<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 23 Jul 2025 03:46:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. ร่วมจับมือ 10 ภาคี วางแผนทิศทางหุ้นส่วนการศึกษา ขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-220725/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Jul 2025 11:40:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงมหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นส่วนการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Set Zero Dropout Symposium 2025]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=95191</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 20–21 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมบางกอกพาเลส กรุง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-220725/">กสศ. ร่วมจับมือ 10 ภาคี วางแผนทิศทางหุ้นส่วนการศึกษา ขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 20–21 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมบางกอกพาเลส กรุงเทพฯ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ 10 หน่วยงานภาคี จัดประชุมสัมมนาวิชาการ “Set Zero Dropout Symposium 2025” เพื่อร่วมกันวางแผนทิศทางการขับเคลื่อนพลังหุ้นส่วนการศึกษา มุ่งสู่เป้าหมาย Thailand Zero Dropout อย่างยั่งยืน โดยมีภาคีความร่วมมือประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงแรงงาน กระทรวงยุติธรรม กรุงเทพมหานคร สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<p>การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการแสดงเจตจำนงร่วมกันในฐานะ “หุ้นส่วนการศึกษา” เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย Thailand Zero Dropout ให้เกิดผลในระดับพื้นที่ ผ่านการถอดบทเรียนจากต้นแบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นในหลากหลายบริบท พร้อมจัดแสดงนิทรรศการมีชีวิตที่ถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จจากการดำเนินงานจริง อาทิ โรงเรียนที่ดำเนินการตามแนวทาง 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ<strong> </strong>จำนวน 15 แห่ง ศูนย์การเรียนที่จัดตั้งโดยสถานประกอบการ 3 แห่ง การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ 5 ตำบล ในรูปแบบโรงเรียนมือถือ<strong> </strong>และต้นแบบการจัดการศึกษาเพื่อรองรับผู้เรียนจากกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-77aca0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e8a221"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การจัดทำแผนทิศทางครั้งนี้ มีจุดเริ่มต้นจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 54 ที่กำหนดให้รัฐต้องจัดการศึกษาภาคบังคับ 12 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย และสนับสนุนให้ท้องถิ่นและเอกชนมีส่วนร่วม รวมถึงมาตรา 258 (4) ซึ่งมุ่งให้ปรับปรุงโครงสร้างการจัดการเรียนรู้ให้ตอบสนองศักยภาพของผู้เรียน พร้อมสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21</p>



<p>จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของภาคีเครือข่ายในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดต้นแบบการทำงานที่ประสบความสำเร็จในหลายพื้นที่ โดยสามารถลดจำนวนเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยแนวทางจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ซึ่งคำนึงถึงบริบทของชีวิต ความจำเป็น และข้อจำกัดที่แตกต่างของผู้เรียนแต่ละคน การประชุม Set Zero Dropout Symposium 2025 จึงเปรียบเสมือนหมุดหมายสำคัญในการรวมพลังจากทุกภาคส่วน เพื่อก้าวสู่ระยะต่อไปของการพัฒนาแนวทาง “หุ้นส่วนการศึกษา”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-81e310"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.พัฒนะ พัฒนทวีดล</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.พัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong> กล่าวถึงการรวมพลังหุ้นส่วนการศึกษา สู่เป้าหมาย Zero Dropout ว่าเป็นภารกิจที่เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม และชุมชน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการดูแลเด็กและเยาวชนทุกคนไม่ให้มีใครหลุดจากระบบการศึกษาหรือการเรียนรู้ ด้วยรูปแบบการศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิต พร้อมย้ำว่า หัวใจสำคัญของการทำงานครั้งนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนไปด้วยกัน โดยเฉพาะหน่วยงานย่อย ทั้ง อบต. เทศบาล อบจ. และอาสาสมัครในพื้นที่ เพราะหน่วยงานเหล่านี้ถือว่ามีความใกล้ชิดและเข้าใจประชาชนและเด็กเยาวชนทุกคนในพื้นที่มากที่สุด&nbsp;</p>



<p>“ณ ปัจจุบัน มีโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศทั้งสิ้น 39,005 โรงเรียน และมีเด็กเยาวชน 1.3 ล้านคนในความดูแล โดยนับตั้งแต่การเกิดขึ้นของมาตรการ Thailand Zero Dropout การจัดการเรียนการสอนได้มีความเปลี่ยนแปลงโดยไม่จำกัดแต่เฉพาะในพื้นที่โรงเรียน แต่สำหรับผู้เรียนที่ไม่พร้อมด้วยอุปสรรคต่าง ๆ เรายังมีการจัดการศึกษาในรูปแบบอื่นรองรับ ทั้ง 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ หรือการจัดการเรียนรู้ผ่านศูนย์การเรียน โมบายล์สคูล รวมถึงการจัดการเรียนรู้เพื่อการประกอบอาชีพ ที่จะพาการเรียนรู้ให้ไปถึงตัวผู้เรียนไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ในสถานประกอบการ หรือพื้นที่ใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตเด็ก และจากการทำงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรามีต้นแบบของการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ซึ่งช่วยให้เด็กที่แม้ต้องเผชิญข้อจำกัดที่หลากหลาย แต่ยังสามารถกลับสู่การเรียนรู้ และได้รับวุฒิการศึกษาเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-815a2f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.พัฒนะ กล่าวว่า การรวมพลังหุ้นส่วนการศึกษาที่เกิดขึ้นนี้ เป็นผลจากความเชื่อร่วมกันของภาคีทุกฝ่าย ว่าเด็กทุกคนคือทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าที่จะก้าวขึ้นมาพัฒนาประเทศของเราต่อไป และนั่นหมายถึงว่าเด็กเยาวชนไม่ว่าเกิดและเติบโตในท้องถิ่นใดของประเทศไทย ล้วนคือความรับผิดชอบที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันพาไปสู่เส้นทางเรียนรู้พัฒนาตนเอง เพื่อให้สิ่งที่ร่วมกันทำในวันนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลง ในการขยายพื้นที่และรูปแบบการเรียนรู้ที่ไร้ข้อจำกัด โดยต่อไปนี้ความหมายของ ‘โรงเรียน’ จึงไม่ใช่การกล่าวถึงสถานที่ แต่คือ ‘ระบบ’ ที่พร้อมปรับไปตามรูปแบบชีวิตของเด็กแต่ละคน&nbsp;</p>



