<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กระทรวงยุติธรรม | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 23 Jul 2025 03:46:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>กระทรวงยุติธรรม | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. ร่วมจับมือ 10 ภาคี วางแผนทิศทางหุ้นส่วนการศึกษา ขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-220725/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Jul 2025 11:40:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงมหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นส่วนการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Set Zero Dropout Symposium 2025]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=95191</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 20–21 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมบางกอกพาเลส กรุง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-220725/">กสศ. ร่วมจับมือ 10 ภาคี วางแผนทิศทางหุ้นส่วนการศึกษา ขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 20–21 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมบางกอกพาเลส กรุงเทพฯ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ 10 หน่วยงานภาคี จัดประชุมสัมมนาวิชาการ “Set Zero Dropout Symposium 2025” เพื่อร่วมกันวางแผนทิศทางการขับเคลื่อนพลังหุ้นส่วนการศึกษา มุ่งสู่เป้าหมาย Thailand Zero Dropout อย่างยั่งยืน โดยมีภาคีความร่วมมือประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงแรงงาน กระทรวงยุติธรรม กรุงเทพมหานคร สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<p>การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการแสดงเจตจำนงร่วมกันในฐานะ “หุ้นส่วนการศึกษา” เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย Thailand Zero Dropout ให้เกิดผลในระดับพื้นที่ ผ่านการถอดบทเรียนจากต้นแบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นในหลากหลายบริบท พร้อมจัดแสดงนิทรรศการมีชีวิตที่ถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จจากการดำเนินงานจริง อาทิ โรงเรียนที่ดำเนินการตามแนวทาง 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ<strong> </strong>จำนวน 15 แห่ง ศูนย์การเรียนที่จัดตั้งโดยสถานประกอบการ 3 แห่ง การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ 5 ตำบล ในรูปแบบโรงเรียนมือถือ<strong> </strong>และต้นแบบการจัดการศึกษาเพื่อรองรับผู้เรียนจากกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-77aca0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e8a221"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การจัดทำแผนทิศทางครั้งนี้ มีจุดเริ่มต้นจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 54 ที่กำหนดให้รัฐต้องจัดการศึกษาภาคบังคับ 12 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย และสนับสนุนให้ท้องถิ่นและเอกชนมีส่วนร่วม รวมถึงมาตรา 258 (4) ซึ่งมุ่งให้ปรับปรุงโครงสร้างการจัดการเรียนรู้ให้ตอบสนองศักยภาพของผู้เรียน พร้อมสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21</p>



<p>จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของภาคีเครือข่ายในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดต้นแบบการทำงานที่ประสบความสำเร็จในหลายพื้นที่ โดยสามารถลดจำนวนเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยแนวทางจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ซึ่งคำนึงถึงบริบทของชีวิต ความจำเป็น และข้อจำกัดที่แตกต่างของผู้เรียนแต่ละคน การประชุม Set Zero Dropout Symposium 2025 จึงเปรียบเสมือนหมุดหมายสำคัญในการรวมพลังจากทุกภาคส่วน เพื่อก้าวสู่ระยะต่อไปของการพัฒนาแนวทาง “หุ้นส่วนการศึกษา”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-81e310"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.พัฒนะ พัฒนทวีดล</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.พัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong> กล่าวถึงการรวมพลังหุ้นส่วนการศึกษา สู่เป้าหมาย Zero Dropout ว่าเป็นภารกิจที่เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม และชุมชน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการดูแลเด็กและเยาวชนทุกคนไม่ให้มีใครหลุดจากระบบการศึกษาหรือการเรียนรู้ ด้วยรูปแบบการศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิต พร้อมย้ำว่า หัวใจสำคัญของการทำงานครั้งนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนไปด้วยกัน โดยเฉพาะหน่วยงานย่อย ทั้ง อบต. เทศบาล อบจ. และอาสาสมัครในพื้นที่ เพราะหน่วยงานเหล่านี้ถือว่ามีความใกล้ชิดและเข้าใจประชาชนและเด็กเยาวชนทุกคนในพื้นที่มากที่สุด&nbsp;</p>



<p>“ณ ปัจจุบัน มีโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศทั้งสิ้น 39,005 โรงเรียน และมีเด็กเยาวชน 1.3 ล้านคนในความดูแล โดยนับตั้งแต่การเกิดขึ้นของมาตรการ Thailand Zero Dropout การจัดการเรียนการสอนได้มีความเปลี่ยนแปลงโดยไม่จำกัดแต่เฉพาะในพื้นที่โรงเรียน แต่สำหรับผู้เรียนที่ไม่พร้อมด้วยอุปสรรคต่าง ๆ เรายังมีการจัดการศึกษาในรูปแบบอื่นรองรับ ทั้ง 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ หรือการจัดการเรียนรู้ผ่านศูนย์การเรียน โมบายล์สคูล รวมถึงการจัดการเรียนรู้เพื่อการประกอบอาชีพ ที่จะพาการเรียนรู้ให้ไปถึงตัวผู้เรียนไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ในสถานประกอบการ หรือพื้นที่ใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตเด็ก และจากการทำงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรามีต้นแบบของการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ซึ่งช่วยให้เด็กที่แม้ต้องเผชิญข้อจำกัดที่หลากหลาย แต่ยังสามารถกลับสู่การเรียนรู้ และได้รับวุฒิการศึกษาเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-815a2f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.พัฒนะ กล่าวว่า การรวมพลังหุ้นส่วนการศึกษาที่เกิดขึ้นนี้ เป็นผลจากความเชื่อร่วมกันของภาคีทุกฝ่าย ว่าเด็กทุกคนคือทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าที่จะก้าวขึ้นมาพัฒนาประเทศของเราต่อไป และนั่นหมายถึงว่าเด็กเยาวชนไม่ว่าเกิดและเติบโตในท้องถิ่นใดของประเทศไทย ล้วนคือความรับผิดชอบที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันพาไปสู่เส้นทางเรียนรู้พัฒนาตนเอง เพื่อให้สิ่งที่ร่วมกันทำในวันนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลง ในการขยายพื้นที่และรูปแบบการเรียนรู้ที่ไร้ข้อจำกัด โดยต่อไปนี้ความหมายของ ‘โรงเรียน’ จึงไม่ใช่การกล่าวถึงสถานที่ แต่คือ ‘ระบบ’ ที่พร้อมปรับไปตามรูปแบบชีวิตของเด็กแต่ละคน&nbsp;</p>



<p>“ในนาม สพฐ. ขอขอบคุณทุกคนทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะภาคท้องถิ่น จังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารโรงเรียน และครู ที่ร่วมกันนำร่องทำงาน จนเกิดเป็นโมเดลต้นแบบที่เรามาร่วมเรียนรู้และช่วยกันถอดบทเรียนในครั้งนี้ และหวังอย่างยิ่งว่าทิศทางขับเคลื่อนงาน Zero Dropout ในระยะต่อไป จะยิ่งช่วยส่งเสริมพลังให้หน่วยจัดการเรียนรู้ทุกแห่งมีศักยภาพ และมีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมเป้าหมายของคณะทำงานทุกฝ่าย เพื่อปลายทางของการสร้างระบบการศึกษาที่จะไม่มีใครตกหล่นอีกต่อไป”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-50ef3f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>กล่าวว่า กว่าที่งาน Thailand Zero Dropout จะเดินมาจนถึงวันที่เกิดต้นแบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น รองรับรูปแบบชีวิตที่หลากหลายของเด็กเยาวชนทุกกลุ่ม ย้อนกลับไป ณ จุดเริ่มต้น คือความพยายามของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ทำงานร่วมกับโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษา ภายใต้โจทย์เรื่องการดูแลช่วยเหลือเด็กเยาวชนไม่ให้หลุดจากระบบ จนผลพวงจากนโยบายนี้ ได้นำมาสู่การเกิดโรงเรียนในความหมายใหม่ ที่พร้อมรองรับเด็กเยาวชนตกหล่นจากระบบการศึกษา ตามแนวทางมาตรการ Thailand Zero Dropout เมื่อโรงเรียนพร้อมปรับตัวพาการเรียนรู้ไปสู่ผู้เรียนที่ขาดความพร้อม ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการรองรับเด็กเยาวชนที่ตกหล่นจากระบบซึ่งได้รับการติดตามกลับมา&nbsp;</p>



<p>“จากที่โรงเรียนคือจุดเริ่มต้นของการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ เพื่อให้ทางเลือกกับผู้เรียนที่มีข้อจำกัด ด้วยหลักสูตรที่ยืดหยุ่นสอดรับกับชีวิตประจำวัน ซึ่งกล่าวได้ว่าการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ หลายโรงเรียนได้ทำมาก่อนจะมีมาตรการ Thailand Zero Dropout โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 15 ที่ระบุว่าการจัดการศึกษามี 3 รูปแบบคือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย โดยสถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้ง 3 รูปแบบก็ได้ ก่อนนที่ในปี 2568 นี้ ได้มีการออกแบบคู่มือการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ที่เป็นมาตรฐาน เพื่อให้ทุกโรงเรียนนำไปใช้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ถึงวันนี้จากราว 50 โรงเรียนที่จัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ได้ขยับขยายเป็น 937 โรงเรียน และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น</p>



<p>“ประเด็นสำคัญที่ติดตามมาคือ เมื่อโรงเรียนได้ขึ้นมาเป็นเสาหลักในการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นแล้ว แนวร่วมจัดการศึกษาในรูปแบบอื่น ๆ จึงขยับขยายไปพร้อมกัน ทั้งการจัดการศึกษาผ่านศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 หรือโรงเรียนมือถือ (Mobile School) ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาผ่านภาคประชาชน รวมถึงการเข้ามาทำงานด้านการศึกษาโดยเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ทำให้เกิดพื้นที่ต้นแบบที่น่าสนใจมากมาย และนอกจากนั้นยังครอบคลุมไปถึงการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นให้กับเด็กเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม โดยกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยทั้งหมดนี้ล้วนมีส่วนช่วยให้ประตูการศึกษาเปิดกว้างขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1d6637"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้การทำงานมีความแข็งแรงยิ่งขึ้น คือการลงนามความร่วมมือของ 11 หน่วยงาน Thailand Zero Dropout และยิ่งเร่งให้เกิดรูปธรรมของการทำงาน ที่ในรอบหนึ่งปีผ่านมาสามารถพาเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา กลับสู่เส้นทางเรียนรู้ รวมถึงการส่งเสริมคุณค่าในตัวเองให้เยาวชนเหล่านี้มองเห็นถึงการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและท้องถิ่น มีเส้นทางชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยเป้าหมายในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ</p>



<p>“ไม่ใช่เพียงการขยับขยายของการจัดการเรียนรู้ แต่หากมองไปที่สถานการณ์ของเด็กเยาวชนที่ตกหล่นจากระบบการศึกษา จะพบว่าในปี 2566 ที่มีตัวเลขกลุ่มเป้าหมาย 1.02 ล้านคน แต่เมื่อถึงปี 2567 สถานการณ์ได้ดีขึ้นตามลำดับ โดยเหลือจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่ 9.8 แสนคน และถึงปี 2568 นี้ ตัวเลขได้ขยับลงมาที่ 8.8 แสนคน ซึ่งเชื่อว่าจำนวนของเด็กเยาวชนกลุ่มนี้จะลดจำนวนลงเรื่อย ๆ ตามการทำงานที่จะเกิดขึ้นต่อไป&nbsp;</p>



