<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กระทรวงแรงงาน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 23 Jul 2025 03:46:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>กระทรวงแรงงาน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. ร่วมจับมือ 10 ภาคี วางแผนทิศทางหุ้นส่วนการศึกษา ขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-220725/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Jul 2025 11:40:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[Set Zero Dropout Symposium 2025]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นส่วนการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงมหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=95191</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 20–21 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมบางกอกพาเลส กรุง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-220725/">กสศ. ร่วมจับมือ 10 ภาคี วางแผนทิศทางหุ้นส่วนการศึกษา ขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 20–21 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมบางกอกพาเลส กรุงเทพฯ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ 10 หน่วยงานภาคี จัดประชุมสัมมนาวิชาการ “Set Zero Dropout Symposium 2025” เพื่อร่วมกันวางแผนทิศทางการขับเคลื่อนพลังหุ้นส่วนการศึกษา มุ่งสู่เป้าหมาย Thailand Zero Dropout อย่างยั่งยืน โดยมีภาคีความร่วมมือประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงแรงงาน กระทรวงยุติธรรม กรุงเทพมหานคร สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<p>การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการแสดงเจตจำนงร่วมกันในฐานะ “หุ้นส่วนการศึกษา” เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย Thailand Zero Dropout ให้เกิดผลในระดับพื้นที่ ผ่านการถอดบทเรียนจากต้นแบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นในหลากหลายบริบท พร้อมจัดแสดงนิทรรศการมีชีวิตที่ถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จจากการดำเนินงานจริง อาทิ โรงเรียนที่ดำเนินการตามแนวทาง 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ<strong> </strong>จำนวน 15 แห่ง ศูนย์การเรียนที่จัดตั้งโดยสถานประกอบการ 3 แห่ง การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ 5 ตำบล ในรูปแบบโรงเรียนมือถือ<strong> </strong>และต้นแบบการจัดการศึกษาเพื่อรองรับผู้เรียนจากกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-77aca0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e8a221"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การจัดทำแผนทิศทางครั้งนี้ มีจุดเริ่มต้นจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 54 ที่กำหนดให้รัฐต้องจัดการศึกษาภาคบังคับ 12 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย และสนับสนุนให้ท้องถิ่นและเอกชนมีส่วนร่วม รวมถึงมาตรา 258 (4) ซึ่งมุ่งให้ปรับปรุงโครงสร้างการจัดการเรียนรู้ให้ตอบสนองศักยภาพของผู้เรียน พร้อมสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21</p>



<p>จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของภาคีเครือข่ายในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดต้นแบบการทำงานที่ประสบความสำเร็จในหลายพื้นที่ โดยสามารถลดจำนวนเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยแนวทางจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ซึ่งคำนึงถึงบริบทของชีวิต ความจำเป็น และข้อจำกัดที่แตกต่างของผู้เรียนแต่ละคน การประชุม Set Zero Dropout Symposium 2025 จึงเปรียบเสมือนหมุดหมายสำคัญในการรวมพลังจากทุกภาคส่วน เพื่อก้าวสู่ระยะต่อไปของการพัฒนาแนวทาง “หุ้นส่วนการศึกษา”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-81e310"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.พัฒนะ พัฒนทวีดล</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.พัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong> กล่าวถึงการรวมพลังหุ้นส่วนการศึกษา สู่เป้าหมาย Zero Dropout ว่าเป็นภารกิจที่เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม และชุมชน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการดูแลเด็กและเยาวชนทุกคนไม่ให้มีใครหลุดจากระบบการศึกษาหรือการเรียนรู้ ด้วยรูปแบบการศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิต พร้อมย้ำว่า หัวใจสำคัญของการทำงานครั้งนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนไปด้วยกัน โดยเฉพาะหน่วยงานย่อย ทั้ง อบต. เทศบาล อบจ. และอาสาสมัครในพื้นที่ เพราะหน่วยงานเหล่านี้ถือว่ามีความใกล้ชิดและเข้าใจประชาชนและเด็กเยาวชนทุกคนในพื้นที่มากที่สุด&nbsp;</p>



