<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a5-2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 06 Mar 2026 14:40:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>พม. – กสศ. ใช้ระบบ “พม. Smart” ยกระดับการค้นหา – ติดตามเด็กเปราะบาง หนุน Thailand Zero Dropout</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-060326/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Mar 2026 12:25:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กเปราะบาง]]></category>
		<category><![CDATA[บูรณาการฐานข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ค้นหาและติดตามเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบขอรับความช่วยเหลือ]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิการเด็กปฐมวัย]]></category>
		<category><![CDATA[Care Plan]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[กันตพงศ์ รังษีสว่าง]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[อพม.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100411</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-060326/">พม. – กสศ. ใช้ระบบ “พม. Smart” ยกระดับการค้นหา – ติดตามเด็กเปราะบาง หนุน Thailand Zero Dropout</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพฯ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดอบรมการใช้งานระบบ <strong>“พม. Smart”</strong> เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) โดยมี <strong>นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์</strong> เป็นประธานเปิดการอบรม พร้อมด้วยผู้บริหารและบุคลากรด้านสังคมสงเคราะห์จากหน่วยงานในสังกัด พม. และผู้แทนจาก 77 จังหวัด รวมถึงผู้แทนจาก กสศ. เข้าร่วม</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-01.jpg" alt="" class="wp-image-100412" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p><strong>นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง พม. และ กสศ. ในการใช้ระบบ <strong>“พม. Smart”</strong> ซึ่งเป็นระบบขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม ถือเป็นการบูรณาการการทำงานโดยใช้นวัตกรรมดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญ ช่วยให้การทำงานในพื้นที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม</p>



<p>“ตัวเลขเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษากว่า 603,000 คน สะท้อนโจทย์สำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันแก้ไข พม. จำเป็นต้องเข้าไปมีบทบาทในมิติด้านการศึกษา เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ การใช้ระบบ พม. Smart จะช่วยให้เราทราบว่าเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษามีตัวตนอยู่ที่ไหน ชื่ออะไร และต้องการความช่วยเหลือแบบใด เพื่อให้สามารถวางแผนช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด และร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมาย Thailand Zero Dropout ให้เกิดขึ้นจริง”</p>


<div class="gb-grid-wrapper gb-grid-wrapper-7ce5556c">
<div class="gb-grid-column gb-grid-column-e3a8ad1f"><div class="gb-container gb-container-e3a8ad1f">

<figure class="gb-block-image gb-block-image-8dbb36c4"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" class="gb-image gb-image-8dbb36c4" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นายกันตพงศ์-รังษีสว่าง.jpg" alt="" title="นายกันตพงศ์-รังษีสว่าง" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นายกันตพงศ์-รังษีสว่าง.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นายกันตพงศ์-รังษีสว่าง-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นายกันตพงศ์-รังษีสว่าง-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นายกันตพงศ์-รังษีสว่าง-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นายกันตพงศ์-รังษีสว่าง-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>

</div></div>

<div class="gb-grid-column gb-grid-column-e341fa5e"><div class="gb-container gb-container-e341fa5e">

<figure class="gb-block-image gb-block-image-fad63e8e"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" class="gb-image gb-image-fad63e8e" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-02.jpg" alt="" title="0306_พม-กสศ.-02" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>

</div></div>
</div>


<p>นายกันตพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การบันทึกข้อมูลเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางในระบบ พม. Smart มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนและความล่าช้าจากการจัดส่งเอกสาร ทำให้การช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาทางสังคมเป็นไปอย่างรวดเร็วและทันเวลา อีกทั้งยังช่วยเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน และทำให้สามารถส่งต่อความช่วยเหลือในมิติต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน</p>



<p>พร้อมกันนี้ พม. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลเด็กปฐมวัย โดยตั้งเป้าไม่ให้เด็กอายุ 0–6 ปี หลุดจากระบบสวัสดิการพื้นฐาน เช่น การได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด รวมถึงการดูแลผู้พิการให้สามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการที่พึงได้รับ อาทิ การมีบัตรประจำตัวคนพิการและการเข้าถึงชุดสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานโดยไม่ตกหล่น</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/ดร.ไกรยส-ภัทราวาท-02.jpg" alt="ดร.ไกรยส ภัทราวาท" class="wp-image-100417" style="aspect-ratio:1.5026362038664323;width:780px;height:auto" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/ดร.ไกรยส-ภัทราวาท-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/ดร.ไกรยส-ภัทราวาท-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/ดร.ไกรยส-ภัทราวาท-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/ดร.ไกรยส-ภัทราวาท-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/ดร.ไกรยส-ภัทราวาท-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า โครงการ <strong>Thailand Zero Dropout</strong> เป็นความร่วมมือระหว่าง กสศ. และหน่วยงานภาครัฐรวม 11 หน่วยงาน ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2567 เพื่อค้นหาและช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาอายุ 3–18 ปี ให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือเข้าสู่รูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสม</p>



<p>ที่ผ่านมา กสศ. ได้ทำงานร่วมกับ พม. อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) เพื่อพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนให้สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาอย่างเสมอภาค ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาระบบ <strong>พม. Smart</strong> ที่เปิดให้ประชากรกลุ่มเปราะบางสามารถขอรับความช่วยเหลือผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตั้งแต่ปี 2565</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-03-1.jpg" alt="" class="wp-image-100419" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-03-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-03-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-03-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-03-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-03-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ข้อมูลในปี 2567 พบว่า การเชื่อมโยงฐานข้อมูล <strong>พม. Smart</strong> กับฐานข้อมูล <strong>Thailand Zero Dropout</strong> ทำให้พบเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาจำนวน <strong>7,322 คน</strong> จากครอบครัวที่ได้รับเงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน โดยเจ้าหน้าที่ พม. ได้ลงพื้นที่สำรวจและจัดทำแผนดูแลรายกรณี (Care Plan)&nbsp;</p>



<p>ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 – มกราคม 2569 มีการสำรวจข้อมูลเด็กและเยาวชนจำนวน <strong>4,676 คน</strong> ส่งผลให้เด็กและเยาวชน <strong>482 คน</strong> ได้รับการสนับสนุนให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น หรือการพัฒนาทักษะอาชีพ</p>



<p>ขณะเดียวกัน ข้อมูลปี 2568 พบว่า การเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่าง พม. Smart กับฐานข้อมูล Thailand Zero Dropout ยังพบเด็กและเยาวชนอีก <strong>4,716 คน</strong> จากครอบครัวที่ได้รับความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม และยังไม่มีชื่ออยู่ในระบบการศึกษา โดย กสศ. ได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเรียนและพัฒนาทักษะอาชีพ <strong>4,000 บาทต่อคน</strong> รวมถึงค่าดำเนินการ <strong>1,000 บาทต่อราย</strong> ให้แก่บุคลากร พม. ที่ทำหน้าที่สำรวจและจัดการรายกรณี</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-04.jpg" alt="" class="wp-image-100415" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0306_พม-กสศ.-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>นอกจากนี้ ในปีนี้ <strong>อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.)</strong> ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่วมสำรวจ ค้นหา และช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในระดับพื้นที่ สนับสนุนนโยบาย <strong>“พม. ใกล้คุณ”</strong> ที่มุ่งให้การช่วยเหลือประชาชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วดร.ไกรยส กล่าวว่า การอบรมในครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนการใช้นวัตกรรมระบบ <strong>พม. Smart</strong> ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน ทำให้สามารถค้นหา ติดตาม และวางแผนดูแลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนได้อย่างรวดเร็ว ผ่านการทำงานบนระบบข้อมูลเดียวที่เชื่อมโยงการช่วยเหลือได้ครบทุกมิติ รวมถึงมิติด้านการศึกษา</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-060326/">พม. – กสศ. ใช้ระบบ “พม. Smart” ยกระดับการค้นหา – ติดตามเด็กเปราะบาง หนุน Thailand Zero Dropout</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เครียด-ซึมเศร้า-สูญเสีย ข้อเสนอ Roadmap การเยียวยาบาดแผลทางใจของเด็กๆ ช่วงวิกฤตโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-roadmaphealing-the-wounds-of-the-childs-heart-covid19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Sep 2021 05:31:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ซึมเศร้า]]></category>
		<category><![CDATA[Post-Traumatic stress disorder]]></category>
		<category><![CDATA[PTSD]]></category>
		<category><![CDATA[หนึ่งบ้าน หนึ่งโรงพยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[Child Protection Information System]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์คุณธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี]]></category>
		<category><![CDATA[ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์]]></category>
		<category><![CDATA[CPIS]]></category>
		<category><![CDATA[บาดแผลทางใจ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมกิจการเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[Roadmap]]></category>
		<category><![CDATA[Death Perception]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=45575</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ขณะนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่แต่ละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-roadmaphealing-the-wounds-of-the-childs-heart-covid19/">เครียด-ซึมเศร้า-สูญเสีย ข้อเสนอ Roadmap การเยียวยาบาดแผลทางใจของเด็กๆ ช่วงวิกฤตโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ขณะนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่แต่ละวันยังคงพุ่งสูง สร้างผลกระทบทั้งต่อผู้เสียชีวิตและบุคคลใกล้ชิด โดยเฉพาะเด็กที่มีบุคคลในครอบครัวติดโควิด ภาวะเครียด ซึมเศร้า ไปจนกระทั่งผลกระทบที่รุนแรงอย่างการการสูญเสียพ่อแม่หรือผู้ปกครอง</p>



<p>เมื่อเสาหลักของครอบครัวขาดหายไป&nbsp;</p>



<p>เด็กๆ จะอยู่อย่างไร ชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร&nbsp;</p>



<p>กสศ.มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณหมอสองท่าน&nbsp;</p>



<p><strong>คุณหมอดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ </strong>พูดคุยเกี่ยวกับระบบสารสนเทศเพื่อการคุ้มครองเด็ก CPIS และการช่วยเหลือแบบจิตสังคมของกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;</p>



<p><strong>รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม </strong>พูดคุยเกี่ยวกับการเยียวยาจิตใจเด็กที่สูญเสีย และวิธีจัดการความเครียดของเด็ก</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="1-cpis-%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81-%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5-%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B5-%E0%B8%88%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C">CPIS ฐานข้อมูลคุ้มครองเด็ก<br>แจ้งเคสเด็กเข้ามา มีหน่วยงานติดตามดูแล<br>แพทย์หญิงดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์<br>ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์</h2>



