<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กรมการแพทย์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 28 Mar 2022 07:09:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>กรมการแพทย์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“เปลี่ยนแม่เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล” รับมือโอมิครอนในเด็กฉบับปิดเทอมใหญ่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-53620/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Mar 2022 07:09:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ปิดเทอมใหญ่ รับมือโอมิครอนในเด็กอย่างไร?]]></category>
		<category><![CDATA[HFocus]]></category>
		<category><![CDATA[สํานักงานเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพีบีเอส]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนแม่เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์หญิงวารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์]]></category>
		<category><![CDATA[สมศักดิ์ อรรฆศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[กรมกิจการเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=53620</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อจากสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งเป็นไ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-53620/">“เปลี่ยนแม่เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล” รับมือโอมิครอนในเด็กฉบับปิดเทอมใหญ่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อจากสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งเป็นไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ล่าสุด ที่ยังคงพุ่งต่อเนื่อง และมียอดผู้เสียชีวิตรายวันใน อัตราที่สูงลิ่ว คำถามสำคัญของคนเป็นพ่อแม่ในช่วงปิดเทอมใหญ่ที่จะถึงนี้คือ “หากลูกฉันติดโควิด ฉันจะทำยังไง จะพาลูกไปเข้าคิวที่โรง พยาบาล หรือจะเสี่ยงหากอาการลูกแย่หนักกว่าเดิม มีทางเลือกอื่นอีกหรือไม่?” </p>



<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน, กรมการแพทย์, กรมสุขภาพจิต, กระทรวงสาธารณสุข, UNICEF, ไทยพีบีเอส, สํานักงานเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร, คลองเตยดีจัง และ HFocus จึงร่วมกันจัดเสวนาภายใต้หัวข้อ ‘ปิดเทอมใหญ่ รับมือโอมิครอนในเด็กอย่างไร?’ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5a9757"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/537342.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยมีจุดประสงค์เพื่อพาคุณแม่ทุกท่านก้าวผ่าน ‘ความกลัว’ ที่ลูกต้องป่วยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้คุณแม่สามารถรออยู่ในพื้นที่ปลอดภัย สะดวกสบาย มีหมอคอยให้คำแนะนำผ่าน Line Official Account เพื่อตอบปัญหาที่กังวลใจทุกข้อ อันจะทำให้คุณแม่สามารถเป็นพาร์ทเนอร์ของแพทย์ ในการดูแลลูกจากทางบ้านได้โดยไม่ต้องเสี่ยงมาโรงพยาบาล</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>HOW TO เช็คอาการลูกฉบับพ่อแม่</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-73125d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/537347.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์</strong> ได้ฉายภาพสถานการณ์เด็กติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เนื่องจากเด็กเป็น กลุ่มที่ได้รับการฉีดวัคซีนลำดับท้ายๆ และในช่วงนั้นยังไม่มีวัคซีนชนิดใดที่สามารถนำมาใช้กับเด็กได้อีกทั้งหากเด็กมีสภาพร่างกายแข็งแรง อาการของโรคอาจไม่แสดงและอาจหายได้เองในที่สุด ในขณะที่เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปีหากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวลใจ ก็สามารถพาบุตรหลานไปตรวจคัดกรองเบื้องต้นก่อนได้เช่นกัน</p>



<p>&#8220;สำหรับอาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลคือ หนึ่ง มีไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส สอง เริ่มซึม ไม่ดูดนม สาม ไม่กินข้าว สี่ หายใจเร็ว และ อันดับสุดท้าย มีออกซิเจนต่ำว่า 96&#8221; </p>



<p>ขณะอีกส่วนหนึ่ง คือ กลุ่มอาการของโรคที่ทำให้เด็กติดเชื้อโควิดแล้วมีอาการรุนแรงขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วย โรคอ้วน, โรคทางเดินหายใจ เรื้อรัง, โรคไตวายเรื้อรัง, โรคมะเร็ง, โรคเบาหวาน และกลุ่มโรคทางพันธุกรรมต่างๆ นั้น นายแพทย์สมศักดิ์อธิบายว่า หากเด็กไม่อยู่ในเกณฑ์เหล่านี้จะไม่มีอาการ รุนแรง สามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้ </p>