<p>“ในนาม สพฐ. ขอขอบคุณทุกคนทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะภาคท้องถิ่น จังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารโรงเรียน และครู ที่ร่วมกันนำร่องทำงาน จนเกิดเป็นโมเดลต้นแบบที่เรามาร่วมเรียนรู้และช่วยกันถอดบทเรียนในครั้งนี้ และหวังอย่างยิ่งว่าทิศทางขับเคลื่อนงาน Zero Dropout ในระยะต่อไป จะยิ่งช่วยส่งเสริมพลังให้หน่วยจัดการเรียนรู้ทุกแห่งมีศักยภาพ และมีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมเป้าหมายของคณะทำงานทุกฝ่าย เพื่อปลายทางของการสร้างระบบการศึกษาที่จะไม่มีใครตกหล่นอีกต่อไป”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-50ef3f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>กล่าวว่า กว่าที่งาน Thailand Zero Dropout จะเดินมาจนถึงวันที่เกิดต้นแบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น รองรับรูปแบบชีวิตที่หลากหลายของเด็กเยาวชนทุกกลุ่ม ย้อนกลับไป ณ จุดเริ่มต้น คือความพยายามของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ทำงานร่วมกับโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษา ภายใต้โจทย์เรื่องการดูแลช่วยเหลือเด็กเยาวชนไม่ให้หลุดจากระบบ จนผลพวงจากนโยบายนี้ ได้นำมาสู่การเกิดโรงเรียนในความหมายใหม่ ที่พร้อมรองรับเด็กเยาวชนตกหล่นจากระบบการศึกษา ตามแนวทางมาตรการ Thailand Zero Dropout เมื่อโรงเรียนพร้อมปรับตัวพาการเรียนรู้ไปสู่ผู้เรียนที่ขาดความพร้อม ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการรองรับเด็กเยาวชนที่ตกหล่นจากระบบซึ่งได้รับการติดตามกลับมา&nbsp;</p>



<p>“จากที่โรงเรียนคือจุดเริ่มต้นของการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ เพื่อให้ทางเลือกกับผู้เรียนที่มีข้อจำกัด ด้วยหลักสูตรที่ยืดหยุ่นสอดรับกับชีวิตประจำวัน ซึ่งกล่าวได้ว่าการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ หลายโรงเรียนได้ทำมาก่อนจะมีมาตรการ Thailand Zero Dropout โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 15 ที่ระบุว่าการจัดการศึกษามี 3 รูปแบบคือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย โดยสถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้ง 3 รูปแบบก็ได้ ก่อนนที่ในปี 2568 นี้ ได้มีการออกแบบคู่มือการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ที่เป็นมาตรฐาน เพื่อให้ทุกโรงเรียนนำไปใช้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ถึงวันนี้จากราว 50 โรงเรียนที่จัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ได้ขยับขยายเป็น 937 โรงเรียน และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น</p>



<p>“ประเด็นสำคัญที่ติดตามมาคือ เมื่อโรงเรียนได้ขึ้นมาเป็นเสาหลักในการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นแล้ว แนวร่วมจัดการศึกษาในรูปแบบอื่น ๆ จึงขยับขยายไปพร้อมกัน ทั้งการจัดการศึกษาผ่านศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 หรือโรงเรียนมือถือ (Mobile School) ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาผ่านภาคประชาชน รวมถึงการเข้ามาทำงานด้านการศึกษาโดยเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ทำให้เกิดพื้นที่ต้นแบบที่น่าสนใจมากมาย และนอกจากนั้นยังครอบคลุมไปถึงการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นให้กับเด็กเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม โดยกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยทั้งหมดนี้ล้วนมีส่วนช่วยให้ประตูการศึกษาเปิดกว้างขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1d6637"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้การทำงานมีความแข็งแรงยิ่งขึ้น คือการลงนามความร่วมมือของ 11 หน่วยงาน Thailand Zero Dropout และยิ่งเร่งให้เกิดรูปธรรมของการทำงาน ที่ในรอบหนึ่งปีผ่านมาสามารถพาเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา กลับสู่เส้นทางเรียนรู้ รวมถึงการส่งเสริมคุณค่าในตัวเองให้เยาวชนเหล่านี้มองเห็นถึงการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและท้องถิ่น มีเส้นทางชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยเป้าหมายในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ</p>



<p>“ไม่ใช่เพียงการขยับขยายของการจัดการเรียนรู้ แต่หากมองไปที่สถานการณ์ของเด็กเยาวชนที่ตกหล่นจากระบบการศึกษา จะพบว่าในปี 2566 ที่มีตัวเลขกลุ่มเป้าหมาย 1.02 ล้านคน แต่เมื่อถึงปี 2567 สถานการณ์ได้ดีขึ้นตามลำดับ โดยเหลือจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่ 9.8 แสนคน และถึงปี 2568 นี้ ตัวเลขได้ขยับลงมาที่ 8.8 แสนคน ซึ่งเชื่อว่าจำนวนของเด็กเยาวชนกลุ่มนี้จะลดจำนวนลงเรื่อย ๆ ตามการทำงานที่จะเกิดขึ้นต่อไป&nbsp;</p>



<p>“นิทรรศการที่มีชีวิตที่แสดงในงานครั้งนี้ คือผลลัพธ์ของการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ซึ่งทำให้เด็กเยาวชนจำนวนมากสามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้ ทั้งยังมีโอกาสและทางเลือกมากขึ้นในการวางแผนอนาคต โดยเรามีต้นแบบของน้อง ๆ ที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเมื่อได้รับการดูแลสนับสนุน เขาจึงกลับมาเรียนได้ ทำมาหากินได้ อาทิเยาวชนที่เรียนไปด้วยและประกอบอาชีพเป็นช่างตัดผมไปด้วย เยาวชนที่เรียนรู้เพื่อวุฒิ ม.6 ผ่านการทำงานในวงหมอลำ หรือมีรูปแบบของโรงเรียนในสวนทุเรียนที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องวุฒิการศึกษา และการมีอาชีพมีรายได้ยกระดับคุณภาพชีวิต เรามีต้นแบบความร่วมมือของหน่วยจัดการศึกษา ที่มีโรงเรียนเป็นสถาบันหลัก พร้อมมีเครือข่าย อปท. ศูนย์การเรียน พม. อสม. ที่ร่วมกันค้นหา ดูแลช่วยเหลือ&nbsp; และส่งต่อ จนเราเห็นปลายทางของการพัฒนาศักยภาพประชากรของประเทศ โดยไม่มีใครตกหล่นหรือถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ซึ่งเหล่านี้จะเป็นต้นแบบของการสร้างระบบการศึกษาที่พร้อมรองรับเด็กเยาวชนทุกคนในระยะยาว”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-71b751"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9782f5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/8.