<p>“ณ ปัจจุบัน มีโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศทั้งสิ้น 39,005 โรงเรียน และมีเด็กเยาวชน 1.3 ล้านคนในความดูแล โดยนับตั้งแต่การเกิดขึ้นของมาตรการ Thailand Zero Dropout การจัดการเรียนการสอนได้มีความเปลี่ยนแปลงโดยไม่จำกัดแต่เฉพาะในพื้นที่โรงเรียน แต่สำหรับผู้เรียนที่ไม่พร้อมด้วยอุปสรรคต่าง ๆ เรายังมีการจัดการศึกษาในรูปแบบอื่นรองรับ ทั้ง 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ หรือการจัดการเรียนรู้ผ่านศูนย์การเรียน โมบายล์สคูล รวมถึงการจัดการเรียนรู้เพื่อการประกอบอาชีพ ที่จะพาการเรียนรู้ให้ไปถึงตัวผู้เรียนไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ในสถานประกอบการ หรือพื้นที่ใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตเด็ก และจากการทำงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรามีต้นแบบของการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ซึ่งช่วยให้เด็กที่แม้ต้องเผชิญข้อจำกัดที่หลากหลาย แต่ยังสามารถกลับสู่การเรียนรู้ และได้รับวุฒิการศึกษาเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-815a2f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.พัฒนะ กล่าวว่า การรวมพลังหุ้นส่วนการศึกษาที่เกิดขึ้นนี้ เป็นผลจากความเชื่อร่วมกันของภาคีทุกฝ่าย ว่าเด็กทุกคนคือทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าที่จะก้าวขึ้นมาพัฒนาประเทศของเราต่อไป และนั่นหมายถึงว่าเด็กเยาวชนไม่ว่าเกิดและเติบโตในท้องถิ่นใดของประเทศไทย ล้วนคือความรับผิดชอบที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันพาไปสู่เส้นทางเรียนรู้พัฒนาตนเอง เพื่อให้สิ่งที่ร่วมกันทำในวันนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลง ในการขยายพื้นที่และรูปแบบการเรียนรู้ที่ไร้ข้อจำกัด โดยต่อไปนี้ความหมายของ ‘โรงเรียน’ จึงไม่ใช่การกล่าวถึงสถานที่ แต่คือ ‘ระบบ’ ที่พร้อมปรับไปตามรูปแบบชีวิตของเด็กแต่ละคน&nbsp;</p>



<p>“ในนาม สพฐ. ขอขอบคุณทุกคนทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะภาคท้องถิ่น จังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารโรงเรียน และครู ที่ร่วมกันนำร่องทำงาน จนเกิดเป็นโมเดลต้นแบบที่เรามาร่วมเรียนรู้และช่วยกันถอดบทเรียนในครั้งนี้ และหวังอย่างยิ่งว่าทิศทางขับเคลื่อนงาน Zero Dropout ในระยะต่อไป จะยิ่งช่วยส่งเสริมพลังให้หน่วยจัดการเรียนรู้ทุกแห่งมีศักยภาพ และมีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมเป้าหมายของคณะทำงานทุกฝ่าย เพื่อปลายทางของการสร้างระบบการศึกษาที่จะไม่มีใครตกหล่นอีกต่อไป”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-50ef3f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>กล่าวว่า กว่าที่งาน Thailand Zero Dropout จะเดินมาจนถึงวันที่เกิดต้นแบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น รองรับรูปแบบชีวิตที่หลากหลายของเด็กเยาวชนทุกกลุ่ม ย้อนกลับไป ณ จุดเริ่มต้น คือความพยายามของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ทำงานร่วมกับโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษา ภายใต้โจทย์เรื่องการดูแลช่วยเหลือเด็กเยาวชนไม่ให้หลุดจากระบบ จนผลพวงจากนโยบายนี้ ได้นำมาสู่การเกิดโรงเรียนในความหมายใหม่ ที่พร้อมรองรับเด็กเยาวชนตกหล่นจากระบบการศึกษา ตามแนวทางมาตรการ Thailand Zero Dropout เมื่อโรงเรียนพร้อมปรับตัวพาการเรียนรู้ไปสู่ผู้เรียนที่ขาดความพร้อม ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการรองรับเด็กเยาวชนที่ตกหล่นจากระบบซึ่งได้รับการติดตามกลับมา&nbsp;</p>



