<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เกษตรกรรม | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/littlebig-blog/agriculture/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 12 May 2021 14:16:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>เกษตรกรรม | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กลุ่มเยาวชน ‘กอนกวยโซดละเว’ จัดทำโครงการต่อลมหายใจผ้าไหมชาวกวย สืบสานวัฒนธรรม และสร้างอาชีพให้กลุ่มเยาวชนด้อยโอกาสในชุมชน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-64/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 May 2021 14:16:54 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40929</guid>

					<description><![CDATA[<p>ต่อลมหายใจผ้าไหมชาวกวย&#8230;สร้างรายได้ให้ชุมชน จากผ้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-64/">กลุ่มเยาวชน ‘กอนกวยโซดละเว’ จัดทำโครงการต่อลมหายใจผ้าไหมชาวกวย สืบสานวัฒนธรรม และสร้างอาชีพให้กลุ่มเยาวชนด้อยโอกาสในชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>ต่อลมหายใจผ้าไหมชาวกวย&#8230;สร้างรายได้ให้ชุมชน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากผ้าไหมที่ทอใช้กันเอง สู่ผ้าไหมที่เป็นรายได้เสริมให้กับเกษตรกร</span><b>บ้านแต้พัฒนา จังหวัดศรีสะเกษ</b><span style="font-weight: 400;">  และเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ความนิยมการสวมใส่ผ้าไหมลดลง ส่งผลให้คนทอผ้าลดลง ความรู้ด้านการทอผ้าก็เริ่มจะหายไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเพราะแต่ไหนแต่ไรมา </span><b>‘อาชีพทอผ้า’</b><span style="font-weight: 400;"> มักส่งต่อและสืบทอดกันในลักษณะรุ่นต่อรุ่น ย่า ยายสอนให้แม่ แม่ส่งต่อให้ลูกสาว ขณะที่กระบวนการส่งต่อคือการทอให้เห็น และใช้ให้หยิบนู่นจับนี้ เด็ก ๆ ค่อย ๆ ซึมซับความรู้กันทีละเล็กละน้อย และเมื่อมือมีมัดกล้ามที่แข็งแรงมากพอ ก็จะเข้าสู่กระบวนการทออย่างเป็นเรื่องเป็นราว ดังนั้น การทอผ้าในช่วงที่ผ่านมา คือการทอด้วยจิตวิญญาณ ทอเพราะเห็นคุณค่าของผืนผ้า มากกว่าการทอเพื่อทำเป็น </span><b>‘ผลิตภัณฑ์’</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป การเอาวัฒนธรรมการทอมาสานต่อเป็นงานอาชีพเพื่อสร้างรายได้จุนเจือครอบครัว</span><span style="font-weight: 400;">ก็ไม่ใช่เรื่องผิดกติกาแต่อย่างใด และเมื่อไม่นานมานี้ด้วยการสนับสนุนจากหลาย ๆ ฝ่ายก็ทำให้ผ้าไหมที่เกือบจะถูกลืมไปแล้วกลับมามีลมหายใจได้อีกครั้ง</span> <span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญกลุ่มคนที่นำผ้าไหมทรงคุณค่าของชุมชนกลับมาคือ </span><b>‘กลุ่มเยาวชน’</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-40933" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>โครงการต่อลมหายใจผ้าไหมชาวกวยเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน </b><span style="font-weight: 400;">ที่ดำเนินการโดย</span><b> โรงเรียนบ้านโพธิ์กระสังข์ จังหวัดศรีสะเกษ </b><span style="font-weight: 400;">โดยมีขั้นตอนและกระบวนการทำงานการต่อยอดความรู้ด้านการทอผ้าคือ </span><b>การค้นหาคนมาสานต่อและสืบทอด</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>กลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;">ของ</span><b>โครงการต่อลมหายใจผ้าไหมชาวกวยเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน </b><span style="font-weight: 400;"> ในเบื้องต้นส่วนหนึ่งเป็น</span><b>เยาวชนกลุ่มเดิมที่เคยทำงานร่วมกันเมื่อครั้งทำโครงการเยาวชน </b><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากหลายคนมีทักษะพื้นฐานด้านการทอผ้า และเข้าใจกระบวนการทอผ้า แต่ยังขาดอุปกรณ์และเครื่องมือทำหรับการทอผ้า ขณะที่กลุ่มเป้าหมายอีกกลุ่ม คือ </span><b>คนว่างงานในชุมชน และชุมชนรอบ ๆ อีก 4 หมู่บ้านรวม 50 คน</b><span style="font-weight: 400;"> โดยที่หลายคนอาจจะยังไม่มีทักษะ และความรู้ด้านการทอผ้า บางคนอาจถนัดเรื่องการย้อม ก็เอามาร่วมพัฒนาทักษะเพื่อให้เขาได้มีอาชีพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับกระบวนการถัดมาเป็นเรื่องการแกะลาย ทางโครงการฯ เริ่มต้นจากให้กลุ่มเป้าหมายเรียนรู้ผ่านช่างทอมืออาชีพ เนื่องจากการแกะลายเป็นกระบวนการสำคัญ เพราะลายผ้าต้องเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย ดังนั้นการจะสร้างสรรค์ลายใหม่ๆ ต้องไม่ลืมลายเก่าๆ สำคัญกว่านั้น การแกะลายจะส่งผลไปถึงขั้นตอนการมัดหมี่ การวางเส้นด้าย การมัดลาย หรือ มัดหมี่ และการทอ </span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40932" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากความตั้งใจ และความมุ่งมั่น บวกกับความต้องการสานต่อศิลปะพื้นถิ่นของชุมชน ส่งผลให้ชุมชนเกิดรายได้กล่าวคือ </span><b>กลุ่มเป้าหมายมีพัฒนาการทางการทอผ้ามากขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น กลุ่มเป้าหมาย 10 คนผ่านการทอใน</span><b>ระดับที่เรียกว่าผู้เชี่ยวชาญ </b><span style="font-weight: 400;">สามารถทอลายยากๆ ได้ และเริ่มต้นทอผ้าขายเพื่อหารายได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากนั้นแล้ว ทางโครงการฯ ยังได้มีการจัดอบรมด้าน</span><b>การตลาดออนไลน์ </b><span style="font-weight: 400;">โดยเน้นไปที่ช่องทางโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก รวมถึงการออกร้านหรือจัดบูทตามสถานที่ราชการกรณีมีงาน ซึ่งส่งผลให้ผ้าโซดละเวเป็นที่รู้จักของกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโครงการได้ทำการอบรมฝึกฝนเสร็จสิ้นแล้ว ความสำเร็จหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องรอคอยตัวบ่งชี้ด้านรายได้คือ โครงการสามารถทำให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจและให้ความสำคัญกับการทอผ้าได้ ซึ่งนับว่าเป็นหมุดหมายอันสำคัญที่จะช่วยสร้างความภูมิใจในอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมท้องถิ่นแก่คนรุ่นต่อๆ ไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งยังทำให้ภาพของการอนุรักษ์ผ้าไหมชาวกวยเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายที่จบหลักสูตรออกไป เริ่มสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้แก่บุคคลภายนอกชุมชน ซึ่งนับว่าเป็นช่องทางสำคัญที่จะสร้างรายได้และสร้างการับรู้แก่สาธารณะได้รู้จัก ‘ของดี’ ประจำชุมชนแห่งนี้</span></p>
<p><img decoding="async" class="img-wide aligncenter wp-image-40931 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large64.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large64.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large64-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large64-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large64-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large64-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-64/">กลุ่มเยาวชน ‘กอนกวยโซดละเว’ จัดทำโครงการต่อลมหายใจผ้าไหมชาวกวย สืบสานวัฒนธรรม และสร้างอาชีพให้กลุ่มเยาวชนด้อยโอกาสในชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนยโสธรแก้ปัญหารายได้เกษตรกรสูงอายุ โดยเปิดสอนการสร้างมูลค่าเพิ่มจาก ‘ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง’ ที่หลงเหลือจากกระบวนการทำผ้าไหม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-58/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 May 2021 12:06:06 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40901</guid>

					<description><![CDATA[<p>บ้านน้ำอ้อมและบ้านโนนยาง จังหวัดยโสธร เป็นชุมชนที่ปลูกห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-58/">วิทยาลัยชุมชนยโสธรแก้ปัญหารายได้เกษตรกรสูงอายุ โดยเปิดสอนการสร้างมูลค่าเพิ่มจาก ‘ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง’ ที่หลงเหลือจากกระบวนการทำผ้าไหม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">บ้านน้ำอ้อมและบ้านโนนยาง จังหวัดยโสธร เป็นชุมชนที่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมสำหรับทอผ้าไหมกันอย่างกว้างขวาง ผู้ทอผ้าส่วนมากคือกลุ่มสตรีสูงอายุในชุมชน ช่วงแรกผลิตภัณฑ์ก็เป็นที่ต้องการของตลาด แต่เนื่องจากผ้าไหมมีราคาแพง ความนิยมจึงลดลง ทำให้รายได้จากการทอผ้าไหมลดตามไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อการขายผ้าไหมไม่เป็นไปตามเป้าประสงค์ที่วางไว้ จึงเกิดปัญหาเรื่องรายได้ </span><b>วิทยาลัยชุมชนยโสธร จังหวัดยโสธร</b><span style="font-weight: 400;"> จึงผลักดัน</span><b>โครงการพัฒนาทักษะเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่าของผลผลิตและวัสดุเหลือใช้จากการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และทอผ้า</b><span style="font-weight: 400;">ขึ้น เนื่องจากคณะทำงานเล็งเห็นว่า การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของคนในชุมชน มีวัตถุดิบที่สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้มากมาย อาทิ ลูกหม่อน รังไหม ดักแด้ และมูลไหม เป็นต้น </span><b>โครงการนี้จึงมุ่งเน้นการสร้างรายได้จากวัตถุดิบข้างต้น เพื่อเสริมรายได้ควบคู่กับการทอผ้าไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกกระบวนการผลิตสินค้า มักเกิดสิ่งที่เรียกว่าวัสดุ </span><b>‘เหลือทิ้ง’</b><span style="font-weight: 400;"> อยู่เสมอ ซึ่งวัสดุเหล่านี้มักถูกเมิน ไม่มีใครนำกลับมาใช้ประโยชน์ และกลายเป็นขยะที่ต้องกำจัดทิ้ง สวนทางกับการที่ทรัพยากรโลกที่มีอยู่จำกัดกำลังลดลง </span><b>การนำวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตมา ‘สร้าง’ ผลิตภัณฑ์ใหม่ จึงเป็นทางออกที่กำลังได้รับความสนใจ </b></p>
<p><b>ชัยวิวัฒน์ วงศ์สวัสดิ์ ผู้รับผิดชอบโครงการ </b><span style="font-weight: 400;">เล่าว่า</span> <span style="font-weight: 400;">“ตอนแรกที่เราเข้ามาในหมู่บ้าน เห็นชาวบ้านปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนที่อายุเยอะ ก็พลันคิดว่า อีกไม่นานอาชีพนี้คงหมดไปจากชุมชน พอสอบถามชาวบ้านก็ได้ข้อมูลว่า </span><b>งานทอผ้าเป็นงานหนัก ต้องใช้เวลาฝึกฝน เพราะส่วนใหญ่ทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลี้ยงไหม ปลูกหม่อน ตัดใบหม่อน สาวเส้นไหม ไปจนถึงการทอ </b><span style="font-weight: 400;">กว่าจะได้เป็นผ้าหนึ่งผืน ใช้เวลาประมาณสองเดือน” </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40907" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งจากการลงพื้นที่ ชัยวิวัฒน์พบว่า </span><b>ทั้งสองชุมชนมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ ทำให้ปลูกใบหม่อนได้ไม่พอสำหรับเลี้ยงหนอนไหม เนื่องจากชุมชนขาดแหล่งน้ำที่สำคัญ</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องเสียค่าไฟหรือค่าน้ำมันเพื่อสูบน้ำจากอีกหมู่บ้านหนึ่งมาใช้รดต้นหม่อน ทำให้ต้องเสียต้นทุนในส่วนนี้เป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ การดำเนินโครงการในช่วงเริ่มต้น จึงมุ่งไปที่เรื่องการจัดการระบบน้ำก่อน เพราะเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการปลูกหม่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เป้าหมายโครงการเราคือการสร้างอาชีพให้กลุ่มผู้ด้อยโอกาสและผู้มีรายได้น้อย ด้วยการเพิ่มรายได้จากวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต เราเลยมองว่าหากส่งเสริมให้ชาวบ้านทำได้ เขาจะมีรายได้เพิ่มขึ้น และเมื่อคนรุ่นหลังเห็นว่าการทอผ้ามีรายได้มากพอที่จะเลี้ยงครอบครัว