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-220725/">กสศ. ร่วมจับมือ 10 ภาคี วางแผนทิศทางหุ้นส่วนการศึกษา ขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.จับมือสมุทรสาคร เดินหน้า “ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา หรือ Smart Refer”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-13-02-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 13 Feb 2021 05:39:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงมหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธีรพัฒน์ คัชมาตย์]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาคร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รัฐวิทย์ ทองนวรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[พมจ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ smart refer]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=27156</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-13-02-21/">กสศ.จับมือสมุทรสาคร เดินหน้า “ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา หรือ Smart Refer”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-27158" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/thumbnail-1.jpg" alt="" width="864" height="454" /></p>
<p><strong>นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร</strong> กล่าวถึงสถานการณ์การปิดเรียนของจังหวัดว่า สมุทรสาครยังคงเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด แม้ว่าสถานการณ์การระบาดจะดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังคงต้องประเมินรายวัน จึงจำเป็นต้องปิดโรงเรียนมาตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2563  และให้มีการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ โดยมอบหมายศึกษานิเทศก์คอยติดตามประเมินว่าการเรียนออนไลน์ได้ผลมากน้อยอย่างไร อย่างไรก็ตามพบว่ามีเด็กบางกลุ่มที่เข้าไม่ถึงอุปกรณ์เทคโนโลยี ซึ่งได้แจ้งให้ศึกษาธิการจังหวัด เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา หากพบว่ามีเด็กคนใดต้องการเครื่องมืออุปกรณ์ เน้นเฉพาะรายที่ไม่มี ขาดแคลนจริงๆ เมื่อมีการร้องขอเข้ามา ทางจังหวัดยินดีที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อดูแลเด็กและเยาวชนในจังหวัดสมุทรสาครของเรา</p>
<p>นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า &#8220;การจัดการเรื่องนี้ ต้องพิจารณาหลายๆส่วนร่วมกันทั้ง ด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ และเรื่องการศึกษา ก็เป็นส่วนสำคัญ ต้องทำๆทุกอย่างในเวลาเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง  ตอนนี้บุคลากรทางการศึกษาทั้งหมดรับทราบสถานการณ์ แต่ยังมีความจำเป็นไม่ให้เด็กเจอกัน เกรงว่าปัญหาการระบาดจะเกิดขึ้น  ทางจังหวัดสมุทรสาครได้เตรียมประชุมร่วมกันกับหน่วยงานทางการศึกษาทั้งหมดเพื่อรับทราบข้อมูล และลงทำงานในพื้นที่เพื่อให้ครอบคลุมถึงเด็กทุกคน&#8221;</p>
<p><figure id="attachment_27161" aria-describedby="caption-attachment-27161" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-27161 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/ธีรพัฒน์-คัชมาตย์-รองผู้ว่าสมุทรสาคร.jpg" alt="" width="864" height="454" /><figcaption id="caption-attachment-27161" class="wp-caption-text">นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร</figcaption></figure></p>
<p>“เป็นเรื่องที่ดีที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ได้เข้ามาร่วมช่วยกับจังหวัดสมุทรสาคร ฉะนั้นเด็กนักเรียนยากจนพิเศษก็จะได้รับการดูแลจากจังหวัด และจากความร่วมมือจาก กสศ. ต้องขอขอบคุณ กสศ. ที่เข้ามาช่วยจังหวัดสมุทรสาคร และทุกฝ่ายที่ให้ความสนใจเรื่องการศึกษาในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งช่วยให้สามารถชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปสำหรับกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ให้ได้มีสิทธิและความเท่าเทียมกับเด็กคนอื่นๆ เพราะอย่างไรก็ตามพวกเขาคือต้นกล้าต้นหนึ่งในการพัฒนาประเทศ” นายธีรพัฒน์ กล่าว</p>
<p>ด้าน <strong>นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า จากการประเมินผลกระทบการปิดโรงเรียนที่ยาวนานในจังหวัดสมุทรสาคร พบว่า กลุ่มเด็กนักเรียนยากจนด้อยโอกาสกำลังเผชิญวิกฤตทางการศึกษา 2 ด้าน คือ 1.การไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาในช่วงล็อคดาวน์เพราะขาดอุปกรณ์จึงส่งผลให้เกิดภาวะความรู้ถดถอย (learning loss)  และ 2.มีแนวโน้มที่เด็กและเยาวชนยากจนด้อยโอกาสเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษาเพิ่มขึ้น  เนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว กสศ.ได้ประสานจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อนำกลไก<strong>ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา หรือ smart refer</strong> ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ ที่อยู่ในคณะกรรมการบริหารกสศ. เช่น <strong>กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมุนษย์, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงสาธารณสุข</strong> เข้ามาสนับสนุนการช่วยเหลือเด็กยากจนด้อยโอกาสที่ประสบกับภาวะวิกฤตทางการศึกษา โดยการทำงานจะแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ 1.ระยะวิกฤต ประคับประคองเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ให้ได้รับการช่วยเหลือตามสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมทันสถานการณ์ และ 2.ระยะฟื้นฟู จัดทำโปรแกรมการช่วยเหลือดูแลรายคนให้สามารถกลับเข้าสู่ภาวะวิถีปกติทางการศึกษาหรือได้รับการศึกษาตามสภาพปัญหาของแต่ละคนต่อไป ทั้งนี้สามารถแจ้งความช่วยเหลือได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 079 5475 ต่อ 8</p>
<p><figure id="attachment_27163" aria-describedby="caption-attachment-27163" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-27163 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/นายสุภกร-บัวสาย.jpg" alt="" width="864" height="454" /><figcaption id="caption-attachment-27163" class="wp-caption-text">นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</figcaption></figure></p>
