<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การบริการและการท่องเที่ยว | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/littlebig-blog/localtourism/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 12 May 2021 15:15:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>การบริการและการท่องเที่ยว | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนพังงาเปิดโครงการฝึกแคดดี้ให้แรงงานนอกระบบ ช่วยสนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของจังหวัดพังงาเมืองแห่งความสุข</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-54/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 May 2021 11:49:28 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40881</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘การท่องเที่ยวเชิงกีฬา’ เป็นหนึ่งในแผนพัฒนาการท่องเที่ย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-54/">วิทยาลัยชุมชนพังงาเปิดโครงการฝึกแคดดี้ให้แรงงานนอกระบบ ช่วยสนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของจังหวัดพังงาเมืองแห่งความสุข</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>‘การท่องเที่ยวเชิงกีฬา’ เป็นหนึ่งในแผนพัฒนาการท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดพังงา</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องด้วยสภาพภูมิประเทศที่ประกอบด้วยภูเขาล้อมรอบ มีทะเลที่สวยงาม และมีอากาศชุ่มชื้นตลอดปี ทำให้มีนักท่องเที่ยวและนักกีฬาทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ปักหมุดหมายเดินทางมาพักผ่อนที่จังหวัดแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย </span></p>
<p><b>โดยเฉพาะ ‘กีฬากอล์ฟ’ ซึ่งมีผู้สนใจจำนวนมาก และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งพบว่าในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีผู้ใช้บริการสนามกอล์ฟมากถึงปีละ 5,500-6,000 คน </span><b>แต่ด้วยข้อจำกัดของปริมาณ ‘แคดดี้’ ในพื้นที่ จึงไม่สามารถตอบสนองความต้องการให้นักท่องเที่ยวตลอดจนนักกีฬาได้ทั้งหมด </b></p>
<p><b>วิทยาลัยชุมชนพังงา จังหวัดพังงา</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่เล็งเห็นว่า ‘อาชีพแคดดี้’ หรือผู้ช่วยนักกอล์ฟที่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับนักกีฬา เช่น หยิบจับ ทำความสะอาด และจัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน ฯลฯ เป็นอาชีพที่น่าสนใจ และ</span><b>สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยวันละ 500-1,000 บาท</b><span style="font-weight: 400;"> จึง</span><b>อยากผลักดันอาชีพนี้ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส</b><span style="font-weight: 400;">ในจังหวัดพังงา จนเกิดเป็น</span><b>โครงการพัฒนาทักษะการปฏิบัติงานและทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษของพนักงานแคดดี้ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของจังหวัดพังงา </b></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-40886" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับวิธีการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย โครงการจะเปิดรับกลุ่มเป้าหมายจากพื้นที่ 7 อำเภอในจังหวัดพังงา จำนวน 50 คน ซึ่งเป็นประชาชนทั่วไปที่ว่างงาน และนักเรียนที่ต้องการหารายได้เพื่อแบ่งเบาภาระของครอบครัวระหว่างเรียน ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่า </span><b>มีผู้สนใจที่หลากหลาย ตั้งแต่อายุ 16 ปี ไปจนถึงวัยกลางคน แต่จำกัดอยู่ที่อายุไม่เกิน 45 ปี เนื่องจากอาชีพแคดดี้ต้องใช้พละกำลังและความแข็งแรงของร่างกายค่อนข้างมาก </b></p>
<p><b>ธวัชชัย จิตวารินทร์ จากวิทยาลัยชุมชนพังงา</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่าหลักสูตรดังกล่าวครอบคลุมทั้งการอบรมภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ มีการลงมือฝึกซ้อม และทดลองปฏิบัติงานในสนามจริง ซึ่งเป็นผลมาจากการระดมสมองและระดมสรรพกำลังกันของ</span><b>ผู้ประกอบการสนามกอล์ฟในพื้นที่ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ตลอดจนนักกีฬากอล์ฟมืออาชีพ</b><span style="font-weight: 400;"> อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจาก</span><b>บริษัท กระทะทอง จำกัด ตลอดจนบริษัทพันธมิตร</b><span style="font-weight: 400;"> ในการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ รวมถึงอนุญาตให้ใช้สถานที่ในการฝึกอบรม และฝึกประสบการณ์อีกด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“นอกจากนี้ ตอนอบรม ทางบริษัทยังได้เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ด้วย เขาจึงพอเห็นความก้าวหน้าและความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย </span><b>เมื่อจบโครงการ เขาก็ส่งฝ่ายทรัพยากรบุคคลมาให้กลุ่มเป้าหมายเขียนใบสมัครงาน หรือใครจะนำความรู้เรื่องการสื่อสารภาษาอังกฤษที่ได้รับไปสมัครงานในส่วนของการเป็นพนักงานต้อนรับของโรงแรมก็สามารถทำได้เช่นกัน</b><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ธวัชชัย เสริม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากโครงการนี้ดำเนินไปในช่วงเวลาที่ยากลำบาก อันเนื่องมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงส่งผลให้ผลลัพธ์ยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เพราะว่าสถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ผ่านการอบรมได้ใช้ทักษะที่ได้รับไปประกอบอาชีพอย่างที่โครงการตั้งเป้าหมายไว้ แต่อย่างน้อยที่สุด กลุ่มเป้าหมายก็มีประสบการณ์เพิ่มขึ้น และการได้เรียนรู้โลกทัศน์ใหม่ๆ </span><b>จากแต่เดิม ที่กลุ่มเป้าหมายเคยยึดติดกับอาชีพที่คุ้นชินกับความรุ่มรวยทางทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งน้ำมัน ปลา ยางพารา ฯลฯ ทำให้ไม่นิยมอาชีพด้านการบริการ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการต้องคอยเอาใจคนอื่น ทัศนคติของพวกเขาก็เปลี่ยนแปลงไป</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ธวัชชัย เผยว่า แม้ว่าสุดท้ายแล้วจะมีผู้ที่ผ่านการอบรมเพียง 5 คนที่สามารถนำทักษะ ความรู้ ความสามารถ ที่ได้จากโครงการไปใช้ประกอบอาชีพได้จริง จากเป้าหมายที่วางไว้ คือการผลักดันให้เกิดแคดดี้หน้าใหม่ 50-60 เปอร์เซ็นต์จากกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด แต่เขาก็ไม่รู้สึกทดท้อ เพราะถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ และมองในแง่บวกว่า</span><b>สิ่งนี้ไม่ใช่จุดอ่อน แต่เป็นอุปสรรคและปัญหาที่เข้ามาให้ต้องหาทางแก้ไข</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้ </span><b>สำหรับก้าวต่อไปของโครงการ จะเป็นเรื่องของการสร้างเครือข่าย และการพัฒนาแคดดี้ในท้องถิ่นให้สถานประกอบการ </b><span style="font-weight: 400;">อย่างตอนนี้ก็มีผู้ประกอบการสนามกอล์ฟหลายแห่งให้ความสนใจ ติดต่อมายังวิทยาลัยชุมชนเพื่อให้จัดหลักสูตรในรูปแบบเดียวกันนี้อีก เพื่อผลิตแคดดี้ที่มีคุณภาพในพื้นที่ให้เพิ่มขึ้น” </span><span style="font-weight: 400;">ธวัชชัย เสริม </span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40887" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน </span><b>ปทุมพร สังสันต์ อายุ 37 ปี หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า แต่เดิม เธอมีอาชีพรับจ้างจัดดอกไม้ตามงานต่างๆ รวมถึงรับจ้างจัดพานมาลัย เมื่อทราบข่าวจากธวัชชัย เธอจึงตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโครงการ เพราะต้องการพัฒนาทักษะทางด้านภาษา ซึ่งเมื่อได้เข้าร่วมโครงการ </span><b>นอกจากเธอจะได้เรียนรู้เรื่องการประกอบอาชีพแคดดี้ อาทิ การใช้งานและการดูแลรักษาอุปกรณ์ การดูทิศทางลม การดูไลน์ในสนาม การขับรถกอล์ฟ และการสื่อสารกับนักกีฬาแล้ว เธอยังได้เรียนรู้ทักษะที่มีประโยชน์อีกหลายด้าน เช่น ด้านโภชนาการ การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ การปฐมพยาบาล การพัฒนาบุคลิกภาพ รวมไปถึงการทำความรู้จักกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และแม้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ทำให้สนามกอล์ฟหลายแห่งในจังหวัดพังงาต้องปิดให้บริการเป็นเวลาหลายเดือน ซึ่งส่งผลให้เธอและกลุ่มเป้าหมายคนอื่นๆ ไม่สามารถใช้ความรู้และทักษะที่มีไปประกอบอาชีพแคดดี้ได้จริง ทว่า กระบวนการอบรมก็ทำให้เธอได้ฝึกฝนประสบการณ์หลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องภาษา เรื่องบุคลิกภาพ และการได้รู้จักกลุ่มสังคมใหม่ๆ </span></p>
<p><b>โดยปทุมพรหวังว่า เมื่อสนามกอล์ฟกลับมาดำเนินการได้ตามปกติแล้ว เธอและเพื่อนๆ ในโครงการ จะได้ลงเหยียบผืนหญ้าเขียวขจีท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่นในสนามกอล์ฟอีกครั้ง ในฐานะ ‘แคดดี้มืออาชีพ’ ซึ่งก็คงเป็นเวลาอีกไม่นานนับจากนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อมูลที่บรรยายไว้ข้างต้น จะเห็นได้ว่า การพัฒนาอาชีพพนักงานแคดดี้ให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดพังงา ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างรายได้ให้แก่คนในท้องถิ่น ตรงตามนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของจังหวัดพังงาเท่านั้น แต่ยัง</span><b>เป็นการยึดโยงลูกหลานชาวจังหวัดพังงาให้ได้มีงานทำ มีรายได้เพียงพอที่จะดูแลตัวเองและครอบครัว ไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐานเพื่อไปทำงานต่างถิ่น จึงเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันครอบครัว และช่วยลดปัญหาผู้สูงวัยถูกทอดทิ้งให้อยู่เพียงลำพังได้อีกทางหนึ่งด้วย</b></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้ สำหรับก้าวต่อไปของโครงการ จะเป็นเรื่องของการสร้างเครือข่าย และการพัฒนาแคดดี้ในท้องถิ่นให้สถานประกอบการ อย่างตอนนี้ก็มีผู้ประกอบการสนามกอล์ฟหลายแห่งให้ความสนใจ ติดต่อมายังวิทยาลัยชุมชนเพื่อให้จัดหลักสูตรในรูปแบบเดียวกันนี้อีก เพื่อผลิตแคดดี้ที่มีคุณภาพในพื้นที่ให้เพิ่มขึ้น” </span><b>ธวัชชัย จิตวารินทร์ จากวิทยาลัยชุมชนพังงา</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" class="img-wide aligncenter wp-image-40885 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large54.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large54.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large54-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large54-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large54-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large54-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-54/">วิทยาลัยชุมชนพังงาเปิดโครงการฝึกแคดดี้ให้แรงงานนอกระบบ ช่วยสนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของจังหวัดพังงาเมืองแห่งความสุข</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนพิจิตรพัฒนา startup นวดแผนไทยที่ใช้แรงงานกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อรองรับกระแสนักท่องเที่ยวต่างชาติ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-18/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 May 2021 07:08:56 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40513</guid>