<p>“จากที่โรงเรียนคือจุดเริ่มต้นของการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ เพื่อให้ทางเลือกกับผู้เรียนที่มีข้อจำกัด ด้วยหลักสูตรที่ยืดหยุ่นสอดรับกับชีวิตประจำวัน ซึ่งกล่าวได้ว่าการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ หลายโรงเรียนได้ทำมาก่อนจะมีมาตรการ Thailand Zero Dropout โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 15 ที่ระบุว่าการจัดการศึกษามี 3 รูปแบบคือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย โดยสถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้ง 3 รูปแบบก็ได้ ก่อนนที่ในปี 2568 นี้ ได้มีการออกแบบคู่มือการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ที่เป็นมาตรฐาน เพื่อให้ทุกโรงเรียนนำไปใช้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ถึงวันนี้จากราว 50 โรงเรียนที่จัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ได้ขยับขยายเป็น 937 โรงเรียน และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น</p>



<p>“ประเด็นสำคัญที่ติดตามมาคือ เมื่อโรงเรียนได้ขึ้นมาเป็นเสาหลักในการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นแล้ว แนวร่วมจัดการศึกษาในรูปแบบอื่น ๆ จึงขยับขยายไปพร้อมกัน ทั้งการจัดการศึกษาผ่านศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 หรือโรงเรียนมือถือ (Mobile School) ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาผ่านภาคประชาชน รวมถึงการเข้ามาทำงานด้านการศึกษาโดยเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ทำให้เกิดพื้นที่ต้นแบบที่น่าสนใจมากมาย และนอกจากนั้นยังครอบคลุมไปถึงการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นให้กับเด็กเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม โดยกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยทั้งหมดนี้ล้วนมีส่วนช่วยให้ประตูการศึกษาเปิดกว้างขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1d6637"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้การทำงานมีความแข็งแรงยิ่งขึ้น คือการลงนามความร่วมมือของ 11 หน่วยงาน Thailand Zero Dropout และยิ่งเร่งให้เกิดรูปธรรมของการทำงาน ที่ในรอบหนึ่งปีผ่านมาสามารถพาเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา กลับสู่เส้นทางเรียนรู้ รวมถึงการส่งเสริมคุณค่าในตัวเองให้เยาวชนเหล่านี้มองเห็นถึงการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและท้องถิ่น มีเส้นทางชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยเป้าหมายในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ</p>



<p>“ไม่ใช่เพียงการขยับขยายของการจัดการเรียนรู้ แต่หากมองไปที่สถานการณ์ของเด็กเยาวชนที่ตกหล่นจากระบบการศึกษา จะพบว่าในปี 2566 ที่มีตัวเลขกลุ่มเป้าหมาย 1.02 ล้านคน แต่เมื่อถึงปี 2567 สถานการณ์ได้ดีขึ้นตามลำดับ โดยเหลือจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่ 9.8 แสนคน และถึงปี 2568 นี้ ตัวเลขได้ขยับลงมาที่ 8.8 แสนคน ซึ่งเชื่อว่าจำนวนของเด็กเยาวชนกลุ่มนี้จะลดจำนวนลงเรื่อย ๆ ตามการทำงานที่จะเกิดขึ้นต่อไป&nbsp;</p>