<p>&#8220;ถ้าเด็กไม่มีโรคร่วม ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีอาการรุนแรงครับ และหากเราสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลง เราก็จะสามารถจำกัดความ รุนแรงของโรคได้สำหรับเด็ก เราจะแนะนำให้ทำ Home Isolation เป็นส่วนใหญ่ ไม่ต้อง follow up เด็กจะไม่เหมือนผู้ใหญ่แต่ถ้ามี โรคร่วม และคุณพ่อคุณแม่ไม่สบายใจ ก็สามารถพาไปคัดกรองได้&#8221;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปิดเทอมใหญ่ ดูแลเด็กๆ อย่างไรไม่ให้ว้าวุ่น</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ae1fbc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/537348.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">แพทย์หญิงวารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์<br>หัวหน้างานโรคติดเชื้อ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นำมาซึ่งความกังวลว่า ในช่วงปิดเทอมใหญ่กว่า 2 เดือน เราจะทำให้เด็กติดเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งในประเด็นนี้ <strong>แพทย์หญิงวารุณี พรรณพานิช</strong> <strong>วานเดอพิทท์</strong> <strong>หัวหน้างานโรคติดเชื้อ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี</strong> อธิบายว่า จากประสบการณ์ที่สถาบันโรคเด็กแห่งชาติฯ ได้ติดตามคนไข้ที่เข้าสู่การรักษาในระบบบริการแบบ Home Isolation ช่วงแรกนั้น พบว่าจากจำนวนผู้ติดเชื้อ 900 ราย มีเพียง 12 รายที่ต้องกลับมารักษาในโรงพยาบาล คิดเป็นตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ 1.3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนใหญ่การสังเกตอาการนั้น เด็กจะอยู่โรงพยาบาลไม่เกิน 2-3 คืนแรก เมื่อไข้ลดลงก็สามารถกลับไปสังเกตติดตามอาการต่อได้ที่บ้าน</p>



<p>&#8220;จริงๆ แล้วค่อนข้างวางใจได้ เพียงแต่เราก็ไม่ประมาท หมายความว่าในกรณีที่เรารู้ว่าเป็นเด็กกลุ่มเสี่ยง คือเด็กเล็กต่ำกว่า 1 ปี หรือเด็กที่มีโรคประจำตัว อันนี้ถือว่าเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง ในกรณีที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเตียงในการนอนโรงพยาบาล เราก็จะแอดมิทสังเกตอาการ&#8221;</p>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-f3503c26 gb-headline-text"><strong>‘เปลี่ยนแม่เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล’</strong><br><strong>อยู่ร่วมกับการระบาดอย่างสมดุล</strong></h2>



<p>ด้วยนโยบายจากภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมให้คุณพ่อคุณแม่เป็น ‘คุณหมอเสมือน’ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของแพทย์ในภาวะที่ยังคงมีงานล้นมือ คำถามคือ ระบบสาธารณสุขและแพทย์โรงพยาบาลต่างๆ มีความพร้อมมากน้อยเพียงใด โดยนายแพทย์สมศักดิ์ อธิบายว่า ปัจจัยความพร้อมทางด้านสังคมของตัวพ่อแม่เองเป็นสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง หากตัวคุณพ่อคุณแม่มีความรู้ มีการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลเด็กในช่วงโควิดก็จะสามารถคลายความกังวลและทำให้มีเวลาอยู่กับลูกได้อย่างใกล้ชิดมากกว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงปิดเทอม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a2211a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/537344.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะเข้ามาช่วยคุณพ่อคุณแม่คือ การมีระบบ Line Official Account ที่จะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยตอบคำถาม ข้อสงสัยต่ออาการต่างๆ ของเด็กในช่วงปิดเทอม</p>



<p>&#8220;เราจะต้องเติมไม้หันอากาศเข้าไป เปลี่ยนตระหนกให้เป็นตระหนักเพราะว่าเด็กส่วนใหญ่มีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องนอนโรงพยาบาล ขณะที่เด็กอีก 95 เปอร์เซ็นต์สามารถอยู่บ้านเองได้ แต่เราบอกไปแล้วว่าเด็กต่ำกว่า 1 ปีมาคัดกรอง กลับไปอยู่บ้าน&#8221;</p>



<p>ด้านแพทย์หญิงวารุณีกล่าวเสริมว่า ปัจจัยที่ทำให้บุคลากรมีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยนอก รวมถึงการ Home Isolation ได้ เกิดจากปัจจัยของเด็กและเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนเอง โดยเชื้อสายพันธุ์นี้ เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะไปแบ่งตัวอยู่ที่เยื่อบุทางเดินหายใจมากกว่าไปลงที่เนื้อปอด ทำให้ลักษณะธรรมชาติของเชื้อตัวนี้จะไม่ไปลงที่เนื้อปอด แต่จะทำให้เด็กมีอาการไอมากขึ้น </p>