<p>“นิทรรศการที่มีชีวิตที่แสดงในงานครั้งนี้ คือผลลัพธ์ของการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ซึ่งทำให้เด็กเยาวชนจำนวนมากสามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้ ทั้งยังมีโอกาสและทางเลือกมากขึ้นในการวางแผนอนาคต โดยเรามีต้นแบบของน้อง ๆ ที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเมื่อได้รับการดูแลสนับสนุน เขาจึงกลับมาเรียนได้ ทำมาหากินได้ อาทิเยาวชนที่เรียนไปด้วยและประกอบอาชีพเป็นช่างตัดผมไปด้วย เยาวชนที่เรียนรู้เพื่อวุฒิ ม.6 ผ่านการทำงานในวงหมอลำ หรือมีรูปแบบของโรงเรียนในสวนทุเรียนที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องวุฒิการศึกษา และการมีอาชีพมีรายได้ยกระดับคุณภาพชีวิต เรามีต้นแบบความร่วมมือของหน่วยจัดการศึกษา ที่มีโรงเรียนเป็นสถาบันหลัก พร้อมมีเครือข่าย อปท. ศูนย์การเรียน พม. อสม. ที่ร่วมกันค้นหา ดูแลช่วยเหลือ&nbsp; และส่งต่อ จนเราเห็นปลายทางของการพัฒนาศักยภาพประชากรของประเทศ โดยไม่มีใครตกหล่นหรือถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ซึ่งเหล่านี้จะเป็นต้นแบบของการสร้างระบบการศึกษาที่พร้อมรองรับเด็กเยาวชนทุกคนในระยะยาว”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-71b751"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9782f5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/8.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-220725/">กสศ. ร่วมจับมือ 10 ภาคี วางแผนทิศทางหุ้นส่วนการศึกษา ขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมราชทัณฑ์ ร่วมจับมือ กสศ. พัฒนาโมเดลจัดการศึกษาให้ผู้ต้องขังใน 13 เรือนจำต้นแบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-181224-3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Dec 2024 10:54:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลการศึกษาผู้ต้องขัง]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[กรมราชทัณฑ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=89271</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-181224-3/">กรมราชทัณฑ์ ร่วมจับมือ กสศ. พัฒนาโมเดลจัดการศึกษาให้ผู้ต้องขังใน 13 เรือนจำต้นแบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการสัมมนาเชิงปฏิบัติการการพัฒนาการจัดการศึกษาผู้ต้องขังในเรือนจำต้นแบบการศึกษา โดยมี นายนิยม เติมศรีสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทันณฑ์ นายภัทระ คำพิทักษ์ ที่ปรึกษากรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาควิชาการด้านกฎหมาย กสศ. นางสาวนิสา แก้วแกมทอง รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการเรียนรู้เชิงพื้นที่ กสศ. คณะผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการทัณฑสถาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ นนทบุรี</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" data-id="89276" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg" alt="" class="wp-image-89276" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="855" height="569" data-id="89279" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/4-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg" alt="" class="wp-image-89279" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/4-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/4-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/4-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/4-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/4-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="855" height="569" data-id="89277" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/2-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg" alt="" class="wp-image-89277" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/2-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/2-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/2-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/2-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/2-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="89278" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/3-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg" alt="" class="wp-image-89278" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/3-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/3-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/3-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/3-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/3-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-5 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="89280" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/5-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg" alt="" class="wp-image-89280" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/5-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/5-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/5-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/5-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/5-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="89281" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/6-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg" alt="" class="wp-image-89281" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/6-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/6-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/6-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/6-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/6-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>การสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิดเห็นในการจัดทำรูปแบบการจัดการศึกษาที่เหมาะสม และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการศึกษาให้แก่ผู้ต้องขัง โดยกรมราชทัณฑ์ได้ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาผู้ต้องขัง ตลอดจนพัฒนาคุณภาพประสิทธิภาพครูผู้สอน เพื่อสนับสนุนผู้ที่พลาดโอกาสทางการศึกษา โดยได้กำหนดให้เรือนจำ 13 แห่ง จากภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ เป็นเรือนจำต้นแบบการศึกษา ได้แก่ 1) เรือนจำกลาพระนครศรีอยุธยา 2) เรือนจำกลางเชียงราย 3) เรือนจำกลางอุดรธานี 4) เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ 5) ทัณฑสถานหญิงนครราชสีมา 6) ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง 7) เรือนจำจังหวัดนราธิวาส 8) เรือนจำกลางปัตตานี 9) เรือนจำกลางยะลา 10) เรือนจำอำเภอเบตง 11) เรือนจำกลาง เขาบิน 12) ทัณฑสถานหญิงชลบุรี และ 13) เรือนจำอำเภอสีคิ้ว</p>



<p>โดยได้เชิญผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการทัณฑสถาน ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง และหัวหน้าฝ่ายการศึกษา จากเรือนจำต้นแบบทั้ง 13 แห่ง เข้าร่วมสัมมนากับผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาจากภาคส่วนต่าง ๆ เป็นวิทยากร ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา หัวหน้าภาควิชาการศึกษาตลอดชีวิตและประธานสาขาวิชาการศึกษานอกระบบโรงเรียน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.เนตรดาว ยั่งยุบล คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี นายศุภชัย ไตรไทยธีระ มูลนิธิปัญญากัลป์ รวมถึงคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากภายในและภายนอกกระทรวงยุติธรรม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-949d38"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/8-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"> พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</strong> กล่าวว่า หากจะวัดความเจริญรุ่งเรืองของประเทศให้วัดที่คุณภาพของคน การศึกษาคือการเปลี่ยนแปลงมนุษย์ และเปลี่ยนสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น การศึกษาของผู้ต้องขังเองก็เช่นกัน ในปัจจุบันผู้ต้องขังในเรือนจำของกรมราชทัณฑ์ ประมาณ 76% ไม่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ม.6) และมีอยู่ 10% ที่ไม่เคยเข้ารับการศึกษามาก่อน ในจำนวนผู้ต้องขังราว 300,000 คน ส่วนมากเป็นวัยหนุ่มสาว และทุกปีจะมีผู้พ้นโทษออกไปราว 200,000 คน จึงถือเป็นความท้าทายของกรมราชทัณฑ์ ในการออกแบบการจัดการศึกษา การเรียนรู้ ให้มีทักษะพื้นฐาน ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต เพื่อคืนทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพให้มีโอกาสใช้ชีวิตในสังคม</p>



<p>ตามกฎหมายราชทัณฑ์ เรือนจำต้องให้ผู้ต้องขังได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ วุฒิ ม.6 หรือ ปวช. และต้องทำหลักสูตรให้สอดคล้องกับกระทรวงศึกษา และบังคับให้ต้องฝึกอบรมด้านคุณธรรม จริยธรรมด้วย โครงการนี้ถือเป็นวาระที่ดีที่เราจะเติมคนที่มีคุณภาพ เพิ่มโอกาสการมีงานทำและการได้รับการจ้างงาน เป็นของขวัญให้ประเทศไทยต่อไป</p>



<p>“ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่พร้อมทุ่มแรงกายแรงใจและให้เวลากับเรื่องนี้ เพราะอย่าลืมว่าในภาพรวมของคนทั้งประเทศ เรายังมีตัวเลขของคนที่มีการศึกษาต่ำกว่าขั้นพื้นฐานจำนวนมาก ซึ่งทำให้เราพัฒนาประเทศไปข้างหน้าไม่ได้เท่าที่ควร ขณะที่การก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัวก็เป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ทางกรมราชทัณฑ์จะส่งคืนคนกลับสู่สังคม จะต้องช่วยขัดเกลาพัฒนาคนอย่างเต็มที่ จึงหวังว่าในวันนี้จะทำให้เกิดแนวทางที่น่าสนใจ ที่เราจะสามารถพัฒนาเรือนจำต้นแบบ 13 แห่ง ที่จะขยายผลไปยังเรือนจำอื่น ๆ ในอนาคต และนั่นย่อมหมายถึงความสำเร็จของการยกระดับการพัฒนาคนในกระบวนการยุติธรรมทั้งประเทศได้ในที่สุด”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0ffab6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/9-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางจิรภา สินธุนาวา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม </strong>กล่าวว่า ไทยมีจำนวนผู้ต้องขังเป็นอันดับ 8 ของโลก ความแออัดทำให้โอกาสในการพัฒนาทักษะองค์ความรู้ทำได้ยาก ส่งผลต่อโอกาสการทำงานเมื่อกลับสู่สังคม และเพิ่มโอกาสการทำผิดซ้ำ เรือนจำจึงต้องเป็นอคาเดมีด้านการซ่อมสร้างทุนมนุษย์ โดยการจัดการศึกษาหรือการเรียนรู้ ต้องเชื่อมโยงกิจกรรมเพื่อการแก้ไขพฤตินิสัย พร้อมส่งเสริมทักษะการสร้างรายได้ที่หลากหลาย สอดคล้องต่อความต้องการของตลาดแรงงาน</p>



<p>“คุณลักษณะหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง คือเรือนจำแต่ละแห่งมีบริบทแตกต่าง เช่นเรือนจำขนาดเล็กอาจได้เปรียบในเรื่องการจัดการศึกษาที่ทั่วถึงกว่า ส่วนเรือนจำขนาดใหญ่การมีส่วนร่วมอาจน้อยกว่า จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการเพื่อลดช่องว่างให้แคบลง ด้วยการจัดการศึกษาที่มีระบบ มีการเรียนรู้เรื่องนวัตกรรม สารสนเทศ IT ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต การปรับตัวเข้าสังคม ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ รวมถึงส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องเทรนด์ของโลก ความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจสังคม และสภาพแวดล้อม เพราะผู้ต้องขังที่จะพ้นออกไปจากเรือนจำต้องมีภูมิรู้ในการใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบัน อยากให้เอาประเด็นเหล่านี้มากำหนดเป็นปัจจัยการออกแบบหลักสูตรด้วย”</p>



<p>รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวต่อไปว่า การเข้าถึงโอกาสการศึกษาของผู้ต้องขังต้องไม่ใช่การเรียนรู้แค่รูปแบบเดียว แต่การจัดการศึกษาต้องยืดหยุ่น เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดเวลา สามารถใช้ทุกเวลาให้เกิดประโยชน์ มีการสร้างพื้นที่เรียนรู้ด้วยตัวเองอย่างอิสระ เช่น ห้องสมุด โดยหลักคิดสำคัญคือการทลายกฎเกณฑ์หรือกำแพงเรือนจำ ให้การควบคุมดำเนินควบคู่ไปกับการพัฒนา ลดหลักอำนาจนิยมโดยเปลี่ยนแปลงเป็นความเมตตาและมนุษยธรรม&nbsp;</p>



<p>อีกประการหนึ่งคือต้องให้ผู้ต้องขังมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อรับรู้ปัญหาและข้อจำกัด “เพราะหากส่งเสริมให้ผู้ต้องขังเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ได้ เขาจะสามารถแสดงศักยภาพในตัวเองออกมา และนำสู่การค้นพบที่ทางในการประกอบอาชีพ พร้อมปรับตัวเข้าหาครอบครัว ชุมชน และสังคมได้ดีขึ้น ซึ่งเท่ากับจะลดอัตราการกระทำผิดซ้ำ และเพิ่มโอกาสค้นพบความก้าวหน้าในชีวิตบนเส้นทางที่ถูกต้องให้กับผู้ต้องขังที่พ้นไปจากกรมราชทัณฑ์ได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a66eac"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/7-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ </strong>กล่าวถึงนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงยุติธรรมสู่การปฏิบัติในกรมราชทัณฑ์ว่า ที่ผ่านมากรมราชทัณฑ์มีการจัดการศึกษาอยู่แล้ว เพียงแต่ทำภายใต้บริบทอันเป็นข้อจำกัด ด้วยเรือนจำเป็นสังคมที่ซับซ้อน ต้องมีการดูแลทั้งเรื่องการควบคุม พัฒนาพฤตินิสัย รวมถึงจัดการศึกษาและสร้างงานสร้างอาชีพ ตัวเลขคนจบการศึกษาจึงมีจำนวนน้อย อย่างไรก็ตามเรือนจำต้องเป็นพื้นที่ของโอกาสต่าง ๆ โดยเฉพาะโอกาสด้านการศึกษา&nbsp;</p>