<p>ตัวเลขเด็กที่ติดเชื้อโควิด นับจากเดือนมกราคมถึงสิงหาคมนี้ ข้อมูลรายงานอยู่ที่ 134,329 คน ซึ่งทางกรมกิจการเด็กและเยาวชนได้จัดทำระบบฐานข้อมูล CPIS (Child Protection Information System) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลเพื่อการคุ้มครองเด็ก มีทั้งไลน์ @savekidscovid19 และแอปพลิเคชันคุ้มครองเด็ก หรือสามารถโทร.ผ่านสายด่วน 1300 ได้&nbsp;</p>



<p>จากระบบ CPIS รายงานว่ามีเด็กที่ได้รับผลกระทบจากโควิดสะสมอยู่ที่ 1,068 ราย ในจำนวนนี้ทางกรมกิจการเด็กและเยาวชนได้ให้ความช่วยเหลือด้านสังคม เป็นเงินกองทุนคุ้มครองเด็ก เงินสงเคราะห์เด็กครอบครัวยากจน ทุนการศึกษา และทางสุขภาพจิตเข้าไปดูแลร่วมกับภาคส่วนทางสังคม เราใช้คำว่า จิตสังคม (Social Care) ดูแลไปพร้อมกัน มีการดูแลด้านจิตสังคมในเด็กที่สูญเสียครอบครัวจากโควิดหรือครอบครัวยากจนฉับพลัน ซึ่งจะมีผลทำให้เด็กไม่สามารถเรียนหนังสือได้&nbsp;</p>



<p>ถ้ามีรายงานเคสเข้ามาที่ระบบ CPIS มากขึ้น ยิ่งมีการรับรู้ถึงระบบช่วยเหลือนี้มากเท่าใด และมีเด็กเข้ามาในระบบมากเท่าไหร่ เราก็จะได้ดูแลช่วยเหลือเด็กได้มากขึ้นเท่านั้น ระบบก็จะแข็งแรงและเป็นที่รู้จักของผู้คน</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="2-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1">ความหมายของจิตสังคม</h4>



<p>จิตสังคมคือ การดูแลทางจิตและการดูแลทางสังคม การดูแลทางจิต ระบบสุขภาพดูแล การดูแลทางสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ดูแล เราทำควบคู่กันไป การดูแลโดยจิตสังคมคือ หนึ่งคนจะมีกาย ใจ สังคม ควบคู่กันไปเสมอ</p>



<p>กรณีครอบครัวยากจนฉับพลันที่ขอความช่วยเหลือเข้ามาที่กระทรวง พม. กรมกิจการเด็กและเยาวชน มีจำนวน 2,541 ราย ส่วนเด็กที่สูญเสียพ่อแม่ผู้ดูแลมีจำนวน 364 ราย เราจำเป็นต้องเข้าไปดูแล เพราะเมื่อพ่อแม่ผู้แลเด็กเสียชีวิต จะกระทบจิตใจเด็กมาก หนึ่ง กระทบจิตใจเด็ก สอง กระทบเศรษฐกิจของครอบครัว เพราะครอบครัวไม่สามารถดูแลเด็กทั้งกายและใจได้เต็มที่เท่าเดิม&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7c1d05"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/06-พญ-ดุษฎี-ข้อเสนอ-roadmap.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณหมอดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์<br>ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="3-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5-%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81">หนึ่งบ้าน หนึ่งโรงพยาบาล<br>เยียวยาบาดแผลทางใจเด็ก</h4>



<p>ถ้าคนที่หารายได้ลดลงหนึ่งคน โภชนาการของเด็กก็จะได้รับผลกระทบ จิตใจของเด็กอีก เด็กสูญเสียคนที่เขารักและผูกพันด้วย จะเป็นบาดแผลทางใจที่ต้องการการเยียวยา ทีมของกรมสุขภาพจิตขณะนี้ เรามีโมเดลชื่อว่า “หนึ่งบ้าน หนึ่งโรงพยาบาล” คือ หนึ่งบ้านพักเด็กและครอบครัว เราจะประสานให้ดูแลร่วมกับทีมของโรงพยาบาล ทีมของสาธารณสุข&nbsp;</p>



<p>เด็กที่พ่อแม่ผู้ดูแลเสียชีวิตจำนวน 364 ราย ทางบ้านและครอบครัวสามารถประสานมาทางสาธารณสุขเพื่อให้การปฐมพยาบาลทางใจร่วมกัน คือการดูแลจิตใจ ซึ่งการดูแลจิตใจ ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนเวลากระดูกขาหัก เราต้องดามขา ไม่เขยื้อน เพื่อมิให้เจ็บ ปฐมพยาบาลทางใจก็คล้ายๆ กัน เพื่อให้เด็กก้าวข้ามปัญหาหนักเหล่านี้ไปได้&nbsp;</p>



<p>พอผ่านพ้นช่วงปฐมพยาบาลทางใจ จะมีเด็กบางกลุ่มที่บอบช้ำ คือบาดแผลไม่ได้จบ ปฐมพยาบาลแล้วไม่หายเองตามธรรมชาติ เด็กบางคนเขาฟื้นเองได้ มีสังคม มีครอบครัวช่วยดู แต่บางคนก็ต้องเยียวยาจิตใจระยะยาวต่อ เพื่อให้เด็กที่สูญเสียแล้วเขาไม่ต้องเสียศูนย์</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="4-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2">การสื่อสารกับเด็กที่สูญเสีย</h4>



<p>สำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย มีความสามารถในการบอกเล่าความรู้สึกของตัวเองไม่เท่ากัน บ่อยครั้งเมื่อสูญเสียแล้วเด็กไม่ได้พูดออกมาตรงๆ ว่าหนูเสียใจ หนูรู้สึกแย่ ไม่โอเค ทำให้เด็กอาจถูกมองข้าม บางครั้งถูกมองว่าไม่ได้รับผลกระทบมากมาย แต่ที่จริงเด็กก็เจ็บได้เสียใจเป็นเหมือนกับผู้ใหญ่&nbsp;</p>



<p>ฉะนั้นอยากจะฝากสำหรับครอบครัวที่ดูแลเด็กที่สูญเสีย อย่ากลัวที่จะพูดคุยกับเด็กในเรื่องนี้ คนมักจะเลี่ยง ไม่แตะ ไม่พูดถึง เพราะไม่รู้ว่าจะคุยกับเด็กยังไง แต่ไม่ใช่การไปถามว่าเหตุการณ์ตอนนั้นเป็นไงนะ แค่ชวนให้ถามเด็กว่าหนูโอเคไหม หนูไหวหรือเปล่า หนูอยากให้พวกเราช่วยอะไรบ้าง เพื่อให้เด็กมีโอกาสบอกเล่าความสูญเสียหรือบอกเล่าความเสียใจ</p>



<p>ความทุกข์ใจที่เล่าแล้วมีคนรับฟัง จะช่วยเยียวยาเด็กในเบื้องต้น มันคือการที่เราเชื่อมใจไปกับเขา พยายามเข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไร แม้จะช่วยเอาพ่อหรือแม่คืนมาไม่ได้ แต่การที่เราดูแลให้เขาอยู่อย่างปลอดภัย สามารถบอกเล่าความรู้สึกได้ และรู้ว่าจะใช้ชีวิตต่ออย่างมีความหวัง มีพลังได้ยังไง จะได้รับการดูแลโดยใคร นี่คือสิ่งที่จะต้องบอกให้เด็กรู้อย่างชัดเจน เพราะจะทำให้เด็กมีทิศทางในการเดินต่อไปข้างหน้าได้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="5-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94-%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%86-%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94-19-%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A7-%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B5-%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%9C%E0%B8%AD%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">เครียด-ซึมเศร้า-สูญเสีย<br>การเยียวยาบาดแผลทางใจของเด็กๆ ช่วงวิกฤตโควิด-19<br>รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี<br>กุมารแพทย์ผู้เชียวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ผอ.ศูนย์คุณธรรม</h2>



<p>สภาวะป่วยทางจิตใจหรือโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD หรือ Post-Traumatic stress disorder) สามารถเกิดขึ้นได้จากการสูญเสียหรือเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงมาก สภาวการณ์ที่เกิด Post-Traumatic ขึ้นอยู่กับลักษณะของเด็กและปัจจัยสภาพแวดล้อมที่เด็กเหล่านั้นอาศัยอยู่&nbsp;</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="6-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2">เด็กเล็กยังไม่รู้จักการสูญเสีย</h4>



<p>ถ้าเกิดกับเด็กเล็กอายุน้อยกว่าสิบปี หรือเด็กที่ยังไม่เข้าใจ Death Perception คือยังไม่รู้ว่าความตายนั้นหมายถึงอะไร เด็กอนุบาลไปจนถึงเด็ก ป.3 โดยเฉพาะเด็กอนุบาล เขาจะไม่เข้าใจว่าการที่พ่อแม่หายไปมันเกิดอะไรขึ้น เขาไม่เข้าใจแม้กระทั่งว่า ถ้าตายไปแล้วไม่ฟื้นกลับมานะ ถ้ากรณีเด็กโต ป.4 -5 ขึ้นไป เด็กจะรู้หมดแล้ว มี Death Perception รู้แล้วว่าการตายนี้คือการจากพราก ไม่มีการฟื้นขึ้นมา</p>



<p>เราจะต้องประเมินอาการแสดงออกในภาวะตึงเครียด สำหรับกลุ่มเด็กเล็ก การประเมินอาจดูไม่ออก อาจเห็นเด็กวิ่งเล่นไปมาอยู่ เขายังไม่รู้ว่าสูญเสียบุคคลสำคัญที่สุดของเขาไป ซึ่งจากไปไม่มีวันกลับ การประเมินเด็กเหล่านี้ต้องทอดระยะเวลาคือ ประเมิน ณ ขณะเวลานั้นด้วยและต้องดูแลต่อเนื่องกันไป ส่วนใหญ่จะปรากฏอาการภายใน 30 วัน แล้วสามารถหายได้เองภายใน 3 เดือน อันนี้ตามหลักการนะ แล้วถ้าเด็กตึงเครียดแล้วไม่หายล่ะ มีไหม ก็มีนะ อาจจะกลายเป็นภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือกลายเป็นความหวาดผวา (Phobia) แสดงออกได้หลากหลายรูปแบบมาก</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">หาเจ้าภาพคอยดูแลเยียวยา เพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัย</h4>