<p>“ก่อนหน้านี้ กสศ. ร่วมกับ<strong>กระทรวงศึกษาธิการ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน</strong> ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับนักเรียนกลุ่มที่ยากลำบาก ผ่าน<strong>โครงการเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข หรือทุนเสมอภาคของกสศ.</strong> ซึ่งดูแลเด็กๆ ตั้งแต่ระดับชั้น อนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยในภาคเรียนที่ 2/63 จัดสรรคนละ 1,000   บาท เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยช่วยเหลือแล้ว จำนวน 932,162 คน การที่กสศ.ริเริ่ม<strong>ศูนย์ smart refer</strong> นี้ขึ้น เพื่อปิดช่องว่างไม่ให้เด็กที่อยู่ในภาวะวิกฤตทางการศึกษาคนใดตกหล่น ในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ โดยเริ่มต้นที่จังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่แรก เพื่อพัฒนาให้เป็นสมุทรสาครโมเดล ก่อนขยายการทำงานต่อไป” นพ.สุภกร กล่าว</p>
<p><figure id="attachment_27162" aria-describedby="caption-attachment-27162" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27162 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/ดร.รัฐวิทย์-ทองนวรัตน์-ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร.jpg" alt="" width="864" height="454" /><figcaption id="caption-attachment-27162" class="wp-caption-text">ดร.รัฐวิทย์ ทองนวรัตน์ ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร</figcaption></figure></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.รัฐวิทย์ ทองนวรัตน์ ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร</strong> ระบุว่า COVID-19 ส่งผลกระทบถึงระบบการศึกษาในจังหวัดสมุทรสาครอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในเบื้องต้นการปิดเรียนทำให้การนำเทคโนโลยีถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ โดยรวมถือว่าช่วยให้การศึกษาเดินต่อไปได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังมีเด็กกลุ่มหนึ่งที่จำเป็นต้องได้รับการเข้าถึง ค้นหาให้พบ เพื่อมอบความช่วยเหลือให้เป็นกรณีพิเศษ นั่นคือกลุ่มที่ขาดปัจจัยพื้นฐาน ไม่มีความพร้อมทั้งด้านชีวิตความเป็นอยู่หรือเครื่องมือสื่อสาร ซึ่งหากไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แม้การจัดการศึกษาในภาพรวมจะไปต่อได้ แต่เด็กกลุ่มนี้จะค่อยๆ ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และหลุดออกจากระบบการศึกษาไปในที่สุด</p>
<p><figure id="attachment_27167" aria-describedby="caption-attachment-27167" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27167 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/4-1.jpg" alt="" width="864" height="454" /><figcaption id="caption-attachment-27167" class="wp-caption-text">ภาพจากโรงเรียนวัดปัจจันตาราม จังหวัดสมุทรสาคร</figcaption></figure></p>
<p>ดร.รัฐวิทย์ กล่าวว่า เบื้องต้นเราได้นำเทคโนโลยีหลากหลายช่องทางมาใช้ ทั้งการใช้ DLTV หรือถ่ายทอดสดการสอนผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ซึ่งพบว่าประสบปัญหาน้อยในโรงเรียนที่มีศักยภาพ และในกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษา แต่สำหรับเด็กเล็กและกลุ่มเด็กด้อยโอกาสในที่ห่างไกล เขาไม่มีเครื่องมือสื่อสาร เข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ต โรงเรียนจึงได้ใช้วิธีทำใบงานแล้วให้ผู้ปกครองเด็กเข้ามารับงานจากโรงเรียนไปทำแล้วกลับมาส่ง บ้างให้ครูลงพื้นที่เข้าไปหาเด็ก โดยจัดเป็นกลุ่มย่อยๆ ในกลุ่มเด็กที่อาศัยอยู่ใกล้กัน นี่คือเราแก้ปัญหาคนละครึ่งทาง เพราะบางคนอยู่ในพื้นที่เสี่ยงครูเข้าไปหาที่บ้านไม่ได้ ก็ต้องหาพื้นที่ส่วนกลางที่ปลอดภัยหมายถึงเราต้องบูรณาการปัญหาด้านการศึกษาและสาธารณสุขเข้าด้วยกันตั้งแต่ในการวางแผนงาน ขณะที่บางโรงเรียนใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยการที่โรงเรียนจัดหาเครื่องมือสื่อสารสำหรับเด็กด้อยโอกาสให้เขาได้ใช้เรียนชั่วคราว โดยเป็นนโยบายที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้สำรวจข้อมูลว่าเด็กคนไหนขาดแคลนและสามารถช่วยได้</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27165" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/2-1.jpg" alt="" width="864" height="454" /></p>
<p>ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร ระบุว่า การปิดเรียนที่ยาวนานอาจส่งผลต่อภาวะความรู้ถดถอย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่เสี่ยงซึ่งไม่ได้ขาดแคลนแค่การเข้าถึงการศึกษา แต่ยังรวมไปถึงความปลอดภัยทางสาธารณสุข และคุณภาพชีวิตรอบด้าน เด็กกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือพวกที่ด้อยโอกาส อาศัยในพื้นที่โรงงาน พ่อแม่ทำงานในพื้นที่เสี่ยง เด็กกลุ่มนี้เราจะให้ทางโรงเรียนต้นสังกัดแจ้งจำนวนและข้อมูลพื้นฐานเข้ามา แล้วจะจัดให้เขาได้รับการเฝ้าระวังพิเศษ มีทีมงาน ศธจ. ลงพื้นที่เยียวยา พร้อมกับ<strong>สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.),</strong> <strong>สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด</strong> ที่จะเข้าไปช่วยเก็บข้อมูล ตรวจสอบ และดูแลเรื่องคุณภาพชีวิต รวมถึงการประสานหน่วยงานอื่นๆ เพื่อหาทางสนับสนุนเรื่องทุนการศึกษาเฉพาะราย ในระยะยาว ผลกระทบจากการที่โรงเรียนปิดจะทำให้เด็กกลุ่มนี้อาจต้องออกจากระบบการศึกษา เพราะเขามีปัญหาอื่นๆ ที่รุนแรงกว่า ศธจ. สมุทรสาคร เราจึงมีหน้าที่เชื่อมโยงหน่วยงานทุกหน่วยที่มีศักยภาพเข้ามาช่วยกันหาทางแก้ปัญหา เบื้องต้นคือมอบสิ่งของจำเป็น ให้ความรู้ในการดูแลตนเองและครอบครัวตามมาตรการสาธารณสุข หน้ากากอนามัยหรือเจลแอลกอฮอล์ต้องมี 100% และใช้ให้ถูกวิธีเพื่อลดการแพร่ระบาดให้ได้มากที่สุด ก่อนจะไปสู่การแก้ปัญหาระยาว คือการหาทางให้กลุ่มเป้าหมายยังอยู่ในระบบการศึกษาได้ต่อไป</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27166" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/3-1.jpg" alt="" width="864" height="454" /></p>