<p>“คนของกรมราชทัณฑ์ไม่อาจเป็นเพียงนักอาชญวิทยาหรือทัณฑวิทยา แต่ต้องมีทักษะของนักจัดการศึกษา เป็นนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยหากเข้าใจในบทบาทเหล่านี้ การออกแบบกิจกรรมที่สอดคล้องและการขับเคลื่อนจะตามมา สิ่งสำคัญคืออยากให้ชาวราชทัณฑ์ทราบถึง พ.ร.บ. การศึกษาฉบับปัจจุบัน ที่ระบุว่าการศึกษาสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งวันนี้เป็นโอกาสดีที่จะเจอวิทยากรผู้มีประสบการณ์จัดการศึกษาที่หลากหลาย ทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ฉะนั้นข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับ จะส่งเสริมให้ทุกเรือนจำจัดการศึกษาได้เหมาะสมสำหรับผู้ต้องหาทุกคน”</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-7 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="89288" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/13-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg" alt="" class="wp-image-89288" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/13-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/13-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/13-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/13-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/13-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="89285" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/10-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg" alt="" class="wp-image-89285" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/10-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/10-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/10-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/10-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/10-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-9 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="89287" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/12-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg" alt="" class="wp-image-89287" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/12-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/12-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/12-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/12-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/12-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="89286" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/11-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg" alt="" class="wp-image-89286" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/11-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม-.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/11-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/11-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/11-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/11-ข่าว-กสศ.-จับมือ-กระทรวงยุติธรรม--272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่าความท้าทายของการจัดการศึกษาในเรือนจำ คือ ในบริบทอันหลากหลายจะมีการจัดระบบอย่างไรให้การศึกษามีความชัดเจน อย่างไรก็ตามต้นทุนที่มีคือแทบทุกกิจกรรมที่มีอยู่ สามารถนำไปบูรณาการเข้ากับสาระวิชาที่กำหนดได้ทันที เพียงต้องปรับแต่งเพิ่มเรื่องจำนวนชั่วโมงเพื่อเทียบโอน และนำไปสู่การออกวุฒิ</p>



<p> “ถ้าระบบการจัดการศึกษาเรือนจำต้นแบบทำออกมาได้ เราจะดูแลคนได้ทุกกลุ่ม และสามารถขยายผลไปสู่การจัดการศึกษาในบริบทอื่นได้ ไม่เฉพาะในเรือนจำเท่านั้น เพราะกลุ่มเป้าหมายภายใต้การดูแลของกรมราชทัณฑ์ เปรียบได้กับการจำลองผู้คนที่แตกต่างมาไว้ในพื้นที่เดียวกัน ตัวแบบการจัดการศึกษาที่จะเกิดขึ้น จึงหมายถึงระบบที่รองรับความหลากหลายซับซ้อน ซึ่งคือรูปแบบของสังคมขนาดใหญ่ที่เราให้ทุกคนเรียนเหมือนกันหมดไม่ได้ เพราะบางคนชอบเรียนในระบบโรงเรียน บางคนชอบเรียนทางไกล หรือบางคนชอบเรียนด้วยตัวเองผ่านประสบการณ์ ซึ่งในความต่างนี้คือความท้าทายของการจัดการศึกษาของกรมราชทัณฑ์ ที่มีหน้าที่คืนผู้ต้องขังกลับสู่สังคมโดยต้องมีการศึกษาเป็นหลักประกัน เพื่อเปลี่ยนแปลงสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-636803"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/2-5.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายภัทระ คำพิทักษ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะที่ <strong>นายภัทระ คำพิทักษ์ ที่ปรึกษากรรมการบริหาร กสศ. </strong>กล่าวว่า กสศ. เชื่ออย่างยิ่งว่าการศึกษาคือเครื่องมือในการขยับเขยื้อนสถานะทางสังคม จึงสนับสนุนทุกคนให้มีโอกาสเรียนรู้อย่างเสมอภาค หลายรูปแบบ และเน้นการศึกษาที่ยืดหยุ่นซึ่งสอดคล้องต่อการดำเนินชีวิตในโลกปัจจุบัน โดย พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติมาตรา 12 ระบุว่า ผู้จัดการศึกษาไม่จำเป็นต้องเป็นโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังเอื้อให้ครอบครัว ชุมชน สังคม สามารถจัดการศึกษาได้ เป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง กสศ. และภาคีเครือข่ายด้านการศึกษา ที่ได้ทำงานนำร่องในหลายวาระโอกาส อาทิ จับมือกับมูลนิธิปัญญากัลป์ จัดการศึกษาให้เยาวชนในกรมพินิจฯ เพื่อเป็นพื้นที่รองรับเด็กเยาวชนไม่ให้ถูกทิ้งไว้ด้วยข้อจำกัดจากการศึกษาในระบบ ทั้งนี้ความสำเร็จที่ได้ ช่วยให้เด็กเยาวชนจำนวนหนี่งสามารถฝ่าฟันอุปสรรคจนไปถึงโอกาสการศึกษาต่อและมีงานทำได้&nbsp;</p>



<p>“การจัดการศึกษาให้กับผู้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม หัวใจสำคัญของงานคือการเปลี่ยนผู้คุมให้เป็นครู ดังนั้นเราจะไปถึงการสร้างโมเดลได้ต้องเกิดจากความเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจก่อนว่าการศึกษาเปลี่ยนคนได้ แล้วต้องเข้าใจว่าการศึกษาในที่นี้ต้องไม่ใช่แค่ห้องเรียนเท่านั้น แต่ทุกอย่างที่ผู้เรียนสนใจและถนัดล้วนแปลงเป็นรายวิชาได้ สามารถทำให้ผู้เรียนยืนหยัดและนำพาไปไปสู่การมีชีวิตอย่างภาคภูมิใจได้ นอกจากนี้ถ้าเชื่อในเรื่องการศึกษา ท่านต้องเชื่อว่าทุกคนจำเป็นต้องมีทักษะใหม่ ๆ ซึ่งมันจะช่วยให้คนคนหนึ่งอยู่รอดได้ในทุกสถานการณ์และในทุกพื้นที่ ท้ายที่สุด กสศ. ขอเป็นกำลังใจให้กับทั้ง 13 เรือนจำต้นแบบ และพร้อมนำประสบการณ์จากการทำงานกับเครือข่ายภาคประชาสังคมในหลายพื้นที่ ซึ่งมีข้อค้นพบ มีเครื่องมือ และมีกระบวนการที่หลากหลายมาช่วยสนับสนุน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0b3367"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1-5.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวนิสา แก้วแกมทอง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>นางสาวนิสา แก้วแกมทอง รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการเรียนรู้เชิงพื้นที่ กสศ. </strong>กล่าวว่า<strong> </strong>ยุทธศาสตร์หนึ่งที่ กสศ. วางเป้าการทำงานในสามปีจากนี้ คือส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นร่วมกับภาคีหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ซึ่งปีที่ผ่านมา กสศ. ได้ร่วมมือกับศาลเยาวชนและครอบครัวกลางทำงานนำร่องในพื้นที่กรุงเทพฯ ขอนแก่น และชัยภูมิ เรื่องการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กเยาวชนที่อยู่ในช่วงการพิจารณาของศาล เพื่อลดความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา รวมถึงทำงานกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พัฒนารูปแบบการเรียนในสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน จากเดิมที่มีเพียงการศึกษาผ่านกรมส่งเสริมการเรียนรู้ หรือ สกร. ให้มีการศึกษาทางเลือกในรูปแบบศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 โดยสามารถเทียบโอนวุฒิและประสบการณ์ได้ และได้กลายมาเป็นนโยบายการศึกษาทางเลือกที่ทางกรมพินิจได้ขยายผลในหลายพื้นที่ในปี 2567&nbsp;</p>



<p>“จากการทำงานกับกรมพินิจฯ ทางกระทรวงยุติธรรมโดยท่านรัฐมนตรีได้เสนอว่าอยากให้ กสศ. นำแนวทางมาขยายต่อที่กรมราชทัณฑ์ โดยเบื้องต้นเริ่มจากพัฒนาตัวแบบในเรือนจำ 13 แห่ง ซึ่ง กสศ. จะเป็นฝ่ายหนุนเสริมทางวิชาการ และมีทีมที่ปรึกษาในแต่ละภูมิภาคเข้าไปทำงานร่วมกับเรือนจำแต่ละแห่ง เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ และนอกจากนี้ยังต่อยอดไปถึงการทำงานกับหน่วยงานส่งต่อดูแล ได้แก่ กรมกิจการเด็กและเยาวชน ในบ้านพักเด็กและสถานสงเคราะห์ ซึ่งจะเริ่มทำสถานสงเคราะห์ต้นแบบร่วมกับกรมกิจการเด็กฯ ในปี 2568”&nbsp;</p>



<p><strong>รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการเรียนรู้เชิงพื้นที่ กสศ. </strong>กล่าวว่า กสศ. ได้ร่วมกับ สพฐ. ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ พัฒนาต้นแบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น โดยทำงานเชิงป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบ ด้วยนวัตกรรมการศึกษา อาทิ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ เพื่อสร้างโมเดลการจัดการเรียนรู้ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย อีกแนวทางหนึ่งคือร่วมกับศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 พัฒนาแอปพลิเคชัน Mobile School รองรับการเรียนออนไลน์และเทียบโอนประสบการณ์ทักษะต่าง ๆ เพื่อรับวุฒิการศึกษา ทั้งยังร่วมมือกับ สกร. ออกแบบหลักสูตรพัฒนาทักษะอาชีพจากฐานชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับผู้ถูกปล่อยตัวกลับคืนสู่ชุมชนให้มีแหล่งเรียนรู้ต่อเนื่องและมีอาชีพ โดยทั้งหมดนี้เชื่อว่า หากเด็กเยาวชนและประชาชนทุกคน มีรูปแบบการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองที่หลากหลายรองรับ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการหลุดจากระบบการศึกษา และลดอัตราการเข้าสู่เส้นทางกระทำความผิดได้</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-181224-3/">กรมราชทัณฑ์ ร่วมจับมือ กสศ. พัฒนาโมเดลจัดการศึกษาให้ผู้ต้องขังใน 13 เรือนจำต้นแบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ผู้ต้องขังในไทย 77.11% มีระดับการศึกษาต่ำกว่าขั้นพื้นฐาน’ ก.ยุติธรรม จับมือ กสศ. ชูเป้าหมาย Thailand Zero Dropout ใช้การศึกษายืดหยุ่นสร้างชีวิตใหม่ให้เด็กเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-310724/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 31 Jul 2024 09:54:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=84988</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2567 ณ ลานสานฝัน อุทยานการเรียนร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-310724/">‘ผู้ต้องขังในไทย 77.11% มีระดับการศึกษาต่ำกว่าขั้นพื้นฐาน’ ก.ยุติธรรม จับมือ กสศ. ชูเป้าหมาย Thailand Zero Dropout ใช้การศึกษายืดหยุ่นสร้างชีวิตใหม่ให้เด็กเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2567 ณ ลานสานฝัน อุทยานการเรียนรู้ TK Park จังหวัดยะลา กระทรวงยุติธรรมร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ประกาศร่วมกันแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ Thailand Zero Dropout “การศึกษาสร้างชีวิตใหม่ คืนพลเมืองคุณภาพสู่สังคม”</p>