<p>ขณะที่ปัจจัยของตัวเด็กเอง โดยธรรมชาติเด็กจะมีระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วยกัน 2 แบบ แบบแรกคือ &#8211; ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด แบบที่สองคือ &#8211; ภูมิคุ้มกันที่เกิดเมื่อเด็กเติบโตและได้รู้จักเชื้อโรคต่าง ๆ ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันในแบบแรกจะมีมากในช่วงวัยเด็ก แต่จะค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นแบบที่ 2 ทำให้เมื่อโควิด-19 ระบาด จึงจำเป็นต้องเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุก่อนจะไล่เลียงตามลำดับลงมา โดยระบบภูมิคุ้มกันในเด็กนี้จะเรียกว่า ‘อินเตอร์เฟอรอน’ Interferon (IFN)</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c4e67f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/537345.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยแพทย์หญิงวารุณีกล่าวต่อว่า มีข้อมูลงานวิจัยออกมามากมายยืนยันว่า อินเตอร์เฟอรอนจะหลั่งออกมามากในเด็กเมื่อมีอุณหภูมิขึ้นสูง ซึ่งเป็นกลไกทางธรรมชาติของร่างกายที่จะเยียวยาตัวเองด้วยการพักผ่อน ดังนั้นเมื่อเด็กเป็นไข้ ตัวร้อน พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องปลุกเด็กมาเช็ดตัวบ่อยๆ หรือเรียกให้รับประทานอาหารบ่อยๆ แต่ปล่อยให้ร่างกายได้พักฟื้น อุณหภูมิในร่างกายก็จะลดลงได้เองในช่วง 2-3 วัน</p>



<p>&#8220;หลักการคือ เราจะรักษาพิษจากไข้ แต่เราจะไม่รักษาไข้ ถ้าเด็กเป็นไข้ก็ให้เด็กหลับเลย แต่ถ้าไข้นั้นทำให้เด็กเพ้อ ตัวสั่น เราต้องเน้นประคบที่ศีรษะ ส่วนใหญ่แล้วเด็กจะหนาว ยิ่งเช็ดยิ่งหนาว ควรให้กินยาลดไข้ก่อนแล้วค่อยเช็ดตัว ไม่อย่างนั้นเด็กจะทุกข์ทรมาน&#8221;</p>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-9f54f5a1 gb-headline-text"><strong>ตอบคำถามทันใจ มีหมอใกล้ตัวด้วย Line Official Account</strong></h2>



<p>&#8220;ถ้ากังวลใจจริงๆ ถ่ายวิดีโอแล้วส่งมาให้เราดู เราจะประเมินแล้วเรียกมาเองค่ะ&#8221;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-20ff2a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/537346.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ถึงอย่างนั้น คำถามและความกังวลต่างๆ เช่นว่า จำเป็นไหมที่เด็กจะต้องฉีดวัคซีน เมื่อลูกเป็นไข้แล้วจะต้องไปเอกซเรย์ปอดไหม ฯลฯ ซึ่งการใช้ Line Official Account ของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯ จะเข้ามาทำหน้าที่ในการจับมือคุณแม่ให้เปรียบเสมือนเป็นหมอด้วยตัวเองผ่านการวิดีโอคอล เพื่อให้แพทย์ผู้ชำนาญการสามารถให้คำแนะนำได้ตั้งแต่ตรวจวัดสภาพการนอน เพื่อดูอัตราการเต้นของหัวใจและการทำงานของปอด ดูกิจกรรมต่างๆ ของเด็กเมื่อตื่นเพื่อตรวจวัดสภาพร่างกายว่าดีขึ้นหรือไม่ </p>



<p>&#8220;ผมขอใช้โอกาสนี้ในการทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ว่า ถ้ามีโรคร่วม ท่านพาลูกไปฉีดวัคซีนเถอะครับ แต่ถ้าไม่มีโรคร่วม อันนี้อยู่ที่ดุลยพินิจของท่าน เข้าใจได้ว่าท่านยังไม่อยากพาไปฉีด แต่ถ้าพาไปฉีดก็จะช่วยได้ส่วนหนึ่ง&#8221; นายแพทย์สมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย</p>



<p>ท้ายที่สุด ความกังวลในเรื่องโรคระบาดสายพันธุ์โอมิครอนในเด็ก ไปจนถึงความเป็นไปได้ที่โควิด-19 จะหมดไป แพทย์หญิงวารุณีทิ้งท้ายว่า</p>



<p>&#8220;เราโดนโควิดรัฐประหารมาแล้ว 2 ปีนะคะ โควิดก็กลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ ฉะนั้นเราจะปล่อยให้มันกลายพันธุ์ฝ่ายเดียวก็ไม่ไหว เราต้องกลายพันธุ์ด้วยเช่นเดียวกัน จากการเปลี่ยนแม่ให้เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล หมายความว่าสามารถดูแลและอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลอาจจะดีกว่า เพราะว่าถ้าเราหวังว่าจะไม่ติดเชื้อ มันจะควบคุมได้ยาก แต่เราจะดูแลร่างกายของเรายังไงที่จะอยู่ด้วยกันไปอย่างสันติสุข และสามารถทำให้ระบบเศรษฐกิจ สังคม ดำเนินไปด้วยได้ น่าจะสำคัญกว่า&#8221;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-53620/">“เปลี่ยนแม่เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล” รับมือโอมิครอนในเด็กฉบับปิดเทอมใหญ่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เดินหน้าศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ผนึกกำลังหน่วยงานรัฐ เอกชน ภาคประชาชน ดูแลเด็กเชิงรุก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-hotline-1300-savekidscovid19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Aug 2021 09:30:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[คริส โปตระนันทน์]]></category>
		<category><![CDATA[สาวนิโคล่า บลั้น]]></category>
		<category><![CDATA[พญ.พรรณพิมล วิปุลากร]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[@savekidscovid19]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[กรมกิจการเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=44609</guid>