<p>ทั้งเด็กเล็กและเด็กโตที่สูญเสียพ่อแม่ นอกจากต้องการปัจจัยสี่ คือ มีที่อยู่ที่ให้นอน มีข้าวให้กิน มีเสื้อผ้าใส่ได้ และยามเจ็บไข้ได้รับการเยียวยาแล้ว สิ่งที่ต้องดูแลควบคู่ขนานกันไปคือ ความรัก ความอบอุ่น และความปลอดภัย ต้องใช้คำว่า Sense of Secure เพราะว่าเด็กที่เจอกับเหตุการณ์สูญเสีย ย่อมมีภาวะไม่ปลอดภัย มีความรู้สึกว่าบ้านไม่ปลอดภัยหรือสังคมนี้ไม่ปลอดภัย เด็กเคยมีความรัก ความผูกพัน อยู่กับอ้อมอกพ่อแม่ แล้ววันดีคืนดีพ่อแม่ไม่รู้ไปไหน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ทำให้เด็กอบอุ่นและปลอดภัย แล้วตามมาด้วย Sense of love คือ ความรัก การเห็นอกเห็นใจ&nbsp;</p>



<p>ความรู้สึกปลอดภัยต้องมาเร็วพอๆ กับการมีข้าวมียาให้กิน ไม่ได้เป็นขั้นตอนที่หนึ่งหรือสอง แต่ต้องเกิดคู่ขนานกันไปเลย สภาพแวดล้อมที่หรูหราไม่ใช่คำตอบ มีสถานที่ดีๆ ให้แล้วไม่ใช่แค่นั้น ต้องทำให้เด็กเกิดความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ถึงแม้จะเป็นบ้านที่เล็ก แต่ถ้าเด็กนอนหลับโดยมีใครอยู่ข้างกายเขา นี่คือ sense of secure คือ ตัวเด็กเกิดความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย จากนั้นก็ใช้ความรัก ถ่ายทอดด้วยกายสัมผัส ไม่จำเป็นต้องพูดเยอะ การกอด แววตา ท่าทางของคนใกล้ชิดต้องสะท้อนถึงความรัก ความเข้าใจ</p>



<p>นี่คือสิ่งที่ต้องทำ เรื่องของที่อยู่เป็นยังไง ข้าวมีกินไหม มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วยอะไร หรือจะต้องรับการรักษาต่อไปอย่างไร กิจกรรมเหล่านี้ต้องมีเจ้าภาพรับผิดชอบ ทำทุกสิ่งทุกอย่างแทนพ่อแม่ เราต้องสำรวจเพื่อจะแยกกลุ่มเด็ก หาเจ้าภาพดูแล&nbsp;</p>



<p>ถ้าเด็กมีครอบครัวขยาย ยังมีปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา ยิ่งเป็นผู้ปกครองที่เด็กรักอบอุ่นไว้วางใจ คนผู้นั้นต้องรับบทบาทแทนที่พ่อแม่ ไม่ใช่พี่เลี้ยงข้างนอก กับเด็กที่อยู่ในครอบครัวขนาดเล็ก เช่น พอพ่อแม่ไม่อยู่แล้ว เหลือเด็กคนเดียว เจ้าภาพก็อาจเป็นพี่เลี้ยงที่บ้านพักเด็ก ซึ่งต้องได้รับการฝึกและอยู่กับเด็กตลอดเวลา<strong>&nbsp;</strong></p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="8-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94-%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81">วิธีจัดการความเครียด ซึมเศร้า สูญเสียของเด็ก</h4>



<p>เราจะไม่ไปถามปัญหาตอกย้ำ เว้นเสียแต่ว่าถ้าเด็กถาม เช่น ถ้าเด็กถามว่าพ่อแม่ไปไหน กรณีเป็นเด็กเล็กอนุบาล อาจใช้นิทานมาบอกเขาได้ในระดับหนึ่ง แล้วก็บอกเลยว่าเราจะเป็นคนที่มาอยู่ด้วยนะ ก็ใช้กิจกรรมเบี่ยงเบนความสนใจไป คือไม่ต้องลึกมาก แต่บอกระดับหนึ่งได้ว่าพ่อแม่ไปไหน&nbsp;</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-10ec49"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/07-รศนพ-สุริยเดว-ข้อเสนอ-roadmap.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี<br>กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ถ้าเป็นเด็กโต น่าจะรู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เราจะไม่ตอกย้ำ ไม่ถามว่าทำอะไรแล้วเป็นยังไงบ้าง แต่จะใช้การเล่นเพื่อจัดการความเครียด เด็กมีสิทธิ์จะเสียใจ มีสิทธิ์ส่งสัญญาณความรู้สึกที่ไม่ดีออกมา ไม่ต้องเก็บกดไว้ ก็ให้สะท้อนออกมา ให้เขาระบายอารมณ์ความรู้สึกได้เลย อาจจะพูดกับเขาว่า “ถ้าหนูรู้สึกสูญเสีย รู้สึกเศร้าใจ ร้องไห้ออกมาเลย” ถ้าเราทำอะไรไม่ถูก ก็ใช้การกอด กายสัมผัส จะเป็นตัวช่วยเยียวยาและนำไปสู่การจัดการความเครียดรูปแบบอื่นได้ เช่น กรณีเด็กโตเราชวนเขาไปทำบุญ จะทำให้เขารู้สึกสบายใจมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>กรณีเด็กที่เป็น PTSD คือมีการสูญเสียใหม่ๆ อย่างน้อย 14 วันแรก หมอเข้าใจว่าน่าจะต้องอยู่กับเด็กตลอดเวลา ไม่ต้องทำงานเลยด้วยซ้ำ อันนี้หมายถึงเด็กโตด้วยนะ ส่วนเด็กเล็กต้องอยู่กับเขาตลอด เพื่อให้เขารู้สึกว่ายังมีใครบางคนอยู่ ถ้าทั้งเดือนได้ก็ยิ่งดี&nbsp;</p>



<p>อาการเด็กที่จะต้องดูแลพิเศษคือ ความหวาดผวา ตกใจกลัว อาจมีพฤติกรรมถดถอย เช่น เดิมเคยเลิกขวดนมแล้วกลับมาดูดขวดนม กัดเล็บกัดฟัน มีภาวะความรุนแรง มีความรู้สึกว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรม รวมถึงนอนไม่หลับหรือหลับแล้วฝันร้าย&nbsp;</p>



<p>เจ้าภาพหรือคนเป็นพี่เลี้ยงจะต้องคอยสังเกตว่ามีอาการเหล่านี้ไหม ถ้ามีครั้งคราว การที่เรานอนอยู่ด้วยเป็นเพื่อน การทำให้เขาได้อยู่ในบรรยากาศที่อบอุ่นปลอดภัย อยู่กับเขาตลอดเวลา เวลาจะค่อยๆ เยียวยาแล้วใช้กิจกรรมบำบัดเข้าช่วย ไม่ว่าจะเป็นการเล่น การใช้ศิลปะ ก็จะช่วยเบาบางความรู้สึกที่แย่ๆ ออกไปได้&nbsp;</p>



<p>สำคัญสุดคือการใช้สิ่งแวดล้อมรอบบ้านช่วย เด็กเคยวิ่งเล่นใช้ชีวิตตรงนี้ ย่อมรู้จักกับคนแถวนี้ พาเด็กมามีส่วนร่วมตัดสินใจว่าควรจะอยู่ตรงจุดนี้หรือย้ายไปที่บ้านพักเด็ก ถ้าสมมติเด็กเลือกอยู่ที่เดิม ก็ต้องหาว่าใครที่สนิทชิดเชื้อ เป็นผู้ปกครองที่ไว้วางใจได้ ถ้าในชุมชนนั้นมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ อสม. หรือผู้ใหญ่บ้านคอยดูแล ก็อาจให้เด็กอยู่ในพื้นที่นั้น เพื่อให้สามารถดูแลได้ตลอดเวลา โดยต้องถามเด็กก่อนว่าเขาอบอุ่นและปลอดภัยไหม รู้สึกดีไหม&nbsp;</p>



<p>ถ้าเป็นเด็กในเมือง ไม่มีพ่อแม่แล้ว กระทรวง พม.อาจต้องนำเด็กมาอยู่บ้านพักเด็ก ที่บ้านพักเด็กจะมีพี่เลี้ยงดูแล อย่างน้อยเกือบเดือน เพื่อเยียวยาจิตใจเด็กให้รู้สึกดีขึ้น ในระบบนิเวศปิด เป็นสถานที่ที่ไม่ใช่บ้านเดิม เป็นสถานที่ใหม่ แล้วคนก็ใหม่หมดเลย ต้องมีคนดูแลเขาตลอด&nbsp;</p>



<p>ภาวะตึงเครียดของเด็กที่สูญเสียพ่อแม่จะหายเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับทุนเดิมของแต่ละคน ถ้าเป็นครอบครัวขยาย มีผู้ปกครองที่เด็กสนิทไว้วางใจเป็นเจ้าภาพ เขาก็จะหายได้เร็ว</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="9-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2-%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3">การเรียนของเด็กที่สูญเสีย ต้องทำอย่างไร</h4>



<p>การไปโรงเรียนและการเรียนออนไลน์ ขอให้บรรเทาเบาบางให้หมด ครูต้องรับรู้ว่าเกิดเหตุการณ์นี้กับเด็ก ต้องยกเลิกงานทั้งหลาย มิใช่ให้เด็กมาเก็บงานภายหลัง จะถือว่าไม่มีความเมตตาปรานี อย่ามัวห่วงตัวชี้วัด ขอให้กลับไปดูว่าก่อนที่เด็กสูญเสีย เด็กสามารถทำได้ ก็ให้ assume ไปว่าที่เหลือนั้นถือว่าผ่านทั้งหมด&nbsp;</p>