<p><strong>พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรรม</strong> ประกาศนโยบายและทิศทางขับเคลื่อนภายใต้ความร่วมมือกับ กสศ. และภาคีเครือข่าย ว่าจะทำให้เด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมที่หลุดออกจากระบบการศึกษากว่า 2 แสน 3 หมื่นคน ได้รับการศึกษา รวมถึงเด็กในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ กสศ. ตั้งเป้าเพิ่มทุนมนุษย์เพื่อยุติความยากจนข้ามรุ่น ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่กำหนดให้ Thailand Zero Dropout เป็นวาระแห่งชาติ ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ให้ทุกหน่วยงานคิกออฟมาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนที่หลุดออกนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-11 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="84989" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/06-ข่าว-Thailand-Zero-Dropout-ยะลา.jpg" alt="" class="wp-image-84989" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/06-ข่าว-Thailand-Zero-Dropout-ยะลา.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/06-ข่าว-Thailand-Zero-Dropout-ยะลา-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/06-ข่าว-Thailand-Zero-Dropout-ยะลา-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/06-ข่าว-Thailand-Zero-Dropout-ยะลา-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/06-ข่าว-Thailand-Zero-Dropout-ยะลา-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>ซึ่งจากข้อมูลของ กสศ. ที่ระบุว่ามีเด็กอายุ 3-18 ปี จำนวนกว่า 1.02 ล้านคน อยู่นอกระบบการศึกษาตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมปลาย กระทรวงยุติธรรมซึ่งมีหน่วยงานดูแลเด็กและเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ทั้งกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พบว่าในผู้ต้องขังทั้งหมด 299,499 คน มีระดับการศึกษาต่ำกว่าขั้นพื้นฐานถึง 230,914 คน คิดเป็น 77.11%</p>



<p>ในจำนวนนี้พบว่าระดับการศึกษาของผู้ต้องขังก่อนต้องโทษ ไม่ได้รับการศึกษา 28,356 คน คิดเป็น 9.47% เรียนจบชั้นประถมศึกษามากสุด 117,415 คน คิดเป็น 39.21% รองลงมาระดับมัธยมต้น 85,143 คน คิดเป็น  28.43% มัธยมปลาย 40,074 คน คิดเป็น 13.38% ปวช. 10,939 คน คิดเป็น 3.65 % ปวส. 8,939 คน คิดเป็น 2.99 % ปริญญาตรี 7,565 คน คิดเป็น 2.53% สูงกว่าปริญญาตรี 1,018 คน คิดเป็น 0.34% และในจำนวนนี้มีผลจากคดียาเสพติดถึง 217,628 คน มีการกระทำผิดซ้ำถึง 135,269 คน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-924f89"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/05-ข่าว-Thailand-Zero-Dropout-ยะลา.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-de8b63"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/01-ข่าว-Thailand-Zero-Dropout-ยะลา.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>พันตำรวจเอกทวี </strong>มั่นใจว่า การศึกษาจะเป็นหัวใจสำคัญของการให้โอกาสผู้ที่กระทำผิดให้กลับเข้าสู่สังคมได้ โดยจะต้องพัฒนาหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่นให้เข้ากับเด็กเยาวชนเป็นรายคน ซึ่งการจัดการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมถือได้ว่าเป็นสถานศึกษาระดับพื้นฐานที่ใหญ่มากในประเทศไทย เรื่องนี้สำคัญมาก โดยมอบหมายให้หน่วยงานของกระทรวงยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่ที่มีความพร้อมเดินหน้าก่อน เพื่อเป็นตัวแบบขยับพร้อมกันทั่วประเทศ</p>



<p>“วันนี้เราพบแล้วว่า คนที่ยังไม่ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือการศึกษาภาคบังคับ ส่วนใหญ่อยู่ในเรือนจำ ตัวเลขดังกล่าวถือว่าเป็นวิกฤตทางการศึกษาที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องมาดูกันว่า จะทำอย่างไรให้ทุกคนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานต่าง ๆ ของราชทัณฑ์ทั้ง 143 แห่ง หรือที่เรียกว่า ‘คนที่อยู่หลังกำแพง’ ให้ได้รับการศึกษาเท่าเทียมกับคนข้างนอก และต้องเป็นการศึกษาที่มีคุณภาพทั้งในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาสายอาชีพ หรือด้านอาชีพต่าง ๆ ซึ่งจะต้องมีการออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทของผู้ต้องโทษในแต่ละพื้นที่”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-438705"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/04-ข่าว-Thailand-Zero-Dropout-ยะลา.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</strong> กล่าวว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องให้การศึกษาหมายถึงการได้รับความยุติธรรม ให้ความสำคัญกับการศึกษานำการทหารและการเมือง โดยให้กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ร่วมกับ กสศ. ออกแบบหลักสูตรให้เด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม ได้เข้าถึงการศึกษาที่มีหลากหลายรูปแบบ หรือ การศึกษาแบบยืดหยุ่น ผ่านศูนย์การเรียนรู้ต่าง ๆ นอกเหนือจากรูปแบบในระบบ ซึ่งเคยทำมาแล้วหลายโครงการกับ กสศ. เช่น การส่งเสริมให้เอกชนเข้ามาร่วมจัดการศึกษากับศูนย์การเรียนรู้ เพื่อการเทียบวุฒิการศึกษา การฝึกอาชีพสำหรับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เป็นต้น</p>



<p>“อยากให้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นวิกฤต เป็นอันตราย เป็นความรุนแรงที่มองไม่เห็น ถ้าแก้ปัญหาการศึกษาได้ จะแก้ปัญหาผู้ต้องราชทัณฑ์ล้นเรือนจำได้ คิดว่าวันนี้เป็นสิ่งท้าท้ายที่สุดของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะผู้ต้องราชทัณฑ์ทั้งหมดในภาคใต้ จบการศึกษาขั้นพื้นฐานเพียง 55 % นี่ คือวิกฤตของพื้นที่ที่ต้องช่วยกันแก้ด้วยความตั้งใจ ช่วยคนหนุ่มสาวที่ก้าวพลาดให้กลับมาเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ” พันตำรวจเอก ทวี กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-eda1cb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/aa14.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะที่ <strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. </strong>กล่าวว่า 5 ปีที่ผ่านมา กสศ. ได้สนับสนุนทุนการศึกษาให้เด็ก ๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาความยากจนข้ามรุ่นร่วมกับหลายสถาบันการศึกษา เช่น ทุนเสมอภาคสำหรับเด็กยากจน ยากจนพิเศษ ในระดับการศึกษาภาคบังคับ และในระดับสูงกว่าภาคบังคับ มีทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงหลายหลักสูตร เช่น หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล ทำร่วมกับคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ที่เรียน 1 ปี ได้งานทำทันที หลักสูตรทักษะอาชีพร่วมกับวิทยาลัยเทคโนโลยีการเกษตรและประมงปัตตานี ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่นในระดับอุดมศึกษา และสนับสนุนการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำกับเทศบาลนครยะลา และหอการค้า จังหวัดปัตตานี ส่งเสริมการศึกษายืดหยุ่น มีทางเลือกตอบโจทย์ชีวิต กับศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิศ (ตาดีกา) บาโงยือแร ส่งผลทำให้เด็กมีทางเลือกในการเรียนรู้ที่หลากหลาย</p>



<p>สำหรับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมที่หลุดออกนอกระบบการศึกษา เป็นอีกกลุ่มหนึ่งในเป้าหมาย Thailand Zero Dropout ของ กสศ. หลังจากร่วมกับหลายหน่วยงานคิกออฟเริ่มกระบวนการค้นหาและช่วยเหลือเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาไปแล้วใน 25 จังหวัดเฟสแรก โดยมีแอปพลิเคชัน ‘Thai Zero Dropout’ สนับสนุนภารกิจ สำรวจค้นหา จัดทำแผนการดูแลรายบุคคล วางแผน ช่วยเหลือ และเชื่อมโยง ส่งต่อการช่วยเหลือทั้งระดับพื้นที่และระดับประเทศ รวมถึงติดตามความก้าวหน้า ที่ตั้งเป้าครบทั้ง 77 จังหวัดในปี 2570</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7f5aae"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/03-ข่าว-Thailand-Zero-Dropout-ยะลา.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ระบุถึงข้อมูลที่สอดคล้องกับ กสศ. โดยเปรียบเทียบจำนวนเด็กและเยาวชนอายุ 6-18 ปีที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษาของ 3 จังหวัด ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ปี 2565-2566 ที่พบว่ามีเด็กและเยาวชนประมาณ 7% ไม่อยู่ในระบบการศึกษา พบอีกว่า จำนวนนักเรียนชั้น ป.1–ม.6 ของ 3 จังหวัด ในชั้นรอยต่อ ป.6 ขึ้น ม.1 มีแนวโน้มลดลง โดยลดลงมากในชั้น ม.4 ราว 20% ใน จ.ปัตตานี ลดลง 17% จ.ยะลา ลดลง 21% และนราธิวาสลดลง 23%</p>



<p>“ความร่วมมือครั้งนี้ที่ กสศ. จะทำงานกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือการสำรวจค้นหาจัดทำข้อมูลให้ตรงกันก่อนจัดทำแผนการดูแลรายบุคคล ครอบคลุมไปถึงเด็กเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม กสศ. ได้ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ในการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับบริบท ตัวตน และความสามารถของเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมให้กลับสู่การศึกษามาแล้ว เราจะใช้ประสบการณ์ในเรื่องนี้ ทำงานกับกระทรวงยุติธรรมอีก 2 หน่วยงานคือ กรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ มาดูกันว่าจะจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นอย่างไรให้ถึงเป้าหมาย Thailand Zero Dropout</p>



<p>“ความร่วมมือของกระทรวงยุติธรรมและ กสศ. ยังตั้งใจที่จะขยายไปสู่ความร่วมมือกับภาคเอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ 3 จังหวัด ในการออกแบบการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องของตลาดแรงงานในพื้นที่ สอดคล้องกับการสร้างงานสร้างรายได้ โดยใช้ประสบการณ์การทำงานของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน มาขยายผลไปสู่การทำงานกับกลุ่มคนที่เหลือ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7276bb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/02-ข่าว-Thailand-Zero-Dropout-ยะลา.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้<strong> ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาควิชาการด้านกฎหมาย กสศ. ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> ได้กล่าวว่า การศึกษาเป็นสิทธิที่ถูกรับรองทั้งในระดับสากลและระดับชาติ ภายใต้ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก รวมถึงรัฐธรรมนูญ แต่จากตัวเลขเด็กนอกระบบการศึกษา และตัวเลขจากกระทรวงยุติธรรม แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการดูแลเด็กและเยาวชนให้สอดรับกับกรอบกฎหมายที่กำหนดไว้ ในบทบาทของ กสศ. จะเชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้องมาหนุนเสริมกลไกเชิงระบบและทรัพยากร เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชน</p>



<p>“กระทรวงยุติธรรมเป็นหนึ่งในหน่วยงานต้นแบบที่มีวิสัยทัศน์เรื่องการศึกษาให้กับผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม โดยนำเอาแนวคิดเรื่องของการศึกษาที่ยืดหยุ่นมาขับเคลื่อน เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าถึงคุณค่าทางการศึกษาได้ ก่อนกลับออกไปสู่โลกภายนอก แล้วสามารถกลับเข้าไปสู่ระบบการศึกษาได้ปกติ โดยพัฒนาตั้งแต่เรื่องจิตใจ คุณภาพชีวิต ให้มีความพร้อมเรียนรู้ มีครูที่พร้อมปรับบทบาทจากผู้คุมส่งเสริมการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับผู้ก้าวพลาด ทำให้สามารถพัฒนาหลักสูตร พัฒนาบุคลากรได้</p>