					<description><![CDATA[<p>“จะทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุในชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในตนเอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-18/">วิทยาลัยชุมชนพิจิตรพัฒนา startup นวดแผนไทยที่ใช้แรงงานกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อรองรับกระแสนักท่องเที่ยวต่างชาติ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>“จะทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุในชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง ไม่มองตนเองเป็นคนแก่ไร้สมรรถภาพ มีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงดูตัวเอง&#8230;” </b><span style="font-weight: 400;">นี่คือคำถามซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ </span><b>มนตรี พันธ์กสิกร จากวิทยาลัยชุมชนพิจิตร จังหวัดพิจิตร</b><span style="font-weight: 400;"> อาสาเข้ามาทำ</span><b>โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเชิงบูรณาการโดยชุมชนเป็นฐานพัฒนาทักษะอาชีพนวดแผนโบราณของแรงงานผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาสนอกภาคการศึกษา </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยมนตรีเล่าว่า ก่อนที่จะเริ่มดำเนินโครงการ เขาได้ลงพื้นที่สำรวจ</span><span style="font-weight: 400;">ความต้องการด้านการประกอบอาชีพของคนในชุมชนโพธิ์ทะเลและโพธิ์ประทับช้าง ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่ต้องการฝึกทักษะอาชีพด้านการเกษตร แต่เมื่อสอบถามกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล กลับได้ข้อมูลว่า </span><b>ยังมีกลุ่มอาชีพนวดแผนไทยจำนวนมากในชุมชน ที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ เพราะไม่มีใบประกาศนียบัตรรับรอง </b><span style="font-weight: 400;">มนตรีจึงคิดนำฐานความรู้นี้ มาต่อยอดเป็นอาชีพนวดแผนโบราณ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยโจทย์ของ กสศ. ซึ่งต้องการกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และผู้ด้อยโอกาส เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ แรงงานนอกระบบ และผู้ว่างงาน มนตรีจึงใช้กระบวนการหลากหลายรูปแบบ ในการค้นหากลุ่มเป้าหมาย จนสามารถคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ครบ 72 คน จากอำเภอโพธิ์ทะเล 52 คน, และอีก 20 คนกระจายอยู่ในอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ตะพานหิน เขาทราย และบางมูลนาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อกลุ่มเป้าหมายครบตามเกณฑ์ กระบวนการฝึกอบรมจึงควรจะเริ่มต้น ทว่า การฝึกอบรมก็ต้องหยุดชะงักลง </span><b>เมื่อเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คณะทำงานจึงต้องปรับแผนใหม่ เปลี่ยนเป็นจัดอบรมสองรุ่น รุ่นละประมาณ 30 คนแทน เพื่อให้เข้ากับนโยบายเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข โดยใช้หลักสูตรที่พัฒนามาจากหลักสูตรของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีวิทยากรจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขในจังหวัดพิจิตร รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการนวดแต่ละประเภทเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ </span></p>
<div class="img-2col"><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-40520 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small18-01-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small18-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small18-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small18-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small18-01-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small18-01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /> <img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-40521 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small18-02-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small18-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small18-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small18-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small18-02-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small18-02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
<p><b>หลังจากที่การอบรมผ่านพ้นไป คณะทำงานจึงเชิญผู้ประกอบการร้านนวดเข้ามาพูดคุยเรื่องแนวคิดการให้บริการ ปัญหา และวิธีแก้ไขต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางและสร้างแรงบันดาลใจให้กลุ่มเป้าหมายที่อยากประกอบธุรกิจร้านนวด</b><span style="font-weight: 400;"> รวมถึงหนุนเสริมความรู้เรื่องการทำบัญชี การตลาด และเชิญแหล่งทุน เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.), และธนาคารออมสิน เข้ามาให้ความรู้ด้วย เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเห็นช่องทาง ว่าหากเขาต้องการประกอบธุรกิจของตนเอง จะต้องทำอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มนตรีเสริมว่า </span><span style="font-weight: 400;">“หลังฝึกอบรมเสร็จ คณะทำงานก็แนะนำว่า เราควรให้ความรู้เรื่องบัญชีครัวเรือน แนวทางในการประกอบอาชีพ แหล่งเงินทุน โดยมีวิทยากรมืออาชีพเข้ามาให้ความรู้ แต่ที่เราเน้นมากๆ ก็คือการทำบัญชีครัวเรือน เพื่อให้เขาเห็นรายรับ-รายจ่ายของเขาว่าเป็นอย่างไร เพราะจะนำไปสู่การปรับพฤติกรรมพื้นฐานของการใช้จ่ายที่รัดกุมขึ้น และเห็นเหตุผลของการสร้างรายได้นั่นเอง” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้สูงอายุ เรื่องเทคโนโลยีเรียนรู้ได้ช้า มนตรีจึง พยายามมองหาว่า</span><b> มี ‘เครื่องมือ’ อะไรที่จะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายเรียนรู้เรื่องนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพบ้าง</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเขาเล่าว่า</span><span style="font-weight: 400;"> “ถ้าจะให้ผู้สูงอายุมาเรียนรู้เรื่องการทำเว็บไซต์ก็คงไม่ใช่” </span><b>จึงหยิบโปรแกรม Kahoot ซึ่งเป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่ใช้บนแอปพลิเคชั่นมาใช้</b><span style="font-weight: 400;"> โดยใช้วิธีการตั้งคำถาม มีการจับเวลาเหมือนการเล่มเกม  ทำให้ผู้สูงอายุเรียนรู้และเข้าใจเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน </span><b>สุภาวดี มาศบาง หนึ่งในคณะทำงาน</b><span style="font-weight: 400;"> อธิบายว่า ตอนแรกเธอยึดติดอยู่กับคำว่า ‘ฝึกอบรม’ ว่าเป็นการให้ความรู้แล้วก็จบกันไป แต่หลังจากที่ได้ร่วมโครงการ ก็ทำให้เธอเข้าใจมากขึ้น ว่าการฝึกอบรมต้องสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กลุ่มเป้าหมายได้จริงๆ ซึ่งสุภาวดีกล่าวว่า </span><span style="font-weight: 400;">“</span><b>มีคำนึงที่สะกิดใจเรามาก นั่นคือ</b> <b>‘ถ้าเราสอนเด็กให้มีความรู้เป็นแท่งๆ โดยไม่มีการบูรณาการให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วคิดว่าเด็กจะหยิบไปใช้ได้ นั่นแปลว่าเราคิดผิด’</b> <span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นเราเลยบูรณาการความรู้ ใช้วิธีพูดคุยบ่อยๆ ไม่ใช่สอนครั้งเดียวจบเหมือนที่ผ่านมา เช่น ให้อาจารย์ที่สอนบัญชีเข้ามาในชั่วโมงสุดท้ายเพื่อชวนพูดคุย ค่อยๆ พาทำ เพราะบัญชีเป็นเรื่องยุ่งยาก ถ้าเราไม่กระตุ้นให้เขาทำ เขาก็ไม่ทำ”</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยโครงการนี้ทำให้สุภาวดีค้นพบว่า </span><b>การฝึกทักษะอาชีพให้คนในชุมชนจะเกิดประโยชน์ ก็ต่อเมื่อถูกกระทำอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อให้เขาสามารถประกอบอาชีพได้จริง ซึ่งเธอได้นำแนวคิดนี้ไปใช้ในงานบริหารวิชาการของวิทยาลัยชุมชนด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับความรู้ใหม่ที่ได้รับจากการทำโครงการ มนตรีเล่าว่า </span><b>สิ่งที่เขาเรียนรู้จากโครงการก็คือ เรื่องของการให้โอกาสคน ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เขามีความภูมิใจในอาชีพของตนเอง และวางแผนว่าจะนำความรู้ที่ได้ ไปปรับใช้กับการทำงาน โดยคิดว่าจะมีการจัดทำหลักสูตรอนุปริญญาด้านแพทย์แผนไทย เพื่อยกระดับการนวดแผนไทยสู่การเป็นแพทย์แผนไทยต่อไป</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเมื่อถามถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น มนตรีเสริมว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้นเกินความคาดหวังที่ตั้งไว้ </span><b>(1) คือเขามีอาชีพ</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะโครงการนี้ช่วยยกอาชีพนวดที่เคยอยู่ใต้ดินขึ้นมาอยู่บนดินได้ </span><b>(2) กลุ่มเป้าหมายมีรายได้เพิ่มขึ้น</b><span style="font-weight: 400;">ใกล้เคียงหรือเท่าเทียมกับคนอื่นในสังคม จากผู้ที่มีรายได้น้อย ผู้ที่ขาดโอกาส ก็ทำให้เขาอยู่ในสังคมได้ มีเงินให้ลูกหลานซื้อขนมกินได้ และ</span><b> (3) กลุ่มเป้าหมายมีความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าในตนเอง </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โดยนอกจากผลประโยชน์เรื่องรายได้แล้ว การฝึกทักษะอาชีพนวดแผนไทยยังมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นอีก นั่นคือ กลุ่มเป้าหมายมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น เจ็บป่วยน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด”</span><span style="font-weight: 400;"> มนตรีกล่าว</span></p>
<p><b>สมเกียรติ ยอดหาร อายุ 55 ปี หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า แต่เดิมเขาเคยรับจ้างนวดอยู่ในชุมชน มีคนจ้างก็ไป แต่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ พอเห็นโครงการนี้เปิดรับสมัครจึงสนใจ เพราะอยากมีความรู้ จะได้มีงาน มีเงินเลี้ยงตนเอง ซึ่งหลังจากที่ฝึกอบรมกับโครงการเสร็จ ก็รวมกลุ่มกับเพื่อนอีกสี่คนเปิดร้านนวดอยู่ที่วัดไชยมงคลมาได้ 8 เดือนแล้ว ซึ่งมีลูกค้าทุกวัน จากการโฆษณาออนไลน์และการบอกกันปากต่อปาก</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40519" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large18.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large18.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large18-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large18-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large18-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large18-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โครงการนี้ทำให้เรามีทักษะการนวดเพิ่มขึ้นมาก รู้ว่านวดแบบไหนรักษาอาการอะไร เป็นการนวดตามอาการ นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้เรื่องการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำเดือน เราจะได้รู้ว่าวันไหนจ่ายเท่าไร ได้เท่าไร ทำให้เรารู้วิธีเก็บเงิน ไม่ใช่มีเท่าไรก็ใช้ไปเรื่อยเหมือนที่ผ่านมา”</span><span style="font-weight: 400;"> สมเกียรติกล่าว</span></p>