พวกเขาก็อาจกลับมารักษาภูมิปัญญาด้านนี้ </span><b>แต่จากการสอบถามพบว่า ต้นทุนหลักของการทอผ้าคือการเลี้ยงไหม ซึ่งมีระบบน้ำเป็นปัจจัยสำคัญ เราก็เลยต้องปรับแผนมาช่วยเรื่องนี้ก่อน ถ้าไม่จัดการเรื่องนี้ เราก็ทำขั้นตอนอื่นๆ ไม่ได้</b><span style="font-weight: 400;">”</span><span style="font-weight: 400;"> ชัยวิวัฒน์เล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการนี้มีกลุ่มเป้าหมายจำนวน 50 คน ซึ่งในเบื้องต้นจะต้องเป็น</span><b>ผู้ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้า </b><span style="font-weight: 400;">โดยมีการวางแผนพัฒนาทักษะต่างๆ ตามเป้าประสงค์ ซึ่ง</span><b>ต้องการช่วยเกษตรกร</b><span style="font-weight: 400;">ให้สามารถ</span><b>เพิ่มรายได้จากการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้า</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่านการใช้ประโยชน์จาก </span><b>‘ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง’</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต เช่น ผลหม่อน ดักแด้ มูลไหม เศษใบหม่อน เศษรังไหม และเศษผ้าไหม เป็นต้น ซึ่งวัสดุเหล่านี้สามารถ</span><b>สร้างมูลค่าเพิ่ม</b><span style="font-weight: 400;">ด้วยการแปรรูปและจัดจำหน่ายได้ เช่น ดักแด้สามารถแปรรูปเป็นอาหารได้ เศษผ้าไหมสามารถประดิษฐ์เป็นของใช้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการอบรมทักษะการแปรรูปผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องแล้ว คณะทำงานยังให้ความสำคัญกับด้าน</span><b> ‘Digital Marketing’ </b><span style="font-weight: 400;">หรือ</span><b>การตลาดแบบดิจิทัล </b><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากเป็นช่องทางการจำหน่ายที่มีความสำคัญมากในปัจจุบัน ที่รัฐบาลรณรงค์ให้ประชาชนอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 </span><b>ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงลูกค้า และสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น การเปิดร้านบนสื่อสังคมออนไลน์ อย่างเฟซบุ๊ก ไลน์ และอินสตาแกรม เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนปัญหาเรื่องน้ำ ซึ่งคณะทำงานมองว่าเป็นปัญหาที่ต้องแก้เป็นอย่างแรกนั้น </span><b>คณะทำงานได้ประสานยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตั้งเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นการช่วยลดต้นทุนของการปลูกต้นหม่อน </b><span style="font-weight: 400;">โดยชาวบ้านช่วยกันดูแลระบบน้ำ เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม ส่งผลให้ในปัจจุบัน </span><b>มีเครื่องสูบน้ำรอบอ่างเก็บน้ำใกล้ชุมชน ซึ่งเป็นเครื่องมือสาธารณะที่ชาวบ้านสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกัน </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมีแหล่งน้ำสมบูรณ์และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ก็สามารถลดต้นทุนเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับการปลูกต้นหม่อนไปกว่า 7,500 บาท/เดือน ซึ่งผลสำเร็จจากการแก้ปัญหานี้ สามารถการันตีได้จากรอยยิ้มของ </span><b>แสงจันทร์ รัตนวัน หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เล่าอย่างมีความสุขว่า </span><span style="font-weight: 400;">“ดีใจมากๆ เพราะตอนนี้ไม่ต้องเสียเงินเยอะ สำหรับปลูกต้นหม่อน เมื่อก่อนเสียค่าไฟเดือนนึงก็หลายบาท” </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40906" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ แสงจันทร์ยังกล่าวการนำวัสดุเหลือทิ้ง เช่น รังไหม มาแปรรูปเพื่อสร้างรายได้อีกว่า เป็นสิ่งที่อยากรู้มานานแล้ว </span><span style="font-weight: 400;">“จริงๆ เราก็พอรู้มาบ้าง ว่าของพวกนี้นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ แต่เราไม่มีความรู้ ไม่รู้ว่าเขาทำกันอย่างไร จะออกไปอบรมข้างนอกก็ไม่ได้อีก เพราะต้องดูแลบ้าน ยิ่งช่วงเลี้ยงไหม เราแทบออกไปไหนไม่ได้เลย </span><b>กิจกรรมที่โครงการนี้มาทำร่วมกับชาวบ้าน ทำให้เราเห็นโอกาสสำหรับหารายได้เพิ่ม และได้ความรู้ด้านการแปรรูป ต่อจากนี้ ก็คงไม่ต้องทิ้งวัสดุเหลือทิ้งเหล่านี้อีกต่อไป</b><span style="font-weight: 400;">” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เกิดขึ้นกับแสงจันทร์และกลุ่มเป้าหมายคนอื่นๆ ที่บ้านน้ำอ้อมและบ้านโนนยาง เป็นผลสำเร็จจากการประสานงานระหว่างคณะทำงานจากวิทยาลัยชุมชนยโสธร ที่จัดหาวิทยากรที่เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาให้ความรู้ ทั้งการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ การจำหน่าย และการตลาด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะกระทบให้การดำเนินโครงการล่าช้าไปบ้าง แต่จากคำยืนยันของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ ก็สามารถพิสูจน์ได้ว่า</span> <span style="font-weight: 400;">โครงการนี้ช่วย</span><b>พัฒนาทักษะให้เกษตรกรสามารถเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือทิ้งอย่างตรงจุด</b><span style="font-weight: 400;"> อีกทั้งยังนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้านการขาย ซึ่งการพัฒนาทักษะ และกระบวนการคิดเรื่องการแปรรูปวัสดุเหลือทิ้ง ทำให้กลุ่มเป้าหมายสร้างรายได้เพิ่มจากอาชีพปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้า ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียต้นทุนไปอย่างเปล่าประโยชน์ </span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“จริงๆ เราก็พอรู้มาบ้าง ว่าของพวกนี้นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ แต่เราไม่มีความรู้ ไม่รู้ว่าเขาทำกันอย่างไร จะออกไปอบรมข้างนอกก็ไม่ได้อีก เพราะต้องดูแลบ้าน ยิ่งช่วงเลี้ยงไหม เราแทบออกไปไหนไม่ได้เลย กิจกรรมที่โครงการนี้มาทำร่วมกับชาวบ้าน ทำให้เราเห็นโอกาสสำหรับหารายได้เพิ่ม และได้ความรู้ด้านการแปรรูป ต่อจากนี้ ก็คงไม่ต้องทิ้งวัสดุเหลือทิ้งเหล่านี้อีกต่อไป” </span><b>แสงจันทร์ รัตนวัน หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40905 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large58.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large58.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large58-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large58-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large58-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large58-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-58/">วิทยาลัยชุมชนยโสธรแก้ปัญหารายได้เกษตรกรสูงอายุ โดยเปิดสอนการสร้างมูลค่าเพิ่มจาก ‘ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง’ ที่หลงเหลือจากกระบวนการทำผ้าไหม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิสาหกิจชุมชนภูสิบแสน เปิดโครงการฝึกอาชีพเสริมให้กับเกษตรกรผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ ช่วยสร้างรายได้ระหว่างวิกฤติพืชผลราคาตกต่ำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-40/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 May 2021 08:31:42 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40773</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความห่างไกลและกันดารของพื้นที่อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-40/">วิสาหกิจชุมชนภูสิบแสน เปิดโครงการฝึกอาชีพเสริมให้กับเกษตรกรผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ ช่วยสร้างรายได้ระหว่างวิกฤติพืชผลราคาตกต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ความห่างไกลและกันดารของพื้นที่</span><b>อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่เพียงทำให้ชาวบ้านต้องทุกข์ยากจากข้อจำกัดในการประกอบอาชีพแล้ว พืชเศรษฐกิจสำคัญที่ปลูกได้ในพื้นที่ เช่น มะพร้าว ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ยังเผชิญ</span><b>ปัญหาราคาตกต่ำ</b><span style="font-weight: 400;">อย่างต่อเนื่อง ซ้ำเติมให้เกษตรกรเดือดร้อน มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต</span><span style="font-weight: 400;"> แม้ชุมชนจะมีแหล่งทรัพยากรและแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์เหมาะกับการทำการเกษตรก็ตาม</span></p>
<p><b>วิสาหกิจชุมชนสวนเกษตรอินทรีย์ภูสิบแสน (ต้นแบบ) ตำบลเขาพระ อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของชาวบ้านที่ต้องการสร้างรายได้ และมีประสบการณ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่มานาน ได้เล็งเห็นโอกาสในการ</span><b>ส่งเสริมอาชีพให้แก่แรงงานนอกระบบ</b><span style="font-weight: 400;">ในพื้นที่ จึงจัดทำ </span><b>“โครงการพัฒนาอาชีพเพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับแรงงานนอกระบบ”</b><span style="font-weight: 400;"> โดยมีเป้าหมายเพื่อ</span><span style="font-weight: 400;">เติมความรู้เกี่ยวกับการ</span><b>แปรรูปผลผลิตทางด้านการเกษตร</b><span style="font-weight: 400;"> และหาทางออกในการแก้ปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำผ่านการนำ</span><b>ผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม</b></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40778" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small40-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small40-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small40-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small40-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small40-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small40-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>วิสาหกิจชุมชนสวนเกษตรอินทรีย์ภูสิบแสน </b><span style="font-weight: 400;">จึงเริ่มต้นออกแบบหลักสูตรอบรมจากกา</span><b>รวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> รวมถึงการ</span><b>สำรวจต้นทุนของชุมช</b><span style="font-weight: 400;">นต่าง ๆ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ </span><b>สภาเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช </b><span style="font-weight: 400;">และ</span><b>บุคลากรจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช</b><span style="font-weight: 400;"> จนได้ออกมาเป็น </span><b>4 หลักสูตร</b><span style="font-weight: 400;">ตามสาขาอาชีพ คือ </span></p>
<ol>
<li><b> การเลี้ยงผึ้งโพรง </b></li>
<li><b> การเพาะเลี้ยงเห็ดแครงและแปรรูปเห็ดอบแห้งหรือน้ำพริก </b></li>
<li><b> การแปรรูปสินค้าจากมะพร้าว</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น น้ำมันมะพร้าว ยาหม่อง ยาสระผม</span></li>
<li><b> การแปรรูปกล้วย</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยแต่ละหลักสูตรนั้นมีความสอดคล้องกับทรัพยากรท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่น </span><b>ตำบลเขาพระ</b><span style="font-weight: 400;">มีมะพร้าวบนเขาเยอะ ส่วนฝั่งที่ติดกับ</span><b>ตำบลพิปูน</b><span style="font-weight: 400;">จะปลูกกล้วยหินนำมาแปรรูปได้ หรือ</span><b>ตำบลยางค้อม</b><span style="font-weight: 400;">มีสวนผลไม้ก็เหมาะกับการเลี้ยงผึ้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากออกแบบหลักสูตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อย ทางโครงการฯ ยังได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ก่อนจะเริ่มต้นจัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจถึงภาพรวมและแผนการดำเนินงานเพื่อให้เห็นภาพและสร้างเป้าหมายร่วมกัน จากนั้นจึงอบรมเติมความรู้ทักษะอาชีพทั้ง 4 หลั</span><span style="font-weight: 400;">กสูตร ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้ง 50 คน </span></p>