<p>“กสศ. เองก็จะเป็นกลไกที่จะเหนี่ยวนำความช่วยเหลือทั้งระบบเข้ามา โดยหลังจากนี้ต่อไปอีก 6 เดือน เราจะมาถอดบทเรียนกันว่า จะได้รูปแบบของโมเดลที่หวังจะทำให้ Thailand Zero Dropout ภายใต้กระทรวงยุติธรรมประสบความสำเร็จ ทำให้เด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา กลับไปเป็นบุคคลที่มีคุณภาพของสังคมได้” ผศ.ดร.ปารีณา กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-310724/">‘ผู้ต้องขังในไทย 77.11% มีระดับการศึกษาต่ำกว่าขั้นพื้นฐาน’ ก.ยุติธรรม จับมือ กสศ. ชูเป้าหมาย Thailand Zero Dropout ใช้การศึกษายืดหยุ่นสร้างชีวิตใหม่ให้เด็กเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. และภาคี เปิด ‘เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก’ ช่วยแก้วิกฤตเด็กหลุดนอกระบบรับเปิดเทอมนี้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-110523/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 May 2023 08:13:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[วิทิต เติมผลบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงยุติธรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=67655</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้การศึกษาจะเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-110523/">กสศ. และภาคี เปิด ‘เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก’ ช่วยแก้วิกฤตเด็กหลุดนอกระบบรับเปิดเทอมนี้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้การศึกษาจะเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยรัฐมีหน้าที่สนับสนุนให้เกิดหน่วยจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ประชาชนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพอย่างเท่าเทียมและเสมอภาคในการเลือกเส้นทางการศึกษาตามความถนัด ความต้องการ และความจำเป็นพื้นฐานแห่งชีวิต เพื่อให้สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ แต่การศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกยังคงเป็นภาพฝันในสังคมไทย</p>



<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)<strong> </strong>ได้ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม สมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย และตัวแทนนักขับเคลื่อนการศึกษาหลายองค์กร เปิดตัวความร่วมมือภายใต้ชื่อ <strong>‘เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก’</strong> นำเสนอการออกแบบนโยบายเพื่อพาเด็กและเยาวชนจำนวน 2.5 ล้านคน จากครัวเรือนยากจน 20% ล่างของประเทศ รวมถึงเยาวชนและแรงงานนอกระบบสะสมอีกราว 20 ล้านคน ก้าวออกจากวงจรความยากจนข้ามรุ่นด้วยภาพฝันการศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือก ทำให้ประเทศไทยไม่มีคำว่า “เด็กนอกระบบ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-520a8d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เผยว่า วิกฤตทางที่เป็นโจทย์ใหญ่รับเปิดเทอมใหม่ปีการศึกษา 2566&nbsp; คือการส่งต่อความยากจนข้ามรุ่นกำลังขยายตัวครั้งใหญ่ โดยมีเด็กจากครอบครัวยากจนเพิ่มขึ้น 3-4 แสนคน เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา 2-3 แสนคน เพิ่มขึ้น 3-4 เท่า และภาวะการเรียนรู้ถดถอยที่ยังเป็นปัญหาเรื้อรัง&nbsp; ถ้าแก้ไขไม่ได้ไทยจะสูญเสียเด็กทั้งรุ่นที่ต้องประสบปัญหาทั้งเรื่องอ่านออกเขียนได้และสุขภาพจิตในอนาคต</p>



<p>ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล <strong>ศ.ดร.สมพงษ์ </strong>มีมุมมองต่อนโยบายแก้วิกฤตทางการศึกษาของพรรคการเมืองในสนามเลือกตั้ง 2566 ว่านักการเมืองส่วนใหญ่ยังมองปัญหาเรื่องการศึกษาอย่างผิวเผิน ขาดการมองอย่างวิเคราะห์รอบด้าน โดยเฉพาะเรื่องการหลุดออกนอกระบบของเด็กที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขและหาวิธีช่วยเหลือให้ได้</p>



<p>“นโยบายที่ดีของกระทรวงศึกษาธิการคือการตามเด็กกลับมาเรียน จากจำนวนเด็ก 238,707 คน สามารถตามเด็กกลับมาเรียนได้ 200,000 กว่าคน แต่สภาพปัจจุบันที่เป็นผลมาจากโควิด-19 ความเสี่ยงที่เด็กจะหลุดออกจากระบบการศึกษาจะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในปีการศึกษา 2566 ถ้าไม่จัดการหรือไม่มีนโยบายที่ชัดเจน อย่างเช่นสวัสดิการต่าง ๆ รวมถึงเส้นทางการศึกษาที่เหมาะกับเด็กจริงๆ&nbsp; เด็กจะหลุดออกจากระบบวนซ้ำถึง 85%”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fef61d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/ศ.ดร.สมพงษ์-จิตระดับ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong><br>กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ </strong>ระบุถึง 1 ในข้อเสนอถึงพรรคการเมืองของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้วยนโยบายปฏิรูปโครงสร้างสวัสดิการที่ครอบคลุมการเรียนรู้ทุกรูปแบบ ชูแนวคิดการศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต ปรับระบบราชการกระทรวงศึกษาฯ ให้มีวิธีคิดและหลักการที่ทันสมัย สนับสนุนเครือข่ายให้มีโอกาสร่วมพัฒนาการศึกษา ทั้งด้านหลักสูตรและวิธีบริหารจัดการเรียนรู้ที่แตกต่างหลากหลายได้</p>



<p>“กสศ. มีเป้าหมายสำคัญเรื่องการศึกษาทางเลือก (Alternative Education) และการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ (System Change) การขับเคลื่อนในอีก 3 ปีข้างหน้า เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก จะเป็นตัวแบบการศึกษาแบบเปิด (Open Education) ที่เกิดจากความร่วมมือของภาคประชาชน หากกระทรวงศึกษาธิการหันมาปฏิรูปโครงสร้างระบบ โดยมองเด็กเป็นที่ตั้ง มองเห็นถึงความหลากหลายแตกต่าง จัดการการศึกษาให้มีหลากรูปแบบหลายระบบ ก็จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของเด็กได้อย่างดียิ่ง ฉะนั้นอยากให้ทุกคนเปิดใจยอมรับ และหันมาร่วมมือกัน ซึ่งการใช้นวัตกรรมต่าง ๆ จะช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มทางเลือกหรือทางออกทางการศึกษาให้กับเด็กได้ เพราะระบบการศึกษาที่ผ่านมามีกำแพง กฎเกณฑ์มากมาย จึงอยากให้ผ่อนปรนลดกฎระเบียบเหล่านี้ลงบ้าง เพราะเมื่อเด็กออกกลางคัน เขาจะเป็นแรงงานด้อยทักษะ ไปตลอดชีวิต” <strong>ศ.ดร.สมพงษ์ </strong>กล่าว</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-13 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-09.jpg" alt="" data-id="67671" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=67671" class="wp-image-67671" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-09.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-09-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-09-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-09-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-09-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-10.jpg" alt="" data-id="67672" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-10.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=67672" class="wp-image-67672" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-10.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-10-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>“ภาพฝัน” การศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือก วันที่ประเทศไทยจะไม่มีคำว่า “เด็กนอกระบบ”</strong></h2>



<p><strong>นายวิทิต เติมผลบุญ</strong> เลขาธิการสมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน กล่าวว่า เป็นวาระสำคัญที่รัฐบาลใหม่ต้องพูดถึงเรื่องการศึกษาที่มีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต เนื่องจากเด็กที่หลุดออกจากการศึกษากระแสหลักก่อนจบชั้นมัธยมต้น จะยังไม่สามารถเข้าเรียนในรูปแบบการศึกษาตามอัธยาศัยหรือ กศน. ได้ เนื่องจากอายุไม่ถึง 15 ปี อย่างไรก็ตาม หากอ้างอิงตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่ระบุว่าสถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาคละรูปแบบได้คือ การศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย รวมถึงการเทียบโอนหน่วยกิตระหว่างกันได้ การสนับสนุนโดยรัฐก็ควรเกิดขึ้นทุกรูปแบบ</p>



<p>“หากรูปแบบการศึกษาทางเลือกได้รับความสนใจและพัฒนาต่อเนื่อง จนสามารถตอบโจทย์ชีวิตของเด็กและเยาวชนทุกคนได้ในระดับเดียวกับการศึกษากระแสหลัก เมื่อถึงวันนั้นเราจะไม่มีเด็กนอกระบบการศึกษาอีกต่อไป”</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-15 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/วิทิต-เติมผลบุญ.jpg" alt="" data-id="67673" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/วิทิต-เติมผลบุญ.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/news-110523/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d/" class="wp-image-67673" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/วิทิต-เติมผลบุญ.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/วิทิต-เติมผลบุญ-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/วิทิต-เติมผลบุญ-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/วิทิต-เติมผลบุญ-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/วิทิต-เติมผลบุญ-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="blocks-gallery-item__caption"><strong>นายวิทิต เติมผลบุญ</strong> เลขาธิการสมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน</figcaption></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/เทวินฏฐ์-อัครศิลาชัย.jpg" alt="" data-id="67670" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/เทวินฏฐ์-อัครศิลาชัย.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/news-110523/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%8f%e0%b8%90%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2/" class="wp-image-67670" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/เทวินฏฐ์-อัครศิลาชัย.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/เทวินฏฐ์-อัครศิลาชัย-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/เทวินฏฐ์-อัครศิลาชัย-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/เทวินฏฐ์-อัครศิลาชัย-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/เทวินฏฐ์-อัครศิลาชัย-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="blocks-gallery-item__caption"><strong>นายเทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย</strong> เลขาธิการสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย</figcaption></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>นายเทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย</strong> เลขาธิการสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย กล่าวเสริมว่า 24 ปีผ่านมา การยอมรับและสวัสดิการที่ควรจะครอบคลุมการศึกษาทางเลือกแทบไม่เกิดขึ้น เด็กและเยาวชนที่เรียนในศูนย์การเรียนไม่เคยได้รับเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานเท่าเทียมกับเด็กที่เรียนอยู่ในระบบโรงเรียน ครูในระบบการศึกษาทางเลือกยังขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพตนเองผ่านสวัสดิการอบรมความรู้ และเข้าไม่ถึงสิทธิที่ควรได้รับ&nbsp;</p>



<p>“การศึกษาทางเลือกจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเพื่อให้มีพื้นที่ มีการเติบโตที่เข้มแข็ง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของนิเวศการเรียนรู้และภูมิทัศน์ทางการศึกษาในปัจจุบัน เนื่องจากบริบทความต้องการของเด็กและเยาวชนมีความหลากหลายซับซ้อน รวมถึงปัจจัยที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษายังต่างไปจากอดีต ดังนั้นทิศทางของการศึกษายุคถัดไป ต้องทำให้เด็กเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทั้งในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติได้ โดยสามารถเรียนรู้ได้จากทุกหนทุกแห่ง รวมถึงมีการจัดสรรงบประมาณการศึกษาจากรัฐหรือองค์กรต่าง ๆ เพื่อจัดการศึกษาที่เหมาะสม หากทำได้ถึงจุดนั้น การศึกษาทางเลือกจะเป็นอีกลู่หนึ่งที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทยในภาพรวม” <strong>นายเทวินฏฐ์</strong> กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8ff6ed"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ข้อมูลสถานพินิจฯ ปี 2561-2565 พบเด็กกระทำผิด 134,747 คดี&nbsp; ในจำนวนนี้&nbsp; 70% หลุดจากระบบการศึกษา</strong></h2>