<p>“นิทรรศการที่มีชีวิตที่แสดงในงานครั้งนี้ คือผลลัพธ์ของการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ซึ่งทำให้เด็กเยาวชนจำนวนมากสามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้ ทั้งยังมีโอกาสและทางเลือกมากขึ้นในการวางแผนอนาคต โดยเรามีต้นแบบของน้อง ๆ ที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเมื่อได้รับการดูแลสนับสนุน เขาจึงกลับมาเรียนได้ ทำมาหากินได้ อาทิเยาวชนที่เรียนไปด้วยและประกอบอาชีพเป็นช่างตัดผมไปด้วย เยาวชนที่เรียนรู้เพื่อวุฒิ ม.6 ผ่านการทำงานในวงหมอลำ หรือมีรูปแบบของโรงเรียนในสวนทุเรียนที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องวุฒิการศึกษา และการมีอาชีพมีรายได้ยกระดับคุณภาพชีวิต เรามีต้นแบบความร่วมมือของหน่วยจัดการศึกษา ที่มีโรงเรียนเป็นสถาบันหลัก พร้อมมีเครือข่าย อปท. ศูนย์การเรียน พม. อสม. ที่ร่วมกันค้นหา ดูแลช่วยเหลือ&nbsp; และส่งต่อ จนเราเห็นปลายทางของการพัฒนาศักยภาพประชากรของประเทศ โดยไม่มีใครตกหล่นหรือถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ซึ่งเหล่านี้จะเป็นต้นแบบของการสร้างระบบการศึกษาที่พร้อมรองรับเด็กเยาวชนทุกคนในระยะยาว”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-71b751"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9782f5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/8.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-220725/">กสศ. ร่วมจับมือ 10 ภาคี วางแผนทิศทางหุ้นส่วนการศึกษา ขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พะเยา ปัตตานี ระยอง เตรียมสำรวจ “ทักษะพื้นฐานชีวิต” ประเมินความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงานในระดับจังหวัด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-141224-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Dec 2024 11:21:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Workshop]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางการพัฒนาทักษะพื้นฐานชีวิต เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานสถิติแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงมหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[World Bank]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=89300</guid>

					<description><![CDATA[<p>3 จังหวัดนำร่องเตรียมสำรวจ “ทักษะพื้นฐานชีวิต” ในโครงกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-141224-2/">พะเยา ปัตตานี ระยอง เตรียมสำรวจ “ทักษะพื้นฐานชีวิต” ประเมินความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงานในระดับจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>3 จังหวัดนำร่องเตรียมสำรวจ “ทักษะพื้นฐานชีวิต” ในโครงการประเมินและสำรวจทักษะและความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงานในระดับจังหวัด (Provincial Adult Skill Assessment in Thailand)</strong></p>