<p><b>ประไพพรรณ มะลิวัลย์ ประธานกลุ่มการแปรรูปกล้วย</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าให้ฟังว่า “ตอนนี้กลุ่มนำกล้วยมาแปรรูปทำครองแครงกรอบกับแป้งกล้วยก่อน ซึ่งทางโครงการฯ เปิดโอกาสให้บริหารจัดการกันเอง จนตอนนี้เริ่มสร้างรายได้ได้แล้ว โดยกลุ่มได้มีการตั้งร้านขายที่บ้าน ขายในร้านค้าชุมชน ครองแครงกรอบขายกระปุกละ 35 บาท ขาย 3 กระปุก 100บาท ส่วนแป้งกล้วยจะใส่ถุงซิป มีหลายขนาด มีทั้งถุงละ 50, 100 และ 200 บาท ทำให้รู้สึกโชคดีมากที่ได้มาเข้าร่วมโครงการฯ เพราะนอกจะทำให้มีอาชีพ แล้วก็ทำกินเองได้ ไม่ต้องซื้อ ลดรายจ่าย </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40779" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small40-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small40-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small40-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small40-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small40-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small40-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดการดำเนินงานและการจัดอบรมนั้น ทางโครงการฯ </span><span style="font-weight: 400;">ได้ใช้หลักการเปิดกว้าง รับฟัง พยายามเปิดโอกาสให้ทุกคนได้คิด มีส่วนร่วมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในทุกกระบวนการทำงาน รวมถึงการฝึกแก้ปัญหาด้วยตนเอง กล่าวคือเมื่อก่อนหากในพื้นที่มีหน่วยงานมาอบรมเรื่องการทำสบู่ พออบรมเสร็จ ผู้เข้าร่วมอบรมได้ของไปใช้ ดีใจ จบแค่นั้น แต่สำหรับโครงการฯ นี้ กลุ่มเป้าหมายต้องรู้แหล่งซื้อวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ แหล่งออกแบบโลโก้ รู้แหล่งที่จะขาย หรือเรียกว่าสามารถเดินจากต้นทางสู่ปลายทาง ให้ครบจบกระบวนการได้เองทั้งหมด จนสามารถ</span><b>ก่อ</b><b>ตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนได้ทั้ง 4 กลุ่ม</b><span style="font-weight: 400;"> และเป้าหมายสุดท้ายอันได้แก่ การยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่การเป็นสินค้า </span><b>OTOP</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี โครงการนี้เป็นเพียงตัวอย่างของการลุกขึ้นมาหยิบต้นทุนชุมชน อย่างสินค้าทางการเกษตรและของใกล้ตัวมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่ผ่านการอบรมก็เริ่มนำเอาทักษะไปใช้สร้างรายได้เสริม แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ความสำเร็จของกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้จะกลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ ในชุมชนเริ่มคิดริเริ่มสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์แปรรูปของตัวเอง เพราะการเริ่มต้นพึ่งพาตนเองโดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากภาคส่วนใด ย่อมเป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนที่สุด โดยหน่วยพัฒนาอาชีพฯ จะทำหน้าที่ส่งเสริมให้คำแนะนำแก่กลุ่มคนที่ขาดโอกาส เพื่อที่พวกเขาได้เกิด</span><span style="font-weight: 400;">กระบวนการคิดและมีความสามารถในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะทำให้ตัวเขาเองและชุมชนมีความแข็งแรงขึ้นได้</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40777 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large40.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large40.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large40-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large40-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large40-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large40-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-40/">วิสาหกิจชุมชนภูสิบแสน เปิดโครงการฝึกอาชีพเสริมให้กับเกษตรกรผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ ช่วยสร้างรายได้ระหว่างวิกฤติพืชผลราคาตกต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มอีโต้น้อยผุดโครงการฝึกทักษะอาชีพและทัศคติที่ดีให้กับชาวบ้านโคกล่าม เพื่อฝ่าฟันภัยแล้งในชุมชนอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/ontheway-17/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 May 2021 07:43:50 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40547</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการสร้างปัญญาฝึกทักษะเพื่อพัฒนาอาชีพผู้ด้อยโอกาส จั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/ontheway-17/">กลุ่มอีโต้น้อยผุดโครงการฝึกทักษะอาชีพและทัศคติที่ดีให้กับชาวบ้านโคกล่าม เพื่อฝ่าฟันภัยแล้งในชุมชนอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>โครงการสร้างปัญญาฝึกทักษะเพื่อพัฒนาอาชีพผู้ด้อยโอกาส</b><span style="font-weight: 400;"> จัดทำขึ้นมาโดย</span><b>ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนกลุ่มอีโต้น้อย</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อพัฒนาผู้ด้อยโอกาสในชุมชนโคกล่ามที่ประสบ</span><b>ปัญหาด้านรายได้และภาระหนี้สิน</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากช่วงวลาที่ผ่านมาชุมชนได้ประสบ</span><b>ปัญหาภัยแล้ง</b><span style="font-weight: 400;">ทำให้ไม่สามารถสร้างผลผลิตทางการเกษตรได้ ส่งผลต่อมาเป็นปัญหามากมายในชุมชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเป้าหมายของโครงการจึงเป็นผู้ด้อยโอกาสในหลายช่วงวัยคือ กลุ่มเกษตรกรวัยทำงาน กลุ่มเยาวชนช่วงวัยเรียน กลุ่มเกษตรผู้สูงอายุ ที่เป็น</span><b>ผู้ด้อยโอกาสและขาดแคลนทุนทรัพย์จำนวน 50 คน</b><span style="font-weight: 400;"> ที่สนใจการพัฒนาทักษะเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของตน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้กลุ่มเป้าหมายแล้ว โครงการก็ลงพื้นที่เพื่อทำการวิเคราะห์ชุมชนและพบว่าพื้นที่บ้านโคกล่ามมีศักยภาพที่เป็นต้น</span><b>ทุนของชุมชน 4 ประเภท</b><span style="font-weight: 400;"> คือ</span><b> ทุนด้านความรู้ ทุนด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และทุนด้านภาคีเครือข่าย</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งต้นทุนทั้งหมดนี้ช่วยทำให้ทิศทางการพัฒนามีความชัดเจนมากขึ้นนั่นคือการฝึกฝนทักษะอาชีพพื้นฐานที่สร้างรายได้ได้จริง โดยเฉพาะการ</span><b>เพาะกล้าไม้</b><span style="font-weight: 400;">ที่เป็นตุ้นทุนทางทักษะที่คนในชุมชนมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกล้าประดู่ ยางนา พยุง มะฮอกกานี ต้นรัง ฯลฯ ซึ่งโครงการจะช่วยเสริมองค์ความรู้ที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 อย่างการใช้นวัตกรรมต่างๆ การตลาดออนไลน์ การจัดทำบัญชีต้นทุนและบัญชีครัวเรือน เข้ามาช่วยยกระดับการทำงานของชุมชนด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้หลักสูตรของโครงการยังสอดแทรกการ</span><b>ปลูกฝังทัศนคติ</b><span style="font-weight: 400;">ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใจตัวเอง การเห็นคุณค่าภายในตัวเอง การคิดอย่างเป็นระบบและมีเหตุผล รวมถึงการถอดบทเรียนความสำเร็จและปัญหาอุปสรรค เพื่อเป็นแนวทางให้กับสมาชิกในการพัฒนาต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากที่โครงการได้ฝึกฝนทักษะให้กับกลุ่มเป้าหมายตามหลักสูตรที่วางไว้ เจ้าหน้าที่โครงการก็ได้เห็นความก้าวหน้าของกลุ่มเป้าหมาย อาทิ การพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ความเข้าใจบริบทของชุมชนมากขึ้น และที่สำคัญคือสมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเพาะกล้าไม้ โดยผู้รับผิดชอบโครงการได้เล่าให้ฟังว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หลังจากที่เราได้เติมความรู้ด้านการเพาะกล้าไม้ให้กับสมาชิก เขาก็เอาทักษะไปทำกันจริงๆ ซึ่งสามารถจำหน่ายออกไปได้และ</span><b>มีรายได้เสริมวันละ 200 – 300 บาท </b><span style="font-weight: 400;">บางวันมีคนมาซื้อที่หน้าร้านได้เป็นหลักพันก็มี ซึ่งในลำดับต่อไปเราจะพยายามสร้างเครือข่ายการตลาดให้มากขึ้น เพื่อเป็นช่องทางในการซื้อ-ขายสินค้าให้กับคนในชุมชน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การวิเคราะห์ชุมชนอย่างถี่ถ้วนบวกกับความสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาของศูนย์การเรียนรู้ชุมชนกลุ่มอีโต้น้อย ทำให้การดำเนินโครงการมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและสามารถสร้างทักษะอาชีพให้กับคนในชุมชนได้อย่างเข้มแข็ง ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากอาชีพเสริมแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมภายในชุมชนด้วย เพราะความสำเร็จของการนำพันธุ์ไม้ที่มีอยู่ในชุมชนมาเพาะขายนั้น ช่วยให้คนในชุมชน</span><b>ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากร</b><span style="font-weight: 400;">ที่มีอยู่ โดยเฉพาะ</span><b>ป่าของชุมชน</b><span style="font-weight: 400;">ที่ในปัจจุบันกำลังได้รับการดูแลจากคนในชุมชนมากขึ้น</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11933" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/CommuBlog-017@2x.png" alt="" width="1200" height="631" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/CommuBlog-017@2x.png 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/CommuBlog-017@2x-300x158.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/CommuBlog-017@2x-1024x538.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/CommuBlog-017@2x-768x404.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/CommuBlog-017@2x-750x394.png 750w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/ontheway-17/">กลุ่มอีโต้น้อยผุดโครงการฝึกทักษะอาชีพและทัศคติที่ดีให้กับชาวบ้านโคกล่าม เพื่อฝ่าฟันภัยแล้งในชุมชนอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยกระดับทักษะเกษตรกรชาวลีซูเพื่อผลิตกาแฟสเปเชียลตี้ ตอบโจทย์คนรักกาแฟที่ ‘รสชาติ’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 May 2021 07:19:23 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40525</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้ว่าในอดีต ‘บ้านเลาวู’ จะเคยเลี้ยงชีพด้วยการปลูกฝิ่น  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-19/">ยกระดับทักษะเกษตรกรชาวลีซูเพื่อผลิตกาแฟสเปเชียลตี้ ตอบโจทย์คนรักกาแฟที่ ‘รสชาติ’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าในอดีต </span><b>‘บ้านเลาวู’</b><span style="font-weight: 400;"> จะเคยเลี้ยงชีพด้วยการปลูกฝิ่น แต่ทุกวันนี้ได้พลิกฟื้นผืนดินสู่ </span><b>‘ถิ่นกาแฟอาราบิก้า’</b><span style="font-weight: 400;"> แหล่งผลิตกาแฟชั้นดีซึ่งอัดแน่นด้วยคุณภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ แต่</span><b>น่าเสียดายที่แม้ว่าเมล็ดพันธุ์กาแฟของบ้านเลาวูจะโดดเด่นเพียงไร ชาวบ้านส่วนใหญ่กลับขายได้แต่เมล็ดกาแฟสดเท่านั้น</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งมีราคาเพียง 20 บาท/กิโลกรัม </span></p>