<p>ครูและเพื่อนๆ คอยถามไถ่ทักทาย คุยกันทางไลน์ ถึงแม้เด็กมาไม่ได้ก็สามารถคุยกันได้ ดึงเด็กมามีส่วนร่วม ให้เขามาเรียนตามที่สบายใจ ไม่คาดคั้น ไม่กดดัน ไม่คาดหวังอะไรมาก เพื่อให้เข้าสู่บรรยากาศสบายๆ ที่มีความรู้สึกที่ดีให้กัน เป็นสิ่งที่คุณครูสามารถออกแบบเป็นแผนฉุกเฉินขึ้นมาได้</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-35d06d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/Promote_1980x1080-แนวนอน-_2-logo-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p class="has-text-align-center">สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถ Download หนังสือเพื่อช่วยดูแลจิตใจเด็กที่สูญเสียเพราะโควิด-19<br>ได้ที่นี่ : <a href="https://www.eef.or.th/publication-play-to-take-care-of-children-minds/" title="https://www.eef.or.th/publication-play-to-take-care-of-children-minds/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">“การเล่น” เพื่อดูแลจิตใจเด็กๆ ที่เผชิญความสูญเสีย</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-roadmaphealing-the-wounds-of-the-childs-heart-covid19/">เครียด-ซึมเศร้า-สูญเสีย ข้อเสนอ Roadmap การเยียวยาบาดแผลทางใจของเด็กๆ ช่วงวิกฤตโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โควิด-19 ยังไม่จบ แนวโน้ม “เด็กกำพร้า” เพิ่มรายวัน กสศ. &#8211; ยูนิเซฟ เสนอเรียนฟรีจนจบ ป.ตรี พร้อมสร้างระบบช่วยเหลือพิเศษเด็กได้รับผลกระทบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-eef-unicef-the-trend-of-orphans-increases-daily/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Sep 2021 09:05:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การยูนิเซฟประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[UNCRC]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์หญิงดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชินี]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงวารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์]]></category>
		<category><![CDATA[ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[CPIS]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบสารสนเทศเพื่อการคุ้มครองเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[นิโคล่า บลั้น]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[กรมกิจการเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[สุภัชชา สุทธิพล]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=45362</guid>

					<description><![CDATA[<p>โควิด-19 ทำเด็กกำพร้าเพิ่มรายวัน นับจากวันเริ่มระบาดจนว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eef-unicef-the-trend-of-orphans-increases-daily/">โควิด-19 ยังไม่จบ แนวโน้ม “เด็กกำพร้า” เพิ่มรายวัน กสศ. – ยูนิเซฟ เสนอเรียนฟรีจนจบ ป.ตรี พร้อมสร้างระบบช่วยเหลือพิเศษเด็กได้รับผลกระทบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โควิด-19 ทำเด็กกำพร้าเพิ่มรายวัน นับจากวันเริ่มระบาดจนวันนี้มีเด็กกำพร้าเพิ่มขึ้นกว่า 369 คน ที่ผู้ดูแลเสียชีวิตจากโควิด-19 เผยข้อมูลสามจังหวัดชายแดนใต้สูงสุด ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ระบุควรเร่งฉีดวัคซีนครูพร้อมหามาตรการความปลอดภัยเด็กรับมือเปิดเทอม กสศ.ชี้ ต้องมีมาตรการพิเศษเรียนฟรีถึงระดับอุดมศึกษา ขณะที่ยูนิเซฟระบุต้องสร้างระบบการช่วยเหลือพิเศษเด็กได้รับผลกระทบ</strong></p>



<p>เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 ศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กรมสุขภาพจิต และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย แถลงข่าวเรื่อง ‘สถานการณ์เด็กติดเชื้อ เด็กกำพร้า ผลกระทบจากโควิด-19 และการเยียวยาฟื้นฟู’&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c85097"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/04-โควิด-19-ยังไม่จบ_01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>นางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน</strong> กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบในวงกว้าง กลุ่มเด็กยังคงจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลโควิด-19 พบมีเด็กติดเชื้อสะสมตั้งแต่ 1 มกราคม – 4 กันยายน 2564 จำนวน 142,870 คน แบ่งเป็น กทม. 31,111 คน และภูมิภาค 111,759 คน โดยยังคงติดเชื้อรายวันมากกว่า 2,000 ราย ที่สำคัญผู้เสียชีวิตเฉลี่ยรายวันยังคงขึ้นลงมากกว่า 200 รายต่อวัน ซึ่งหากผู้เสียชีวิตเป็นพ่อแม่หรือผู้ปกครองของเด็กก็จะส่งผลให้มีเด็กกำพร้าเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวง พม. ร่วมกับศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ได้มีการช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ตั้งแต่ 1 มกราคม – 4 กันยายน 2564 จำนวนทั้งสิ้น 9,565 คน&nbsp;</p>



<p>สำหรับกลุ่มเด็กกำพร้า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใย ได้มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำรวจข้อมูลตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม – 4 กันยายน 2564 พบเด็กกำพร้าจำนวน 369 คน โดยกำพร้าบิดามากที่สุด 180 คน กำพร้ามารดา 151 คน กำพร้าทั้งบิดาและมารดา 3 คน และกำพร้าผู้ปกครอง 35 คน ภาคใต้พบเด็กกำพร้ามากที่สุด 131 ราย ร้อยละ 71.54 อยู่ในช่วงอายุ 6 &#8211; 18 ปี และร้อยละ 33.06 เป็นเด็กที่เรียนชั้นประถมศึกษา&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-58a7b2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/05-info-03-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ปัจจุบันเด็กกำพร้า 369 คน ได้รับการดูแลในรูปแบบครอบครัว 367 คน (อยู่กับพ่อหรือแม่ 231 คน อยู่กับครอบครัวเครือญาติ 133 คน และอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์อาสาสมัคร 3 คน) และอยู่ในบ้านพักเด็กและครอบครัว/สถานสงเคราะห์เพื่อจัดหาครอบครัวทดแทน 2 คน ทั้งนี้ข้อมูลเด็กกำพร้าจะถูกบันทึกลงในระบบสารสนเทศเพื่อการคุ้มครองเด็ก CPIS เพื่อใช้ในการวางแผนการดูแลและการจัดบริการให้แก่เด็กทั้งระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;</p>



<p>“ในปีงบประมาณ 2565 กระทรวง พม. เตรียมรองรับการจัดสวัสดิการให้กับเด็กและครอบครัว โดยคณะกรรมการบริหารกองทุนคุ้มครองเด็กให้ความสำคัญในการช่วยเหลือเด็กรายบุคคล ด้วยการสนับสนุนครอบครัวและครอบครัวอุปถัมภ์ให้ได้รับบริการเพื่อสนับสนุนการดูแลเด็ก&nbsp; คาดว่าจะมีเด็กได้รับความช่วยเหลือประมาณ 1,600 คน นอกจากนี้ยังมีเงินอุดหนุนการให้บริการสวัสดิการเด็กในครอบครัวยากจนอีกด้วย” อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนกล่าว&nbsp;</p>



<p><strong>ศาสตราจารย์สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>กล่าวว่าจากการลงพื้นที่ของ กสศ.ในช่วงที่ผ่านมา เราพบว่าเด็กส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบ 80% คือเด็กยากจนด้อยโอกาสในชุมชนแออัด ที่นอกจากเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา วันที่เราส่งพวกเขากลับบ้าน เราจะพบเห็นคลื่นปัญหาที่ต้องเผชิญต่อไปคือความยากจน เพราะพ่อแม่ที่ป่วยไข้ก็ตกงาน ไม่ได้กลับไปทำงาน ถูกเลิกจ้าง ไม่มีเงินซื้ออาหาร ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน ไม่นับเรื่องการเรียนออนไลน์ ไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีความพร้อมใดๆ และมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้กลับมาเรียนอีก ภารกิจจากนี้คือการติดตาม เยียวยาป้องกันไม่ให้เด็กกลุ่มนี้หลุดออกจากระบบการศึกษา โดย กสศ.มีโครงการนำร่องช่วยเหลือเด็กที่ประสบวิกฤตทางการศึกษา และการฟื้นฟูทักษะอาชีพให้แก่พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7f1e22"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/04-โควิด-19-ยังไม่จบ_02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“สำหรับเด็กกำพร้า เสนอให้รัฐบาลออกมาตรการเรียนฟรีจนถึงระดับอุดมศึกษา ครอบคลุมทั้งกลุ่มที่สูญเสียพ่อแม่เพราะการติดเชื้อโควิด-19 หรือเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเพราะวิกฤตเศรษฐกิจ นอกจากนี้ต้องให้คำแนะนำแก่ครูและโรงเรียนในการเตรียมความพร้อม เพื่อดูแลเด็กนักเรียนที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักหรือสมาชิกครอบครัวจากวิกฤตโควิด-19 โดยแม้เด็กจะกลับมาเข้าห้องเรียนได้ แต่สภาพจิตใจอาจยังไม่พร้อมสมบูรณ์”</p>



<p><strong>ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา</strong> <strong>ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย</strong> กล่าวว่า จากจำนวนเด็กที่ป่วยในช่วงแรก 997 คน หรือคิดเป็น 6% ต่อมาได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึง 1.4 แสนคน หรือคิดเป็น 14% ของผู้ติดเชื้อและติดเชื้อจากที่บ้าน เพราะโรงเรียนยังไม่ได้เปิด เด็กที่ป่วยแล้วเสียชีวิตจำนวน 20 คน เป็นเด็กที่มีโรคประจำตัวมาก่อนแล้ว โดยกลุ่มเด็กที่ติดเชื้อสูงสุดคือ 12-18 ปี คิดเป็น 38% รองลงมาคือ 6-12 ปี คิดเป็น 32% และอายุต่ำกว่า 6 ปีประมาณ 5% โดยเด็กอายุ 6-12 ปียังไม่พบการเสียชีวิต และเด็กเสียชีวิตน้อยกว่าผู้ใหญ่ เพราะมีภูมิคุ้มกันต่อสู้กับเชื้อใหม่ดีกว่า&nbsp;</p>



<p>“ตอนนี้มีปัญหาถกเถียงกันว่าจะเปิดโรงเรียนได้ไหม ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นล็อกดาวน์ทั้งหมด ยกเว้นโรงเรียน สิงคโปร์และอเมริกาก็บอกว่าต้องเปิด ที่เด็กไม่ได้ฉีดวัคซีนเพราะไม่มีวัคซีนสำหรับเด็ก วัคซีนที่ขึ้นทะเบียนใช้กับเด็กได้มีตัวเดียวคือไฟเซอร์ ใช้ได้กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป เด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก จะบอกว่าผู้ใหญ่ฉีดได้ เด็กก็ฉีดได้เหมือนกัน เพราะการตอบสนองและภูมิคุ้มกันไม่เหมือนกัน อเมริกาทดสอบไปสามพันคนไม่มีปัญหา แต่พอฉีดเป็นแสนคนพบกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหลายคน ทำให้เราต้องรอบคอบ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e52896"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/04-โควิด-19-ยังไม่จบ_03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการที่เด็กไม่ไปโรงเรียนเสียหายมาก ทั้งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย และการเข้าสังคม และสุดท้ายสร้างปัญหาเด็กลาออกจากโรงเรียน สร้างความเหลื่อมล้ำมาก สิ่งที่ต้องดำเนินการคือ การหามาตรการรับมือเปิดเทอมโดยแนวการป้องกันคือ <strong>1) ฉีดวัคซีนให้ครบทุกคน ผู้ปกครอง ครู คนในบ้าน</strong> เพราะหากผู้ใหญ่ไม่ติดเชื้อ เด็กก็ไม่ติดเชื้อ เพราะการฉีดวัคซีนให้เด็กอาจต้องรอบคอบ ในอนาคตจะมีวัคซีนที่ปลอดภัย แต่ตอนนี้ยังเป็นแค่การใช้ฉุกเฉิน รออีกสักพักก็อาจมีวัคซีนที่ปลอดภัยกว่า และ <strong>2) เน้นการใส่หน้ากากอนามัยทั้งที่บ้านและโรงเรียน รวมทั้งการเว้นระยะห่าง ล้างมือ </strong>ใครป่วยหรือมีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อต้องหยุดอยู่บ้าน ทำความสะอาดห้อง และควรมีการทดสอบเด็กเป็นระยะ ในช่วงที่มีการระบาดหนัก ส่วนเวลาที่ไม่ระบาดหนัก อาจตรวจเฉพาะคนที่มีอาการ ไม่จำเป็นต้องใช้สูตรเดียวทั้งประเทศแต่ขึ้นอยู่กับพื้นที่ เช่น นักเรียนติดคนเดียวก็ไม่จำเป็นต้องปิดทั้งโรงเรียน เพราะสร้างความเสียหายมาก อาจจะให้หยุดเฉพาะคนที่สัมผัสใกล้ชิด มีความเสี่ยงสูง</p>