<p>“เราได้ร่วมมือกับหน่วยงาน เช่น กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ได้นำนวัตกรรมทางการเรียนเข้ามามอบให้เด็กๆ ช่วยให้เด็กกลุ่มนี้สามารถเรียนได้จากที่บ้านปิดด้วยสื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองที่พัฒนาขึ้นในช่วงโรงเรียน นอกจากนี้เรายังคุยถึงความเป็นไปได้ในการเดินตามโมเดลการสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ ที่ <strong>กสศ. จะเข้ามาช่วยประสานความร่วมมือด้านการระดมงบประมาณช่วยเหลือ โดยทาง ศธจ. มีข้อมูลของเด็กที่ขาดแคลนซึ่งเรามองแล้วว่าด้วยงบประมาณสนับสนุนจะช่วยเด็กด้อยโอกาสกลุ่มนี้ได้จริง ซึ่งตอนนี้เรามองไปถึงว่าหากหลังจากนี้บางพื้นที่ยังเปิดเรียนไม่ได้ การจัดการเรียนการสอนผ่านเทคโนโลยีออนไลน์ต้องพัฒนาระบบให้ไหลลื่นยิ่งขึ้น รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์พื้นฐานที่ช่วยให้การเรียนรู้เดินต่อไปได้ นี่คือความร่วมมือที่เรามองว่าเป็นสิ่งที่ทุกหน่วยในสังคมจำเป็นต้องเชื่อมต่อกัน และขยายออกไปให้ทั่วถึงทุกหน่วยงานในวงกว้างให้ได้มากที่สุด</strong>” ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-13-02-21/">กสศ.จับมือสมุทรสาคร เดินหน้า “ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา หรือ Smart Refer”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>20 จังหวัด จับมือ กสศ. ศธ. พม. และ สถ. เดินหน้าค้นหา-ช่วยเหลือ – ฟื้นฟู เด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษารายคน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89-%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Sep 2019 09:21:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กศน.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[อพม.]]></category>
		<category><![CDATA[สยามแสควร์วัน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การช่วยเหลือเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[Save the Children]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กไร้…ได้เรียน เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สถ.]]></category>
		<category><![CDATA[วาริน ชุมสาย ณ อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[ธนกร นิโรรัม]]></category>
		<category><![CDATA[#iWasHere]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8046</guid>

					<description><![CDATA[<p>20 จังหวัด จับมือ กสศ. ศธ. พม. และ สถ. เดินหน้าค้นหา-ช่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89-%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/">20 จังหวัด จับมือ กสศ. ศธ. พม. และ สถ. เดินหน้าค้นหา-ช่วยเหลือ – ฟื้นฟู เด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษารายคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8049" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70766346_2824789904221667_2642745655570726912_o.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70766346_2824789904221667_2642745655570726912_o.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70766346_2824789904221667_2642745655570726912_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70766346_2824789904221667_2642745655570726912_o-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70766346_2824789904221667_2642745655570726912_o-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70766346_2824789904221667_2642745655570726912_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70766346_2824789904221667_2642745655570726912_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<blockquote><p>20 จังหวัด จับมือ กสศ. ศธ. พม. และ สถ. เดินหน้าค้นหา-ช่วยเหลือ – ฟื้นฟู เด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษารายคน กสศ.พร้อมช่วย 5,000 คนแรก หลังพบปี 62 มีเด็กนอกระบบมากกว่า 8 แสนคนใน 20 จังหวัดนำร่อง ชวนสังคมไทยร่วมบริจาค ช่วยเด็กๆหลุดพ้นจาก 3 วงจรเสี่ยง งานอันตราย รายได้ต่ำ –ค้าประเวณี-ยุวอาชญากร</p></blockquote>
<p>เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2562 ที่สยามแสควร์วัน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) องค์การช่วยเหลือเด็ก (Save the Children) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และภาคีเครือข่าย 20 จังหวัดสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา เปิดตัวโครงการรณรงค์ “เด็กไร้…ได้เรียน เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เพื่อค้นหา ช่วยเหลือเด็กนอกระบบให้มีโอกาสกลับมาในเส้นทางการศึกษาอีกครั้ง</p>
<p>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษาคณะกรรมการ กสศ. และผู้อำนวยการศูนย์วิชาการและเครือข่ายวิชาการด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เด็กและเยาวชนนอกระบบจะติดกับดักชีวิตที่เรียกว่า โง่ จน เจ็บ เป็นวงจรจากรุ่นสู่รุ่น ถูกสังคมมองข้าม ไม่ให้ความสำคัญมาโดยตลอดด้วยอคติเชิงลบ เส้นทางชีวิตของเด็กและเยาวชนจะเป็นศูนย์หรือติดลบทันที เมื่อหลุดออกนอกระบบการศึกษา เพราะมีแนวโน้มสูงที่จะเข้าสู่วงจรสังคมสีเทาที่อันตราย 3 เรื่องสำคัญ 1.เส้นทางแรงงานนอกระบบ มีรายได้ต่ำ ถูกนายจ้างเอารัดเอาเปรียบ ทำงานที่เสี่ยงอันตรายต่อชีวิต สุขภาพ 2.เส้นทางของการค้าประเวณี โดยเฉพาะ เด็กผู้หญิง 3.เส้นทางยุวอาชญากร ตกอยู่ในวังวนยาเสพติด เป็นเด็กเดินยา ลักเล็กขโมย</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8050" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71152046_2824790650888259_7437279315235962880_o.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71152046_2824790650888259_7437279315235962880_o.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71152046_2824790650888259_7437279315235962880_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71152046_2824790650888259_7437279315235962880_o-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71152046_2824790650888259_7437279315235962880_o-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71152046_2824790650888259_7437279315235962880_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71152046_2824790650888259_7437279315235962880_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<blockquote><p>“ถ้าเราปล่อยให้ปัญหานี้ดำเนินต่อไป อย่างไม่สนใจ ผลักไสให้พวกเขาไปอยู่ด้านมืดของสังคม ในที่สุดผลเสียจะเกิดแก่สังคม และประเทศชาติ ทั้งที่เด็กนอกระบบจำนวนมาก มีต้นทุนของความใฝ่ดี มีความอดทน ความกตัญญูกตเวที มองเห็นคุณค่าของการเรียนแต่ไม่มีโอกาส ดังนั้นสิ่งที่สังคมไทยควรเรียนรู้ คือการเปลี่ยนมุมมองต่อเด็กนอกระบบใหม่ ช่วยกันเยียวยาชีวิต ให้โอกาส รวมถึงช่วยกันสมทบความช่วยเหลือเพื่อสร้างคน ให้ชีวิตใหม่ต่อยอดอนาคตทางการศึกษาให้กับเด็กเหล่านี้” ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว</p></blockquote>