<p><b>วิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติลีซู </b><span style="font-weight: 400;">ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ จึงจัดทำ</span><b>โครงการพัฒนาเเละยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้มีรายได้น้อย</b><span style="font-weight: 400;">ขึ้น</span> <span style="font-weight: 400;">เพื่อเพิ่มทักษะความรู้ ความเข้าใจในการปลูกและแปรรูปกาแฟอย่างครบวงจร ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มรายได้ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรและผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ </span></p>
<p><b>สราวุฒิ ภมรสุจริตกุล ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติลีซู</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า </span><b>โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อให้ความเป็นอยู่ของคนในชุมชนดีขึ้น และหวังว่าการปลูกกาแฟจะช่วยรักษาป่าชุมชน และฟื้นฟูทรัพยากรให้กลับมาสมบูรณ์</b><span style="font-weight: 400;"> โดยตั้งกลุ่มเป้าหมายไว้ 150 คน ซึ่งเป็นผู้ด้อยโอกาสและผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยเฉพาะเกษตรกรผู้มีรายได้ไม่แน่นอนจากการทำเกษตร และผู้ปลูกกาแฟเดิมที่ขาดทักษะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระบวนการทำงานเริ่มต้นจาก </span><b>‘เวทีวิเคราะห์ปัญหา’</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายสำรวจตนเองและปัญหาของชุมชน ว่า</span><b>ปัญหาของชุมชนคืออะไร, จะแก้ปัญหานั้นๆ ได้อย่างไร, และถ้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงๆ ภายในระยะเวลาห้าปี ต้องทำอย่างไร </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งสราวุฒิอธิบายว่า</span> <span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่จะช่วยให้พวกเขามีชีวิตดีขึ้นมี 4 เรื่องหลักๆ </span><b>(1) คือการสร้างโรงงานกาแฟ (2) คือการพัฒนาแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค (3) คือการปลูกพืชชนิดใหม่ที่ไม่ใช่กะหล่ำ และ (4) คือการแปรรูปผลผลิตจากพืชผัก </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งได้ข้อสรุปว่าควรเดินหน้าเรื่องกาแฟก่อน เพราะเป็นความต้องการของชาวบ้าน และสอดคล้องกับเป้าหมายโครงการที่มุ่งส่งเสริมการทำกาแฟแบบครบวงจร” </span></p>
<div class="img-2col"><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-40531 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small19-01-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small19-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small19-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small19-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small19-01-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small19-01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /> <img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-40532 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small19-02-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small19-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small19-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small19-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small19-02-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small19-02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><b>การผลิตกาแฟให้ได้ผลผลิตคุณภาพดี ต้องเริ่มตั้งแต่ ‘กระบวนการปลูก’</b><span style="font-weight: 400;"> คณะทำงานจึงจัดอบรมการปลูกกาแฟ และการดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยมี</span><b>อาจารย์จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นวิทยากร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สมัยก่อน เมื่อต้นกาแฟออกดอกออกผล ชาวบ้านจะเก็บผลกาแฟขายทันที โครงการจึงพยายามเสริมทักษะ </span><b>‘การแปรรูปกาแฟ’</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผลผลิตกาแฟมีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยมี </span><b>ชาตรี บุญช้างเที้ยน </b><span style="font-weight: 400;">เป็นวิทยากร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รางวัลอันดับ 1 และ 4 จากเวทีแข่งขัน Thailand Coffee Fest </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากที่นำเมล็ดกาแฟมาแปรรูปด้วยการตากแดดแล้ว กลุ่มเป้าหมายต้องนำเมล็ดกาแฟมาสี หรือกระเทาะเปลือกออกก่อน จากนั้นจึงค่อยเรียนรู้ </span><b>‘การคัดแยกเกรดเมล็ดกาแฟ’</b><span style="font-weight: 400;"> ต่อ โดยมี </span><b>จิรพรรณ​ ประกอบกิจ </b><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในคณะทำงานที่ผ่านการอบรมเรื่องการคัดแยกเกรดเมล็ดกาแฟ เป็นวิทยากร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ กว่าที่จะนำเมล็ดกาแฟมาทำเป็นเครื่องดื่มได้ จะต้องผ่านกระบวน </span><b>‘การคั่ว’</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อน โดยมี </span><b>อาจารย์นเรศ ปินตาเลิศ </b><span style="font-weight: 400;">จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นวิทยากร นอกจากนี้ คณะทำงานยังชักชวน </span><b>ธีรศักดิ์ ภมรสุจริตกุล </b><span style="font-weight: 400;">รุ่นน้องในชุมชน มาสอนวิธีการนำวัสดุที่เหลือจากการทำกาแฟ เช่น ใบกาแฟ ดอกกาแฟ และเปลือกกาแฟ </span><b>มาอบแห้งเพื่อทำชา ซึ่งนอกจากจะเก็บไว้บริโภคในครัวเรือนเพื่อลดรายจ่ายแล้ว ยังจำหน่ายเป็นรายได้เสริมได้อีกด้วย </b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าโครงการจะยังไม่สิ้นสุด แต่ก็มีกลุ่มเป้าหมายหลายคนเริ่มนำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมไปพัฒนาผลผลิตกาแฟของตนเองแล้ว ดังเช่น </span><b>อะสะผากา จือจา หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เล่าว่าสมัยที่ปลูกกะหล่ำ ปลูกข้าว รายได้ไม่แน่นอน บางปีก็ขายไม่ได้จนขาดทุน เมื่อเห็นโครงการประกาศรับสมัคร ก็เลยสนใจการปลูกกาแฟ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ซึ่งพอได้เรียน ก็ได้ความรู้เรื่องการผลิตกาแฟเยอะมาก และรู้สึกว่าการแปรรูปไม่ได้ยากอย่างที่คิด </span><b>เมื่อก่อนคิดว่าการจะปลูกกาแฟต้องมีความรู้ ต้องมีต้นทุน ทำได้ยาก</b><span style="font-weight: 400;"> แต่พอได้มาอบรม ก็ได้ลองคัดแยกเมล็ดกาแฟเอง ได้ลองดูผลผลิตของตัวเอง ว่ามีคุณภาพแค่ไหน </span><b>พอรู้จักเลือกเก็บและคัดเมล็ดกาแฟก็ขายได้ราคาดีขึ้น จากกิโลกรัมละ 16 บาท เป็น 19 บาท มีรายได้เพิ่มมา 9,000 บาท</b><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">อะสะผากาเล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และ</span><b>เมื่อชาวบ้านหันมาปลูกกาแฟมากขึ้น การตัดไม้ทำลายป่าก็ลดลง เนื่องจากกาแฟไม่ต้องการพื้นที่สำหรับปลูกเหมือนข้าวโพด ทำให้พื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> โครงการนี้จึงมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าด้วยอีกประการหนึ่ง  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลสัมฤทธิ์ของโครงการที่เห็นได้ชัดก็คือ ชาวบ้านมีกระแสตอบรับเกี่ยวกับการพัฒนาชีวิตของเขาดีขึ้นมาก </span><b>จากที่เคยปลูกแต่กะหล่ำ ตอนนี้ก็มีทางเลือกเพิ่มขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งจะกลายเป็นดัชนีที่ชี้ว่ารายได้ของชาวบ้านมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น เป็นความคาดหวังของโครงการในระยะยาว นอกจากนี้ </span><b>อีกสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ มุมมองของชาวบ้านเริ่มเปลี่ยนไป</b><span style="font-weight: 400;"> จากที่ต้องซื้อชากิน ตอนนี้ก็เริ่มผลิตเอง เริ่มเรียนรู้ว่าส่วนที่เหลือจากการทำกาแฟสามารถแปรรูปได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเนื่องจากโครงการ ใช่มีเพียงคุณภาพชีวิตของชาวบ้านเลาวูที่ดีขึ้น และพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์มากขึ้นเท่านั้น แต่</span><b>คณะทำงานยังยืนยันว่า ศักยภาพของพวกเขาเองก็พัฒนาขึ้นอย่างมหาศาลเช่นกัน</b></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40530" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large19.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large19.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large19-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large19-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large19-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large19-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งสราวุฒิเล่าว่า </span><span style="font-weight: 400;">“ผมใช้คำว่า ‘มหาศาล’ จริงๆ เพราะเป็นสิ่งที่เราอยากทำ อยากเห็นชุมชนเติบโตขึ้น แต่</span><b>ถ้าเราทำคนเดียว หรือว่าเราใช้งบตัวเอง ก็ไม่รู้ว่าอีกกี่สิบปี ถึงจะเกิดภาพนี้ได้</b><span style="font-weight: 400;"> การทำโครงการนี้ทำให้เราเข้าถึงชุมชนมากขึ้น ได้ฝึกการทำงาน น้องในทีมหลายคนไม่กล้าพูดต่อหน้าสาธารณะ ก็มีโอกาสได้พูด และก็ได้ฝึกทำงานเป็นทีม ได้บริหาร จัดการ และวางแผนด้วยตนเอง จึงได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือแรงผลักดันที่ทำให้ทุกคนเติบโต” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรียกได้ว่า นอกจากโครงการนี้จะช่วยพัฒนากลุ่มเป้าหมายได้ตามจุดมุ่งหมายที่วางไว้แล้ว ยังช่วยพัฒนาและยกระดับทักษะของคณะทำงานควบคู่ไปด้วย ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ดีจากการร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อวิเคราะห์และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน </span><b>ให้ทุกฝ่ายต่างมีภูมิคุ้มกันซึ่งจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนและมั่นคง</b></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“ซึ่งพอได้เรียน ก็ได้ความรู้เรื่องการผลิตกาแฟเยอะมาก และรู้สึกว่าการแปรรูปไม่ได้ยากอย่างที่คิด เมื่อก่อนคิดว่าการจะปลูกกาแฟต้องมีความรู้ ต้องมีต้นทุน ทำได้ยาก แต่พอได้มาอบรม ก็ได้ลองคัดแยกเมล็ดกาแฟเอง ได้ลองดูผลผลิตของตัวเอง ว่ามีคุณภาพแค่ไหน พอรู้จักเลือกเก็บและคัดเมล็ดกาแฟก็ขายได้ราคาดีขึ้น จากกิโลกรัมละ 16 บาท เป็น 19 บาท มีรายได้เพิ่มมา 9,000 บาท” </span><b>อะสะผากา จือจา หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40529 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_019.png" alt="" width="2501" height="2501" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_019.png 2501w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_019-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_019-1024x1024.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_019-150x150.png 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_019-768x768.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_019-1536x1536.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_019-2048x2048.png 2048w" sizes="(max-width: 2501px) 100vw, 2501px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-19/">ยกระดับทักษะเกษตรกรชาวลีซูเพื่อผลิตกาแฟสเปเชียลตี้ ตอบโจทย์คนรักกาแฟที่ ‘รสชาติ’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มอีโต้น้อยผุดโครงการฝึกทักษะอาชีพและทัศคติที่ดีให้กับชาวบ้านโคกล่าม เพื่อฝ่าฟันภัยแล้งในชุมชนอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-17/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 May 2021 06:54:52 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40503</guid>