<p><strong>รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงวารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์ กุมารแพทย์ประจำสถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชินี</strong> กล่าวว่า จากผลวิจัยล่าสุดของประเทศอังกฤษที่ติดตามระยะเวลาการเจ็บป่วยในเด็กวัยเรียนอายุ 5-17 ปี พบว่าอาการ Long Covid จะมีผลต่อเด็กโตมากกว่าเด็กเล็ก ๆ และส่วนใหญ่จะมีระยะเวลาอยู่ที่ 6-12 สัปดาห์&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7abaa1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/04-โควิด-19-ยังไม่จบ_04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>งานวิจัยระบุว่าอาการ Long Covid ในเด็กที่ถือว่ายาวนานคือ 1 เดือน หรือ 4 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งในเด็กพบที่ราว 4.4% ที่น่าสนใจคือข้อมูลเปรียบเทียบกับเด็กที่ติดเชื้อทางเดินหายใจ ซึ่งยืนยันว่าโควิด-19 ก่อให้เกิดผลกระทบระยะยาวได้จริง โดยค่ามัธยฐานของผู้ป่วยเด็กจะมีอาการจากโควิด-19 ประมาณ 6 วัน ขณะที่ติดเชื้อทางเดินหายใจอยู่ที่ประมาณ 3 วัน และหากเปรียบเทียบเด็กเล็กกับเด็กโต พบว่าเด็กเล็กจะป่วยเฉลี่ยที่ประมาณ 5 วัน เด็กโตจะนานกว่าคือประมาณ 7 วัน และความเสี่ยงของภาวะ Long Covid ในเด็กโตก็มีมากกว่าคือ 5.1% ส่วนเด็กเล็กอยู่ที่ 3.1% อาการที่สำคัญคือปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ซึ่งอาจต่อเนื่องไปถึง 28 วัน</p>



<p><strong>แพทย์หญิงดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต</strong> กล่าวว่า เด็กๆ ที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ผู้ดูแลหลักเสียชีวิต หากไม่ได้รับการฟื้นฟูเยียวยาจิตใจที่เหมาะสม จะกลายเป็นปัญหาต่อเนื่องทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว จึงได้เตรียมมาตรการสร้างพื้นที่พักพิงทางจิตใจและสังคม (Psychosocial Care) ร่วมกัน ระยะสั้นคือการปฐมพยาบาลทางจิตใจ สำหรับเด็กที่มีความเข้มแข็งทางใจอยู่แล้วให้ฟื้นคืน โดยอาจไม่จำเป็นต้องพบนักจิตวิทยาเด็ก ระยะกลางคือเด็กที่มีปัญหาเดิมอยู่แล้ว เมื่อมาเจอกับความสูญเสีย กลุ่มนี้ต้องนำสู่กระบวนการรักษาเต็มรูปแบบทันที ส่วนในระยะยาวหมายถึงการฟื้นฟูทางสังคมและจิตใจร่วมกัน ด้วยการติดตามจากเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยเด็กในการปรับตัวและเป็นที่ปรึกษาให้กับครอบครัวอุปถัมภ์</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-64b3f1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/ใช้ตรงพาร์ทยูนิเซฟ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>นางสาวนิโคล่า บลั้น รักษาการหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองเด็ก องค์การยูนิเซฟประเทศไทย</strong> กล่าวว่าในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก หรือ UNCRC ระบุไว้ว่า เด็กมีสิทธิที่จะเติบโตในครอบครัวตัวเอง ดังนั้นการช่วยเหลือเด็กที่สูญเสียผู้ดูแลจากสถานการณ์โควิด-19 จำเป็นต้องมองไปที่สมาชิกครอบครัวที่เหลืออยู่ก่อน หรือใช้การดูแลทดแทนในระยะสั้น การแยกเด็กออกมาอยู่ในสถานสงเคราะห์หรือครอบครัวอุปถัมภ์ควรเป็นทางเลือกสุดท้าย</p>



<p>“รัฐจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการสร้างระบบการช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบ โดยสนับสนุนทั้งสิ่งของ งบประมาณ และจิตใจให้กับเด็กและครอบครัว รวมถึงผลักดันให้เข้าถึงงานสังคมสงเคราะห์ บริการสาธารณสุข มีสวัสดิการและความคุ้มครองทางสังคมรองรับ โดยจัดทำฐานข้อมูลและระบบบริหารจัดการที่ช่วยชี้เป้าและติดตามครอบครัวของเด็กกลุ่มเสี่ยงได้ อาทิ ครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว เด็กที่อยู่กับปู่ย่าตายายลำพัง รวมไปถึงข้อมูลของเด็กกลุ่มเปราะบางทั้งหมด โดยทุกการตัดสินใจเด็กต้องได้มีส่วนร่วม มีสิทธิในการเลือกอนาคตของตนเอง ไม่ใช่การวางแผนโดยหน่วยงานหรือผู้ใหญ่โดยที่เด็กไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย”</p>



<p>นางสาวนิโคล่ากล่าวว่า นี่คือการจัดการที่รัฐทำได้ผ่านเครื่องมือและกลไก และต้องมีการทำงานที่ประสานความร่วมมือหลายภาคส่วน มององค์รวมของปัญหาที่ต้องลึกลงไปในหลายมิติและหลายแง่มุมของมนุษย์</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eef-unicef-the-trend-of-orphans-increases-daily/">โควิด-19 ยังไม่จบ แนวโน้ม “เด็กกำพร้า” เพิ่มรายวัน กสศ. – ยูนิเซฟ เสนอเรียนฟรีจนจบ ป.ตรี พร้อมสร้างระบบช่วยเหลือพิเศษเด็กได้รับผลกระทบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เดินหน้าศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ผนึกกำลังหน่วยงานรัฐ เอกชน ภาคประชาชน ดูแลเด็กเชิงรุก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-hotline-1300-savekidscovid19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Aug 2021 09:30:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[@savekidscovid19]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[กรมกิจการเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[พญ.พรรณพิมล วิปุลากร]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[คริส โปตระนันทน์]]></category>
		<category><![CDATA[สาวนิโคล่า บลั้น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=44609</guid>

					<description><![CDATA[<p>ห่วงเด็กกำพร้าเพิ่มจากโควิด เดินหน้าศูนย์ช่วยเหลือเด็กโ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-hotline-1300-savekidscovid19/">เดินหน้าศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ผนึกกำลังหน่วยงานรัฐ เอกชน ภาคประชาชน ดูแลเด็กเชิงรุก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ห่วงเด็กกำพร้าเพิ่มจากโควิด เดินหน้าศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ผนึกกำลังหน่วยงานรัฐ เอกชน ภาคประชาชน ดูแลเด็กเชิงรุก กาย ใจ สังคม และป้องกันหลุดนอกระบบการศึกษา หากพบเห็นเด็กกลุ่มเสี่ยงโทร.สายด่วน 1300 หรือ Mobile Application คุ้มครองเด็ก หรือแอปพลิเคชันไลน์ : @savekidscovid19 ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระดมอาสาสมัครดูแลเด็กกลุ่มเสี่ยงไม่ให้โดดเดี่ยว กรมการแพทย์เผยพบตัวเลขเด็กติดเชื้อเพิ่มจาก 366 ราย เป็น 18,879 รายต่อสัปดาห์ ห่วงเด็กมีโรคประจำตัวเสี่ยงป่วยหนักกว่าเด็กปกติ เล็งฉีดวัคซีนในกลุ่มเด็กลดป่วยรุนแรงและเสียชีวิต&nbsp;</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-58e8a3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/11-เปิดศูนย์_05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1ec962"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/11-เปิดศูนย์_06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 เวลา 10.30 น. กองทุนเพื่อความเสมอภาคการศึกษา (กสศ.) พร้อมด้วยนางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กสศ. นางสาวนิโคล่า บลั้น รักษาการหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองเด็ก องค์การยูนิเซฟประเทศไทย และนายคริส โปตระนันทน์ พร้อมสมาชิกกลุ่มเส้นด้าย ร่วมแถลงข่าวออนไลน์ <strong>ศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19</strong> รายงานข้อมูล แนวโน้มสถานการณ์ และการช่วยเหลือครอบคลุมทุกปัญหาเร่งด่วน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d0e9a8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/11-เปิดศูนย์_07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>นางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ </strong>กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันพบเด็กติดเชื้อโควิด-19 รายวันล่าสุดประมาณ 2,900 คน มีจำนวนเด็กติดเชื้อสะสม 96,393 คน และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;</p>



<p>เนื่องจากเด็กเป็นกลุ่มเปราะบางต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ การปกป้องคุ้มครองไม่สามารถดำเนินการได้โดยหน่วยงานเดียว&nbsp; จึงนำมาสู่ความร่วมมือของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางอการศึกษา กรมสุขภาพจิต และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ขึ้น&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-79792a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/นางสุภัชชา-สุทธิพล-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.)<br>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์</figcaption></figure></div></div></div>