<p>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า กสศ.ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) และเครือข่าย 20 จังหวัดสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก ขอนแก่น มหาสารคาม สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครราชสีมา กาญจนบุรี นครนายก ระยอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ยะลา และสงขลา ดำเนินโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ระดมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาอายุระหว่าง 2-21 ปี โดยทั้ง20 จังหวัดจะใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศเชื่อมฐานทะเบียนราษฎร์กระทรวงมหาดไทย กับข้อมูลเด็กปฐมวัยของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วนเด็กเยาวชนในระบบการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ และข้อมูลเด็ก เยาวชนนอกระบบการศึกษาจาก กศน. เพื่อคัดกรองรายชื่อเด็กเยาวชนนอกระบบให้เป็นปัจจุบันที่สุด</p>
<p>ผู้ช่วยผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้มาจากความร่วมมือของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ กศน. ท้องถิ่นจังหวัดและภาคีอีก 20 จังหวัด ทำให้ทราบว่าในเบื้องต้นจนถึงช่วงเดือน กันยายน 2562 พบข้อมูลเด็กและเยาวชนนอกระบบที่มีอายุระหว่าง 2-21 ปี เฉพาะใน 20 จังหวัด มีจำนวน 867,242 คน แบ่งเป็น เด็กปฐมวัยช่วงอายุ 2-6 ปี จำนวน 242,002 คน ช่วงอายุ 7-17 ปี จำนวน 177,383 คน และอายุระหว่าง 18-21 ปี จำนวน 447,846 คน สำหรับตัวเลขเด็กและเยาวชนนอกระบบรายจังหวัด เช่น นครราชสีมา 116,422 คน อุบลราชธานี 95,613 คน เชียงใหม่ 92,525 คน ขอนแก่น 78,977 คน สุราษฎร์ธานี 59,261 คน มหาสารคาม 45,103 คน กาญจนบุรี 43,914 คน พิษณุโลก 36,904 คน ยะลา 34,991 คน เป็นต้น</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8051" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70600891_2824790020888322_499169895234142208_o.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70600891_2824790020888322_499169895234142208_o.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70600891_2824790020888322_499169895234142208_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70600891_2824790020888322_499169895234142208_o-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70600891_2824790020888322_499169895234142208_o-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70600891_2824790020888322_499169895234142208_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70600891_2824790020888322_499169895234142208_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>ซึ่งทั้ง 20 จังหวัด จะใช้ตัวเลขเหล่านี้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการทำงาน แต่ละจังหวัดจะนำรายชื่อเด็กและเยาวชนนอกระบบเหล่านี้ พร้อมระดมสรรพกำลัง เช่น กศน.จังหวัด อพม. อาสาสมัคร ออกไปค้นหา สำรวจให้พบตัวเด็ก โดยมี สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเป็นจุดแรกรับช่วยเหลือ หลังจากนั้นทีมสหวิชาชีพจะวิเคราะห์ปัญหาเชิงลึกเป็นรายบุคคลเพื่อทำแผนดูแลเด็กเป็นรายกรณีด้วยแนวทางที่มีความยืดหยุ่น โดยมี ท้องถิ่น/ท้องที่ ประชาสังคม องค์กรเอกชน มูลนิธิต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมด้วย มีเป้าหมายเพื่อส่งต่อ ให้เด็กส่วนใหญ่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือฝึกทักษะด้านการศึกษาและอาชีพ ส่วนกลุ่มที่ยังไม่พร้อมคืนสู่ระบบการศึกษา ก็จะเข้าสู่กระบวนการเยียวยา/ ฟื้นฟูจากทีมสหวิชาชีพต่อไป</p>
<p>“เด็กและเยาวชนนอกระบบเป็นกลุ่มเปราะบาง การกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา โรงเรียนเองก็จะต้อง<br />
ปรับการเรียนการสอนให้มีความพร้อมที่จะรองรับ มีระบบแนะแนว เพื่อไม่ให้หลุดออกจากระบบซ้ำอีก สำหรับกลุ่มที่ไม่สามารถไปโรงเรียนได้ เพราะต้องทำมาหาเลี้ยงชีพหรือมีข้อจำกัด ก็จะมีทางเลือกอื่นๆที่มีความยืดหยุ่นตามสภาพปัญหาของเด็กแต่ละคน ซึ่งตรงนี้ทางกศน.จะมีบทบาทสำคัญมากในการจัดโปรแกรมการเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาเด็กต่อไป ทั้งนี้ในปี 2562 กสศ.ได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเด็กนอกระบบกลุ่มแรกจำนวน 5,000 คนๆ ละ 4,000 บาท แต่ในขณะที่ขนาดของปัญหานี้ มีเด็กและเยาวชนเป้าหมาย เป็นหลักแสนหรืออาจถึงหลักล้าน กสศ.ร่วมกับ 20 จังหวัดจึงขอเชิญชวนประชาชนและทุกภาคส่วนต่างๆในสังคมร่วมบริจาคในโครงการ “ล้านคน ล้านใจ ร่วมบริจาคกับกสศ. ให้โอกาสเด็กไร้&#8230;ได้เรียน”โดยสามารถเข้าไปบริจาคและใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2เท่าได้อัตโนมัติที่ <a href="https://donate.eef.or.th/main-donate?fbclid=IwAR2fT-MRl4VU2QSrCaTDOHDS3rMMO75wrZsGng_G-vzRbmMBMooAQPKoOVI" target="_blank" rel="noopener nofollow noreferrer" data-ft="{&quot;tn&quot;:&quot;-U&quot;}" data-lynx-mode="async" data-lynx-uri="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fdonate.eef.or.th%2Fmain-donate%3Ffbclid%3DIwAR2fT-MRl4VU2QSrCaTDOHDS3rMMO75wrZsGng_G-vzRbmMBMooAQPKoOVI&amp;h=AT1QR-m9f9TeXti9d3DoeYv_5iPP2NGQzeCCdzozXZbWXqsx4JSe-aKnZCVvr5hAfOHQnLjdSM2gI1QWFjjF-s-e618TsnWLbxGI9Kye4Zq58mXGApltd9RVtNW_u03ES0bbW7_p4R3lpOl9mqCRHDGbguX0YJ11nGK9nNjVHCBs19euxfe_ELVTFkm_6dG0NskfJ2778s1DpsF7PGnoHoffl5Jej-7P_sgharSraxa9MMelhcMkSESPkFcn2Z7qDJuX0rSljtB1sKeZaUzwYtlw5AaO97TJF8L_w68Fh6EvcE6qX2NxLOaH1q_rdI4YsWA0msq9P0z3jGQzUiz98rt10ERsdFMaR8XYivyhhZHly4Qhb4DURBXK03r5dDOaOLwZobQrg72oNlu3NsWq_RbxYe4VWuCy2U0l7ufQi9uJdYaMrPHTgcxfYRax3XgfWw8RLhgHVmR62HinDMDLOzd0dbiFXLzPhLpIRYjfRcxZtsbYT4y6VRWIbW7BxCUnuEV_94nC21nOWtpN_xecHQSgm-rLL2bOL94K_MKiqLnRd6UEMqPV-ZR-fVP6QhDDV77UQK38FveGAuk7a4QL_qmKh2RroIaR5VW4MLOeVx8KhP8i7ymNB0UK-0Z6P_M8eA9BcWE">https://donate.eef.or.th/main-donate</a> หรือสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หมายเลขโทรศัพท์ 0-2 079-5475” ผู้ช่วยผู้จัดการกสศ.