					<description><![CDATA[<p>จังหวัดบุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่ประสบปัญหาภัยแล้งมาอย่างย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-17/">กลุ่มอีโต้น้อยผุดโครงการฝึกทักษะอาชีพและทัศคติที่ดีให้กับชาวบ้านโคกล่าม เพื่อฝ่าฟันภัยแล้งในชุมชนอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">จังหวัดบุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่ประสบปัญหาภัยแล้งมาอย่างยาวนาน ผลร้ายที่เกิดขึ้นคือเกษตรกรในหลายพื้นที่ขาดแคลนทรัพยากรน้ำในการทำการเกษตร ความเดือดร้อนนี้ครอบคลุมไปถึงพื้นที่บ้านโคกล่าม อำเภอลำปลายมาศ ที่เกษตรกรจำนวนมากอยู่ในสถานะที่ขาดแคลนรายได้</span></p>
<p><b>ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนกลุ่มอีโต้น้อย</b><span style="font-weight: 400;"> จึงได้ริเริ่มโครงการสร้างปัญญาฝึกทักษะเพื่อพัฒนาอาชีพผู้ด้อยโอกาส เพื่อเข้ามาแก้ปัญหาที่เกษตรกรกำลังเผชิญหน้าอยู่ </span><b>วีระ สิทธิสาร ผู้จัดการศูนย์การเรียนรู้อีโต้น้อย </b><span style="font-weight: 400;">เล่าว่า</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40509" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small_17-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small_17-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small_17-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small_17-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small_17-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small_17-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ที่ผ่านมาสิ่งที่ศูนย์การเรียนรู้ฯ ทำคือ เน้นให้ชาวบ้านมีกินจากการปลูกพืชแบบผสมผสาน ทั้งไม้ผล ไม้ยืนต้น ผัก และเลี้ยงสัตว์ เราจึง</span><b>ใช้ฐานทุนเรื่องต้นไม้และเมล็ดพันธุ์ที่มีอยู่ในชุมชนมาทำโครงการฯ ด้วยการสอนชาวบ้านเพาะกล้าไม้ เพื่อใช้ต่อยอดเป็นอาชีพเสริม และอยากให้เกิดเครือข่ายของคนที่เพาะกล้าไม้ให้มีการช่วยเหลือแบ่งปันและแลกเปลี่ยนกัน</b><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การอบรมฝึกฝนที่โครงการจัดขึ้นคือการส่งเสริมทักษะการเพาะกล้าไม้ โดยได้ </span><b>พ่อคำเดื่อง ภาษี ปราชญ์ชาวบ้านของจังหวัดบุรีรัมย์</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>คุณสมศรี สุริเย มืออาชีพเพาะกล้าไม้ขาย </b><span style="font-weight: 400;">เข้ามาเป็นวิทยากรในการกระตุ้นกำลังใจ และเสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มเป้าหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความที่ชุมชนมี ‘ทรัพยากรป่าชุมชน’ ที่เป็นต้นทุนของพื้นที่ ทำให้อาชีพการเพาะกล้าไม้สอดคล้องกับสิ่งที่ชุมชนมีอยู่แล้วเป็นอย่างดี ในการอบรมโครงการได้บ่มเพาะทักษะการเพาะกล้าไม้เศรษฐกิจอย่าง ไม้ยางนา ไม้แดง ไม้ประดู่ เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากทักษะอาชีพแล้ว โครงการยังให้ความสำคัญกับทักษะทางการตลาดอย่างการ</span><b>เล่าเรื่องต้นไม้</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นวิธีการทางการตลาดออนไลน์ ที่จะช่วยสร้างความน่าสนใจในการโพสต์จำหน่ายสินค้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราสอนเรื่องการตลาดออนไลน์ด้วย ทั้งวิธีเล่นไลน์และเฟซบุ๊กเบื้องต้น เพื่อให้ใช้เป็น นอกจากนี้ยังมีช่องทางประชาสัมพันธ์ผ่านสถานีวิทยุจังหวัดบุรีรัมย์ ถ้าเป็นตลาดปกติก็จะให้กลุ่มเป้าหมายฝึกเล่าให้ผู้ซื้อฟัง ซึ่งในอนาคตนอกจากกล้าไม้ ทางกลุ่มจะขยับไปที่ไม้ประดับเพื่อความสวยงาม</span><span style="font-weight: 400;">ด้วย” วีระเล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือไปจากการอบรมทักษะที่โครงการได้จัดทำขึ้นแล้ว ยังมีแนวทางอบรมทัศนคติวิถีความพอเพียงที่จะสร้างแนวคิดการพึ่งพาตนเองและพึ่งพาชุมนมในการสร้างรายได้และเลี้ยงดูครัวเรือน</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40510" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small_17-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small_17-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small_17-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small_17-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small_17-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small_17-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้วเมื่อหลักสูตรการอบรมของโครงการได้จบลง กลุ่มเป้าหมายทุกคนสามารถมีรายได้จากการขายกล้าไม้ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้กับครัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ </span><b>คำบุ่ง ขวาหาญ </b><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย </span><span style="font-weight: 400;">เล่าว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้ทำหน้าที่ขายกล้าไม้ผ่านเฟซบุ๊กของตัวเอง และขายให้เพื่อนในกลุ่ม โดยถ่ายรูปต้นไม้พร้อมเรื่องเล่า บอกราคา จากที่ตอนแรกมองภาพแค่เป็นเพียงรายได้เสริม แต่ตอนนี้กำลังจะเป็นรายได้ประจำ</span><span style="font-weight: 400;">แล้ว”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสำเร็จของโครงการนอกจากการ</span><b>สร้างรายได้</b><span style="font-weight: 400;">ให้กับกลุ่มเป้าหมายแล้ว ยังเป็นการ</span><b>สร้างความสุขและความเข้มแข็ง</b><span style="font-weight: 400;">ให้กับชุมชนด้วย เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายไม่จำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเติมกับเครื่องมือหรืออื่นๆ เพื่อผลิตสินค้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสรุปของโครงการนี้จึงเป็นเรื่องราวของการออกแบบบทเรียนอาชีพที่มีต้นทุนจาก</span><b> ‘ทรัพยากรของชุมชน’ </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งหาได้ง่าย ใกล้ตัว ทำให้ชุมชนสามารถเติบโตเป็นกล้าพันธุ์ที่แข็งแรงและยั่งยืน พร้อมที่จะต่อยอดเส้นทางอาชีพเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของตนเองและชุมชน</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">ใช้ฐานทุนเรื่องต้นไม้และเมล็ดพันธุ์ที่มีอยู่ในชุมชนมาทำโครงการฯ ด้วยการสอนชาวบ้านเพาะกล้าไม้ เพื่อใช้ต่อยอดเป็นอาชีพเสริม</span><span style="font-weight: 400;">” </span><b>วีระ สิทธิสาร ผู้จัดการศูนย์การเรียนรู้อีโต้น้อย</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40508 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_Large17.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_Large17.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_Large17-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_Large17-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_Large17-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_Large17-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-17/">กลุ่มอีโต้น้อยผุดโครงการฝึกทักษะอาชีพและทัศคติที่ดีให้กับชาวบ้านโคกล่าม เพื่อฝ่าฟันภัยแล้งในชุมชนอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานราธิวาส ติดอาวุธเทคโนโลยี 4.0 ให้กับแรงงานในชุมชน ผ่านการเรียนรู้แบบ ‘STEM Education’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-45/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 May 2021 07:42:57 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40279</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตำบลโคกเคียนและกะลุวอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เป็นพื [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-45/">ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานราธิวาส ติดอาวุธเทคโนโลยี 4.0 ให้กับแรงงานในชุมชน ผ่านการเรียนรู้แบบ ‘STEM Education’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>ตำบลโคกเคียน</b><span style="font-weight: 400;">และ</span><b>กะลุวอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นพื้นที่หนึ่งที่มี </span><b>‘กระจูด’</b><span style="font-weight: 400;"> ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ กระจูดอาจเป็นชื่อที่หลายคนไม่คุ้นหูนัก แต่หากพูดถึง </span><b>‘กก’</b><span style="font-weight: 400;"> เชื่อว่าคงสามารถนึกภาพตามได้ไม่ยาก ทั้งกระจูดและกกเป็นวัชพืชตระกูลเดียวกัน อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำขัง สูงประมาณ 1 &#8211; 2 เมตร สำหรับประเทศไทยพบได้เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น โดยพบได้มากในพื้นที่แถบภาคตะวันออกและภาคใต้ สามารถนำมาใช้เป็นวัสดุสำหรับจักสานได้ เนื่องจากมีคุณสมบัติทนทาน ยืดหยุ่นทำให้คืนตัวได้ดี ชาวบ้านจึงนำพืชน้ำตระกูลนี้ไป</span><b>แปรรูปเพื่อใช้เป็นวัสดุสำหรับสานเครื่องใช้ต่าง ๆ </b><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า ตะกร้า หรือเสื่อ ตั้งแต่อดีต จนกลายเป็นภูมิปัญญาที่ตกทอดมาถึงปัจจุบัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เมื่อเวลาผ่านไป</span><b>ภูมิปัญญานี้เริ่มหายไปจากชุมชน</b><span style="font-weight: 400;"> คนที่สามารถสานกระจูดได้เหลือน้อยเต็มที ส่งผลให้ทักษะจากภูมิปัญญาของชุมชนถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย เนื่องจากความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งสวนทางกับความสามารถในการผลิต สิ่งนี้จึงเป็นช่องว่างที่เกิดขึ้น และเป็นโจทย์สำคัญว่า เราจะทำอย่างไรให้วิถีชีวิตของชุมชนยังคงอยู่ท่ามกลางโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ </span><b>ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานราธิวาส </b><span style="font-weight: 400;">แหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนทั้งในและนอกระบบ รวมถึงประชาชนทุกช่วงวัย มองเห็นโอกาสที่จะพัฒนาความรู้และทักษะการสานกระจูดให้แก่คนในชุมชน ซึ่งจากเดิมที่ชาวบ้านมักประกอบอาชีพเกษตรกรรมและนำไปขายในชุมชนเป็นส่วนใหญ่ แต่หากมีการ</span><b>พัฒนาทักษะแรงงานด้านการสานกระจูด</b><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากการทำเกษตร ก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วย</span><b>เพิ่มรายได้ให้แก่คนในชุมชน</b><span style="font-weight: 400;"> พร้อมกับการ</span><b>อนุรักษ์เครื่องจักสาน</b><span style="font-weight: 400;">ในท้องถิ่นที่มีลักษณะเฉพาะ จึงเกิดเป็น </span><b>“โครงการ STEM Education ประยุกต์ทักษะแรงงาน 4.0</b><span style="font-weight: 400;">” นอกจากจะเป็นการเพิ่มความสามารถในการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดแล้ว ยังเป็นการ</span><b>สร้างอาชีพในชุมชนอย่างยั่งยืน</b><span style="font-weight: 400;">อีกด้วย</span></p>