<p><b>ซึ่งนี่คือตัวอย่างของการสร้างอาชีพให้สังคมสูงวัย ที่มีฐานทุนของชุมชนเป็นแรงเสริม</b><span style="font-weight: 400;"> ทั้งทุนความรู้จากวิทยาลัยชุมชนพิจิตร ทุนข้อมูลจากภาคีเครือข่ายในพื้นที่ และทุนจากความทุ่มเทแรงกายแรงใจของเหล่าผู้สูงอายุในพื้นที่ที่ต้องการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ตนเอง ได้อย่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรีเทียบเท่าคนอื่นในสังคม</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“มีคำนึงที่สะกิดใจเรามาก นั่นคือ</span> <span style="font-weight: 400;">‘ถ้าเราสอนเด็กให้มีความรู้เป็นแท่งๆ โดยไม่มีการบูรณาการให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วคิดว่าเด็กจะหยิบไปใช้ได้ นั่นแปลว่าเราคิดผิด’</span> <span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นเราเลยบูรณาการความรู้ ใช้วิธีพูดคุยบ่อยๆ ไม่ใช่สอนครั้งเดียวจบเหมือนที่ผ่านมา เช่น ให้อาจารย์ที่สอนบัญชีเข้ามาในชั่วโมงสุดท้ายเพื่อชวนพูดคุย ค่อยๆ พาทำ เพราะบัญชีเป็นเรื่องยุ่งยาก ถ้าเราไม่กระตุ้นให้เขาทำ เขาก็ไม่ทำ”</span> <b>สุภาวดี มาศบาง หนึ่งในคณะทำงาน</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide alignnone wp-image-40515 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_018.png" alt="" width="2501" height="2501" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_018.png 2501w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_018-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_018-1024x1024.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_018-150x150.png 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_018-768x768.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_018-1536x1536.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_018-2048x2048.png 2048w" sizes="(max-width: 2501px) 100vw, 2501px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-18/">วิทยาลัยชุมชนพิจิตรพัฒนา startup นวดแผนไทยที่ใช้แรงงานกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อรองรับกระแสนักท่องเที่ยวต่างชาติ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร จับนวดไทยมาสอนคนตำบลร่มเกล้า เตรียมชุมชนให้พร้อมรับนักท่องเที่ยวดูกังหันยักษ์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-10/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 May 2021 09:17:23 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40437</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องจาก ‘ครูก้อย’ วัชราภรณ์ ชนะเคน ทีมงานจากวิทยาลัยช [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-10/">วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร จับนวดไทยมาสอนคนตำบลร่มเกล้า เตรียมชุมชนให้พร้อมรับนักท่องเที่ยวดูกังหันยักษ์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจาก </span><b>‘</b><b>ครูก้อย’ </b><b>วัชราภรณ์ ชนะเคน</b> <b>ทีมงานจาก</b><b>วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร</b><span style="font-weight: 400;"> เล็งเห็นว่าพื้นที่อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร มีการสร้างกังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนชุมชนแห่งนี้มากขึ้น</span><b> จึงเปิดเวทีหารือเพื่อนำการนวดแผนไทยมาฝึกเป็นทักษะอาชีพให้กลุ่มผู้สูงอายุในชุมชน เพราะกลุ่มผู้สูงอายุมีศักยภาพในการประกอบอาชีพด้านนี้มากพอ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประกอบกับ</span><b>เทศบาลตำบลร่มเกล้า</b><span style="font-weight: 400;"> อำเภอนิคมคำสร้อย ตระหนักถึงความสำคัญของอาชีพการนวดแผนไทย จึงต้องการพัฒนาอาชีพนี้ให้ตอบรับการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพในอนาคต ผ่านการ</span><b>สนับสนุนอาคารเพื่อจัดทำสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ หรือร้านนวดแผนไทยขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> โดยให้กลุ่มเป้าหมายที่ผ่านการฝึกอบรมจากโครงการสร้างงานสร้างอาชีพกับการนวดไทยเพื่อสุขภาพ บริหารจัดการเอง โดยมีครูก้อยเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูก้อยเล่าว่า กลุ่มเป้าหมายหลายคนในชุมชนตำบลร่มเกล้าเคยอบรมอาชีพนวดแผนไทยแล้ว แต่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพไม่รับรอง </span><b>ทำให้ทำงานในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพด้านการนวดแผนไทยที่ถูกกฎหมายไม่ได้</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้พวกเขาอยากเรียนใหม่อีกครั้ง </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40439" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small10-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small10-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small10-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small10-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small10-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small10-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมีความต้องการเรียนรู้มากขึ้น จากตอนแรกที่จะฝึกอบรมแค่ 30 คน จึงเพิ่มกลุ่มเป้าหมายเป็น 90 คน </span><b>จากพื้นที่ 3 ตำบลในอำเภอนิคมคำสร้อย ได้แก่ ตำบลร่มเกล้า ตำบลกกเเดง และตำบลโชคชัย โดยแยกกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 2 กลุ่ม คือเกษตรกรและคนว่างงาน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สำหรับรูปแบบการนวดจะมี 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ </span><b>การนวดราชสำนักและการนวดเชลยศักดิ์</b><span style="font-weight: 400;"> การนวดราชสำนักคือการนวดที่ใช้เฉพาะมือเท่านั้น มีระยะห่างระหว่างผู้นวดและผู้ถูกนวด 1 หัตถบาส ห้ามบิดหรือดัดตัวผู้ถูกนวด ส่วนการนวดเชลยศักดิ์จะมีการบิด ดัด ดึง ตบ และตี ซึ่งมีความใกล้ชิดกันระหว่างผู้นวดและผู้ถูกนวด” </span><span style="font-weight: 400;">ครูก้อยเสริม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยจะแบ่งลักษณะการประกอบอาชีพด้านการนวดแผนไทยเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้ </span><b>(1) การนวดเพื่อสุขภาพ</b><span style="font-weight: 400;"> คือการนวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อผ่อนคลาย ในสถานพยาบาลหรือสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ผู้ที่จะประกอบอาชีพจะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรการนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพรับรอง จำนวน 150 ชั่วโมง และสามารถเปิดสถานประกอบการเพื่อสุขภาพเองได้ </span><b>(2) การนวดเพื่อเป็นผู้ช่วยแพทย์แผนไทย</b><span style="font-weight: 400;"> คือการทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยหมอนวดแผนไทย (ผู้ที่มีใบประกอบวิชาชีพการนวดแผนไทยหรือเวชกรรมไทย) ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้การควบคุมของหมอนวดแผนไทยในสถานพยาบาลฯ เท่านั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งโครงการมีกระบวนการอบรม 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ จำนวน 150 ชั่วโมง และหลักสูตรนวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ จำนวน 60 ชั่วโมง ทั้งนี้ สิ่งที่กลุ่มเป้าหมายได้รับเมื่อผ่านการอบรมก็คือ </span><b>(1) ใบวุฒิบัตรแสดงว่าผ่านการอบรมหลักสูตรนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ </b><span style="font-weight: 400;">จำนวน 150 ชั่วโมง ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ </span><b>(2) ใบวุฒิบัตรแสดงว่าผ่านการอบรมหลักสูตรนวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ</b><span style="font-weight: 400;"> จำนวน 60 ชั่วโมง ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ และ </span><b>(3) ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ</b></p>
<p><b>ปวีณา พรมจันทร์ อดีตแคชเชียร์จากจังหวัดภูเก็ต หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย </b><span style="font-weight: 400;">ผู้กลับมาใช้ชีวิตเป็นชาวสวนและคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่บ้านเกิดในตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย เล่าว่า เธอเห็นโอกาสในการพัฒนาทักษะการนวดแผนไทย เพราะ</span><b>สมัยที่อยู่ภูเก็ต อาชีพนวดแผนไทยมีรายได้ค่อนข้างดี</b><span style="font-weight: 400;"> หากพัฒนาฝีมือและทักษะการนวดให้ชำนาญ ก็สามารถต่อยอดเป็นกิจการเล็กๆ ของตัวเองได้ จึงเข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งส่งผลให้</span><b>เธอมีรายได้เพิ่ม 4,000-5,000 บาท/เดือน </b><span style="font-weight: 400;">จากลูกค้าประจำที่ติดใจฝีมือการนวดของเธอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเมื่อผ่านการอบรมจนได้วุฒิบัตรแล้ว กลุ่มเป้าหมายสามารถนำเอกสารดังกล่าว พร้อมรายงานการฝึกฝนจำนวน 100 เคส ไปยื่นขอสอบยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขาพนักงานนวดแผนไทยระดับหนึ่ง กับสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานมุกดาหารได้ โดย</span><b>การยกระดับดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ที่ผ่านการทดสอบสามารถนวดแผนไทยที่ต่างประเทศได้</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายจำนวน 25 คน ที่ผ่านการทดสอบ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40440" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small10-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small10-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small10-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small10-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small10-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small10-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>ปวีณาเป็น 1 ใน 25 คนที่ผ่านการทดสอบการยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขาพนักงานนวดแผนไทยระดับหนึ่ง </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเธอยืนยันว่า</span> <span style="font-weight: 400;">“การเรียนตรงนี้มันจะติดตัวเราไปตลอด ไม่หมือนอาชีพอื่น เช่น การค้าขาย ที่ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีเราก็ไม่ได้เงิน แต่การนวดไม่ต้องลงทุนอะไร มันอยู่ที่ตัวเรา แล้วตอนนี้ก็พัฒนาเรื่องสมุนไพรกันอยู่ ครูเขาก็จะสอนเรื่องน้ำสมุนไพร ยาหม่อง ลูกประคบ แล้วบ้านเราก็ทำเกษตรกันอยู่เเล้ว เลยอยากต่อยอดตรงนี้” </span><span style="font-weight: 400;">และปิดท้ายว่า