</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8052" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70822243_2824790317554959_4833601536888143872_o.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70822243_2824790317554959_4833601536888143872_o.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70822243_2824790317554959_4833601536888143872_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70822243_2824790317554959_4833601536888143872_o-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70822243_2824790317554959_4833601536888143872_o-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70822243_2824790317554959_4833601536888143872_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70822243_2824790317554959_4833601536888143872_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>นางวาริน ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้จัดการโครงการ องค์การช่วยเหลือเด็ก กล่าวว่า แม้เด็กๆ ส่วนใหญ่ ในประเทศไทยในปัจจุบัน จะอยู่ดีกินดี มีการศึกษาที่ดี กว่าเด็กๆ ในอดีต แต่ก็ยังมีเด็กอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นเด็กกลุ่มเปราะบางที่ยังถูกมองข้าม อาทิ เด็กยากจน เด็กที่มีสภาพบกพร่องทางร่างกาย เด็กชนกุล่มน้อย เด็กไร้รัฐ และเด็กต่างด้าว จึงนับว่าเป็นปัญหาที่น่าวิตก และนั่นเป็นเหตุผลที่องค์การช่วยเหลือเด็ก ได้พยายามรณรงค์ เพื่อให้เด็ก ๆ ทุกคนในประเทศไทย สามารถเข้าเรียน และพัฒนา อย่างเสมอภาค ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในสถานการณ์ มีภูมิหลัง หรือสัญชาติใด ๆ</p>
<blockquote><p>&#8220;เด็กทุกคนล้วนมีสิทธิในการเข้าเรียน ได้รับการศึกษา เพื่อเป็นรากฐานพัฒนาการที่แข็งแรง และสุขภาวะในวัยเด็ก หากเด็ก ไม่สามารถเรียนรู้ ไม่ว่าจะมาเป็นเพราะขาดเอกสารสำคัญ มีทุนทรัพย์ไม่เพียงพอ หรือการที่พวกเขาต้องกลายเป็นผู้ใหญ่ก่อนวัยอันควร เช่นในกรณีพ่อแม่วัยใส และนี่คือสาเหตุสำคัญของความร่วมมือระหว่าง กสศ. องค์การช่วยเหลือเด็ก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องร่วมกันทำงานเพื่อให้เด็กทุกคน ได้รับการศึกษาอย่างไม่ตกหล่น” นางวารินกล่าว</p></blockquote>
<p>น้องธนกร นิโรรัม หรือ &#8216;อ๋า&#8217; เด็กนอกระบบการศึกษา จาก จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ผมตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนระหว่างอยู่ชั้น ม. 1 เพื่อไปทำงาน รับจ้างเป็นเด็กยกเครื่องเสียงให้กับวงหมอลำที่อยู่ในหมู่บ้านตระเวนรับงานตามงานวัดงานบวชต่างๆ รายได้จากงานรับจ้างที่ไม่แน่นอน เงินที่ได้ นำไปช่วยจุนเจือครอบครัว ตอนที่ต้องออกจากโรงเรียน ผมยังหวังว่าจะได้กลับไปเรียนเสมอ ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสได้เรียนก็อยากเรียนให้จบเหมือนเพื่อน</p>
<blockquote><p>“เชื่อว่าคนอื่นๆที่เป็นเหมือนผมหลายคนอยากจะกลับไปเรียน ไม่มีใครอยากทิ้งอนาคต และผมอยากให้คนอื่นมองเห็นคุณค่าในตัวพวกผม ให้สังคมเข้าใจว่าพวกเราไม่ได้อยากหยุดเรียนขอเพียงทุกคนให้โอกาสพวกเรา และอยากจะบอกไปถึงเพื่อนๆทุกคนที่เป็นเหมือนผมให้ลุกขึ้นมาสู้ มีกำลังใจ อย่ายอมแพ้ อนาคตผมฝันแล้วว่าถ้าหากได้กลับเข้ามาเรียนอีกผมจะสอบเป็นทหาร หาเงินมาดูแลครอบครัว” น้องธนกรกล่าว</p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8053" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71275482_2824790400888284_8610369140156268544_o.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71275482_2824790400888284_8610369140156268544_o.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71275482_2824790400888284_8610369140156268544_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71275482_2824790400888284_8610369140156268544_o-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71275482_2824790400888284_8610369140156268544_o-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71275482_2824790400888284_8610369140156268544_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71275482_2824790400888284_8610369140156268544_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>สำหรับโครงการนี้ยังได้ระดมพลังศิลปิน Graffiti ชั้นนำของเมืองไทยกว่า 20 ชีวิต ร่วมสร้างผลงานกราฟฟิตี้ภาพชีวิต <a class="_58cn" href="https://www.facebook.com/hashtag/iwashere?source=feed_text&amp;epa=HASHTAG&amp;__xts__%5B0%5D=68.ARDtjpIDcFhzjF5otes9-QJNPuTk3bJwrXwPPb5uoBba0nkmBLldRRh-7Wn7IdmmdfFtxESQKH1-4wYA_Reahi7FGyyMWo0wneWkN3jEdkOhuToOLFQ5B75A4A3GM2cTKpIGaOoTaYABXXjeF7_GTVdslzCvxohZepfw_LBOOQ46R6W7RL9m4-JkvHv5Fp2XjYfnWicu7f65cJBuuB2-T96WoP-Zm_RQxJ92hFNkeY6EZ2hhRwCD2gJ0Z4zeVld0YOQJZrRknGEJaxVf150St2qLJqDBiejS-2OO0vuK_7q0NsrzjZh_cBn_w7z4rOGjLEJGWM9MIRb-muS92JbwFkAZ4A&amp;__tn__=%2ANK-R" data-ft="{&quot;type&quot;:104,&quot;tn&quot;:&quot;*N&quot;}"><span class="_5afx"><span class="_58cl _5afz" aria-label="แฮชแท็ก">#</span><span class="_58cm">iWasHere</span></span></a> (ฉันเคยอยู่ตรงนี้) ถ่ายทอดเรื่องราว การมีอยู่ของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ เพื่อเป็นการบันทึกว่าครั้งหนึ่ง เคยมีเด็กและเยาวชนที่ต้องออกจากระบบการศึกษา และใช้ชีวิตเร่ร่อนตามสถานที่ต่างๆ เพื่อหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว โดยปรากฎตามกำแพงสำคัญๆใน 20 จังหวัดของประเทศไทย ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก ขอนแก่น มหาสารคาม สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครราชสีมา กาญจนบุรี นครนายก ระยอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ยะลา และสงขลา อีกด้วย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89-%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/">20 จังหวัด จับมือ กสศ. ศธ. พม. และ สถ. เดินหน้าค้นหา-ช่วยเหลือ – ฟื้นฟู เด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษารายคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ลุงน้อม’กระบอกเสียงเพื่อเด็กบนพื้นที่สูง ขอช่วยเด็กจนหมดลมหายใจ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/unclenom/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Aug 2019 06:09:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีวศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[น้อม ทรัพย์เจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พัฒนาราษฏร์บนพื้นที่สูง]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ปลายน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=7003</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประสบการณ์ชีวิตกว่า 30 ปี ของนายน้อม ทรัพย์เจริญ หรือ ‘ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/unclenom/">‘ลุงน้อม’กระบอกเสียงเพื่อเด็กบนพื้นที่สูง ขอช่วยเด็กจนหมดลมหายใจ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-7006" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68439610_2762643683769623_7401173539518152704_o.jpg" alt="" width="2048" height="1536" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68439610_2762643683769623_7401173539518152704_o.