<div class="img-2col"><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-40281 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small45-01-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small45-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small45-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small45-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small45-01-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small45-01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /> <img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-40282 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small45-02-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small45-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small45-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small45-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small45-02-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small45-02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการฯ เริ่มต้นด้วยการลงพื้นที่เพื่อสำรวจความต้องการของชุมชน จนเจอพื้นที่กะลุวอเหนือและโคกเคียน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ต่อการส่งเสริมทักษะอาชีพ เนื่องจากชาวบ้านมี</span><b>เป้าหมายร่วมกัน</b><span style="font-weight: 400;"> คือ</span><b>ต้องการมีอาชีพที่สร้างรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต</b><span style="font-weight: 400;"> จากเป้าหมายนี้เองจึงทำให้เกิดการรวมกลุ่มภายในชุมชน และเกิดความพร้อมที่</span><b>พัฒนาทักษะอาชีพทั้ง 3 ด้าน </b><span style="font-weight: 400;">คือ </span><b>ด้านอาชีพ ด้านความรู้เกี่ยวกับการทำบัญชี</b><span style="font-weight: 400;"> และ</span><b>ด้านเทคโนโลยี</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี โครงการดังกล่าวไม่เพียงแต่นำไปประยุกต์ใช้กับการเรียนรู้ของคนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังถูกนำไปใช้ตั้งแต่การออกแบบกระบวนการเรียนรู้ เพราะ STEM ศึกษานั้นเสมือนเป็นกระบวนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ โดยเริ่มต้นตั้งแต่การระบุปัญหาให้แน่ชัด จากนั้นจึงรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โครงการฯ จึงเปิดเวทีรับฟังความเห็นเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนทั้งจากผู้รับผิดชอบโครงการ วิทยากร และตัวแทนผู้เข้าร่วมประชุม เมื่อพร้อมแล้วจึงวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา ไปพร้อม ๆ กับการทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการ และสุดท้ายนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากขั้นตอนเหล่านี้จึงออกมาเป็นหลักสูตรสำหรับการฝึกอบรมที่คำนึงถึงความหลากหลายของกลุ่มเป้าหมาย โดยวิเคราะห์ออกมาได้ 3 กลุ่มตามความสามารถในการสานกระจูด โดยแบ่งเป็น </span><b>1.กลุ่มที่มีพื้นฐานอยู่แล้ว 2. กลุ่มมีพื้นฐานปานกลาง</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>3. กลุ่มที่ไม่มีพื้นฐานด้านการสานมาก่อน</b><span style="font-weight: 400;"> จากนั้นนำคนจากกลุ่มเหล่านี้เข้าฝึกอบรบทั้งหมด 3 หลักสูตรตามลำดับความยาก ได้แก่ระดับประถม ระดับมัธยม และระดับปริญญาตรี พร้อมกัน จากการสอนโดยวิทยากรในพื้นที่ หรือเรียกว่า </span><b>‘ครูภูมิปัญญา’</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่โครงการได้ช่วยพัฒนาและต่อยอด แน่นอนว่าเป็นเรื่องของทักษะความรู้ใน</span><b>ระดับบุคคล</b><span style="font-weight: 400;">ที่กลุ่มเป้าหมายจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้สำหรับการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีด้านของ</span><b>รายได้ที่เพิ่มขึ้น</b><span style="font-weight: 400;">ของกลุ่มเป้าหมาย กล่าวคือมียอดเฉลี่ยอยู่ที่ 300 &#8211; 500 บาทต่อสัปดาห์ ไปจนถึง 100 บาทต่อวันเลยทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน</span><b>ระดับกลุ่ม</b><span style="font-weight: 400;">นั้นทางโครงการยังได้ส่ง</span><b>แบรนด์เสาะนีซา</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องสานระดับ OTOP ที่จัดทำโดยวิทยากรอยู่แล้วมาเป็นตัวกลางในการกระจายอาชีพสู่กลุ่ม ผ่านการส่งต่อคำสั่งซื้อ ทำให้กลุ่ม </span><b>‘กระจูดโคกพยอม’ </b><span style="font-weight: 400;">และกลุ่ม </span><b>‘สตรีสานกระจูดโคกพยอม’ </b><span style="font-weight: 400;">รวมไปถึงกลุ่มเป้าหมายในโครงการ เกิดรายได้อย่างต่อเนื่องและมีความมั่นคงในชีวิตมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้กลุ่มมีความแข็งแรงมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มากไปกว่านั้นโครงการยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของ</span><b> ‘ภาษาไทย’ </b><span style="font-weight: 400;">จึงได้จัดทำหลักสูตรการอบรมด้านภาษาเพื่อคิด</span><b>เครื่องมือทางการสื่อสาร</b><span style="font-weight: 400;">ในการต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่คลาดที่มีความหลากหลายมากขึ้นในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยสรุปแล้ว โครงการ STEM Education ประยุกต์ทักษะแรงงาน 4.0 ได้ช่วย</span><b>ส่งเสริมความแข็งแกร่งของทักษะ</b><span style="font-weight: 400;">ให้กับแรงงาน นำไปสู่การ</span><b>เพิ่มขึ้นของรายได้</b><span style="font-weight: 400;"> จนสามารถเกิดเป็น</span><b>เครือข่ายที่เข้มแข็ง</b><span style="font-weight: 400;">ในชุมชน อันนำไปสู่ความต้องการ</span><b>หวนกลับสู่บ้านเกิดของ</b><span style="font-weight: 400;">แรงงาน ด้วยแรงจูงใจและความเป็นเจ้าของในภูมิปัญญาท้องถิ่นของตัวเอง</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40280 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large45.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large45.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large45-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large45-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large45-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large45-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-45/">ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานราธิวาส ติดอาวุธเทคโนโลยี 4.0 ให้กับแรงงานในชุมชน ผ่านการเรียนรู้แบบ ‘STEM Education’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ไท่ซิวเอวี๋ยน’ สถานธรรมที่ขับเคลื่อนชุมชมบ่อพลอยด้วยการเปิดโครงการฝึกทักษะเกษตรอินทรีย์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-26/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 May 2021 08:23:42 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40206</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสของการทำเกษตรอินทรีย์แพร่หลา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-26/">‘ไท่ซิวเอวี๋ยน’ สถานธรรมที่ขับเคลื่อนชุมชมบ่อพลอยด้วยการเปิดโครงการฝึกทักษะเกษตรอินทรีย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสของการทำเกษตรอินทรีย์แพร่หลาย และได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น จึงเลือกที่จะบริโภคผักผลไม้ปลอดสารพิษ ไม่เป็นอันตรายต่อตนเองและสิ่งแวดล้อม </span></p>
<p><b>‘สถานธรรมไท่ซิวเอวี๋ยน’</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี จึงนำเรื่อง </span><b>‘เกษตรอินทรีย์’</b><span style="font-weight: 400;"> มาถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้ให้ชาวบ้าน โดยมีเป้าหมายคือ ให้คนในชุมชนมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้น และได้องค์ความรู้ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์มาต่อยอดจากฐานทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากฐานรากที่แฝงด้วยหลักธรรมจากพุทธศาสนา</span></p>
<p><b>พาฝัน ไพรเกษตร หนึ่งในสมาชิกของครอบครัวผู้ก่อตั้งสถานธรรมไท่ซิวเอวี๋ยน </b><span style="font-weight: 400;">เล่าว่า หลังจากที่สถานธรรมแห่งนี้กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน จากทั้งอำเภอบ่อพลอยและอำเภอหนองปรือแล้ว เธอเริ่มสังเกตได้ว่า ญาติธรรม (คนที่เข้ามาปฏิบัติธรรม) ส่วนใหญ่จะเข้ามาด้วยความทุกข์ใจ จากปัญหาการขาดรายได้ ซึ่งเกิดขึ้นกับญาติธรรมหลายคน พวกเขาล้วนหวังพึ่งธรรมะเพื่อเยียวยาจิตใจ แต่กระนั้น ปัญหาการขาดรายได้ก็ยังคงอยู่ต่อไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการมองเห็นปัญหาที่เหล่าญาติธรรมต่างๆ ต้องเผชิญ พาฝันจึงใช้ความรู้ความสามารถที่เคยทำงานกับองค์กรไม่แสวงหากำไร ที่มีพันธกิจขับเคลื่อนประเด็นภาระหนี้ของชาวนา ซึ่งเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับพื้นที่แห่งนี้มาประยุกต์ จนเกิดเป็น </span><b>โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยพอใจในวิถีพอเพียง </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเป้าหมายที่อยากยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเป้าหมายทั้ง 50 คน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตำบลหนองรีและตำบลหนองกร่าง อำเภอบ่อพลอย, และตำบลหนองปรือ อำเภอหนองปรือ โดยการเปลี่ยนวิธีการทำเกษตรทั่วไปมาเป็นเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก ภายใต้การสนับสนุนจากโครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40209" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากที่ประชุมและทำความเข้าใจหลักสูตรการฝึกอบรม และเลือกวิทยากรที่จะเข้ามาหนุนเสริมองค์ความรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายเสร็จแล้ว พาฝัน บอกว่า สิ่งหนึ่งที่คณะทำงานทุกคนเห็นพ้องต้องกัน คือการ </span><b>‘ใช้ชุมชนเป็นฐาน’</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งในที่นี้หมายถึง การเฟ้นหาผู้มีความรู้ความสามารถในชุมชน เพื่อให้เกิดสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกัน ระหว่างวิทยากรกับกลุ่มเป้าหมาย และยังสะท้อนถึงการทำงานแบบภาคีเครือข่ายร่วมกับชุมชน เช่น ให้</span><b>อาจารย์สุธรรม ใจอ่อน และคณะจากศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงปลักไม้ลาย </b><span style="font-weight: 400;">มาเป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ </span><b>ยังมีการอบรมการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ ยาไล่แมลงแบบอินทรีย์ รวมทั้งอบรมการเพาะต้นอ่อนแต่ละชนิด </b><span style="font-weight: 400;">เช่น ต้นกล้าอ่อนทานตะวัน ผักบุ้ง และถั่วงอก เนื่องจากเป็นพืชระยะสั้น มีต้นทุนต่ำ โดยโครงการจะมีเมล็ดพันธุ์ไว้แจกจ่ายให้กลุ่มเป้าหมายนำไปปลูก ซึ่งสามารถนำไปปลูกสำหรับบริโภคเพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน หรือจำหน่ายก็ได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ระหว่างที่กลุ่มเป้าหมายเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์เรียบร้อยแล้ว</span><b> คณะทำงานจะแฝงหลักธรรมคำสอน เรื่องการไม่เบียดเบียนผู้อื่น และการค้าขายโดยสุจริต</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการไม่ใช้สารเคมีเพื่อทำร้ายสุขภาพผู้อื่น เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายปฏิบัติตามหลักธรรมจากพุทธศาสนาอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้รับการหนุนเสริมองค์ความรู้ ตั้งแต่ ‘</span><b>ต้นน้ำ</b><span style="font-weight: 400;">’ และ ‘</span><b>กลางน้ำ</b><span style="font-weight: 400;">’ แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ความรู้เหล่านี้ </span><b>‘กินได้’ อย่างต่อเนื่องและมั่นคง</b><span style="font-weight: 400;"> ก็คือขั้นตอนที่ ‘</span><b>ปลายน้ำ</b><span style="font-weight: 400;">’ นั่นคือการสร้างช่องทางการขายหรือการตลาด ที่จะรองรับสินค้าที่เกิดจากการแปรรูปจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในชุมชน เช่น กล้วยอบกรอบ ชาสมุนไพร ครีมนวดผมจากมะกรูด เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยกระแสของ e-commerce หรือ </span><b>การค้าออนไลน์</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ทั้งยังส่งผลให้ผู้ขายสามารถขยายฐานลูกค้าของตนเองไปได้ไกลขึ้น ซึ่งนั่นอาจหมายถึง</span><b> การซื้อขายข้ามอำเภอ ข้ามจังหวัด หรือแม้กระทั่ง ข้ามประเทศ</b><span style="font-weight: 400;"> พาฝัน จึงเลือกนำหลักสูตรการตลาดออนไลน์มาเติมความรู้ให้กลุ่มเป้าหมายด้วยตัวเอง </span><b>โดยเฉพาะการซื้อขายผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์</b><span style="font-weight: 400;"> จากความรู้และประสบการณ์ที่เคยทำเพจขายสินค้าออนไลน์ และยังจัดตั้งเพจเฟซบุ๊ก ไว้รองรับสินค้าของกลุ่มเป้าหมายทุกคน </span></p>