<p><strong>พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์</strong> อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวเสริมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาว่า มีมิติที่กว้างกว่าเรื่องความยากจน การทำงานของกรมพินิจฯ จึงมีโจทย์ตั้งต้นว่าจะทำให้เด็กและเยาวชนทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษาที่ดีได้อย่างไร&nbsp;</p>



<p>“สำหรับกรมพินิจฯ ซึ่งมีหน้าที่หลักคือดูแลฟื้นฟูเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมช่วงอายุ 12-18 ปี มีข้อมูลพบว่ามากกว่า 70% ของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้หลุดจากระบบการศึกษาระหว่างเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หรือต่ำกว่าเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ ดังนั้นหน้าที่ของกรมพินิจฯ จึงต้องสร้างโอกาสในการพัฒนาตัวเองภายใต้สิทธิพื้นฐานที่เด็กพึงมี ด้วยเครื่องมือสำคัญคือการศึกษา และการพัฒนาทักษะอาชีพเพื่อการมีงานทำ”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-994286"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/พ.ต.ท.วรรณพงษ์-คชรักษ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์<br>อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>พ.ต.ท.วรรณพงษ์ </strong>กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมพินิจฯ ทำงานกับเครือข่ายศูนย์การเรียน สถาบันการศึกษาสายอาชีพ และภาคส่วนต่าง ๆ นำนวัตกรรมและรูปแบบการศึกษาที่เหมาะสมเข้าไปให้เด็กในสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ ผ่านกลไกการทำงาน 3 ส่วนหลัก คือด้านวิชาการ จิตวิทยา และสังคมสงเคราะห์ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งคืนเด็กและเยาวชนเหล่านี้กลับสู่สังคมอีกครั้ง ได้รับการพัฒนาตนเองต่อเนื่อง มีทักษะในการประกอบอาชีพเพื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดีและไม่กลับมากระทำผิดซ้ำ</p>



<p>“กรมพินิจฯ วางแผนการทำงานโดยแสวงหานวัตกรรมที่มีอยู่แล้วมาใช้ และได้ร่วมงานกับ กสศ. เพื่อสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงทางเลือกทางการศึกษาที่หลากหลาย&nbsp; ผลที่เกิดขึ้นตามมาคือการเปิดประตูที่เคยปิดกั้น ให้เด็ก ๆ เข้าถึงการศึกษาได้ด้วยวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลายและไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการศึกษากระแสหลัก แต่มีช่องทางมากมายให้เด็กได้เลือกเรียนตามความสนใจและถนัด แล้ววันที่กลับออกไป เขาจะมีทักษะอาชีพ มีวุฒิการศึกษาเป็นเครื่องมือนำทางให้พบพื้นที่ของตนในสังคม” <strong>พ.ต.ท.วรรณพงษ์ </strong>กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d2f31d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เปิด 6 ข้อเสนอเร่งด่วนจาก ‘เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก’&nbsp; ในวาระเลือกตั้ง 2566</strong></h2>



<ol><li><strong>สนับสนุนให้เกิดหน่วยจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายทางเลือก </strong>ให้สามารถเข้าถึงได้อย่างเสมอภาค มีความยืดหยุ่นทั้งเวลา รูปแบบ และเงื่อนไขในการเข้ารับบริการทางด้านการศึกษา ไม่ยึดติดกับกรอบเวลา แต่มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อม การค้นพบตัวเอง และเสริมสร้างศักยภาพการเรียนรู้ตามความถนัดหรือความสนใจเป็นสำคัญ ตัวอย่างนวัตกรรมหน่วยจัดการเรียนรู้หลากหลายทางเลือก&nbsp; อาทิ หนึ่งโรงเรียนหลายระบบ, หนึ่งตำบลหรือชุมชนหนึ่งหน่วยจัดการเรียนรู้ทางเลือก, หลักสูตรอาชีพระยะสั้น Upskill Reskill, โรงเรียนมือถือ, Open Education, Online Learning Platform, บ้านเรียน, ศูนย์การเรียน, ช้างเผือก Academy&nbsp;<br><br>ทั้งนี้ กสศ. ได้ร่วมกับเครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก แสวงหาข้อค้นพบและทางออกใหม่ ๆ ที่สามารถช่วยบรรเทาปัญหาและลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาอยู่ในขณะนี้ ตัวอย่างเช่น<br><br><strong>1.1 กรุงเทพมหานคร/Free From School ห้องเรียนนอกกรอบเพื่อให้เด็กมีทักษะการทำงานและวุฒิการศึกษา</strong> ทางเลือกที่ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการศึกษาและเศรษฐกิจจนต้องหลุดจากระบบการศึกษา ให้กลับเข้าห้องเรียนเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะการทำงานและได้รับวุฒิการศึกษาในระดับชั้นมัธยมต้น-ปลาย<br><br><strong>1.2 เชียงใหม่/ไร่ส้มวิทยา ศูนย์การเรียนที่ออกแบบการศึกษาบนเงื่อนไขชีวิตของเด็กๆ ในพื้นที่ ซึ่งเป็นลูกหลานแรงงานข้ามชาติและกลุ่มชาติพันธุ์</strong> ที่ไร่ส้ม เด็กๆ สามารถพาน้องมาเลี้ยงและมาเรียนด้วยได้&nbsp;<br><br><strong>1.3 นครพนม/โรงเรียนมือถือ โรงเรียนที่สามารถเคลื่อนที่ไปหากลุ่มเป้าหมาย ช่วยผู้เรียนให้เลือกเรียนได้ตามความสนใจในทุกที่ทุกเวลา</strong> โดยศูนย์การเรียน CYF&nbsp; (Children and Youth Development Foundation) ร่วมกับ กสศ. คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครพนม (ศธจ.) สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครพนม และภาคีเครือข่ายพัฒนาเด็กนอกระบบจังหวัดนครพนม<br><br><strong>1.4 น่าน/ศูนย์การเรียนชุมชนธรรมชาติบ้านห้วยพ่าน สถานศึกษาที่เกิดจากชาวบ้านในชุมชนลุกขึ้นมาจัดการศึกษาให้ลูกหลานของพวกเขาด้วยตัวเอง </strong>นอกจากลูกหลานไม่ต้องลำบากเดินทางไกลแล้ว ยังทำให้เด็ก ๆ เกิดจิตสำนึกรักบ้านเกิด และได้เรียนรู้เรื่องราวที่เกี่ยวพันกับชีวิตจริงในชุมชน<br><br><strong>1.5 กาญจนบุรี/นวัตกรรม 1 โรงเรียน 3 ระบบ</strong> ที่โรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์ พื้นที่ที่เด็กในระบบ นอกระบบ และอัธยาศัยเรียนร่วมกัน โดยการจัดการเรียนการสอนนั้นมีความคล้ายกับการเรียนแบบโฮมสคูล<br></li><li><strong>ระบบติดตามค้นหาและฐานข้อมูลรายบุคคลที่ไร้รอยต่อ</strong> ขยายผลระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลรายบุคคลและรายสถานศึกษาระยะยาว (Longitudinal Database) ที่ กสศ. ได้ร่วมมือกับทุกหน่วยงานต้นสังกัดทางการศึกษาวิจัยพัฒนาขึ้น&nbsp; เพื่อใช้ในการค้นหาเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบ โดยนำทะเบียนราษฎร์จากฐานข้อมูลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และจำนวนนักเรียนตามระดับการศึกษาจากหน่วยงานทางการศึกษาทุกสังกัดมาเปรียบเทียบ ให้สามารถชี้เป้าหมายเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบในเบื้องต้นได้<br></li><li><strong>ปิดช่องว่างของกฎหมายและแนวทางปฏิบัติ</strong> อาศัยโอกาสการเกิดขึ้นของพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 เป็นจุดเปลี่ยนพาประเทศไทยให้ไปสู่การมีระบบการเรียนรู้ที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิตให้สามารถดำเนินงานได้จริงตามเจตนารมณ์ของกฎหมายช่วยคลี่คลายช่องว่างหรือปัญหาอุปสรรคของการจัดการศึกษาทางเลือก รวมถึงการกระจายอำนาจการจัดการเรียนรู้ไปยังหน่วยส่งเสริมการเรียนรู้ระดับท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม<br></li><li><strong>ระบบสวัสดิการครอบคลุมทุกรูปแบบการจัดการศึกษา</strong> นโยบายเรียนฟรี 15 ปี&nbsp; ควรเพิ่มงบประมาณให้ครอบคลุมการเรียนรู้ในทุกเส้นทาง เช่น ศูนย์การเรียนของสถาบันทางสังคมที่ดำเนินการโดยบุคคล องค์กรชุมชนหรือองค์กรเอกชน และองค์กรวิชาชีพ ซึ่งในปัจจุบัน มีเพียงการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนสถานประกอบการเท่านั้นที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวแก่ผู้เรียน ขณะที่ศูนย์การเรียนประเภทอื่นที่เป็นที่ทางเลือกของเด็กและเยาวชนที่มีข้อจำกัดในชีวิต กลับยังไม่มีระเบียบใด ๆ ออกมาสนับสนุนการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัว และสิทธิประโยชน์แก่ผู้เรียน เช่น การได้รับอาหารเสริมนม อาหารกลางวัน อุปกรณ์การเรียนการสอน เสื้อผ้า/ยูนิฟอร์ม การได้รับวัคซีน การตรวจสุขภาพจากสถานพยาบาล&nbsp; นอกจากนี้ ควรพัฒนาการจัดชุดสวัสดิการที่เหมาะสมกับความต้องการตามสภาพปัญหาของเด็กและเยาวชนเป็นรายคน&nbsp; เช่น กลุ่มแม่วัยใส เด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม เด็กพิการ หรือ ผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะอาชีพ เป็นต้น<br><br>ทั้งนี้ยังรวมถึงงบประมาณสำหรับบริหารจัดการสถานศึกษา และงบประมาณ สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ สำหรับครูและผู้จัดการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่มีความหลากหลายอีกด้วย&nbsp; ควรมีโอกาสได้รับสวัสดิการ ค่าตอบแทน และการฝึกอบรมทักษะความรู้ในการจัดการศึกษาตามสิทธิที่ควรได้รับตามกฎหมายอย่างเหมาะสมเท่าเทียม<br></li><li><strong>พัฒนาคูปองส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้านการศึกษา หรือ Education Credit ID</strong> เพื่อเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงบริการทางการศึกษา ซึ่งรัฐสามารถจัดสรรเงินอุดหนุนจากรัฐบาลไปยังเด็กและเยาวชนกลุ่มยากจนด้อยโอกาสโดยตรง ให้สามารถใช้คูปองหรือ Credit ดังกล่าวในการเลือกเรียนรู้ ฝึกอบรม ได้ทุกที่ ทุกเวลาตามความต้องการ โดยจัดสรรจากงบประมาณแผ่นดิน ทุนอุดหนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ด้วยเลข 13 หลัก และ Prompt Pay ของเยาวชนทุกคนอย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งใช้ในการเก็บข้อมูลเครดิตการเรียนไปใช้ในการสมัครงานและศึกษาต่อในอนาคตได้ นอกจากนี้ควรสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วมในการลงทุน (เงินและไม่ใช่เงิน) เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาหลากหลายเส้นทางที่ตอบโจทย์ชีวิตผู้เรียนเป็นรายบุคคล ทั้งระดับชุมชน ท้องถิ่น ไปจนถึงระดับประเทศ&nbsp; เช่น ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) การทำ CSR ของภาคเอกชน&nbsp; สถานประกอบการเพื่อการฝึกอาชีพและการจ้างงาน&nbsp; ทั้งนี้อาจมีมาตรการแรงจูงใจทางภาษีร่วมด้วย<br></li><li><strong>พัฒนาเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมในพื้นที่ทุกจุดอย่างแท้จริง</strong> ไม่ใช่เฉพาะเพียงจุดใดจุดหนึ่งของชุมชนเท่านั้น&nbsp; และสนับสนุนความเสมอภาคในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของเด็กเยาวชนวัยเรียน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาสผ่านการสนับสนุน&nbsp; Sim / E-Sim แก่เด็กเยาวชนวัยเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน (3-18 ปี) หรือเยาวชนที่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สนับสนุนการเข้าถึงโปรแกรมและช่องทางการศึกษาที่ลงทะเบียนกับ กสทช. ได้ฟรี สนับสนุนอุปกรณ์เข้าถึง เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ที่มีการ Trade-in ในโปรโมชันเครื่องเก่าแลกใหม่ที่ยังสามารถใช้งานได้ ให้แก่นักเรียนยากจนด้อยโอกาสที่ยังไม่มีอุปกรณ์</li></ol><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-110523/">กสศ. และภาคี เปิด ‘เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก’ ช่วยแก้วิกฤตเด็กหลุดนอกระบบรับเปิดเทอมนี้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ระดมเครือข่ายเสนอนวัตกรรมการศึกษาที่มีทางเลือก สอดรับ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ ชูนโยบายถึงว่าที่รัฐบาลจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนศูนย์การเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-190423/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Apr 2023 06:15:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[วิทิต เติมผลบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ทางเลือกการศึกษาที่แท้จริงและตอบโจทย์ชีวิต ทางออกปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[เทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=66782</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-190423/">กสศ. ระดมเครือข่ายเสนอนวัตกรรมการศึกษาที่มีทางเลือก สอดรับ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ ชูนโยบายถึงว่าที่รัฐบาลจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนศูนย์การเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม และตัวแทนนักขับเคลื่อนนวัตกรรมการศึกษาที่มีทางเลือก เปิดตัวความร่วมมือภายใต้ชื่อ <strong>‘เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก’ </strong>จัดเวทีแถลงข่าวความร่วมมือและนำเสนอนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในหัวข้อ <strong>‘ทางเลือกการศึกษาที่แท้จริงและตอบโจทย์ชีวิต ทางออกปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดนอกระบบ’</strong> โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ <strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กสศ. <strong>พันตำรวจโทวรรณพงษ์ คชรักษ์</strong> อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน <strong>นายวิทิต เติมผลบุญ</strong> เลขาธิการสมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน <strong>นายเทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย</strong> เลขาธิการสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย และตัวแทนนักขับเคลื่อนนวัตกรรมการศึกษาที่มีทางเลือก</p>