					<description><![CDATA[<p>ห่วงเด็กกำพร้าเพิ่มจากโควิด เดินหน้าศูนย์ช่วยเหลือเด็กโ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-hotline-1300-savekidscovid19/">เดินหน้าศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ผนึกกำลังหน่วยงานรัฐ เอกชน ภาคประชาชน ดูแลเด็กเชิงรุก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ห่วงเด็กกำพร้าเพิ่มจากโควิด เดินหน้าศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ผนึกกำลังหน่วยงานรัฐ เอกชน ภาคประชาชน ดูแลเด็กเชิงรุก กาย ใจ สังคม และป้องกันหลุดนอกระบบการศึกษา หากพบเห็นเด็กกลุ่มเสี่ยงโทร.สายด่วน 1300 หรือ Mobile Application คุ้มครองเด็ก หรือแอปพลิเคชันไลน์ : @savekidscovid19 ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระดมอาสาสมัครดูแลเด็กกลุ่มเสี่ยงไม่ให้โดดเดี่ยว กรมการแพทย์เผยพบตัวเลขเด็กติดเชื้อเพิ่มจาก 366 ราย เป็น 18,879 รายต่อสัปดาห์ ห่วงเด็กมีโรคประจำตัวเสี่ยงป่วยหนักกว่าเด็กปกติ เล็งฉีดวัคซีนในกลุ่มเด็กลดป่วยรุนแรงและเสียชีวิต&nbsp;</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-58e8a3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/11-เปิดศูนย์_05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1ec962"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/11-เปิดศูนย์_06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 เวลา 10.30 น. กองทุนเพื่อความเสมอภาคการศึกษา (กสศ.) พร้อมด้วยนางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กสศ. นางสาวนิโคล่า บลั้น รักษาการหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองเด็ก องค์การยูนิเซฟประเทศไทย และนายคริส โปตระนันทน์ พร้อมสมาชิกกลุ่มเส้นด้าย ร่วมแถลงข่าวออนไลน์ <strong>ศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19</strong> รายงานข้อมูล แนวโน้มสถานการณ์ และการช่วยเหลือครอบคลุมทุกปัญหาเร่งด่วน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d0e9a8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/11-เปิดศูนย์_07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>นางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ </strong>กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันพบเด็กติดเชื้อโควิด-19 รายวันล่าสุดประมาณ 2,900 คน มีจำนวนเด็กติดเชื้อสะสม 96,393 คน และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;</p>



<p>เนื่องจากเด็กเป็นกลุ่มเปราะบางต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ การปกป้องคุ้มครองไม่สามารถดำเนินการได้โดยหน่วยงานเดียว&nbsp; จึงนำมาสู่ความร่วมมือของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางอการศึกษา กรมสุขภาพจิต และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ขึ้น&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-79792a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/นางสุภัชชา-สุทธิพล-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.)<br>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์</figcaption></figure></div></div></div>



<p>จุดประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางประสานเชื่อมต่อบริการของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน ภาคประชาสังคม และอาสาสมัคร ในการช่วยเหลือเด็กและครอบครัวได้อย่างไร้รอยต่อ กลุ่มเป้าหมายครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มแรกเกิดจนถึงอายุ 18 ปี โดยแบ่งการช่วยเหลือตามสภาพปัญหาดังนี้ 1. กลุ่มเด็กติดเชื้อ และพ่อแม่หรือผู้ปกครองติดเชื้อ 2. กลุ่มเด็กติดเชื้อ แต่พ่อแม่หรือผู้ปกครองไม่ติดเชื้อ 3. กลุ่มเด็กไม่ติดเชื้อ แต่พ่อแม่หรือผู้ปกครองติดเชื้อ 4. กลุ่มที่ทั้งเด็กและพ่อแม่หรือผู้ปกครองไม่ติดเชื้อ แต่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และ 5. กลุ่มเด็กที่กำพร้าบิดาหรือมารดา หรือกำพร้าทั้งบิดามารดา หรือผู้ปกครองที่เป็นผู้ดูแลเสียชีวิตจากโควิด-19 โดยเน้นการดูแลที่ใช้ครอบครัวเป็นฐานและการรักษาความสัมพันธ์ของเด็กและครอบครัว</p>