<p><b>ฐิญกานต์ รื่นบุตร หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย </b><span style="font-weight: 400;">เล่าว่า ความสำเร็จของโครงการทำให้เธอมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีรายได้เพียงวันละ 100-300 บาท แต่มันก็เข้ามาอย่างต่อเนื่องในทุกครั้งที่เปิดดูยอดสั่งซื้อ ทำให้เธอมีรายได้ไว้ใช้จ่ายในครัวเรือน นอกจากนี้ เธอยังสามารถนำผลผลิตที่ได้มาบริโภคเองในครัวเรือน ซึ่งช่วยลดรายจ่ายได้จำนวนหนึ่ง ทำให้เธอสามารถสร้างรายได้จากถิ่นฐาน ไม่ต้องออกไปทำงานในพื้นที่อื่นๆ</span></p>
<p><b>“เมื่อก่อน เราเคยจากบ้านจากครอบครัวไปนานถึง 10 ปี เพื่อไปหางานทำ แต่พอแต่งงานเราก็ย้ายกลับมาอยู่บ้าน ทำให้ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องรายได้ แต่พอโครงการนี้เข้ามา ก็เป็นเหมือนความหวังที่เกิดขึ้นในใจ เขาสอนวิธีการปลูกพืชโดยไม่ใช้สารเคมี และสอนให้ทำเกษตรอินทรีย์แทน ทั้งยังสอนเรื่องการแปรรูปอาหารจากผลผลิตที่เราปลูก จึงสร้างรายได้จากสิ่งเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่มาก แต่เราก็สามารถทำที่บ้านได้ กลายเป็นว่าเราไม่ต้องห่างจากครอบครัวอีกต่อไป ความสุขเพียงเท่านี้เราก็ไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว”</b></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40208" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การคิดดี พูดดี คือพื้นฐานของการทำความดี สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นธรรมะที่คณะทำงานไม่ลืมที่จะสอดแทรกให้กลุ่มเป้าหมายในทุกๆ ฐานการเรียนรู้ และทุกกิจกรรม จนสามารถดำเนินมาถึงเส้นชัย และทำให้กลุ่มเป้าหมายสามารถสร้างรายได้จากองค์ความรู้ที่ได้รับ </span><b>ล่าสุด สถานธรรมแห่งนี้ยัง</b><b>ต่อยอดโครงการขึ้นอีกขั้น ด้วยการจัดตั้งเป็น ‘วิสาหกิจชุมชนพอใจในวิถีพอเพียง’ ได้สำเร็จ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่ง พาฝัน เล่าว่า การได้รับการสนับสนุนจากทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน คือ </span><b>‘หัวใจสำคัญ’</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ทำให้เกิดการรวมตัว เกิดการขับเคลื่อนต่างๆ เหล่านี้ได้ และมุ่งหวังให้ผลสำเร็จนี้เป็นตัวอย่างให้ชุมชนอื่นเรียนรู้เป็นแนวทางต่อไป </span><b>เพื่อที่คนในชุมชนจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ควบคู่ไปกับหลักธรรมในหัวใจ</b></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อก่อน เราเคยจากบ้านจากครอบครัวไปนานถึง 10 ปี เพื่อไปหางานทำ แต่พอแต่งงานเราก็ย้ายกลับมาอยู่บ้าน ทำให้ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องรายได้ แต่พอโครงการนี้เข้ามา ก็เป็นเหมือนความหวังที่เกิดขึ้นในใจ เขาสอนวิธีการปลูกพืชโดยไม่ใช้สารเคมี และสอนให้ทำเกษตรอินทรีย์แทน ทั้งยังสอนเรื่องการแปรรูปอาหารจากผลผลิตที่เราปลูก จึงสร้างรายได้จากสิ่งเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่มาก แต่เราก็สามารถทำที่บ้านได้ กลายเป็นว่าเราไม่ต้องห่างจากครอบครัวอีกต่อไป ความสุขเพียงเท่านี้เราก็ไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว” </span><b>ฐิญกานต์ รื่นบุตร หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40207 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large15.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large15.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large15-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large15-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large15-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large15-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-26/">‘ไท่ซิวเอวี๋ยน’ สถานธรรมที่ขับเคลื่อนชุมชมบ่อพลอยด้วยการเปิดโครงการฝึกทักษะเกษตรอินทรีย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชุมชนหนองสนิทแก้ปัญหานักเรียนและประชาชนขาดผักคุณภาพกิน ด้วยการตั้งกลุ่มเกษตรอินทรีย์เพื่อปลูกผักส่งเข้าโรงเรียนและจำหน่ายในตำบล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-15/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 May 2021 07:28:07 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40160</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากจุดเริ่มต้นที่อยากให้นักเรียนในพื้นที่ได้บริโภคอาหาร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-15/">ชุมชนหนองสนิทแก้ปัญหานักเรียนและประชาชนขาดผักคุณภาพกิน ด้วยการตั้งกลุ่มเกษตรอินทรีย์เพื่อปลูกผักส่งเข้าโรงเรียนและจำหน่ายในตำบล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>จากจุดเริ่มต้นที่อยากให้นักเรียนในพื้นที่ได้บริโภคอาหารกลางวันที่มีคุณภาพ </b><b>ซึ่งนอกจากเนื้อสัตว์ต้องสะอาดแล้ว พืชผักที่นำมาประกอบอาหารก็ควรปลอดภัย ไร้สารเคมีเช่นกัน</b><span style="font-weight: 400;"> วันนี้จุดเริ่มต้นเล็กๆ นี้ได้ผลิดอกออกผลจนงอกงาม เนื่องจากคนในตำบลหนองสนิท จังหวัดสุรินทร์ หันมาปลูกผักอินทรีย์จนสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนได้ และยังก่อให้เกิดกลุ่ม</span><b> ‘สหกรณ์การเกษตรพืชผักเกษตรอินทรีย์หนองสนิท จำกัด’</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้คนในและนอกชุมชนได้บริโภคอีกด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย </span><b>สมเกียรติ สาระ หัวหน้าสำนักปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองสนิท อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า</span> <span style="font-weight: 400;">“ในพื้นที่ตำบลหนองสนิท คนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา เมื่อหมดหน้านาก็ปลูกข้าวโพด เพราะมีรายได้ดี แต่การปลูกให้ปลอดภัยทำได้ยาก เนื่องจากคนส่วนใหญ่นิยมใช้สารเคมี จึงอยากปรับเปลี่ยนการทำเกษตรให้ปลอดภัยมากขึ้น”</span></p>
<div class="img-2col"><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-40165 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small_15-02-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small_15-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small_15-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small_15-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small_15-02-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small_15-02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /> <img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-40166 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small15-01-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small15-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small15-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small15-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small15-01-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small15-01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ สมเกียรติ ระบุว่า มีจำนวน 80 คน ซึ่งต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ และกลุ่มสตรีแม่บ้าน “โดยสัดส่วนของกลุ่มสตรีแม่บ้านจะมากที่สุด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ออกไปทำงานนอกหมู่บ้านไม่ได้ เพราะมีภาระต้องดูแลครอบครัว” ซึ่งสมเกียรติย้ำว่า </span><b>โครงการนี้จะต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายมีอาชีพมั่นคง สุขภาพดี และที่สำคัญคือต้องมีรายได้ทุกวัน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งการจะไปให้ถึงเป้าหมายดังกล่าวได้นั้น ต้องอาศัยกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ </span><b>เริ่มจากการให้ทุกคนวาดรูปตัวเองและเป้าหมายชีวิต ทั้งรายได้และประเภทของผักที่ต้องการปลูกลงสมุด เพื่อดูว่าพวกเขาต้องการเรียนรู้อะไร</b><span style="font-weight: 400;"> หลังจากนั้นจึงพาไปดูงานด้านการปลูกผักอินทรีย์ เพื่อศึกษาวิธีการบริหารจัดการในรูปแบบสหกรณ์ การวางแผนปลูก การตลาด และการรวมกลุ่ม ฯลฯ </span><b>ซึ่งการดูงานส่งผลให้กลุ่มเป้าหมายอยากปลูกผักอินทรีย์เพื่อจำหน่ายมากขึ้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลที่ได้จากกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ ถูกนำมาใช้ออกแบบหลักสูตรการปลูกผักอินทรีย์ จำนวน 10 วัน ซึ่งมีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยมีวิทยากรจากปราชญ์ชุมชน, อาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์, สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตสุรินทร์ และศูนย์วิจัยเกษตรจังหวัดสุรินทร์ เข้ามาช่วยดูแล </span><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญคือมีการประสานกับหน่วยงานเอกชนอย่าง </span><b>Tops Supermarket </b><span style="font-weight: 400;">ที่เข้ามาช่วยแนะแนวองค์ความรู้เรื่องบรรจุภัณฑ์ การเก็บรักษา การตัดแต่ง และการบรรจุ ซึ่งทางหน่วยงานก็ได้ประสานการ</span><b>นำผลิตภัณฑ์ไปจัดจำหน่าย</b><span style="font-weight: 400;">ในพื้นที่ซุปเปอร์มาเก็ตต่อไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ไม่มีพื้นที่ทำกินกว้างขวาง อบต. หนองสนิทจึง</span><b>จัดสรรพื้นที่สาธารณะ</b><span style="font-weight: 400;">จำนวน 9 ไร่ ให้กลุ่มเป้าหมายใช้ปลูกผักร่วมกัน ซึ่งก่อนการลงมือปลูกก็ได้มีการลงไปสำรวจความต้องการพืชผักของตลาด เช่น ร้านอาหารและร้านค้าในพื้นที่ จนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นผัก 6 ชนิด ได้แก่ </span><b>คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง ต้นหอม และขึ้นฉ่าย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ภาพที่เห็นชินตาตอนนี้คือ ทุกวันเวลาประมาณตี 4 ผู้สูงอายุหลายคนจะมีความสุขอยู่กับการดูแลแปลงผัก ขณะที่กลุ่มแม่บ้านก็ผลัดเปลี่ยนกันมาบรรจุผักส่ง </span><span style="font-weight: 400;">Tops Supermarket, </span><span style="font-weight: 400;">โรงพยาบาล, โรงเรียน, และร้านหมูกระทะ ซึ่งระหว่างนั้นก็จะมีแม่บ้านนำผักใส่ตะกร้า ทั้งผักบุ้งและคะน้าที่ปลูกในแปลงหลังบ้าน มาส่งให้กลุ่มอยู่เป็นระยะๆ” สมเกียรติ เล่าด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อชาวบ้านเห็นว่าการปลูกผักอินทรีย์ไม่ยาก และสร้างรายได้ สร้างอาชีพได้จริง ทำให้มีคนอยากเข้ามาเป็นสมาชิกของสหกรณ์เพิ่มขึ้น จาก 80 คน เป็น 102 คน </span><b>ซึ่งทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นอกจากจะได้ทำงานและได้ดูแลครอบครัวแล้ว ยังมีสุขภาพดีอีกด้วย</b></p>