หากในอนาคตมีทุนมากขึ้น ก็อยากเปิดร้านนวดเป็นของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากกระบวนการทำงานจะช่วยสร้างรายได้แล้ว ยังส่งผลดีอีกมากมาย อาทิ </span><b>เกิดเครือข่ายผู้สูงอายุ และเกิดแนวทางการปลูกสมุนไพรเพื่อขายให้โรงงานผลิตยาแผนไทยที่ได้มาตรฐาน GMP ซึ่งเป็นของโรงพยาบาลนิคมคำสร้อย</b><span style="font-weight: 400;"> และต่อยอดในการผลิตสินค้าเกี่ยวกับการนวด เช่น ลูกประคบ น้ำมันนวดสมุนไพร ครีมนวดสมุนไพร และยาหม่อง เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ครูก้อยเสริมว่า </span><span style="font-weight: 400;">“โครงการนี้ยังก่อให้เกิดช่องทางพัฒนาหลักสูตร ที่จะตอบสนองความต้องการของผู้ที่สนใจอาชีพนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพในอนาคต กล่าวคือ การผสานทั้งสองหลักสูตร เพื่อให้ผู้ที่สนใจในอาชีพนี้ สามารถต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง และ</span><b>สามารถสมัครงาน หรือเปิดสถานประกอบการเพื่อสุขภาพได้ทันที เมื่อผ่านการอบรม หรือใครอยากสอบยกระดับเพื่อไปทำงานต่างประเทศ ก็สามารถทำได้</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะเรามีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับอาชีพนี้หมดแล้ว”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการพัฒนาหลักสูตร และการสร้างกลไกการทำงานระดับตำบลแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญก็คือการที่ชาวบ้านสามารถนำความรู้จากโครงการไปประกอบอาชีพ และสร้างรายได้เลี้ยงดูครอบครัว ดูแลตนเองได้ อีกทั้งยังช่วยลดรายจ่ายในการดูแลรักษาสุขภาพได้อีกหนึ่งทอด เพราะ</span><b>เมื่อคนในครอบครัวปวดเมื่อย กลุ่มเป้าหมายก็นวดให้ได้</b><span style="font-weight: 400;"> ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรับบริการที่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าวันนี้โครงการดังกล่าวจะสิ้นสุดแล้ว แต่ก็ยังมีกลุ่มเป้าหมายบางคนที่ต้องการพัฒนาฝีมือต่อ เช่น การนวดรักษาอาการต่างๆ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารจะเปิดในอนาคต </span><b>ทำให้การนวดแผนไทยได้รับความสนใจและการสนับสนุนจากองค์กรหลักๆ ในชุมชนมากขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่</span><b>ช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพนวดแผนไทยเกิดความมั่นใจ และเห็นเส้นทางการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนในอนาคตต่อไปได้</b></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“โครงการนี้ยังก่อให้เกิดช่องทางพัฒนาหลักสูตร ที่จะตอบสนองความต้องการของผู้ที่สนใจอาชีพนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพในอนาคต กล่าวคือ การผสานทั้งสองหลักสูตร เพื่อให้ผู้ที่สนใจในอาชีพนี้ สามารถต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถสมัครงาน หรือเปิดสถานประกอบการเพื่อสุขภาพได้ทันที เมื่อผ่านการอบรม หรือใครอยากสอบยกระดับเพื่อไปทำงานต่างประเทศ ก็สามารถทำได้ เพราะเรามีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับอาชีพนี้หมดแล้ว”</span> <b>‘</b><b>ครูก้อย’ </b><b>วัชราภรณ์ ชนะเคน</b> <b>ทีมงานจาก</b><b>วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร และผู้รับผิดชอบโครงการ</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide alignnone wp-image-40438 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large10.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large10.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large10-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-10/">วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร จับนวดไทยมาสอนคนตำบลร่มเกล้า เตรียมชุมชนให้พร้อมรับนักท่องเที่ยวดูกังหันยักษ์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอนเปิดโครงการสอนการบริหารโฮมสเตย์ชุมชนชาติพันธุ์และการทำเกษตรพื้นที่สูง ต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม ‘So Lo Mo’ ที่ชอบสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-57/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 May 2021 09:17:14 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40323</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘อาหาร’ คือเรื่องใกล้ตัวที่ไม่ใช่แค่การกิน อาหารบางเมนู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-57/">วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอนเปิดโครงการสอนการบริหารโฮมสเตย์ชุมชนชาติพันธุ์และการทำเกษตรพื้นที่สูง ต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม ‘So Lo Mo’ ที่ชอบสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">‘อาหาร’ คือเรื่องใกล้ตัวที่ไม่ใช่แค่การกิน อาหารบางเมนูสะท้อนวิถีชีวิต สภาพแวดล้อม และสภาพสังคมของแต่ละชุมชน บางเมนูยังแสดงถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ อาหารจึงเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ทำให้มีการพูดถึง ‘การท่องเที่ยวเชิงอาหาร’ มากขึ้น การไปลิ้มลองรสชาติอาหารต่างถิ่น จึงกลายเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของการท่องเที่ยว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการทำงานร่วมกันระหว่างวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอนและเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Based Tourism: CBT) มากว่า 10 ปี พบว่าพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปจากเดิม บางส่วนสนใจการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมมากขึ้น การท่องเที่ยวเชิงอาหารจึงเป็นการเดินทางเพื่อสัมผัสประสบการณ์จากต้นกำเนิดอาหาร ผ่านการสร้างความประทับใจจากการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ซึ่งเป็นแนวทางที่จะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน </span><span style="font-weight: 400;">โครงการเพิ่มมูลค่าฯ ของวิทยาลัยชุมชนจึงได้เฟ้นหาสิ่งใหม่ๆ ที่จะนำมาชูให้กับการท่องเที่ยวของแม่ฮ่องสอน และได้เลือกเอาเรื่องของ</span><b> ‘อาหาร’ </b><span style="font-weight: 400;">มาชูเป็นไฮไลท์หลักในการท่องเที่ยวชุมชนผ่านกิจกรรม </span><b>‘Chef Table’ </b><span style="font-weight: 400;">และ </span><b>‘Farm to Table’ </b><span style="font-weight: 400;">ที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภค</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทรงศักดิ์ ปัญญา จากวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน หัวหน้าโครงการพัฒนาทักษะและเพิ่มมูลค่าการให้บริการโฮมสเตย์ชุมชนชาติพันธุ์และการเกษตรแม่นยำบนพื้นที่สูง กล่าวว่า สิ่งที่ชุมชนยังขาดและต้องการ คือการพัฒนาชุมชนในแง่การท่องเที่ยวและเกษตรกรรมยั่งยืน </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40327" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small57-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small57-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small57-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small57-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small57-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small57-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการนี้จึงแบ่งกระบวนการทำงานเป็น 2 ส่วน</span><b> </b></p>
<p><b>1.การพัฒนาทักษะและมาตรฐานการให้บริการโฮมสเตย์กับผู้ประกอบการที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์</b><span style="font-weight: 400;"> ในอำเภอแม่ลาน้อย ปางมะผ้า และสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ควบคู่กับการบูรณาการองค์ความรู้เรื่องอาหารท้องถิ่น ด้วยการนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาผลิตอาหารเมนูพิเศษ โดย</span><span style="font-weight: 400;">โครงการฯ ได้เข้าไปแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับกลุ่มเป้าหมาย ผ่านการจัดเวิร์กชอปโดยเชฟผู้เชี่ยวชาญ โดยมีการสอนวิธีการประกอบอาหาร ตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกวัตถุดิบในชุมชน การปรุงรส การตกแต่งจาน จนถึงวิธีคิดในการ</span><b>สอดแทรก Storytelling</b><span style="font-weight: 400;"> เข้าไปในการตลาดเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับอาหารแต่ละจานด้วย</span></p>
<p><b> “ปกติแล้วชาวบ้านบอกได้ว่าพืชผักชนิดนี้กินแล้วส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย แต่ไม่สามารถสื่อสารเชิงโภชนาการได้ว่า มีวิตามินเกลือแร่หรือสารอาหารอะไรบ้าง ทีมวิทยากรหรือเชฟจะเข้ามาเสริมวิชาการในส่วนนี้ เช่น ชาวบ้านบอกว่าพืชผักชนิดนี้บำรุงสายตา ในทางโภชนาการสามารถชี้ชัดได้ว่าผักมีวิตามินเอ เมื่อนำวัตถุดิบต่างๆ ในท้องถิ่นมาคิดเมนูใหม่ วิทยากรจะบอกเราว่าแต่ละเมนูมีคุณค่าทางโภชนาการด้านใดบ้าง” ทรงศักดิ์ ปัญญา หัวหน้าโครงการ เล่าถึงการต่อยอด Storytelling ให้กับกลุ่มเป้าหมาย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากคำถามง่ายๆ ที่ว่า</span><b> “วัตถุดิบในชุมชนมีอะไรบ้าง”</b><span style="font-weight: 400;"> ก็นำไปสู่การยกระดับการท่องเที่ยวในชุมชนแม่ลาน้อย ปางมะผ้า และสบเมยได้อย่างน่าสนใจ นอกจากนี้โครงการยังได้มีการอบรมเรื่องการตกแต่งโฮมสเตย์สื่อสารอัตลักษณ์ชีวิตชาติพันธุ์ให้กับชุมชน เพื่อดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวที่ต้องการนำเสนอไลฟ์สไตล์ผ่านโซเชียลมีเดีย อีกด้วย</span></p>
<p><b>2.การพัฒนาเกษตรกรบนพื้นที่สูงให้มีทักษะการทำเกษตรแบบแม่นยำและเข้าถึงเทคโนโลยี</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น ติดตั้งระบบฟาร์มอัจฉริยะ ซึ่งทั้งหมดนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงอาหารและการทำเกษตรกรรมให้ชุมชนด้วยศักยภาพของชุมชนเอง</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40328" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small57-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small57-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small57-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small57-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small57-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small57-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยการพัฒนาในประเด็นนี้ทีมงานของโครงการได้พบโจทย์ที่ท้าทายคือ เกษตรกรชุมชนติดกับดักการใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมี กำไรจากการขายพืชผักจึงตกไปอยู่ที่นายทุน เพื่อเป็นการช่วยเกษตรกรให้พึ่งพาตนเองได้ โครงการฯ จึงเข้ามาให้ความรู้เกษตรกรในเรื่องของ ‘การเพิ่มมูลค่าพืชท่องถิ่น’ ภายใต้โจทย์ ‘ปลูกน้อยแต่ได้มาก’ โดยมี </span><b>‘ห่อทีหล่า’</b><span style="font-weight: 400;"> พืชที่ได้ชื่อว่าเป็น </span><b>‘ต้นชูรส’ </b><span style="font-weight: 400;">จากธรรมชาติ มีรสชาติหวานแตะลิ้น ใช้ปรุงอาหารและยังมีสรรพคุณทางยา เป็นหนึ่งในพืชตัวอย่างที่ทำให้เกษตรกรรู้จักการใช้ประโยชน์จากของใกล้ตัว นำมาเพิ่มมูลค่า และสามารถทำให้ชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชนอื่นได้</span></p>