<p>อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนกล่าวว่า ศูนย์ฯ เปิดดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2564 โดยเคสที่น่าเป็นห่วงคือประเด็นเด็กที่ไม่มีผู้ปกครองดูแลเพราะป่วยอยู่ และเด็กกำพร้าที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ข้อมูลเด็กกำพร้าที่กรมฯ ให้การช่วยเหลือและอยู่ระหว่างการช่วยเหลือ ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2564 มีจำนวน 182 คน ทั้งกำพร้าบิดา มารดา หรือกำพร้าทั้งบิดาและมารดาหรือผู้ปกครอง กระบวนการช่วยเหลือเชิงรุกของศูนย์ฯ จะมีผู้จัดการรายกรณี ระยะเร่งด่วนคือให้เด็กมีผู้ดูแลและปลอดภัย และประสานหน่วยงานเครือข่ายให้การช่วยเหลือด้านกาย จิต สังคม รวมถึงป้องกันหลุดออกจากระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0270e3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/11-เปิดศูนย์_01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ประกอบไปด้วย 1. การเข้าถึงบริการด้านการตรวจเชื้อและการรักษาพยาบาล 2. การปฐมพยาบาลทางจิตใจ เพื่อลดความวิตกกังวล และความเครียด 3. จัดบริการเพื่อให้เข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคม เช่น กองทุนคุ้มครองเด็ก เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด นอกจากนี้ยังรวมถึงถุงยังชีพ ถุงการเรียนรู้ เพื่อเด็กในภาวะ วิกฤตอีกด้วย 4. ระบบการเลี้ยงดูทดแทน ทั้งแบบฉุกเฉินสำหรับเด็กกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงที่ต้องได้รับการดูแลในระยะกักตัว 14 วัน เพื่อติดตามอาการในสถานที่กักตัว (State Quarantine) และการเลี้ยงดูทดแทนแบบชั่วคราวสำหรับเด็กที่พ้นระยะกักตัว 14 วัน ที่พ่อแม่ ผู้ปกครองยังไม่มีความพร้อมในการรับเด็กกลับไปเลี้ยงดู หรือพ่อแม่ ผู้ปกครองเสียชีวิต ในรูปแบบครอบครัวเครือญาติ ครอบครัวอุปถัมภ์ ครอบครัวบุญธรรม หรือสถานสงเคราะห์ ซึ่งจะเป็นทางเลือกสุดท้าย 5. ทุนสร้างโอกาสเพื่อป้องกันเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ea87d4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/11-เปิดศูนย์_04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“การทำงานของศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด–19 เป็น virtual center เชื่อมโยงฐานข้อมูลการช่วยเหลือแบบไร้รอยต่อ เน้นบุคลากร อาสาสมัครในพื้นที่ทั่วประเทศเป็นสำคัญ เพื่อเข้าถึงเด็กได้อย่างรวดเร็ว ประชาชนทั่วไปสามารถประสานแจ้งเหตุผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งสายด่วน 1300 ติดต่อผ่านบ้านพักเด็กและครอบครัวทั้ง 77 จังหวัด และแอปพลิเคชันคุ้มครองเด็ก และความร่วมมือล่าสุด 4 หน่วยงานคือ แอปพลิเคชันไลน์ : @savekidscovid19 มีทีมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้มีเด็กและครอบครัวตกหล่นจากการช่วยเหลือ” นางสุภัชชากล่าว&nbsp;</p>



<p><strong>นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข</strong> กล่าวว่า มีจำนวนเด็ก (แรกเกิด &#8211; 18 ปี) ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น&nbsp; สถิติสัปดาห์ที่ 33 ข้อมูลล่าสุดวันที่ 11 สิงหาคม 2564 จากจำนวน 366 รายต่อสัปดาห์ เป็น 18,879 รายต่อสัปดาห์ โดยพบว่ามีจำนวนเด็กเสียชีวิตแล้วกว่า 10 ราย โดยเฉพาะในช่วง 2 &#8211; 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a8ac9a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/นายแพทย์สมศักดิ์-อรรฆศิลป์-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“เราจะเห็นตัวเลขเด็กป่วยติดเชื้อต่อสัปดาห์เพิ่มขึ้นเกินหมื่นราย โดยกลุ่มที่น่าห่วงที่สุดคือกลุ่มเด็กเล็กและมีโรคประจำตัว โรคทางพันธุกรรม ติดเตียง หัวใจพิการมาแต่กำเนิด เมื่อป่วยจะมีอาการหนักและรุนแรงกว่าเด็กปกติที่ป่วย ขณะที่สาเหตุการติดเชื้ออาจมาจากมีปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัว เช่น หอม กอด เป็นต้น&nbsp;</p>