<p>ต่อเนื่องจากเวทีนโยบายระดับสูง <strong>“ทิศทางการพัฒนาทักษะพื้นฐานชีวิต เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทย”</strong> ที่ได้มีการนำเสนอรายงานการสำรวจทักษะและความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน (Adult Skills Assessment in Thailand : ASAT) ในประเทศไทย พ.ศ. 2565&nbsp; ซึ่งเป็นการประเมินขีดความสามารถทักษะพื้นฐานชีวิตที่จำเป็นต่อการทำงาน การดำรงชีวิตและส่งผลต่อการยกระดับรายได้ โดยมี 3 องค์ประกอบ คือ 1.การอ่านออกเขียนได้ (literacy) 2.ทักษะด้านดิจิทัล (digital skill) และ 3.ทักษะสังคมและอารมณ์​ (​socio-emotional skill) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 โดยความร่วมมือระหว่างกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ธนาคารโลก (World Bank) และภาคีเครือข่ายในประเทศไทย เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานสถิติแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น ที่เกิดการขยายผลการดำเนินโครงการ จากการสำรวจระดับชาติไปสู่ระดับจังหวัด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9f38c7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/4-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>3 จังหวัดนำร่องที่ร่วมขับเคลื่อน <strong>“โครงการประเมินและสำรวจทักษะและความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงานในระดับจังหวัด (Provincial Adult Skill Assessment in Thailand)”</strong> หรือเรียกว่า <strong>“โครงการ PASAT” </strong>ประกอบด้วย ทีม PASAT จังหวัดพะเยา นำโดย <strong>หน่วยบริหารจัดการเมืองพะเยา (City Unit) มหาวิทยาลัยพะเยา&nbsp; </strong>ทีม PASAT จังหวัดปัตตานี นำโดย <strong>คณะวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี</strong>&nbsp; และทีม PASAT จังหวัดระยอง นำโดย <strong>สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง (สถาบัน RILA)</strong> ที่จัดตั้งโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ได้ร่วมกับสำนักงานสถิติจังหวัด สำนักงานแรงงานจังหวัด รวมทั้งภาคีภาคประชาสังคม และภาควิชาการในพื้นที่ เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 ล่าสุดทุกจังหวัดได้จัดทำข้อมูลทบทวนสถานการณ์ทางการศึกษาและแรงงานของจังหวัด และมีการจัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเตรียมการจัดทีมสำรวจที่จะลงพื้นที่ชุมชนกลุ่มตัวอย่างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" data-id="89308" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final.jpg" alt="" class="wp-image-89308" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="855" height="569" data-id="89309" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/2-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final.jpg" alt="" class="wp-image-89309" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/2-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/2-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/2-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/2-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/2-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="855" height="569" data-id="89304" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/7-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final.jpg" alt="" class="wp-image-89304" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/7-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/7-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/7-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/7-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/7-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="89303" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/6-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final.jpg" alt="" class="wp-image-89303" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/6-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/6-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/6-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/6-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/6-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา กสศ. ร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคมมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีบทบาทเป็นทีมสนับสนุนส่วนกลาง ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เตรียมความพร้อมและกำหนดแนวทางในการดำเนินการสำรวจภาคสนาม ทดลองใช้ระบบแพลตฟอร์มออนไลน์ที่จะใช้สำรวจทักษะและความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงานในระดับจังหวัด (PASAT) ณ ห้องลีลาวดี ชั้น 1 โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร มีผู้เข้าร่วมอบรม 46 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานสถิติจังหวัด นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย และภาคีกลไกการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ รวมทั้งทีมวิทยากร จากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล และทีมสนับสนุนจาก กสศ. และ World Bank</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0a977f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-07.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"><strong>นางสาวธันว์ธิดา ว</strong>งศ์ประสงค์ </figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ <strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.</strong> ได้กล่าวถึงประโยชน์ของการสำรวจทักษะและความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงานในระดับจังหวัดที่จะเชื่อมโยงกับผลการสำรวจระดับชาติ นำมาสู่การกำหนดทิศทาง เป้าหมายการพัฒนาแผนพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด ที่สอดคล้องกับบริบทที่มีความแตกต่างกัน และเป็นการทำงานที่ใช้หลักฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ที่มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานสากล&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ การสำรวจข้อมูลกลุ่มตัวอย่างรายครัวเรือนในพื้นที่จำเป็นต้องอาศัยหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น สำนักงานสถิติจังหวัด และแรงงานจังหวัด และเครือข่ายในพื้นที่มาดำเนินการร่วมกัน การใช้งานแพลตฟอร์มสำรวจออนไลน์ PASAT ที่มีความเป็นมาตรฐานสากลนี้ จะทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องมือทางวิชาการใหม่ ๆ และการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ นอกจากนี้ <strong>นายอานนท์ จันทวิช</strong> ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการศึกษาสายอาชีพ ให้ข้อแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการสำรวจข้อมูลเชิงสถิติกับกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6b0352"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/5-ข่าว-Movement-PASAT-TH-V-Final.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.ปิยวัฒน์ เกตุวงศา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ต่อมา <strong>รศ.ดร.ปิยวัฒน์ เกตุวงศา</strong> พร้อมด้วยวิทยากรกระบวนการทีมส่งยิ้ม สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp; นำเสนอระบบแพลตฟอร์มสำรวจออนไลน์ PASAT ให้ทีมงานทั้ง 3 จังหวัด ได้เข้าใจฟังก์ชั่นการใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของแบบสำรวจออนไลน์ รวมทั้งการทำความเข้าใจบทบาทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานสำรวจข้อมูล และได้ทดลองใช้งานระบบแพลตฟอร์มสำรวจออนไลน์ PASAT&nbsp; โดยแบ่งทีมจังหวัด ออกเป็น 3 ทีมที่ดูแลระบบย่อยต่าง ๆ ได้แก่ (1) ระบบของพนักงานสัมภาษณ์และรวบรวมข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง (Interviewer) (2) ระบบของผู้ควบคุมงานสนาม (Supervisor) และ (3) ระบบของผู้จัดการงานสนาม (Fieldwork manage)&nbsp;</p>