<p><b>“จริงๆ ห่อทีหล่าเป็นพืชที่ชาวบ้านรู้จักกันอยู่แล้วแต่ไม่ได้สนใจ เพราะมันปลูกยาก ชาวบ้านเขาไม่มีความรู้ ไม่มีเทคโนโลยีมาช่วยให้ปลูกแล้วรอด แต่ตอนนี้เรารู้ว่าห่อทีหล่าเป็นพืชที่สร้างรายได้และตอบโจทย์เรื่องสุขภาพ ซึ่งโครงการก็ได้เข้ามาให้ความรู้ในการปลูกและดูแล จนถึงวิธีการต่อยอดให้เป็นผลิตภัณฑ์ เราเลยอยากผลักดันให้มันกลับมาเป็นทางเลือกในการปลูกให้กับชาวบ้านคนอื่นๆ ด้วย” เอกพล พรรณธีรกุล เกษตรกรบ้านแม่ลาย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากห่อทีหล่าแล้ว ทีมโครงการก็ได้เข้าไปให้ความรู้ด้านทฤษฎีการเกษตรเพิ่มเติม รวมถึงสอนการใช้เทคโนโลยีอย่างง่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างผลผลิตให้กับเกษตรกร ซึ่งโครงการจะเน้นการให้ความรู้ในแนวทาง</span><b>การทำเกษตรปลอดภัยที่เป็นมิตรต่อตนเองและสิ่งแวดล้อม</b><span style="font-weight: 400;">เป็นหลัก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสรุปสุดท้ายของโครงการเพิ่มมูลค่าการให้บริการโฮมสเตย์ชุมชนชาติพันธุ์และการเกษตรแม่นยำบนพื้นที่สูงคือการที่โครงการได้เข้าไปพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ของชุมชนได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะการกลับไปที่ </span><b>‘ราก’ หรือต้นทุนของชุมชน</b><span style="font-weight: 400;">อย่างเช่นวัตถุดิบหลักในพื้นที่ และ พืชท้องถิ่น และเชื่อมเข้ากับกระแสความนิยมของโลกในปัจจุบันอย่าง</span><b>การท่องเที่ยวเชิงอาหาร </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งช่วย</span><b>สร้างโอกาส สร้างอาชีพและสร้างรายได้</b><span style="font-weight: 400;">เข้าสู่ชุมชน เปิดโอกาสให้คนในชุมชนมองเห็นถึงศักยภาพของตนเอง ต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่แล้วและพัฒนาต่อให้ดีขึ้น ทั้งยังเป็นการดึงผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ รวมถึงเยาวชนที่ไม่มีโอกาสทางการศึกษากลับเข้ามาประกอบอาชีพอีกครั้ง</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">โครงการเพิ่มมูลค่าการให้บริการโฮมสเตย์ชุมชนชาติพันธุ์ฯ ได้เข้าไปพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ของชุมชนได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะการกลับไปที่ ‘ราก’ ของชุมชนและเชื่อมต้นทุนนั้นกับกระแสความนิยมของโลกปัจจุบันอย่างการท่องเที่ยวเชิงอาหาร</span></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40329 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large57.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large57.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large57-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large57-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large57-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large57-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-57/">วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอนเปิดโครงการสอนการบริหารโฮมสเตย์ชุมชนชาติพันธุ์และการทำเกษตรพื้นที่สูง ต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม ‘So Lo Mo’ ที่ชอบสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนน่าน เปิดหลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพให้กับผู้ด้อยโอกาสและผู้ถูกคุมประพฤติ สร้างอาชีพหมอนวดที่สอดคล้องกับการเติบโตของจังหวัดน่าน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-48/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 May 2021 07:52:12 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40288</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘น่าน’ เมืองเล็กๆ แสนสงบที่ยังคงเต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-48/">วิทยาลัยชุมชนน่าน เปิดหลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพให้กับผู้ด้อยโอกาสและผู้ถูกคุมประพฤติ สร้างอาชีพหมอนวดที่สอดคล้องกับการเติบโตของจังหวัดน่าน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>‘น่าน’</b><span style="font-weight: 400;"> เมืองเล็กๆ</span><span style="font-weight: 400;"> แสนสงบที่ยังคงเต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหล ไม่ว่าจะทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์</span><span style="font-weight: 400;">ทั้งป่า ทุ่งนา และขุนเขา หรือแม้แต่ในมิติของศิลปวัฒนธรรมยังเต็มไปด้วยเรื่องราวของวิถีชีวิต ภูมิปัญญาที่เป็นอัตลักษณ์อันโดดเด่น จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เช่น </span><b>นวดไทย ศาสตร์การบำบัดรักษาเพื่อฟื้นฟูและผ่อนคลายร่างกายที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะในยุคที่ </span><b>‘ออฟฟิศซินโดรม’</b><span style="font-weight: 400;"> กลายเป็นโรคยอดฮิตของคนวัยทำงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเมืองน่านเป็นเมืองท่องเที่ยว และหากมีหมอนวดคุณภาพดี ได้มาตรฐานวิชาชีพตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดก็จะยิ่งช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ใช้เวลาอยู่ในเมืองน่านนานกว่าเดิม ซึ่งจะส่งผลดีต่อการสร้างงานให้คนในพื้นที่ได้ อีกทั้งการนวดเป็นมรดกทางภูมิปัญญาและเป็นศาสตร์การบำบัดรักษาโรคที่อาศัยเพียงองค์ความรู้และสองมือเปล่า จึงทำให้มีผู้คนจำนวนมากอยากมาเรียนรู้การนวดไทย โดยหวังใช้เป็นอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-40292 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small48-01-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small48-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small48-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small48-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small48-01-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small48-01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>วิทยาลัยชุมชนน่าน</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาในพื้นที่ที่มีภารกิจพัฒนาอาชีพด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ และการบริการวิชาการเพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนบนฐานวัฒนธรรมพื้นถิ่น จึงได้ร่วมมือกับ</span><b>สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดน่าน </b><span style="font-weight: 400;">และ</span><b>สำนักงานแรงงานจังหวัดน่าน</b><span style="font-weight: 400;"> จัดทำ </span><b>‘โครงการส่งเสริมอาชีพนวดไทยเพื่อสุขภาพ’ </b><span style="font-weight: 400;">โดยมีความมุ่งหวังที่จะสร้างงานให้แก่</span><b>ผู้ด้อยโอกาสและผู้ต้องขัง มีรายได้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเท่าเทียม</b><span style="font-weight: 400;"> โดยมีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 50 คน แบ่งเป็นผู้เรียนทั่วไป 20 คน และผู้ต้องโทษในเรือนจำจังหวัดน่าน 30 คน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยกิจกรรมที่โครงการฯ ได้ริเริ่ม ได้แก่ </span><b>‘การสร้างแรงบันดาลใจและยกระดับจิตใจ’ </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อวัดความเครียด ความสุข และความตั้งใจ อีกทั้งยังมีการสำรวจทุนเดิมและการตั้งเป้าหมายของชีวิต เพื่อสร้างพลังใจให้พร้อมเดินหน้าประกอบอาชีพภายหลังการพ้นโทษ และไม่หันกลับไปกระทำความผิดซ้ำ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-40293 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small48-02-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small48-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small48-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small48-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small48-02-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small48-02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการอบรม โดยทางวิทยาลัยชุมชนน่านได้ใช้ </span><b>‘หลักสูตรนวดไทย 150 ชั่วโมง’ </b><span style="font-weight: 400;">ประกอบไปด้วยการสอนการนวด สอนทฤษฎีเกี่ยวกับร่างกาย กล้ามเนื้อ กายวิภาคศาสตร์ของร่างกายมนุษย์ จริยธรรมการเป็นหมอนวด การประกอบอาชีพ การฝึกการนวดแต่ละส่วน เช่น นวดหัว ตัว แขนและขา โดยวิทยากรที่ให้ความรู้เป็นแพทย์แผนไทยที่อยู่ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ในจังหวัดน่าน ที่ร่วมผลิตหมอนวดให้แก่วิทยาลัยชุมชนน่านมาโดยตลอด การสอนจะเริ่มด้วยทฤษฎีและปฎิบัติควบคู่กัน ทั้งนี้แพทย์แผนไทย 1 คน จะดูแลนักเรียนจำนวน 10 คน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม โครงการฯ ไม่ได้มุ่งให้เฉพาะความรู้และทักษะการนวดไทยเพื่อสุขภาพที่ถูกต้องและปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังมีแผนเตรียมความพร้อมให้กลุ่มเป้าหมายก่อนไปประกอบอาชีพจริง ด้วยการเติม</span><b>ความรู้เรื่องการตลาดและภาษาอังกฤษ</b><span style="font-weight: 400;"> โดยคณะอาจารย์จากวิทยาลัยชุมชนน่าน ร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งสำนักงานแรงงานจังหวัด กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หน่วยงานสาธารณสุข รวมถึงสถานประกอบการและโรงแรมในจังหวัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ</span><b>เป้าหมายต่อไปของโครงการฯ คือ</b> <b>การเปิดร้านนวดที่หออัตลักษณ์น่าน บริเวณวิทยาลัยชุมชนน่าน</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีรายได้ มีสถานที่รองรับการทำงานทันที และยังมีแนวคิดที่จะสร้างเครือข่ายหมอนวดไทยของจังหวัดน่าน เพื่อเป็น</span><b>ศูนย์รวมข้อมูลหมอนวดไทยที่มีมาตรฐาน</b><span style="font-weight: 400;"> และเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อให้เกิดการจ้างงานสร้างอาชีพ</span><b>นวดไทยในจังหวัดน่านให้ยั่งยืน</b><span style="font-weight: 400;">ต่อไป</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40980 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large48.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large48.