<p>“สำหรับประเด็นการแพร่เชื้อในครอบครัว สถาบันสุขภาพเด็กอาจฉีดวัคซีนให้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี และมีโรคร่วม เนื่องจากห้ามการติดเชื้อค่อนข้างยาก ดังนั้นวัคซีนจะเป็นคำตอบที่ช่วยลดป่วยหนักและลดการเสียชีวิตในเด็กที่มีปัญหาโรคประจำตัวได้&nbsp; โควิด-19 ทำลายทุกทฤษฎีที่เรารู้จัก อยู่ที่เราชั่งสถานการณ์ ณ ขณะนั้นว่าอะไรได้ประโยชน์ เรารู้แล้วว่าการฉีดวัคซีนในเด็กที่มีโรคประจำตัวเป็นเรื่องสำคัญในขณะนี้ เด็กควรได้รับวัคซีน วัคซีนถ้าพัฒนาไปเรื่อย ๆ ทำให้ป้องกันการติดเชื้อได้ ปลายปีหน้าอาจเป็นเหมือนไข้หวัด แต่ต้องดูว่าวัคซีนสามารถพัฒนาประสิทธิภาพได้ขนาดไหน นี่เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังเร่งศึกษาพัฒนา&#8221;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a58a84"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/11-เปิดศูนย์_03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาเราได้พยายามดูแลเด็กเล็ก ๆ อย่างเช่น การทำงานผ่านศูนย์สร้างสุขทุกวัยที่เกียกกาย เขตดุสิต โดยรับดูแลเด็กตั้งแต่อายุ 7 ปีขึ้นไป ไม่สามารถรับครอบครัวได้ แต่ถ้าเป็นสถาบันเด็กจะเปิดรับทั้งแม่และลูก มีเตียงรอรับเพียง 100 เตียง ปัจจุบันตอนนี้กรมการแพทย์กำลังทำ Community Isolation ภายในค่ายทหาร สามารถรองรับผู้ป่วยได้ทั้งครอบครัว แต่ภายใต้เงื่อนไขว่าอาการต้องไม่หนักทั้งคู่ เพราะ CI เป็นการเปิดรับทุกเพศทุกวัย&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-047c7c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/11-เปิดศูนย์_02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า กสศ.สนับสนุนกลไกอาสาสมัครคุณภาพเข้ามาเป็นตัวช่วยให้เด็กกลุ่มเปราะบางเข้าถึงการดูแลรวดเร็วขึ้น รวมถึงเป็นกำลังเสริมให้แก่หน่วยงานหลักต่าง ๆ เช่น อาสาสมัครคุณครูทั้งในระบบและนอกระบบในชุมชนต่าง ๆ อาสาสมัครเยาวชน ช่วยรับส่งผู้ป่วยเด็ก การส่งชุดยา เครื่องมือติดตามอาการหรืออุปกรณ์ช่วยชีวิต ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการสนับสนุนระบบอาสาสมัครดูแลเด็กสัมผัสเสี่ยงสูงที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ระหว่างระยะเวลากักตัว 14 วัน ในสถานที่กักตัว (State Quarantine) ดูแลเด็กป่วยติดเชื้อที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในสถานพยาบาลทุกรูปแบบ อาสาสมัครเยี่ยมเด็กและครอบครัวในพื้นที่ชุมชน เพื่อติดตามการเลี้ยงดู ส่งยา อาหาร หรือเครื่องใช้จำเป็น และอาสาสมัครเลี้ยงดูเด็กชั่วคราวในครอบครัวอุปถัมภ์ ซึ่งจะสามารถขับเคลื่อน เปิดรับอาสาได้เต็มรูปแบบภายเดือนสิงหาคมนี้ โดยมีค่าตอบแทนให้ แม้เงินที่ได้อาจไม่มากนัก แต่ก็จะทำให้มีรายได้หมุนเวียน ถ้าชุมชนอยู่ไม่ได้ เราก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-71f151"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ศ.ดร.สมพงษ์-จิตระดับ-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“เด็กกำพร้าเป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด รองลงมาคือพ่อแม่ตกงานยากจนเฉียบพลัน การฟื้นฟูเยียวยาต้องทำทันที โดย กสศ. เน้นป้องกันเด็กหลุดนอกระบบการศึกษา จึงจัดให้มีทุนสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กในภาวะ วิกฤตโควิด โดยมี case manager วางแผนการช่วยเหลือรายคนอย่างน้อย 1,000 ทุน ถ้าเราไม่เริ่ม ในสถานการณ์ปีเศษ ๆ ที่ผ่านมาจะไม่มีใครดึงเด็กขึ้นมาจากความเงียบ ศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ทำงานเพียง 4 หน่วยงานไม่ได้ เราจึงพร้อมระดมความร่วมมือทุกภาคส่วนต่าง ๆ มาช่วยให้เด็กของเรารอด&#8221; ศ. ดร.สมพงษ์กล่าว</p>



<p><strong>พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข</strong> กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนว่าเด็กที่ได้รับผลกระทบจากการสูญเสียมีจำนวนเท่าไหร่ เนื่องจากความสามารถการเข้าถึงเด็กกลุ่มนี้ และสถานการณ์ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง และมีบางครอบครัวมีสมาชิกมากกว่า 1 คน ที่เสียชีวิต โดยการเสียชีวิตทั้งพ่อแม่และผู้สูงอายุจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของเด็กเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ที่มีความเศร้าจากการสูญเสียคนที่รัก แต่ปฏิกิริยาของเด็กไม่เหมือนกับผู้ใหญ่ ที่ต้องการคนแวดล้อมมาช่วยทำให้ความเศร้าผ่านไป อีกทั้งการศึกษาจากหลายประเทศพบว่าผลกระทบจากโควิด-19 ส่งผลกระทบมากกว่าปกติ ทั้งการไม่มีโอกาสได้ร่ำลา จัดพิธีศพเต็มรูปแบบ ส่งผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ce1576"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/พญ.พรรณพิมล-วิปุลากร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข</figcaption></figure></div></div></div>