<p>ผลจากการฝึกอบรมในครั้งนี้ ทำให้ได้ข้อแนะนำจากประสบการณ์ผู้ใช้ (User Experience) มาปรับปรุงระบบแพลตฟอร์มเชิงเทคนิคก่อนจะนำไปใช้สำรวจภาคสนามนำร่อง (Pilot) ในช่วงเดือนธันวาคม 2567 &#8211; เดือนมกราคม 2568 และจะทำการสำรวจภาคสนามจริงกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวนราว ๆ จังหวัดละ 1,800 คนที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัด ในช่วงเดือนมกราคม &#8211; เดือนมีนาคม 2568&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ความท้าทายของงานดังกล่าวนี้ คือ การขับเคลื่อนภาคีเครือข่ายกลไกการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ที่มาจากหลายภาคส่วนให้มีส่วนร่วมในการออกแบบและสำรวจทักษะเยาวชนและประชากรวัยแรงงานตลอดกระบวนการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานด้านการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ ซึ่งเป็นทักษะใหม่ของคนทำงานพื้นที่ด้วยเช่นกัน และจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์จากข้อมูลสารสนเทศที่เกิดขึ้นจากความร่วมแรงร่วมใจกันของหลายภาคส่วน นำมาวางแผนพัฒนาทักษะทุนมนุษย์ที่ตอบโจทย์สร้างกำลังคนที่มีผลิตภาพ (Productivity) ของพื้นที่ต่อไป </p>



<p></p>



<p><strong>อ่าน: <a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/asat_th_100724.pdf" target="_blank" rel="noopener" title="">รายงานการสำรวจทักษะและความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน (Adult Skills Assessment in Thailand : ASAT) ในประเทศไทย</a></strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-141224-2/">พะเยา ปัตตานี ระยอง เตรียมสำรวจ “ทักษะพื้นฐานชีวิต” ประเมินความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงานในระดับจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มองสถานการณ์ ‘แรงงานไทย’ ต้องเปลี่ยน Mindset เพื่อรับมืออนาคต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-1104223/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Apr 2022 05:16:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พรศิวลักษณ์ ผิวสอาด]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด 19 : ความท้าทายใหม่กับการพัฒนาทักษะและความพร้อมให้แก่ประชากรวัยแรงงานของไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=54503</guid>

					<description><![CDATA[<p>เสียงสะท้อนจากเวทีนโยบาย ‘โควิด 19 : ความท้าทายใหม่กับก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-1104223/">มองสถานการณ์ ‘แรงงานไทย’ ต้องเปลี่ยน Mindset เพื่อรับมืออนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เสียงสะท้อนจากเวทีนโยบาย ‘โควิด 19 : ความท้าทายใหม่กับการพัฒนาทักษะและความพร้อมให้แก่ประชากรวัยแรงงานของไทย’ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา ผู้ร่วมการเสวนาหลายท่านมีมุมมองต่อสถานการณ์แรงงานไทยที่สอดคล้องกันว่า ถึงแม้วิกฤตโควิดจะผ่านไป แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับภาคแรงงานคือ คนที่สูญเสียงานจำนวนมากจากวิกฤตครั้งนี้ จะยังคงไม่มีโอกาสได้กลับมาทำงานอีกเนื่องจากกำลังมีการปรับตัวของฝั่งนายจ้างที่เตรียมนำเทคโนโลยีและดิจิตัลเข้ามาใช้มากขึ้น เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มศักยภาพการผลิต นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ภาคแรงงานจะต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ตั้งแต่การเพิ่มทักษะใหม่ๆไปจนถึงเรื่องวิธีคิด หรือการมี Mindset ที่พร้อมรับมือกับคลื่นความเปลี่ยนแปลงลูกใหญ่ที่กำลังถาโถมเข้ามาให้ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c0556d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/a2-2-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>พรศิวลักษณ์ ผิวสอาด ผู้อำนวยการกองแผนงานและสารสนเทศ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ไม่ใช่สถานการณ์ที่ง่ายทั้งในส่วนของแรงงานและทางกรมฯ ที่มีโจทย์เรื่องการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพราะผลกระทบจากโควิดที่ชัดเจน คือการอบรมแบบเดิมที่ต้องใช้การปฏิบัติจริงไม่สามารถทำได้ ในช่วงที่ไม่สามารถเจอตัวกัน ‘สื่อออนไลน์’ จึงมีบทบาทมาก แต่หมายความว่าจะต้องพัฒนาทั้งตัวผู้รับการอบรมและบุคลากรของเราเองที่ต้องเปลี่ยนมาทำสื่อออนไลน์เพื่อสอน ซึ่งยอมรับว่าบุคลากรของกรมฯก็ไม่คุ้นชินเรื่องนี้</p>