<p>จุดประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางประสานเชื่อมต่อบริการของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน ภาคประชาสังคม และอาสาสมัคร ในการช่วยเหลือเด็กและครอบครัวได้อย่างไร้รอยต่อ กลุ่มเป้าหมายครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มแรกเกิดจนถึงอายุ 18 ปี โดยแบ่งการช่วยเหลือตามสภาพปัญหาดังนี้ 1. กลุ่มเด็กติดเชื้อ และพ่อแม่หรือผู้ปกครองติดเชื้อ 2. กลุ่มเด็กติดเชื้อ แต่พ่อแม่หรือผู้ปกครองไม่ติดเชื้อ 3. กลุ่มเด็กไม่ติดเชื้อ แต่พ่อแม่หรือผู้ปกครองติดเชื้อ 4. กลุ่มที่ทั้งเด็กและพ่อแม่หรือผู้ปกครองไม่ติดเชื้อ แต่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และ 5. กลุ่มเด็กที่กำพร้าบิดาหรือมารดา หรือกำพร้าทั้งบิดามารดา หรือผู้ปกครองที่เป็นผู้ดูแลเสียชีวิตจากโควิด-19 โดยเน้นการดูแลที่ใช้ครอบครัวเป็นฐานและการรักษาความสัมพันธ์ของเด็กและครอบครัว</p>



<p>อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนกล่าวว่า ศูนย์ฯ เปิดดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2564 โดยเคสที่น่าเป็นห่วงคือประเด็นเด็กที่ไม่มีผู้ปกครองดูแลเพราะป่วยอยู่ และเด็กกำพร้าที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ข้อมูลเด็กกำพร้าที่กรมฯ ให้การช่วยเหลือและอยู่ระหว่างการช่วยเหลือ ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2564 มีจำนวน 182 คน ทั้งกำพร้าบิดา มารดา หรือกำพร้าทั้งบิดาและมารดาหรือผู้ปกครอง กระบวนการช่วยเหลือเชิงรุกของศูนย์ฯ จะมีผู้จัดการรายกรณี ระยะเร่งด่วนคือให้เด็กมีผู้ดูแลและปลอดภัย และประสานหน่วยงานเครือข่ายให้การช่วยเหลือด้านกาย จิต สังคม รวมถึงป้องกันหลุดออกจากระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0270e3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/11-เปิดศูนย์_01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ประกอบไปด้วย 1. การเข้าถึงบริการด้านการตรวจเชื้อและการรักษาพยาบาล 2. การปฐมพยาบาลทางจิตใจ เพื่อลดความวิตกกังวล และความเครียด 3. จัดบริการเพื่อให้เข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคม เช่น กองทุนคุ้มครองเด็ก เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด นอกจากนี้ยังรวมถึงถุงยังชีพ ถุงการเรียนรู้ เพื่อเด็กในภาวะ วิกฤตอีกด้วย 4. ระบบการเลี้ยงดูทดแทน ทั้งแบบฉุกเฉินสำหรับเด็กกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงที่ต้องได้รับการดูแลในระยะกักตัว 14 วัน เพื่อติดตามอาการในสถานที่กักตัว (State Quarantine) และการเลี้ยงดูทดแทนแบบชั่วคราวสำหรับเด็กที่พ้นระยะกักตัว 14 วัน ที่พ่อแม่ ผู้ปกครองยังไม่มีความพร้อมในการรับเด็กกลับไปเลี้ยงดู หรือพ่อแม่ ผู้ปกครองเสียชีวิต ในรูปแบบครอบครัวเครือญาติ ครอบครัวอุปถัมภ์ ครอบครัวบุญธรรม หรือสถานสงเคราะห์ ซึ่งจะเป็นทางเลือกสุดท้าย 5. ทุนสร้างโอกาสเพื่อป้องกันเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ea87d4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/11-เปิดศูนย์_04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“การทำงานของศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด–19 เป็น virtual center เชื่อมโยงฐานข้อมูลการช่วยเหลือแบบไร้รอยต่อ เน้นบุคลากร อาสาสมัครในพื้นที่ทั่วประเทศเป็นสำคัญ เพื่อเข้าถึงเด็กได้อย่างรวดเร็ว ประชาชนทั่วไปสามารถประสานแจ้งเหตุผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งสายด่วน 1300 ติดต่อผ่านบ้านพักเด็กและครอบครัวทั้ง 77 จังหวัด และแอปพลิเคชันคุ้มครองเด็ก และความร่วมมือล่าสุด 4 หน่วยงานคือ แอปพลิเคชันไลน์ : @savekidscovid19 มีทีมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้มีเด็กและครอบครัวตกหล่นจากการช่วยเหลือ” นางสุภัชชากล่าว&nbsp;</p>



<p><strong>นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข</strong> กล่าวว่า มีจำนวนเด็ก (แรกเกิด &#8211; 18 ปี) ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น&nbsp; สถิติสัปดาห์ที่ 33 ข้อมูลล่าสุดวันที่ 11 สิงหาคม 2564 จากจำนวน 366 รายต่อสัปดาห์ เป็น 18,879 รายต่อสัปดาห์ โดยพบว่ามีจำนวนเด็กเสียชีวิตแล้วกว่า 10 ราย โดยเฉพาะในช่วง 2 &#8211; 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a8ac9a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/นายแพทย์สมศักดิ์-อรรฆศิลป์-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“เราจะเห็นตัวเลขเด็กป่วยติดเชื้อต่อสัปดาห์เพิ่มขึ้นเกินหมื่นราย โดยกลุ่มที่น่าห่วงที่สุดคือกลุ่มเด็กเล็กและมีโรคประจำตัว โรคทางพันธุกรรม ติดเตียง หัวใจพิการมาแต่กำเนิด เมื่อป่วยจะมีอาการหนักและรุนแรงกว่าเด็กปกติที่ป่วย ขณะที่สาเหตุการติดเชื้ออาจมาจากมีปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัว เช่น หอม กอด เป็นต้น&nbsp;</p>



<p>“สำหรับประเด็นการแพร่เชื้อในครอบครัว สถาบันสุขภาพเด็กอาจฉีดวัคซีนให้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี และมีโรคร่วม เนื่องจากห้ามการติดเชื้อค่อนข้างยาก ดังนั้นวัคซีนจะเป็นคำตอบที่ช่วยลดป่วยหนักและลดการเสียชีวิตในเด็กที่มีปัญหาโรคประจำตัวได้&nbsp; โควิด-19 ทำลายทุกทฤษฎีที่เรารู้จัก อยู่ที่เราชั่งสถานการณ์ ณ ขณะนั้นว่าอะไรได้ประโยชน์ เรารู้แล้วว่าการฉีดวัคซีนในเด็กที่มีโรคประจำตัวเป็นเรื่องสำคัญในขณะนี้ เด็กควรได้รับวัคซีน วัคซีนถ้าพัฒนาไปเรื่อย ๆ ทำให้ป้องกันการติดเชื้อได้ ปลายปีหน้าอาจเป็นเหมือนไข้หวัด แต่ต้องดูว่าวัคซีนสามารถพัฒนาประสิทธิภาพได้ขนาดไหน นี่เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังเร่งศึกษาพัฒนา&#8221;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a58a84"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/11-เปิดศูนย์_03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาเราได้พยายามดูแลเด็กเล็ก ๆ อย่างเช่น การทำงานผ่านศูนย์สร้างสุขทุกวัยที่เกียกกาย เขตดุสิต โดยรับดูแลเด็กตั้งแต่อายุ 7 ปีขึ้นไป ไม่สามารถรับครอบครัวได้ แต่ถ้าเป็นสถาบันเด็กจะเปิดรับทั้งแม่และลูก มีเตียงรอรับเพียง 100 เตียง ปัจจุบันตอนนี้กรมการแพทย์กำลังทำ Community Isolation ภายในค่ายทหาร สามารถรองรับผู้ป่วยได้ทั้งครอบครัว แต่ภายใต้เงื่อนไขว่าอาการต้องไม่หนักทั้งคู่ เพราะ CI เป็นการเปิดรับทุกเพศทุกวัย&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-047c7c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/11-เปิดศูนย์_02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า กสศ.สนับสนุนกลไกอาสาสมัครคุณภาพเข้ามาเป็นตัวช่วยให้เด็กกลุ่มเปราะบางเข้าถึงการดูแลรวดเร็วขึ้น รวมถึงเป็นกำลังเสริมให้แก่หน่วยงานหลักต่าง ๆ เช่น อาสาสมัครคุณครูทั้งในระบบและนอกระบบในชุมชนต่าง ๆ อาสาสมัครเยาวชน ช่วยรับส่งผู้ป่วยเด็ก การส่งชุดยา เครื่องมือติดตามอาการหรืออุปกรณ์ช่วยชีวิต ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการสนับสนุนระบบอาสาสมัครดูแลเด็กสัมผัสเสี่ยงสูงที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ระหว่างระยะเวลากักตัว 14 วัน ในสถานที่กักตัว (State Quarantine) ดูแลเด็กป่วยติดเชื้อที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในสถานพยาบาลทุกรูปแบบ อาสาสมัครเยี่ยมเด็กและครอบครัวในพื้นที่ชุมชน เพื่อติดตามการเลี้ยงดู ส่งยา อาหาร หรือเครื่องใช้จำเป็น และอาสาสมัครเลี้ยงดูเด็กชั่วคราวในครอบครัวอุปถัมภ์ ซึ่งจะสามารถขับเคลื่อน เปิดรับอาสาได้เต็มรูปแบบภายเดือนสิงหาคมนี้ โดยมีค่าตอบแทนให้ แม้เงินที่ได้อาจไม่มากนัก แต่ก็จะทำให้มีรายได้หมุนเวียน ถ้าชุมชนอยู่ไม่ได้ เราก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-71f151"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ศ.ดร.สมพงษ์-จิตระดับ-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“เด็กกำพร้าเป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด รองลงมาคือพ่อแม่ตกงานยากจนเฉียบพลัน การฟื้นฟูเยียวยาต้องทำทันที โดย กสศ. เน้นป้องกันเด็กหลุดนอกระบบการศึกษา จึงจัดให้มีทุนสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กในภาวะ วิกฤตโควิด โดยมี case manager วางแผนการช่วยเหลือรายคนอย่างน้อย 1,000 ทุน ถ้าเราไม่เริ่ม ในสถานการณ์ปีเศษ ๆ ที่ผ่านมาจะไม่มีใครดึงเด็กขึ้นมาจากความเงียบ ศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ทำงานเพียง 4 หน่วยงานไม่ได้ เราจึงพร้อมระดมความร่วมมือทุกภาคส่วนต่าง ๆ มาช่วยให้เด็กของเรารอด&#8221; ศ. ดร.สมพงษ์กล่าว</p>