<p>อย่างไรก็ตาม จากความสูญเสียที่เกิดขึ้นนี้ ไม่อยากให้เด็กเกิดรู้สึกผิด เสียใจ หรือฝังใจจากความสูญเสีย แต่อยากให้เด็กผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ไปให้ได้ อีกทั้งการเสียชีวิตของทั้งพ่อและแม่จะทำให้เด็กกำพร้าไม่มีพ่อแม่อีกต่อไป การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ก็จะยากลำบาก รวมไปถึงกลุ่มที่มีความยากลำบากมาก่อนหน้านี้แล้วต้องมาเสียผู้นำครอบครัวซ้ำเติมอีก ย่อมสร้างความหวั่นไหวมากกว่าเดิม ทั้งการอยู่ที่เดิมไม่ได้ ไม่มีคนดูแล ต้องเปลี่ยนไปอยู่กับญาติ เปลี่ยนที่อยู่อาศัย เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงไม่อยากให้เด็กอยู่กับความรู้สึกไม่สบายใจ ทุกข์ใจ อยากให้เด็กเติบโตไปข้างหน้า ผ่านสิ่งเหล่านี้ไปให้ได้ ส่วนกรณีเด็กพิเศษนั้น ขณะนี้โรงพยาบาลสนามราชานุกูลได้เปิดรับดูแลเด็กพิศษเป็นการเฉพาะอีกด้วย&nbsp;</p>



<p><strong>นางสาวนิโคล่า บลั้น รักษาการหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองเด็ก องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ในภาวะฉุกเฉินของเด็กทั่วโลก คิดว่าเด็กมีสิทธิที่จะต้องได้รับการดูแลโดยครอบครัว ซึ่งครอบครัวไม่ใช่แค่พ่อแม่ที่อยู่กับเด็ก แต่รวมถึงเครือญาติ ดังนั้นหากภาครัฐมีนโยบายที่สนับสนุนก็จะเป็นเรื่องดีที่ทำให้เด็กได้อยู่กับคนใกล้ชิด ขณะที่การแยกเด็กป่วยออกจากครอบครัวถือเป็นมาตรการสุดท้ายที่ควรทำ เพราะสิ่งที่ดีที่สุดคือ ให้คนในครอบครัวช่วยดูแลกันเอง อีกประเด็นคือ กลุ่มเด็กเสี่ยงและเด็กเปราะบางที่พ่อแม่เสียชีวิต ความเสี่ยงก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่ราชการจะเข้ามาช่วยได้มากคือ หาให้ได้ว่าเด็กกลุ่มนี้คือใคร และให้บริการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันดูแลความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-72f9fb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/นางสาวนิโคล่า-บลั้น-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวนิโคล่า บลั้น รักษาการหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองเด็ก<br>องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p>อย่างไรก็ตาม อยากให้คำนึงถึงการดำเนินงานที่เหมาะสมกับทั้งตัวเด็กและครอบครัว และนำแนวคิดนี้มาใช้ในการทำงานทุกส่วนให้ทั่วถึง ในการตัดสินใจด้านนโยบายและการดำเนินการต่าง ๆ ในตอนนี้ได้คำนึงถึงเรื่องความสำคัญกับทั้งเด็กและครอบครัวอย่างชัดเจนแล้ว เพราะเรื่องนี้สำคัญมากในการช่วยเหลือและดูแลผู้ได้รับผลกระทบ เวลาให้ความช่วยเหลือครอบครัวหนึ่ง เราต้องมองจากหลาย ๆ มุมประกอบกันด้วย เช่น นอกจากการเจ็บป่วย เรายังต้องดูว่าครอบครัวนั้นมีปัญหาทางเศรษฐกิจหรือไม่ ถ้ามีก็อาจจะต้องใช้กลไกการคุ้มครองทางสังคมอื่น ๆ มาช่วยหนุนเสริม และยังต้องคิดต่อยอดไปถึงการออกแบบมาตรการคุ้มครองทางสังคมอื่น ๆ ที่เหมาะสมและสอดคล้องกัน เพื่อให้ครอบครัวมีศักยภาพด้านต่าง ๆ ทั้งทางเศรษฐกิจและอื่น ๆ ที่จะทำให้มีความเข้มแข็งและความสามารถพอในการเลี้ยงดูลูกของตัวเองให้ได้ดีต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-33c2ee"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>นางสาวนิโคล่า </strong>กล่าวว่า<strong> </strong>นอกจากนี้ยังต้องหนุนเสริมศักยภาพของนักสังคมสงเคราะห์ให้สามารถรับมือกับปัญหาใหม่ ๆ ที่เกิดตามมาด้วย โดยเรื่องนี้ยูนิเซฟมีความเชี่ยวชาญจากการทำงานในภูมิภาคต่าง ๆ ที่จะสามารถเข้ามาสร้างศักยภาพเพิ่มเติมให้ได้ แล้วเรายังมี Magic Box เป็นชุดกล่องกิจกรรมที่มีของเล่น หนังสือ ตัวต่อ และสื่อต่าง ๆ เพื่อใช้ทำกิจกรรมกับน้อง ๆ ได้ อันนี้มีประโยชน์มาก เพราะถ้าน้อง ๆ ต้องถูกกักตัว จะได้มีกิจกรรมทำผ่อนคลายและเรียนรู้ไปกับผู้ดูแลหรือเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ดูแลด้วย ยูนิเซฟพร้อมทำงานร่วมกับภาคีทุกฝ่าย เพื่อให้เด็กได้เติบโตและพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ แม้ว่าเราจะอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากก็ตาม</p>