<p>ในส่วนแรงงานก็มีทั้งโจทย์ในปัจจุบันสืบเนื่องมาจากแต่ละคนศักยภาพไม่เท่ากัน บางคนพร้อมมีเครื่องมืออุปกรณ์ แต่อีกส่วนไม่มีเลย ก็ต้องหาวิธีแก้ ส่วนโจทย์ในอนาคตคือต้องคิดต่อว่าจะใช้สถานการณ์นี้เป็นโอกาสพัฒนาแรงงานของเราให้ก้าวผ่านไปสู่การเป็นแรงงานที่มีทักษะที่สูงขึ้น เพื่อรับมือกับเทคโนโลยีที่จะถูกนำมาใช้ทดแทนคนได้อย่างไร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dc2abc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/c3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เมื่อโควิดอยู่นานกว่าที่คาด ความท้าทายที่ตามมาคือแนวโน้มที่ระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีจะเข้ามาแทนคน ดังนั้น เพื่อให้ทันต่อความท้าทายจึงต้องพัฒนาคนให้ทันต่อเทคโนโลยีมากขึ้น ในระยะสั้น กรมพัฒนาฝีมือแรงงานปรับรูปแบบฝึกอบรมเป็นแบบออนไลน์มากขึ้น อีกส่วนคือการอบรมแบบไฮบริดจ์ คือเรียนทฤษฎีทางออนไลน์แล้วนัดเจอกันในช่วงที่ต้องปฏิบัติจริง ส่วนในระยะกลางและระยะยาว จะต้องมีการบริหารฐานข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นภาพเดียวกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์รายบุคคล</p>



<p>พรศิวลักษณ์ กล่าวว่า นอกจากการการฝึกแรงงานเพื่อให้มีทักษะที่สามารถตอบสนองเทคโนโลยีระดับสูงได้แล้ว อีกส่วนหนึ่งที่ต้องคิดต่อ คือแรงงานที่กลับภูมิลำเนาจะอยู่ในภาคเกษตรมากขึ้นและอาจไม่กลับมา ส่วนนี้จะต้องพัฒนาเพื่อสนับสนุนการเกษตรที่ใช้เทคโนยีหรือเกษตรแม่นยำให้สามารถคาดการณ์ผลผลิตเกษตรได้คงที่และมีเทคโนโลยีที่สามารถแปรรูปได้ อีกส่วนหนึ่งคือเรืองการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อยและขนาดกลาง ซึ่งทางกรมฯจะมีทีมที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาโอท็อป วิสาหกิจชุมชน และ SMEs ให้ก้าวข้ามสู่การเป็นผู้ประกอบการที่แข็งแรงขึ้นให้ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ccc809"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/c4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ประเด็นสำคัญที่เราค้นพบหลังโควิดคือ การให้แค่ความรู้ไม่พอ จะต้องสามารถให้คำปรึกษาเพื่อเปลี่ยน Mindset หรือวิธีคิดของเขาด้วย เพื่อให้เขาพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เข้าใจเทรนด์ใหม่ๆที่เข้ามาเร็วขึ้น ต้องมีเครื่องมือให้ฝึกฝนและใช้งานจริง และจะต้องทำงานอย่างเกาะติด เพราะถ้าจะพัฒนาแรงงานให้สำเร็จจริงจะต้องดูว่า เขาขาดอะไรแล้วไปเติมให้เต็มให้ได้” พรศิวลักษณ์  กล่าวทิ้งท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-1104223/">มองสถานการณ์ ‘แรงงานไทย’ ต้องเปลี่ยน Mindset เพื่อรับมืออนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
