ่ง สามารถนำประกาศนียบัตรไปเทียบวุฒิการศึกษา เพื่อต่อยอดการศึกษาในอนาคตได้ด้วย ส่วนคนที่ทำงานจนมีประสบการณ์และต้องการก้าวไปเป็นผู้ประกอบการเอง เรามีการสอนระบบการทำงานภายในเพื่อนำไปใช้กับธุรกิจของตัวเอง ในภาพรวมแล้ว อเมซอนตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโอกาสในการทำงาน เพื่อเพิ่มจำนวนคนที่จะมาร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปด้วยกัน”   </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-10dbca"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/49-กสศ.-เดินหน้าการศึกษาสายอาชีพสู่การมีงานทำ-04.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(กลาง กำลังพูด) กฤตย บุญไทย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์การศึกษาและแรงงานสัมพันธ์ภาครัฐ CRG</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>กฤตย บุญไทย </strong>ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์การศึกษาและแรงงานสัมพันธ์ภาครัฐ บริษัท Central Restaurant Group Co.Ltd” (CRG) กล่าวว่า “Central Restaurant Group เป็นธุรกิจร้านอาหารที่มีการจ้างงานผู้พิการโดยทำงานร่วมกับพนักงานทั่วไป บนหลักการว่า ‘ถ้าผู้พิการค้นพบงานที่ใช่ เขาจะเติบโตต่อไปได้ในสายงาน’&nbsp;</p>



<p>“ในแง่หนึ่ง การทำงานจะช่วยให้ผู้พิการเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่น รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถของตนจนก้าวไปถึงตำแหน่งหัวหน้างานได้ ยิ่งถ้าเราจับคู่งานได้ตรงกับความสามารถของคน ‘งาน’ และ ‘ผู้ปฏิบัติงาน’ จะส่งเสริมกัน กุญแจสำคัญคืออาชีวศึกษาในฐานะสถาบันผลิตพัฒนาบุคลากรเข้าสู่ตลาดแรงงาน ถ้าทำให้ผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษเข้าสู่ระบบทวิภาคีได้ หลักสูตรที่กำหนดให้เรียนในสถานศึกษา 1 ปี และเปิดโอกาสให้เรียนรู้ในสถานประกอบการอีก 1 ปี จะช่วยยืนยันคุณค่าในตัวเองของผู้พิการ ว่าเขาทำงานได้ หาเงินได้ และนี่จะเป็นการจุดประกายการเรียนรู้และการเข้าถึงตลาดแรงงานให้กับใครก็ตามที่ต้องการโอกาส ฉะนั้นอาชีวศึกษาถือเป็นหัวใจของการเข้าถึงอาชีพสำหรับผู้พิการ ส่วนภาคเอกชนที่เราต้องจ้างงานด้วยมาตรา 33 อยู่แล้ว เมื่อเข้ามาร่วมกับโครงการฯ เราก็ได้มีโอกาสค้นพบบุคลากรที่มีศักยภาพ พร้อมทำงานได้ทันที”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สร้างการศึกษาเสมอภาคด้วยทุนรองรับผู้เรียนทุกกลุ่ม</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-eb1460"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/ธันว์ธิดา-วงศ์ประสงค์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ </strong>ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. ปิดท้ายว่า จากจุดเล็ก ๆ ที่หลายฝ่ายทำงานร่วมกัน เราสามารถสร้างโอกาสทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และทำให้เยาวชนผู้มีความต้องการพิเศษได้เห็นโอกาสการมีงานทำมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>“เราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เรียนและครอบครัวของเขาก่อน ว่าการศึกษาจะช่วยยกระดับชีวิต ต้องมีการแนะแนว มีสาขาวิชาที่ตอบโจทย์ สิ่งสำคัญคือถ้าสถานศึกษาไม่จับมือกับผู้ประกอบการ ก็ยากที่จะทำให้เกิดการเชื่อมต่อผู้เรียนไปสู่การมีงานทำหลังจบการศึกษา เพราะแม้กฎหมายระบุว่าสถานประกอบการต้องจ้างงานผู้พิการ แต่ความที่ไม่เคยมีการส่งต่อข้อมูลหรือเครือข่ายความร่วมมือที่เป็นระบบ ทำให้ ‘ต่างฝ่ายต่างหากันไม่เจอ’ ฉะนั้นโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ต้องทำให้เกิดความร่วมมือเพื่อเชื่อมข้อต่อตรงนี้ และต้องไม่ใช่การให้ทั้งสองฝ่ายหากันเจอหลังเด็กจบการศึกษาแล้ว แต่สถานประกอบการควรได้เจอน้อง ๆ ตั้งแต่ในระหว่างที่ยังศึกษาอยู่ เพื่อโอกาสฝึกงาน ทดลองงาน แล้วต่างฝ่ายต่างจะได้ดูว่าสามารถทำงานด้วยกันหลังจบการศึกษาหรือไม่</p>



<p>“การจับคู่สถานประกอบการกับผู้เรียนจะเกิดขึ้นได้ เราต้องสร้างระบบนิเวศที่ส่งเสริมการเรียนรู้สู่การมีงานทำ ซึ่งแต่ละฝ่ายต้องมาเจอกัน การมาพบกันวันนี้ถือว่าเรามีองค์ประกอบครบที่จะทำให้โครงการฯ เดินหน้าต่อไป ขณะเดียวกันสิ่งที่ทุกฝ่ายนำข้อมูลมานำเสนอคือองค์ประกอบชีวิตของเด็กจริง ๆ เป็นบทเรียนการทำงานที่เริ่มจากจุดเล็ก ๆ แล้วขยายเครือข่ายขึ้นเรื่อย ๆ และไม่ใช่แค่การทำงานในพื้นที่ใดหนึ่ง แต่มาจากเครือข่ายแกนนำที่กระจายในหลายภูมิภาค ซึ่งหลังจากนี้ กสศ. สอศ. และคณะครุศาสตร์จุฬาฯ จะมีโจทย์และข้อมูลเพิ่มเพื่อกลับไปหาทางจัดสรรทรัพยากร เพื่อสร้างโอกาสสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษได้ดียิ่งขึ้น”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-221223/">กสศ. ขับเคลื่อนการศึกษาสายอาชีพสู่การมีงานทำ ส่งเสริมสังคมเสมอภาคด้วย ‘ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง’ สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