<p><strong>นายคริส โปตระนันทน์ กลุ่มเส้นด้าย</strong> กล่าวว่า การมีศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ถือเป็นโครงการที่ดีและสวยงาม ซึ่งจากการทำงานที่ผ่านมาพบปัญหาเวลามีเด็กมาขอความช่วยเหลือทำได้ได้ยากมาก เนื่องจากไม่มีกลไกรองรับการช่วยเหลือเด็กเอาไว้ อย่างโรงพยาบาลสนามก็ไม่รองรับเด็ก โฮสพิเทลก็ไม่รองรับเด็ก นี่คือ 2 สิ่งที่กลุ่มเส้นด้ายทำและเจอมา เพราะมีแต่หมอ General Practice ไม่มีหมอเด็กหรือหมอติดเชื้อที่จะเข้ามาดูแล ทุกครั้งที่มีเด็กติดเชื้อเราต้องขอให้โรงพยาบาลช่วยเหลือ และก็มีหลายแห่งให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี แต่บางที่ก็ไม่สามารถช่วยได้ ซึ่งเมื่อมีศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ถือเป็นการช่วยเหลือเด็กที่ดีมาก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6881a8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/นายคริส-โปตระนันทน์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายคริส โปตระนันทน์ กลุ่มเส้นด้าย</figcaption></figure></div></div></div>



<p>นายคริสกล่าวว่า มี 4 กรณีที่ทางกลุ่มเส้นด้ายเจอมาคือ 1. แม่ติดลูกติด แม่ได้ที่รักษา แต่แม่ไม่ยอมปล่อยให้ลูกอยู่ลำพัง 2. ลูกติด แม่ไม่ติด สิ่งที่พบคือ แม่ยอมเสียสละ ยอมติดโควิดเพื่อลูก เพื่อจะได้ดูแลลูก ซึ่งถ้าหน่วยงานราชการออกค่าใช้จ่ายตรงนี้ให้คุณแม่ได้ ยอมให้แม่ที่ไม่ติดเชื้อเข้าไปดูแลลูก ไม่ว่าจะในโรงพยาบาลสนาม หรือโฮสพิเทล แล้วสามารถเบิกงบประมาณตรงนี้ได้จะดีมาก 3. แม่ติดลูกไม่ติด ถ้าจะยอมให้ลูกที่ไม่ติดเชื้อเข้าไปด้วย ต้องมีผ้าอ้อม นมให้ดื่ม มีงบจัดสรรให้จะดีมาก และ 4. เด็กต่างด้าว หรือเด็กเป็นคนไทย แต่แม่เป็นต่างด้าว ถ้าราชการทุกฝ่ายมาแก้กฎระเบียบที่ติดขัดแก้ไขได้ ทางกลุ่มเส้นด้ายจะยินดีอย่างยิ่ง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-aa67a4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/8.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“กรณีแม่ลูกติดโควิด เด็กจะหาโรงพยาบาลยาก แม่ไม่ยอมไปโรงพยาบาลเพราะรอให้ลูกได้ที่รักษา จนเป็นเหตุที่ทำให้แม่เกิดอาการที่รุนแรงจนถึงเสียชีวิต ถ้าแก้ปัญหาได้ พยายามให้เด็กเข้าไปรักษาด้วย เด็กจะกำพร้าน้อยลง พยายามทำให้เกิดโฮสพิเทลที่ให้ครอบครัวเข้าไปได้เลย ศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 จะช่วยเติมเต็มตรงนี้ได้ การส่งเด็กไปยังโรงพยาบาลสนามไม่ใช่ว่าแพทย์ไม่อยากรับคนไข้ คุณหมออยากรับ แต่ไม่มีเครื่องมืออุปกรณ์รับรองเด็ก” นายคริสกล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-hotline-1300-savekidscovid19/">เดินหน้าศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ผนึกกำลังหน่วยงานรัฐ เอกชน ภาคประชาชน ดูแลเด็กเชิงรุก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