<p><strong>พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข</strong> กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนว่าเด็กที่ได้รับผลกระทบจากการสูญเสียมีจำนวนเท่าไหร่ เนื่องจากความสามารถการเข้าถึงเด็กกลุ่มนี้ และสถานการณ์ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง และมีบางครอบครัวมีสมาชิกมากกว่า 1 คน ที่เสียชีวิต โดยการเสียชีวิตทั้งพ่อแม่และผู้สูงอายุจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของเด็กเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ที่มีความเศร้าจากการสูญเสียคนที่รัก แต่ปฏิกิริยาของเด็กไม่เหมือนกับผู้ใหญ่ ที่ต้องการคนแวดล้อมมาช่วยทำให้ความเศร้าผ่านไป อีกทั้งการศึกษาจากหลายประเทศพบว่าผลกระทบจากโควิด-19 ส่งผลกระทบมากกว่าปกติ ทั้งการไม่มีโอกาสได้ร่ำลา จัดพิธีศพเต็มรูปแบบ ส่งผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ce1576"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/พญ.พรรณพิมล-วิปุลากร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข</figcaption></figure></div></div></div>



<p>อย่างไรก็ตาม จากความสูญเสียที่เกิดขึ้นนี้ ไม่อยากให้เด็กเกิดรู้สึกผิด เสียใจ หรือฝังใจจากความสูญเสีย แต่อยากให้เด็กผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ไปให้ได้ อีกทั้งการเสียชีวิตของทั้งพ่อและแม่จะทำให้เด็กกำพร้าไม่มีพ่อแม่อีกต่อไป การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ก็จะยากลำบาก รวมไปถึงกลุ่มที่มีความยากลำบากมาก่อนหน้านี้แล้วต้องมาเสียผู้นำครอบครัวซ้ำเติมอีก ย่อมสร้างความหวั่นไหวมากกว่าเดิม ทั้งการอยู่ที่เดิมไม่ได้ ไม่มีคนดูแล ต้องเปลี่ยนไปอยู่กับญาติ เปลี่ยนที่อยู่อาศัย เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงไม่อยากให้เด็กอยู่กับความรู้สึกไม่สบายใจ ทุกข์ใจ อยากให้เด็กเติบโตไปข้างหน้า ผ่านสิ่งเหล่านี้ไปให้ได้ ส่วนกรณีเด็กพิเศษนั้น ขณะนี้โรงพยาบาลสนามราชานุกูลได้เปิดรับดูแลเด็กพิศษเป็นการเฉพาะอีกด้วย&nbsp;</p>



<p><strong>นางสาวนิโคล่า บลั้น รักษาการหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองเด็ก องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ในภาวะฉุกเฉินของเด็กทั่วโลก คิดว่าเด็กมีสิทธิที่จะต้องได้รับการดูแลโดยครอบครัว ซึ่งครอบครัวไม่ใช่แค่พ่อแม่ที่อยู่กับเด็ก แต่รวมถึงเครือญาติ ดังนั้นหากภาครัฐมีนโยบายที่สนับสนุนก็จะเป็นเรื่องดีที่ทำให้เด็กได้อยู่กับคนใกล้ชิด ขณะที่การแยกเด็กป่วยออกจากครอบครัวถือเป็นมาตรการสุดท้ายที่ควรทำ เพราะสิ่งที่ดีที่สุดคือ ให้คนในครอบครัวช่วยดูแลกันเอง อีกประเด็นคือ กลุ่มเด็กเสี่ยงและเด็กเปราะบางที่พ่อแม่เสียชีวิต ความเสี่ยงก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่ราชการจะเข้ามาช่วยได้มากคือ หาให้ได้ว่าเด็กกลุ่มนี้คือใคร และให้บริการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันดูแลความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-72f9fb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/นางสาวนิโคล่า-บลั้น-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวนิโคล่า บลั้น รักษาการหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองเด็ก<br>องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p>อย่างไรก็ตาม อยากให้คำนึงถึงการดำเนินงานที่เหมาะสมกับทั้งตัวเด็กและครอบครัว และนำแนวคิดนี้มาใช้ในการทำงานทุกส่วนให้ทั่วถึง ในการตัดสินใจด้านนโยบายและการดำเนินการต่าง ๆ ในตอนนี้ได้คำนึงถึงเรื่องความสำคัญกับทั้งเด็กและครอบครัวอย่างชัดเจนแล้ว เพราะเรื่องนี้สำคัญมากในการช่วยเหลือและดูแลผู้ได้รับผลกระทบ เวลาให้ความช่วยเหลือครอบครัวหนึ่ง เราต้องมองจากหลาย ๆ มุมประกอบกันด้วย เช่น นอกจากการเจ็บป่วย เรายังต้องดูว่าครอบครัวนั้นมีปัญหาทางเศรษฐกิจหรือไม่ ถ้ามีก็อาจจะต้องใช้กลไกการคุ้มครองทางสังคมอื่น ๆ มาช่วยหนุนเสริม และยังต้องคิดต่อยอดไปถึงการออกแบบมาตรการคุ้มครองทางสังคมอื่น ๆ ที่เหมาะสมและสอดคล้องกัน เพื่อให้ครอบครัวมีศักยภาพด้านต่าง ๆ ทั้งทางเศรษฐกิจและอื่น ๆ ที่จะทำให้มีความเข้มแข็งและความสามารถพอในการเลี้ยงดูลูกของตัวเองให้ได้ดีต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-33c2ee"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>นางสาวนิโคล่า </strong>กล่าวว่า<strong> </strong>นอกจากนี้ยังต้องหนุนเสริมศักยภาพของนักสังคมสงเคราะห์ให้สามารถรับมือกับปัญหาใหม่ ๆ ที่เกิดตามมาด้วย โดยเรื่องนี้ยูนิเซฟมีความเชี่ยวชาญจากการทำงานในภูมิภาคต่าง ๆ ที่จะสามารถเข้ามาสร้างศักยภาพเพิ่มเติมให้ได้ แล้วเรายังมี Magic Box เป็นชุดกล่องกิจกรรมที่มีของเล่น หนังสือ ตัวต่อ และสื่อต่าง ๆ เพื่อใช้ทำกิจกรรมกับน้อง ๆ ได้ อันนี้มีประโยชน์มาก เพราะถ้าน้อง ๆ ต้องถูกกักตัว จะได้มีกิจกรรมทำผ่อนคลายและเรียนรู้ไปกับผู้ดูแลหรือเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ดูแลด้วย ยูนิเซฟพร้อมทำงานร่วมกับภาคีทุกฝ่าย เพื่อให้เด็กได้เติบโตและพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ แม้ว่าเราจะอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากก็ตาม</p>



<p><strong>นายคริส โปตระนันทน์ กลุ่มเส้นด้าย</strong> กล่าวว่า การมีศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ถือเป็นโครงการที่ดีและสวยงาม ซึ่งจากการทำงานที่ผ่านมาพบปัญหาเวลามีเด็กมาขอความช่วยเหลือทำได้ได้ยากมาก เนื่องจากไม่มีกลไกรองรับการช่วยเหลือเด็กเอาไว้ อย่างโรงพยาบาลสนามก็ไม่รองรับเด็ก โฮสพิเทลก็ไม่รองรับเด็ก นี่คือ 2 สิ่งที่กลุ่มเส้นด้ายทำและเจอมา เพราะมีแต่หมอ General Practice ไม่มีหมอเด็กหรือหมอติดเชื้อที่จะเข้ามาดูแล ทุกครั้งที่มีเด็กติดเชื้อเราต้องขอให้โรงพยาบาลช่วยเหลือ และก็มีหลายแห่งให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี แต่บางที่ก็ไม่สามารถช่วยได้ ซึ่งเมื่อมีศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ถือเป็นการช่วยเหลือเด็กที่ดีมาก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6881a8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/นายคริส-โปตระนันทน์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายคริส โปตระนันทน์ กลุ่มเส้นด้าย</figcaption></figure></div></div></div>



<p>นายคริสกล่าวว่า มี 4 กรณีที่ทางกลุ่มเส้นด้ายเจอมาคือ 1. แม่ติดลูกติด แม่ได้ที่รักษา แต่แม่ไม่ยอมปล่อยให้ลูกอยู่ลำพัง 2. ลูกติด แม่ไม่ติด สิ่งที่พบคือ แม่ยอมเสียสละ ยอมติดโควิดเพื่อลูก เพื่อจะได้ดูแลลูก ซึ่งถ้าหน่วยงานราชการออกค่าใช้จ่ายตรงนี้ให้คุณแม่ได้ ยอมให้แม่ที่ไม่ติดเชื้อเข้าไปดูแลลูก ไม่ว่าจะในโรงพยาบาลสนาม หรือโฮสพิเทล แล้วสามารถเบิกงบประมาณตรงนี้ได้จะดีมาก 3. แม่ติดลูกไม่ติด ถ้าจะยอมให้ลูกที่ไม่ติดเชื้อเข้าไปด้วย ต้องมีผ้าอ้อม นมให้ดื่ม มีงบจัดสรรให้จะดีมาก และ 4. เด็กต่างด้าว หรือเด็กเป็นคนไทย แต่แม่เป็นต่างด้าว ถ้าราชการทุกฝ่ายมาแก้กฎระเบียบที่ติดขัดแก้ไขได้ ทางกลุ่มเส้นด้ายจะยินดีอย่างยิ่ง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-aa67a4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/8.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“กรณีแม่ลูกติดโควิด เด็กจะหาโรงพยาบาลยาก แม่ไม่ยอมไปโรงพยาบาลเพราะรอให้ลูกได้ที่รักษา จนเป็นเหตุที่ทำให้แม่เกิดอาการที่รุนแรงจนถึงเสียชีวิต ถ้าแก้ปัญหาได้ พยายามให้เด็กเข้าไปรักษาด้วย เด็กจะกำพร้าน้อยลง พยายามทำให้เกิดโฮสพิเทลที่ให้ครอบครัวเข้าไปได้เลย ศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 จะช่วยเติมเต็มตรงนี้ได้ การส่งเด็กไปยังโรงพยาบาลสนามไม่ใช่ว่าแพทย์ไม่อยากรับคนไข้ คุณหมออยากรับ แต่ไม่มีเครื่องมืออุปกรณ์รับรองเด็ก” นายคริสกล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-hotline-1300-savekidscovid19/">เดินหน้าศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ผนึกกำลังหน่วยงานรัฐ เอกชน ภาคประชาชน ดูแลเด็กเชิงรุก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครูอาสาสมัคร แนวหน้าสถานการณ์โควิด-19 “เราจะทำทุกทางให้อาหารและความช่วยเหลือไปถึงมือลูกศิษย์และครอบครัวของเขาให้ได้”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-volunteer-teacher-in-covid-19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Aug 2021 14:35:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ประสานช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤต (กสศ.)]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิกระจกเงา]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนสามเสนนอก (ประชาราษฎร์อนุกูล)]]></category>
		<category><![CDATA[นฤมล สิริวจี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=44105</guid>