<p><b>มัณทนา</b> <b>พวงจันทร์</b> <b>หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> ที่หลังจากได้รับความรู้แล้ว เปลี่ยนบทบาทจากกลุ่มเป้าหมายมาเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้แทน เล่าว่า เธอภูมิใจมากที่ตัวเองสามารถถ่ายทอดความรู้ให้คนอื่นได้ “และดีใจที่ทำให้คนในหมู่บ้านหันมาปลูกผักอินทรีย์ โรคความดันและเบาหวานจะได้ลดลง </span><b>บางคนแค่เดินออกมาที่แปลงผัก ก็ได้เงินให้ลูกหลานไปโรงเรียนแล้ว</b><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่ </span><b>แสงดาว พวงจันทร์</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานกลุ่มธนาคารผัก เสริมว่า เธอเคยทำงานโรงงานมาก่อน หลังจากนั้นก็ลาออกมาทำนาที่บ้าน ช่วงนั้นเหมือนชีวิตไม่ค่อยมีคุณค่า เพราะทำนาอย่างเดียว เวลาว่างก็จับกลุ่มคุยกัน ไม่มีงานอื่นทำ แต่เมื่อได้เข้าร่วมโครงการนี้ ได้มาเจอเพื่อน แม้จะต้องตื่นตี 3 เพื่อรีบทำงานบ้านให้เสร็จ ตี 4 จะได้ออกมาเก็บผัก ก็ทำให้เธอมีความสุขมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นในหมู่บ้านไม่มีงานให้ทำ เราก็ต้องดิ้นรนออกไปหางานทำข้างนอก เพื่อจะได้มีเงินมาจุนเจือครอบครัว </span><b>แต่โครงการนี้ทำให้เราไม่ต้องออกไปนอกพื้นที่ ขายผักอย่างน้อยก็ได้วันละ 100 บาท ให้ลูกไปโรงเรียน 40 บาท ก็มีเงินเหลือเก็บ</b><span style="font-weight: 400;"> แถมยังได้ผักไปทำกับข้าวโดยที่เราไม่ต้องซื้อ และยังทำให้สุขภาพดีอีกด้วย เป็นการทำงานที่สนุกและได้เรียนรู้เยอะมาก”</span></p>
<p><b>เรียกได้ว่า จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการให้นักเรียนในพื้นที่ได้บริโภคอาหารปลอดภัย และเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับคนในชุมชน วันนี้ แปลงผักอินทรีย์เล็กๆ ในพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ข้างบ้านของคนในชุมชน ได้กลายเป็นแปลงผักขนาดใหญ่ที่คนทั้งตำบลหันมาร่วมไม้ร่วมมือกันผลิต</b><span style="font-weight: 400;"> จนเกิดเป็น ‘สหกรณ์การเกษตรพืชผักเกษตรอินทรีย์หนองสนิท จำกัด’ </span><b>และกลายเป็น ‘พื้นที่ต้นแบบ’ ด้านการปลูกผักอินทรีย์ของจังหวัดสุรินทร์ในที่สุด</b></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นในหมู่บ้านไม่มีงานให้ทำ เราก็ต้องดิ้นรนออกไปหางานทำข้างนอก เพื่อจะได้มีเงินมาจุนเจือครอบครัว แต่โครงการนี้ทำให้เราไม่ต้องออกไปนอกพื้นที่ ขายผักอย่างน้อยก็ได้วันละ 100 บาท ให้ลูกไปโรงเรียน 40 บาท ก็มีเงินเหลือเก็บ แถมยังได้ผักไปทำกับข้าวโดยที่เราไม่ต้องซื้อด้วย” </span><b>แสงดาว พวงจันทร์</b> <b>ประธานกลุ่มธนาคารผัก หนึ่งในกลุ่มเป้าหมายของโครงการ</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40164 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_Large15.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_Large15.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_Large15-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_Large15-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_Large15-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_Large15-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-15/">ชุมชนหนองสนิทแก้ปัญหานักเรียนและประชาชนขาดผักคุณภาพกิน ด้วยการตั้งกลุ่มเกษตรอินทรีย์เพื่อปลูกผักส่งเข้าโรงเรียนและจำหน่ายในตำบล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อชุมชนบ้านแม่ตาดขาดหนุ่มสาว โครงการเลี้ยงจิ้งโก่งจึงเกิดขึ้นเพื่อสร้างอาชีพให้ผู้สูงวัย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-09/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 May 2021 06:53:37 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40133</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากบริบทสังคมที่เปลี่ยนไปส่งผลให้คนวัยหนุ่มสาวอพยพถิ่นฐ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-09/">เมื่อชุมชนบ้านแม่ตาดขาดหนุ่มสาว โครงการเลี้ยงจิ้งโก่งจึงเกิดขึ้นเพื่อสร้างอาชีพให้ผู้สูงวัย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">จากบริบทสังคมที่เปลี่ยนไปส่งผลให้คนวัยหนุ่มสาวอพยพถิ่นฐานไปทำงานในเมืองเพื่อหารายได้กันมากขึ้น </span><b>พื้นที่ บ้านแม่ตาด ตำบลห้วยทราย อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่</b><span style="font-weight: 400;"> หลงเหลือเพียงเด็กและผู้สูงอายุในหมู่บ้าน อาชีพหลักที่ทำได้คือ เกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา แต่เมื่ออายุมากขึ้น เรี่ยวแรงในการสู้แดดและฝนก็ลดน้อยลงทุกที </span></p>
<p><b>กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านแม่ตาด ตำบลห้วยทราย อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ </b><span style="font-weight: 400;">ที่เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว ทั้งมีความตั้งใจที่จะหาช่องทางในการส่งเสริมอาชีพให้เหมาะสมกับคนในพื้นที่ และลดปัญหากการทิ้งถิ่นของคนรุ่นใหม่ จึงได้จัดทำ </span><b>โครงการส่งเสริมการเลี้ยงจิ้งโกร่งคุณภาพต่อยอดอาชีพที่ยั่งยืน</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมทั้งส่งเสริมการเลี้ยงจิ้งโกร่งให้แก่กลุ่มเป้าหมาย โดยเปิดรับทั้ง</span><b>วัยแรงงาน ผู้ด้อยโอกาส ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือแม้แต่ผู้สูงอายุ จำนวนทั้งสิ้น 141 คน</b></p>
<div class="img-2col"><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-40139" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small9-01.jpg" alt="" width="640" height="427" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small9-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small9-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small9-01-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small9-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small9-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /> <img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-40140" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small9-02.jpg" alt="" width="640" height="427" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small9-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small9-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small9-02-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small9-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small9-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></div>
<p><b>‘จิ้งโกร่ง’</b><span style="font-weight: 400;"> คือแมลงชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านนิยมบริโภค มีลักษณะคล้ายกับจิ้งหรีด แต่มีขนาดใหญ่กว่าและรสชาติอร่อย ปัจจุบันมีเกษตรกรที่หันมาเพาะเลี้ยงจิ้งโกร่งขายกันมากขึ้น โดยทางโครงการนั้น ได้มุ่งจัด</span><b>อบรมเพิ่มเติมความรู้การเพาะเลี้ยงจิ้งโกร่งอย่างมีคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ</span><span style="font-weight: 400;">การฝึกเลี้ยงในกรงทดลอง วิธีจัดวางกรงเลี้ยง การจัดวางอุปกรณ์ให้น้ำ วิธีดูแลจิ้งโกร่งตั้งแต่ยังเป็นไข่ การให้อาหาร </span><span style="font-weight: 400;">การคัดเกรดตามความต้องการของตลาด</span><span style="font-weight: 400;"> การแปรรูป ไปจนถึงการหาผู้รับซื้อเพื่อก่อให้เกิดรายได้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยทางหน่วยงานพัฒนาฯ ได้จัดหาวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์มาถ่ายทอดความรู้ในเรื่องวิธีการและเทคนิคต่างๆ ที่ต้องให้ความสำคัญ พร้อมทั้งเชิญ</span><b>วิทยากรจากพื้นที่อื่น</b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งประสบความสำเร็จในการเลี้ยงจิ้งโกร่งจากฟาร์มในจังหวัดลำพูน และอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นภาคีเครือข่ายที่ยินดีถ่ายทอดความรู้ให้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงทุนความรู้เดิมในการเลี้ยงจิ้งโกร่งของชุมชนที่เกื้อหนุนให้ชาวบ้านเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น แต่ด้วยในพื้นที่ยังปลูกพืชผักชนิดต่างๆ ที่เป็นแหล่งอาหารของจิ้งโกร่ง จึงทำให้ช่วยลดต้นทุนการผลิตไปได้มาก และด้วยฐานชุมชนที่ปลูก </span><b>‘พืชปลอดสาร’</b><span style="font-weight: 400;"> ยิ่งทำให้ได้ผลผลิต </span><b>‘จิ้งโกร่งคุณภาพดีไร้สารเคมี’</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ทุกวันนี้ผลผลิตจากการเพาะเลี้ยงจิ้งโกร่งไม่เพียงสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่กลุ่มเป้าหมายยังสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า ได้ผลตอบแทนที่แสนคุ้มค่ามากไปกว่าเงินทองที่พวกเขาได้รับนั้นคือ </span><b>‘ความสุข’</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>‘ความสัมพันธ์ที่ดี’</b><span style="font-weight: 400;"> ของคนในชุมชน </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40138" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-large9.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-large9.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-large9-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-large9-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-large9-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-large9-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>“จิ้งโกร่งทำให้ชุมชนของเรามีเรื่องพูดคุยกันมากขึ้น ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็ดีขึ้น”</b> <span style="font-weight: 400;">คือคำบอกเล่าที่สะท้อนถึงความสุขของกลุ่มเป้าใน</span><b>โครงการส่งเสริมการเลี้ยงจิ้งโกร่งคุณภาพต่อยอดอาชีพที่ยั่งยืน </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ</span><b>ก้าวต่อไป</b><span style="font-weight: 400;"> กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านแม่ตาดได้มุ่งหวังพัฒนา</span><b>ต่อยอดไปสู่การเพาะเลี้ยงแมลงจิ้งโกร่งแปลงใหญ่ </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมากขึ้น ทั้งในด้านเงินทุนและความรู้ รวมทั้งยังเตรียมแนวทางการต่อยอดการเพาะเลี้ยงให้ครบวงจร โดยนำแมลงจิ้งโกร่งไป</span><b>แปรรูปสู่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น การทำสูตรอาหารจิ้งโกร่ง ที่สำคัญยังตั้งใจสานต่อการพัฒนาบุคคลและพื้นที่ให้เข้มแข็ง เพื่อให้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอด</span><b>เป็นอาชีพหลักได้อย่างยั่งยืน </b></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“จิ้งโกร่งทำให้ชุมชนของเรามีเรื่องพูดคุยกันมากขึ้น ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็ดีขึ้น”</span> <span style="font-weight: 400;">คือคำบอกเล่าที่สะท้อนถึงความสุขของกลุ่มเป้าในโครงการส่งเสริมการเลี้ยงจิ้งโกร่งคุณภาพต่อยอดอาชีพที่ยั่งยืน  &#8211; หนึ่งในสมาชิกของโครงการ</span></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40136 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_009.png" alt="" width="2500" height="2500" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_009.png 2500w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_009-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_Infographic_009-1024x1024.png 1024w" sizes="(max-width: 2500px) 100vw, 2500px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-09/">เมื่อชุมชนบ้านแม่ตาดขาดหนุ่มสาว โครงการเลี้ยงจิ้งโก่งจึงเกิดขึ้นเพื่อสร้างอาชีพให้ผู้สูงวัย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
