<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กมล แซ่ม้า | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%a5-%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 09 May 2020 05:01:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>กมล แซ่ม้า | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ชุมชนคือ ‘ครอบครัวใหญ่’ ที่ต้องกลับมาดูแล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/245-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 May 2020 05:01:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4]]></category>
		<category><![CDATA[กมล แซ่ม้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=13767</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เราเชื่อว่าถ้าครูเข้าถึงจิตใจของเด็ก ๆ ให้ความสนิทสนมใ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/245-2/">ชุมชนคือ ‘ครอบครัวใหญ่’ ที่ต้องกลับมาดูแล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-13773" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-01-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1358" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-01-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-01-300x159.jpg 300w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“เราเชื่อว่าถ้าครูเข้าถึงจิตใจของเด็ก ๆ ให้ความสนิทสนมใกล้ชิด รู้นิสัยใจคอรู้ความสนใจของเขา ก็จะช่วยเบนความสนใจและสนับสนุนให้เขาทำในสิ่งที่อยากทำได้ มันจะเป็นการดึงเด็กออกจากปัญหาต่างๆ” </span></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยฐานะลูกคนโตของครอบครัวที่ต้องคอยดูแลน้องเล็กๆ สองคนมาเป็นเวลาหลายปี ทำให้ ‘น้องมน’ กมล แซ่ม้า จากโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4 ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก ได้เรียนรู้และซึมซับบทบาทหน้าที่ในการเป็น ‘ครู’ มาโดยตลอด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จนถึงวันหนึ่งที่ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต คือการเลือกเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา เธอก็ได้นำเอาความผูกพันคุ้นชินในบทบาทหน้าที่ดังกล่าว มาใช้เป็นแรงผลักดันเป้าหมายหลักในใจที่ว่า หลังเรียนจบ เธอ</span><b>จะต้องกลับมาทำงานในชุมชนบ้านเกิด เพื่อเป็น ‘เสาหลักดูแลครอบครัว’ แทนพ่อแม่ต่อไป </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นทำให้น้องมน เลือกเป็นนักศึกษา ‘ครู’ และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งใน</span><b>โครงการ ‘ครูรักษ์ถิ่น’</b> <span style="font-weight: 400;">โดย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ที่เติมฝันให้นักเรียนในพื้นที่ห่างไกลซึ่งมีใจมุ่งมั่นอยากเป็นครู ได้ก้าวขึ้นมาเป็นครูรุ่นใหม่ และกลับไปพัฒนาคุณภาพโรงเรียนในชุมชนของตนเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">เลือก ‘วิชาชีพที่มีงานรองรับเมื่อกลับบ้าน’</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-13774" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-03-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1613" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-03-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-03-300x189.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-03-1024x645.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-03-768x484.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-03-1536x968.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-03-2048x1291.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-03-750x473.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น้องมนเล่าว่า ตั้งแต่เรียนชั้น ม.ปลาย เธอก็ตั้งใจไว้ว่าจะต้องดูแลพ่อกับแม่ให้ได้ และด้วยตำแหน่งลูกคนโตของบ้าน เธอคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องตั้งเป้าหมายชีวิตว่าจะไปทางไหนต่อ ปีนี้น้องมนอายุ 18 กำลังจะจบ ม.