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68439610_2762643683769623_7401173539518152704_o-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68439610_2762643683769623_7401173539518152704_o-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68439610_2762643683769623_7401173539518152704_o-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>ประสบการณ์ชีวิตกว่า 30 ปี ของนายน้อม ทรัพย์เจริญ หรือ ‘ลุงน้อม’ อายุ 54 ปี เจ้าพนักงานพัฒนาสังคมชำนาญงาน ศูนย์พัฒนาราษฏร์บนพื้นที่สูง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กว่าครึ่งชีวิตขับรถคู่ใจขึ้นลงเขาทำงานช่วยเหลือคนบนดอยสูงมาตลอด โดยเฉพาะด้านการศึกษา ถือเป็น 1 ในภาระกิจสำคัญ จึงเข้าใจปัญหาทุกอย่างลึกซึ้ง ถ้าให้หลับตาเดินคงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับลุงน้อม</p>
<blockquote><p>“เรารู้อยู่แล้วว่าพื้นที่ไหนทุรกันดารหรือไม่ หลับตารู้หมด โดยเฉพาะจังหวัดลำพูน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ว่าพื้นที่ไหนลำบากไม่ลำบาก มีปัญหาอะไรแบบไหน ตอนไปค้นหาเด็กยากจนขาดแคลนทุนทรัพย์เรานั่งรถออกไปกับอาจารย์วิทยาลัยเทคนิคลำพูนไปหาเด็ก เราสามารถพาพวกเขาเข้าสู่ระบบการศึกษาได้จำนวนมาก” ลุงน้อมกล่าว</p></blockquote>
<p>ลุงน้อม เริ่มต้นย้อนเล่าว่า หลังทราบข่าวว่ามีทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ต้องการมอบทุนให้กับเด็กๆด้อยโอกาสจริง ๆ จึงได้มีโอกาสไปทำงานร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคลำพูน ที่ต้องออกไปค้นหาเด็ก ๆ ในแต่ละพื้นที่ และพูดคุยกับอาจารย์ถึงแนวทางช่วยเหลือค้นหาเด็กที่ยากจนขาดแคลนทุนทรัพย์จริง ๆ ประจวบเหมาะกับเราเชี่ยวชาญชำนาญคลุกคลีในพื้นที่ดอยมาตลอด จึงรู้จุดไหนมีเด็กประสบปัญหาเสี่ยงหยุดเรียนเพราะความยากจน จึงเป็นที่มาของการได้ร่วมทำงานกัน</p>
<p>การสร้างความไว้วางใจจึงถูกเริ่มต้น ลุงน้อม บอกต่อไปว่า สิ่งแรกที่พวกเราขึ้นไปค้นหาเด็ก ๆ ต้องสร้างความไว้ใจกับผู้ปกครองเด็กก่อน บนดอยมักสื่อสารภาษาถิ่นเป็นหลักไม่ค่อยพูดภาษาไทย เราจึงเป็นตัวกลางพูดสร้างความเข้าใจความมั่นใจ ชักชวนเด็กเหล่านั้นเข้าสู่ระบบการศึกษาเนื่องจากหลายครอบครัวไม่เชื่อว่าจะมีทุนการศึกษาจริง สุดท้ายครอบครัวเด็ก ๆ เชื่อใจเรายอมปล่อยให้ลูกหลานไปเรียน ผ่านวิธีสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและมั่นใจว่ามีทุนการศึกษาจริง ๆ ไม่ใช่การหลอกลวง</p>
<p>ลุงน้อม เปิดใจบอกว่า บทบาทของเราเหมือน ‘กระบอกเสียงการศึกษา’ เพราะกว่า 30 ปี ทำเรื่องเด็กบนพื้นที่สูงตลอด ช่วงเวลาไหนมีข่าวเกี่ยวกับทุนการศึกษาประเภทใด เราจะนำข้อมูลไปบอกต่อให้เด็ก เพราะอยากเห็นเด็กทุกคนได้เรียนหนังสือ เหมือนอย่างเช่น ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง เราก็ไปบอกพวกเขาว่า “มีทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง เป็นทุนสายอาชีพนะ เป็นทุนมาใหม่ เพื่อช่วยเด็กๆด้อยโอกาส เด็กยากจน มันตรงกับพวกเรา ตรงนี้เป็นโอกาสสำหรับพวกเราแล้วนะ”</p>
<p>“หลังจากเด็กได้ทุนการศึกษา ผมกลับไปเยี่ยมครอบครัวเขา ผมเห็นรอยยิ้มผู้ปกครองมันเกิดขึ้น เขามั่นใจว่ามีทุนการศึกษาให้ลูกเขาจริงๆ บางคนเสียใจทำเรื่องไม่ทัน ทุนนี้มันเหมือนกับไปเปิดโลกทรรศน์ให้เด็กให้ผู้ปกครอง ที่สำคัญกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เด็กที่มาเรียนในวิทยาลัยเทคนิคลำพูนอยู่บนดอย อย่างตอนนี้ปัญหาบนดอยมันเกิดขึ้นจากความไม่รู้ ไม่มีการศึกษา ถูกหลอกปลูกพืช ปลูกข้าวโพด เด็กก็ถูกใช้ฉีดยาพ่นยากันไป” ลุงน้อมบรรยาย</p>
<p>เจ้าพนักงานพัฒนาสังคมชำนาญงาน กล่าวอย่างปลื้มใจอีกว่า รู้สึกดีใจเห็นเด็กหลายคนบนดอยมีโอกาสรับทุนนี้ พวกเขาเป็นเด็กด้อยโอกาสอย่างแท้จริง มันบอกไม่ถูกดีใจที่ทุนการศึกษาเข้าไปถึงเด็กจริงๆ ที่สำคัญภูมิใจกับครูวิทยาลัยเทคนิคลำพูน ที่ลงไปค้นหาเด็กๆ ยอมปรับตัว เข้าใจ เพื่อพาเด็กกลับสู่ห้องเรียน ครูหลายท่านสู้อย่างมาก กินนอน เดินทาง ลุยป่า ขึ้นเขาไปค้นหาเด็กแบบถึงลูกถึงคน ไม่เคยปฏิเสธความลำบากเลย</p>
<p>“มั่นใจว่าถ้าทุนนี้ไม่มีสิ่งใดเป็นตัวแปรให้เกิดความเปลี่ยนแปลง คิดว่ายังมีเด็กด้อยโอกาสบนพื้นที่สูงจำนวนมาก ที่รอโอกาสจากทุนนี้ ส่วนตัวเชื่อว่าหากเด็กกลุ่มนี้ได้เรียนจะกลับไปพัฒนาบ้านเกิดตัวเอง สิ่งต่าง ๆ บนพื้นที่สูงชนบทมันจะถูกฟื้นฟูอย่างครบวงจร” ลุงน้อมแสดงความเชื่อมั่นคุณภาพของทุน ฯ</p>
<p>ลุงน้อม ยังเปรียญเทียบเรื่องการศึกษาอย่างน่าสนใจว่า พื้นที่สูงคือต้นน้ำ เราอยู่ตรงนี้คือกลางน้ำ ปลายน้ำคือกรุงเทพมหานคร ถ้าบนพื้นที่สูงเสียหาย โดยเฉพาะเด็กๆถ้าไม่ได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้องถูกทางจะพัฒนาประเทศไม่ได้ เนื่องจากทุกวันนี้เราหล่อเลี้ยงประเทศจากน้ำบนยอดดอยหรือต้นน้ำที่ไหลลงมารวมกัน โดยนำความจำเป็นพื้นฐานก็คือน้ำมาสร้างเมืองไทย แต่ถ้าคนที่อยู่บนต้นน้ำไม่ได้รับการพัฒนาที่ถูกต้อง สิ่งที่อยู่ข้างล่างจะเสียหายไปด้วย</p>
<p>“ผมไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงได้เพียงคนเดียว แต่ถ้ามีแรงผลักดันอื่นมาช่วยเช่น ให้การศึกษา ให้ความรู้ที่ถูกต้อง เราในฐานะผู้พัฒนามันจะไปด้วยกันได้ และจะขอทำงานช่วยเหลือเด็กต่อไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ” ลุงน้อมย้ำความสำคัญของการศึกษา</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/unclenom/">‘ลุงน้อม’กระบอกเสียงเพื่อเด็กบนพื้นที่สูง ขอช่วยเด็กจนหมดลมหายใจ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