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large48-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large48-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large48-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large48-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-48/">วิทยาลัยชุมชนน่าน เปิดหลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพให้กับผู้ด้อยโอกาสและผู้ถูกคุมประพฤติ สร้างอาชีพหมอนวดที่สอดคล้องกับการเติบโตของจังหวัดน่าน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนสตูลเปิดโครงการอบรมมัคคุเทศให้ได้ใบอนุญาตมัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาค (ภาคใต้) แก้ปัญหานำเที่ยวข้ามจังหวัดไม่ได้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-69/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Apr 2021 10:13:02 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=39990</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘มัคคุเทศก์หรือไกด์’ อาชีพนำเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวซึ่งส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-69/">วิทยาลัยชุมชนสตูลเปิดโครงการอบรมมัคคุเทศให้ได้ใบอนุญาตมัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาค (ภาคใต้) แก้ปัญหานำเที่ยวข้ามจังหวัดไม่ได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>‘มัคคุเทศก์หรือไกด์’ </b><span style="font-weight: 400;">อาชีพนำเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวซึ่งสงวนไว้เป็น</span><b>อาชีพเฉพาะของคนไทย</b><span style="font-weight: 400;">สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศได้จำนวนไม่น้อย ไม่เพียงแต่รายได้จากนักท่องเที่ยวที่จ่ายให้กับบริษัทนำเที่ยวเท่านั้น แต่เม็ดเงินยังหลั่งไหลไปสู่ชุมชนและร้านค้าขนาดย่อมที่รายรอบอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งช่วยสร้างมาตรฐานการท่องเที่ยวและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับการเป็นมัคคุเทศก์ที่ถูกต้องตามกฎหมายจะต้องมีใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ จากเดิมกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ กำหนดให้มีใบอนุญาตมัคคุเทศก์ 2 ประเภทคือ มัคคุเทศก์ทั่วไป ซึ่งแบ่งเป็น 2 ชนิด คือมัคคุเทศก์ที่นำเที่ยวได้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และมัคคุเทศก์ที่นำเที่ยวได้เฉพาะชาวไทยเท่านั้น ส่วนมัคคุเทศก์ประเภทที่ 2 คือมัคคุเทศก์เฉพาะ แบ่งเป็น 8 ชนิด เช่นมัคคุเทศก์เฉพาะพื้นที่ มัคคุเทศก์เดินป่า มัคคุเทศก์ศิลปวัฒนธรรม หรือมัคคุเทศก์ทางทะเล เป็นต้น แต่ในระยะหลังพบปัญหาการจัดการดูแลใบอนุญาตมัคคุเทศก์เฉพาะ ที่กำหนดขอบเขตการทำงานของมัคคุเทศก์ที่จำกัด โดย</span><b>ไม่ให้ทำงานนอกพื้นที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต</b></p>
<p><b>“โครงการอบรมหลักสูตรฝึกอบรมวิชามัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาคกรณีเปลี่ยนผ่านประเภทใบอนุญาตจากมัคคุเทศก์เฉพาะเป็นมัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาค (ภาคใต้ จ.สตูล) : วิทยาลัยชุมชนสตูล”</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งจัดขึ้นโดย</span><b>วิทยาลัยชุมชนสตูล</b><span style="font-weight: 400;"> สถาบันที่ผลิตมัคคุเทศก์ส่วนใหญ่ในจังหวัดสตูล โดยใช้หลักสูตรแกนกลางของกรมการท่องเที่ยวในการอบรม รวมถึงได้รับอนุญาตจากกรมการท่องเที่ยวให้เป็นสถานที่ฝึกอบรมการเปลี่ยนผ่านใบอนุญาตได้เพิ่มเติมนอกเหนือไปจากจังหวัดภูเก็ต ในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับ</span><b>บรรเทาผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่ตามมาหลังการเปลี่ยนแปลงระบบ</b><span style="font-weight: 400;">การออกใบอนุญาตสำหรับมัคคุเทศก์ในจังหวัดสตูลและพื้นที่ใกล้เคียง</span></p>
<div class="img-2col"><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-39994 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-01-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-01-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /> <img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-39995 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-02-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-02-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
<p><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเป้าหมายในโครงการ ฯ นอกจากจะถูกคัดกรองจากใบอนุญาตที่ใกล้หมดอายุแล้ว ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนจาก ‘</span><b>บัตรมัคคุเทศก์เฉพาะ’</b><span style="font-weight: 400;"> เป็น </span><b>‘บัตรมัคคุเทศก์ภูมิภาค’</b><span style="font-weight: 400;"> ยังต้องมีใบอนุญาตผ่านการอบรมจากกรมการท่องเที่ยวมาแล้ว จึงจะสามารถเปลี่ยนบัตรและประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ได้ ขั้นตอนภายหลังการคัดกรองคือ การสอบคัดเลือกโดยการทดสอบความรู้เดิมเกี่ยวกับการท่องเที่ยวภาคใต้ จากนั้นจึงประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสัมภาษณ์ โดย</span><b>สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ</b><span style="font-weight: 400;">เป็นผู้สัมภาษณ์ร่วมกับพี่เลี้ยงของโครงการ ฯ เพื่อพิจารณาความรู้เดิมและความเดือดร้อนของกลุ่มเป้าหมาย  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนที่กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมการอบรมทุกคนจะได้รับความรู้ตาม</span><b>หลักสูตรแกนกลางของกรมการท่องเที่ยว</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งกำหนดไว้ 2 โมดูล คือ (1) </span><b>ความรู้วิชาการทั่วไป </b><span style="font-weight: 400;">โดยวิทยากรของกรมการท่องเที่ยว เนื้อหาเน้นไปที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐ และกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และ (2) </span><b>ความรู้ในภาพกว้าง</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งตรงกับแนวทางของวิทยาลัยชุมชนและทีมพี่เลี้ยง ที่ต้องการเสริมความรู้เกี่ยวกับภูมิศาสตร์ภาคใต้ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี และวรรณกรรมท้องถิ่น ที่จะต้องรู้ประวัติศาสตร์อาณาจักรภาคใต้ นอกจากนี้ยังถ่ายทอดเทคนิคการนำเสนอความรู้ให้กับนักท่องเที่ยว และวิธีการพูดให้เป็นกลางมากที่สุด รวมถึงการออกแบบโปรแกรมทัวร์ร่วมกับบริษัททัวร์ หรือการทำโปรแกรมทัวร์ในท้องถิ่น เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจแบบเฉพาะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้นแล้ว โครงการฯ ยังส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มอีกด้วย เนื่องจากที่ผ่านมามัคคุเทศก์ในพื้นที่ยังคงทำงานแบบกระจัดกระจาย ไม่ได้มีการรวมกลุ่ม ซึ่งก่อให้เกิดให้เกิดความยากลำบากในการแก้ไขปัญหา ด้วยเหตุนี้สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพและเครือข่ายการท่องเที่ยวจึงได้มีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่มขึ้นภายหลังการอบรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า โครงการ ฯ เป็นตัวช่วย</span><b>หนึ่งในการปลดล็อคขอบเขตการทำงานของมัคคุเทศก์</b><span style="font-weight: 400;"> อันหมายถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นแล้ว เสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมการอบรมยังแสดงให้เห็นถึงความพยายามปรับตัวให้สามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน ด้วยวิธีการพัฒนาทักษะและมองหาช่องทางสร้างรายได้ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นในระดับปัจเจกบุคคลเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการพยายาม</span><b>พัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตในระดับชุมชน</b><span style="font-weight: 400;"> ไปจนถึงระดับจังหวัด เพื่อสร้างมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่เข้าใจวิถีการท่องเที่ยวภายในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-39993 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large69.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large69.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large69-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large69-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large69-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large69-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-69/">วิทยาลัยชุมชนสตูลเปิดโครงการอบรมมัคคุเทศให้ได้ใบอนุญาตมัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาค (ภาคใต้) แก้ปัญหานำเที่ยวข้ามจังหวัดไม่ได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แปรรูป ‘ไม้ไผ่’ สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ทั้งต้น เมื่อรู้จักห่วงโซ่ครบวงจร</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-86/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Apr 2021 08:59:39 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://eef-backup.todsorb.dev/?post_type=communities&#038;p=28702</guid>

					<description><![CDATA[<p>อำเภอปาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของจังหวัดแม่ฮ่อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-86/">แปรรูป ‘ไม้ไผ่’ สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ทั้งต้น เมื่อรู้จักห่วงโซ่ครบวงจร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>อำเภอปาย</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของ</span><b>จังหวัดแม่ฮ่องสอน</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม มีวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวไทใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในอำเภอปาย ได้แก่ </span><b>“โขกู้โส่”</b><span style="font-weight: 400;"> อันหมายถึง </span><b>สะพานบุญ</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นสะพานไม้ไผ่ที่</span><b>ชนพื้นเมืองชาวไทใหญ่ ในหมู่บ้านแพมบก ตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย</b><span style="font-weight: 400;"> ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้น เพื่อให้พระสงฆ์สามารถบิณฑบาตรได้โดยไม่เหยียบย่ำนาข้าวของชาวบ้าน สะพานไม้ไผ่แห่งนี้ไม่เพียงจะช่วยแก้ไขปัญหาของชุมชนเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ สามารุดึงดูดนักท่องเที่ยว ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่จากการจำหน่ายสินค้าและอาหาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากสะพานไม้ไผ่ที่ชนพื้นเมืองร่วมกันสร้างขึ้นมา ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ชาวบ้านในอำเภอปาย นำไม้ไผ่ซึ่งเป็นไม้ที่มีอยู่จำนวนมากในท้องถิ่น มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดย</span><b>วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน</b><span style="font-weight: 400;"> ร่วมกับผู้นำชุมชน ได้เข้ามาสนับสนุนการพัฒนาอาชีพของชุมชน ผ่าน</span><b>โครงการส่งเสริมการเรียนรู้การบริการด้านสุขภาพและผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่เพื่อเพิ่มรายได้จาการท่องเที่ยวสำหรับชุมชนชาติพันธุ์ </b><span style="font-weight: 400;">ด้วยการสร้าง</span><b>หลักสูตร Bamboo Value Chain</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อให้ชาวบ้านรู้จัก</span><b>ห่วงโซ่ของไม้ไผ่ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ </b><span style="font-weight: 400;">สามารถนำทรัพยากรภายในท้องถิ่นที่มีอยู่จำนวนมากมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นำความรู้จากปราชญ์ชุมชนด้านการจักสานไม้ไผ่มาเผยแพร่ให้กับชาวบ้าน ซึ่งจะทำให้องค์ความรู้ท้องถิ่นยังคงสืบต่อจากรุ่นสู่รุ่น และจัดการอบรมเพื่อขยายทักษะในการประกอบอาชีพด้วยการจัดหลักสูตรอบรมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปไม้ไผ่ เช่น การยืดอายุการใช้งาน การออกแบบ และการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไม้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นต้น ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ สามารถนำไปจำหน่ายเป็นของที่ระลึก ของใช้ในร้านค้าชุมชน และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ รวมไปถึงการส่งออกผลิตภัณฑ์ชุมชนไปจำหน่ายในพื้นที่อื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ เป็นการช่วยให้เกิดการพัฒนาอาชีพบนพื้นฐานการจัดการท่องเที่ยวโดยกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงเท่านั้น ชาวบ้านในอำเภอปายยังให้ความสนใจในการประกอบอาชีพอื่นๆ ที่ใช้ในการรองรับนักท่องเที่ยวได้ เช่น การนวดแผนไทย จึงได้มี</span><b>การจัดอบรมหลักสูตรการนวดเพื่อสุขภาพ</b><span style="font-weight: 400;"> เตรียมรองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยี่ยมเยือน และ</span><b>ด้านอาหารเพื่อสุขภาพ</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งจะนำพืชผักปลอดสารพิษมาประกอบอาหารท้องถิ่นไทใหญ่ สร้างเอกลักษณ์ให้กับพื้นที่ และสร้างมาตรฐานอาหารปลอดภัย มากไปกว่านั้น ชุมชนยังจะได้เพิ่มพูน</span><b>ความรู้ทักษะการบริหารจัดการสำหรับศตวรรษที่ 21</b><span style="font-weight: 400;"> ให้สามารถเป็นผู้ประกอบการในยุค 4.0 ผ่านการอบรมเรื่องการสร้างทักษะสังคมส่วนบุคคล การวางแผนทางการตลาด การวางแผนทางการเงิน เป็นต้น รวมไปถึงการใช้งานแอปพลิเคชั่นที่สามารถใช้สื่อสารกับชาวต่างชาติ การใช้สื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ อาทิ การตัดต่อวีดีโอ เทคนิคการถ่ายภาพ การลงวีดีโอผ่านยูทูป (YouTube)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การตั้งต้นของชาวบ้านในอำเภอปาย ได้กลายเป็นต้นแบบในการพัฒนาให้กับชุมชนชาติพันธุ์อื่น ๆ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในการสร้างอาชีพจากการนำวัตถุดิบในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ เป็นการช่วยส่งเสริมการสร้างงานให้กับชาวบ้าน และสร้างรายได้ให้หมุนเวียนภายในชุมชน ทั้งยังเป็นการสร้างอาชีพใหม่ที่สามารถรองรับการพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชนอย่างยั่งยืนในอนาคต</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p>จากสะพานไม้ไผ่ที่ชนพื้นเมืองร่วมกันสร้างขึ้นมา ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ชาวบ้านในอำเภอปาย นำไม้ไผ่ซึ่งเป็นไม้ที่มีอยู่จำนวนมากในท้องถิ่น มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และสร้างรายได้ให้กับชุมชน</p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-86/">แปรรูป ‘ไม้ไผ่’ สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ทั้งต้น เมื่อรู้จักห่วงโซ่ครบวงจร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตลำปาง ร่วมพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับคนในตำบลบ้านกิ่ว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-92/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Mar 2021 05:05:28 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://eef-backup.todsorb.dev/?post_type=communities&#038;p=28180</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มฮักกรีน (Hug Green) เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในชุมชนบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-92/">มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตลำปาง ร่วมพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับคนในตำบลบ้านกิ่ว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>กลุ่มฮักกรีน (Hug Green) เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในชุมชนบ้านนากว้าว ตำบลบ้านกิ่ว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ที่เกิดจากการรวมตัวกันของลูกหลานเกษตรกร ที่ได้ออกจากชุมชนเพื่อไปทำงานในเมืองใหญ่ และเริ่มทยอยกลับมาอยู่ที่ภูมิลำเนา</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ โดยต้องการกลับมาอยู่ในชุมชนของตัวเอง เพื่อทำกิจกรรมพัฒนาชุมชน ด้วยการส่งเสริมกิจกรรมด้านเกษตรอินทรีย์ สิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการลงพื้นที่ในชุมชน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตลำปาง พบว่า ในชุมชนบ้านนากว้าว </span><b>ยังมีกลุ่มคนที่ว่างงาน ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอ รวมไปถึงกลุ่มคนด้อยโอกาสอยู่ ซึ่งคนกลุ่มนี้มักถูกมองข้าม และเข้าไม่ถึงโอกาสในการทำงาน </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ร่วมกับทางกลุ่มฮักกรีน จึงเกิดแนวคิดในการประสานงาน ด้วยการนำความต้องการของชุมชนและของผู้ที่สนใจอยากเรียนรู้วิถีชุมชน มาผสานรวมกัน ออกมาเป็น</span><b>โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน กลุ่ม ‘ฮักกรีน’ ตำบลบ้านกิ่ว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งพัฒนาจากรูปแบบการท่องเที่ยวในอดีต ที่มีอาสาสมัครและผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมชุมชนกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาเหตุสำคัญที่ทำให้คณะทำงานเล็งเห็นว่า ชุมชนบ้านนากว้าวสามารถพัฒนาไปสู่การท่องเที่ยวโดยชุมชนได้นั้น สืบเนื่องมาจากทุนดั้งเดิมของชุมชน ซึ่งมีทั้ง </span></p>
<blockquote><p><b>1.ทุนด้านทรัพยากรธรรมชาติ </b><span style="font-weight: 400;">เพราะมีแม่น้ำจางที่ไหลลงมาจากเทือกเขาผีปันน้ำในเขตอำเภองาว และมีฝายกั้นน้ำที่มีภูมิทัศน์สวยงาม อุดมสมบูรณ์</span></p>
<p><b>2.ทุนด้านเกษตรอินทรีย์ </b><span style="font-weight: 400;">เพราะมีกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกผักปลอดสารพิษอยู่แล้ว </span></p>
<p><b>3.ทุนด้านวัฒนธรรม</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะเป็นชุมชนที่ยังคงขนบและความเชื่อดั้งเดิมของภาคเหนืออยู่</span></p>
<p><b>4.ทุนด้านความใกล้ชิดแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่มีชื่อเสียง </b><span style="font-weight: 400;">เช่น วัดดอยพระฌาน หมู่บ้านแกะสลักบ้านหลุก และจุดชมวิวแม่น้ำจาง เป็นต้น </span></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยหาก</span><b>กลุ่มเป้าหมายจำนวน 50 คน </b><span style="font-weight: 400;">ที่มาจากในชุมชน สามารถบริหารการท่องเที่ยวโดยชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการสนับสนุนและพัฒนาทักษะด้านนี้จากโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถสร้างประโยชน์จากการท่องเที่ยวให้ชุมชน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม ประเพณี วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะ</span><b>ส่งผลให้กลุ่มเป้าหมายมีรายได้เพิ่ม โดยที่ไม่จำเป็นต้องออกไปหางานนอกชุมชน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ คณะทำงานจะมุ่งเน้นไปที่การท่องเที่ยวในรูปแบบที่มีความ</span><span style="font-weight: 400;">รับผิดชอบต่อสังคม และไม่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งโชคดีที่กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่มีความรู้พื้นฐานด้านเกษตรอินทรีย์อยู่แล้ว </span><span style="font-weight: 400;">โดยนอกจากการงดใช้สารเคมีแล้ว คณะทำงานยัง</span><b>สนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายใช้เมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน เพื่อรักษาพันธุกรรมท้องถิ่นเอาไว้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ โครงการยังจะ</span><b>มุ่งเน้นไปที่</b><b>การท่องเที่ยวกลุ่มเล็กๆ เพื่อให้สอดคล้องตามวิถีความปกติใหม่ที่ต้องลดขนาดของกลุ่มนักท่องเที่ยว เนื่องจากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม</b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ท่องเที่ยวเชิงลึกมากขึ้น เพื่อเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านการร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในท้องถิ่น อาทิ </span><b>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกิ่ว</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากโครงการนี้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชุมชนบ้านนากว้าวจะกลายเป็นชุมชนท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาสัมผัสวิถีชุมชนได้อย่างลึกซึ้ง ผ่านการนำเที่ยวและพักผ่อนร่วมกับคนท้องถิ่นในรูปแบบของโฮมเสตย์ ซึ่</span><b>งการท่องเที่ยวโดยชุมชนในลักษณะเช่นนี้ จะช่วยให้คนในชุมชนรู้จักรักและหวงแหนวิถีและวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้ อีกทั้งยังช่วยสร้างรายได้ และเพิ่มทางเลือกด้านการประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนอีกด้วย </b></p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">คณะทำงานจะมุ่งเน้นไปที่การท่องเที่ยวในรูปแบบที่มีความ</span><span style="font-weight: 400;">รับผิดชอบต่อสังคม และไม่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งโชคดีที่กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่มีความรู้พื้นฐานด้านเกษตรอินทรีย์อยู่แล้ว </span><span style="font-weight: 400;">โดยนอกจากการงดใช้สารเคมีแล้ว คณะทำงานยังสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายใช้เมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน เพื่อรักษาพันธุกรรมท้องถิ่นเอาไว้</span></p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-92/">มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตลำปาง ร่วมพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับคนในตำบลบ้านกิ่ว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยกระดับมาตราฐานการท่องเที่ยวชุมชน ที่ช่วยสะท้อนอัตลักษณ์ชุมชน ชาวปกาเกอะญอบ้านแม่หาด-นามน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-44/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Jan 2021 14:34:42 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://eef-backup.todsorb.dev/?post_type=communities&#038;p=26636</guid>