ปลาย ข้อแม้สำคัญคือ เธอจะเลือกเรียนในวิชาชีพที่มีงานรองรับเมื่อกลับบ้านมาหลังเรียนจบ ซึ่ง ‘ครู’ เป็นอาชีพแรกที่เธอนึกถึง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การเลือกเรียนต่อมีความหมายมากกว่าแค่เปลี่ยนระดับชั้นเรียน แต่มันหมายถึงการเลือกอาชีพในอนาคต เราตัดสินใจแล้วว่าจะต้องดูแลครอบครัวให้ได้ เพราะพ่อแม่ก็แก่แล้ว ส่วนน้องก็ยังเล็กต้องเรียนอีกหลายปี ตอนที่เห็นว่ามีโครงการครูรักษ์ถิ่น ทำให้เรานึกถึงสิ่งที่ทำมาตลอด คือการสอนหนังสือและช่วยน้องทำการบ้าน มันเป็นโอกาสให้เราได้ซึมซับการสอนและการดูแลเข้าไปทุกวัน ๆ เหมือนเป็นสิ่งที่มาปลูกจิตสำนึกให้รักงานสอนโดยไม่รู้ตัว”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ครูคือคนสำคัญในการแก้ปัญหาชุมชน</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-13776" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-04-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1888" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-04-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-04-300x221.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-04-1024x755.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-04-768x566.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-04-1536x1133.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-04-2048x1510.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-04-750x553.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ว่าที่นักศึกษาครูปี 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร อธิบายต่อไปว่า การเป็นครูไม่เพียงแต่จะช่วยต่อเติมเป้าหมายในการดูแลครอบครัวเล็กๆ ของเธอเท่านั้น แต่ยังเป็นอาชีพที่มีส่วนร่วมอย่างยิ่งในการพัฒนาชุมชน ซึ่งนั่นเป็นอีกความมาดหมายหนึ่งที่เธอเผยต่อครูผู้สัมภาษณ์ เมื่อครั้งสอบคัดเลือกเข้าโครงการ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น้องมนคิดว่าการเป็นครูจะมีส่วนสำคัญมากในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในท้องถิ่นได้ เธอเติบโตขึ้นมาในหมู่บ้านชาวม้งที่มีวัฒนธรรมประเพณีสืบทอดกันมายาวนาน ในช่วงเวลาที่โตขึ้นมา น้องมนได้เห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่มาพร้อมกับการพัฒนา ในด้านหนึ่งคือทำให้ผู้คนในหมู่บ้านมีชีวิตที่ดีขึ้น มีโอกาสในการเรียนหนังสือหรือทำงานมากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มีปัญหาที่ติดตามมาด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นชั้น ม.ต้น-ม.ปลาย ที่เริ่มใช้เวลาไปกับการขี่รถมอเตอร์ไซค์ หรือมีเด็กที่ท้องก่อนวัยเรียนเพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเชื่อว่าถ้าครูเข้าถึงจิตใจของเด็กๆ ให้ความสนิทสนมใกล้ชิด รู้นิสัยใจคอรู้ความสนใจของเขา ก็จะช่วยเบนความสนใจและสนับสนุนให้เขาทำในสิ่งที่อยากทำได้ มันจะเป็นการดึงเด็กออกจากปัญหาต่างๆ ตอนเรียน ม.3 เรามีครูประจำชั้นที่ปรึกษาได้ทุกเรื่อง เป็นครูที่มีเหตุผล แม้เราจะทำอะไรผิดพลาดครูเขาจะไม่ดุว่าด้วยอารมณ์ แต่จะตักเตือนให้กำลังใจ แม้กระทั่งตอนที่เรียน ม.ปลาย เรายังกลับไปปรึกษาครูเขาในหลายๆ เรื่อง รวมถึงตอนจะมาสมัครที่โครงการครูรักษ์ถิ่นด้วย เขาเป็นเหมือนแม่เราอีกคน เป็นครอบครัวที่นึกถึงได้เสมอ ช่วยแก้ปัญหายากๆ ที่เราแก้ไม่ได้ เรามองว่าครูแบบนี้จะช่วยให้เด็กไม่เดินไปในทางผิด หรือแม้ในวันพลาดพลั้งทำเรื่องไม่ดี เด็กจะกล้าคุยกับครู แล้วครูจะเข้าใจ พร้อมให้อภัยและชี้ทางที่ถูกต้อง” </span></p>
<p><b>จากความรักในการสอนที่เริ่มต้นในครอบครัว รวมกับความตั้งใจที่จะกลับมาดูแลบ้าน ได้ก่อเกิดเป็นอุดมการณ์ที่เชื่อมโยงถึงชุมชนที่รัก ซึ่งน้องมนได้กล่าวทิ้งท้ายว่า การเลือกเรียนครู คือย่างก้าวเล็กๆ อันยิ่งใหญ่ ที่จะทำให้เธอสามารถบรรลุความฝันของตนเองได้ทุกข้อ </b><b>“เราคือชาวม้งคนหนึ่ง เข้าใจในสังคมวัฒนธรรมเป็นอย่างดี เราจะนำความรู้กลับมาช่วยเหลือคนในหมู่บ้านของเรา เริ่มจากครอบครัว ญาติพี่น้อง และชุมชนที่ทุกคนเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เพราะ ‘ครอบครัว’ ในความหมายของเราไม่ได้ประกอบด้วยคนในบ้านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชุมชนเล็กๆ ที่อาศัยอยู่มาตลอดชีวิตด้วย”</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/245-2/">ชุมชนคือ ‘ครอบครัวใหญ่’ ที่ต้องกลับมาดูแล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