<p>เวทีนี้ได้เปิดพื้นที่ให้เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือกระดมความเห็นเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษา พร้อมนำเสนอรูปแบบการศึกษาทางเลือกที่ตอบโจทย์ชีวิตหลากหลาย ทลายเส้นแบ่งระหว่างการศึกษาในระบบกับนอกระบบ ด้วยการจัดการศึกษาที่เปิดกว้างและเป็นการศึกษาที่มีทางเลือกสำหรับทุกคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-402e64"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/09-กสศ.-ร่วมกับเครือข่าย-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ<br>กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กสศ. กล่าวว่า จากงานวิจัยในโครงการจัดการความรู้เพื่อสื่อสารการขับเคลื่อนนโยบายศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษาของ กสศ. ที่ทำงานกับเยาวชนกลุ่มเป้าหมาย 404 คน ในกรุงเทพมหานคร และ 4 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น พิษณุโลก ราชบุรี และยะลา ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่ารากของปัญหาเด็กหลุดจากระบบคือ การส่งต่อความยากจนข้ามรุ่น อันเป็นผลพวงจากปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาครอบครัว&nbsp;</p>



<p>จากการวิเคราะห์ภาพรวมสถานการณ์พบว่า เยาวชนกลุ่มนี้มาจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน 15 เปอร์เซ็นต์ล่างสุดของประเทศ และมีความเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษาสูงถึง 85 เปอร์เซ็นต์ หากไม่ได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสม และถึงแม้ว่าในปีการศึกษา 2565 ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินโครงการ ‘พาน้องกลับมาเรียน’ และช่วยให้เด็กและเยาวชนมากกว่า 3.2 แสนคน สามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้สำเร็จ ทว่าหากไม่มีนโยบายดูแลช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มที่จะหลุดจากระบบซ้ำ รวมถึงมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถก้าวข้ามรอยต่อช่วงชั้น ป.6 ขึ้น ม.1 หรือ ม.3 ขึ้น ม.4 อีกจำนวนมาก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ad3edd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/09-กสศ.-ร่วมกับเครือข่าย-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>งานวิจัยยังพบด้วยว่า ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ครอบครัวของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้มีรายได้เฉลี่ยที่ 1,044 บาทต่อเดือน หรือวันละ 34 บาท ขณะที่มีการกู้ยืมหนี้นอกระบบราว 150,000 บาท นอกจากนี้ยังมีปัญหาอื่น ๆ ร่วมด้วย โดยข้อมูลระบุว่า 71 เปอร์เซ็นต์ของเด็กกลุ่มนี้มาจากครอบครัวแหว่งกลาง (ครอบครัวที่มีเพียงเด็กอยู่กับผู้สูงอายุ) และ 1 ใน 3 ของเด็กกลุ่มนี้ต้องอาศัยอยู่กับผู้สูงอายุลำพังสองคน ภาระหนี้สินที่สูงกว่ารายรับหลายเท่าตัวและปัญหาภายในครอบครัวจึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กไม่สามารถอยู่ในระบบการศึกษาต่อไปได้ อีกทั้งครอบครัวของเด็กส่วนใหญ่มองไม่เห็นว่า การศึกษาจะเป็นเครื่องมือช่วยให้พ้นจากความจนได้อย่างไร เด็กและเยาวชนเหล่านี้จึงต้องออกจากโรงเรียนไปทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย มีรายได้แค่ค่าแรงขั้นต่ำ และไม่มีโอกาสเข้าถึงการพัฒนาทักษะเพื่อการมีรายได้ที่สูงขึ้น</p>



<p>อย่างไรก็ดี มีแนวโน้มว่าการศึกษาทางเลือกจะถูกยกระดับความสำคัญมากขึ้น หลังจากที่ประชุมรัฐสภามีมติเห็นชอบ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการจัดการศึกษาทางเลือกที่ผู้เรียนมีสิทธิออกแบบการเรียนรู้ตามศักยภาพของตนเอง ด้วยหลักสูตรที่เอื้อต่อผู้เรียนที่มีความแตกต่างหลากหลาย มีครูเป็นนักจัดการเรียนรู้ และมีระบบ ‘ธนาคารหน่วยกิต’ หรือ Credit Bank ที่ผู้เรียนสามารถประเมินประสบการณ์เพื่อแปลงเป็นหน่วยกิตใช้เทียบโอนได้&nbsp;</p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์</strong> กล่าวว่า พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 3 ระบบ คือ การศึกษาตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาวิชาชีพ และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิ โดยมีระบบ Credit Bank เป็นตัวขับเคลื่อน การศึกษาทางเลือกจึงเป็นระบบที่ไม่ขึ้นกับส่วนกลาง แต่เป็นการศึกษาที่มีหลายช่องทางเพื่อรองรับเด็กและเยาวชนทุกกลุ่ม ตอบโจทย์ตามความต้องการ ตามศักยภาพ มีหน่วยจัดการศึกษาที่สามารถจัดทำหลักสูตรที่หลากหลาย และเหมาะสมกับบริบทของชีวิตเด็กแต่ละคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-31da3f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/09-กสศ.-ร่วมกับเครือข่าย-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์<br>อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์</strong> อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามีมิติที่กว้างกว่าเรื่องความยากจน การทำงานจึงต้องมีโจทย์ตั้งต้นว่า จะทำให้เด็กและเยาวชนทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษาที่ดีได้อย่างไร สำหรับกรมพินิจฯ ซึ่งมีหน้าที่หลักคือดูแลฟื้นฟูเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมช่วงอายุ 12-18 ปี มีข้อมูลพบว่ามากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้หลุดจากระบบการศึกษาระหว่างเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หรือต่ำกว่าเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ ดังนั้นหน้าที่ของกรมพินิจฯ จึงต้องสร้างโอกาสในการพัฒนาตัวเองภายใต้สิทธิพื้นฐานที่เด็กพึงมี ด้วยเครื่องมือสำคัญคือการศึกษา และการพัฒนาทักษะอาชีพเพื่อการมีงานทำ&nbsp;</p>



<p>ที่ผ่านมากรมพินิจฯ ได้ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายศูนย์การเรียน สถาบันการศึกษาสายอาชีพ และภาคส่วนต่างๆ เพื่อนำนวัตกรรมและรูปแบบการศึกษาที่เหมาะสมเข้าไปให้ถึงเด็กทั้งในสถานพินิจฯ และในศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน ผ่านกลไกการทำงาน 3 ส่วนหลัก คือด้านวิชาการ จิตวิทยา และสังคมสงเคราะห์ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งคืนเด็กและเยาวชนเหล่านี้กลับสู่สังคมอีกครั้ง พร้อมได้รับการพัฒนาตนเองที่ต่อเนื่อง มีทักษะในการประกอบอาชีพที่มั่นคงยั่งยืน เพื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดีและไม่กลับมากระทำผิดซ้ำ</p>



<p>“กรมพินิจฯ วางแผนการทำงานโดยแสวงหานวัตกรรมที่มีอยู่แล้วมาใช้ และได้ร่วมงานกับ กสศ. เพื่อสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงทางเลือกทางการศึกษาที่หลากหลาย ผลที่เกิดขึ้นตามมาคือการเปิดประตูที่เคยปิดกั้น เพื่อให้เด็ก ๆ เข้าถึงการศึกษาได้ด้วยวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลายและไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการศึกษากระแสหลัก แต่มีช่องทางมากมายให้เด็กได้เลือกเรียนตามความสนใจและถนัด แล้ววันที่กลับออกไป เขาจะมีทักษะอาชีพ มีวุฒิการศึกษาเป็นเครื่องมือนำทางให้พบพื้นที่ของตนในสังคม”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3d32c4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/09-กสศ.-ร่วมกับเครือข่าย-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>อธิบดีกรมพินิจฯ</strong> กล่าวว่า โมเดลการทำงานระหว่างกรมพินิจฯ กับ กสศ. เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2563 ผ่านโครงการ ‘นครพนมโมเดล’ จนเห็นว่าการจัดการศึกษาทางเลือกเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับบริบทของเด็กและเยาวชนที่มีความแตกต่างหลากหลาย ด้วยพื้นเพปูมหลังครอบครัว ช่วงวัย ประสบการณ์ หรือวุฒิการศึกษา รวมถึงข้อจำกัดอื่น ๆ อีกมาก จึงมีการขยายผลจากจังหวัดนครพนมไปยังศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนในพื้นที่อื่น ๆ ทำให้เด็กและเยาวชนในความดูแลของกรมพินิจฯ สำเร็จการศึกษาในแต่ละปีเป็นจำนวนมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ กรมพินิจฯ ไม่เพียงคาดหวังว่ากระบวนการที่กล่าวมาจะสามารถลดความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ได้ แต่ยังมองไปถึงเป้าหมายสำคัญกว่านั้นคือเป็นการทำงานเชิงป้องกัน บนพื้นฐานความคิดที่ว่าถ้าสามารถเปลี่ยนทัศนคติและทำให้เด็กและเยาวชนค้นพบเส้นทางชีวิตที่ดีงามได้ ก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตให้กับคนรุ่นถัดไปในครอบครัวของตนเอง และนั่นคือส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาสังคมที่สามารถทำได้ผ่านการมอบโอกาสทางการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-71c099"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/09-กสศ.-ร่วมกับเครือข่าย-04.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายวิทิต เติมผลบุญ เลขาธิการ<br>สมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายวิทิต เติมผลบุญ</strong> เลขาธิการสมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน หนึ่งในกำลังสำคัญของการผลักดันการจัดการศึกษาทางเลือก และเป็นผู้ริเริ่มโครงการนครพนมโมเดล กล่าวว่า เด็กหลุดจากระบบการศึกษาไม่ใช่ปัญหาซับซ้อน แต่เป็นปัญหาที่ ‘ทับซ้อน’ ต่อเนื่องกันจนถึงจุดหนึ่งสังคมจะแบกรับไม่ไหว จึงเป็นวาระสำคัญที่ต้องพูดถึงเรื่องการศึกษาทางเลือก&nbsp;</p>