					<description><![CDATA[<p>“โรงเรียนของเราอยู่ในพื้นที่สีแดง เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-volunteer-teacher-in-covid-19/">ครูอาสาสมัคร แนวหน้าสถานการณ์โควิด-19 “เราจะทำทุกทางให้อาหารและความช่วยเหลือไปถึงมือลูกศิษย์และครอบครัวของเขาให้ได้”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“โรงเรียนของเราอยู่ในพื้นที่สีแดง เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่มีนักเรียนมากกว่า 3,000 คน หมายความว่ามีครอบครัวมากกว่า 3, 000 ครอบครัว&nbsp; ที่เขารอคอยความช่วยเหลือเร่งด่วนและอยู่ในความรับผิดชอบของเรา ดังนั้นอะไรที่ทำได้ เราต้องทำ”&nbsp;</p>



<p>‘ครูนัท’ นฤมล สิริวจี ครูประจำชั้น ป.3/7 และครูสอนวิชานาฏศิลป์ ประจำโรงเรียนสามเสนนอก (ประชาราษฎร์อนุกูล) เผยเหตุผลที่มาทำงานอาสาสมัคร เพื่อประสานความช่วยเหลือให้ลูกศิษย์และครอบครัวได้รับการดูแลด้านสาธารณสุข รวมถึงการกระจายอาหารและยา&nbsp; ให้ไปถึงมือพวกเขาเหล่านั้นขณะต้องกักตัวอยู่ในที่พักอาศัย&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เธอหวังว่าสิ่งที่ลงแรงลงใจไปนั้นจะเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ลูกศิษย์และครอบครัวของพวกเขาผ่านพ้นวิกฤตไปได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-953f21"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ครูนัท-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘ครูนัท’ นฤมล สิริวจี ครูประจำชั้น ป.3/7 และครูสอนวิชานาฏศิลป์ ประจำโรงเรียนสามเสนนอก (ประชาราษฎร์อนุกูล)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ทำทุกทางให้ความช่วยเหลือไปถึงลูกศิษย์</h2>



<p>จากเคสที่ศิษย์ต่างห้องเรียนคนหนึ่งติดเชื้อโควิด-19 ถูกกักตัวไว้บนชั้น 5 ของคอนโดที่พักเพียงลำพัง ขณะที่ครอบครัวเด็กพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานต่าง ๆ แต่ไม่เป็นผล จนถึงเคสที่เกิดขึ้นกับลูกศิษย์ในห้องชั้น ป.3/7 ของครูนัทเอง ที่ครอบครัวซึ่งมีกัน 6 คนแต่ต้องแยกย้ายไปคนละทาง เมื่อคนเป็นแม่ติดเชื้อถูกส่งเข้าโรงพยาบาล ส่วนพี่สาวคนโตที่ติดเชื้อเช่นกันกำลังจะถูกรับตัวออกไป&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-307230"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/14-ครูอาสาสมัคร-ผู้ลงพื้นที่-15.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ภาระที่ถูกทิ้งไว้คือน้อง ๆ 4 คน ซึ่งต้องได้รับการดูแลทั้งเรื่องอาหารและการกักตัวในฐานะกลุ่มเสี่ยง จึงตกมาถึงกลุ่มคุณครูโรงเรียนสามเสนนอก (ประชาราษฎร์อนุกูล)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“สำหรับคนเป็นครู ปัญหาของลูกศิษย์ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่ล้วนสำคัญอยู่แล้ว&nbsp; ยิ่งปัญหาที่เราเผชิญอยู่คือวิกฤตระดับโลกที่กระทบมาถึงนักเรียนของเรา ฉะนั้นเราอยู่เฉยไม่ได้ เคสผู้ติดเชื้อทั้งเด็กและผู้ปกครองทวีจำนวนเพิ่มขึ้น&nbsp; กลุ่มครูจึงดัดแปลงพื้นที่โรงเรียนให้เป็นศูนย์ประสานความช่วยเหลือ ระดมเงินและสิ่งของบริจาค ทำโรงครัวเล็ก ๆ ไว้ประกอบอาหารง่าย ๆ นำเข้าไปให้เด็กและครอบครัวของเขาทุกวัน</p>



<p>“เราจะทำทุกทางให้อาหารและความช่วยเหลือไปถึงมือลูกศิษย์และครอบครัวของเขาให้ได้” ครูนัทเล่า</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-03520e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/14-ครูอาสาสมัคร-ผู้ลงพื้นที่-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ศูนย์ประสานช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤต (กสศ.)&nbsp;</h2>



<p>ผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19&nbsp; ทำให้เด็กเยาวชนจากกลุ่มเปราะบาง&nbsp; ซึ่งครอบครัวยากจนและอยู่ในชุมชนแออัด&nbsp; ไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือและการรักษาที่เหมาะสมได้ทันสถานการณ์&nbsp; กสศ.จึงได้จัดตั้ง ‘ศูนย์ประสานช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤต’ ขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วน&nbsp; ซึ่งขณะนี้ยังมีคนตกค้าง ไม่ได้รับการช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-55209a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/14-ครูอาสาสมัคร-ผู้ลงพื้นที่-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ทั้งนี้ กสศ. ได้สนับสนุนการสร้างกลไกอาสาสมัครและความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ&nbsp; เช่น&nbsp; สนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันความเสี่ยง ชุดปฐมพยาบาล&nbsp; เครื่องมือติดตามอาการผู้ป่วยเด็กและครอบครัวในชุมชน&nbsp; กำลังเสริมในการขนส่งผู้ป่วยเด็กและครอบครัว&nbsp;&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีองค์กรต่าง ๆ เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา ที่เข้ามาประสานความร่วมมือกันกับ กสศ.</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cee3c9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/14-ครูอาสาสมัคร-ผู้ลงพื้นที่-12.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“ความช่วยเหลือจากภายนอกที่ส่งเข้ามา เป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้การทำงานเดินหน้าไปได้ ตั้งแต่เคสแรก ๆ ที่ยังติดต่อใครไม่ได้ เรามีมูลนิธิกระจกเงาที่รับแจ้งความช่วยเหลือ และได้ประสานต่อไปยัง กสศ. ที่เข้ามารับตัวผู้ป่วยฉุกเฉิน&nbsp; นำส่งเข้ากระบวนการรักษา จากนั้น กสศ. ก็เป็นหน่วยงานหลักที่นำความช่วยเหลือด้านอื่นเข้ามา ทั้งอาหาร ยา และมีรถฉุกเฉินที่พร้อมรับส่งเคสเร่งด่วน”</p>



<p>ปัญหาใหญ่ที่พบคือ กลุ่มที่ผลตรวจเบื้องต้นยืนยันการติดเชื้อ แต่ผู้ป่วยไม่มีใบรับรองทำให้ไม่สามารถส่งตัวได้&nbsp; ครูอาสาจึงต้องทำหน้าที่ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการส่งต่อเข้าศูนย์พักคอยและโรงพยาบาล&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-268063"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ครูนัท.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“ช่วงแรก ๆ ภาพการทำงานคือความโกลาหล&nbsp; เพราะพวกเราที่เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้คือครู มีงานหลักคือสอนหนังสือ แต่พอต้องเข้ามาช่วยครอบครัวของลูกศิษย์ คอยประสานหน่วยงานต่าง ๆ ที่ก็ลำบากในภาวะเช่นนี้&nbsp; ไม่มีพื้นที่พอรองรับ&nbsp; ต้องอยู่กับความรู้สึกกังวลของผู้ปกครอง ทั้งยังมีความยากลำบากในการจัดเตรียมอาหารให้เพียงพอสำหรับแต่ละบ้าน เหล่านี้ล้วนเป็นบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ของพวกเราในฐานะอาสาสมัคร”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f99ca6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/14-ครูอาสาสมัคร-ผู้ลงพื้นที่-13.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ความรักและความเมตตาระหว่างมนุษย์คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่และมีค่ามหาศาล</h2>



<p>ครูนัทกล่าวว่า ผลจากความช่วยเหลือร่วมกันของหลายฝ่าย ไม่เพียงช่วยให้เด็กและครอบครัวเข้าถึงระบบสาธารณสุข มีอาหารประทังชีวิตในยามยากลำบาก หากยังเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เธอและเพื่อนกลุ่มครูอาสามีกำลังใจ</p>



<p>“แม้ต้องเจออุปสรรคทดสอบจิตใจทุกวัน แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้เห็นว่า ความรักและความเมตตาระหว่างมนุษย์คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่และมีค่ามหาศาล ที่สำคัญคือเราไม่ได้ทำคนเดียว แต่มีเพื่อน ๆ ครูที่มาช่วยกัน&nbsp; มีการประสานความร่วมมือจากหลายภาคส่วน&nbsp; และแรงสนับสนุนจากผู้อำนวยการโรงเรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4626e7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/14-ครูอาสาสมัคร-ผู้ลงพื้นที่-14.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“ตั้งแต่มีเด็กนักเรียนติดเชื้อคนแรก ผู้อำนวยการแจ้งทุกคนในโรงเรียนทันทีว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะถ้าเกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่ โรงเรียนจะต้องเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือนักเรียนและครอบครัวของเขาให้ได้&nbsp; &nbsp; หลังความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกเข้ามาสมทบ เราคิดว่าถอยไม่ได้แล้ว เพราะในเมื่อคนจากข้างนอกเขาทำเต็มที่&nbsp; ตัวเราในฐานะครูคงไม่สามารถมองเห็นลูกศิษย์ป่วยอยู่เฉย ๆ ได้ วิกฤตครั้งนี้จึงเหมือนเข้ามาย้ำเตือนว่า นอกจากหน้าที่สอนหนังสือแล้ว ยังมีภารกิจอีกมากมายที่ครูอย่างเราต้องทำเพื่อลูกศิษย์”&nbsp;&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-volunteer-teacher-in-covid-19/">ครูอาสาสมัคร แนวหน้าสถานการณ์โควิด-19 “เราจะทำทุกทางให้อาหารและความช่วยเหลือไปถึงมือลูกศิษย์และครอบครัวของเขาให้ได้”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