					<description><![CDATA[<p>หมู่บ้านแม่หาด-นามน อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เป็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-44/">ยกระดับมาตราฐานการท่องเที่ยวชุมชน ที่ช่วยสะท้อนอัตลักษณ์ชุมชน ชาวปกาเกอะญอบ้านแม่หาด-นามน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>หมู่บ้านแม่หาด-นามน อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่สวยงาม ต้องตาต้องใจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่</span><b>นิยมท่องเที่ยวและศึกษาเชิงระบบนิเวศน์</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากมีป่าไม้ที่อุดมสมบุณ์ เช่น น้ำตกแม่หาด น้ำตกเลวา(น้ำตกรักจังนามน) เก่อเหจ่อแท่ (แกรนด์แคนยอนนามน) จุดชมวิวทะเลหมอก ม่อนต่าแอะ(ดอยจูวา) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประกอบทั้งชาวบ้านในหมู่บ้านส่วนใหญ่ยังเป็น</span><b>ชนเผ่าพื้นเมืองอย่างชนเผ่าปกาเกอะญอ</b><span style="font-weight: 400;">ที่มีการทอผ้ากะเหรี่ยง เป็นวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมาแต่บรรพบุรุษ มีการอนุรักษ์และสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้ชาวบ้านในชุมชนนิยมประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับด้าน</span><b>การท่องเที่ยวและเกษตรกรรม</b><span style="font-weight: 400;">เป็นหลัก เช่น การทำโฮมสเตย์ การท่องเที่ยวในลักษณะมักคุเทศก์เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชนเผ่าปกาเกอะญอ ตลอดจนการขายสินค้าโดยใช้ทุนของชุมชนเป็นรากฐานทั้งเชิงวัฒนธรรมและเกษตรกรรม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี แม้ต้นทุนเดิมของชุมชนจะเข้มแข็งอยู่แล้ว แต่ชุมชนยังจำเป็นที่จะต้อง</span><b>เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์จักสานและผ้าทอกระเหรี่ยงของฝากขึ้นชื่อของหมู่บ้าน รวมไปถึงรูปแบบระบบการจัดการโฮมสเตย์ห้องพัก ตลอดจนการตลาดต่างๆ บนช่องทางโซเชียลมีเดีย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการนี้</span><b>เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและส่งเสริมการจัดการตลาด</b><span style="font-weight: 400;"> ให้เป็นหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยวอย่างสมบูรณ์ พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้อย่างเหมาะสมและก่อเกิดประโยชน์สูงสุด ทาง</span><b>การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่</b><span style="font-weight: 400;"> จึงได้จัด</span><b>โครงการ ‘พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมวิถีชุมชนปกาเกอะญอบ้านแม่หาด-นามน’</b><span style="font-weight: 400;"> โดยมีผู้เข้าร่วม</span><b>ทั้งหมด 76 คน</b><span style="font-weight: 400;"> และแบ่งเป้าหมายออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้ </span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มทอผ้า</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อสร้างอาชีพทอผ้าให้กลุ่มสตรีแม่บ้านที่เป็นสมาชิกกลุ่มทอผ้ากะเหรี่ยง เพิ่มช่องทางการตลาดเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม พัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ มีทักษะในการย้อมสีจากธรรมชาติก่อนที่จะนำไปทอผ้าให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่ต้องการของตลาด ออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อสามารถเป็นของฝากของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยวได้ เพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริมให้กลุ่มแม่บ้านเพิ่มขึ้น </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มจักสาน</b><span style="font-weight: 400;"> พัฒนาให้กลุ่มจักสารผู้สูงอายุให้มีตลาดในการจำหน่ายสินค้า มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สามารถขายเป็นของฝาก ของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยวได้ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมทางสังคม ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีรายได้เสริมให้กับครอบครัว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>โฮมสเตย์</b> พัฒนาให้โฮมสเตย์ในหมู่บ้านพร้อมบริการ รวมถึงจัดให้มีมัคคุเทศก์ในการนำเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวในหมู่บ้านระหว่างบ้านนามนและบ้านแม่หาด มีอาหารและเครื่องดื่มที่สามารถบริการให้กับนักท่องเที่ยวได้ และการจัดทำของที่ระลึกจำหน่าย เช่น ภาพถ่าย โปสการ์ด พวงกุญแจ ต่างๆ เป็นต้น มีการจัดทำเว็บไซต์เพื่อโปรโมท กิจกรรม วัฒนธรรมประเพณีที่น่าสนใจต่างๆ ของชุมชน มีการนำกลุ่มสมาชิกไปศึกษาดูงานหมู่บ้านท่องเที่ยวที่ประสบผลสำเร็จ เพื่อการบริหารจัดการกลุ่มที่ยั่งยืนต่อไป</li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">จากกระบวนการข้างต้น โดยหากทางหน่วยพัฒนาอาชีพดำเนินจนสิ้นสุดโครงการนั้น การผลักดันหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยวครั้งนี้จะเป็นการนำนวัตกรรมด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วิถีของชนเผ่าปกาเกอะญอ เสริมสร้างทักษะในการพัฒนาอาชีพดั้งเดิมผ่านการนำต้นทุนทางชุมนุมซึ่งเป็นรากฐานสำคัญมาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ชาวบ้านทุกคนสามารถมีงาน ประกอบอาชีพภายในบ้านเกิดตัวเองได้อย่างผาสุข และกลายเป็น</span><b>สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ใครๆ ก็อยากจะลองแวะไปเที่ยวสักครั้งอย่างแน่นอน</b></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">ชุมชนยังจำเป็นที่จะต้องเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์จักสานและผ้าทอกระเหรี่ยงของฝากขึ้นชื่อของหมู่บ้าน</span></p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-44/">ยกระดับมาตราฐานการท่องเที่ยวชุมชน ที่ช่วยสะท้อนอัตลักษณ์ชุมชน ชาวปกาเกอะญอบ้านแม่หาด-นามน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงเรียนพัฒนาทักษะอาชีพนวดแผนไทยสำหรับผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลทับไทร</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Jan 2021 07:46:17 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://eef-backup.todsorb.dev/?post_type=communities&#038;p=26500</guid>

					<description><![CDATA[<p>การนวดแผนไทยเป็นศาสตร์ที่มีการสืบทอดมายาวนาน เป็นการทำใ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-20/">โรงเรียนพัฒนาทักษะอาชีพนวดแผนไทยสำหรับผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลทับไทร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>การนวดแผนไทย</b><span style="font-weight: 400;">เป็นศาสตร์ที่มีการสืบทอดมายาวนาน เป็นการทำให้ร่างกายผ่อนคลายโดยใช้ทักษะสัมผัสด้วยการ บีบ จับ คลึง รีดเส้น เหยียบ ยัน กดจุด ดัด หรือกระตุ้นด้วยการสั่น ทำให้กล้ามเนื้อและระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้ดีขึ้นถือเป็นประเภทหนึ่งของการรักษา จากข้อมูลทางเศรษฐกิจพบว่า ธุรกิจร้านนวดและสปาในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 3.5 หมื่นล้านบาท และยังเติบโตมากกว่า 8 % ต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับทุกคน เพราะธุรกิจนี้ยังมีโอกาสทางเศรษฐกิจอีกมาก และที่สำคัญต้นทุนต่ำอาศัยการเรียนรู้ทักษะในการนวดเท่านั้น จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกของแรงงานที่ขาดโอกาส อย่างเช่นที่</span><b> จังหวัดจันทบุรี อำเภอโป่งน้ำร้อน ตำบลทับไทร</b><span style="font-weight: 400;"> มีการรวมตัวกันของผู้สูงอายุ เพื่อเรียนรู้วิชาชีพนวดไทย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในพื้นที่ตำบลทับไทรมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่กว่า 825 คน คิดเป็นร้อยละ 13.32 โดยมีผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาความยากจนและขาดการดูแลจากลูกหลานจำนวน 165 คน เนื่องจากคนวัยแรงงานต้องออกไปทำงานต่างพื้นที่ เป็นสาเหตุให้ผู้สูงอายุต้องเป็นผู้ดูแลบุตรหลานตามลำพัง ประกอบกับอายุที่มากจึงทำให้เป็นผู้ว่างงาน โดยส่วนมากอาศัยเพียงเบี้ยยังชีพในการดำรงชีวิตซึ่งไม่เพียงพอ นั่นจึงเป็น</span><b>จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดโครงการจัดสร้างอาชีพนวดแผนไทยให้กับผู้สูงอายุ </b><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากในตำบลบ้านทับไทรมีผู้เชี่ยวชาญการนวดแผนไทย ไม่ว่าจะเป็นวัดทับไทรที่สามารถให้ความรู้ในการอบสมุนไพร  หรือวัตร ศาลกวนอู พลังโพชฌงค์ ๗ ที่มีความรู้เกี่ยวกับการนวดกดจุดโดยใช้ไม้ปู่ชีวก และการฝังเข็ม </span></p>
<p><b>เทศบาลตำบลทับไทร</b><span style="font-weight: 400;"> จึงได้จัดทำโครงการ </span><b>พัฒนาทักษะชีวิตโรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลทับไทรเพื่อรากฐานคุณภาพชีวิตที่มั่นคง </b><span style="font-weight: 400;">โดยมีเป้าหมายให้</span><b>ผู้สูงอายุมีรายได้</b><span style="font-weight: 400;">และ</span><b>ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> จากการประกอบอาชีพนวดแผนไทยรวมทั้งมีโอกาสได้เข้าสังคมมากขึ้นจากการพูดคุยและทำกิจกรรรมร่วมกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักสูตรการอบรมในโครงการจะเน้นไปที่วิชาชีพการนวดแผนไทยโดยจะมีการให้ความรู้เรื่องของการนวดหลายรูปแบบ ทั้ง </span><b>การนวดกดจุดรักษาโรค การนวดเพื่อสุขภาพ การนวดลูกประคบ การนวดฝ่าเท้า การอบสมุนไพร </b><span style="font-weight: 400;">โดยจะใช้เวลาอบรมกว่า 40 ชั่วโมงในการนวดแต่ละแบบ</span> <span style="font-weight: 400;">รวมไปถึงการให้ความรู้ในการเป็นผู้ประกอบการ </span><b>ช่องทางการประกอบอาชีพ</b> <b>การบริหารจัดการในการประกอบอาชีพนวดแผนไทย/แผนโบราณ</b> <b>การสร้างเครือข่ายอาชีพนวดในพื้นที่</b> <b>การสร้างช่องทางการตลาด</b><span style="font-weight: 400;"> นอกจากนี้ทางเทศบาลตำบลทับไทรยังมีการประสานงาน เครือข่ายเอกชนเพื่อเป็นการรองรับการประกอบอาชีพนวดแผนไทยเช่น โรงพยาบาลโป่งน้ำร้อน วัดดงจิก วัดทับไทร สนามกอล์ฟชาเทียม  ศาลเจ้าแม่เขาเกลือ อ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ  เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จตามแผนงาน ทางเทศบาลตำบลทับไทรคาดการณ์ว่าจะทำให้เกิดการจัดตั้งศูนย์พัฒนาอาชีพสำหรับผู้สูงอายุ เกิดการสร้างภาคีเครือข่ายเพื่อสนับสนุนกลุ่มพัฒนาอาชีพนวดแผนไทยในระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด ทำให้หลักสูตรการนวดไทยได้รับการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้ </span><b>เกิดความภาคภูมิใจ นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและสุขภาพจิตที่ดี ในอนาคตทางเทศบาลตำบลทับไทรมีแผนงานที่จะจัดตั้งศูนย์พัฒนาอาชีพสำหรับกลุ่มผู้ด้อยโอกาสกลุ่มอื่นๆ ในชุมชน เช่นกลุ่มสตรี กลุ่มอสม. กลุ่มที่ต้องการการดูแลฟื้นฟูสุขภาพ เป็นต้น</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">ธุรกิจร้านนวดและสปาในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 3.5 หมื่นล้านบาท และยังเติบโตมากกว่า 8 % ต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะธุรกิจนี้ยังมีโอกาสทางเศรษฐกิจอีกมาก</span></p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-20/">โรงเรียนพัฒนาทักษะอาชีพนวดแผนไทยสำหรับผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลทับไทร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