<p>ประเด็นสำคัญคือเด็กที่หลุดออกมาก่อนจบชั้นมัธยมต้นเกือบทุกคน จะยังไม่สามารถเรียนในรูปแบบการศึกษาตามอัธยาศัยหรือ กศน. ได้ เนื่องจากอายุไม่ถึง 15 ปี อย่างไรก็ตาม หากอ้างอิงตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่ระบุว่าสถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาคละรูปแบบได้คือ การศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย รวมถึงการเทียบโอนหน่วยกิตระหว่างกันได้ จึงได้มีการพยายามทดลองนำการศึกษาในระบบ ‘ศูนย์การเรียน’ มาใช้ เพื่อให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการจัดการศึกษา&nbsp;</p>



<p><strong>นายวิทิต</strong> กล่าวอีกว่า หลังจากประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งกับโครงการนำร่องที่ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนจังหวัดนครพนม เครือข่ายการจัดการศึกษาทางเลือก จึงจับมือกับศูนย์การเรียน 6 แห่ง เพื่อกระจายการทำงานให้ครอบคลุมทั้งประเทศ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสถานประกอบการที่เข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้ศึกษาในสาขาวิชาที่สนใจ เพื่อนำไปใช้ทำงานประกอบอาชีพได้จริง รวมถึงพัฒนาศักยภาพต่อเนื่องตามเส้นทางของแต่ละคน&nbsp;</p>



<p>“หากรูปแบบการศึกษาทางเลือกได้รับความสนใจและพัฒนาต่อเนื่อง จนสามารถตอบโจทย์ชีวิตของเด็กและเยาวชนทุกคนได้ในระดับเดียวกับการศึกษากระแสหลัก เมื่อถึงวันนั้นเราจะไม่มีเด็กนอกระบบการศึกษาอีกต่อไป”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-718fe1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/09-กสศ.-ร่วมกับเครือข่าย-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายเทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย เลขาธิการ<br>สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p>&nbsp;</p>



<p><strong>นายเทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย</strong> เลขาธิการสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย กล่าวว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ระบุไว้ว่า ภาคสังคม บุคคล ครอบครัว องค์กรเอกชน สถานประกอบการ มีสิทธิ์ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ โดยเรียกว่า ‘การศึกษาภาคสังคม’ ซึ่งแบ่งเป็น 3 รูปแบบ คือปฐมวัย โรงเรียน และศูนย์การเรียน ฉะนั้นการศึกษาทางเลือกถือว่ามีสถานภาพทางกฎหมายชัดเจน</p>



<p>ทว่า 24 ปีผ่านมา การยอมรับและสวัสดิการที่ควรจะครอบคลุมการศึกษาภาคสังคมกลับแทบไม่เกิดขึ้น เด็กและเยาวชนที่เรียนในระบบศูนย์การเรียนจึงไม่ได้รับปัจจัยพื้นฐานเช่นเดียวกับเด็กที่อยู่ในการศึกษาตามระบบปกติ อีกทั้งครูในระบบการศึกษาทางเลือกยังขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพตนเองผ่านการอบรมความรู้ และเข้าไม่ถึงสิทธิ์ที่ควรได้รับ ฉะนั้น ณ ปัจจุบันที่มีการผ่าน พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ทำให้การจัดการศึกษาภาคสังคม ไม่ว่าในรูปแบบศูนย์การเรียน หรือ ‘บ้านเรียน’ มีแนวโน้มที่จะได้รับการสนับสนุนมากขึ้น และพร้อมเป็นทางเลือกสำหรับเด็กและเยาวชนทุกกลุ่ม ถือเป็นการยกระดับการศึกษาภาคสังคม ตั้งแต่การจัดการศึกษาในระดับเล็ก ๆ อย่างครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน หรือสถานประกอบการต่าง ๆ ให้มีสถานภาพตรงตามที่ พ.ร.บ. ระบุ และมีสิทธิ์ในการจัดการศึกษาเพิ่มขึ้น</p>



<p>“การศึกษาทางเลือกจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเพื่อให้มีพื้นที่ มีการเติบโตที่เข้มแข็ง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของนิเวศการเรียนรู้และภูมิทัศน์ทางการศึกษาในปัจจุบัน เนื่องจากบริบทความต้องการของเด็กและเยาวชนมีความหลากหลายซับซ้อน รวมถึงปัจจัยที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษายังต่างไปจากอดีต ดังนั้นทิศทางของการศึกษายุคถัดไป ต้องทำให้เด็กเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทั้งในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติได้ โดยสามารถเรียนรู้ได้จากทุกหนทุกแห่ง รวมถึงมีการจัดสรรงบประมาณการศึกษาจากรัฐหรือองค์กรต่าง ๆ เพื่อจัดการศึกษาที่เหมาะสม หากทำได้ถึงจุดนั้น การศึกษาทางเลือกจะเป็นอีกลู่หนึ่งที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทยในภาพรวม” <strong>นายเทวินฏฐ์</strong> กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-190423/">กสศ. ระดมเครือข่ายเสนอนวัตกรรมการศึกษาที่มีทางเลือก สอดรับ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ ชูนโยบายถึงว่าที่รัฐบาลจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนศูนย์การเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘วุฒิการศึกษา’ โอกาสและความหวังของเยาวชนในศูนย์ฝึกฯ เขต 5 อุบลราชธานี</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-280322/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Mar 2022 03:51:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทระ คำพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ฝึกเด็กและเยาวชนเขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี]]></category>
		<category><![CDATA[วุฒิการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Drop out children story]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[วณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ]]></category>
		<category><![CDATA[สุทธิชัย จรูญเนตร]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทเอส ไอ แอล ซี จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียน ซี วาย เอฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=53677</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ. ร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม กรมพินิจและคุ้มครองเด็กแ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-280322/">‘วุฒิการศึกษา’ โอกาสและความหวังของเยาวชนในศูนย์ฝึกฯ เขต 5 อุบลราชธานี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กสศ. ร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี ศูนย์ฝึกเด็กและเยาวชนเขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี ศูนย์การเรียน ซี วาย เอฟ บริษัทเอส ไอ แอล ซี จำกัด และภาคีเครือข่าย มอบวุฒิบัตรให้แก่เด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกเด็กและเยาวชนเขต 5 ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 64 คน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0864b4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/a1-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2565 พิธีมอบวุฒิบัตรแก่เด็กและเยาวชนผู้สำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2564 ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการทำโครงการสนับสนุนการพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษาโดยเครือข่ายเชิงพื้นที่ : ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 9 จังหวัด ที่เป็นความร่วมมือระหว่างกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ศูนย์การเรียน ซีวายเอฟ บริษัทเอส ไอ แอล ซี จำกัด กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 5 และสถานพินิจและคุมครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี ณ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e7847c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ณัฐธ์ภัสส์-ยงใจยุทธ-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ขวา) นางสาวณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยมี<strong>นางสาวณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</strong>ให้เกียรติเป็นประธานในเปิดพิธีมอบวุฒิบัตรแก่เด็กและเยาวชนผู้สำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2564 และนายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นางสาวศิริประกาย วรปรีชา รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นายวิทิต เติมผลบุญ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียน ซี วาย เอฟ และผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 5 ร่วมมอบวุฒิบัตรให้แก่เด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกเด็กและเยาวชนเขต 5 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวนทั้งสิ้น 64 คน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a19340"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/a2-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นางสาวณัฐธ์ภัสส์ กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมเห็นความสำคัญของการสร้างโอกาสทางการศึกษาเพื่อความเสมอภาคให้กับเด็กและเยาวชน วันนี้ขอชื่นชมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ตามศักยภาพและความต้องการ ขอขอบคุณกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่เปิดโอกาสให้เด็กเยาวชนในศูนย์ฝึกฯ ได้รับการพัฒนาทั้งด้านวิชาการและวิชาชีวิต หวังว่าความร่วมมือในการพัฒนาการจัดการศึกษาให้เด็กและเยาชนในกระบวนการยุติธรรมนี้จะขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1b01cf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/a5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ขอให้กำลังใจ และแสดงความยินดีกับน้อง ๆ ทุกคนที่สำเร็จการศึกษา เพราะ ‘ความรู้’ คือประตูบานแรกที่จะเปิดโอกาสให้น้องได้พบเจอสิ่งต่าง ๆ อยากบอกว่า วันนี้น้อง ๆ มีโอกาสมากกว่าเด็กหลายคนที่ได้เรียนรู้ว่าตนเองชอบหรือไม่ชอบอะไร จึงอยากให้น้องไขว่คว้าสิ่งที่น้อง ๆ ชอบเพื่อให้น้องเดินไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ หากกระทรวงยุติธรรมสามารถช่วยเหลือน้อง ๆ ได้กระทรวงยุติธรรมยินดีเสมอ ขอขอบคุณผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเขต 5 ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกเด็กและเยาวชนเขต 5 ศูนย์การเรียน ซี วาย เอฟ และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ให้โอกาสและดูแลเด็ก ๆ แทนพวกเรา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8693eb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/สุทธิชัย-จรูญเนตร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ </strong>กล่าวว่า วันนี้เรามีผู้ใหญ่ใจดี มีหน่วยงานที่เห็นความสำคัญของน้อง ๆ ทุกคน จากประสบการณ์ที่ผ่านมาจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้น้อง ๆ สามารถเดินทางชีวิตต่อไปได้ อยากให้น้อง ๆ สร้างแรงบันดาลใจ สร้างความฝันให้ตนเอง และกระทรวงศึกษาธิการพร้อมรอรับน้องกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาทั้งสายสามัญและสายอาชีพตามศักยภาพและความถนัดของน้อง ๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cdbeb6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ภัทระ-คำพิทักษ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่าความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะน้อง ๆ แต่เกิดจากการที่เราเปลี่ยนศูนย์ฝึกเด็กและเยาวชนเป็นศูนย์การเรียนรู้ เปลี่ยนเจ้าที่ที่มีแรงควบคุมเป็นครู นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดวันนี้ เพราะถ้าเราไม่สามารถเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ให้เป็นครูได้ ก็อยากที่จะทำให้อนาคตเด็ก ๆ สดใสขึ้น ขอบคุณศูนย์การเรียน ซี วาย เอฟที่ทำให้น้อง ๆ ได้รับวุฒิการศึกษาที่เป็นใบเบิกทางสู่ความสำเร็จในอนาคต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-280322/">‘วุฒิการศึกษา’ โอกาสและความหวังของเยาวชนในศูนย์ฝึกฯ เขต 5 อุบลราชธานี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
